<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>44181</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2019 16:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2019 16:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไซเตส&#039;ชื่นชมรัฐบาลไทยประสบผลสำเร็จแก้ปัญหาค้า&#039;งาช้าง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.62 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พอใจการดำเนินงานแก้ไขปัญหางาช้างผิดกฎหมาย หลังจากประเทศไทยพ้นจากบัญชีดำรายการประเทศที่ลักลอบค้างาช้างของไซเตสเมื่อปีที่แล้ว และขณะนี้มีการประชุมไซเตส ครั้งที่ 18 ระหว่างวันที่ 17-28 ส.ค.62 ที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณารายงานการวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบสารสนเทศการค้าช้าง (ETIS Report) ใช้ข้อมูลปี 2558-2560 ปรากฏว่า ประเทศไทยไม่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการค้างาช้างผิดกฎหมาย ส่งผลให้ไทยหลุดพ้นจากประเทศที่ต้องพัฒนาและดำเนินการตามแผนปฏิบัติการงาช้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีย้ำว่าที่ผ่านมาประเทศไทยไม่มีคดีค้างาช้างลอตใหญ่ มีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้น แม้จะพบว่ายังมีตลาดค้างาช้างอยู่บ้าง แต่ก็มีมาตรการควบคุมอย่างรัดกุม ที่สำคัญรัฐบาลได้ปรับปรุง พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฉบับล่าสุด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในเดือน พ.ย.62 โดยกฎหมายใหม่จะช่วยให้การปฏิบัติตามอนุสัญญาไซเตสมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะมีการกำหนดชนิดพันธุ์สัตว์ที่ได้รับความคุ้มครอง และบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น และการพ้นจากบัญชีดำยังช่วยลดความเสี่ยงด้านการค้าพืชและสัตว์อีกกว่า 35,000 ชนิด เช่น กล้วยไม้ และไม้มีค่าอื่น ๆ อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานว่า เลขาธิการไซเตสได้แสดงความชื่นชมประเทศไทยที่ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติตามอนุสัญญาไซเตส และมีบทบาทอย่างชัดเจนในการเป็นผู้นำของภูมิภาค และเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ประเทศอื่น โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะสนับสนุนการดำเนินงานของไซเตส เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป&amp;quot;โฆษกประจำสำนักนายกฯระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44181</URL_LINK>
                <HASHTAG>ETIS Report, งาช้าง, นฤมล ภิญโญสินวัฒน์, ไซเตส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190806/image_big_5d498be857f02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2018 12:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2018 12:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มูลค่า&#039;เสือดำ&#039;3ล้านน้อยไป&#039;ศรีสุวรรณ&#039;แนะกรมอุทยานฯฟ้องแพ่ง 300 ล้านขึ้นไปตามหลักคิดสากล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23มี.ค.61 -นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์สมาคมฯ เรื่อง &amp;quot;คัดค้านกรมอุทยานฯ เรียกค่าเสียหายทางแพ่งเสือดำน้อยเกินควร&amp;quot; ระบุว่า จากกรณีที่อัยการให้เพิ่มการประเมินค่าเสียหายทางแพ่งต่อระบบนิเวศในคดีล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี กับคณะของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเว๊ลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน)และพวกรวม 4 คน ตามมาตรา 97 แห่งพรบ.สิ่งแวดล้อม 2535 เบื้องต้นกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประเมินค่าเสียหายทางแพ่งไว้ จำนวน 3,034,612 บาทนั้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
ตัวเลขการประเมินดังกล่าว ไม่น่าจะสอดคล้องกับค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากการที่กรมอุทยานแห่งชาติฯต้องสูญเสียเสือดำซึ่งเป็นสัตว์ป่าตามบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาไซเตสและเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่หายากและมีความเสี่ยงของการสูญพันธุ์สูง ไม่สามารถเพาะขยายพันธุ์ได้ง่ายๆ เพราะการเกิดขึ้นของเสือดำเป็นการเกิดขึ้นมาในลักษณะของการกลายพันธุ์ หรือการผ่าเหล่า (Mutation) ของเสือดาว ดังนั้นจะนำมาเปรียบเทียบกับการซื้อขายแยกเป็นตัวๆ ตามหลักคิดของการซื้อขายสัตว์ทั่วไปนั้นไม่ได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
