<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101673</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 06:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 06:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สารจาก&#039;ไตรรงค์&#039;ถึงคนรุ่นใหม่ คิดจะพลิกฟ้าพลิกดินควรประเมินฝ่ายที่เขาไม่เห็นด้วย อาจมากกว่า 60 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ค.64-ดร. ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ออกบทความเรื่อง จักรบหรือฮู้ว่าสิ่งใดนั้นจา ผ่านเฟซบุ๊ก มีเนื้อหาดังนี้&amp;nbsp;
.
*ผู้ใดอ่านจบรับรองว่าจะทราบความหมายประโยคนี้แน่นอน
.
**ถ้าเขียนสั้นผู้อ่านก็จะไม่ได้ความรู้ แต่จะเขียนยาวได้ครั้งหนึ่งผมต้องอ่านและศึกษาเยอะมาก เพราะฉะนั้นบทความนี้จะเป็นฉบับสุดท้าย(สำหรับช่วงนี้) &amp;nbsp;หลังจากบทความฉบับนี้ ผมคงจะหยุดเขียนไปอีกนาน จนกว่าจะได้เนื้อหาเพียงพอมาเขียนบทความได้ใหม่ ขอให้อดทนอ่านบทความยาว ๆ ของผมฉบับนี้หน่อยแล้วกันนะครับ
.
#1 #คำนำ
.
ในบทความครั้งหลังสุดใน Facebook ของผม เรื่อง &amp;ldquo;กว่าจะได้เป็นประเทศไทย : ให้ระวังการรุกเงียบ&amp;rdquo; นั้น ใจจริงอยากเรียกว่า สยามประเทศหรือประเทศสยามมากกว่า มี FC หลายคนได้ต่อว่ากลับมาว่าทำไมไม่พูดถึงบทบาทของคนปักษ์ใต้ในการก่อตั้งสยามประเทศบ้าง ซึ่งยอมรับว่าเป็นความตั้งใจเพราะถ้าเขียนเรื่องปักษ์ใต้ด้วยก็จะทำให้บทความยาวเกินไป แค่ที่ทำไปก็รู้สึกว่ายาวอยู่แล้วจึงตั้งใจจะเขียนแยกต่างหาก เพราะเรื่องของปักษ์ใต้ในประวัติศาสตร์มีข้อมูลมากกว่าภาคอื่น ๆ นั้นเอง &amp;nbsp; แต่ต้องเตือนใจและเตือนสติผู้อ่านให้กรุณารับรู้ไว้ด้วยว่าการศึกษาและเขียนประวัติศาสตร์ของชาติใดหรือเผ่าใด ๆ นั้น ถ้าชาตินั้นหรือเผ่านั้นมี #ภาษาเขียน เป็นของตนเองอยู่แล้วเหมือนอย่างประเทศจีน ซึ่งมีเขียนบันทึกไว้บนไม้ไผ่บ้าง บนหินบ้าง หรือบนวัสดุอื่น ๆ &amp;nbsp;ที่ย่อยสลายยากก็สามารถจะนำมาแกะหาความหมายโดยนักภาษาศาสตร์และนักโบราณคดีจนสามารถอธิบายความเป็นมา ปรากฏการณ์ วัน เวลา พ.ศ. หรือ ค.ศ. และชื่อบุคคลรวมทั้งสถานที่ได้อย่างแม่นยำกว่า
.
ถ้าใครพอจะมีเวลากรุณาไปขออ่านประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปถึงประมาณ 5,000 ปี (คือ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล) เกี่ยวกับประเทศจีนได้ในหนังสือชื่อ &amp;ldquo;The Unbroken Chain : State Wu in Ancient China and in Siam (Thailand) : ร่วมกันเขียนเป็นภาษาอังกฤษ โดย ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี กับ ศาสตราจารย์ Wu Ben-Li, ที่พิมพ์เมื่อ August 2014 (มีให้ยืมอ่านที่ห้องสมุดมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และห้องสมุดป๋วย อึ้งภากรณ์ คณะเศรษฐศาสตร์ มธ.) จากหน้า 27 ถึงหน้า 30 ผู้อ่านจะเห็นตัวอย่างอย่างชัดเจนว่า พวกเผ่าวู (Wu Tribe) ได้อพยพจากทิศตะวันตกเฉียงเหนือไปสู่ทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจีน
.
เริ่มแรกได้รับอนุญาตให้ตั้งเมืองอยู่ในราชอาณาจักรของราชวงศ์เซีย (Xia Dynasty) ได้ในปีประมาณ 1796 B.C. (ก่อนคริสตกาล) แต่เมื่อมีปัญหาขัดแย้งกับพระจักรพรรดิ (หรือฮ่องเต้) จึงถูกไล่ออกจากราชอาณาจักรต้องเร่ร่อนลงใต้กว่าจะหาที่อยู่ใหม่ได้เพื่อสร้างบ้านเมืองใหม่ได้ขึ้นมาอีกก็ต้องใช้เวลาเร่ร่อนอยู่เกือบ 100 ปี และเมื่อลงหลักปักฐานในที่ดินที่เห็นว่าสมบูรณ์พอจะทำการเกษตรเลี้ยงชีพของเผ่าได้ก็ต้องรอจนมีประชากรเพิ่มขึ้นให้มากพอจึงจะตั้งเป็นเมืองได้
.
อนึ่งในประเทศจีนโบราณนั้นจะประกอบไปด้วยชนเผ่าต่าง ๆ &amp;nbsp;จำนวนมาก ถ้าเผ่าไหนพบพื้นที่เหมาะแก่การเพาะปลูก ชนเผ่าอื่น ๆ ที่เล็กกว่าก็จะค่อย ๆ &amp;nbsp;ทยอยมาขออาศัยร่วมด้วย แต่ชนเผ่าที่เล็กกว่าทุก ๆ เผ่าก็จะเลือกภาษาพูดของชนเผ่าที่ใหญ่ที่สุด (ที่เป็นผู้ปกครอง) เป็นภาษากลางในการสื่อสารกันและกัน จนเมื่อมีประชากรมากขึ้นก็จะกลายเป็นเมือง หลาย ๆ &amp;nbsp;เมืองรวมกันก็จะเป็นอาณาจักร
.
สิ่งที่เกิดขึ้นกับชนกลุ่มเผ่าวูหรือ Wu Tribe (ซึ่งคำว่าวูหรือ Wu นั้นเป็นชื่อของภูเขาที่ชนกลุ่มนี้เคยอาศัยมาก่อน) ก็น่าจะเป็นเช่นเดียวกับการเกิดอาณาจักรน่านเจ้าของเผ่าไต ซึ่งชนเผ่ากลุ่มเล็ก ๆ &amp;nbsp;อื่น ๆ &amp;nbsp;ที่ขอเข้ามาอยู่ด้วยก็เลือกจะใช้ภาษาไตเป็นภาษากลางใช้พูดติดต่อกันและกัน ซึ่งเมืองใหม่ของเผ่าวูนี้ชื่อว่าเมืองบิน (BIN COUNTRY) แต่ก็ตั้งมั่นอยู่ได้เพียงประมาณ 300 ปี ก็ถูกชนเผ่าอื่นที่ใหญ่กว่าแข็งแรงกว่าร่วมกันแย่งที่ทำกินจนต้องทิ้งเมืองเร่ร่อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้จนสามารถตั้งเมืองใหม่ได้อีก เรียกว่าเมืองโจวหยวน (Zhou Yuan) ในปี 1046 B.C. (ก่อนคริสตกาล) ต่อมาเมืองนี้ก็ได้พัฒนาขึ้นเติบโตจนเป็นแคว้นชื่อ ส่านซี (SHAAN XI) ซึ่งมีเมืองหลวงชื่อ ซีอาน จนถึงปัจจุบัน
.
มีความเห็นทางวิชาการอยู่ชิ้นหนึ่งที่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งก็คืองานเขียนของท่านศาสตราจารย์พิเศษศรีศักร วัลลิโภดม (ในบทบรรณาธิการวารสารเมืองโบราณ ฉบับที่ 3 กรกฎาคม - กันยายน 2547) ซึ่งท่านได้กล่าวโดยสรุปมีใจความว่า
.
