<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 21:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 21:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดสังเวยไต้ฝุ่นมังคุดในฟิลิปปินส์เพิ่มเป็น 81 ศพ ยังสูญหายอีก 59</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;จำนวนผู้เสียชีวิตจากไต้ฝุ่นมังคุดพัดถล่มภาคเหนือของฟิลิปปินส์เมื่อสุปสัปดาห์และทำให้เหมืองถล่ม เพิ่มเป็น 81 ศพแล้วในวันพุธ แต่ยังสูญหายอีก 59 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กู้ภัยขนย้ายร่างเหยื่อดินถล่มที่เกิดภายหลังฝนตกหนักเพราะไต้ฝุ่นมังคุดเข้าถล่มเมืองอิโตกอน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริคาร์โด จาลัด หัวหน้าสำนักป้องกันภัยพลเรือนของฟิลิปปินส์ เผยกับเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 19 กันยายนว่า&amp;nbsp; จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มที่เหมืองในเมืองอิโตกอนภายหลังไต้ฝุ่นมังคุดถล่มเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มเป็น 81 ศพแล้ว แต่ยังมีผู้สูญหายอยู่ถึง 59 ราย โดยคาดว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุดินถล่มครั้งนี้น่าจะเกิน 100 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไต้ฝุ่นมังคุดซึ่งเป็นไต้ฝุ่นรุนแรงที่สุดของปีนี้ พัดเข้าถล่มมาเก๊าและฮ่องกงด้วย รวมถึงมณฑลกวางตุ้งทางใต้ของจีน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากพายุลูกนี้ 4 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพุธ เจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวเหมืองในเมืองอิโตกอนหลายร้อยคนใช้พลั่วและมือเปล่าขุดดินโคลนที่ทับบ้านของชาวเหมือง พวกเขาหวังว่าจะพบญาติพี่น้องและเพื่อนๆ ที่สูญหาย ก่อนที่ไต้ฝุ่นมังคุดจะพัดถล่มเกาะลูซอน เหมืองแห่งนี้นับเป็นพื้นที่อันตรายอยู่แล้ว เนื่องจากเมื่อฝนตกหนักในฤดูมรสุมจะทำให้ดินชุ่มน้ำและทำให้เสี่ยงเกิดดินถล่ม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17992</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดินถล่ม, ฟิลิปปินส์, ยอดสังเวย, ไต้ฝุ่นมังคุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180919/image_big_5ba257e9b9248.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 21:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 21:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มังคุด&#039; ก่อหายนะดินถล่มฝังนับร้อย &#039;ดูเตร์เต&#039; ขู่ปิดเหมืองทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไต้ฝุ่นมังคุดก่อดินถล่มคร่าชีวิตคนจำนวนมาก ขณะยอดสังเวยเพิ่มเป็น 65 แล้ว ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ขู่ซ้ำจะปิดเหมืองทุกแห่งในฟิลิปปินส์ ส่วนที่ฮ่องกงและมาเก๊าเริ่มเก็บกวาดซากความเสียหาย จีนดับอย่างน้อย 4&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพดินถล่ม ภายหลังฝนตกหนักเมื่อไต้ฝุ่นมังคุดเข้าถล่มเมืองอิโตกอน จังหวัดเบนเกตของฟิลิปปินส์ / AFP / JJ LANDINGIN&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของประธานาธิบดีฟิลิปปินส์มีออกมาไม่กี่ชั่วโมงให้หลังคำสั่งของรอย ซิมาตู รัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ยุติการทำเหมืองขนาดเล็กทั้งหมดในเขตกอร์ดิลเลรา ที่เกิดดินถล่มคร่าชีวิตคน 24 ศพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดูเตร์เตนั่งเป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดการภัยพิบัติของรัฐบาล ถ่ายทอดทางโทรทัศน์เมื่อวันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2561 สองวันภายหลังไต้ฝุ่นมังคุดถล่มฟิลิปปินส์ ว่าหากเป็นไปได้เขาจะปิดเหมืองทุกแห่งในฟิลิปปินส์ &amp;quot;เรามีปัญหากับอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของเรา ซึ่งไม่ได้สร้างประโยชน์เป็นชิ้นเป็นอันต่อเศรษฐกิจของประเทศเลย&amp;quot; ผู้นำฟิลิปปินส์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต (ที่ 2 จากซ้าย) ฟังรายงานสรุปจากเจ้าหน้าที่เมื่อมาถึงจังหวัดคากายัน เพื่อตรวจความเสียหายจากพายุ เมื่อวันที่ 16 กันยายน / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2559 ภายหลังรับตำแหน่งได้ไม่นาน ดูเตร์เตเคยกล่าวเตือนเหมืองทุกแห่งให้ทำตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด ไม่เช่นนั้นจะถูกปิดเหมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายได้จากเหมืองแร่มีไม่ถึง 1% ของจีดีพี แม้ว่าฟิลิปปินส์เพิ่งทำประโยชน์จากสินแร่ที่มีแค่ 3% จากพื้นที่ 9 ล้านเฮกตาร์ รัฐบาลประเมินว่า 60-70% ของเหมืองขนาดเล็กเปิดทำเหมืองอย่างผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่เป็นเหมืองทองคำ, เงิน และโครไมต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุไต้ฝุ่นมังคุดเข้าถล่มตอนเหนือของเกาะลูซอนเมื่อเช้าวันเสาร์ คร่าชีวิตคนเพิ่มเป็น 65 คนแล้วตามข้อมูลเมื่อวันจันทร์ ภายหลังกู้ภัยกู้ศพเหยื่อดินถล่มที่เมืองอิโตกอนเพิ่มอีก 11 ศพ และคาดว่ามีคนถูกฝังอยู่อีก 40 คน โดยวิกตอรีโอ ปาลังดัน นายกเทศมนตรีเมืองนี้มีความเชื่อ 99% ว่าพวกเขาเสียชีวิตแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประสบภัยในฟิลิปปินส์มากกว่า 155,000 คนยังอยู่ในศูนย์อพยพ ขณะที่พื้นที่เกษตรทางเหนือซึ่งปลูกข้าวและข้าวโพดจมอยู่ใต้น้ำโคลน พืชผลเสียหายก่อนถึงวันเก็บเกี่ยวอีกแค่ 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจมาเก๊าเก็บขยะและเศษซากปรักหักพังบนถนน หลังไต้ฝุ่นผ่านพ้นเมื่อวันจันทร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มังคุดได้เคลื่อนเข้าถล่มเกาะฮ่องกงและมาเก๊าเมื่อสุดสัปดาห์ สร้างความเสียหายหนักเช่นกัน ต้นไม้หักโค่นปิดกั้นถนนหลายสาย คลื่นน้ำทะเลซัดดินโคลนทับถมหมู่บ้านริมทะเล ก่อน้ำท่วมสูงที่มาเก๊า ก่อนที่จะเคลื่อนสู่จีนแผ่นดินใหญ่ช่วงดึกวันอาทิตย์ ทำให้มีคนเสียชีวิต 4 คนที่มณฑลกวางตุ้ง โดย 3 คนในนี้โดนต้นไม้ล้มทับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางการจีนประกาศว่า ได้อพยพประชาชนมากกว่า 3 ล้านคน และสั่งให้เรือประมงนับแสนลำกลับเข้าเทียบท่าก่อนที่พายุซึ่งสื่อจีนตั้งฉายาว่า &amp;quot;ราชาแห่งพายุ&amp;quot; จะมาถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้นไม้โดนลมพายุหักโค่นบนเกาะฮ่องกง / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวเกาะฮ่องกงได้เริ่มทำความสะอาดและเก็บกวาดซากความเสียหายที่ &amp;quot;รุนแรงและกว้างขวาง&amp;quot; จากพายุที่มีความเร็วลมสูงสุดมากกว่า 230 กิโลเมตร/ชั่วโมงลูกนี้ โดยมีรายงานคนบาดเจ็บมากกว่า 300 ราย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงงานแห่งหนึ่งในเมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้งของจีน เสียหายจากลมพายุไต้ฝุ่น / AFP&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17810</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซูเปอร์ไต้ฝุ่น, ดินถล่ม, ปิดเหมือง, ฟิลิปปินส์, มาเก๊า, ฮ่องกง, โรดริโก ดูเตร์เต, ไต้ฝุ่นมังคุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9fb284661e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2018 22:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2018 22:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มังคุด&#039; คร่าชีวิตฟิลิปปินส์ 59 ศพ บุกจีนต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไต้ฝุ่นมังคุดเคลื่อนผ่านฮ่องกงมุ่งเข้าถล่มจีนแผ่นดินใหญ่ต่อในวันอาทิตย์ ขณะจำนวนผู้สังเวยชีวิตในฟิลิปปินส์เพิ่มเป็นอย่างน้อย 59 ราย ส่วนที่สหรัฐ อิทธิพลของพายุฟลอเรนซ์ทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรง ยอดเสียชีวิตเพิ่มเป็น 13 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กู้ภัยฟิลิปปินส์กู้ร่างเหยื่อโคลนถล่มที่เมืองบากุยโอ ทางเหนือของกรุงมะนิลา เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2561 / AFP / JJ LANDINGIN&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พายุไต้ฝุ่นมังคุด ซึ่งเป็นพายุขนาดใหญ่ที่สุดของโลกในปีนี้ สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างใหญ่ทางตอนเหนือของเกาะลูซอน เกาะหลักของฟิลิปปินส์ พื้นที่เกษตรถูกน้ำท่วม ต้นไม้โดนพายุพัดหักโค่น ฝนตกกระหน่ำทำให้เกิดดินถล่มหลายสิบแห่ง ก่อนที่จะเคลื่อนถึงเกาะฮ่องกงของจีน แล้วมุ่งหน้าสู่เมืองชายฝั่งทางใต้ของจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเคลื่อนถึงเมืองเจียงเหมินในมณฑลกวางตุ้งเมื่อช่วงค่ำของวันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฮ่องกงออกคำเตือนภัยขั้นสูงสุดสำหรับไต้ฝุ่นลูกนี้ ซึ่งเข้าถล่มฮ่องกงด้วยความเร็วลมสูงสุดมากกว่า 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง ข้อมูลของทางการฮ่องกงระบุว่ามีคนบาดเจ็บแล้ว 213 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความรุนแรงของลมพายุจากไต้ฝุ่นลูกนี้ทำให้ต้นไม้หลายต้นหักโค่นกลางลำ กีดขวางถนนหลายสาย กระจกอาคารสูงแตก และโยกคลอนตึกระฟ้าที่ถูกออกแบบไว้รับลมรุนแรงลักษณะนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ฟิลิปปินส์ ทางการเพิ่งเริ่มรวบรวมยอดความสูญเสียและความเสียหายจากไต้ฝุ่นมังคุดซึ่งเข้าถล่มตอนเหนือของลูซอนเมื่อวันเสาร์ โดยจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 59 คนในค่ำวันอาทิตย์ ภายหลังพบศพของเหยื่อดินโคลนถล่มเพิ่มอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองบักเกา พายุมังคุดพังทลายบ้านเรือนหลายหลัง พัดหลังคาปลิดปลิว เสาไฟฟ้าหักโค่น ถนนบางสายโดนดินถล่มตัดขาดและอีกจำนวนมากจมอยู่ใต้น้ำ พื้นที่นาข้าวและไร่ข้าวโพดทั่วพื้นที่ตอนเหนือของเกาะลูซอนก็จมอยู่ใต้น้ำด้วยเช่นกัน พืชผลเกษตรเสียหายก่อนจะถึงฤดูเก็บเกี่ยวในอีก 1 เดือนข้างหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สังเวยชีวิตส่วนใหญ่ในฟิลิปปินส์เกิดจากดินถล่ม แต่ที่ไต้หวันก็มีหญิงคนหนึ่งเสียชีวิตเพราะโดนคลื่นซัดออกทะเล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระจกหน้าต่างอาคารสูงในฮ่องกงแตกเพราะแรงลมซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกนี้ / AFP / Philip FONG&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลฮ่องกงได้ออกคำเตือนประชาชนให้หลบอยู่ในเคหสถานเมื่อพายุมาถึง แต่ก็ยังมีบางคนเสี่ยงชีวิตออกไปถ่ายภาพริมชายหาด แม้จะมีคลื่นลมรุนแรงซัดเข้าฝั่งในอ่าววิกตอเรียและหมู่บ้านประมงหลายแห่งซึ่งชาวบ้านพากันอพยพไปยังศูนย์พักพิงกันนับพันราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกฮ่องกงยกเลิกเกือบทั้งหมด โรงเรียนก็ประกาศปิดการเรียนในวันจันทร์ ส่วนที่เกาะมาเก๊า กาสิโนปิดพร้อมกันทั้ง 42 แห่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเกาะนี้ ถนนหลายสายบนเกาะมาเก๊าถูกน้ำท่วม เมื่อพายุเคลื่อนผ่านไปแล้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ใช้เจ็ตสกีและเรือยางออกสำรวจตามถนนและช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่กลางน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองชายฝั่งในมณฑลกวางตุ้งของจีน เจ้าหน้าที่ได้อพยพประชาชนริมชายฝั่งทะเลล่วงหน้าแล้ว&amp;nbsp; 2.37 ล้านคน ก่อนที่ไต้ฝุ่นมังคุดจะเคลื่อนถึงฝั่ง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17732</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซํูเปอร์ไต้ฝุ่น, ถล่มจีน, ฟิลิปปินส์, มาเก๊า, ฮ่องกง, ไต้ฝุ่นมังคุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180916/image_big_5b9e6d152e657.