การที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ ต้องสูญเสียเสือดำเพศเมียไป 1 ตัวย่อมทำให้เสียสมดุลทางนิเวศในพื้นที่ดังกล่าวไปเป็นเวลานานกว่า 5 ปีจึงจะทำให้สมดุลกลับคืนมา เพราะเสือดำเป็นสัตว์นักล่าอยู่ชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหาร (Food Chain) การขาดเสือดำไปจะทำให้สัตว์ถูกล่า เช่น กระต่าย หมูป่า กวาง ฯลฯ เจริญพันธุ์ได้มากขึ้น ซึ่งมีโอกาสที่จะไปทำลายนิเวศโดยรอบให้เสียสมดุลได้ และอาจลุกลามมาทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านด้านนอกเขตรักษาพันธุ์ฯ ได้หากพืชอาหารของสัตว์ถูกล่ามีไม่เพียงพอ อีกทั้งเสือดำเพศเมียที่ถูกฆ่าอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ย่อมมีโอกาสที่จะขายพันธุ์ได้ในรุ่นลูก รุ่นหลาน ได้อีกมากอาจถึง 100 เลยก็ได้ซึ่งจะทำให้มูลค่าของเสือดำ 1 ตัวมากกว่า 1,000 ล้านบาทเลยทีเดียว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่าของการผลิตเสือลายเมฆที่สวนสัตว์เขาเขียว ตามโครงการความร่วมมือในการอนุรักษ์เสือลายเมฆในประเทศไทย ร่วมกับภาคี (Thailand Clouded Leopard Consortium) ประกอบด้วย องค์การสวนสัตว์ ร่วมกับหน่วยงานจากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ สถาบันสมิธโซเนียน สวนสัตว์แนชวิลล์ และสวนสัตว์พอยท์เดอไฟแอนส์ รวมถึงคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแล้ว จะพบว่ามีค่าใช้จ่ายมากกว่า 500 ล้านบาทกว่าที่จะผลิตเสือลายเมฆให้ได้หนึ่งคู่ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวกรมอุทยานแห่งชาติฯสามารถขอข้อมูลมาประกอบคดีได้จากองค์การสวนสัตว์ฯ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดีในกรณีทางแพ่งได้ดีกว่า
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
ดังนั้น สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงใคร่เรียกร้องต่อกรมอุทยานแห่งชาติฯ ให้เปลี่ยนหลักคิดทางแพ่งในการเรียกค่าเสียหายจากการฆ่าเสือดำดังกล่าวเสียใหม่ซึ่งไม่น่าจะต่ำกว่า 300-500 ล้านบาท ซึ่งเป็นหลักคิดค่าเสียหายในทางการลงโทษที่สากลใช้กัน ทั้งนี้ ไม่ต้องเกรงว่าจะเป็นบรรทัดฐานที่จะไปกระทบต่อบุคคลอื่นๆ ที่อาจจะขับรถไปชนเสือดำตาย หรือคนยากคนจนที่อาจจะไปล่า เพราะการฆ่าเสือดำนั้นกฎหมายจะเอาผิดขั้นสูงสุดก็แต่เฉพาะคนที่มี &amp;ldquo;เจตนา&amp;rdquo; ฆ่าเท่านั้น กรณีดังกล่าวหากกรมอุทยานฯแห่งชาติไม่ทบทวนวิธีคิดค่าเสียหายดังกล่าวเสียใหม่ สมาคมฯ ก็จำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิทางศาลในการฟ้องกรมอุทยานฯ เพื่อหาข้อยุติในทางกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5633</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีเปรมชัย, คดีเสือดำ, ศรีสุวรรณ จรรยา, ไซเตส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180323/image_big_5ab495fa4da09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/03/2018 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/03/2018 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก๊วนเปรมชัย&#039;ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา &#039;ศรีวราห์&#039; ลั่นครอบครองงาช้างผิด 100 เปอร์เซ็นต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp;มี.ค. 61 - ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก. ปปป.)​ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้เรียกนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตกและทีมเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบปากคำ เพื่อยืนยันการติดสินบนของเจ้าหน้าที่พบว่ามีนายยงค์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย วันนี้จึงเป็นการแจ้งข้อหานายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และนายยงค์ โดดเครือ คนขับรถและเป็นบุคคลในคลิปเสียงต่อรองกับเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;ร่วมกันติดสินบนเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนข้อหาจากที่นายเปรมชัย มารับทราบข้อกล่าวหาติดสินบนเจ้าหน้าที่ ที่บก.ปทส.​ แต่เพิ่มคำว่าร่วมกันติดสินบน แต่โทษเท่าเดิม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นนายเปรมชัย &amp;nbsp;และนายยงค์ &amp;nbsp;ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ส่วนรายละเอียดไม่สามารถบอกได้เป็นเรื่องของสำนวน นอกจากนี้ตนกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปสำนวนให้เสร็จภายใน 30 มี.ค.นี้ เพื่อส่งให้กับ บก.ปทส.