&amp;ldquo;การเกิดเป็นสยามประเทศ (ที่ถูกจอมพล ป. พิบูลสงคราม มาเปลี่ยนชื่อให้เป็นประเทศไทย - ไตรรงค์) ก็เกิดขึ้นจากรูปแบบเดียวกัน คือ เป็นประเทศที่มีชนหลายเผ่าพันธุ์มารวมกัน หลอมรวมวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เลือกใช้ภาษาของผู้นำเป็นภาษากลาง เช่น ยุคอาณาจักรทวารวดี ชนทุกเผ่าที่อาศัยอยู่ก็เลือกใช้ภาษามอญเป็นภาษากลาง ยุคอาณาจักรขอม (ผมขอเขียนเพิ่มเติมว่า คำว่าขอมใช้เรียกพวกมอญที่นับถือศาสนาพราหมณ์ ปกติพวกเขาเรียกตัวเองว่า &amp;ldquo;เขมร&amp;rdquo; - ไตรรงค์) ชนทุกเผ่าที่อาศัยอยู่ก็เลือกใช้ภาษาเขมร (หรือภาษาขอม) เป็นภาษากลาง มาถึงยุคอาณาจักรสุโขทัย ชนทุกเผ่าที่อยู่ในอาณาจักรตั้งแต่เหนือสุดจนถึงใต้สุด ชนทุกเผ่าก็เลือกใช้ภาษาไตเป็นภาษาพูดและเลือกใช้ลายสือไทยของพ่อขุนรามคำแหงฯเป็นภาษากลางที่ใช้ในการติดต่อกันและกัน (ผมขอเสริมอีกนิดนะครับว่า ภาษาพูดภายในเผ่าแต่ละเผ่าก็อาจจะแตกต่างกันไปนะครับ - ไตรรงค์)&amp;rdquo;
.
#2 #ปัญหาการค้นหาประวัติศาสตร์
.
สำหรับประเทศไทยที่เพิ่งมีภาษาเขียนเป็นของตนเองโดยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงคิดประดิษฐ์ขึ้นในปี พ.ศ. 1826 นั้น ถ้าเราอยากรู้ประวัติศาสตร์ของชาติเมื่อหลายร้อยปีก่อนหน้านั้น เราก็จำเป็นต้องพึ่งบันทึก จดหมายเหตุ หรือพงศาวดารของชาวต่างประเทศที่มาติดต่อค้าขายกับสยามประเทศโดยพวกเขาเหล่านั้นได้บันทึกไว้เป็นภาษาเขียนของพวกเขาเอง (จะพึ่งในบุราณจีของไทยอาหมไม่ได้ เพราะภาษาไทยอาหมถูกประดิษฐ์ขึ้นมาหลังลายสือไทยของพ่อขุนรามคำแหงฯ - ไตรรงค์)
.
ผมจึงรู้สึก #ซาบซึ้งในความพยายามและอดทนของนักประวัติศาสตร์ไทย (ทั้งด้านโบราณคดีและภาษาศาสตร์) เป็นอย่างมากที่พยายามเก็บรวบรวมนำมาปะติดปะต่อจากหลักฐานที่มาจากต่างประเทศหลายชาติหลายภาษา บวกกับตำนานที่เล่าขานต่อ ๆ กันมาถึงวีรกรรมของบรรพบุรุษ ทำให้พวกเราซึ่งเป็นชนรุ่นหลังยังพอจะเห็นภาพลาง ๆ &amp;nbsp;ของประวัติศาสตร์ของชนชาติที่ประกอบขึ้นเป็นประเทศไทยที่เราได้อาศัยหายใจอยู่ในปัจจุบัน อย่างน้อยก็ทำให้มั่นใจว่าอาณาจักรน่านเจ้านั้นมีจริง ๆ ขุนบรมราชาธิราชก็มีจริง)
.
#3 #ลายสือไทยกับอาณาจักรสยาม
.
3.1) ขอเริ่มจากหนังสือเรื่อง &amp;ldquo;ลักษณะอักษรและอักษรวิธีในจารึกสุโขทัย&amp;rdquo; (เขียนโดยอนันต์ ทรงวิทยา, ค.ศ. 1981, สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.) ซึ่งในบทคัดย่อมีคำอธิบายพอจะจับใจความสำคัญได้ว่า:- &amp;ldquo;หลังจากได้มีการศึกษาเปรียบเทียบตัวอักษรที่ประดิษฐ์โดยพ่อขุนรามคำแหง อักษรมอญโบราณ อักษรขอมโบราณ กับอักษรปัลลวะสมัยทวารวดี พบว่ามีความคล้ายคลึงกันมาก กล่าวคือ
.
ก) ตัวอักษรในจารึกสุโขทัยมีลักษณะคล้ายตัวอักษรขอมและอักษรมอญโบราณ ซึ่งทั้งขอมและมอญล้วนพัฒนาตัวอักษรของตนมาจากอักษรปัลลวะสมัยทวารวดีทั้งสิ้น (หมายเหตุ : ราชวงศ์ปัลลวะเริ่มมีอำนาจปกครองพวกทมิฬทางใต้ของอินเดียตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 3 - 4 แต่พอถึงศตวรรษที่ 9 ราชวงศ์โจฬะก็ขึ้นมามีอำนาจแทน พวกโจฬะใช้ภาษาทมิฬเป็นภาษาพูด - ไตรรงค์ฯ)
.
ข) อักษรไทยที่คิดขึ้นโดยพ่อขุนรามคำแหงฯ ให้เขียนสระและพยัญชนะเรียงอยู่บนบรรทัดเดียวกัน เพิ่งมาปฏิรูปในสมัยพระเจ้าเลอไทย ให้เขียนสระไว้รอบตัวพยัญชนะอย่างที่เราเขียนกันอยู่ในปัจจุบัน
.
3.2) คริสต์ศักราชที่ 3 - 4 เป็นต้นไป จนถึงคริสต์ศักราชที่ 9 ราชวงศ์ปัลลวะมีอำนาจสูงทำการค้าขายกับประเทศทางเอเชีย โดยศูนย์กลางเมืองท่าในการค้าระหว่างประเทศอยู่ที่เมืองมามัลละปุรัม ภาษาและวัฒนธรรมของปัลลวะจึงแพร่เข้าสู่สุวรรณภูมิมากยิ่งขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว (ซึ่งน่าจะเป็นประมาณ พ.ศ. 700 กว่า ๆ ) ต่อมาราชวงศ์โจฬะขึ้นมามีอำนาจแทน (คงจะเป็นประมาณ พ.ศ. 1300 กว่า ๆ ) พวกโจฬะจึงกลายเป็นผู้นำทำการค้าทางทะเลกับประเทศภาคตะวันออกของอินเดีย พวกโจฬะคงใช้ภาษาทมิฬในการพูด แต่ในการเขียนระยะหลัง ๆ &amp;nbsp;พวกโจฬะก็ต้องใช้ภาษาปัลลวะและการค้าขายก็ขยายไปทั่วทั้งแหลมมลายูและหมู่เกาะต่าง ๆ &amp;nbsp;ในอินโดนีเซีย โดยประชาชนใช้ภาษามาเลย์ในการพูด ส่วนในภาษาเขียนนั้น พวกโจฬะมีส่วนสำคัญในการนำตัวอักษรปัลลวะออกไปเผยแพร่ตามเส้นทางการค้าของตน (กรุณาอ่านประกอบในรายละเอียดจากหนังสือชื่อ ประวัติศาสตร์มหาสมุทรอินเดีย เขียนโดย ดร.ธิดา สาระยา, 2554 หน้า 28 - 68) เขียนคำนำโดยศาสตราจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม) และพวกโจฬะมีส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงรัฐเล็กรัฐน้อยบนเส้นทางการค้าผ่านช่องแคบ &amp;nbsp;ซุนดาและมะละกา กลายเป็นอาณาจักรศรีวิชัยระหว่างศริสต์ศตวรรษที่ 7 - 13 (หรือประมาณ พ.ศ. 1100 - 1800 โดยประมาณ)
.
#4 #บทบาทของปักษ์ใต้&amp;nbsp;
.
กรุณาอ่านหนังสือชื่อ &amp;ldquo;ประวัติศาสตร์พุทธศาสนาสมัยศรีวิชัย เขียนโดยนายธรรมทาส พานิช
.
พ.ศ. 1290 &amp;ndash; 1325 : เมื่อพระเจ้าอินทรบรมเทวะสวรรคตพระราชโอรสทรงพระนามว่า &amp;ldquo;พระวิษณุมหาราช&amp;rdquo; ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ของเมืองสุวรรณปุระ (อ.ไชยา สุราษฎร์ธานี ในปัจจุบัน) พระองค์เป็นนักรบที่มีชื่อเสียงมาก นอกจากยกทัพจากปักษ์ใต้ไปปราบอาณาจักรเจนละ (เขมร) มาเป็นเมืองขึ้นได้แล้วย่อมมีการเทครัวกวาดประชากรมาไว้ที่ปักษ์ใต้ตามประเพณี) ยังยกทัพไปปราบพระเจ้าสัญชัยผู้เป็นใหญ่ในชะวา กลาง &amp;ldquo;พระเจ้าวิษณุมหาราช&amp;rdquo; จึงได้รับการยกย่องให้เป็นกษัตริย์แห่งกษัตริย์ เป็นผู้มีดำริสั่งให้สร้างเจดีย์ให้ใหญ่ที่สุดในโลก คือ พระเจดีย์บรมพุทธโธหรือ BOROBUDUR อาณาจักรศรีวิชัยก็มั่นคงมีเมืองหลวงสลับไปมาระหว่างเมืองปาเล็มปังในเกาะสุมาตรากับนครตามพรลิงค์ (นครศรีธรรมราช) และสุวรรณปุระ (อ.ไชยา)
.
