<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>81427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2020 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2020 10:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลรับฟ้องคดีเพิกถอนสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง 3 สำนวนแล้ว ไต่สวนช่วงบ่ายวันนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.63 - ที่ห้องพิจารณา 410 ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำสั่งกรณีนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในนามกลุ่ม &amp;ldquo;คณะจุฬาฯ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;TPC Awaken&amp;rdquo; นำโดย น.ส.ศุกรียา วรรณายุวัฒน์ กับพวกรวม&amp;nbsp;6&amp;nbsp;คน เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นจำเลยที่&amp;nbsp;1-3&amp;nbsp;ฐานละเมิด ขอให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เพิกถอนประกาศและคำสั่งหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง ห้ามมิให้นำมาตรการคำสั่งและการกระทำมาใช้กับโจทก์และผู้ชุมนุม พร้อมขอคุ้มครองชั่วคราวและคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง เป็นคำสั่งทางปกครองของนายกรัฐมนตรี แต่มาตรา 16 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ห้ามฟ้องศาลปกครอง ให้โจทก์ฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมซึ่งมีอำนาจพิพากษาคดีทั้งปวง ไม่อยู่ในอำนาจของศาลอื่นตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ศาลแพ่งซึ่งเป็นศาลยุติธรรม จึงมีอำนาจรับไว้พิจารณา มีคำสั่งรับฟ้องและรับไต่สวนฉุกเฉินในวันนี้ (22 ต.ค.) เวลา 13.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังศาลรับฟ้องแล้ว กลุ่มนิสิตนักศึกษาในฐานะโจทก์ เปิดเผยว่า ดีใจเหมือนเห็นแสงสว่าง ยังมีความยุติธรรมให้เห็น ส่วนการที่นายกรัฐมนตรีบอกถอยคนละก้าวนั้น ความจริงเขานำเราไปก้าวหนึ่ง ต้องยกเลิกตรงนี้ และเราจะสู้ต่อไปให้ถึงที่สุด เรื่องอดีตไม่สามารถแก้ไขได้ คาดหวังว่าศาลจะเป็นที่พึ่งในการต่อสู้เพื่อเสรีภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายปรีดา นาคผิว ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ในฐานะทีมทนายความโจทก์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เตรียมพยาน​ 2​ ปาก ที่จะให้การในชั้นไต่สวนฉุกเฉินช่วงบ่าย​ ประกอบด้วย​ นักศึกษา​ น.ส.ศุกรียา​ วรรณายุวัฒน์​ นักศึกษาโจทก์ที่​ 1​ และ​ ดร.พัชร์​ นิยมศิลป์​ อาจารย์คณะนิติศาสตร์​ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย​ ซึ่งคาดว่าทั้ง​ 2 ปาก​ น่าจะครอบคลุม​ เชื่อว่าศาลจะรับฟังและมีคำสั่งจะคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ในวันนี้หรือพรุ่งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่อีก 2 สำนวนในเรื่องเดียวกัน ที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กับพวก ยื่นฟ้อง และนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กับพวก ยื่นฟ้อง ศาลได้สั่งรับฟ้องและจะมีการไต่สวน ฉุกเฉิน เพื่อมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ ในวันนี้เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/81427</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุ้มครองชั่วคราว, พรก.ฉุกเฉิน, ม็อบ3นิ้ว, ศาลแพ่ง, เพิกถอน, ไต่สวนฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8e543de2fbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18804</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 13:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 13:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลปกครองยกเลิกคำร้องไต่สวนฉุกเฉิน รถตู้อายุเกิน10ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลปกครองไม่รับคำร้องไต่สวนฉุกเฉิน คุ้มครองรถตู้อายุเกิน 10 ปี วิ่งต่อ ชี้ฟังไม่ได้ว่าเป็นเหตุฉุกเฉิน หลังผู้ประกอบการยื่นฟ้องมานานเกือบ 6 เดือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1ต.