<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120119</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทย,อาเซียน และมิน อ่องหล่าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำแถลงของประธานอาเซียน (บรูไน) ที่ออกมาเมื่อค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าจะไม่เชิญ &amp;ldquo;ผู้นำทางด้านการเมือง&amp;rdquo; ของเมียนมามาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนปีนี้ถือว่าเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ที่ต้องบันทึกเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มติของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนในการประชุมนัดพิเศษออนไลน์วันนั้นคือไม่เชิญ มิน อ่องหล่าย จากพม่ามาร่วมประชุมสุดยอดในช่วง 26-28 ตุลาคมนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตัวแทนจากเมียนมาจะไม่ใช่ &amp;ldquo;ระดับการเมือง&amp;rdquo; ส่วนจะเป็นระดับ &amp;ldquo;เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ&amp;rdquo; อย่างไรหรือไม่ เป็นประเด็นที่คงจะต้องมีการตกลงกันในระหว่างสมาชิกอาเซียน 9 ประเทศ ที่ไม่รวมถึงเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาเซียนไม่มีทางเลือกอะไรมาก เมื่อผู้นำทหารพม่าไม่ยอมให้มีความคืบหน้าที่จะให้ทูตพิเศษอาเซียนเข้าประเทศเพื่อพบปะกับ &amp;ldquo;ผู้มีส่วนได้เสีย&amp;rdquo; ทุกฝ่ายในการหารือทางออกจากวิกฤตอันเกิดจากรัฐประหารเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะหากอาเซียนยอมให้ มิน อ่องหล่าย มาร่วมประชุมสุดยอด อาจจะถูกคว่ำบาตรโดยประเทศอื่นที่ปกติจะมาร่วมประชุมในฐานะ &amp;ldquo;คู่เจรจา&amp;rdquo; หรือ dialogue partners ซึ่งมีทั้งสหรัฐฯ, อียู, อังกฤษ, จีน, รัสเซียและอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงต่างประเทศเมียนมาของรัฐบาลทหารพยายามจะแก้ตัวด้วยแถลงการณ์ว่ารัฐบาลพม่ามีพันธกรณีที่จะร่วมมือกับอาเซียนอย่างสร้างสรรค์ในการทำตามฉันทามติ 5 ข้อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือแถลงการณ์ทางการ แต่ในทางปฏิบัติเป็นอีกเรื่องหนึ่งโดยสิ้นเชิง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดยืนของไทยในกรณีนี้จึงน่าสนใจ
เพราะอย่างน้อย 4 ประเทศในอาเซียน คือ อินโดฯ, มาเลเซีย, สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์ ออกมายืนยันว่าอาเซียนจะ &amp;ldquo;เสียผู้เสียคน&amp;rdquo; แน่ หากเชิญ มิน อ่องหล่าย มาร่วมประชุมสุดยอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์ที่ติดตามเรื่องนี้บอกว่า ไทยและประเทศอาเซียนอื่นๆ มีท่าทีที่อ่อนกว่า แต่เมื่อ มิน อ่องหล่าย ไม่ยอมผ่อนปรนอะไรเลย เสียงทักท้วงของไทยและอาเซียนอื่นก็ไม่มีน้ำหนักพอที่จะไม่เดินหน้าสกัด มิน อ่องหล่าย ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าการประชุมนัดพิเศษของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนนั้น กระทรวงต่างประเทศไทยมีแถลงการณ์ว่าด้วยจุดยืนของไทยในเรื่องนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับมุมมองของไทยต่อสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับการเยือนเมียนมาของผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียน ดังนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้แทนพิเศษของประธานอาเซียนจะสามารถเดินทางเยือนเมียนมาได้ในเร็ววันนี้ และหวังว่าผู้แทนพิเศษจะมีโอกาสพบหรือเข้าถึงฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในระหว่างการเยือนเมียนมา หรือในโอกาสต่อๆ ไป เพื่อผลักดันการปฏิบัติตามฉันทามติ 5 ข้อของผู้นำอาเซียน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยการเยือนดังกล่าวจะเป็นก้าวแรกที่สำคัญของกระบวนการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้เกิดการพูดคุยกันระหว่างฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในเมียนมาตามที่ระบุไว้ในฉันทามติ 