<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38863</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/06/2019 20:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/06/2019 20:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลกีวีสั่งจำคุก 21 เดือน คนแชร์วิดีโอฆ่าหมู่มัสยิดไครสต์เชิร์ช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ศาลนิวซีแลนด์ตัดสินจำคุกชายชาวนิวซีแลนด์วัย 44 ปีเป็นเวลา 21 เดือน&amp;nbsp; ในความผิดเผยแพร่วิดีโอไลฟ์สตรีมของมือปืนที่ก่อเหตุกราดยิงมัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนอกศาลแขวงไครสต์เชิร์ช ในเมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิป อาร์ปส์ ชาวนิวซีแลนด์ อายุ 44 ปี โดนตำรวจจับกุมที่เมืองไครสต์เชิร์ช 4 วันหลังเกิดเหตุเบรนตัน ทาร์แรนต์ ชาวออสเตรเลีย อายุ 28 ปี กราดยิงมัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ช ทำให้มีผู้เสียชีวิต 51 ราย เมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อนิวซีแลนด์รายงานเมื่อวันอังคารที่ 18 มิถุนายนว่า ศาลเขตไครสต์เชิร์ชตัดสินจำคุกอาร์ปส์ 21 เดือนใน 2 ข้อกล่าวหาที่ถูกส่งฟ้อง จากความผิดเผยแพร่วัสดุที่น่ารังเกียจด้วยการแชร์วิดีโอของทาร์แรนต์ที่ไลฟ์สตรีมทางโซเชียลมีเดียระหว่างก่อเหตุกราดยิงมัสยิดทั้งสองแห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์นิวซีแลนด์เฮรัลด์รายงานว่า การไต่สวนคดีนี้ของศาลพบว่า อาร์ปส์ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่มือปืนไลฟ์สตรีมไปให้บุคคลอื่นราว 30 คน นอกจากนี้ เขายังมีคลิปวิดีโอที่ทำเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มภาพเส้นกากบาทในกล้องปืนเล็งเป้าและนับจำนวนศพที่ถูกมือปืนรายนี้ยิงเสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาสตีเฟน โอดริสโคลล์ ระบุว่าการแชร์วิดีโอดังกล่าวของอาร์ปส์เป็นอาชญากรรมด้วยความเกลียดชังต่อชุมชนมุสลิม เป็นความโหดร้ายอย่างยิ่งที่เขาแชร์วิดีโอนี้เพียงไม่กี่วันหลังเกิดเหตุกราดยิง ที่บรรดาญาติพี่น้องของเหยื่อกำลังรอฟังข่าวของผู้ที่เขารัก ศาลพบด้วยว่า อาร์ปส์สรรเสริญการเสียชีวิตของมุสลิมและต้องการให้ลงโทษมุสลิมที่กระทำความผิดด้วยวิธีการอื่นแทนการจำคุก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวนิวส์ฮับรายงานว่า อาร์ปส์ประกาศตัวเป็นคนเชื่อลัทธิคนขาวเป็นใหญ่ ในปี 2559 เขาถูกตัดสินว่ากระทำความผิดที่นำหัวหมูไปวางไว้หน้ามัสยิดอัลนูร์ หนึ่งในมัสยิดที่โดนกราดยิงเมื่อเดือนมีนาคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38863</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิงมัสยิด, คนแพร่คลิปฆ่าหมู่, ตัดสินจำคุก 21 เดือน, นิวซีแลนด์, ไครสต์เชิร์ช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190618/image_big_5d08ea6d5c193.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>38585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2019 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2019 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่สำนึกผิด มือปืนฆ่าหมู่ 51 ศพ ในมัสยิดไครสต์เชิร์ช ปฏิเสธทุกข้อหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชายชาวออสเตรเลียผู้ก่อเหตุกราดยิง 51 ศพที่มัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์เมื่อเดือนมีนาคม ปฏิเสธทุกข้อหาในการพิจารณาคดีเมื่อวันศุกร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เบรนตัน ทาร์แรนต์ ขณะถูกนำตัวขึ้นศาล เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน ศาลสูงเมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์เปิดพิจารณาคดีของเบรนตัน ทาร์แรนต์ ชาวออสเตรเลียอายุ 28 ปี ผู้ก่อเหตุกราดยิงที่มัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ชเมื่อวันศุกร์ที่ 15 มีนาคม ขณะชาวมุสลิมทำพิธีละหมาด มีผู้เสียชีวิต 51 ศพ ระหว่างก่อเหตุมือปืนเฟซบุ๊กไลฟ์ไปด้วย ชายผู้ประกาศตัวคลั่งลัทธิคนขาวเป็นใหญ่ผู้นี้โดนตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่น 51 กระทง, พยายามฆ่า 40 กระทงและก่อการร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทาร์แรนต์ปรากฏตัวในศาลช่วงสั้นๆ ผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์จากเรือนจำในเมืองโอ๊คแลนด์ที่มีการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด โดยมีสีหน้ายิ้มแย้ม ผู้พิพากษาคาเมรอน แมนเดอร์ สั่งห้ามสื่อมวลชนถ่ายภาพหรือถ่ายวิดีโอทาร์แรนต์ ทำได้แค่สเกตช์ภาพ ทนายความของทาร์เรนต์กล่าวกับศาลว่า ลูกความของเขาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา สร้างความโกรธเคืองต่อครอบครัวของเหยื่อที่เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่เข้ามาฟังการพิจารณาคดีกันจนเต็มห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาแมนเดอร์แถลงด้วยว่า ผลประเมินสุขภาพจิตของจำเลยรายนี้พบมีสภาพจิตปกติพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการไต่สวนข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยนัดพิจารณาคดีครั้งต่อไปในวันที่ 4 พฤษภาคมปีหน้า คาดใช้เวลาอย่างน้อย 6 สัปดาห์ ส่วนทนายความหลายคนเตือนว่าคดีนี้อาจต้องใช้เวลามากกว่านั้นถึง 2 เท่า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38585</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิเสธทุกข้อหา, มัสยิดไครสต์เชิร์ช, มือปืนฆ่าหมู่, ไครสต์เชิร์ช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190614/image_big_5d03aa0402798.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34823</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2019 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2019 20:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับทหารผ่านศึกอเมริกัน วางแผนฆ่าหมู่ล้างแค้นให้มุสลิมไครสต์เชิร์ช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ตำรวจสหรัฐจับกุมทหารผ่านศึกอัฟกานิสถานที่เปลี่ยนไปนับถืออิสลาม กำลังวางแผนระเบิดกลางงานชุมนุมของพวกอเมริกันชาตินิยมที่เมืองลองบีช เพื่อล้างแค้นการฆ่าหมู่ชาวมุสลิมที่เมืองไครสต์เชิร์ช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายของทหารผ่านศึก มาร์ก สตีเวน โดมิงโก ที่โดนจับกุมฐานวางแผนก่อการร้ายที่แคลิฟอร์เนีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ก สตีเวน โดมิงโก อายุ 26 ปี เป็นทหารผ่านศึกอัฟกานิสถานและเพิ่งเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอิสลาม เขาถูกจับกุมเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว หลังจากเขาได้รับวัตถุที่เขาเชื่อว่าเป็นระเบิดบรรจุตะปู ที่สายของเอฟบีไอนำมามอบให้ โดมิงโกถูกส่งตัวขึ้นศาลเมื่อวันจันทร์ เขาถูกตั้งข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย จากการวางแผนใช้ระเบิดประดิษฐ์เพื่อโจมตีผู้คนจำนวนมากที่งานชุมนุมของชาวอเมริกันชาตินิยม ซึ่งเอฟบีไอจัดฉากขึ้นว่าจะจัดที่เมืองลองบีชเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่มีงานเกิดขึ้นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามเอกสารที่ยื่นต่อศาล โดมิงโกแสดงทัศนะสนับสนุนการทำญิฮาดผ่านโพสต์ทางออนไลน์และการสนทนากับสายข่าวของเอฟบีไอรายนี้ เขายังปรารถนาจะเป็นนักรบพลีชีพเพื่อล้างแค้นการโจมตีชาวมุสลิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กล่าวว่า หลังจากโดมิงโกพิจารณาทางเลือกต่างๆ รวมถึงการโจมตีชาวยิว, โบสถ์ และตำรวจ เขาก็ตัดสินใจจะจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องนี้ที่งานชุมนุมลองบีชใกล้นครลอสแองเจลีส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นิค ฮันนา อัยการสหรัฐ กล่าวว่า ชายคนนี้เริ่มคิดแผนการว่าจะก่อการร้ายตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม เขาตัดสินใจทำตามแผนนี้หลังเกิดเหตุกราดยิงในมัสยิดที่เมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์วันที่ 13 มีนาคม ทำให้ชาวมุสลิมเสียชีวิต 50 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความที่เขาโพสต์ออนไลน์ในกลุ่มปิดเมื่อต้นเดือนมีนาคม โดมิงโกกล่าวถึงการกราดยิงที่ลาสเวกัสเมื่อปี 2560 ที่มีคนตาย 58 คนด้วย โดยบอกว่าอเมริกาต้องได้เจอกับเหตุการณ์แบบที่เวกัสอีกครั้ง แล้วคนพวกนี้จะรู้ซึ้งถึงความหวาดกลัวที่พวกเขาแพร่กระจายไปทั่วโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34823</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารผ่านศึกอเมริกัน, วางแผนฆ่าหมู่, สหรัฐ, ไครสต์เชิร์ช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190430/image_big_5cc852aded246.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>34643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2019 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2019 20:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มอเมริกันวัย 19 กราดยิงโบสถ์ยิว หวิดซ้ำรอยฆ่าหมู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;หนุ่มอเมริกันวัย 19 ปีกราดยิงโบสถ์ยิวที่รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันเสาร์ มีเหยื่อเสียชีวิต 1 คน บาดเจ็บ 3 คน เคราะห์ยังดีปืนขัดข้องมิเช่นนั้นอาจกลายเป็นการฆ่าหมู่ ตำรวจสอบมือปืนโพสต์คำประกาศชื่นชมเหตุการณ์กราดยิงฆ่าหมู่ชาวมุสลิมที่ไครสต์เชิร์ชและฆ่าหมู่ชาวยิวที่พิตส์เบิร์ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนในพื้นที่และสื่อมวลชนมุงอยู่ด้านหน้าโบสถ์ชาบัดหลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 เมษายน 2562 กล่าวว่าเหตุการณ์กราดยิงที่น่าจะเป็นอาชญากรรมจากความเกลียดชังคดีล่าสุดของสหรัฐเกิดขึ้นที่โบสถ์ชาบัดในเมืองโพเวย์ ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองซานดิเอโก รัฐแคลิฟอร์เนีย บิล กอร์ นายอำเภอของเทศมณฑลซานดิเอโกกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยชื่อจอห์น เออร์เนสต์ อายุ 19 ปี ใช้อาวุธปืนไรเฟิลจู่โจมกราดยิงที่โบสถ์ยิวหลังนี้เมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. ของวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น (01.30 น.วันอาทิตย์ของไทย) ขณะนั้นมีคนอยู่ภายในโบสถ์ราว 100 คนกำลังประกอบพิธีเนื่องในวันสุดท้ายของเทศกาลปัสคาของชาวยิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอร์กล่าวว่า อาวุธปืนของเขาดูเหมือนจะขัดข้อง หลังจากลั่นกระสุนชุดแรกไปหลายนัด จึงป้องกันไม่ให้มีคนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก อย่างไรก็ดี มีเหยื่อโดนกระสุนของเขา 4 ราย รวมถึงแรบไบของโบสถ์ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่มือทั้ง 2 ข้าง ต่อมาหญิงวัย 60 