<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/02/2021 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2021 14:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.เตือน&quot;แมงลักแคปซูล”โฆษณาออนไลน์ ลดอ้วน พบผสม &quot;  ไซบูทรามีน &quot;กินเสี่ยงตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
15 ก.พ.64-เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้รับเรื่องร้องเรียนการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหารแมงลักแคปซูล ขายผ่าน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อออนไลน์ต่าง ๆ โดยพบการอ้างสรรพคุณในการลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วนแบบเร่งด่วน สลายไขมันส่วนเกินบนร่างกาย เมื่อตรวจสอบข้อมูลในระบบพบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. และเคยตรวจพบไซบูทรามีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 ห้ามผลิต นำเข้า ส่งออก ขาย หรือครอบครอง &amp;nbsp;โดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนมีโทษสูงสุดจำคุกตั้งแต่ 5 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ 5 แสนบาท - 2 ล้านบาท &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หากขายจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ 4 แสนบาท - 2 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไซบูทรามีน (Sibutramine) ถือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;โรคความดันโลหิต โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคตับ โรคไต โรคต้อหิน หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ผลข้างเคียงจากการใช้ไซบูทรามีน เช่น ปากแห้ง ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ท้องผูก ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็ว และ &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากได้รับในปริมาณมากอาจร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่ง อย. ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบหาแหล่งลักลอบผลิตและจำหน่ายแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า สาว สาว พลัสไซส์ ที่อยากลดน้ำหนักควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ควบคุมอาหาร รวมทั้งออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ไม่ควรหลงเชื่อซื้อผลิตภัณฑ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามที่โฆษณากล่าวอ้างทางสื่อออนไลน์ เพราะไม่ได้ผลแถมอาจมีสารที่เป็นอันตราย มีผลข้างเคียงรุนแรงถึง &amp;nbsp; ขั้นเสียชีวิตได้ หากผู้บริโภคพบเห็นเบาะแสการโฆษณา การผลิต/จำหน่ายผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งมาที่สายด่วน อย. 1556 หรือ Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93210</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อย., น.ส.สุภัทรา บุญเสริม, แมงลักแคปซูล, ไซบูทรามีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210216/image_big_602b76842ae25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18201</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2018 23:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2018 23:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.ยกระดับ&#039;ไซบูทรามีน&#039;เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท1โทษรุนแรงคุก20ปีปรับ2ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.61- นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่จำหน่ายในท้องตลาดเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมามักพบว่ามีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาอวดอ้างลดน้ำหนัก มีการใส่ไซบูทรามีน ซึ่งทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงต่อผู้บริโภคบางรายถึงขั้นเสียชีวิต โดยไซบูทรามีน (Sibutramine) ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางทำให้รู้สึกไม่อยากอาหารและส่งผลข้างเคียงกับคนที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดต่าง ๆ ในปี 2553 ประเทศในยุโรปจึงประกาศยกเลิกไม่ให้ใช้ยานี้ รวมทั้งในประเทศไทยได้มีการเรียกเก็บยาที่มีสารไซบูทรามีนออกจากท้องตลาดและยกเลิกทะเบียนยาไซบูทรามีน อย่างไรก็ตาม ปัญหาการลักลอบใส่ไซบูทรามีนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็ยังคง พบอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ออกประกาศฯ กำหนดให้ไซบูทรามีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 &amp;nbsp;ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2561 