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17596</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 22:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์ยกระดับเตือนภัยรับมือไต้ฝุ่นมังคุด เฮอริเคนฟลอเรนซ์ขึ้นฝั่งสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการฟิลิปปินส์ยกระดับการเตือนภัยจากพายุมังคุดเพิ่มเป็นระดับ 4 จาก 5 ระดับในวันศุกร์ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกนี้จะเคลื่อนถึงฟิลิปปินส์ หวั่นสร้างความเสียหายรุนแรงจากลมพายุและฝนตกหนัก ส่วนที่สหรัฐ เฮอริเคนฟลอเรนซ์ถึงชายฝั่งแล้วในวันศุกร์โดยลดความรุนแรงลงเหลือระดับ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากซีเอ็นเอ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2561 ชายชาวไต้หวันนั่งมองคลื่นปะทะฝั่งที่เมืองไถตง ขณะที่ไต้ฝุ่นมังคุดเคลื่อนเข้าใกล้ทะเลทางใต้ของไต้หวัน / AFP / CNA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวฟิลิปปินส์นับหมื่นคนอพยพออกจากบ้านเรือนที่อยู่ริมชายฝั่งทางเหนือสุดของประเทศล่วงหน้าแล้ว ก่อนที่ซูเปอร์ไต้ฝุ่นมังคุดจะเคลื่อนถึงฝั่งเช้าวันเสาร์ด้วยกำลังรุนแรง ที่นักพยากรณ์อากาศระบุว่าถึงขณะนี้ถือเป็นพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดของปีที่เข้าถล่มฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธุรกิจห้างร้านและบ้านเรือนประชาชนบนเกาะลูซอน เกาะหลักของฟิลิปปินส์ที่มีประชากรหลายล้านคน ได้เตรียมพร้อมเสริมความแข็งแรงป้องกันกระจกหน้าต่างและหลังคาที่อาจปลิดปลิวตามแรงลมพายุ ซึ่งมีความเร็วลมคงที่สูงสุด 205 กิโลเมตร/ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานวันที่ 14 กันยายน 2561 ว่าสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์ได้ยกระดับการเตือนภัยพายุขึ้นเป็น &amp;quot;สัญญาณระดับ 4&amp;quot; หรือระดับรองจากสูงสุด โดยคาดการณ์ว่าความเร็วลมของพายุลูกนี้จะสูงถึง 220 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่จังหวัดคากายันและจังหวัดอิซาเบลา ซึ่งอยู่ชายฝั่งทางทิศเหนือของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสองเมืองนี้อยู่ในเส้นทางที่พายุใหญ่ซึ่งมีขนาดกว้างถึง 900 กิโลเมตรลูกนี้ เคลื่อนผ่านตรงๆ ขณะเคลื่อนตัวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกสู่ทิศตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวฟิลิปปินส์แบกฟูกเข้าห้องเรียนที่ถูกเปลี่ยนเป็นศูนย์หลบภัยไต้ฝุ่น ที่เมืองตูเกกาเรา จังหวัดคากายัน เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลอรีดิน เด ลา ครูซ นักพยากรณ์อากาศกล่าวระหว่างการบรรยายสรุปถ่ายทอดทางโทรทัศน์ว่า ประชาชนจำเป็นต้องรับทราบข้อมูลว่าสำนักงานได้ยกระดับการเตือนภัยพายุขึ้นเป็นระดับ 4 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิปปินส์เคยเตือนภัยพายุระดับ 4 เมื่อครั้งที่ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนเข้าถล่มฟิลิปปินส์ และเป็นพายุที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ มีคนเสียชีวิตหรือสูญหายมากกว่า 7,350 คนเมื่อพายุลูกนี้ถล่มตอนกลางของฟิลิปปินส์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิทธิพลของมังคุดทำให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกบริเวณปลายแหลมฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือสุดของเกาะลูซอนแล้วตั้งแต่ช่วงเย็นวันศุกร์ คาดการณ์ว่าเส้นทางที่พายุลูกนี้เคลื่อนผ่านจะกระทบต่อประชาชนไม่ต่ำกว่า 4 ล้านคน ก่อนที่จะเคลื่อนถึงเมืองชายฝั่งทางใต้ของจีนที่มีประชากรหนาแน่นสุดสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สหรัฐ พายุเฮอริเคนฟลอเรนซ์เคลื่อนเข้าถล่มชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐแล้วในวันศุกร์ นักพยากรณ์อากาศเตือนว่า พายุลูกนี้ซึ่งลดความรุนแรงลงเป็นเฮอริเคนระดับ 1 แต่ยังมีขนาดใหญ่และอันตราย อาจก่อน้ำท่วมสร้างความหายนะและความเสียหายอื่นๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติ (เอ็นเอชซี) ของสหรัฐระบุว่า พายุลูกนี้เคลื่อนถึงฝั่งใกล้กับไรตส์วิลล์บีช