ปีเสียชีวิตที่โรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของอิสราเอลแถลงว่า มีชาวอิสราเอลบาดเจ็บด้วย 2 คน คือเด็กหญิงวัย 8 ขวบ และชายวัย 31 ปีที่เป็นอาของเด็ก แต่อาการของทั้งคู่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้คนมาร่วมพิธีจุดเทียนไว้อาลัยที่โบสถ์เพรสไบทีเรียนของชุมชนแรนโชเบอร์นาโด เมืองโพเวย์ เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดวิด นิสลีต ผู้บังคับการตำรวจซานดิเอโก กล่าวว่า เจ้าหน้าที่หน่วยลาดตระเวนชายแดนซึ่งอยู่นอกเวลาราชการและอยู่ภายในโบสถ์นี้ด้วย ชักอาวุธปืนยิงใส่มือปืนรายนี้ขณะที่เขาขับรถหลบหนี แต่กระสุนโดนแค่ตัวรถ สุดท้ายตำรวจซานดิเอโกนายหนึ่ง ซึ่งได้ยินวิทยุและเร่งรุดมาที่เกิดเหตุ พบเห็นรถของผู้ต้องสงสัยและจับกุมตัวเขาไว้ได้ ที่เบาะด้านข้างคนขับ มีอาวุธปืนไรเฟิลวางอยู่ด้วย 1 กระบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น 6 เดือนคล้อยหลังมือปืนคลั่งลัทธิคนขาวเป็นใหญ่ กราดยิงโบสถ์ยิวชื่อทรีออฟไลฟ์ ที่เมืองพิตส์เบิร์ก เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว มีเหยื่อเสียชีวิต 11 คน ถือเป็นการโจมตีชุมชนชาวยิวครั้งนองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอร์กล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยรายนี้ไม่เคยมีประวัติก่ออาชญากรรม แต่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบกิจกรรมทางโซเชียลมีเดียของเขา และกำลังตรวจพิสูจน์ว่าจดหมายเปิดผนึกเนื้อหาต่อต้านชาวยิวที่เผยแพร่ในห้องสนทนาของพวกขวาจัดไม่กี่ชั่วโมงก่อนก่อเหตุ เป็นของเขาจริงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า ถ้อยแถลงนี้มีความคล้ายคลึงกับถ้อยแถลงในบอร์ดเดียวกันที่โพสต์โดยเบรนตัน ทาร์แรนต์ ชายคลั่งคตินิยมคนขาวเป็นใหญ่ ที่กราดยิงมัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์เมื่อวันที่ 15 มีนาคม สังหารชาวมุสลิม 50 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จดหมายเปิดผนึกของเออร์เนสต์ที่เต็มไปด้วยถ้อยคำเกลียดชัง กล่าวว่า เขาได้แรงบันดาลใจจากการกราดยิงชาวมุสลิมที่ไครสต์เชิร์ชและการกราดยิงชาวยิวที่พิตส์เบิร์ก และยังอ้างด้วยว่า เขาเป็นคนวางเพลิงมัสยิดในรัฐแคลิฟอร์เนียแห่งนี้เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งเกิดคล้อยหลังเหตุการณ์ที่ไครสต์เชิร์ช 1 สัปดาห์&amp;nbsp; เหตุการณ์วางเพลิงศูนย์อิสลามเอสคอนดิโอครั้งนั้น ไม่ได้ทำให้ใครได้รับบาดเจ็บ และตำรวจยังไม่สามารถคลี่คลายคดีนี้ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/34643</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, คนขาวเป็นใหญ่, สหรัฐ, โบสถ์ยิว, โพเวย์, ไครสต์เชิร์ช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190428/image_big_5cc5ae20f1077.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33065</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2019 21:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2019 21:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลนิวซีแลนด์สั่งตรวจสภาพจิตมือปืนฆ่าหมู่ไครสต์เชิร์ช</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้พิพากษาศาลนิวซีแลนด์มีคำสั่งให้ประเมินสภาพจิตของเบรนตัน ทาร์แรนต์ จำเลยคดีกราดยิงในมัสยิด 2 แห่งที่เมืองไครสต์เชิร์ชเมื่อกลางเดือนมีนาคม เพื่อวินิจฉัยว่าสภาพจิตของเขาพร้อมสำหรับการพิจารณาคดีข้อหาฆาตกรรม 50 กระทง และพยายามฆ่าอีก 39 กระทงหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักข่าวรออยู่ด้านนอกศาลแขวงไครสต์เชิร์ชเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2562 