เป็นต้นไป ผู้ใดผลิตนำเข้าหรือส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีไซบูทรามีนเป็นส่วนผสมจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;5 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ 5 แสนบาท - 2 ล้านบาท ผู้ใดขายจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4 แสนบาท - 2 ล้านบาท ผู้ใดครอบครองจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 -5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาท - 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมไปถึงผู้ที่บริโภคผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ก็ถือว่าเป็นความผิดด้วย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.พูนพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่จำหน่ายในท้องตลาดเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมามักพบว่ามีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาอวดอ้างลดน้ำหนัก มีการใส่ไซบูทรามีน ซึ่งทำให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงต่อผู้บริโภคบางรายถึงขั้นเสียชีวิต โดยไซบูทรามีน (Sibutramine) ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางทำให้รู้สึกไม่อยากอาหารและส่งผลข้างเคียงกับคนที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดต่าง ๆ ในปี 2553 ประเทศในยุโรปจึงประกาศยกเลิกไม่ให้ใช้ยานี้ รวมทั้งในประเทศไทยได้มีการเรียกเก็บยาที่มีสารไซบูทรามีนออกจากท้องตลาดและยกเลิกทะเบียนยาไซบูทรามีน อย่างไรก็ตาม ปัญหาการลักลอบใส่ไซบูทรามีนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารก็ยังคง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พบอยู่ ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ออกประกาศฯ กำหนดให้ไซบูทรามีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 กันยายน 2561 เป็นต้นไป ผู้ใดผลิตนำเข้าหรือส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีไซบูทรามีนเป็นส่วนผสมจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;5 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ 5 แสนบาท - 2 ล้านบาท ผู้ใดขายจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4 แสนบาท - 2 ล้านบาท ผู้ใดครอบครองจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 -5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาท - 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมไปถึงผู้ที่บริโภคผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ก็ถือว่าเป็นความผิดด้วย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.พูลลาภ &amp;nbsp;กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถลดความอ้วนได้ หากมีการโฆษณาว่าสามารถช่วยรักษาโรค ลดความอ้วนหรือมีผลในทางยา ขอให้สงสัยไว้ก่อนว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อาจมีส่วนผสมของยา ซึ่งผู้ใช้อาจได้รับผลข้างเคียงจากยานั้น จนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หากผู้บริโภคต้องการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและควบคุมอาหาร รวมทั้งออกกำลังกายอย่างเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากผู้บริโภคต้องการใช้ยาลดความอ้วนจะต้องใช้ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น ไม่ควรหาซื้อยามารับประทานเอง เพราะอาจส่งผลกระทบกับสุขภาพและชีวิต การใช้ยาลดความอ้วนไม่สามารถทำให้หายจากโรคอ้วนได้ เมื่อหยุดยาไประยะหนึ่งแล้วจะทำให้น้ำหนักกลับมาเพิ่มมากยิ่งขึ้น หรือที่เรียกว่า YO &amp;ndash; YO Effect หากผู้บริโภคพบเห็นเบาะแสการโฆษณา การผลิต/จำหน่ายยาลดความอ้วนผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งมาได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือ ร้องเรียนผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวดต่อไปกล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถลดความอ้วนได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากมีการโฆษณาว่าสามารถช่วยรักษาโรค ลดความอ้วนหรือมีผลในทางยา ขอให้สงสัยไว้ก่อนว่า &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อาจมีส่วนผสมของยา ซึ่งผู้ใช้อาจได้รับผลข้างเคียงจากยานั้น จนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หากผู้บริโภคต้องการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและควบคุมอาหาร รวมทั้งออกกำลังกายอย่างเหมาะสม หากผู้บริโภคต้องการใช้ยาลดความอ้วนจะต้องใช้ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น ไม่ควรหาซื้อยามารับประทานเอง เพราะอาจส่งผลกระทบกับสุขภาพและชีวิต การใช้ยาลดความอ้วนไม่สามารถทำให้หายจากโรคอ้วนได้ เมื่อหยุดยาไประยะหนึ่งแล้วจะทำให้น้ำหนักกลับมาเพิ่มมากยิ่งขึ้น หรือที่เรียกว่า YO &amp;ndash; YO Effect หากผู้บริโภคพบเห็นเบาะแสการโฆษณา การผลิต/จำหน่ายยาลดความอ้วนผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งมาได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือ ร้องเรียนผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18201</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์, นพ.พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา, อย., ไซบูทรามีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180922/image_big_5ba672b3445c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16337</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2018 15:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2018 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอ้โห !!! โทษหนัก &quot;ยาผสมไซบูทรามีน&quot;ปรับ 2ล้าน จำคุกสูงสุด20ปี </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
28ส.ค.61-ความคืบหน้า อย. ยกระดับการควบคุมสารไซบูทรามีน คาดว่าน่าจะสามารถลงนามและมีผลบังคับใช้ได้ประมาณเดือน ก.ย.นี้ โดยจะมีโทษสูงขึ้น เป็น ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี ปรับสูงสุด 2 ล้านบาท จากเดิมที่ควบคุมตามพ.ร.บ.ปรับเพียง 2 แสนบาท จำคุก 2 ปี เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยความคืบหน้าการยกร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เพื่อยกระดับการควบคุมสารไซบูทรามีนว่า ไซบูทรามีนเป็นสารอันตรายที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ไม่อนุญาตให้มีการนำเข้ามาใช้ในประเทศไทยแล้ว แต่กลับมีการลักลอบนำเข้ามาผสมในผลิตภัณฑ์สุขภาพที่อ้างว่าช่วยลดน้ำหนัก ดังนั้นทางอย.จึงได้มีการยกร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุขเพื่อยกระดับการควบคุมไซบูทรามีนในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ได้ยกร่างเสร็จและเสนอให้รมว.สาธารณสุขพิจารณาลงนามในประกาศดังกล่าวแล้ว คาดว่าน่าจะสามารถลงนามและมีผลบังคับใช้ได้ประมาณเดือน ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.สุรโชค กล่าวว่า ในร่างดังกล่าวได้ยกระดับไซบูทรามีนจากยาอันตรายให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 1 ตาม พ.ร.บ.วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559 ผลิต นำเข้า จำหน่าย หรือลอบนำมาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์สุขภาพ ฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี ปรับสูงสุด 2 ล้านบาท จากเดิมที่ควบคุมตามพ.ร.บ.ปรับเพียง 2 แสนบาท จำคุก 2 ปี เท่านั้น โดยรวมไปถึงเรื่องของการโฆษณา รีวิต่างๆ หากรีวิวผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารดังกล่าวก็ต้องดูว่าใช้จริงหรือไม่ ไม่ได้ใช้เองก็เท่ากับว่าหลอกลวง โอ้อวดเกินจริง ถ้าขายด้วยก็นับว่ามีความผิดตามโทษที่ปรับเพิ่ม และจะผิดพ.ร.บ.ยาด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถอ้างว่ามีการตรวจสอบเลขอย.แล้ว ได้ ดังนั้นต้องรอบคอบ ตรวจสอบให้ชัดเจน และที่สำคัญเรื่องการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพต่างๆ เป็นสิ่งที่ต้องขออนุญาตจากอย.ก่อนอยู่แล้ว จะทำไปก่อนแล้วอ้างตรวจสอบเลข อย.แล้วไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16337</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์, อย., เพิ่มโทษยาใส่ไซบูทรามีน, ไซบูทรามีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180505/image_big_5aed894051e88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้คุมอาหารเสริม ผสมไซบูทรามีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มเครือข่ายเภสัชกรเรียกร้องหน่วยงานภาครัฐเร่งควบคุมผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนัก พบยังมีการผสมสารพิษไซบูทรามีนที่ทำให้เสียชีวิต เผยช่วงปี 52-61 มีผู้เสียชีวิตจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเฉลี่ยปีละ 2 ราย แต่ปีนี้ตายแล้ว 4 ระบุช่องทางจำหน่ายสำคัญคือออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 28 มิถุนายนนี้ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการแถลงข่าว &amp;quot;ไซบูทรามีน : อันตราย สถานะทางกฎหมายและการลักลอบนำเข้า&amp;quot; เภสัชกรหญิงนิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา กล่าวว่า แม้ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะมีการประชุมเตรียมยกระดับสารไซบูทรามีนให้เป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 