<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>9155</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2018 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2018 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธปท. ปลื้มไตรมาส 1 แบงก์กวาดกำไร 5 หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธปท. ปลื้มผลงานระบบธนาคารพาณิชย์ไตรมาส 1/2561 ฟันกำไร 5 หมื่นล้านบาท ชี้จับตาไตรมาส 2 รายได้จากค่าธรรมเนียมวูบ หลังแบงก์แข่งดุลดค่าธรรมเนียมการโอน ยันยังไม่เลิกระเบียบคุมแบงก์ยุ่งเกี่ยวธุรกิจคริปโตเตอเรนซี ระบุยังมีความเสี่ยงอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ดารณี แซ่จู ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของระบบธนาคารพาณิชย์ ในไตรมาส 1/2561 ขยายตัวต่อเนื่องจากสิ้นปีที่ผ่านมา ที่ระดับ 4.7% สอดคล้องกับการเติบโตของทิศทางเศรษฐกิจ โดยสินเชื่อธุรกิจขยายตัว 3.6% จากสินเชื่อเอสเอ็มอีที่กระจายตัวมากขึ้นในหลายธุรกิจ โดยสินเชื่อเอสเอ็มอี ขยายตัวที่ระดับ 7.4% จากธุรกิจพลังงานและอาหาร ส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ (ไม่รวมธุรกิจการเงิน) หดตัวที่ 2.6% เนื่องจากบางส่วนมีการชำระคืนสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ &amp;nbsp;รวมถึงการพึ่งพาทางเลือกในการระดมทุนผ่านตราสารหนี้และหุ้นมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสินเชื่ออุปโภคบริโภค ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7.1% จากทุกพอร์ตสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อรถยนต์ที่เร่งขึ้นมาอยู่ที่ 10.6% สอดคล้องกับยอดขายรถยนต์เชิงพาณิชย์และรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่เติบโตต่อเนื่องหลังสิ้นสุดระยะเวลาการถือครองรถยนต์คันแรก 5 ปี ส่วนสินเชื่อที่อยู่อาศัย ขยายตัว 5.8% สินเชื่อบัตรเครดิต ขยายตัว 5.3% และสินเชื่อส่วนบุคคล ขยายตัว 6.9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ต่อสินเชื่อรวม อยู่ที่ 2.92% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า ส่วนสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ ลดลงมาอยู่ที่ 2.32% โดยธนาคารพาณิชย์ได้กันเงินสำรองเพื่อสร้างความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระบบธนาคารพาณิชย์มีเงินสำรอง 622 พันล้านบาท โดยในไตรมาส 1/2561 ระบบธนาคารพาณิชย์มีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 5.01 หมื่นล้านบาท จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ 4.08 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แนวโน้มเศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง ก็คาดว่าจะเห็นทิศทางการขยายตัวของสินเชื่อเพิ่มขึ้นทุกไตรมาส โดย ธปท.คาดว่าทั้งปี 2561 สินเชื่อจะขยายตัวได้ 5-6% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขยายตัว 4% ซึ่งยอมรับว่าทิศทางการขยายตัวสินเชื่อหลังจากนี้ จะไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่ขยายตัวได้ 1.5-2 เท่าของจีดีพี เพราะภาคธุรกิจมีการปรับตัว ระดมทุนผ่านช่องทางอื่น เช่น ตราสารหนี้ การขอสินเชื่อผ่านระบบธนาคารพาณิชย์ก็ลดลงไปด้วย&amp;rdquo;น.ส.ดารณี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียม ธปท.คาดว่าในไตรมาส 2/2561 จะมีผลกระทบ โดยจะลดลงอย่างชัดเจน จากนโยบายพร้อมเพย์ และการแข่งขันเว้นค่าธรรมเนียมการโอนของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งทั้งปีที่ผ่านมารายได้จากค่าธรรมเนียมธนาคารอยู่ที่ 2 แสนล้านบาท เป็นค่าธรรมเนียมจากการโอน 12% หรือ คิดเป็น 2.4 หมื่นล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนกรณีการออกประกาศพระราชกําหนด (พ.ร.ก.) การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.2561 &amp;nbsp;เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคความเสี่ยงจากการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลนั้น ธปท. มองว่า กฎระเบียบเดิมที่ไม่ให้สถาบันการเงินทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ สกุลเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอเรนซี เพื่อเป็นการดูแลความเสี่ยงของการเข้าไปลงทุน ซึ่งขณะนี้ความเสี่ยงต่างๆยังอยู่ดังนั้น จึงไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์สำหรับธนาคารพาณิชย์ใดๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ผ่านมา ธปท. ได้ออกหนังสือเวียนถึงสถาบันการเงินไม่ให้ทำธุรกรรมเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล 5 ข้อ คือ ห้ามการเข้าไปลงทุนหรือซื้อขายในสกุลเงินดิจิทัล เพื่อผลประโยชน์ของสถาบันการเงินเองหรือผลประโยชน์ของลูกค้า ห้ามให้บริการรับแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลผ่านช่องทางให้บริการของสถาบันการเงิน ห้ามสร้างแพลตฟอร์ม เพื่อเป็นสื่อกลางให้ลูกค้าเข้าไปทำธุรกรรมเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลระหว่างกัน