<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96825</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2021 21:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทม์ไลน์ดัดหลังม็อบ ตร.แจงยิบใครต้นตอก่อเหตุเชื่อมี‘ไอ้โม่ง’บงการชุมนุม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;โฆษก บช.น.&amp;quot; ไล่ไทม์ไลน์แจงเหตุสลายม็อบกลุ่มรีเดม ยันทำตามหลักสากลทุกขั้นตอน ชี้ผู้ชุมนุมก่อความรุนแรงตำรวจเป็นฝ่ายตั้งรับ รวบตัวได้ 20 คนส่งคุมตัวที่ ตชด.ภาค 1 เผยสืบสวนเชิงลึกพบมีแกนนำไม่แสดงตัวแอบสั่งการ ลั่นมีหลักฐานเชื่อมถึงเอาผิดแน่ ขอนักสืบโซเชียลช่วยล่าตัวมือขว้างระเบิด &amp;quot;องค์กรวิชาชีพสื่อ&amp;quot; ขอทุกฝ่ายอย่าใช้ความรุนแรง หลังนักข่าวโดนลูกหลงอื้อ &amp;quot;พท.&amp;quot; ดาหน้าซัด ตร.ทำเกินกว่าเหตุ &amp;quot;อาชีวะปกป้องสถาบัน&amp;quot; จัดกิจกรรมลงชื่อไล่ &amp;quot;อาจารย์ มธ.-มข.&amp;quot; หนุน นศ.ชุมนุมผิด กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) วันที่ 21 มี.ค.พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รองผบช.น.) และโฆษก บช.น. ร่วมกันแถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มรีเดมที่สนามหลวงวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ยิ่งยศกล่าวว่า การชุมนุมในช่วงเวลานี้ยังเป็นความผิดตามกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินและ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งเราจำเป็นต้องใช้เครื่องกีดขวางในบางพื้นที่การชุมนุม เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบสถานที่สำคัญของทางราชการ โดยเรามีมาตรการระงับยับยั้งตามกฎหมาย และได้รับการยอมรับตามระดับสากล หลักการสำคัญไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้ชุมนุม เราพยายามดูแลสถานการณ์ให้เกิดความสงบ และมีการแจ้งเตือนผู้ชุมนุมอยู่ตลอด สิ่งที่ทำไปเพื่อรักษากฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า การชุมนุมกลุ่มรีเดมเมื่อวันที่ 20 มี.ค. เริ่มเวลา 17.00 น. ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุม 2 พื้นที่ 1.ที่สนามหลวงหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ 2.หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย หน้าร้านแมคโดนัลด์, เวลา 17.22 น. กลุ่มผู้ชุมนุมหน้าร้านแมคโดนัลด์รวมตัวกันเพื่อเดินทางมาสมทบกับผู้ชุมนุมหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์,&amp;nbsp; เวลา 17.30 น. พ.ต.อ.สนอง แสงมณี ผกก.สน.ชนะสงคราม ได้อ่านประกาศแจ้งเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมที่สนามหลวงเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหลายมิติ แต่ปรากฏว่ากลุ่มผู้ชุมนุมผลักดันเจ้าหน้าที่ออกนอกพื้นที่ โห่ไล่รุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจนต้องถอยร่นออกมาหาที่ปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.00 น. กลุ่มผู้ชุมนุมรื้อสิ่งกีดขวางบริเวณท้องสนามหลวงแนวที่ 1, เวลา 18.30 น. กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ ขณะเดียวกันกลุ่มผู้ชุมนุมอีกส่วนได้ใช้สิ่งของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นท่อนเหล็ก ท่อนไม้ และหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ลูกเหล็ก ตลอดจนระเบิดบางชนิดโยนใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ บางส่วนเป็นระเบิดมีลักษณะติดไฟได้ง่าย, เวลา 18.50 น. กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์เปิดเป็นช่องพยายามบุกรุกเขตหวงห้าม โดยเจ้าหน้าที่ได้ประกาศเตือนเป็นระยะ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนทุบทำร้ายทรัพย์สินส่วนราชการ กล้องวงจรปิด ม้านั่ง แผงเหล็ก นำวัตถุดังกล่าวมาทำร้ายตำรวจ, เวลา 19.00 น.