20 ปี ครอบคลุมตั้งแต่ผู้นำเข้า, ผู้ผลิต และผู้จำหน่าย แต่ก็พบว่ายังมีการฝ่าฝืนจำหน่ายในออนไลน์ และแม้ว่าข่าวจากสื่อมวลชนจะเตือนให้ระวัง หรือแจ้งว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนี้อันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็ยังมีคนหลงเชื่อซื้อหามารับประทาน จากการเก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2552-2561 พบว่ามีผู้เสียชีวิตจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเฉลี่ยปีละ 2 ราย แต่ในปี 2561 เพียงแค่ครึ่งปี เสียชีวิตแล้ว 4 ราย มากที่สุด จึงอยากเรียกร้อง อย. กรมศุลกากร และกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกันช่วยแก้ไขและเฝ้าระวัง ให้มีการตรวจสอบการนำเข้า และจับปรับร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สถาพร อารักษ์วทนะ นักวิชาการผลิตภัณฑ์สุขภาพ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า จากการสุ่มตรวจสอบของมูลนิธิ พบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนักในตลาดออนไลน์ ไม่มีการอัพเดตข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ทาง อย.ยกเลิกตำรับ หรือห้ามจำหน่ายอย่างเด็ดขาด ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ และอยู่ในวังวนของอันตรายจากการรับประทาน อีกทั้งเมื่อมีการตรวจสอบเลขสารระบบของ อย. พบว่าบางผลิตภัณฑ์ไม่มี เท่ากับเป็นสินค้าอันตราย จึงอยากเรียกร้องให้ตลาดออนไลน์ เว็บไซต์ชื่อดัง มีการตรวจสอบสินค้าก่อนนำมาจำหน่ายให้กับผู้บริโภค และติดตามประกาศ อย.อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการตรวจสอบพบว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลีนที่มีผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี และ อย.ประกาศห้ามจำหน่าย กลับยังไม่ถูกเอาลงจากเว็บไซต์ เรื่องนี้กระทรวงดิจิทัลฯ และ กสทช.ต้องเข้ามาตรวจสอบ ควบคุม คุ้มครองประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วินัย วนานุกูล รองผู้อำนวยการ รพ.รามาธิบดี และหัวหน้าศูนย์พิษวิทยา กล่าวว่า สารไซบูทรามีนทำให้เกิดอาการใจสั่น และมีอาการทางระบบประสาท โดยสูตรโครงสร้างของไซบูทรามีน พบว่ามีโครงสร้างทางเคมีคล้ายยาบ้า ผลข้างเคียงคือทำให้เบื่ออาหาร ปัจจุบันทางการแพทย์ได้ยกเลิกการใช้ไปแล้ว ฉะนั้นผลิตภัณฑ์ที่เห็นในท้องตลาดมักเขียนหรือแสดงสรรพคุณทำให้เกิดความเข้าใจผิด ข้อมูลของศูนย์พิษวิทยาในปี 2558-2560 พบอายุเฉลี่ยของผู้ได้รับอันตรายจากผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักอยู่ที่ 13-48 ปี ร้อยละ 86 รองลงมาอายุ 12 ปี ร้อยละ 14 นอกจากนี้ยังพบอันตรายข้างเคียงจากการบริโภคสารไซบูทรามีนร่วมกับกลุ่มยาทางจิตเวช จะช่วยเสริมฤทธิ์ เกิดอาการทางระบบประสาท ใจสั่น ชีพจรผิดปกติ และเสียชีวิตได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เภสัชกรวสันต์ มีคุณ เภสัชกรโรงพยาบาลวาริชภูมิ จ.สกลนคร กล่าวว่า ปัญหายาลดน้ำหนักระบาด ซื้อหาง่าย ซึ่งเครือข่ายของเภสัชกรภาคอีสานพบว่า มีคนไข้หลายรายมาหาแพทย์ด้วยอาการใจสั่น ท้องเสีย และมีอาการระบบประสาท เป็นผลจากไซบูทรามีน หากไม่มีการซักประวัติคนไข้ให้ดีจะไม่รู้เลยและแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด และยังพบว่าคนไข้ส่วนใหญ่เกินครึ่งซื้อหาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนักมาจากเว็บไซต์ จึงอยากเรียกร้องให้มีการควบคุมตรวจสอบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12314</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วินัย วนานุกูล, นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี, สถาพร อารักษ์วทนะ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไซบูทรามีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180628/image_big_5b34e5466d967.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11158</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2018 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาหารเสริม6ยี่ห้อ ผสมสารอันตราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มูลนิธิผู้บริโภคเผยผลตรวจอาหารเสริมลดน้ำหนักขายทางออนไลน์ พบ 6 ยี่ห้อผสมไซบูทรามีน ฟลูออกซิทีน ที่ทำให้คนตายมาแล้ว อึ้งผลิตภัณฑ์ที่ถูกจับกุมยังวางขายเกร่อ จี้หน่วยงานรับผิดชอบจัดการด่วน ด้านคดีเมจิก สกิน หลอกลวงประชาชน ศาลสั่งปล่อยตัวชั่วคราวผัวเมียเจ้าของบริษัท หลังครบกำหนดฝากขัง 4 ผลัด เหตุอัยการเลื่อนสั่งคดีไปเป็น 12 ก.ค.61