รัฐนอร์ทแคโรไลนา เมื่อเวลา 07.15 น. ของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น (18.15 น. วันเดียวกันของไทย) เคน แกรห์ม ผู้อำนวยการเอ็นเอชซีกล่าวเตือนว่า การเคลื่อนที่ของพายุลูกนี้ยิ่งช้ายิ่งเพิ่มอันตราย แม้แต่กับพื้นที่ที่อยู่นอกเส้นทางผ่านของพายุโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาสาสมัครกู้ภัยช่วยอพยพเด็กๆ ออกจากบ้านที่ถูกน้ำท่วมในเมืองเจมส์ซิตี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยในรัฐนอร์ทแคโรไลนากำลังพยายามช่วยประชาชนที่ติดอยู่ในบ้านซึ่งถูกน้ำท่วม ภาพข่าวจากวิดีโอเผยให้เห็นสภาพของที่จอดรถในเมืองนิวเบิร์นที่อยู่ริมน้ำกลายเป็นทะเลสาบภายหลังฝนตกหนัก ตำรวจเมืองนี้กล่าวเมื่อเช้าวันศุกร์ว่ามีประชาชน 150-200 คนได้รับการอพยพแล้ว และอีกราว 150 คนรอการช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามประกาศของเอ็นเอชซี ณ เวลา 19.00 น.ของไทย ฟลอเรนซ์มีความเร็วลม 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง และเคลื่อนที่สู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตร/ชั่วโมง คำเตือนระบุด้วยว่า อันตรายร้ายแรงที่สุดจากพายุลูกนี้จะเกิดจากสตอร์มเซิร์จ และคาดด้วยว่าอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันที่สร้างความเสียหายร้ายแรงและแม่น้ำล้นตลิ่งท่วมยืดเยื้อตามมา โดยบางพื้นที่อาจเกิดฝนตกหนักถึง 40 นิ้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17596</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิลิปปินส์, ยกระดับเตือนภัย, สหรัฐ, เฮอริเคนฟลอเรนซ์, ไต้ฝุ่นมังคุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9bd03a41f9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 22:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 22:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟิลิปปินส์ยกระดับเตือนภัยรับมือไต้ฝุ่นมังคุด เฮอริเคนฟลอเรนซ์ขึ้นฝั่งสหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการฟิลิปปินส์ยกระดับการเตือนภัยจากพายุมังคุดเพิ่มเป็นระดับ 4 จาก 5 ระดับในวันศุกร์ ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ซูเปอร์ไต้ฝุ่นลูกนี้จะเคลื่อนถึงฟิลิปปินส์ หวั่นสร้างความเสียหายรุนแรงจากลมพายุและฝนตกหนัก ส่วนที่สหรัฐ เฮอริเคนฟลอเรนซ์ถึงชายฝั่งแล้วในวันศุกร์โดยลดความรุนแรงลงเหลือระดับ 1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากซีเอ็นเอ เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2561 ชายชาวไต้หวันนั่งมองคลื่นปะทะฝั่งที่เมืองไถตง ขณะที่ไต้ฝุ่นมังคุดเคลื่อนเข้าใกล้ทะเลทางใต้ของไต้หวัน / AFP / CNA&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวฟิลิปปินส์นับหมื่นคนอพยพออกจากบ้านเรือนที่อยู่ริมชายฝั่งทางเหนือสุดของประเทศล่วงหน้าแล้ว ก่อนที่ซูเปอร์ไต้ฝุ่นมังคุดจะเคลื่อนถึงฝั่งเช้าวันเสาร์ด้วยกำลังรุนแรง ที่นักพยากรณ์อากาศระบุว่าถึงขณะนี้ถือเป็นพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดของปีที่เข้าถล่มฟิลิปปินส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธุรกิจห้างร้านและบ้านเรือนประชาชนบนเกาะลูซอน เกาะหลักของฟิลิปปินส์ที่มีประชากรหลายล้านคน ได้เตรียมพร้อมเสริมความแข็งแรงป้องกันกระจกหน้าต่างและหลังคาที่อาจปลิดปลิวตามแรงลมพายุ ซึ่งมีความเร็วลมคงที่สูงสุด 205 กิโลเมตร/ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานวันที่ 14 กันยายน 2561 ว่าสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์ได้ยกระดับการเตือนภัยพายุขึ้นเป็น &amp;quot;สัญญาณระดับ 4&amp;quot; หรือระดับรองจากสูงสุด โดยคาดการณ์ว่าความเร็วลมของพายุลูกนี้จะสูงถึง 220 กิโลเมตร/ชั่วโมง ที่จังหวัดคากายันและจังหวัดอิซาเบลา ซึ่งอยู่ชายฝั่งทางทิศเหนือของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งสองเมืองนี้อยู่ในเส้นทางที่พายุใหญ่ซึ่งมีขนาดกว้างถึง 