ระหว่างที่คนร้ายรายนี้ให้การต่อศาลผ่านระบบวิดีโอทางไกล / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชายชาวออสเตรเลียวัย 28 ปี ซึ่งประกาศตนว่าเป็นผู้ที่มีคตินิยมคนขาวเป็นใหญ่ ก่อเหตุกราดยิงภายในมัสยิดอัลนูร์และมัสยิดลินวู้ด ที่เมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ ระหว่างที่ชาวมุสลิมประกอบพิธีละหมาดวันศุกร์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม มีเหยื่อเสียชีวิตรวมกัน 50 คน และบาดเจ็บอีก 39 คน รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา กล่าวว่า ศาลแขวงเมืองไครสต์เชิร์ชได้เปิดการไต่สวนวันเดียวกันนี้ โดยทาร์แรนต์ร่วมการไต่สวนผ่านระบบวิดีโอทางไกลจากเรือนจำในเมืองโอ๊กแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้พิพากษาศาลสูงแคเมอรอน แมนเดอร์ มีคำสั่งให้นักประเมินสุขภาพจิต 2 คน ทดสอบสภาพจิตใจของเขา เพื่อลงความเห็นว่า เขาเข้าข่ายวิกลจริตหรือไม่ ระหว่างการไต่สวนช่วงสั้นๆ ในครั้งนี้ ทาร์แรนต์รับฟังอย่างตั้งใจแต่ไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยยังไม่ต้องยื่นคำแก้ต่างในขณะนี้ แต่ต้องถูกควบคุมตัวไว้ในเรือนจำจนกว่าจะถึงการไต่สวนนัดหน้าวันที่ 14 มิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในห้องพิจารณาคดี มีผู้รอดชีวิตและครอบครัวของผู้เสียชีวิตประมาณ 50 คน มาฟังการไต่สวนและดูโฉมหน้ามือปืนที่ก่อเหตุฆ่าหมู่ครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของนิวซีแลนด์รายนี้ ผู้คนที่อยู่ในห้องสามารถเห็นโฉมหน้าของเขาผ่านจอโทรทัศน์ แต่กล้องที่ถ่ายทอดภาพภายในศาลไปยังจำเลยนั้น ให้เขาเห็นเฉพาะผู้พิพากษาและทนายความเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แรกเริ่มนั้น ระหว่างปรากฏตัวต่อศาลนัดแรก 1 วันภายหลังโดนจับกุม ทาร์แรนต์ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรม 1 กระทงตามขั้นตอนการยื่นคำร้องขอควบคุมตัวเขา แต่เมื่อวันศุกร์ เขาถูกตั้งข้อหาเพิ่มเป็นฆาตกรรม 50 กระทง และพยายามฆ่าอีก 39 กระทง ผู้พิพากษายังมีคำสั่งห้ามเผยแพร่รายชื่อของผู้บาดเจ็บ รวมถึงห้ามเปิดเผยใบหน้าของจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทาร์แรนต์ไล่ทนายความของเขาที่ศาลแต่งตั้งให้หลังจากถูกนำตัวขึ้นศาลนัดแรก ทำให้มีความหวั่นเกรงกันว่าเขาอาจจะให้การแก้ต่างเอง และพยายามใช้การสู้คดีของเขาเป็นฐานสำหรับการโฆษณาชวนเชื่อแนวคิดขวาจัด แต่เมื่อวันศุกร์ มีทนายความจากโอ๊กแลนด์ 2 คนทำหน้าที่ตัวแทนให้เขาในการไต่สวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฆาตกรรายนี้เผยแพร่แถลงการณ์ทางโซเชียลมีเดียประกาศแนวคิดเหยียดผิวขวาจัดของเขา อ้างว่าก่อเหตุครั้งนี้เพื่อแก้แค้นที่มุสลิมก่อการร้ายในยุโรป มีรายงานด้วยว่า กลุ่ม Generation Identitaire กลุ่มขวาจัดในฝรั่งเศสซึ่งต่อต้านคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย เปิดเผยว่า ทาร์แรนต์บริจาคเงินให้กลุ่ม 2 ครั้ง รวมเป็นเงิน 1,000 ยูโรเมื่อปี 2560.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33065</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฆ่าหมู่มุสลิม, ตรวจสภาพจิต, นิวซีแลนด์, เบรนตัน ทาร์แรนต์, ไครสต์เชิร์ช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190405/image_big_5ca7634aaaa0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32995</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/04/2019 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2019 21:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออสเตรเลียผ่านกฎหมายจำคุกผู้บริหารโซเชียลมีเดีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บทเรียนจากไลฟ์ฆ่าหมู่ในมัสยิดเมืองไครสต์เชิร์ช รัฐสภาออสเตรเลียผ่านกฎหมายกำหนดให้บริษัทโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊กและยูทูบ ต้องรับผิดชอบหากไม่ลบเนื้อหารุนแรงสุดโต่งอย่างทันควัน โดยระบุโทษปรับมโหฬาร ส่วนผู้บริหารอาจโดนจำคุกสูงสุด 3 ปี อีกด้านมือปืนฆ่าหมู่มัสยิดโดนตั้งข้อหาฆาตกรรม 50 กระทง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ จากวิดีโอที่คนร้ายถ่ายทอดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ขณะก่อเหตุกราดยิงมัสยิดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสเตียน พอร์เตอร์ อัยการสูงสุดของออสเตรเลียคุยว่า กฎหมายที่ผ่านรัฐสภาด้วยคะแนนท่วมท้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน นั้นน่าจะเป็นกฎหมายฉบับแรกของโลกที่กำหนดให้พวกผู้บริหารของบริษัทสื่อสังคมออนไลน์ต้องรับผิดชอบต่อเนื้อหารุนแรงที่ผู้ใช้งานเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กฎหมายฉบับนี้เรียกร้องให้บริษัทโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก และยูทูบ และบรรดาผู้บริหารของบริษัทเหล่านี้ ต้องรับผิดชอบในการลบเนื้อหาที่น่ารังเกียจอย่างรวดเร็ว อาทิ ภาพวิดีโอเกี่ยวกับการก่อการร้าย, ฆาตกรรม และอาชญากรรมร้ายแรงอื่นๆ หากไม่ดำเนินการ บริษัทอาจถูกปรับเงินนับพันๆ ล้านดอลลาร์ หรือ 10% ของรายได้ประจำปีทั่วโลก ส่วนผู้บริหารนั้นอาจถูกจำคุกสูงสุด 3 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ซึ่งคงต้องรับศึกหนักในการเลือกตั้งที่อาจจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม กล่าวว่า บริษัทโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่นั้นต้องรับผิดชอบด้วยการดำเนินการทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้มั่นใจว่าพวกผู้ก่อการร้ายฆ่าคนจะไม่ฉวยประโยชน์จากผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีของพวกเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบรนตัน ทาร์แรนต์ ชายชาวออสเตรเลีย วัย 28 ปี บุกเข้าไปกราดยิงฆ่าหมู่ชาวมุสลิม 50 ศพ ในมัสยิด 2 หลัง ที่เมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม โดยเขาถ่ายทอดสดการฆ่าหมู่ทางเฟซบุ๊กไลฟ์ด้วย เฟซบุ๊กกล่าวว่า บริษัทลบวิดีโอ 1.5 ล้านวิดีโอหลังเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ ตำรวจนิวซีแลนด์ส่งตัวเขาขึ้นศาลอีกครั้งเพื่อแจ้งข้อหาฆ่าคนตาย 50 กระทง และพยายามฆ่าอีก 39 กระทง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32995</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิง, จำคุก, ผู้บริหารโซเชียลมีเดีย, ออสเตรเลีย, ไครสต์เชิร์ช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190404/image_big_5ca60f9097e7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2019 19:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2019 19:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิวซีแลนด์ฉุน ผู้นำตุรกีเปิดคลิปฆ่าหมู่มุสลิมที่ไครสต์เชิร์ชประกอบหาเสียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;น่าตำหนิ รัฐบาลนิวซีแลนด์ไม่พอใจประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี นำคลิปวิดีโอมือปืนฆ่าหมู่มุสลิมภายในมัสยิดที่ไครสต์เชิร์ชมาเปิดระหว่างการปราศรัยหาเสียงเมื่อสุดสัปดาห์ ประณามเป็นการนำเหตุการณ์นี้มาทำให้เป็นเรื่องการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ทักทายผู้สนับสนุนขณะขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงให้พรรคยุติธรรมและการพัฒนา