ค.61- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้นำตัวแทนผู้ประกอบการรถตู้สาธารณะในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด กว่า 100คนเดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีหมายเลขดำที่ 793/2561&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สมาชิกสมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัดและผู้โดยสาร จำนวน 731 คน เดินทางมายื่นฟ้องอธิบดีกรมขนส่งทางบก ,คณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ,คณะกรรมการแก้ไขปัญหารถตู้โดยสาร และบริษัทขนส่ง จำกัด ต่อศาลปกครองกลาง &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2561 ว่าต่างละเลยหน้าที่ที่จะแก้ไขปัญหาให้กับผู้โดยสาร และผู้ประกอบการรถตู้ต่างจังหวัด เจตนาที่จะฝ่าฝืนมาตรา 40 มาตรา 43(3)รัฐธรรมนูญ 2560 ป ,พ.ร.บ.การขนส่งทางบก 2522 และพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 2534 และแก้ไขเพิ่มเติมด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยขอให้ศาลมีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดียกเลิกการบังคับให้รถตู้โดยสารสาธารณะ หมวด2(ต) และ(ช) รับ-ส่งผู้โดยสารเฉพาะสถานีต้นทางและปลายทาง และให้สามารถรับ-ส่งผู้โดยสารได้ระหว่างทาง และยกเลิกการจำกัดอายุการใช้รถตู้โดยสารสาธารณะทุกหมวดที่กำหนดไว้ 10ปี รวมทั้งขอให้ศาลสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีระงับการรวมศูนย์สถานีรับ-ส่งผู้โดยสารไปอยู่ยังสถานีขนส่งต่างๆของบริษัทขนส่ง จำกัด และระงับมาตรการจัดระเบียบการจัดจำหน่ายตั๋วรถตู้โดยสารโดยไม่มีการประมูลหรือจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า การที่ตนเองและผู้ประกอบการรถตู้สาธารณะเดินทางมาศาลวันนี้ เพื่อติดตามความคืบหน้าคดี ซึ่งเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้มายื่นคำร้องต่อศาลปกครองขอให้มีการไต่สวนฉุกเฉินในคดีนี้ &amp;nbsp;เนื่องจาก คำสั่งของกรมการขนส่งทางบกได้ระบุไว้ว่ารถตู้ที่มีอายุการใช้งานเกิน 10 ปีขึ้นไปจะต้องหยุดให้บริการ จะทำให้ผู้ประกอบการและประชาชนผู้ใช้บริการต่างได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;จึงขอยืดเวลาใช้งานจาก 10 ปี เป็น 15 ปี เพื่อหาเงินมาจัดหารถคันใหม่เพื่อมาให้บริการต่อไป การที่กรมขนส่งทางบกใช้อำนาจทางปกครองบีบบังคับให้รถตู้หยุดใช้บริการแล้วจัดหารถคันใหม่นั้นไม่เป็นธรรม และมีการเลือกปฏิบัติอย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ถ้าเปรียบเทียบกับรถที่กรมการขนส่งทางบกให้การควบคุมดูแล เช่น รถขสมก. บขส.ที่มีสภาพเก่ากว่ารถตู้ไม่รู้กี่เท่า อายุการใช้งานบางคันไม่ต่ำกว่า 20 ปี แต่กลับไม่ได้มีการยุติการให้บริการแต่อย่างใด หรือรถตู้ชนิดอื่นๆไม่ว่าจะเป็นรถพยาบาล รถรับส่งนักเรียน ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 10 ปีขึ้นไปก็ยังสามารถวิ่งให้บริการได้ ดังนั้นรถสาธารณะทุกรูปแบบที่มีอายุการใช้งานเกิน 10 ปี จะต้องทุกยุติให้บริการเหมือนกันหมด ทั้งนี้การเลือกปฏิบัติเป็นเรื่องที่ตนต้องแถลงให้ศาลปกครองรับทราบว่าการใช้อำนาจไม่เป็นไปด้วยความชอบธรรม ถ้าศาลไม่ไต่สวนในวันนี้ก็ต้องไปปรึกษากับผู้ประกอบการอีกครั้งว่าจะทำอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลาประมาณ 11.30 น. ศาลปกครองกลางไต่สวนคำร้องของผู้ประกอบการ คนขับรถตู้ทั่วประเทศไทยจำนวน 731 คน ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ยังฟังไม่ได้ว่ามีเหตุฉุกเฉินเพียงพอตามคำร้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18804</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศรีสุวรรณ จรรยา, ผู้ประกอบการรถตู้, รถตู้เกินปี, ศาลปกครอง, ไต่สวนฉุกเฉิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb1bc1397979.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
