<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไชยา&#039; ลั่นขอติดตามการใช้งบของรัฐบาลอย่างเข้มงวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 2564 นายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการ ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีสภาผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 ว่าหลังจากที่ พ.ร.บ.งบฯผ่านการพิจารณา ในส่วนของเพื่อไทยโหวตไม่รับเนื่องจากงบปี 65 ไม่ตอบโจทย์โดยเฉพาะการแก้ปัญหาโควิด ที่รัฐบาลประเมินผิดพลาดว่าจะแก้ปัญหาได้ในปี 64 ทั้งเรื่องวัคซีน ซื้นฟู การจัดงบปี 65 จึงจัดตามภาวะปกติไม่ได้รองรับแก้โควิดไว้เลย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณ จึงมีการปรับลดงบประมาณที่เป็นไขมันบางส่วนไปไว้ในงบกลางเพื่อแก้ปัญหาโควิดแล้ว หลายคนอาจกังวลว่างบกลางเป็นงบที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ แต่ขอทำความเข้าใจกว่าการใช้งบกลางมีกระบวนการอยู่ การใช้จ่ายต้องดำเนินการตามข้อสังเกตที่เราวางไว้ว่าต้องใช้เพื่อแก้ไขปัญหาโควิดเท่านั้น หลังจากนี้ จะติดตามการใช้จ่ายงบประมาณส่วนนี้ รวมถึงงบส่วนอื่นๆอย่างเข้มงวดว่าเป็นตามวัตถุประสงค์หรือไม่ ถ้าไม่เป็นไปตามว้ตถุประสงค์หรือใช้ผิดประเภท ก็จะตรวจสอบถ้าเห็นข้อผิดพลาดก็จะเสนอไปยังหน่วยที่ทำหน้าที่ตรวจสอบโดยตรงเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปเพื่อประโยชน์ประชาชนมากที่สุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114128</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบประมาณปี 65, เพื่อไทย, ไชยา พรหมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610c9f2871cdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108483</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2021 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2021 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานกมธ.ติดตามงบฯ กระทุ้งรัฐบาลเปิดเผยความจริงกระบวนการจัดหาวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.64&amp;nbsp;-&amp;nbsp;นายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยความจริงกับประชาชนถึงความล่าช้าในการจัดหาวัคซีน ขณะนี้ล่วงเลยมานานมากแล้ว ยังไม่มีวี่แววว่าประชาชนจะได้ฉีดเมื่อไหร่ วันนี้ปัญหาอุปสรรคไม่ใช่เรื่องของเงินงบประมาณ เพราะเพิ่งผ่านการพิจารณางบประมาณจากสภาผู้แทนราษฎรทั้งงบปกติและงบเงินกู้ ล่าสุดเพิ่งผ่านการอนุมัติ พ.ร.ก.เงินกู้อีก 5 แสนล้านบาทไป ดังนั้นความล่าช้าอยู่ที่การบริหารจัดการของรัฐบาลเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยตัวเลขการจัดซื้อวัคซีนทั้งหมดทั้งที่ส่งมอบแล้ว และกำลังจะส่งมอบต้องเปิดเผยราคาต่อหน่วย เปิดเผยสัญญาทั้งหมด และใช้งบประมาณไปแล้วทั้งหมดเท่าไหร่ อีกทั้งเปิดเผยข้อเท็จจริงกรณีการนำเข้าวัคซีนทางเลือกยี่ห้ออื่นๆ เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่ขณะนี้ตัวเลขการจองวัดซีนทางเลือกผ่าน รพ.เอกชน มีเป็นจำนวนมาก แสดงให้เห็นว่าประชาชนขาดความเชื่อมั่นในคุณภาพวัคซีนที่รัฐบาลจัดหา และควรหยุดซื้อวัดซีน Sinovac ได้แล้ว งบประมาณที่ยังไม่ได้ใช้ควรจัดหาวัคซีนตัวอื่นที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่า รัฐบาลมักจะอ้างว่าความล่าช้าในการนำเข้าเกิดจากการตรวจร่างสัญญาจากทางสำนักงานอัยการสูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไชยากล่าวว่า ทราบจากแหล่งข่าวและจากแถลงการณ์ของสำนักอัยการสูงสุด ว่ายังไม่มีการส่งสัญญาวัคซีนทางเลือกตัวอื่นให้กับทางสำนักอัยการสูงสุดตรวจเลย มีเพียง 3 ชนิด คือ Sinovac &amp;nbsp;Astrazeneca &amp;nbsp;Pfizer เท่านั้นที่ผ่านการตรวจร่างสัญญาแล้ว ปัญหาการปิดแคมป์คนงาน 30 วัน ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของรัฐบาล เพราะเกิดปรากฏการณ์ผึ้งแตกรังไประบาดยังต่างจังหวัดทั่วประเทศ รัฐบาล โดยเฉพาะ ศบค. ควรล็อคพื้นที่แคมป์คนงานด้วยการระดมฉีดวัดซีนไม่ว่าจะเป็นแรงงานคนไทยหรือแรงงานต่างชาติ เพื่อสกัดการระบาดและคัดกรองกลุ่มผู้ไม่ติดเชื้อออกมาต่างหาก การปล่อยให้แรงงานกลับภูมิลำเนาด้วยข้ออ้างว่าหากเกิดการระบาดขึ้นสามารถหาเตียงได้ในต่างจังหวัดนั้นถือว่าเป็นเรื่องผิดพลาดอย่างร้ายแรง ในฐานะประธานคณะ กมธ.