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค วันที่ 11 มิถุนายนนี้ แพทย์หญิงนิยดา เกียรติยิ่งอังคุลี ผู้จัดการแผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา น.ส.สารี อ๋องสมหวัง บรรณาธิการบริหารนิตยสารฉลาดซื้อ และ น.ส.สถาพร อารักษ์วทนะ นักวิชาการด้านอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมแถลงข่าวผลทดสอบ &amp;quot;ไซบูทรามีน-ฟลูออกซิทีน&amp;quot; ในอาหารเสริมลดน้ำหนัก จากการตรวจสอบทั้งหมด 16 ตัวอย่าง จากเว็บไซต์ขายของออนไลน์ชื่อดัง จำนวน 8 แห่ง ได้แก่ C mart, Shop at 24, LAZADA, We mall, Watsons, 11 street, Konvy และ Shopee ในเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมที่ผ่านมา พบ 6 ตัวอย่างจาก 16 ตัวอย่างผลิตภัณฑ์มีสารประกอบอันตรายคือ &amp;quot;ไซบูทรามีน-ฟลูออกซิทีน&amp;quot; ได้แก่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไอกะ AIKA DIETARY SUPPLEMENT PRODUCT สั่งซื้อจาก LAZADA มีเลข อย.จดแจ้ง 74-2-03357-1-0195 สถานภาพเลข อย.ยังคงอยู่ พบสารไซบูทรามีน-ฟลูออกซิทีน 2.ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มินิมอล บาย ฟาหลนฝน MINIMAL BY FALONFON DIETARY SUPPLEMENT PRODUCT รุ่นผลิตเดือนมกราคม 2018 สั่งซื้อจาก C mart ผลิตโดยบริษัท คอสมา แล็บ จำกัด มีเลข อย.จดแจ้ง 10-1-13058-1-0013 พบมีสารไซบูทรามีน 3.ผลิตภัณฑ์เอส-ไลน์ (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) S-LINE (DIETARY SUPPLEMENT PRODUCT) สั่งซื้อจาก LAZADA เลข อย. 74-1-05243-1-0002 ผลิตโดยบริษัท ที.ซี. ยูเนี่ยน โกลบอล จำกัด (มหาชน) พบสารไซบูทรามีน 4.ผลิตภัณฑ์ ลีน หรือแอลวายเอ็น (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร) LYN (Dietary supplement product) สั่งจาก 11 street เลข อย. 13-1-05459-5-0006 สถานะหน้าเว็บ อย.ยกเลิกแล้ว ตรวจพบสารไซบูทรามีน 5.แอล-ฟิน by ลูกสำรอง สั่งซื้อทาง Shopee สถานภาพเลข อย.ยังคงอยู่ แม้ อย.จะประกาศว่าเป็นผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย และตำรวจตรวจจับแล้ว 6.KALO (แกลโล) ถูกตำรวจจับแล้ว พบสารฟลูออกซิทีน สั่งซื้อจาก 11 street สถานภาพเลข อย.ยังคงอยู่ แม้จะพบสารประกอบอันตราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.สถาพรกล่าวว่า ได้นำผลิตภัณฑ์ที่พบสารอันตราย สุ่มตรวจล่าสุด วันที่ 7-10 มิถุนายน บนเว็บไซต์ขายของออนไลน์ชื่อดัง จำนวน 8 แห่ง ยังพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไอกะ ซึ่งมีสารไซบูทรามีน-ฟลูออกซิทีน ใน LAZADA และ Shopee และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร มินิมอล บาย ฟาหลนฝน ก็ยังมีขายอยู่เช่นกัน นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ลีนมีการบุกจับทลายแหล่งผลิต และมีผู้เสียชีวิต แต่ยังมีจำหน่ายในห้างออนไลน์ ส่วนแอล-ฟิน by ลูกสำรอง ตรวจพบไซบูทรามีน ก็ขายอยู่เช่นกัน รวมถึงแกลโลด้วย ทั้งๆ ที่ตำรวจทลายแหล่ง อย.ประกาศเป็นผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย แสดงว่า 6 ผลิตภัณฑ์นี้ยังหาซื้อได้ที่ออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.สารีกล่าวว่า ไซบูทรามีน ประเทศไทยห้ามใช้แล้ว บริษัทถอนทะเบียน ไทยก็ยกเลิกตำรับแล้ว จึงถือเป็นยาอันตราย ฉะนั้นขอเรียกร้องให้ร้านค้าออนไลน์ 4 แห่งแสดงความรับผิดชอบ เอาสินค้าออกจากตลาดออนไลน์ทันที เพราะเป็นการขายอาหารเสริมผิดกฎหมาย พร้อมให้ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนนำสินค้าขายออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ภญ.นิยดากล่าวว่า ไซบูทรามีนเข้ามาในประเทศไทยได้อย่างไร จนมีการลักลอบผสมในอาหาร ระบบรายงานของเรามีปัญหา การนำเข้ามีปัญหา ฉะนั้น ไม่ว่ากรมศุลกากร กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข อย.ต้องหาให้เจอ มิเช่นนั้นจะเจอคนเสียชีวิตไปเรื่อยๆ ซึ่งสาร &amp;quot;ไซบูทรามีน-ฟลูออกซิทีน&amp;quot; ฤทธิ์ของยาลดอาการซึมเศร้า บางยี่ห้อผสมทั้งสองตัว อาจทำให้เกิดการเสียชีวิตได้ วันนี้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอันตราย สินค้าถูกบังคับขายด้วยเงินสด สินค้าไปอยู่มือที่ 2 มือที่ 3 แล้ว เมื่อเสียเงินแล้วก็มีความพยายามจะขายของให้ได้ นี่คือระเบิดเวลาที่พร้อมปล่อยอยู่ตลอดเวลา เรายังทลายไม่ถึงต้นตอจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นางวรรณภา พวงสน อายุ 34 ปี หัวหน้าทีมและเจ้าของบริษัท เมจิก สกิน จำกัด และนายกร พวงสน อายุ 37 ปี สามี ผู้ดูแลการเงิน ทั้งสองเป็นผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน บริษัท เมจิก สกิน จำกัด เดินทางมารายงานตัวต่อศาลหลังครบกำหนดฝากขัง 4 ผลัด รวม 48 วัน เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ จึงต้องเดินทางมารายงานตัวต่อศาลในวันนี้ โดยทั้งสองได้รับการประกันตัวจากศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีนี้ เป็นคดีที่พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. ส่งสำนวนการสอบสวน 2 ลัง พยานเอกสารหลักฐาน 6,932 แผ่น ที่มีผู้เสียหายรวม 145 คน มูลค่าความเสียหาย 113 ล้านบาทเศษ พร้อมความเห็นสมควรฟ้องผู้ต้องหารวม 6 ราย ประกอบด้วย บริษัท เมจิก สกิน จำกัด โดยนายกร พวงสน ผู้ต้องหาที่ 1, นายกร พวงสน อายุ 37 ปี ในฐานะส่วนตัว ผู้ต้องหาที่ 2, นางวรรณภา พวงสน อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาที่ 3, น.