และพรรคขบวนการชาตินิยม ที่เมืองอิสมีร์ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2562 / TURKISH PRESIDENTIAL PRESS SERVICE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีแอร์โดอันของตุรกีกำลังเดินสายหาเสียงสำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะจัดขึ้นในเดือนนี้ และช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขาได้หยิบยกเหตุการณ์กราดยิงฆ่าหมู่ชาวมุสลิม 50 ศพที่มัสยิด 2 แห่งในเมืองไครสต์เชิร์ชของนิวซีแลนด์เมื่อวันศุกร์ที่ 15 มีนาคม เป็นประเด็นอ้างอิงว่า คือสัญญาณของความคิดเกลียดกลัวอิสลามที่โลกตะวันตกไม่ให้ความใส่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มือปืนเป็นชายชาวออสเตรเลียอายุ 28 ปีที่ประกาศตนเป็นผู้นับถือลัทธิคนขาวเป็นใหญ่ เขาได้ถ่ายทอดภาพสดการฆ่าหมู่ผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ และไม่กี่นาทีก่อนหน้าก่อเหตุ เขายังเผยแพร่คำประกาศความยาว 72 หน้าผ่านโซเชียลมีเดีย โจมตีชาวมุสลิมว่าเป็น &amp;quot;ผู้รุกราน&amp;quot; คำประกาศนี้พาดพิงถึงตุรกีและหออะซานแห่งสุเหร่าโซเฟียของนครอิสตันบุลที่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ สุเหร่าแห่งนี้เคยเป็นโบสถ์คริสต์แต่ถูกเปลี่ยนเป็นสุเหร่าอิสลามในสมัยจักรวรรดิออตโตมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการนิวซีแลนด์พยายามลบวิดีโอคลิปการฆ่าหมู่นี้โดยเร็วที่สุด และเตือนว่าจะดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ เฟซบุ๊กก็รีบลบคลิปและเนื้อหากว่าล้านชิ้นที่แชร์ต่อๆ กัน แต่ในการปราศรัยหาเสียงเมื่อสุดสัปดาห์ แอร์โดอันได้นำคลิปวิดีโอที่ว่านี้มาฉาย และในวันจันทร์ระหว่างการหาเสียงที่เมืองชานัคคาเลในภาคตะวันตกของตุรกี เขายังกล่าวถึงเหตุการณ์กราดยิงนี้อีกครั้ง โดยระบุว่าไม่ใช่เหตุการณ์เอกเทศ แต่เป็นเรื่องที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คนพวกนี้กำลังทดสอบเราด้วยข้อความที่ส่งมาถึงเราจากนิวซีแลนด์ที่ห่างจากนี่ 16,500 กม.&amp;quot; ผู้นำตุรกีปราศรัย แต่ในงานนี้เขาไม่ได้ฉายภาพวิดีโอนั้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ วินสตัน ปีเตอร์ส ของนิวซีแลนด์ประท้วงพฤติกรรมของผู้นำตุรกีทันทีเมื่อวันจันทร์ โดยกล่าวตำหนิว่า การนำเหตุสังหารหมู่มาเล่นเป็นเรื่องการเมืองนั้นทำให้อนาคตและความปลอดภัยของประชาชนชาวนิวซีแลนด์ในประเทศและต่างประเทศตกอยู่ในอันตราย ซึ่งไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาเผยด้วยว่า ได้ร้องเรียนเรื่องนี้โดยตรงกับรองประธานาธิบดีฟูอัต ออกทาย และรัฐมนตรีต่างประเทศเมฟลุต คาวูโซลู ของตุรกีที่มาเยือนนิวซีแลนด์ โดยแจ้งชัดเจนว่า นิวซีแลนด์คัดค้านลัทธิก่อการร้ายไม่ว่าในรูปแบบใด พร้อมกับย้ำว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่คนนิวซีแลนด์ ปีเตอร์สประกาศในวันอังคารด้วยว่า เขาจะเดินทางไปตุรกีสัปดาห์นี้ตามคำร้องขอของตุรกีเพื่อเข้าร่วมการประชุมพิเศษขององค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี).&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31750</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิงมัสยิด, ฉายคลิปฆ่าหมู่มุสลิม, นิวซีแลนด์, ประธานาธิบดีตุรกี, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน, ไครสต์เชิร์ช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190319/image_big_5c90e06e5d15c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