ติดตามงบฯ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยข้อเท็จจริงกับประชาชนเพื่อให้เกิดความโปร่งใส อีกทั้งตนขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ ศบค.ที่มีอำนาจเต็ม สั่งการให้ลดขั้นตอนการอนุมัติการนำเข้าวัคซีนทางเลือกโดยเร็ว เพราะเป็นภาวะสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดความล่าช้าในขั้นตอนราชการอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เมื่อรวบอำนาจไว้ที่นายกฯแล้ว ต้องรู้จักใช้อำนาจในการแก้ไขสถานการณ์โดยเร็ว เพราะชีวิตของประชาชนไม่ใช่ของเล่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108483</URL_LINK>
                <HASHTAG>ไชยา พรหมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af12d0b92e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2021 10:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2021 10:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทย ข้องใจ ปลัดมท. จัดหาวัคซีนเอื้อเอกชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย.2564 &amp;nbsp;นายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ส.ส.หนองบัวลำภู และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ท้วงหนังสือคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่มีถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเพื่อจัดหาวัคซีนให้กับพนักงานของบริษัทเอกชนรายหนึ่งทั่วประเทศเกือบ 7 หมื่นคนที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ ว่าจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนทั้งที่ประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งหนังสือดังกล่าว มีความเห็นว่า บริษัทเอกชนรายนั้นมีขีดความสามารถในการจัดหาวัคซีนทางเลือกให้กับพนักงานของตนเองได้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมาเบียดบังวัคซีนในส่วนที่จัดไว้เพื่อบริการประชาชนเลย &amp;nbsp;ถ้าหากกระทรวงมหาดไทยมีความปรารถนาดีจะสนับสนุนงบประมาณในการจัดหาวัคซีนเพิ่มก็น่าจะจัดหาวัคซีนสำหรับกำนันผู้ใหญ่บ้าน อาสาสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ที่เป็นด่านหน้าในพื้นที่ เพราะขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่มหาดไทยมีหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและกรุงเทพมหานครให้การสนับสนุนวัคซีนให้กับเอกชนรายใหญ่นั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องและจะถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายเดียว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106944</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, จัดหาวัคซีน, ส.ส.หนองบัวลำภู, ไชยา พรหมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60ceb8a4da901.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 10:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธาน กมธ.