<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/04/2020 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/04/2020 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยภาพรวมการส่งออกสินค้าไทยในช่วงไตรมาสที่ 1/2563 ขยายตัวเป็นบวก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 เมษายน 2563 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยรายงานพบมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยในไตรมาสที่ 1/2563 พลิกกลับมาขยายตัวในรอบ 5 ไตรมาส ที่ 0.9% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน &amp;nbsp;YoY จากแรงหนุนของการส่งออกทองคำและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวดี ขณะที่ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงค่อนข้างมากเป็นปัจจัยกดดันต่อมูลค่าการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยในเดือนมี.ค. 2563 อยู่ที่ 22,405 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัว 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ผิดจากที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์กันไว้ว่าจะหดตัว โดยแรงหนุนการส่งออกสินค้าไทยในเดือนมี.ค. 2563 มาจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูงต่อเนื่อง ตามความต้องการถือสินทรัพย์ปลอดภัยของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น หลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทวีความรุนแรงขึ้นในเดือนมี.ค. 2563 หากหักการส่งออกทองคำแล้ว มูลค่าการส่งออกสินค้าไทยขยายตัว 0.2% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยที่กลับมาขยายตัวดีที่ 8.6% YoY ส่วนหนึ่งได้อานิสงส์จากการเป็นตลาดส่งออก Hard Disk Drive (HDD) ทดแทนจีนที่ปิดโรงงานการผลิตชั่วคราวในช่วงเดือนก.พ. 2563 อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์คาดว่าจะขยายตัวดีในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 จากการปิดโรงงานการผลิตชั่วคราวของจีนและความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นจากการ Work from home หลังหลายประเทศทั่วโลกประกาศล็อกดาวน์ ในขณะที่การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 มีแนวโน้มจะกลับมาหดตัว หลังปัจจัยชั่วคราวหมดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจัยชั่วคราวอย่างการเหลื่อมเดือนของการส่งคืนอาวุธยุทธปัจจัย รวมถึงรถถังและยานรบหุ้มเกราะที่นำเข้ามาในเดือนก.พ. 2563 เพื่อฝึกร่วมผสมทางทหารระหว่างกองทัพไทยกับสหรัฐฯ ในช่วงวันที่ 25 ก.พ. &amp;ndash; 6 มี.ค. 2563&amp;nbsp;
ทั้งนี้การส่งออกสินค้าไทยที่กลับมาขยายตัวในเดือนมี.ค. 2563 ช่วยหนุนภาพรวมการส่งออกสินค้าไทยในช่วงไตรมาสที่ 1/2563 ให้ขยายตัวเป็นบวก ในขณะที่การนำเข้าสินค้าของไทยช่วงไตรมาสที่ 1/2563 หดตัวร้อยละ 1.9 จากการนำเข้าสินค้าทุนที่ลดลง ส่งผลให้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดุลการค้าในไตรมาสที่ 1/2563 ยังคงเกินดุลที่ 3,933.7 ล้านดอลลาร์ฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมีมุมมองต่อมูลค่าการส่งออกสินค้าไทยในปี 2563 ว่าจะหดตัว 5.6% &amp;nbsp;แม้ว่าการส่งออกสินค้าอาหารคาดว่าจะยังขยายตัวได้ดีจากอานิสงส์ความต้องการในตลาดโลก แต่ปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกที่เข้าสู่ภาวะถดถอย ส่งผลให้ความต้องการสินค้าไทยในตลาดโลกโดยรวมลดลงไปด้วย ประกอบกับห่วงโซ่การผลิตหยุดชะงัก จากการประกาศล็อกดาวน์ของหลายประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ แม้ว่ามูลค่าการส่งออกสินค้าไทยจะหดตัว 5.6% แต่ถ้าเทียบมูลค่าเฉลี่ยรายเดือนที่ 19,371 ล้านดอลลาร์ฯ จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยในปี 2559&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63893</URL_LINK>
                <HASHTAG>การส่งออก, ปี2563, ศูนย์วิจัยกสิกรฯ, ไตรมาส 1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200422/image_big_5e9fadd7b8d8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8940</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>AIS  ฟันกำไรไตรมาสแรก 8,037 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;AIS ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2561 กำไรสุทธิ 8,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากปีก่อน และเพิ่มขึ้น 4.4% จากไตรมาสก่อน รายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากทั้งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre พร้อมต่อยอดธุรกิจดิจิทัลร่วมลงทุนใน Rabbit LINE Pay&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสจำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า &amp;nbsp;&amp;ldquo;AIS ในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัล ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาทั้งสินค้าและบริการ เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าและการทำธุรกิจในยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 1/2561 AIS ได้ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและบริการ ตามวิสัยทัศน์สู่การเป็น Digital Platform for Thais เพื่อร่วมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ประเทศไทย เห็นได้จากการลงทุนร่วมกับ Rabbit LINE Pay ในสัดส่วน 33.33% หรือคิดเป็นมูลค่า 788 ล้านบาท เพื่อรองรับพฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าผ่านแพลตฟอร์ม e-Money ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการชำระเงิน รวมถึงการเลือกซื้อสินค้าและบริการ ซึ่งนับเป็นกลไลสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคดิจิทัล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ AIS ยังเดินหน้าเสริมความแข็งแกร่งและรองรับการเติบโตของลูกค้าองค์กร ด้วยการผนวกธุรกิจของซีเอส ล็อกอินโฟร์ รวมถึงยังได้ลงนามในสัญญาเช่าอุปกรณ์และสัญญาใช้บริการข้ามโครงข่ายบนคลื่น 2100 MHz กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) อย่างเป็นทางการ เพื่อเสริมประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp;
สำหรับภาพรวมในไตรมาส 1/2561 AIS มีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 5.3% จากปีก่อน ขณะที่มีรายได้หลักจากการให้บริการเพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อน และ 2.5% จากไตรมาสก่อน จากทั้งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre โดยมีผู้ใช้งานมือถือ 4G คิดเป็นสัดส่วน 50% ของฐานลูกค้าทั้งหมด 40.1 ล้านเลขหมาย การใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นเป็น 7.6 กิกะไบต์ต่อเดือน จาก 6.7 กิกะไบต์ต่อเดือนในไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากความนิยมในการรับชมวิดีโอคอนเทนต์ผ่านโทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้าน AIS Fibre ได้เน้นการขยายฐานลูกค้าในพื้นที่ตัวเมือง 50 จังหวัด และมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 571,800 ราย ขณะที่รายได้จาก AIS Fibre เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 85% จากปีก่อนและ 6.0% จากไตรมาสก่อน สำหรับดิจิทัลคอนเทนต์ นอกจากพรีเมียมคอนเทนต์และฟรีทีวีกว่า 100 ช่องแล้ว AIS ได้เพิ่มช่องใหม่ ได้แก่ ช่อง CNN และช่อง Cartoon Network เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความบันเทิงและข่าวสารรอบโลกได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอป AIS PLAY บนมือถือ และ AIS PLAYBOX ทางทีวี ทั้งนี้ จากการควบคุมต้นทุนและรายได้ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.5% จากทั้งปีก่อนและ 4.4% จากไตรมาสก่อนอยู่ที่ 8,037 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในภาพรวมปี 2561 AIS ได้คงคาดการณ์การเติบโตของรายได้จากการให้บริการที่ 7-8 % และตั้งเป้าอัตรากำไร EBITDA ที่ 45-47% พร้อมจัดสรรงบลงทุนมูลค่า 35,000&amp;ndash;38,000 ล้านบาท ในการพัฒนาคุณภาพและเสริมประสิทธิภาพโครงข่ายเพื่อรองรับการใช้งานของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;AIS ยังคงมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับคุณภาพชีวิตและการดำเนินธุรกิจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสร้างความพร้อมทั้งด้านเครือข่าย และการบริการที่ดีที่สุด เพื่อรองรับทุกความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล พร้อมสนับสนุนและเสริมขีดความสามารถให้แก่คนไทย รวมถึงองค์กรภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศอย่างยั่งยืน&amp;rdquo; นายสมชัย กล่าวสรุป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8940</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผลประกอบการ, สมชัย เลิศสุทธิวงค์, เอไอเอส, แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส, ไตรมาส 1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180202/image_big_5a73de675757e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