ส.ตรีชฎา หรือส้ม ใจสบาย อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาที่ 4, บริษัท ฮานิว โคเรีย จำกัด ผู้ต้องหาที่ 5 และ น.ส.ปาจรีย์ วงศ์สมบูรณ์ อายุ 33 ปี ในฐานะส่วนตัว ผู้ต้องหาที่ 6 ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343, พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560, พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้ต้องหาที่ 1-4 ถูกกล่าวหาร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ข้อมูลที่บิดเบือนหรือข้อมูลที่เป็นเท็จ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ผลิตเพื่อจำหน่ายเครื่องสำอางปลอม รับจ้างผลิตเครื่องสำอางปลอม ส่วนผู้ต้องหาที่ 5-6 แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันรับจ้างผลิตเครื่องสำอางโดยไม่แจ้งรายละเอียดเครื่องสำอางตามที่จดแจ้ง, เป็นผู้รับจ้างผลิตฉลากที่มีข้อมูลซึ่งอาจก่อให้เกิดการเข้าใจผิดในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับเครื่องสำอาง และรับจ้างผลิตเครื่องสำอางปลอม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา อัยการได้เลื่อนการสั่งคดีนี้ออกไปเป็นวันที่ 12 ก.ค.นี้ เนื่องจากต้องให้พนักงานสอบสวน สอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นตรวจหาสารประกอบและสรรพคุณ ที่ชี้ให้อัยการเห็นว่าเครื่องสำอางดังกล่าวนั้นมีการอวดอ้างเกินจริงอย่างไร เพราะเป็นสาระสำคัญทางคดี โดยนายกรและนางวรรณภา ที่ได้ประกันตัวในชั้นฝากขัง เมื่อครบกำหนดฝากขังผลัดที่ 4 อัยการสั่งคดียังไม่แล้วเสร็จ จึงต้องทำหนังสือแจ้งไปยังศาลเพื่อขอให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ไปก่อน และนัดผู้ต้องหาทั้งหมดให้มาฟังการสั่งคดีในวันที่ 12 ก.ค.นี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ น.ส.ตรีชฎา และ น.ส.ปาจรีย์ ได้รับการประกันตัวไปในชั้นพนักงานสอบสวน จะต้องมาฟังการสั่งคดีในวันเดียวกัน ส่วนนายกรและนางวรรณภา เมื่อพ้นอำนาจควบคุมตัวฝากขังชั้นศาลแล้ว ถ้าอัยการสั่งฟ้องก็จะแจ้งพนักงานสอบสวนให้ตามตัวมาฟ้องต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันนี้ (11 มิ.ย.) หลังจากที่นางวรรณภาและนายกรเดินทางมารายงานตัว และรับเงินประกันตัวคืนจากศาลหลังครบฝากขังผลัด 4 แล้ว ก็ได้เดินทางกลับโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า คดีนี้ข้อหาหลักคือร่วมกันฉ้อโกงประชาชน อัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี คดีมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ดังนั้นการที่ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวมาจนครบกำหนดฝากขัง 4 ผลัด และต้องปล่อยตัวไปพลางก่อน เนื่องจากคณะทำงานอัยการมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนกองปราบฯ สอบเพิ่มเติมในบางประเด็น จึงยังไม่สามารถสั่งคดีได้ในช่วงฝากขังผู้ต้องหา อย่างไรก็ตาม หากพนักงานสอบสวนสอบเพิ่มเติมแล้วเสร็จ และส่งผลสอบเพิ่มเติมกลับมา หากคณะทำงานอัยการพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีความสมบูรณ์ มีหลักฐานพอฟ้อง ก็จะมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหา และให้พนักงานสอบสวนติดต่อนำตัวผู้ต้องหามาพบอัยการเพื่อส่งฟ้องศาลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง นพ.เจษฎา ฉายคุณรัฐ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 นพ.ธนิศ เสริมแก้ว สาธารณสุขจังหวัดพัทลุง และ นพ.นิรันดร์ จันทร์ตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพัทลุง ร่วมแถลงข่าวการออกตรวจและเรียกเก็บผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและอาหารเสริมที่ผิดกฎหมายจาก 16 ร้านค้า โดยเฉพาะ 2 ยี่ห้อดัง เครื่องสำอางเมจิก สกิน และผลิตภัณฑ์อาหารเสริม Lyn FS-Three (ลีน) และ Lyn Block Burn Break Build พบเครื่องสำอางผิดกฎหมาย 19 รายการ จำนวน 3,512 กล่อง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารผิดกฎหมาย 2 รายการ จำนวน 167 กล่อง รวมมูลค่ากว่า 6 แสนบาท ซึ่งได้ดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11158</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.