ติดตามงบ ท้วงประมูลโครงการรถไฟรางคู่ ส่อฮั้ว-จี้บิ๊กตู่ยกเลิก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.64 - นายไชยา พรหมา ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ และส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าการประมูลโครงการรถไฟรางคู่สายเหนือ ช่วงเด่นชัย-เชียงของ ระยะทาง 323 กิโลเมตร และโครงการรถไฟรางคู่สายอีสาน ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร- นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร ซึ่งผลการประมูลราคาต่ำกว่าราคากลางแบบเฉียดฉิว เป็นสิ่งที่น่าสังเกตถึงความไม่โปร่งใสเข้าข่ายการฮั้วประมูล เพราะผลการประมูลทั้ง 2 โครงการได้ราคาต่ำกว่าราคากลางเฉลี่ยเพียง 20 ล้านบาทเท่านั้น อยากเรียกร้องให้ พลเอกประยุทธ์ ได้ตรวจสอบหรือยกเลิกให้มีการประมูลใหม่ เพราะจะสามารถประหยัดงบประมาณได้มากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร ได้ติดตามการทำงานของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่ผ่านมาพบว่า ประสบภาวะการขาดทุนสะสมตลอดมา และเป็นภาระด้านงบประมาณแผ่นดินที่จะต้องจัดสรรเงินงบประมาณมาเพื่อชดเชยผลการขาดทุนและการดำเนินกิจการของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายในแต่ละปี เพราะฉะนั้นจะต้องจัดลำดับความสำคัญของปัญหา และคำนึงถึงความคุ้มค่าเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งสำคัญที่สุดต้องโปร่งใส และตรวจสอบได้&amp;nbsp;อยากจะเห็นสิ่งที่ พลเอกประยุทธ์ ที่ได้ประกาศนโยบายเรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริต เป็นวาระแห่งชาติ อย่าทำเพียงการประดิษฐ์คำพูดที่สวยหรู แต่ปราศจากความจริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104337</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, โครงการรถไฟรางคู่, ไชยา พรหมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af12d0b92e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100683</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยฟันธงประยุทธ์ ชิงยุบสภาฯแน่ จวกใช้งบ4.5หมื่นล้านสร้างฐานการเมือง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เมษายน 2564 นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการติดตามตรวจสอบงบประมาณฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชนบนพื้นฐานของโอกาสและศักยภาพของท้องถิ่น วงเงิน4.5หมื่นล้านบาท ที่ถูกมองจะเป็นการใช้งบประมาณสร้างฐานการเมืองในจังหวัดส.ส.ซีกรัฐบาล เพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมืองว่า แม้จะติดสถานการณ์โควิด ประชุมกมธ.ไม่ได้ แต่กมธ.พยายามติดตามการใช้งบโครงการดังกล่าวอยู่ ทราบว่าแต่ละจังหวัดจะสรุปโครงการต่างๆของส่วนราชการต่างๆในวันที่26-29 เม.ย.นี้ เพื่อส่งให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณา เป็นห่วงว่า โครงการเหล่านี้อาจมีลักษณะเป็นโครงการเก่าที่เคยเสนอมาในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด วงเงิน 4แสนล้านบาท แต่ไม่ผ่านการอนุมัติอาจถูกนำเสนอกลับมาใหม่ โดยโยกมาอยู่ในงบฟื้นฟู 4.5หมื่นล้านบาทครั้งนี้แทน โดยเฉพาะหมวดโครงสร้างพื้นฐานที่องค์กรปกครองท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ อาจมีการส่งสัญญาณเอื้อประโยชน์ให้กับจังหวัดส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เพื่อชิงความได้เปรียบ สร้างฐานเสียงทางการเมือง สอดรับกับคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่แบ่งพื้นที่ความรับผิดชอบให้รัฐมนตรีแต่ละคนใหม่ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายรัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไชยากล่าวว่า กมธ.