ห้ามให้ลูกค้าใช้บัตรเครดิตในการซื้อสกุลเงินดิจิตอล และ ห้ามสนับสนุนหรือให้คำปรึกษากับลูกค้าเกี่ยวกับการลงทุนหรือการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมบูรณ์ จิตเป็นธม ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า การบังคับมาตรฐานบัญชีใหม่ IFRS9 ที่ผ่านมาธนาคารมีการเตรียมการพอสมควร และได้สำรองตามมาตรฐานบัญชีใหม่เพิ่มไป 4-5 หมื่นล้านบาทไปตั้งแต่ปี 2558 ส่วนการจะบังคับใช้เมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับ คณะกรรมกำกับดูแลการประกอบวิชาชีพบัญชี (กกบ.) เพราะไม่ใช่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสถาบันการเงินอย่างเดียว แต่มีส่วนที่เกี่ยวข้องเช่น ส่วนราชการ ลูกค้า ผู้สอบบัญชี การตัดสินใจจะต้องพิจารณาในภาพรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลกระทบยังประเมินได้ยาก เพราะ 1.มีการปรับวิธีการคำนวณการสำรองเปลี่ยนแปลงไป เผื่อในอนาคต ไม่ได้เกี่ยวกับผลที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน 2.กระทบกับต้นทุนธนาคาร ความเสี่ยงและการสำรองอื่นๆ ซึ่งธนาคารพาณิชย์ได้มีการประเมินไว้แล้ว แต่ผลกระทบและวิธีการแต่ละแห่งประเมินได้ยาก ซึ่งยอมรับว่าการบังคับมาตรฐานบัญชีใหม่ จะมีผลกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีและต้นทุนดอกเบี้ยอยู่บ้าง แต่จะมากหรือน้อยคงประเมินไม่ได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9155</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไร, ค่าธรรมเนียม, ธนาคารพาณิชย์, ธปท., ไตรมาส1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180514/image_big_5af95ae91aab1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/04/2018 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/04/2018 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทิสโก้ยิ้มไตรมาสแรกฟันกำไรทะลุ 1,700 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มทิสโก้เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2561 กำไรสุทธิจำนวน 1,766 ล้านบาท เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 18.5% ประกาศเดินหน้าขยายการเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทัศน์ เรืองมานะมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1 ของปี 2561 ว่า กลุ่มทิสโก้มีกำไรสุทธิ 1,766 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 275 ล้านบาท หรือเติบโต 18.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และปรับเพิ่มขึ้น 244 ล้านบาท หรือ 16.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2560&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกลุ่มทิสโก้มีรายได้ดอกเบี้ยปรับตัวดีขึ้น จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อรวม ประกอบกับการขยายตัวของสินเชื่อจำนำทะเบียน หรือ สินเชื่อ &amp;ldquo;ทิสโก้ ออโต้แคช&amp;rdquo; โดยเฉพาะสินเชื่อที่ปล่อยให้แก่ลูกค้าผ่านช่องทาง &amp;ldquo;สมหวัง เงินสั่งได้&amp;rdquo; ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากทุกกลุ่มธุรกิจหลัก ทั้งธุรกิจธนาคารพาณิชย์และธุรกิจที่เกี่ยวกับตลาดทุน ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ในระดับต่ำที่ 2.32%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ระยะยาวของกลุ่มทิสโก้ ที่มุ่งเน้นการเติบโตในธุรกิจสินเชื่อที่มีหลักประกัน &amp;nbsp;ในช่วงปลายไตรมาส 1/2561 กลุ่มทิสโก้ยังได้บรรลุข้อตกลงการโอนธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลและธุรกิจบัตรเครดิต ให้แก่ ธนาคารซิตี้แบงก์ เอ็น.เอ. สาขากรุงเทพฯ โดยธุรกิจสินเชื่อบุคคลคาดว่าจะโอนย้ายแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/2561 และธุรกิจบัตรเครดิตคาดว่าจะโอนย้ายแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4/2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในไตรมาส 2/2561 และในช่วงที่เหลือของปี 2561 กลุ่มทิสโก้ยังคงเดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการด้านการเงินให้กับลูกค้าทุกกลุ่มอย่างครบวงจร &amp;nbsp;ด้วยการเป็นผู้ให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ดีแก่ลูกค้า &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้วยบริการ &amp;ldquo;TISCO Open Architecture&amp;rdquo; &amp;nbsp;ที่ทำให้กลุ่มทิสโก้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ให้สิทธิประโยชน์และต่อยอดการบริการให้แก่ลูกค้าได้เป็นอย่างดี &amp;nbsp;ทั้งกองทุนรวมและแบงก์แอสชัวร์รันส์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7325</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไร, ทิสโก้, ผลประกอบการ, สถาบันการเงิน, สินเชื่อ, สุทัศน์ เรืองมานะมงคล, ไตรมาส1</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad6b96b95ab6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