ตำรวจได้ประกาศเตือนอีกครั้ง แต่ผู้ชุมนุมยังพยายามบุกรุกต่อพื้นที่หวงห้าม ตำรวจจึงมีความจำเป็นต้องฉีดน้ำเตือนกลุ่มผู้ชุมนุม, เวลา 19.20 น. กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามบุกไปยังส่วนที่เจ้าหน้าที่รักษาการณ์อยู่ จึงได้เคลื่อนชุดควบคุมฝูงชนมาแก้ไขปัญหา จากนั้นพยายามผลักดันผู้ชุมนุมออกจากท้องสนามหลวง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 20.50 น. เจ้าหน้าที่สามารถรักษาพื้นที่ท้องสนามหลวงไว้ได้ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมกระจายตัวไปอีก 2 พื้นที่หลัก 1.เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า 2.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แยกคอกวัน และพื้นที่โดยรอบ จากนั้นเวลา 21.40 น. กลุ่มผู้ชุมนุมเริ่มจุดเพลิงในพื้นที่ต่างๆ ทั้งถนนราชดำเนิน หน้ากองสลากเก่า สนามหลวง ด้านหลังโรงแรมรัตนโกสินทร์ เชิงสะพานพระปิ่นเกล้า และพื้นที่อื่นๆ มีการทุบทำลายรถเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายคันบริเวณสะพานวันชาติ และวางเพลิงเผารถของราชการและทรัพย์สินของประชาชน กระทั่งเวลาประมาณ 00.30 น. ตำรวจจึงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ตามปกติ
มีผู้บงการแอบสั่งม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ปิยะกล่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดจำนวน 20 คน นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ข้อหาร่วมกันชุมนุมโดยผิดกฎหมายตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, มั่วสุมลักษณะมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อโรคตาม พ.ร.บ.ควบคุมโรค สมคบกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความไม่สงบวุ่นวายในบ้านเมือง โดยใช้อาวุธและกำลังประทุษร้าย เป็นความผิดตามมาตรา 215 วรรค 1และวรรค 2 นอกจากนี้ยังมีการกระทำความทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน, สมคบกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปต่อสู้ขัดขวางการการปฏิบัติหน้าที่เจ้าพนักงานและทำร้ายเจ้าพนักงานโดยใช้อาวุธ, ผู้กระทำผิดบางส่วนมีการกระทำความผิดตามมาตรา 112 กระทบจิตใจคนไทยอย่างจงใจ ในส่วนนี้ตำรวจจะต้องดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเคร่งครัด บางส่วนจับได้แล้ว บางส่วนรู้ตัวผู้กระทำความผิดเรียบร้อย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากการปฏิบัติครั้งนี้มีตำรวจได้รับบาดเจ็บส่ง รพ.ตำรวจ 9 นาย และ รพ.วชิระอีก 2 นาย ส่วนใหญ่ถูกของแข็งกระแทกบริเวณศีรษะ ร่างกาย ที่น่าเป็นห่วง 1 นายกะโหลกศีรษะแตก อยู่ในห้องไอซียู รพ.ตำรวจ โดยในการชุมนุมความรุนแรงเกิดขึ้นจากกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหลัก และเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มเดิมๆ ตำรวจเป็นฝ่ายตั้งรับ รักษาความสงบและรักษาสมบัติของชาติ ถึงแม้ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอ้างว่าการชุมนุมไม่มีแกนนำ แต่จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่ายังมีกลุ่มผู้แกนนำอยู่ตามปกติ แต่เพียงไม่ปรากฏตัวเท่านั้น ถ้ามีพยานหลักฐานเชื่อมโยง เราต้องดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมด ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ทั้งหมด 20 คน ถูกนำตัวไปควบคุมที่ ตชด.ภาค 1 จ.ปทุมธานี&amp;quot; พล.ต.ต.ปิยะกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ถูกลูกหลงจากกระสุนยาง โฆษก บช.น.