สถาพร อารักษ์วทนะ, น.ส.สารี อ๋องสมหวัง, นายกร พวงสน, ฟลูออกซิทีน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมจิก สกิน, แพทย์หญิงนิยดา เกียรติยิ่งอังคุลี, โกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง, ไซบูทรามีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180611/image_big_5b1e82deb65fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 14:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพิ่มโทษ&quot;ไซบูทรามีน&quot; จำคุกสูงสุด 20 ปี ปรับถึง 2 ล้านบาทหาก&quot;ผลิต- ผสม -ขาย&quot; </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากThaihealth .or.th&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย. ยกระดับไซบูทรามีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ประเภท 1 เอาโทษถึงที่สุด &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หากผลิต นำเข้าหรือส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีไซบูทรามีนเป็นส่วนผสม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 - 20 ปี ปรับตั้งแต่ 5 แสนบาท - 2 ล้านบาท หากขายจำคุก 4 - 20 ปี ปรับต่ 4 แสนบาท - 2 ล้านบาท แต่ถ้าครอบครองจะถือว่าเป็นการกระทำผิดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทว่า จากกรณีผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มีการลักลอบใส่ไซบูทรามีนและเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต โดยไซบูทรามีน (Sibutramine) ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลางทำให้รู้สึกไม่อยากอาหารและส่งผลข้างเคียงกับคนที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดต่าง ๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปี 2553 ทางประเทศในยุโรปจึงประกาศยกเลิกไม่ให้ใช้ยานี้ รวมทั้งในประเทศไทยได้มีการเรียกเก็บยา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่มีสารไซบูทรามีนออกจากท้องตลาดและยกเลิกทะเบียนยาไซบูทรามีน แต่ปัจจุบันผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยังแอบเจือปนสารไซบูทรามีนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อหวังลดน้ำหนัก ซึ่งเข้าข่ายเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;และอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของประชาชน ผู้ใดผลิต จำหน่ายมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งจากการดำเนินการ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมายังพบการลักลอบใส่สารไซบูทรามีนในหลายผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงเสนอคณะกรรมการวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ยกระดับไซบูทรามีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 &amp;nbsp;ซึ่งหากผลิต นำเข้าหรือส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีไซบูทรามีนเป็นส่วนผสมจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ 5 แสนบาท - &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;2 ล้านบาท หากขายจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ 4 แสนบาท - 2 ล้านบาท &amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงการครอบครองผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ก็ถือว่าเป็นการกระทำผิดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า &amp;nbsp; ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่สามารถลดความอ้วนได้ หากมีการโฆษณาว่าสามารถช่วยรักษาโรค ลดความอ้วน &amp;nbsp;หรือมีผลในทางยา ขอให้สงสัยไว้ก่อนว่าอาจมีส่วนผสมของยา ซึ่งผู้ใช้อาจได้รับผลข้างเคียงจากยานั้น &amp;nbsp; จนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต หากผู้บริโภคต้องการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธี ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค และควบคุมอาหาร รวมทั้งออกกำลังกายอย่างเหมาะสม หากผู้บริโภคต้องการใช้ยาลดความอ้วนจะต้องใช้ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น ไม่ควรหาซื้อยามารับประทานเอง เพราะอาจส่งผลกระทบกับสุขภาพและชีวิต การใช้ยาลดความอ้วนไม่สามารถทำให้หายจากโรคอ้วนได้ เมื่อหยุดยาไประยะหนึ่งแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; จะทำให้น้ำหนักกลับมาเพิ่มมากยิ่งขึ้น หรือที่เรียกว่า YO &amp;ndash; YO Effect หากผู้บริโภคพบเห็นเบาะแส &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การโฆษณา การผลิต/จำหน่ายยาลดความอ้วนผิดกฎหมาย ขอให้แจ้งมาได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้องเรียนผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดำเนินคดีกับ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวดต่อไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9885</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์, นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา, อย., เพิ่มโทษหนักไซบูทรามีน, ไซบูทรามีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b06648350778.