900 กิโลเมตรลูกนี้ เคลื่อนผ่านตรงๆ ขณะเคลื่อนตัวข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกสู่ทิศตะวันออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวฟิลิปปินส์แบกฟูกเข้าห้องเรียนที่ถูกเปลี่ยนเป็นศูนย์หลบภัยไต้ฝุ่น ที่เมืองตูเกกาเรา จังหวัดคากายัน เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลอรีดิน เด ลา ครูซ นักพยากรณ์อากาศกล่าวระหว่างการบรรยายสรุปถ่ายทอดทางโทรทัศน์ว่า ประชาชนจำเป็นต้องรับทราบข้อมูลว่าสำนักงานได้ยกระดับการเตือนภัยพายุขึ้นเป็นระดับ 4 แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟิลิปปินส์เคยเตือนภัยพายุระดับ 4 เมื่อครั้งที่ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนเข้าถล่มฟิลิปปินส์ และเป็นพายุที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ มีคนเสียชีวิตหรือสูญหายมากกว่า 7,350 คนเมื่อพายุลูกนี้ถล่มตอนกลางของฟิลิปปินส์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2556&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิทธิพลของมังคุดทำให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกบริเวณปลายแหลมฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือสุดของเกาะลูซอนแล้วตั้งแต่ช่วงเย็นวันศุกร์ คาดการณ์ว่าเส้นทางที่พายุลูกนี้เคลื่อนผ่านจะกระทบต่อประชาชนไม่ต่ำกว่า 4 ล้านคน ก่อนที่จะเคลื่อนถึงเมืองชายฝั่งทางใต้ของจีนที่มีประชากรหนาแน่นสุดสัปดาห์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่สหรัฐ พายุเฮอริเคนฟลอเรนซ์เคลื่อนเข้าถล่มชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐแล้วในวันศุกร์ นักพยากรณ์อากาศเตือนว่า พายุลูกนี้ซึ่งลดความรุนแรงลงเป็นเฮอริเคนระดับ 1 แต่ยังมีขนาดใหญ่และอันตราย อาจก่อน้ำท่วมสร้างความหายนะและความเสียหายอื่นๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์เฮอริเคนแห่งชาติ (เอ็นเอชซี) ของสหรัฐระบุว่า พายุลูกนี้เคลื่อนถึงฝั่งใกล้กับไรตส์วิลล์บีช รัฐนอร์ทแคโรไลนา เมื่อเวลา 07.15 น. ของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น (18.15 น. วันเดียวกันของไทย) เคน แกรห์ม ผู้อำนวยการเอ็นเอชซีกล่าวเตือนว่า การเคลื่อนที่ของพายุลูกนี้ยิ่งช้ายิ่งเพิ่มอันตราย แม้แต่กับพื้นที่ที่อยู่นอกเส้นทางผ่านของพายุโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาสาสมัครกู้ภัยช่วยอพยพเด็กๆ ออกจากบ้านที่ถูกน้ำท่วมในเมืองเจมส์ซิตี / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยในรัฐนอร์ทแคโรไลนากำลังพยายามช่วยประชาชนที่ติดอยู่ในบ้านซึ่งถูกน้ำท่วม ภาพข่าวจากวิดีโอเผยให้เห็นสภาพของที่จอดรถในเมืองนิวเบิร์นที่อยู่ริมน้ำกลายเป็นทะเลสาบภายหลังฝนตกหนัก ตำรวจเมืองนี้กล่าวเมื่อเช้าวันศุกร์ว่ามีประชาชน 150-200 คนได้รับการอพยพแล้ว และอีกราว 150 คนรอการช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามประกาศของเอ็นเอชซี ณ เวลา 19.00 น.ของไทย ฟลอเรนซ์มีความเร็วลม 150 กิโลเมตร/ชั่วโมง และเคลื่อนที่สู่ทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตร/ชั่วโมง คำเตือนระบุด้วยว่า อันตรายร้ายแรงที่สุดจากพายุลูกนี้จะเกิดจากสตอร์มเซิร์จ และคาดด้วยว่าอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันที่สร้างความเสียหายร้ายแรงและแม่น้ำล้นตลิ่งท่วมยืดเยื้อตามมา โดยบางพื้นที่อาจเกิดฝนตกหนักถึง 40 นิ้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17595</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิลิปปินส์, ยกระดับเตือนภัย, สหรัฐ, เฮอริเคนฟลอเรนซ์, ไต้ฝุ่นมังคุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9bd03a41f9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น‘มังคุด’ถล่มยัน19ก.ย. ‘กนช.’ดัน11โปรเจ็กต์น้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ถก &amp;quot;กนช.