พ.ศ. 1378 - 1413 : พระเจ้าปาลบุตรที่ 2 แห่งกรุงสุวรรณปุระ ประกาศเอกราชไม่ขึ้นกับ &amp;nbsp;ชะวาและสุมาตราอีกต่อไป ให้อาณาจักรศรีวิชัยจากแหลมมลายูจนถึงจังหวัดชุมพรเป็นอิสระมีเอกราช ได้ส่งราชทูตไปรายงานตัวกับพระเจ้ากรุงจีนให้รับทราบความเป็นเอกราชของตน (หมายเหตุ : พระเจ้าปาลบุตรที่ 2 เป็นหลานปู่ของพระเจ้าวิษณุมหาราช)
.
พ.ศ. 1587 - 1633 : (จากบันทึกของพงศาวดารจีน) เป็นรัชสมัยของพระเจ้าสมรวิชโยตุงก์มหาราช ใช้นครตามพรลิงค์เป็นเมืองหลวง มีเมืองขึ้นทั้งหมด 12 เมือง เรียกว่า เมือง 12 นักษัตร คือ เมืองสายบุรี ปัตตานี กลันตัน ปะหัง ไทรบุรี พัทลุง ตรัง ชุมพร บันทายสมอ(ไชยา) สงขลา ตะกั่วป่า และเมืองกระบุรี
.
พ.ศ. 1758 - 1779 : เป็นรัชสมัยของพระเจ้าจันทรภานุมหาราช ได้ยกทัพเรือจากตรัง ปะเหลียน พังงา และตะกั่วป่า ไปยึดเกาะลังกาที่เป็นเมืองขึ้นของพวกทมิฬโจฬะกลับคืนมาได้โดยอ้างสิทธิว่าพระองค์เป็นพระโอรสของพระเจ้ามาฆะกษัตริย์ลังกาที่มีพระมเหสีเป็นธิดาของกรุงสุวรรณปุระ ซึ่งเป็นพระราชมารดาของพระองค์
.
พ.ศ. 1900 &amp;ndash; 1950 : เป็นรัชสมัยของพระเจ้าธรรมาโศกราชมหาราช เป็นยุคที่ไม่มีสงครามเลย
จึงเป็นยุคที่พระองค์ทำการฟื้นฟูพุทธศาสนา (สายเถรวาท) และเป็นยุคที่อาณาจักรศรีวิชัยของภาคใต้ทั้งหมดเข้าเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรสยามที่มีกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีไปก่อนหน้านั้นแล้ว โดยมิได้มีสงครามใด ๆ &amp;nbsp;กับสุโขทัยเป็นการเข้าร่วมอาณาจักรด้วยความสมัครใจและศรัทธาในพระปรีชาสามารถของพ่อขุนรามคำแหงฯโดยแท้ และความสัมพันธ์ของทั้งสองอาณาจักรมีความแน่นแฟ้นเพราะมีพุทธศาสนาสายเถรวาทเป็นตัวเชื่อม
.
#5 #พระภิกขุจิ้งฮง ได้บันทึกไว้ในคริสต์ศักราชที่ 12 (น่าจะประมาณ พ.ศ. 1600 กว่า ๆ ) ว่า &amp;ldquo;อาณาจักรทวารวดี (โถโลโปตี) มีความเจริญอยู่ถึง 200 ปี แต่เมื่อประมาณปี พ.ศ. 1500 ถูกอำนาจของอาณาจักรขอมเข้ายึดครองและกวาดต้อนผู้คนไปเป็นเชลยจำนวนมาก&amp;rdquo;
.
ต่อมาเมื่อพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ของอาณาจักรขอมสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 1761 อาณาจักรขอมเกิดแตกแยกแย่งอำนาจกัน กลายเป็นอาณาจักรอ่อนแอ มีหลักฐานหลายแห่งบันทึกไว้ว่า เมืองขึ้นต่าง ๆ &amp;nbsp;ก็ประกาศเอกราชกัน เช่น สุโขทัย ลพบุรี อู่ทอง กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี เป็นต้น ซึ่งเมืองเหล่านี้บางเมืองอาจจะเข้าสวามิภักดิ์ บางเมืองก็อาจต้องใช้กำลังบังคับในที่สุดทุกเมืองก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช และทุกเมืองก็ต้องใช้ลายสือไทยเป็นภาษาราชการ
.
#6 (จากหนังสือรวมการบรรยายเรื่อง #ตัวอักษรไทย หน้า 55) ดร.ประเสริฐ ณ นคร ได้บรรยายที่หอสมุดแห่งชาติเมื่อ พ.ศ. 2510 มีความตอนหนึ่งว่า :-
.
&amp;ldquo;ตัวหนังสือของพ่อขุนรามคำแหงฯ แพร่หลายเข้าไปในล้านนา ดังปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 62 วัดพระยืนว่า พระมหาสุมนเถระนำศาสนาพุทธนิกายรามัญวงศ์หรือลังกาวงศ์เก่าเข้าไปในล้านนาเมื่อ พ.ศ. 1912 และได้เขียนจารึกด้วยตัวหนังสือสุโขทัยไว้เมื่อ พ.ศ. 1914&amp;rdquo;.......&amp;ldquo;ต่อมาตัวหนังสือสุโขทัยนี้ได้เปลี่ยนรูปร่างและอักขรวิธีไปบ้าง กลายเป็นตัวหนังสือฝักขาม (คือมีการลากเส้นโค้งได้เหมือนฝักมะขาม - ไตรรงค์) และล้านนาก็ยังใช้ตัวหนังสือชนิดนี้จนถึงสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์&amp;rdquo;
.
&amp;ldquo;เชียงตุงและเมืองใกล้เคียงในพม่ามีศิลาจารึกอักษรฝักมะขามซึ่งดัดแปลงไปจากลายสือไทยของพ่อขุนรามคำแหงฯ อยู่กว่า 10 หลัก นอกจากนั้นยังมีจารึกที่เจดีย์อานันทะในพุกามที่เขียนด้วยตัวหนังสือสุโขทัย ประมาณ พ.ศ. 1910 - 1940 อยู่หลักหนึ่งด้วย&amp;rdquo;
.
&amp;ldquo;ในประเทศลาวก็มีจารึกเขียนไว้ที่ผนังถ้ำ &amp;ldquo;นางอัน&amp;rdquo; (ใกล้หลวงพระบาง) ด้วยอักษรสุโขทัย ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับตัวหนังสือสมัยพระเจ้าลิไทย (พ.ศ. 1890 - 1911) ไทยขาว ไทยดำ ไทยแดง เจ้าไทในตังเกี๋ย ในญวน ในลาว ปัจจุบันก็ยังใช้ตัวอักษรที่กลายไปจากลายสือของพ่อขุนรามคำแหงฯทั้งสิ้น&amp;rdquo;
.
&amp;ldquo;แท้จริง มีเค้าเงื่อนอยู่ในพงศาวดารเหนือว่าพ่อขุนรามคำแหงฯ ได้ทรงอาศัยนักปราชญ์ราชบัณฑิตที่เชี่ยวชาญ ตัวหนังสือชาติต่าง ๆ &amp;nbsp;ที่อยู่ใกล้เคียงกับไทย รูปอักษรของพ่อขุนรามคำแหงฯ จึงคล้ายตัวหนังสือของลังกา บังกลาเทศ และขอม&amp;rdquo;
.
ดร.ประเสริฐ ยังให้ความเห็นอีกว่า &amp;ldquo;ในชั้นแรกเมื่อคนไทยมิได้เป็นชนชั้นปกครองก็จำเป็นจะต้องเรียนตัวหนังสือที่ทางราชการบ้านเมืองใช้อยู่ เพื่ออ่านประกาศของทางราชการให้เข้าใจ เมื่อใดคนไทยได้เป็นชนชั้นปกครองก็ได้ดัดแปลงตัวหนังสือที่ใช้กันอยู่ในถิ่นนั้นมาเป็นตัวหนังสือของไทย (อย่างที่พ่อขุนรามคำแหงฯ ทรงกระทำ - ไตรรงค์)&amp;rdquo;
.
ซึ่งเราสามารถจะอธิบายต่อได้ว่าในสมัยทวารวดีมอญเป็นใหญ่ ทุกคนในอาณาจักรก็ต้องหัดอ่านภาษามอญเมื่อถึงยุคที่ขอมเป็นใหญ่ทุกคนในสยาม (ไม่ว่าจะเป็นไต มอญ เขมร จีน และเผ่าต่าง ๆ ) ก็ต้องหัดอ่านภาษาขอมให้เข้าใจและเมื่อพ่อขุนรามคำแหงฯ ขึ้นเป็นใหญ่ทุกคนในราชอาณาจักรของพระองค์ก็ต้องหัดอ่านลายสือไทยให้เข้าใจเพราะเป็นภาษาราชการ
.