5 ข้อของผู้นำอาเซียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยเห็นว่าเมียนมาเป็นสมาชิกของครอบครัวอาเซียน และเชื่อว่าเมียนมาก็ให้ความสำคัญกับครอบครัวอาเซียน และต้องการเห็นอาเซียนประสบความสำเร็จ ไทยเชื่อในภูมิปัญญาร่วมกันของทุกประเทศสมาชิกอาเซียน รวมถึงเมียนมา ที่จะหาวิธีการที่จะเอาชนะความท้าทายต่างๆ ได้ด้วยกัน โดยคำนึงถึงความเป็นครอบครัวอาเซียนเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยมีความเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าประชาคมระหว่างประเทศควรที่จะให้ความสำคัญลำดับสูงกับการให้ความช่วยเหลือมนุษยธรรมแก่ประชาชนเมียนมาต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยไทยในฐานะมิตรที่ดีของประชาชนเมียนมาทุกคนจะพยายามอย่างเต็มที่ต่อไปเพื่อให้ความช่วยเหลือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะเดียวกัน ไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในเมียนมาให้การรับประกันว่าการขนส่งความช่วยเหลือมนุษยธรรม โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสาธารณสุขไปยังประชาชนที่มีความต้องการจะสามารถดำเนินได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทยขอเน้นย้ำอีกครั้งถึงความปรารถนาที่จะเห็นสันติภาพและความสงบสุขกลับคืนสู่เมียนมา และข้อเรียกร้องให้มีการยุติความรุนแรง ปล่อยตัวผู้ถูกควบคุมตัวเพิ่มเติม และให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเมียนมาหันหน้ามาพูดคุยกันผ่านช่องทางที่สร้างสรรค์ใดๆ เพื่อหาทางออกทางการเมืองร่วมกันโดยสันติ และดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยเพื่อประโยชน์ของประชาชนของเมียนมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปว่าแถลงการณ์ของไทยใช้ถ้อยคำที่ควรจะใช้อย่างกว้าง ๆ และตามหลักการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็สะท้อนว่า ความพยายามของไทยที่ใช้ &amp;ldquo;การทูตเพื่อนบ้านที่เข้าใจทุกฝ่าย&amp;rdquo; นั้นไม่อาจจะน้าวโน้ม มิน อ่องหล่าย ให้ยอมโอนอ่อนตามเลยแม้แต่น้อย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งเป็นที่มาของ &amp;ldquo;เกมการทูตสกัดมิน อ่องหล่าย&amp;rdquo; ของอาเซียนวันนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรุ่งนี้วิเคราะห์ภาษาและลีลาของแถลงการณ์ฉบับนี้ที่จะมีผลต่อเนื่องไปอีกยาวนาน เพราะรัฐบาลทหารพม่าออกแถลงการณ์โต้ทันควันว่าไม่ยอมรับมติชน ถือว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของพม่าและไม่มีมติที่เป็นเอกฉันท์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถ้า มิน อ่องหล่าย เล่นบท &amp;ldquo;เด็กเกเร&amp;rdquo; ต่อ อาเซียนจะทำอย่างไร? ไทยจะพลิกเกมนี้อย่างไร?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นคำถามที่ท้าทายยิ่งนัก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120119</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, สุทธิชัย หยุ่น, อาเซียน และมิน อ่องหล่าย, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115009</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชำแหละสื่อดังระดับโลกโหมตีข่าวคดี&#039;ผกก.โจ้&#039;ถล่มไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ส.