​ เป็นผู้รวบรวมส่งให้พนักงานอัยการอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนเรื่องปืนที่พบในบ้านนายเปรมชัย เท่าที่ตนตรวจสอบพบ ส่วนใหญ่เป็นชื่อของนายเปรมชัย จะมีที่ไม่ใช่แค่ไม่กี่กระบอกเป็นชื่อของบิดานายเปรมชัย เป็นปืนมรดก ส่วนกรณีงาช้างนั้น ได้ตรวจสอบไปทางไซเตสแล้ว ไม่พบงานช้างดังกล่าวขึ้นทะเบียนกับไซเตส แสดงว่าผิด 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้รอหนังสือแจ้งการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากรมศุลกากรอยู่ ส่วนกรณีพนักงานอัยการจะให้สอบเพิ่มนั้น รอหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ จะได้ให้เจ้าหน้าที่สอบเพิ่ม&amp;quot; พล.ต.ต.ศรีวราห์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5390</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราฟฟิตี้รูปเสือดำ, คดีติดสินบน, งาช้าง, ปฏิเสธทุกข้อหา, พล.ต.อ.ศรีวราห์, เปรมชัย, ไซเตส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180320/image_big_5ab0916104432.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5165</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2018 17:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2018 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชื่นชม2หนุ่มกรีดยางเจอ &#039;ลูกแมวลายหินอ่อน&#039; รีบแจ้งจนท.รับไปดูแล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค. 61 - นายพรชัย สิทธิเกษตร เจ้าพนักงานป่าไม้อาวุโส หัวหน้าชุดสายตรวจคุ้มครองสัตว์ป่าประจำ จ.ชุมพร พร้อมเจ้าหน้าที่ไปรับลูกแมวป่า 2 ตัว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามกฎหมาย จากนายคำผง มณีจันทร์ อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 5 ตำบลพะเยาว์ อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีษะเกษ และ นายนาย ลาป่าน อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ &amp;nbsp;68 หมู่ 19 ตำบลนานากอก อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู ทั้งสองคนเป็นชาวอีสานมารับจ้างกรีดยางพารา อยู่ในหมู่บ้านนาขุ่ย หมู่ที่ 13 ตำบลดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร โดยนำลูกแมวป่าทั้ง 2 ตัว มาอนุบาลไว้ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากรมหลวงชุมพรด้านทิศใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรชัย กล่าวว่าสัตว์ป่าทั้งสองตัวนั้นเบื้องต้นจากการตรวจสอบยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นแมวลายหินอ่อนหรือแมวดาวเป็นเพศผู้ 1 ตัว เพศเมีย 1 ตัว อายุประมาณ 2-3 เดือน เกิดครอกเดียวกัน ซึ่งแมวป่าทั้งสองชนิดนี้มีสีและลายที่มีความใกล้เคียงกันมาก จึงต้องรอให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเพื่อความชัดเจนอีกครั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทั้งแมวลายหินอ่อนและแมวดาว สัตว์ป่าทั้ง 2 ชนิดนี้ถือว่าเป็นสัตว์อนุรักษ์คุ้มครองตามกฎหมาย โดยเฉพาะแมวลายหินอ่อนเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์หายากมากและเป็น 1 ใน 15 ชนิด ที่ขึ้นบัญชีเป็นสัตว์ป่าอนุรักษ์คุ้มครองใกล้สูญพันธุ์ ห้ามบุคคลใดมีไว้ในความครอบครองอย่าเด็ดขาด &amp;nbsp;และยังเป็นสัตว์ที่อยู่ในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อว่า &amp;ldquo;ไซเตส&amp;rdquo; อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรชัย กล่าวว่าต้องขอขอบคุณ นายคำผง และนายนาย ลูกจ้างกรีดยางพาราทั้ง 2 คนที่มีจิตใจเป็นนักอนุรักษ์ เพื่อพบเห็นแล้วไม่เอาไปเลี้ยง หรือนำไปขาย หรือฆ่าทำเป็นอาหาร หลังจากทั้ง 2 คนออกไปกรีดยางพาราเมือช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาและพบเห็นสุนัขกำลังจะกัดลูกแมวป่าทั้ง 2 ตัว จึงเข้าไปช่วยและเห็นว่าสัตว์ทั้ง 2 ตัว ไม่น่าจะเป็นแมวบ้านธรรมดาเพราะมีลักษณะสีสันแตกต่างกัน จึงนำไปโพสต์ผ่านเฟสบุ๊กและแจ้งผู้เกี่ยวข้องไปตรวจสอบและไปรับนำมาอนุบาลไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นสันนิษฐานว่าแม่ของแมวป่าทั้ง 2 ตัว อาจจะถูกฆ่าตายไปแล้วหรือมันอาจจะพลัดหลงมาแล้วเจอสุนัขไล่กัดซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด หลังจากอนุบาลไว้ชั่วคราวแล้ว จากนั้นจะนำไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่า จ.พังงา หรือที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย จ.เพชรบุรี ต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5165</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำผง มณีจันทร์, คุ้มครองสัตว์ป่าประจำ จ.ชุมพร, ชุมพร, นาย ลาป่าน, พรชัย สิทธิเกษตร, แมวดาว, แมวลายหินอ่อน, ไซเตส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180316/image_big_5aab9c163c2f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