#7 เมื่อ #พระเจ้าฟ้างุ้มมหาราช แห่งอาณาจักรศรีสัตนาคณหุต (ครองราชย์ระหว่าง พ.ศ. 1859 - 1936) ได้ยกทัพขยายอาณาจักรของพระองค์ออกไปทั้ง 4 ทิศ เป็นอาณาจักรล้านช้างที่ใหญ่โตที่สุดในประวัติศาสตร์ของลาว (เพราะยึดได้ทั้งรัฐสิบสองปันนาและสิบสองจุไทด้วย) ได้ยกทัพมายึดแผ่นดินต่าง ๆ &amp;nbsp;ในภาคอีสานของไทยแล้วมาตั้งทัพ (ด้วยกองทัพเป็นแสน)ที่จังหวัดร้อยเอ็ดในปัจจุบัน ได้ทรงให้คนถือสาส์นไปหาพระเจ้าอู่ทอง (พระรามาธิบดีที่ 1) แห่งอยุธยาในสาส์นได้เขียนเป็นภาษาของพ่อขุนรามคำแหงฯ มีความว่า &amp;ldquo;พระองค์ต้องการที่ดินที่ยึดไว้ทั้งหมด จึงอยากทราบความเห็นของพระเจ้าอู่ทองโดยเขียนว่า #จักรบหรือฮู้ว่าสิ่งใดนั้นจา...&amp;rdquo; พระเจ้าอู่ทองมีกำลังน้อยกว่ามากไม่สามารถ #เอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง ได้ จึงได้มีราชสาส์นตอบไปเป็นภาษาของพ่อขุนรามคำแหงฯเช่นกันความว่า :
.
&amp;ldquo;เฮาหากเป็นพี่ (น้อง) กันมาแต่ขุนบรมบุราณปางก่อนพุ้นมาดาย เจ้าอยากได้บ้านได้เมือง ให้เอาเขตต์แดนแต่ดงสามเส้า... อนึ่งลูกข้อยจักส่งอ้อยน้ำตาลสู่ปี... อนึ่งลูกหญิงข้านางแก้วลอดฟ้าใหญ่มาแล้วจักส่งให้เมือปัดเสื่อปูหมอนแก่เจ้าฟ้าแล&amp;rdquo; (จาก WIKIPEDIA เรื่องพระเจ้าฟ้างุ้ม) #สงครามก็ไม่เกิด
.
#8 #สรุป
.
1) มีตั้งหลายอย่างที่คนรุ่นใหม่ควรต่อสู้ผลักดันให้เกิดการแก้ไขปฏิรูป เช่น การปฎิรูปการศึกษาทุกระดับ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับอัยการและตำรวจ) การป้องกันการปล่อยข่าวเท็จใน Social media การป้องกันและควบคุมคนไม่ดีในวงการเมืองและราชการ การต่อสู้กับการฉ้อราษฎร์บังหลวงทั้งในระดับชาติและระดับส่วนท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นตัวถ่วงความเจริญของชาติอย่างแท้จริง &amp;nbsp; ทำไมคนรุ่นใหม่บางกลุ่มจึงมาปักใจแต่เรื่องจะควบคุมและล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;น่าประนามไปถึงครูบาอาจารย์และนักการเมืองที่คอยสนับสนุนส่งเสริมอยู่ข้างหลังโดยเห็นแต่ประโยชน์ของพวกตนมากกว่าผลประโยชน์และความสงบสุขของชาติเป็นส่วนรวม
.
2) จากราชสาส์นที่ตอบโต้กันระหว่างพระเจ้าฟ้างุ้มมหาราชกับพระเจ้าอู่ทองนั้นน่าจะนำมาเป็นบทเรียนให้พวกคนกลุ่มที่คิดจะเปลี่ยนสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นระบอบประธานาธิบดีควรจะฉุกคิดเสียหน่อยว่า :
.
&amp;ldquo;การคิดจะกระทำอะไรแบบพลิกฟ้าพลิกดินนั้น ควรจะประเมินกำลังทั้งของฝ่ายตนและของฝ่ายที่เขาไม่เห็นด้วย #ไม่ใช่หลงเชื่อหลงเชียร์อยู่เฉพาะแต่ในกลุ่มของพวกตนที่ มีจำนวนไม่กี่หมื่นไม่กี่แสน แต่ไม่เคยสนใจความรู้สึกของประชาชนที่อาจจะมากกว่า 60 ล้านที่ไม่เห็นด้วย ผลที่ฝ่ายแรกจะได้รับจากการต่อสู้ก็คือ #ไม่ติดคุกก็ต้องหนีลี้ภัยไปตายต่างประเทศ หรือ #ไม่ก็ต้องตายภายในประเทศด้วยติดโรคโควิด19ถ้ายังไม่เลิกชุมนุม การจะเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุงนั้นต้องคิดทบทวนให้ลึกและให้กว้าง แล้วลองนั่งสงบ ๆ &amp;nbsp;ถามตัวเองว่า #จักรบหรือฮู้ว่าสิ่งใดนั้นจา
.
ผมขอเรียนว่าบทความที่ลงในเฟซบุ๊ก เป็น #ความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรคปชปแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101673</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนรุ่นใหม่, จักรบหรือฮู้ว่าสิ่งใดนั้นจา, พลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน, สถาบันพระมหากษัตริย์, สร้างประเทศ, ไตรรงค์ สุวรรณคีรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a39ce5734f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2021 07:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2021 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไตรรงค์&#039;ออกบทความชำแหละนักการเมือง แก้รธน.เพราะไม่พอใจที่พวกตนเสียผลประโยชน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 มี.ค.64- นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์บทความ #หลักการVSหลักกู &amp;nbsp;ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุรายละเอียดว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) สหรัฐอเมริกา : กาลครั้งหนึ่งเมื่อ ค.ศ. 1918 สภาสูงหรือ Supreme Court ของสหรัฐฯ ได้มีคำพิพากษาว่าร่างกฎหมายเกี่ยวกับ(การใช้แรงงานเด็ก) ที่รัฐสภาผ่านวาระ 3 ไปแล้วนั้น ไม่สามารถใช้บังคับเป็นกฎหมายได้ เพราะเป็นกฎหมายที่ขัดกับหลักการรัฐธรรมนูญ (INCONSTITUTIONALITY) ร่างกฎหมายดังกล่าวจึงกลายเป็น &amp;ldquo;โมฆะ&amp;rdquo; โดยปริยาย (Supreme Court ของสหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นศาลรัฐธรรมนูญด้วย) ประชาชนมากกว่า 3 ใน 4 ของมลรัฐที่มีอยู่ต่างออกมาปกป้องคำพิพากษาของศาลสูงดังกล่าวนั้น
แม้หลักการอันนี้จะไม่ปรากฏชัดในรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ แต่ได้เคยมีคำพิพากษาของศาลสูงดังกล่าวไว้ในปี ค.ศ.1803 ซึ่งสหรัฐฯ ได้ยึดถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกาจนถึงปัจจุบัน คำพิพากษาดังกล่าวมีความดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วัตถุประสงค์ของการมีรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษรก็เพื่อจะจำกัดอำนาจของสภานิติบัญญัติและฝ่ายอื่นๆ ของรัฐบาล ซึ่งถือเป็นหลักการพื้นฐานของรัฐธรรมนูญจะมีประโยชน์อะไรที่จะมีรัฐธรรมนูญที่เป็นลายลักษณ์อักษร ถ้ารัฐสภายังสามารถออกกฎหมายที่เป็นการกระทำเกินขอบเขตที่เป็นอำนาจของตนที่ถูกจำกัดไว้ในรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุนี้กฎหมายที่ออกโดยรัฐสภาแต่เป็นกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ จึงต้องเป็นโมฆะและไม่มีผลทางกฎหมาย จึงเป็นหน้าที่ของศาลฯ ที่จะต้องแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญกับการออกกฎหมายโดยรัฐสภา เพราะหน้าที่ของศาลก็คือต้องทำให้รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดให้ได้ จึงต้องใช้อำนาจศาลในการพิพากษาว่า กฎหมายใดที่ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะต้องเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) อังกฤษ : ศาสตราจารย์โรนัลด์ ดอร์กิน (DROF. RONALD DWORKIN) แห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดได้พูดไว้ในปี ค.ศ. 1990 เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า &amp;ldquo;แม้ระบอบประชาธิปไตยมิได้เรียกร้อง (insist) ให้ศาลสูง (Supreme Court) (ซึ่งในอังกฤษได้ทำหน้าที่เป็นศาลรัฐธรรมนูญเหมือนในสหรัฐ) เป็นผู้ตัดสินคนสุดท้ายก็จริง แต่ก็มิได้ห้ามมิให้ศาลฯ ต้องปฏิบัติเช่นนั้น&amp;rdquo; (Democracy does not insist on judges having the last word, but it does not insist that they must not have it.