ค. 64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สำนักข่าว The Standard รายงานว่าสำนักข่าวระดับโลกหลายแห่งคือ Washington Post, AP,&amp;nbsp; BBC, Bloomberg ต่างนำเสนอข่าวคดี &amp;quot;ผู้กำกับโจ้&amp;quot; และบอกว่าสำนักข่าว AP ชี้ว่า การใช้ความรุนแรงและทุจริตของตำรวจ ไม่ใช่เรื่องที่พบได้ยากในไทย เติมให้อีกก็ได้ว่า ยังมี The Guardian และสื่อญี่ปุ่นด้วยที่เสนอข่าวนี้ นับว่าเป็นการทำให้ตำรวจไทยเสียชื่อไปทั้งโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเข้าไปใน Google ใส่คำว่า &amp;quot;police torture and kill&amp;quot; พบว่า มีเรื่องของ &amp;quot;ผู้กำกับโจ้&amp;quot; แห่งประเทศไทยขึ้นมาเป็นตับ แทบไม่มีประเทศอื่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิดในมุมกลับ เราน่าจะตั้งคำถามเหมือนกันว่า เพราะอะไรที่สื่อระดับโลกเหล่านี้ให้ความสนใจขนาดนี้ กับเรื่องราวที่ตำรวจไทยคนหนึ่ง ทำให้พ่อค้ายาเสพติดที่ไม่มีใครรู้จักคนหนึ่งในประเทศไทยต้องเสียชีวิตจากการทรมาน ประหนึ่งว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องแปลกประหลาดมหัศจรรย์ ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน หรือเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อมวลมนุษยชาติอย่างใหญ่หลวง จึงต้องป่าวประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ กระนั้นหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองเข้าไปดูในเว็บที่ชื่อ World Population Review ดูว่ามีผู้เสียชีวิตเพราะตำรวจในประเทศต่างๆ ในปี 2021 ปรากฏตัวเลข 10 อันดับแรกมีดังนี้&amp;nbsp;
Brazil &amp;ndash; 6,160
Venezuela &amp;ndash; 5,287
Philippines &amp;ndash; 3,451
India - 1,731
Syria &amp;ndash; 1,497
United States &amp;ndash; 1,099
Nigeria &amp;ndash; 841
El Salvador - 609
Afghanistan &amp;ndash; 606
Pakistan &amp;ndash; 495&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทยไม่ติด 1 ใน 10 ด้วยซ้ำ แล้วทำไม เรื่องนี้จึงต้องกลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังเกตว่า สื่อระดับโลกเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสื่ออเมริกัน ถ้าไม่ใช่อเมริกันก็เป็นสื่อของประเทศที่จับมือกับสหรัฐอเมริกาอย่างเหนียวแน่น เช่น อังกฤษและญี่ปุ่น ไม่เห็นว่าสื่อของจีนและสื่อของรัสเซียให้ความสนใจกับข่าวนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับสื่อไทยที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล สื่อระดับโลกเหล่านี้มักชอบลงเรื่องที่เป็นลบต่อประเทศไทย สำนักข่าวของไทยก็ปั่นกระแสกันเต็มที่ ไม่ทราบว่าต้องการเปิดช่องให้มีการโยงเรื่องลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นว่าเป็นความผิดของรัฐบาลไทยหรือไม่ ซึ่งขณะนี้นักการเมืองฝ่ายค้านก็กำลังทำเช่นนี้อยู่อย่างแข็งขัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏการณ์นี้ยิ่งทำให้น่าเชื่อยิ่งขึ้นว่า สหรัฐอเมริกาได้เข้าแทรกแซงการเมืองไทยมานานแล้ว แน่นอนว่า เป็นการทำเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ หรือ national interest ของสหรัฐอเมริกาเอง ไม่ใช่ทำเพื่อช่วยให้ประเทศไทยมีสังคมที่ดีขึ้นแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โปรดใช้วิจารณญานของท่านเอง อย่าได้รีบเชื่อผมนะครับ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115009</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผกก.โจ้, รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร, สื่อระดับโลก, อดีตบิ๊กมธ., ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_60938aa10bdf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114718</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 13:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อังกฤษเพิ่มไทยเข้า&#039;บัญชีสีแดง&#039;โควิด ห้ามเดินทางเข้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลอังกฤษเพิ่มไทยและมอนเตเนโกรเข้า &amp;quot;บัญชีสีแดง&amp;quot; ห้ามชาวต่างชาติที่เดินทางจากสองประเทศนี้เข้าอังกฤษ เริ่มตั้งแต่วันจันทร์หน้า ส่วนชาวสหราชอาณาจักรมากลับถึงประเทศต้องกักตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม กล่าวว่า รัฐบาลอังกฤษออกคำประกาศว่า ประเทศไทยและมอนเตเนโกรจะถูกบรรจุเข้าบัญชีสีแดง ตั้งแต่เวลา 04.00 น. ของวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2564 (10.00 น.