กล่าวว่า เราได้มีการกำชับการใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชนให้เป็นไปตามระเบียบ มีการประกาศเตือนผู้ชุมนุม สื่อมวลชน แพทย์อาสาให้ออกจากพื้นที่ อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนยังออกไม่ทันจึงถูกลูกหลง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. รับทราบแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ศูนย์เอราวัณ สรุปรายงานข้อมูลผู้บาดเจ็บในพื้นที่การชุมนุม รวม 32 ราย เป็นเจ้าหน้าที่ 12 นาย ประชาชน 20 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.ต.ต.ปิยะให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ขอประกาศถึงสื่อมวลชนและประชาชน และนักสืบสื่อโซเชียล ตามหาหนึ่งในผู้ร่วมชุมนุมเป็นชาย ซึ่งเป็นมือระเบิดที่ขว้างระเบิดใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายครั้ง ถ้ามีเบาะแสบุคคลนี้ ขอให้แจ้งให้ บช.น.ทราบ โดยระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบของกองพิสูจน์หลักฐานและหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด ถ้าหลักฐานระบุว่าอยู่ในข่ายยุทธภัณฑ์ ผู้ต้องหาจะมีความผิดสูงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนออกแถลงการณ์เรื่อง การปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุม จนทุกฝ่ายได้รับบาดเจ็บทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ชุมนุม และสื่อมวลชนที่รายงานข่าว ตอนหนึ่งระบุว่า ขอให้ทุกฝ่ายใช้ความอดทนอดกลั้น และไม่เห็นด้วยกับการก่อความรุนแรงในทุกรูปแบบ รวมทั้งการปฏิบัติการสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจควรดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน โดยก่อนการปฏิบัติการต่างๆ ต้องแจ้งให้ผู้ชุมนุม รวมทั้งสื่อมวลชนได้รับทราบอย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ผู้สื่อข่าวและช่างภาพที่ปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ชุมนุม ก็ต้องปฏิบัติตามแนวปฏิบัติในการรายงานข่าวในสถานการณ์วิกฤติโดยเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียอันอาจเกิดแก่ร่างกาย ชีวิต และทรัพย์สิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ องค์กรสื่อมวลชนต้นสังกัดต้องร่วมประเมินสถานการณ์ เพื่อให้การสั่งการต่อผู้สื่อข่าวและช่างภาพในพื้นที่ได้รับความปลอดภัย รวมทั้งสนับสนุนและเน้นย้ำให้บุคลากรในสังกัดได้รับและใช้อุปกรณ์ป้องกันตัวอยู่ตลอดเวลา
พท.ดาหน้าซัดตำรวจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาประจำประเทศไทยของฮิวแมนไรต์วอตช์ โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ระบุว่า ตำรวจคุมพื้นที่แน่นหนาขนาดนั้น แก๊งอาชีวะปกป้องสถาบันฯ เข้ามาดักทำร้ายผู้ชุมนุมได้ยังไง แถมยังลอยนวลไม่ถูกจับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์ทวิตเตอร์ว่า น่าอับอายสุดขีด ในขณะที่ทั้งโลกกำลังประณามทหารพม่าที่ฆ่าผู้ชุมนุมอย่างป่าเถื่อน แต่ทหารไทยกลับมีข่าวส่งอาหารให้ทหารพม่า อีกทั้งไทยยังมีการทำร้ายผู้ชุมนุมเหมือนกัน ทำแบบนี้ไทยไม่ต่างจากพม่า แล้วจะตอบประชาคมโลกอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรค พท. กล่าวว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและการปฏิบัติการควบคุมการชุมนุมเป็นไปตามลำดับขั้นตอนที่เป็นสากลหรือไม่ ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งเป็นเยาวชน รวมถึงสื่อมวลชนที่เข้าไปรายงานข่าวสถานการณ์การชุมนุม แต่กลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกลับใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุกับประชาชนโดยไม่เลือกเป้าหมายในการปฏิบัติการหรือไม่ ทั้งที่โดยสามัญสำนึกแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ควรคิดว่าประชาชนเป็นเป้าซ้อมการยิงกระสุนยาง การชุมนุมโดยสงบของเด็กและเยาวชนอนาคตของชาติไม่ควรถูกสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงเกินจากกรอบของกฎหมาย อย่าทำให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศบ้านป่าเมืองเถื่อนในสายตาชาวโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ตามสมควรของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่เป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ และผิดกฎหมาย พรรคเพื่อไทยขอประณามการกระทำดังกล่าว นายกรัฐมนตรีและในฐานะประธาน ก.