ไม่ขัดข้องในการใช้เม็ดเงินผ่านโครงการต่างๆไปกระตุ้นเศรษฐกิจ แก้ปัญหาในพื้นที่ แต่ต้องเป็นไปด้วยความโปร่งใส ไม่เอื้อประโยชน์ทางการเมืองให้ฝ่ายใด งบฟื้นฟู4.5หมื่นล้านบาทของกระทรวงมหาดไทยครั้งนี้ มองเป็นอื่นไม่ได้ว่า เป็นการเอื้อประโยชน์ทางการเมือง ขณะนี้รัฐบาลถูกปัญหารุมเร้ามาก แก้ปัญหาโควิดล้มเหลว มีกระแสให้เปลี่ยนตัวรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี อาจทำให้รัฐบาลตัดสินใจชิงยุบสภาแก้ปัญหา ภายหลังจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี2565 ผ่านรัฐสภา และมีผลบังคับใช้ในเดือนต.ค.2564 &amp;nbsp;เป็นไปได้อาจยุบสภาเดือนพ.ย.-ธ.ค.2564 ให้จัดเลือกตั้งใหม่ โดยที่รัฐบาลยังมีความได้เปรียบเรื่องงบประมาณ และกติการัฐธรรมนูญฉบับเดิม ที่250ส.ว.ยังคงอยู่ ทำให้กลุ่มอำนาจเดิมยังมีความได้เปรียบในการฟอร์มรัฐบาลชุดใหม่ ตัวนายกฯอาจไม่ใช่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะคงกลับมาลำบาก แต่ก็ยังเป็นทีมในกลุ่มอำนาจเดิม ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร โดยส.ว.จะมีส่วนสำคัญในการกำหนดตัวนายกฯใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100683</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคเพื่อไทย, ยุบสภา, ส.ส.หนองบัวลำภู, ไชยา พรหมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_60854a74bbdff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82142</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2020 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2020 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพื่อไทยกระตุกรายวันจี้ &#039;ประยุทธ์&#039;ลาออกแก้วิกฤตประเทศได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค. 2563 นายไชยา พรหมา สส.หนองบัวลำภู รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการประชุมของรัฐสภาเพื่อร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นไว้ว่า จากสถานการณ์การออกมาชุมนุมของเยาวชนคนหนุ่มสาว นักเรียน นิสิต นักศึกษา ที่ใช้ยุทธวิธีการชุมนุมแบบดาวกระจายไร้ผู้นำทั่วประเทศในขณะนี้ เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกนั้น เป็นการแสดงออกในพลังบริสุทธิที่มีความปรารถนาต่อบ้านเมืองในฐานะอนาคตของชาติ อยากให้รัฐบาลรับฟังอย่างไม่มีอคติด้วยเหตุด้วยผล เพื่อร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ มูลเหตุของปัญหามาจากรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย มีการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร ผ่านกลไกระบบกฎหมายที่ถูกออกแบบไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น ระบบเลือกตั้งที่พิสดาร การให้อำนาจ สว.250 คนร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งตรงกับข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมเรื่องให้ปิดสวิตช์ สว.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ 20 ปี ยังมีอำนาจกำหนดนโยบายสาธารณะที่ครอบงำรัฐบาลในอนาคตและไม่ทันสมัยกับบริบทของสังคมที่มีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา อีกทั้งการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดของรัฐบาลนำมาซึ่งวิกฤติการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจในขณะนี้ ประชาชนทำมาหากินด้วยความยากลำบากฝืดเคือง ผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ต้องปิดกิจการ ธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ต้องปิดกิจการและเลิกจ้างคนงาน นโยบายและมาตรการการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลที่ออกมากลับไม่ประสบความสำเร็จ กลไกของระบบเศรษฐกิจไม่สนองตอบนโยบายของรัฐบาล หรือแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด ภาคธุรกิจที่เป็นแหล่งการจ้างงานยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ หากยังเป็นแบบนี้อยู่จะกระทบถึงระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ นอกจากนี้ ภาคการเกษตรซึ่งขณะนี้เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรกำลังจะออกสู่ตลาด รัฐบาลยังไม่มีมาตรการใด ๆ ออกมารองรับเพื่อช่วยเหลือภาคเกษตรกรรมอย่างเป็นรูปธรรมเลย หากปล่อยไว้แบบนี้ เกษตรกรต้องประสบกับการสิ้นเนื้อประดาตัวอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไชยา กล่าวว่า ปัญหาของประเทศในขณะนี้ เกิดจากการขาดความเชื่อมั่นในตัวผู้นำประเทศ คือตัวนายกรัฐมนตรี เพราะมาจากกลไกที่มาจากการรัฐประหารและไม่มีความเข้าใจในระบบเศรษฐกิจกลับมองปัญหาในมิติเดียวคือ มิติความมั่นคง การจัดสรรงบประมาณก็มุ่งเน้นการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์โดยไม่คำนึงถึงภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศจะเป็นอย่างไร ควรมุ่งเน้นการพัฒนาประเทศด้วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านเศรษฐกิจมากกว่าการแข่งขันทางด้านสะสมอาวุธ ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านเคยชี้แนะการแก้ไขปัญหาในแนวทางที่ถูกต้องมาหลายครั้งแต่รัฐบาลไม่ฟัง จนทำให้สถานการณ์เลวร้ายทั้งมิติการเมือง มิติทางด้านเศรษฐกิจ จนเกินจะเยียวยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครั้งนี้ เมื่อรัฐบาลต้องการรับฟังปัญหาจากสมาชิกรัฐสภา ตนก็อยากชี้แนะว่า ควรเข้าปัญหาก่อนว่าปัญหาของประเทศคืออะไร ปัญหาคือคนไม่มีความเชื่อมั่นในตัวท่านว่าจะบริหารประเทศต่อไปได้ ดังนั้น นักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน คนรุ่นใหม่ เขารู้ว่าหากปล่อยให้ท่านบริหารประเทศต่อไปแบบนี้อีก เขาไม่เห็นอนาคตอันสดใสในวันข้างหน้า เขาจึงออกมาเรียกร้องให้ท่านลาออก และยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ให้เป็นประชาธิปไตย แต่ท่านกลับมาคุกคามเขา อีกทั้งปล่อยให้มีการม็อบชนม็อบแบบนี้ จะนำมาซึ่งความเสียหายอันใหญ่หลวงจนยากจะแก้ไขได้ &amp;nbsp;ตนอยากขอเตือนพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ว่า รัฐบาลต้องแสดงจุดยืนและแสดงความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหาเพื่อสร้างสังคมของประเทศให้อยู่ร่วมกันได้บนความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันอย่างสันติวิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนทางเดียวในขณะนี้คือ ต้องยอมรับถึงความล้มเหลวในการบริหารประเทศ การแก้ไขปัญหาต้องแก้ให้ถูกจุด ตัวนายกรัฐมนตรีนั่นแหละคือปัญหาของประเทศ จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก เพราะการลาออกคือการแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองในวิถีทางประชาธิปไตยและเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนด้วยเช่นกัน เพราะยิ่งอยู่นานปัญหาของประเทศจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนยากจะแก้ไข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82142</URL_LINK>
                <HASHTAG>จี้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออก, รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย, ไชยา พรหมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d885450b470d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 08:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 08:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เพื่อไทย&#039;วอน&#039;ทัพเรือ-รัฐบาล&#039;คิดให้รอบคอบซื้อเรือดำน้ำจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.2563 - นายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ &amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ประชาชนเข้าใจดีในหน้าที่หลักของกองทัพเรือเพื่อป้องกันประเทศทางทะเล