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/05/2018 16:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/05/2018 16:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>10อาหารเสริมถูกลงดาบ!อย.สั่งยกเลิกทะเบียนและเตรียมเพิ่มโทษการใช้สารไซบูทรามีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย. สั่งยกเลิกเลขสารบบอาหารผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 10 รายการ ที่ผลตรวจวิเคราะห์พบไซบูทรามีน พร้อมสั่งโรงงานงดผลิตทันที เผยเตรียมยกระดับไซบูทรามีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เพื่อให้บทลงโทษเด็ดขาดรุนแรงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นพ. สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เปิดเผยว่า กรณีพบผู้เสียชีวิตจากการรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน และล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประกาศรายชื่อผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขได้มีการเผยแพร่ว่าพบไซบูทรามีน จำนวน 10 รายการ ได้แก่ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;1. แกลโล (Kallow) เลขสารบบอาหาร 74-2-03357-1-0156 2.The eight &amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขสารบบอาหาร 74-2-03357-1-0170 3. คอลวีว่า และ 4. PUSH SHE (VIVI) เลขสารบบอาหาร 74-2-03357-1-0096 5. S-SECRET เอส &amp;ndash; ซีเครท ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อาร์จิ้น ซายย์ แคพ เลขสารบบอาหาร 74-2-03357-1-0073 6. Finale เลขสารบบอาหาร &amp;nbsp;74-2-03357-1-0242 7. แอล-ฟิน By ลูกสำรอง เลขสารบบอาหาร &amp;nbsp;74-2-03357-1-0180 8. BOXY INDELAR เลขสารบบอาหาร 74-2-03357-1-0070 9. Luk Sam Rong เลขสารบบอาหาร &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 74-2-03357-1-0180 รวมทั้งในส่วนของ อย. ยังได้ตรวจพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน คือ นูวิตร้า (Nuvitra) เลขสารบบอาหาร 74-2-03357-1-0138 ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมีชื่อ บริษัท สยาม เฮลท์ แอนด์ บิวตี้ แคร์ จำกัด เป็นผู้ผลิต โดย อย. ได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้าตรวจค้นสถานที่ผลิตไปเมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2561 ที่ผ่านมา ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้ดำเนินการสั่งยกเลิกเลขสารบบอาหารของผลิตภัณฑ์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้ง 10 รายการ ทั้งนี้ อย. จะร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ใน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การติดตามตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์อาหารของทุกแหล่งผลิต หากพบข้อบกพร่องใด ๆ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จะดำเนินการสั่งยกเลิกเลขสารบบอาหารและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า ไซบูทรามีนเป็นยาที่ยกเลิกทะเบียนตำรับไปแล้ว &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ตั้งแต่ ปี 2553 เนื่องจากมีรายงานถึงผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด แต่ปัจจุบันก็ยังพบปัญหา การลักลอบนำเข้าไซบูทรามีนมาผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งทำให้เกิดผลเสียร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิตของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ ดังนั้น อย. จึงมีนโยบายควบคุมเข้มงวดมากขึ้นในการยกระดับไซบูทรามีนให้เป็น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เพื่อให้ผู้ฝ่าฝืนได้รับบทลงโทษเด็ดขาดรุนแรงมากขึ้นซึ่งจะได้มีการพิจารณา &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการประชุมวันที่ 24 พฤษภาคม 2561 นี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9805</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทะเบียนอย., อย., อาหารเสริม, ไซบูทรามีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b0531cac429f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
