<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 3 แกนนำพันธมิตรฯ ไม่รอลงอาญา คดีไล่รัฐบาลสมัคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.64 - &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมายเลขดำ อ.3973/2558 ที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ชุมนุมดาวกระจายปี 2551 ขับไล่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีขณะนั้น &amp;nbsp;ซึ่งเป็นคดีที่พนักอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ ฟ้องอดีตแกนนำ พันธมิตรฯ 9 คน คือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง, นายสนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข, นายสุริยะใส กตะศิลา, นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์, นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิ ใจดี ร่วมกันเป็นจำเลย 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดฯ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนในหมู่ประชาชนและก่อให้เกิดความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร, ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการโดยผู้กระทำคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ และเมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิก แต่ไม่เลิก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 215, 216&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อปี 2551 กลุ่มพันธมิตรฯ ได้รวมตัวกันต่อต้านและขับไล่รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีขณะนั้น คดีนี้ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2560 ให้ยกฟ้อง พล.ต.จำลอง จำเลยที่ 1 นายสุริยะใส กตะศิลา จำเลยที่ 6 &amp;nbsp;ส่วนนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ &amp;nbsp;นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิ ใจดี จำเลยที่ 7-9 มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 &amp;nbsp;แต่เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งเจตนาคดี และเหตุผล ประกอบอายุประวัติ อาชีพ ความประพฤติการศึกษา อบรม และสุขภาพของจำเลยทั้งสองแล้ว เห็นควรรอการกำหนดโทษไว้ 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาวันที่ 30 ม.ค.2562 ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยเห็นว่า จำเลยที่ 7-9 &amp;nbsp;ไม่มีความผิด จึงพิพากษาแก้ให้ยกฟ้องทั้งสามด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อัยการโจทก์ยื่นฎีกา &amp;nbsp;ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง 9 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่ได้มีความกังวลใดๆ อายุขนาดนี้แล้ว หากศาลยกฟ้องก็กลับบ้าน &amp;nbsp;ถ้าลงโทษไม่รอลงอาญาก็เข้าคุก คดีนี้ผ่านมา 3 ศาลแล้ว จะมีข้อยุติอย่างไร ก็ต้องรอดูคำพิพากษาของศาล และคิดว่าจะเป็นบรรทัดฐานสำคัญของการเคลื่อนไหว ของประชาชนในการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญในการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เพราะทั้ง 9 คนได้เชื่ออย่างสุจริตใจว่าตนเองทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการหยุดใช้อำนาจอย่างฉ้อฉลของรัฐบาลและรัฐสภาในขณะนั้น มีการใช้สิทธิ์การชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธ แต่ฝ่ายโจทก์ระบุว่ามีการกระทำผิดเกี่ยวกับทางอาญาในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นการยืนยันว่ารัฐธรรมนูญเมื่อประชาชนใช้สิทธิทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ รัฐธรรมนูญปกป้องคุ้มครองได้ระดับไหน และขอบเขตระหว่างรัฐธรรมนูญกับการทำผิดทางอาญาเป็นอย่างไร คดีนี้จะเป็นอีกคดีที่ชัดเจนคดีหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อมาถึงสถานการณ์ปัจจุบันการใช้สิทธิ์ในการชุมนุมมันบานปลายคล้ายว่า ทำให้เกิดความรุนแรง และภายใต้คำพูดว่าเป็นการกระทำอย่างสงบปราศจากอาวุธ ถ้าเทียบกับบรรทัดฐานของพันธมิตร น่าจะชัดเจนว่าขอบเขตมันต่างกัน พฤติการณ์ต่างกัน ดังนั้นการตัดสินคดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานการต่อสู้คนรุ่นหลังด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจำเลยคนอื่นก็เริ่มทยอยเดินขึ้นไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา 11.15 น. ศาลฎีกาตรวจสำนวนปรึกษากันแล้ว มีประเด็นวินิจฉัยว่า คดีที่อัยการโจทก์ฟ้องจำเลยที่&amp;nbsp;1-6&amp;nbsp;เป็นการฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ อ.1877/2558&amp;nbsp;และคดีหมายเลขแดงที่ อ.1878/2558&amp;nbsp;หรือไม่ เห็นว่า การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นการกดดันให้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ลาออก ซึ่งโจทก์ฟ้องเป็นหมายเลขแดงที่ อ.1877/2558&amp;nbsp;และคดีหมายเลขแดงที่ อ.1878/2558&amp;nbsp;ไปแล้วกับความผิดในคดีนี้ ซึ่งเป็นความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่&amp;nbsp;10&amp;nbsp;คนขึ้นไปแล้วก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;116&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;215&amp;nbsp;ดังนั้นจึงเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา&amp;nbsp;90&amp;nbsp;การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่&amp;nbsp;1-6&amp;nbsp;อีก ถือว่าเป็นคดีที่มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว โจทก์จึงนำการกระทำความผิดในคราวเดียวกันมาฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่&amp;nbsp;1-6&amp;nbsp;เป็นคดีนี้อีกไม่ได้จึงเป็นการฟ้องซ้ำ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;7-9&amp;nbsp;นั้น ได้แก่ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์,&amp;nbsp;นายอมร อมรรัตนานนท์ หรือรัชต์ยุตม์ ศิรโยธินภักดี และนายเทิดภูมิ ใจดี เห็นว่า ได้ขึ้นปราศรัยเชิญชวนให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล นอกจากนี้จำเลยที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ยังเดินทางไปชุมนุมปิดถนนมิตรภาพ จ.นครราชสีมา ส่วนจำเลยที่&amp;nbsp;8&amp;nbsp;นำผู้ชุมนุมไปปิดล้อมที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย การกระทำของจำเลยที่&amp;nbsp;7-9&amp;nbsp;เป็นการร่วมชุมนุมที่มีการปิดกั้นการจราจร จึงพิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยที่&amp;nbsp;7-9&amp;nbsp;เป็นการมั่วสุมก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา&amp;nbsp;116&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา&amp;nbsp;116&amp;nbsp;อนุ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และอนุ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ซึ่งเป็นบทหนักสุด ให้จำคุกคนละ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี แต่มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้&amp;nbsp;1ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คงจำคุกคนละ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เดือน โดยไม่รอลงอาญา หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จังได้ควบคุมตัวจำเลยที่ 7-9 ไปยังเรือนจำ เพื่อรับโทษตามคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งถึงที่สุดแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115130</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พธม., พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย, อมร อมรรัตนานนท์, เทิดภูมิ ใจดี, ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210831/image_big_612db0580beda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