&amp;quot; ลุย 11 เมกะโปรเจ็กต์ 7.3 หมื่นล้าน แก้ท่วม-ภัยแล้ง ขยายยุทธศาสตร์น้ำ 20 ปี &amp;quot;ไต้ฝุ่นมังคุด&amp;quot; จ่อถล่มเหนือ-อีสานถึง 19 ก.ย. &amp;quot;เสรี&amp;quot; เตือนพายุเหลืออีก 3 ลูก แต่ฝนน้อยไม่ท่วมซ้ำปี 54 ห่วงเอลนีโญมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 กันยายน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 3/2561 โดยมี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน กนช., นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.), นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน, นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.30 น. พล.อ.ฉัตรชัยแถลงภายหลังการประชุมว่า การปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ได้ปรับชื่อใหม่เป็นแผนแม่บท เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรนํ้าแห่งชาติ พ.ศ..&amp;hellip; อยู่ในวาระ 2-3 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้ พ.ร.บ.ดังกล่าวจะเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เรื่องการบริหารจัดการน้ำแต่ละปี รัฐบาลจัดสรรวงเงินกว่า 60,000 ล้านบาท ให้ 38 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่จะต้องผ่านการกลั่นกรองของ สทนช. และ กนช. เพื่อให้แผนการบริหารจัดการงบประมาณสอดรับกับแผนบริหารจัดการน้ำ ส่วนโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่ปี 62-65 มี 31 โครงการ ที่จะครอบคลุมถึงการขาดแคลนน้ำและน้ำท่วม และใน 20 ปี รัฐบาลยังวางแผนระยะยาว โดยมีแผนดำเนินโครงการ 11 โครงการใหญ่ภายในปี 62 ขณะที่ปี 63 มี 12 โครงการ ส่วนโครงการที่เหลือจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 65
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ฉัตรชัยกล่าวด้วยว่า ขอฝากนักการเมืองและรัฐบาลที่จะเข้ามาด้วยว่า แผนน้ำเกิดประโยชน์กับประชาชนจริงๆ หลายโครงการที่รัฐบาลนี้ดำเนินการต้องใช้เวลา 5 ปี 10 ปี หากไม่เดินต่องานทั้งหมดจะสะดุด เราลงฐานไปแล้ว ดังนั้นรัฐบาลชุดต่อไปควรจะต้องทำ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบต้องช่วยเป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลชุดต่อไปเดินหน้าตามแผนงานที่เราวางไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสมเกียรติกล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบโครงการคลองระบายน้ำบางบาล-บางไทร ก่อนนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป และยังรับทราบแผนการทบทวนการขยายยุทธศาสตร์น้ำ จาก 12 ปี เป็น 20 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยจะเสนอกรอบเวลาประมาณเดือน ต.ค. นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาการดำเนินโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ มูลค่าเกิน 1,000 ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งอย่างเป็นระบบในปี 62 โดยพร้อมดำเนินการทั้งสิ้น 11 โครงการ วงเงิน 73,679 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัยกล่าวว่า ประเทศไทยอยู่ช่วงฤดูฝน คาดว่าจะหมดในช่วงเดือน ต.ค. โดยสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ต.ค. จะเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว โดยพายุไต้ฝุ่นมังคุด คาดว่าจะมีผลกระทบต่อประเทศไทย ให้มีฝนตกเพิ่มขึ้นในภาคเหนือและอีสานตอนบน จนถึงวันที่ 19 ก.ย.นี้ ซึ่งในวันที่ 15 ก.ย.ต้องเฝ้าระวังที่ จ.นครนายก สระแก้ว ระยอง และตราด โดยจะมีฝนมากกว่า 50 มิลลิเมตร ส่วนวันที่ 16 ก.ย. จะมีแค่ จ.ตราด ระนอง และพังงา มีฝนมากกว่า 50 มิลลิเมตร วันที่ 17 ก.ย. ภาคเหนือ เช่น จ.เชียงราย น่าน เป็นต้น ซึ่งฝนที่จะตกภาคเหนือ อีสาน และตะวันออก จะทำให้บริเวณลุ่มน้ำมีปัญหาเรื่องการระบายน้ำ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน &amp;quot;พายุมังคุด&amp;rdquo; (MANGKHUT) ฉบับที่ 3 ว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 14 ก.