สำหรับการจัดหาอาวุธเพื่อป้องกันประเทศทางทะเลนั้นจะต้องคำนึงถึงองค์ประกอบในมิติต่างๆ ให้รอบคอบอย่างมีเหตุผลและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริง โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาทางด้านเศรษฐกิจอย่างซบเซามายาวนานและผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของ Covid-19 และยังไม่รู้ว่าสถานการณ์นี้จะจบสิ้นเมื่อใด ประชาชนตกอยู่ในสภาพทำมาหากินลำบาก ธุรกิจขยายกลางขนาดเล็กต้องปิดกิจการ ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ &amp;nbsp;รัฐบาลต้องแบกรับภาระด้านงบประมาณที่ขาดดุลงบประมาณต่อเนื่องติดต่อกันมาหลายปี อยากให้กองทัพเรือได้ทบทวนและเข้าใจต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่เป็นจริง ให้พิจารณาถึงความเหมาะสมกับสถานภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไชยากล่าวว่า ถ้าประเทศเรามีฐานะทางเศรษฐกิจดี มีเงินไม่จำกัดและสถานการณ์เอื้ออำนวย เราอยากซื้ออะไร มากน้อยแค่ไหนก็ทำได้ แต่ถ้าฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศไม่เอื้ออำนวย &amp;nbsp;การใช้จ่ายเงินเกินตัวอาจเป็นอันตรายต่อฐานะทางการเงินของประเทศ การซื้อเรือดำน้ำที่ต้องผูกพันงบประมาณหลายปี ย่อมส่งผลกระทบความต่อการบริหารงบประมาณของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะงบประมาณของกองทัพเรือเองซึ่งอาจกระทบต่อภารกิจอื่นของกองทัพเรือเช่นกัน ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาลและกองทัพเรือทบทวนและรับฟังข้อมูลรอบด้าน อย่ามองว่าเป็นการเสียหน้าหรือเป็นเรื่องโจมตีทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไชยากล่าวอีกว่า อยากให้พิจาณาด้วยความรอบคอบถึงความคุ้มค่า เพราะการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีนในครั้งนี้ อาจไม่เหมาะที่จะใช้งานในอ่าวไทย เพราะเรือต้องการความลึกที่ปลอดภัยในระดับ 50 เมตรขึ้นไป ในขณะที่พื้นที่อ่าวไทยมีความความลึกเฉลี่ยประมาณ 44 เมตรเท่านั้น และมีเนื้อที่ในส่วนที่เป็นเขตเศรษฐกิจน่านน้ำไทยประมาณ 2 แสนตารางกิโลเมตร (กรมทรัพยากรธรณี, 2555) ซึ่งเหลือพื้นที่แคบมากสำหรับการปฏิบัติการใต้น้ำ อีกทั้งเรือดำน้ำขนาดใหญ่ที่มีความลึกปลอดภัย (safe depth) ประมาณ 60 เมตรจะไม่สามารถปฏิบัติการใต้น้ำได้ตั้งแต่ครึ่งอ่าวไทยตอนบน และถ้าจำเป็นที่ต้องจัดหาในอนาคต ควรเป็นเรือที่ปฏิบัติการใต้น้ำได้ทั่วทั้งอ่าวไทยและนอกอ่าวไทย ที่เรียกว่า เรือดำน้ำชายฝั่ง (coastal submarine) และเรือดำน้ำจิ๋ว (midget submarine) ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าและประหยัดงบประมาณกว่า รัฐบาลและกองทัพเรือ ไม่ควรอ้างถึงเรื่องความมั่นคงทางกองทัพอย่างเดียว หรือมองว่าประเทศอื่นเขามีและเราจะต้องมีตามเขา เพราะความจำเป็นของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน สถานการณ์ในวันนี้ควรชะลอการสั่งซื้อหรือยืดระยะเวลาออกไป ให้สถานะทางเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นและโอกาสเอื้ออำนวยมากกว่านี้ จะเป็นผลดีสำหรับประเทศในภาพรวม อีกทั้งในโลกสมัยใหม่การสร้างดุลอำนาจทางการเมืองและทางการทหาร ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครมีอาวุธเหนือกว่าใคร แต่อยู่ที่การสร้างดุลอำนาจบนโต๊ะเจรจาทางการทูตมากกว่า จึงอยากให้รัฐบาลและกองทัพเรือรับฟังด้วยเหตุผลโดยปราศจากการมีอคติกับคนที่เห็นต่างในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75564</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ, พท., พรรคเพื่อไทย, ส.ส.หนองบัวลำภู, สภาผู้แทนราษฎร, เรือดำน้ำ, ไชยา พรหมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d885450b470d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