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3) เยอรมัน : ประเทศเยอรมันเป็นประเทศที่มีรัฐธรรมนูญที่ส่งเสริมสิทธิหน้าที่แก่ประชาชนมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยรัฐธรรมนูญของพวกเขาได้บัญญัติให้ประชาชนสามารถฟ้องศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง โดยไม่ต้องฟ้องผ่านอัยการของรัฐ ถ้าประชาชนพบว่า รัฐบาล หน่วยงานของรัฐหรือรัฐสภา ได้ใช้อำนาจที่เป็นการขัดหลักการของรัฐธรรมนูญ (Unconstitutionality) ซึ่งได้บัญญัติเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจนในมาตรา 20 และมาตรา 93 โดยเฉพาะในมาตรา 93 นั้น ได้บัญญัติไว้ว่า &amp;ldquo;ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคดีดังกล่าว (ที่ประชาชนฟ้อง) เพราะเป็นหน้าที่ของศาลฯ ที่ต้องพิจารณาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4) หลักสากล : หลักนี้มีว่า &amp;ldquo;อรรถคดีทั้งปวงในแผ่นดินที่ได้มีการพิจารณาตามขั้นตอนที่ถูกต้อง (due process) เมื่อคดีถึงศาลฎีกา ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลสูง (Supreme court) และศาลปกครองสูงสุด เมื่อมีคำตัดสินสุดท้ายในเรื่องนั้นๆออกมา ทุกคนต้องยอมรับและปฏิบัติตาม &amp;nbsp;จึงไม่เคยมีประเทศใดที่รัฐสภาจะออกกฎหมายเพื่อล้างคำพิพากษาของศาลสูงสุดเหล่านั้นเลย หลักนี้เป็นหลักสากลที่ทุกประเทศยึดถือปฏิบัติ ในทางวิชาการเรียกหลักนี้ว่า &amp;ldquo;หลักคำตัดสินสุดท้ายต้องเป็นของศาล&amp;rdquo; (Court&amp;rsquo;s final decision is the last word.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ : มีแต่ในประเทศไทยนี้แหละที่ครั้งหนึ่งเคยมีทั้ง ส.ส. และรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดหนึ่งออกมานั่งแถลงข่าวว่า พวกตนไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ น่าอายจริงๆ วะ!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5) ที่ต้องมีหลักอย่างนี้ก็เพราะเป็นหลักการรัฐธรรมนูญที่เกิดจากปรัชญาของกลุ่มบูชารัฐธรรมนูญแบบเสรีนิยม (Liberal Constitution) ที่เห็นว่ารัฐธรรมนูญที่ดีต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่แยกอำนาจ 3 ฝ่ายออกจากกันให้เด็ดขาด เพราะถ้าอำนาจทั้งสาม คือ นิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ รวมอยู่ที่บุคคลคนเดียวหรือกลุ่มเดียวแล้ว ย่อมนำมาซึ่งความเสี่ยงที่ประเทศจะประสบกับระบบทรราชที่กดขี่ (TYRANNY) เพราะผู้มีอำนาจบริหารจะออกกฎหมายที่กดขี่ประชาชนเมื่อใดก็ได้ โดยเฉพาะฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติมีโอกาสรวมตัวกันสูง จึงต้องให้ศาลมีอิสระเต็มที่ในการควบคุมและคานอำนาจดังกล่าวเอาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อเป็นการสนับสนุนหลักการดังกล่าว LORD ACTON แห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดจึงได้กล่าวประโยคที่ดังก้องโลกไว้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;Power tends to corrupt, absolute power corrupts absolutely&amp;rdquo; ซึ่งแปลเป็นภาษาไทยว่า &amp;ldquo;อำนาจมีแนวโน้มจะทำให้คนดีเป็นคนชั่ว อำนาจที่มากมายอย่างเด็ดขาด ก็จะยิ่งทำให้คนกลายเป็นคนชั่วอย่างเด็ดขาด (หรือชั่วอย่างสุดๆ) ไปเลย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6) ฝรั่งเศส : ในอารัมภบทของรัฐธรรมนูญของฝรั่งเศสได้เขียนหลักการในข้อ 5) นี้ไว้ว่า &amp;ldquo;สังคมใดที่สิทธิของพลเมืองมิได้รับการรับรองและคุ้มครองอย่างชัดเจน และขาดซึ่งหลักประกันว่าด้วยการแบ่งแยกอำนาจแล้ว ถือว่า ประเทศนั้น สังคมนั้น เป็นสังคมที่ไม่มีรัฐธรรมนูญ&amp;rdquo; (Any society in which the safeguarding of rights is not assured, and the separation of powers is not established, has no constitution.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7) ก็เห็นนักการเมืองทั้งหัวหงอกหัวดำมักจะอ้างว่าตนต้องการให้ประเทศไทยมีความเป็นประชาธิปไตยแบบสากลมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วที่ผมอธิบายมาตั้งแต่ข้อ 1) ถึงข้อ 6) ล้วนแล้วแต่เป็นหลักการรัฐธรรมนูญแบบเสรีนิยม ทั้งสิ้น จึงไม่ควรมีใครจะออกมาพูด กระแนะกระแหนศาลรัฐธรรมนูญ ว่ามาแทรกแซงการทำงานของฝ่ายนิติบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราควรจะใช้โอกาสนี้เพื่อทำประชามติ สอบถามประชาชนว่ายังยินดีที่จะให้ใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 อยู่ต่อไปหรือไม่ นักการเมืองจำนวนหยิบมือเดียวที่พูดกระแนะกระแหนว่าเป็นรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจของเผด็จการ ท่านแน่ใจได้อย่างไรว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศคิดเหมือนพวกท่าน
รัฐธรรมนูญของเยอรมันที่ใช้จนถึงปัจจุบัน เริ่มจากการควบคุมการยกร่างโดยฝ่ายสัมพันธมิตรเมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ก่อนจะประกาศใช้ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลสหรัฐฯ รัฐบาลอังกฤษ และรัฐบาลฝรั่งเศส เสียก่อน แต่ก็ไม่เห็นคนเยอรมันจะกระแนะกระแหน ว่าเป็นรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจของฝ่ายสัมพันธมิตรผู้ชนะสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญของญี่ปุ่นที่ใช้อยู่จนถึงปัจจุบันก็ถูกควบคุมการยกร่างโดยจอมพลแมคอาร์เธอร์ ในนามของรัฐบาลสหรัฐฯ ก็ไม่เห็นคนญี่ปุ่นจะกระแนะกระแหน ว่าเป็นการสืบทอดอำนาจของสหรัฐฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเทศไทย นักการเมืองมักจะอ้างประชาชน ทั้งๆที่ลึกๆแล้วไม่พอใจที่พวกตนเสียผลประโยชน์ &amp;nbsp;ทำประชามติถามประชาชนกันจริงๆ สักครั้ง สิครับ จะได้รู้จริงเสียทีว่าอะไรเป็นอะไร.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเรียนว่าบทความที่ลงในเฟซบุ๊ก เป็น #ความเห็นส่วนตัวไม่เกี่ยวกับพรรคปชปแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96187</URL_LINK>