ย. พายุไต้ฝุ่น &amp;ldquo;มังคุด&amp;rdquo; บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกหรือด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 16.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 125.5 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 204 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มจะเคลื่อนผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนบน ในช่วงวันที่ 14-15 ก.ย. หลังจากนั้น ผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน เข้าสู่ประเทศเวียดนามตอนบนและประเทศจีนตอนใต้ ในช่วงวันที่ 16-18 ก.ย. และอ่อนกำลังลงตามลำดับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง ทำให้บริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ สำหรับบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้ในช่วงวันที่ 17-19 ก.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 16-20 ก.ย. จะมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองทะเลมีคลื่นสูงกว่า 4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง และขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งให้ระมัดระวังคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ในช่วงเวลาดังกล่าวไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ เปิดเผยว่า ยังพบว่ามีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ซึ่งพายุดีเปรสชันบารีจัตสลายตัวไปแล้วเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 13 ก.ย. ยังเหลือไต้ฝุ่นมังคุดกำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อยและจะลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะนี้พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก 49 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร นครปฐม สมุทรสาคร นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี ตราด ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต ตรัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ฝนปีนี้น้อยกว่าปี 54 มาก จึงไม่ต้องกลัวน้ำท่วม ล่าสุดปริมาณน้ำผ่าน จ.นครสวรรค์ ยังมีน้อยอยู่ โดยปีนี้ในอัตรา 3.1 พันล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปี 54 ในอัตรา 9 พันล้าน ลบ.ม. ต่างกันมากเกือบ 3 เท่าตัว ปีที่แล้ว 5 พันล้าน ลบ.ม. ดังนั้นปีนี้จะไม่ท่วมพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง ไม่ต้องกังวล ไม่กระทบกรุงเทพฯแน่นอน เพราะสถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีน้ำน้อยกว่าปีที่แล้ว ส่วนค่าเฉลี่ยฝนปีนี้ยังมากกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 30 ปี อย่างไรก็ตาม พายุโซนร้อนที่เกิดขึ้นมาบริเวณเอเชียใต้ในทุกปีมี 26 ลูก ซึ่งขณะนี้เกิดขึ้นแล้ว 23 ลูก ฉะนั้นจะเหลืออีก 3 ลูก ที่น่าจะมีพายุเกิดขึ้น ยังไม่รู้เส้นทางไปแนวใด ส่งผลกับไทยหรือไม่ ต้องเฝ้าระวัง ที่ผ่านมายังไม่มีพายุเข้าไทยโดยตรง ซึ่งเดือน ก.ย.เป็นช่วงพายุมากที่สุด ถ้าผ่านไปเดือน ต.ค.จะน้อยลง ดังนั้น 2 สัปดาห์นี้ยังเฝ้าระวัง อย่างไรก็ตามฝนตกชุกช่วงนี้ส่งผลดีให้เก็บน้ำในเขื่อนได้มาก เพราะมีปรากฏการณ์เอลนีโญ พายุหมดเร็ว เป็นสัญญาณแล้งเกิดขึ้นตลอดช่วง 2 ปีข้างหน้าเข้าสู่วิกฤติภัยแล้งรุนแรงเช่นเดียวกับปี 58 เริ่มแล้งตั้งแต่เดือน ต.ค. พ.ย. นี้ ซึ่งเตือนเกษตรกรผลผลิตจะเสียหายจากภัยแล้ง การบริหารน้ำเขื่อนต้องสำรองไว้ใช้เกิดภัยแล้ง 2 ปีข้างหน้าด้วย.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17590</URL_LINK>
                <HASHTAG>11 เมกะโปรเจ็กต์, 7.3 หมื่นล้าน, กนช., ขยายยุทธศาสตร์น้ำ 20 ปี, นายสมเกียรติ ประจำวงษ์, พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์, แก้ท่วม-ภัยแล้ง, ไต้ฝุ่นมังคุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9bb291196c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