ตร. ผู้กำกับสั่งการที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวต้องรับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากเหตุการณ์ดังกล่าว พรรคเพื่อไทยได้หารือกับประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร และประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ให้มีการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน องค์กรระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็ก เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันโดยเร็วที่สุด&amp;quot; โฆษกพรรค พท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายพิชัยโพสต์ด่ารัฐบาลกรณีการชุมนุมที่สนามหลวงว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่มีใครต้องการทำร้ายคนไทยด้วยกันหรอก อย่าเข้าข้างม็อบจนเกินความพอดี และบ้านเมืองเราก็ไม่เกี่ยวกับประเทศพม่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอประณามม็อบรีเดม เพราะถือเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อน ไม่เป็นไปตามกฎหมาย มีการทำลายพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งเป็นการมิบังควรอย่างยิ่ง และยังมีการใช้อาวุธต่างๆ เช่น ประทัด การใช้หัวนอตลูกแก้ว ก้อนหิน ขว้างปาสิ่งที่เป็นอันตรายใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งผลให้มีตำรวจบาดเจ็บหลายนาย ทำให้ตำรวจต้องปฏิบัติตามยุทธวิธีต่างๆ ตามขั้นตอนเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้สงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พลังประชารัฐ กล่าวเช่นกันว่า ขอถามพวกบ้าคลั่งกลุ่มนี้ว่าต้องการอะไร กระหายเงิน กระหายศพ หรือแค่ร่างกายอยากปะทะ หาคำตอบให้กับตัวเองก่อน ค่อยออกมาเรียกร้องบ้าๆ บอๆ จากสังคม
อาชีวะไล่พวกล้มเจ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่บริเวณลานด้านหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เวลา 14.15 น. กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน พร้อมภาคี อาทิ กลุ่มนักรบองค์ดำสองคาบสมุทร, กลุ่มนักรบศรีวิชัยสองคาบสมุทร, กลุ่มนักรบอิสระ, กลุ่มกุหลาบพิทักษ์ราชัน, กลุ่ม ศอปส., กลุ่ม ศปปส. ได้ร่วมทำกิจกรรมในการปกป้องสถาบัน เพื่อแสดงพลังปกป้องสถาบันและไม่ให้ฝ่ายการเมืองพาดพิงเบื้องสูง โดยมีการเปิดเพลงหนักแผ่นดินประกอบกิจกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังเปิดให้ประชาชนลงชื่อไล่อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่มีพฤติกรรมสนับสนุนให้นักศึกษาออกไปชุมนุมผิดกฎหมาย เพื่อส่งให้มหาวิทยาลัยนั้นๆพิจารณาถึงคุณสมบัติในการเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทรงชัย เนียมหอม หนึ่งในแกนนำกลุ่มอนุชนคนรักสถาบัน กล่าวว่า หลังจากที่เครือข่ายปกป้องสถาบันเคลื่อนไหวสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสถาบันผ่านทางโซเชียลมีเดียมานานพอสมควร แต่ล่าสุดเยาวชนและผู้ชุมนุมมีการแสดงออกต่อสถาบันในรูปแบบที่ไม่เหมาะสมมากขึ้น จึงจำเป็นต้องออกมาทำกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้ให้ประชาชนเข้าใจถึงบทบาทและความสำคัญของสถาบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเวลา 15.50 