                <HASHTAG>หลักการVSหลักกู, แก้รธน., ไตรรงค์ สุวรรณคีรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a3a2f2ceb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94352</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2021 16:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2021 16:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.ไตรรงค์ เฉลยทำไม &#039;แกนนำ กปปส.&#039; ไม่คิดจะหนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.64 - ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กส่วนตัวโดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครจับประเทศไทยเป็นตัวประกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ขนาดผู้นำ กปปส. ติดคุกเพราะประกันไม่ทันไป 2 คืน เหล่าสมาชิกของมวลมหาประชาชนที่เคยร่วมมือร่วมใจกับ กปปส. ในการต่อสู้ขับไล่รัฐบาลกังฉิน ต่างก็ร้องไห้น้ำตานองหน้าและคร่ำครวญกันว่า &amp;ldquo;ทำไมคนชั่วๆ อยู่สบายด้วยการหนี แต่คนดีๆ ต้องติดคุกอย่างทุกข์ทรมาน&amp;rdquo; แต่ถ้าเรามาตั้งสติกันให้ดีก็จะเห็นว่า &amp;ldquo;อันโจรเกิดขึ้นได้เพราะเขาชั่วไม่เคารพทั้งกฎหมายและศีลธรรม&amp;rdquo; &amp;ldquo;นักการเมืองเลวที่โกงบ้านโกงเมืองไป ก็เพราะเขาเป็นคนชั่ว ไม่เคารพกฎหมายและศีลธรรมเช่นเดียวกัน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจรติดคุกเพราะมันไม่มีเงินพอที่จะหนีไปอยู่ต่างประเทศ &amp;ldquo;ส่วน กปปส. ยินดีติดคุกเพราะพวกเขาเป็นคนดี เคารพกฎหมายและศีลธรรม&amp;rdquo; หลายคนในกลุ่ม กปปส. เหล่านั้นจะหนีไปต่างประเทศก็สามารถจะทำได้ เพราะมีเงินบริสุทธิ์จากมรดกบ้าง จากการทำมาหากินที่สุจริตบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ทำไมไม่คิดจะหนี ก็เพราะพวกเขาเป็นคนดี ต้องการทำเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ประชาชนเห็นว่า &amp;ldquo;ต้องเคารพกฎหมายและศีลธรรม&amp;rdquo; การขับไล่กังฉินเพื่อรักษาชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เอาไว้นั้น ถ้าเกิดทำผิดกฎหมายใดๆ ขึ้นมาก็ต้องยินดีรับโทษตามหลักนิติธรรม บ้านเมืองจึงจะเป็น &amp;ldquo;นิติรัฐ&amp;rdquo;ได้ (แต่ในต่างประเทศรวมทั้งสหรัฐศาลจะดูเจตนาการชุมนุมจะลงโทษสถานเบาถ้าไม่เกี่ยวกับการทำลายสมบัติชาติ การทำร้ายเจ้าหน้าที่รัฐและเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนักการเมืองอีกบางคนบางพวกที่อยากขับไล่กังฉินเช่นกัน แต่ไม่กล้าออกมาสู้ ไม่ใช่เขาไม่ดี เขาเพียงแต่ขี้ขลาดหรือไม่ก็เห็นแก่ตัว สู้รอเสวยผลที่เกิดจากการต่อสู้ของวีรชนที่กล้าหาญจะมิดีกว่าหรือ (อย่าไปด่าเขาผ่านมาทางผมเลยครับ) นักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีสันดานอย่างนี้ก็ยังพอหาดูได้ในสังคมปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2) การเมืองในระบอบประชาธิปไตยของไทยยังอ่อนแออยู่มาก ก็เพราะทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ไม่ว่าระดับชาติ (เช่น เลือก ส.ส.) หรือระดับการเมืองท้องถิ่น ล้วนแล้วแต่ตกอยู่ภายใต้การทำผิดกฎหมายเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะจะมีการซื้อสิทธิขายเสียงที่ลื่นไหลอยู่ได้เพราะได้รับการบริหารการซื้อเสียงจากหัวคะแนนที่มีอิทธิพลสามารถควบคุมผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นส่วนใหญ่ได้ เนื่องจากอยู่กันด้วยอาศัยระบบอุปถัมภ์มาเป็นเวลาช้านาน ทั้งได้เงินและได้น้ำใจใครบ้างจะไม่เอา &amp;nbsp;กกต. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคยังไม่แข็งแรง (ขาดทั้งเงินทั้งคนที่มีคุณภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94352</URL_LINK>
                <HASHTAG>กปปส., การเมือง, ไตรรงค์ สุวรรณคีรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_6038bf8cc15cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2020 16:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2020 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.ไตรรงค์ ร่อนจดหมายถึงแฟนคลับชาวใต้ แจงยิบเหตุไม่ไปปราศรัยหาเสียงเลือกนายกอบจ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ธ.ค.63 - ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองนายกรัฐมตรี &amp;nbsp;โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จดหมายแด่แฟนคลับ ทำไมผมถึงไปปราศรัยช่วยเลือกนายกอบจ.ไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลายวันมานี้ ผมได้รับโทรศัพท์จำนวนมากจากสมาชิกผู้เป็นแฟนคลับของผมจากหลายจังหวัดในภาคใต้ พวกเขาอยากให้ผมไปปราศรัยให้ฟังโดยเฉพาะบนเวทีหาเสียงของผู้สมัครเป็นนายก อบจ. (นายกองค์การบริหารจังหวัด) ที่ลงสมัครในนามของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพวกเขาเห็นว่าผมไม่ได้มีตำแหน่งเป็น ส.ส. ไม่มีตำแหน่งเป็นข้าราชการการเมืองใดๆ และมิได้เป็นกรรมการบริหารของพรรคประชาธิปัตย์ด้วย จึงไม่อยู่ในจำนวนบุคคลที่ กกต. ห้ามไปปรากฏตัวหาเสียงให้ผู้สมัครนายก อบจ. ในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมต้องขอกราบขอบพระคุณสมาชิกแฟนคลับทุกคนที่ยังรักและยังเห็นคุณค่าการปราศรัยทางการเมืองของผมอยู่ แต่ผมมีปัญหาไม่สามารถจะรับเชิญได้อยู่ 2 ประการ คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) ผมยังดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารของมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช อยู่ โดยมีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เป็นประธานฯ โดยตำแหน่ง ผมได้ส่งที่ปรึกษาทางกฎหมายไปปรึกษาหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ กกต. แล้ว ได้รับคำแนะนำว่า มูลนิธิเสนีย์ ปราโมช นั้นไม่เหมือนมูลนิธิปอเต็กตึ้ง เพราะยังแอบแฝงการหาเสียงให้แก่พรรคประชาธิปัตย์อยู่ ถ้าผมไปปราศรัยหาเสียง และมีคนร้องเรียนทาง กกต. ก็จำเป็นต้องตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนอย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2) ผมยังมีปัญหากล่องเสียงอักเสบ เพราะโรคภูมิแพ้ (ทั้งแพ้ฝุ่นและอากาศหนาว) ทำให้ไอและกระแอมบ่อยๆ จนกระทบสายเสียง โดยเฉพาะธรรมชาติในการปราศรัยของผม ผมจะต้องตะเบ็งเสียงอย่างเต็มที่เพื่อให้เสียงที่ออกจากปอดและออกจากใจจะได้ตรงกับปากและดวงตาจะให้ผมดัดจริตพูดค่อยๆ เบาๆ เพื่อให้เกิดความนุ่มและไพเราะนั้นเป็นสิ่งที่ผมทำไม่ได้เลย แพทย์ประจำตัวจึงสั่งห้ามผมปราศรัยที่ใช้เสียงแบบตะเบ็งให้ดังในระยะนี้โดยเด็ดขาด มิฉะนั้นจะเป็นภัยในระยะยาวแก่การพูดและออกเสียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงกราบขออภัยต่อบรรดาสมาชิกแฟนคลับทุกท่านที่ไม่สามารถปฏิบัติตามคำเรียกร้องของท่านทั้งหลายได้ แต่ก็เชื่อเถอะครับ เรายังมีเวลาและโอกาสที่ท่านจะได้ฟังคำปราศรัยของผมอีกมากในอนาคต ถ้าผมไม่เป็นอะไรไปเสียก่อนครับ.&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ณัฐวุฒิ&amp;#39; จ่อได้รับอิสรภาพ
	&amp;#39;ท่อน้ำเลี้ยงม็อบ&amp;#39; ผวา ม.112 เตรียมตั้งทนาย
	ดร.นิว หวด 7 เสือเกียร์ว่าง&amp;nbsp;
	ฮือฮา &amp;#39;ธรรมนัส-ณัฐพล&amp;#39; จ่อคว้าเกียรติยศจักรดาว 2564
	&amp;#39;จตุพร&amp;#39; เมินคลิปแม้ว ขู่แฉ &amp;#39;เจ๊&amp;#39; เรื่องฉาวยังมีอีกเป็นร้อย!
	&amp;#39;เสธ.เอกชัย&amp;#39; บุกสภา! สส.ฝ่ายค้านแจ้นรับลูก สางระเบียบบ้านพักหลวง
	ผบ.ไมค์ มาแล้ว!หวดผู้สมัครนายกอบจ.&amp;nbsp;
	เอาแล้ว!สส.เพื่อชาติ เลือกข้างนายใหญ่ โจมตี &amp;#39;จตุพร&amp;#39;&amp;nbsp;
	เพื่อไทยซวยแล้ว &amp;#39;ศรีสุวรรณ&amp;#39; ยื่นยุบพรรค เซ่นจดหมายแม้ว!