วันเดียวกันของไทย) สืบเนื่องจากอัตราผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มขึ้นในประเทศเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพลเมืองชาวอังกฤษและไอร์แลนด์ รวมถึงผู้ที่พักอาศัยอยู่ในสหราชอาณาจักร ที่เดินทางมาจากประเทศในบัญชีสีแดง จะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าประเทศ แต่ต้องกักตัวที่โรงแรมทันทีที่มาถึงเป็นเวลา 10 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลอังกฤษยังเพิ่มประเทศสวิตเซอร์แลนด์, เดนมาร์ก, แคนาดา, ฟินแลนด์, ลิทัวเนีย และลิกเตนสไตน์ เข้า &amp;quot;บัญชีสีเขียว&amp;quot; หรือจุดหมายที่ปลอดภัยในการเดินทางไปเยือน โดยผู้ที่เดินทางกลับถึงสหราชอาณาจักรจะไม่ต้องถูกกักตัว ไม่ว่าจะฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ก็ตาม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114718</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชีแดง, ห้ามเดินทางเข้า, อังกฤษ, โควิด-19, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_612883ee447be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 07:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ด่วน! สถานทูตอังกฤษ แจ้งข่าว ไทยถูกจัดเป็นประเทศสีแดง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
27 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย &amp;nbsp;แจ้งข่าวผ่านเฟซบุ๊ค UKinthailand &amp;nbsp; ระบุว่า &amp;nbsp;สหราชอาณาจักรประกาศให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศ &amp;ldquo;สีแดง&amp;rdquo;หากท่านมีแผนจะเดินทางถึงประเทศอังกฤษตั้งแต่ 04.00 น. ของวันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2564 โปรดปฏิบัติดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่จะเดินทางจากประเทศไทยเข้าสหราชอาณาจักรได้จะต้องมีคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
- มีสัญชาติอังกฤษ
- มีสัญชาติไอริช
- มีสิทธิ์พำนักในสหราชอาณาจักร (รวมทั้งผู้ที่มีวีซ่านักเรียน หรือวีซ่า Tier 4 ที่จะไปเรียนต่อในสหราชอาณาจักร)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;.*สำหรับผู้เดินทางเข้าอังกฤษ*
ก่อนเดินทางเข้าอังกฤษ ท่านจะต้อง
1. ตรวจโควิด-19 ภายใน 3 วันก่อนเดินทาง
2. จองแพ็กเกจกักตัวในโรงแรมที่รัฐบาลอังกฤษกำหนด
3. กรอกแบบฟอร์ม Passenger Locator Form&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเดินทางถึงอังกฤษ ท่านจะต้องเข้ากักตัวในโรงแรมที่กำหนดเป็นเวลา 10 วัน รวมทั้งตรวจเชื้อโควิด-19 สองครั้งระหว่างกักตัว (ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ในแพ็จเกจแล้ว)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านสามารถเดินทางเข้าอังกฤษได้โดยลงเครื่องที่สนามบินดังต่อไปนี้เท่านั้น
* Heathrow Airport
* Gatwick Airport
* London City Airport
* Birmingham Airport
* Bristol Airport
* Farnborough Airport
* Biggin Hill Airport&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;กดอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่โพสต์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114695</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประเทศสีแดง, สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ, เดินทางไปอังกฤษต้องกักตัว, โควิด, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61284ee781bd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113586</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สูสี คู่คี่ ไทย - ไต้หวัน ผลัดกันนำ ชิงเบอร์ 1 เกมคลิ๊ก POPCAT </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค. 2564 ดูเหมือนว่า เกมมีมกดคลิ๊กน้องแมว POPCAT ยังไม่ใช่เกม ที่จะเลิกรากันง่ายๆ ล่าสุด แชมป์เก่า อย่างไต้หวัน ได้ใช้เวลาที่ไทยเริ่มแผ่ว ตีโต้ กดคลิ๊กรัว จนทำยอดแซง ประเทศไทยไปได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