น. ได้มีชายวัยรุ่นอายุประมาณ 25 ปี เดินชู 3 นิ้วบนสกายวอล์กพร้อมตะโกนด่าทอกลุ่มผู้ชุมนุมปกป้องสถาบันที่ทำกิจกรรมอยู่ด้านล่าง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวันต้องเข้ามาคุมสถานการณ์พร้อมกับเชิญตัวออกจากพื้นที่ ก่อนที่กลุ่มการ์ดจะวิ่งกรูขึ้นมาดู โดยมีการตะโกนด่าก่อนที่จะมีหนึ่งในผู้ที่ไม่พอใจสาดกาแฟเย็นที่มีน้ำแข็งไปที่บริเวณใบหน้าของชายวัยรุ่นคนดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งนำตัวออกจากพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กลุ่มรีเดมได้ประกาศเชิญชวนสมาชิกแนวร่วมทำกิจกรรมดาวกระจายชูสามนิ้วเคารพธงชาติพร้อมกันในเวลา 18.00 น. และอวยพรวันเกิดให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ห้าแยกลาดพร้าว, สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสบางนา &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งถึงเวลานัดหมายในเวลา 18.00 น. ที่สกายวอล์กสถานีบีทีเอส อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีตัวแทนกลุ่มแนวร่วม REDEM จากกลุ่มต่างๆ อาทิ กลุ่มราษฎรนนทบุรี กลุ่มวีโว่ กลุ่มการ์ดปลดแอก กลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมฯ จำนวนหนึ่ง ได้มาจัดกิจกรรมแฟลชม็อบชูสามนิ้วเคารพธงชาติ และกล่าวประณามรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมของกลุ่ม REDEM ที่สนามหลวง และมีการจับกุมเด็กเยาวชนที่ออกมาใช้เสรีภาพในการชุมนุมทางการเมือง เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัว 14 แกนนำ และสมาชิกแนวร่วมกลุ่มราษฎรที่โดนคดี ม.112 อย่างไม่มีเงื่อนไข เรียกร้องให้รัฐสภาผลักดันการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ไม่เอารัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ คสช. และเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันเป็นเวลา 30 นาที ก่อนยุติกิจกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ กลุ่มแนวร่วมดังกล่าวได้ช่วยกันติดภาพวาด 14 แกนนำและสมาชิกแนวร่วมกลุ่มราษฎร ที่โดนคดี ม.112 บนเสาตอม่อบีทีเอส เรียกความสนใจจากประชาชนที่สัญจรผ่านไปผ่านมา อย่างไรก็ตาม หนึ่งในแนวร่วมกลุ่ม REDEM ที่เป็นเยาวชนคนหนึ่งได้กล่าวตัดพ้อสังคมไทยที่เงียบเฉยต่อความรุนแรงที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กระทำกับเด็กและเยาวชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่บริเวณสกายวอล์ก สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสบางนา ไม่ปรากฏว่ามีกิจกรรมเคลื่อนไหวใดๆ ตามที่กลุ่ม REDEM นัดหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนบริเวณศาลกรมหลวงชุมพรฯ ถนนพระราม 5 ติดกับทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นสถานที่ปักหลักชุมนุมของหมู่บ้านทะลุฟ้า มีการจัดกิจกรรมตลาดราษฎรชนะมาร์เก็ต ขณะที่บนเวทีทะลุฟ้ามีการแสดงคอนเสิร์ตสลับการปราศรัยโจมตี พล.อ.ประยุทธ์ กระทั่งเวลา 19.10 น. มีการจัดกิจกรรมอวยพรวันคล้ายวันเกิดให้ พล.อ.ประยุทธ์ โดยมีการประกาศให้มวลชนชูนิ้วกลางพร้อมกัน ซึ่งอ้างว่าหมายถึงเทียนวันเกิด ไม่ได้สื่อเจตนาหยาบคาย พร้อมกับหันหน้าไปทางทำเนียบฯ และร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ล้อเลียน รวมถึงตะโกนไล่ให้ พล.อ.ประยุทธ์ออกไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96825</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจเป็นฝ่ายตั้งรับ, ผู้ชุมนุมก่อความรุนแรง, ม็อบรีเดม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แกนนำไม่แสดงตัว, ไทม์ไลน์แจงเหตุสลายม็อบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_60575dc13be0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