	ดร.อานนท์ จี้ตรงจุด &amp;#39;สกุลธร&amp;#39; กล้าไหมดีเบตปมติดสินบน
	ด่วน!สกุลธรโผล่แล้วออกเอกสาร3หน้าแจงปมสินบน20ล้าน

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87055</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชาธิปัตย์, ไตรรงค์ สุวรรณคีรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a3a2f2ceb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80436</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2020 10:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2020 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.ไตรรงค์ : คอมมิวนิสต์กับสถาบันพระมหากษัตริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.63 - ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#คอมมิวนิสต์กับสถาบันพระมหากษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณเทอดภูมิ ใจดี เคยเป็นผู้นำแรงงานที่มีชื่อเสียงที่สุดคนหนึ่งและมีบทบาททางการเมืองมากในสมัยก่อนจะเกิดการยึดอำนาจในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 จนต้องหนีตายเข้าไปอยู่ในป่าภายใต้การคุ้มครองดูแลของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ต้องจับอาวุธสู้กับทหารและตำรวจที่เป็นคนไทยด้วยกัน ต้องฆ่ากันทั้งๆ ที่ไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกันมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณเทอดภูมิเป็นคนหนึ่งในคณะสมาชิกคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่ได้รับเกียรติส่งไปเรียนลัทธิมาร์กและเลนินที่สถาบันของรัฐบาลรัสเซียที่มอสโคว คุณเทอดภูมิเล่า (ในหนังสือที่ท่านเขียน) ว่า เมื่อไปถึงก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากอาจารย์ใหญ่ของสถาบันฯ แห่งนั้น ในการพบปะกันครั้งแรก ท่านอาจารย์ใหญ่ได้ถามคณะของคุณเทอดภูมิว่า พรรคคอมมิวนิสต์ของพวกท่านมีเป้าหมายจะทำอะไรก่อนหลังถ้าปฏิวัติสำเร็จ คนในคณะของคุณเทอดภูมิคนหนึ่งก็ตอบเพื่อเอาใจอาจารย์ใหญ่คอมมิวนิสต์ว่า &amp;ldquo;เราจะยกเลิกสถาบันพระมหากษัตริย์ก่อน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ศรี&amp;#39; ไม่ทนพวกไร้กาลเทศะสร้างความวุ่นวาย ต้องจับขังให้หมดทั้งตัวการและผู้สนับสนุน
	สุดคึก &amp;#39;อานนท์-บิ๊กกวิ้น&amp;#39; ขยับม็อบมา 8 โมงเช้าปักหลักอนุสาวรีย์ปชต. ประกาศลั่นเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย
	&amp;#39;รมต.ยุคยิ่งลักษณ์&amp;#39; ประณามการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ ต่อผู้ชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ
	นักศึกษาขอนแก่นจุดเทียน เรียกร้องตำรวจปล่อย &amp;#39;ไผ่ดาวดิน&amp;#39;
	&amp;#39;แท็กซี่&amp;#39; เดือด!ด่าลั่นแกนนำม็อบชังชาติ &amp;#39;จอมขวัญ&amp;#39; ถึงกับอึ้ง อิหยังว่ะ (คลิป)
	&amp;#39;ทอน&amp;#39; มาแล้วจ้า ลั่น &amp;#39;ผมมาในวันนี้เพื่อประกาศว่าไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ&amp;#39;
	&amp;#39;บุญเกื้อ&amp;#39; หยัน &amp;#39;ธนาธร&amp;#39; แกนนำคณะก้าวหนี
	มันปาก&amp;#39;อานนท์&amp;#39;ทุบหม้อข้าว!ขอวัดเสียง&amp;#39;ทรงพระเจริญ&amp;#39;กับ&amp;#39;ปฏิรูปสถาบัน&amp;#39;อะไรจะดังกว่ากัน
	รุ้ง-แกนนำคณะราษฎร 2563 วอนมวลชนมีสติ เชื่อแกนนำ สู้ด้วยสมอง เราจะชนะไปด้วยกัน
	ขนลุกซู่ &amp;#39;ปิยบุตร&amp;#39; เปิดหน้าชนแล้ว!
	&amp;#39;สุวินัย&amp;#39;ออกบทความ&amp;#39;ฮ่องกงโมเดลแบบไทยๆที่เป็นละครตลกร้าย&amp;#39;


&lt;p&gt;อาจารย์ใหญ่ชาวรัสเซียตอบว่า &amp;ldquo;แค่ความคิดเบื้องต้นของพวกคุณก็ถือว่าการปฏิวัติของพวกคุณมันล้มเหลวเสียตั้งแต่ต้นเลย เพราะ #สถาบันกษัตริย์ของประเทศไทยไม่เหมือนของรัสเซียในอดีต สถาบันกษัตริย์ของไทยไม่เคยรังแก่เบียดเบียนประชาชนมีแต่ช่วยบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชน จึงเป็นที่รักและหวงแหนของประชาชน การปฏิวัติจะสำเร็จได้อย่างไร ถ้าคุณไปคิดทำลายสิ่งที่ประชาชนรักและหวงแหน ใครมันจะให้ความร่วมมือมีแต่เขาจะต้องคิดเป็นศัตรูกับพวกคุณทั้งแผ่นดิน แล้วจะปฏิวัติสำเร็จได้อย่างไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจำได้แค่นี้แหละครับ ถ้าคุณเทอดภูมิยังมีชีวิตอยู่ ช่วยขยายความให้ชัดเจนให้มากยิ่งขึ้นหน่อยเถอะครับ ช่วยกันสอนคนที่รู้ไม่จริง แต่อยากเป็นใหญ่กันหน่อยเถอะครับ ถือว่าเป็นการโปรดสัตว์เพื่อเอาบุญก็แล้วกัน (อันนี้เป็นภาษาธรรมนะครับ อย่าคิดว่าผมพูดหยาบ เพราะการพูดหยาบคายถือเป็นส่วนหนึ่งของวาจาทุจริตที่พระพุทธเจ้าท่านทรงห้ามไว้ ผมจะไม่พยายามฝ่าฝืน...ถ้าไม่จำเป็น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี
13 ตุลาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80436</URL_LINK>
                <HASHTAG>14ตุลา, คอมมิวนิสต์, ไตรรงค์ สุวรรณคีรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f867135c7123.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 10:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 10:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.ไตรรงค์ ยก 3 เหตุผลชมเปาะ &#039;อาคม&#039; เหมาะขุนคลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค.63 - ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยินดีที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ได้รับโปรดเกล้าฯเป็นรมว.คลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1) ที่จริงผมก็พอจะได้ข่าวระแคะระคายมาก่อนว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่จะเป็นคุณอาคมฯ แต่ไม่อยากออกความเห็นอะไรๆ ก่อนที่จะมีพระบรมราชโองการฯ อันนี้เป็นมารยาทและประเพณีของประเทศไทยมาอย่างช้านาน

(2) เมื่อสมัยผมดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ดูแลกิจการที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศระหว่างปี พ.ศ. 2553 - 2555 ผมต้องพึ่งความเห็นจากนักเศรษฐศาสตร์ที่มีชื่อเสียง มีผลงานการวิจัยที่เชื่อถือได้และยังต้องฟังความเห็นจากข้าราชการ อดีตข้าราชการ และนักธุรกิจที่มีประสบการณ์ในการนำทฤษฎีมาใช้ในภาคปฏิบัติ&lt;/p&gt;


	ร้อน! &amp;#39;สุธรรม-อดีตผู้นำนักศึกษายุคตุลา 19&amp;#39; โผล่เคลียร์ปม &amp;#39;ไตรรงค์&amp;#39; พาดพิงถึงเหตุการณ์นองเลือดเมื่อ 44 ปีที่แล้ว
	&amp;#39;ไตรรงค์&amp;#39; เล่าก่อน 6 ตุลา 19 &amp;#39;ดร.ป๋วย-อธิการบดีมธ.&amp;#39; ส่งเข้าไปเจรจากับแกนนำนักศึกษา แล้วเหตุร้ายก็เกิดขึ้นจริงๆ
	ไตรรงค์ : ป๋าเปรม กับ การระงับวิกฤติประเทศ
	&amp;#39;ไตรรงค์&amp;#39; สุดอาลัย ถ่ายทอด 4 คำสอนของ &amp;#39;ป๋าเปรม&amp;#39;


&lt;p&gt;ขณะนั้น ผมมีที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติทั้ง 3 ประเภทอยู่มากกว่า 20 คน คนหนึ่งในจำนวนนั้นก็คือ คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ซึ่งขณะนั้นท่านดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งท่านจะไม่เคยลังเลที่จะมาเข้าแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมคณะที่ปรึกษาในทุกครั้งที่ท่านได้รับเชิญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมรู้สึกยินดีมาก ที่ท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันได้เสนอแต่งตั้งคุณอาคมฯ เป็น รมว.