แน่นอนเรื่องนี้ คือ ศักศิ์ศรีของชาวเน็ตไทย ที่จะไม่ยอมกันง่ายๆ เลยช่วยกันกดคลิ๊กรัว เบียดแซงขึ้นที่ 1 อยู่เวลานี้ แต่ด้วย คะแนนที่สูสี กันมากในระดับ 6.4 หมื่นล้านคลิ๊ก ทำให้ทั้งคู่ ยังมีโอกาสผลัดกันนำ ผลัดกันตามได้ตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
คงต้องติดตามว่า เกมนี้ ใครจะยืนระยะได้มากกว่ากัน แต่ตอนนี้ดูเหมือนชาวเน็ตไทย กำลังระดมพล กันอยู่ จนตอนนี้ แฮชแท็ก POPCAT กลับมาติดเทรนด์ในทวิตเตอร์อีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113586</URL_LINK>
                <HASHTAG>#Popcat, ไต้หวัน, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118593e38203.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.เสรี&#039;ตบหัวเสา!อบรมนักกีฬาคนหนึ่งแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเทศอย่างคนไม่รู้จริง ขอด่าว่าโง่บัดซบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค.64-ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย โพสต์เฟซบุ๊กว่าไม่อยากด่าใครตรงๆว่าโง่ แต่นักกีฬาคนหนึ่งที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเทศอย่างคนที่ไม่รู้จริงนั้นขอด่าว่าโง่บัดซบ เธอโง่ที่แสดงความคิดเห็นแบบคนที่ไม่มีความรู้อะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่มีคนได้ตำแหน่งในองค์การนานาชาติมาจากประเทศใดไม่ได้แสดงว่าประเทศนั้นเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว เขามีปัจจัยอื่นๆในการเลือก คนที่มาจากประเทศกำลังพัฒนาก็มี ประเทศด้อยพัฒนาก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยก็ได้ตำแหน่งในองค์การนานาชาติตั้งหลายคน ไม่รู้เลยใช่ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไปว่าพม่าว่าไม่เจริญมาหลายปีแล้ว นี่โง่มากนะ ไปด่าเขาทำไม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบอกว่าไทยเราจัดการโควิดได้แย่มากนั้น ไม่มีประเทศที่สถานการณ์เลวร้ายกว่าประเทศไทยเลยหรือ และที่เราเป็นเช่นนี้เป็นพระรัฐบาลเท่านั้นหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกประยุทธ์เป็นนายกฯตามครรลองประชาธิปไตย ไม่รู้เลยหรือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเก่งจะย้ายประเทศกันหมดแล้วจริงหรือ มโนเองแบบโงๆหรือเปล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนที่เขาย้ายไปเพราะเขาคิดว่าประเทศไทยเลวร้าย หรือเขาไปหาโอกาส หรือมีคนหยิบยื่นโอกาสให้ และเขาไม่ได้ไปเพราะชังชาติ เขาอยู่ต่างแดนแต่ก็ยังรักชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หาเรื่องคอร์รับชั่นเชิงประจักษ์มากล่าวหารัฐบาลไม่ได้ ก็หาว่าตรวจสอบไม่ได้ สมัยนี้ถ้าหากมีอะไรที่โกงจริง ถ้าจะหาหลักฐานมาแสดง รับรองว่าต้องหาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดถึงสลิ่มอย่างด้อยค่าว่าสลิ่มโง่ ไม่รับผิดชอบ เธอไม่รู้หรอกหรือว่าสลิ่มเห็นการคิดของพวกคนรุ่นใหม่แล้วห่วงใย ว่าคิดกันแบบนี้จะอยู่เย็นเป็นสุขได้ยังไง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รู้ไม่จริง คิดไม่เป็น ตรรกะวิบัติ เชื่อคนง่าย ยอมถูกปั่นถูกหลอกโดยคนชั่ว มีการกระทำรุนแรง พูดจาหยาบคาย ไม่มีสัมมาคารวะ ไม่ภูมิใจในความเป็นไทย แบบนี้หรือจะมาจัดวางอนาคตของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หาข้อมูลให้รู้จริงมากกว่านี้แล้วค่อยแสดงความคิดเห็นนะหนู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ใช้แอปพลิเคชันไอจีสตอรีชื่อว่า &amp;ldquo;bbbumbimbim&amp;rdquo; หรือบุ๋มบิ๋ม หรือ ชัชชุอร โมคศรี นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย &amp;nbsp;ได้โพสต์ระบุข้อความว่า &amp;ldquo;เมื่อก่อนพม่าเจริญกว่าไทย พม่าได้เป็นถึงเลขาฯ UN แต่พอโดนทหารยึดอำนาจยาวนานกว่า 50 ปี สุดท้ายดูสภาพพม่าทุกวันนี้ ประเทศชาติถอยหลังไปเป็น 100 ปี ตอนนี้บ้านเราเจริญรอยตามพม่ามา 7 ปีละ ความคิดเห็นส่วนตัวถ้าภายใน 2-3 ปีนี้เราแก้ปัญหาระบบนี้ไม่ได้ประเทศเราจะเกิดภาวะสมองไหล คนเก่งๆ จะเริ่มหนีออกไปหาโอกาสในต่างประเทศ ย้ายถิ่นฐาน ย้ายสัญชาติและในอนาคตประเทศไทยจะไม่เหลือคนเก่งเลย เพราะประเทศอยู่ด้วยระบบเส้นสาย และการ CORRUPTION ที่ตรวจสอบและจัดการไม่ได้ ในขณะที่พวกสลิ่มก็จะขับไล่คนเก่งๆ ที่ไม่ยอมก้มหัวให้ทหารออกนอกประเทศไป และ 20-30 ปี หลังจากนี้พวกสลิ่มทั้งหลายก็จะทยอยตายไปตามอายุขัยและไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ทิ้งมรดกความพังพินาศไว้ให้พวกเราทนรับสภาพต่อไป จะมีการสืบทอดอำนาจต่อไปไม่รู้จบ เหมือนพม่าปัจจุบัน ประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศด้อยพัฒนาที่หาทางกลับขึ้นมาไม่ได้อีกเลย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113435</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัชชุอร โมคศ, ดร.เสรี วงษ์มณฑา, นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย, พม่า, สลิ่ม, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_6119c4a8a6d6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2021 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2021 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาฯเปิดพยานหลักฐาน&#039;ไฟเซอร์&#039;ไม่อาจป้องกันโควิดได้100 % ไม่ต่างกับวัคซีนประเภทอื่นๆ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
20 ก.ค.64- นายชูชาติ ศรีแสง อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลฎีกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chuchart Srisaeng ระบุว่าคำว่าประเทศอิสราเอล มีประชากร 9,326,000 คน มีผู้ติดเชื้อโควิด 852,943 คน ตาย 6,450 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคิดอัตราส่วนต่อประชากรทั้งประเทศมีผู้ติดเชื้อร้อยละ 9.15 และตายร้อยละ 0.069&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศไทย มีประชากร 69,983,483 มีผู้ติดเชื้อโควิด 426,475 ตาย 3,502 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคิดอัตราส่วนต่อประชากรทั้งประเทศมีผู้ติดเชื้อร้อยละ &amp;nbsp;0.61 และตายร้อยละ 0.005&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าเปรียบเทียบกันตามอัตราส่วนดังกล่าว อิสราเอลมีผู้ติดเชื้อมากกว่าไทย 15 เท่า ตายมากกว่า 13.8 เท่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อิสราเอลฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้แก่ประชาชนไปแล้วมากกว่าร้อยละ 63 แต่วันนี้มีผู้ติดเชื้อ 1,220 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันเป็นการแสดงให้เห็นว่า วัคซีนไฟเซอร์ ก็ไม่อาจป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ได้ 100 % ไม่ต่างกับวัคซีนประเภทอื่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือพยานหลักฐานที่เป็นจริง ไม่ใช่เกิดจากความคาดฝันดังที่เป็นอยู่ในขณะนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110418</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูชาติ ศรีแสง, อดีตผู้พิพากศาลศาลฎีกา, อิสราเอล, โควิด, ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6036217454720.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