คลัง ผมคิดว่าเป็นการใช้ดุลยพินิจที่รอบคอบ กล้าหาญ และเห็นต่อประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. คุณอาคมฯ เป็นคนมีความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ในระดับที่ถือว่าค่อนข้างดี ไม่เฉพาะแต่รอบรู้เรื่องทฤษฎีที่ใครๆ ก็สามารถเปิดตำราพูดได้ แต่คุณอาคมฯ เป็นคนที่จะ #รู้ว่าทฤษฎีของฝรั่งนั้นมีอะไรบ้างที่ใช้ได้และใช้ไม่ได้กับบริบทของสังคมไทย หรือถ้าจะใช้ทฤษฎีใดก็ย่อมรู้ว่าจะใช้ได้มากน้อยแค่ไหน ต้องปรับปรุงและประยุกต์อย่างไรให้เข้ากับบริบทของสังคมไทย หน้าที่การงานของท่านเป็นส่วนหนึ่งที่บังคับให้ท่านต้องเป็นคนเช่นนั้น เพราะในฐานะเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ท่านต้องรับผิดชอบในการยกร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้ที่จะยกร่างแผนฯ ให้ใช้ได้ผลจริงๆ จึงต้องเป็นผู้ที่ต้องรู้จักข้อมูลความเป็นจริงของประเทศว่าเหมาะที่จะใช้กับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์อันไหน มากน้อยแค่ไหน เรื่องนี้สอนกันไม่ได้ ไม่มีตำราตามห้องสมุดให้อ่านจะรู้เองได้ก็โดยการผ่านการปฏิบัติงานมาอย่างโชกโชนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. คุณอาคมฯ เป็นคนที่ เกิดในชนบทที่ไม่เจริญ #ได้เห็นปัญหาความลำบากยากแค้นของคนชนบทมาตั้งแต่เกิด แล้วมารับการศึกษาพัฒนาความรอบรู้ให้มากขึ้นในเมืองหลวง เมื่อจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็ได้มีโอกาสไปรับการศึกษาในระดับปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดความลึกซึ้งแม่นยำในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แบบตะวันตกมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จากการที่เคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการ สศช. (C.11) และตอนหลังได้รับการโปรดเกล้าฯให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในสมัยรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ฯ (หลังปฏิวัติ 2557) คนไทยก็จะ #ไม่เคยได้ยินเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องทุจริตและความประพฤติมิชอบในเรื่องใดๆเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเคยไปเรียนในโครงการ &amp;ldquo;พัฒนาความเป็นผู้นำ&amp;rdquo; ที่มหาวิทยาลัย Harvard ในสหรัฐอเมริกา ได้มีการพูดถึงผลงานการวิจัยทั้งทางด้านรัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ที่เห็นพ้องต้องกันว่า ผู้นำทางการเมืองที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศด้อยพัฒนา (Less-developed countries - LDS) นั้น ก็คือบุคคลที่เกิดในชนบทที่แร้นแค้นลำบาก แล้วมาเติบโตมีการศึกษามากยิ่งขึ้นในเมืองหลวงที่มีความเจริญแตกต่างมากจากชนบท คนเหล่านี้จะรู้จักซาบซึ้งถึงความแตกต่างระหว่างชีวิตคนในชนบทและคนในเมืองที่เจริญ จะรู้จักความรู้สึกของทั้งของคนชนบทและความรู้สึกที่เฉยชาของคนในเมืองที่มีต่อความยากจนของคนชนบท (แต่ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ไม่เคยนิ่งดูดายในเรื่องนี้เพราะมีศีลธรรมและได้รับการอบรมจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์มาอย่างดี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนประเภทนี้แหละครับจะรู้วิธีว่าควรจะมีนโยบายอย่างไรให้คนชนบทมีฐานะและโอกาสที่ดีขึ้น และมีวิธีใดที่จะให้นโยบายเหล่านั้นได้รับการสนับสนุนเห็นอกเห็นใจจากคนที่มีฐานะที่ดีกว่า สบายกว่า ซึ่งส่วนมากอยู่ในเมืองใหญ่ๆ โดยที่พวกเขาจะไม่รู้สึกเสียดายในสิ่งที่ตนต้องเสียสละเพื่อความอยู่ดีกินดีและมีโอกาสในการเขยิบฐานะของเพื่อนร่วมชาติที่อยู่ในชนบท ผู้ที่จะกำหนดนโยบายเช่นนั้นได้และมีความสามารถพอจะบริหารนโยบายให้เป็นไปได้ตามเป้าหมาย จึงควรเป็นคนที่เกิดในชนบทที่ยากจนแต่มาเติบโตในเมืองที่เจริญ คุณอาคมฯ จึงมิได้แตกต่างไปจากนายชวน หลีกภัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ประการใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หวังว่าผมจะไม่ผิดหวังนะครับ เพราะมีผู้นำที่มีคุณสมบัติดังกล่าวอยู่หลายคนในโลกนี้ที่ลืมกำพืดของตนเองจึงเกิดมี การโกงกิน ทุจริต อย่างมโหฬารจนชาติเสียหายอย่างย่อยยับเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79833</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัง, รัฐบาล, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, เศรษฐกิจ, ไตรรงค์ สุวรรณคีรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a3a2f2ceb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2020 10:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2020 10:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อน! &#039;สุธรรม-อดีตผู้นำนักศึกษายุคตุลา 19&#039; โผล่เคลียร์ปม &#039;ไตรรงค์&#039; พาดพิงถึงเหตุการณ์นองเลือดเมื่อ 44 ปีที่แล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ย.63 - นายสุธรรม แสงประทุม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลทักษิณ และเป็นอดีตเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ได้ออกมาตอบโต้ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ว่า &amp;quot;ผมได้อ่านข้อความในเฟซบุ๊กของดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี ด้วยความเคารพ แต่จำเป็นต้องชี้แจงแสดงความเห็นเพื่อความเข้าใจในความถูกต้องเป็นจริงของเหตุการณ์ ผมไม่ได้เป็นห่วงคนรุ่นใหม่เพราะตระหนักดีว่าเขาศึกษาเหตุการณ์จากการศึกษาค้นคว้าหาข้อเท็จจริงและดูแล้วเขาเข้าใจเหตุการณ์ 6 ตุลา19 ดีเห็นถึงสาเหตุของปัญหาตามหลักกาลามสูตรเป็นห่วงแต่คนรุ่นดร.ไตรรงค์และคนรุ่นผมทีมีสารตกค้างของขยะประวัติศาสตร์ อยู่เต็มสมองและคงพกพาหลงเหลือไปถึงภพหน้า(ถ้ามี)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชุมนุมของนักศึกษาประชาชนในเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลา19 เป็นการชุมนุมอย่างสงบสันติตามสิทธิในรัฐธรรมนูญและได้ขออนุญาตและได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้นคือม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ในวันนั้นจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นเลยถ้าไม่มีคนสร้างสถานการณ์ใช้ความรุนแรงก่อกวนคุกคามจนกลายเป็นการฆ่าหมู่กลางเมืองซึ่งรูปภาพสยดสยองปรากฎไปทั่วโลก&lt;/p&gt;


	&amp;#39;ไตรรงค์&amp;#39; เล่าก่อน 6 ตุลา 19 &amp;#39;ดร.ป๋วย-อธิการบดีมธ.&amp;#39; ส่งเข้าไปเจรจากับแกนนำนักศึกษา แล้วเหตุร้ายก็เกิดขึ้นจริงๆ
	ดูจะจะหนังสือ 2 แผ่น &amp;#39;กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม&amp;#39; ขออนุญาตมธ.ใช้สนามฟุตบอลจัดม็อบ 19 กันยา.


&lt;p&gt;เหตุการณ์ความรุนแรงในวันนั้นจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าเรามีรัฐบาลที่มีความเข้มแข็งไม่ปล่อยให้จอมพล ถนอม กิตติขจร เดินทางเข้ามาในประเทศ ทั้งๆที่รู้ล่วงหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ความรุนแรงในวันนั้นจะไม่เกิดขึ้นเลยถ้ารัฐบาลได้บริหารจัดการให้จอมพลถนอมออกนอกประเทศไปตามความต้องการของนักศึกษาประชาชน อยากให้ ดร.ไตรรงค์ไปอ่านบันทึก ของสุรินทร์ มาศดิตถ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ที่เขียนถึงพรรคประชาธิปัตย์จะเข้าใจเหตุการณ์เพิ่มขึ้นเป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าจะพูดให้ลึกไปกว่านั้นความรุนแรงที่เกิดขึ้นมาจากความอ่อนด้อยประสิทธิภาพของรัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใดขอให้ท่านไปค้นคว้าหาดูซึ่งเป็นการเล่นการเมืองหลายหน้าจับปลาหลายมือจนเป็นสาเหตุทำให้ดอกผลการต่อสู้ 14 ตุลา 16 ถูกทำลายไปอย่างย่อยยับซึ่งยังคงเป็นพฤติกรรมที่ดำรงมาอยู่จนถึงทุกวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่อย่างนั้นแล้วความกังวลห่วงใยที่ ดร.ไตรรงค์มีอยู่จะไม่ต่างอะไรกับเสียงของผู้คนที่ไปตะโกนตามโรงหนังเรื่องอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ และเรื่องจำลองพาคนไปตายในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬปี 35&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77116</URL_LINK>
                <HASHTAG>6ตุลาคม2519, การเมือง, ธรรมศษสตร์, ม็อบนักศึกษา, ม็อบปลดแอก, สนามหลวง, สุธรรม แสงประทุม, ไตรรงค์ สุวรรณคีรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181207/image_big_5c0a7e9584fd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
