<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2018 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;โปรแกรมวิเคราะห์ตำแหน่งฟ้าผ่า&quot; นวัตกรรมที่อาจช่วยแก้ไฟดับจากฟ้าผ่าได้ใน 2 นาที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:11.25pt; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ฟ้าผ่า ปรากฏการณ์ธรรมชาติ หนึ่งในปัญหาลำดับต้นๆ ที่เป็นสาเหตุของการเกิดไฟฟ้าดับทั้งขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่เป็นวงกว้างได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;ในการควบคุมระบบกำลังไฟฟ้า จะมีปัจจัยนอกเหนือการควบคุมส่งผลให้เกิดเหตุขัดข้องในระบบกำลังไฟฟ้า เช่น สายส่งล้มเนื่องจากพายุ ต้นไม้พาดแนวสายส่ง และฟ้าผ่า ซึ่งในช่วงหน้าฝนจะมีเหตุการณ์ฟ้าผ่าทั่วประเทศประมาณ 150,000 ครั้ง/วัน หากฟ้าผ่าใกล้แนวสายส่งไฟฟ้าแรงสูง สามารถทำให้ระบบส่งไฟฟ้าขัดข้องได้ ผู้ควบคุมระบบมีหน้าที่ในการนำระบบกลับให้เร็วที่สุด โดยการนำระบบกลับนั้น ต้องอยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องและเพียงพอ นอกจากนั้นหน่วยงานบำรุงรักษาสายส่งต้องมีการตรวจสอบสาเหตุการขัดข้องทุกครั้งเมื่อเกิดเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ldquo;โปรแกรมวิเคราะห์และแสดงพิกัดตำแหน่งฟ้าผ่าเทียบแนวสายส่ง&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;Lightning Location Strike to Power Line : LLS2Line&amp;rdquo; เป็นนวัตกรรมที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของผู้ปฏิบัติงาน กฟผ. ฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และฝ่ายบำรุงรักษาระบบส่ง เพื่อย่นระยะเวลาในการค้นหาข้อมูลฟ้าผ่าเทียบแนวสายส่งเมื่อเกิดเหตุขัดข้องในระบบควบคุมกำลังไฟฟ้า โดยบูรณาการข้อมูลจากระบบ EGAT SCADA ระบบตรวจจับฟ้าผ่า VAISALA ระบบเครือข่ายสื่อสารข้อมูลใน กฟผ. เว็ปไซต์ Google Map และ LINE Application เพื่อทำการประมวลผลและกลั่นกรองข้อมูลให้แก่ผู้ควบคุมระบบฯ และส่งข้อมูลแบบอัตโนมัติ ส่งผลให้ลดระยะเวลาในการตรวจสอบและลดการสูญเสียรายได้จากการหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้า เพิ่มความมั่นคงให้ระบบส่งกำลังไฟฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;จุดเริ่มต้นของการคิดค้นโปรแกรม LLS2Line&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;กฟผ. ได้มีการนำระบบตรวจจับฟ้าผ่ามาใช้งาน ตั้งแต่ปี 2537 แต่ระบบยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย จึงได้มีการพัฒนาระบบมาอย่างต่อเนื่อง จนปี 2557 ได้มีการขยายเซ็นเซอร์ทั่วประเทศประมาณ 19 ตัว โดยเน้นพื้นที่ใกล้แนวสายส่งของ กฟผ. ทั่วประเทศ เพื่อใช้สนับสนุนการควบคุมการส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพและความมั่นคง โดยเทคโนโลยีและวิธีการในปัจจุบันทำให้การตรวจจับสัญญาณฟ้าผ่ามีความละเอียดและแม่นยำมากยิ่งขึ้น สำหรับซอฟต์แวร์พื้นฐานที่มากับตัวระบบ ยังมีข้อจำกัดในเรื่องของระยะเวลาในการตรวจสอบ และผู้ใช้งานจำเป็นต้องมีความรู้ความชำนาญ จึงเล็งเห็นว่าควรพัฒนาโปรแกรมขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยในการควบคุมระบบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ที่สามารถช่วยในการวิเคราะห์ และสามารถคิดแทนผู้ควบคุมระบบได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;ประโยชน์ของโปรแกรม LLS2Line ที่พัฒนาขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ตัวโปรแกรมที่มากับระบบตรวจจับฟ้าผ่า ก่อนที่จะมีการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก ประมาณ 10 ถึง 15 นาที ในการที่จะทราบว่าเหตุการขัดข้องในระบบกำลังไฟฟ้าเกิดจากฟ้าผ่าหรือไม่ ในขณะที่ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถทำงานได้ทันที ภายในไม่เกิน 2 นาที ผู้ควบคุมระบบสามารถรับรู้ได้ว่าเหตุการณ์ขัดข้องนั้นๆ เกิดจากฟ้าผ่าหรือไม่ ผ่านแอพพลิเคชัน LINE ซึ่งจะส่งข้อมูลอัตโนมัติไปยังผู้ควบคุมระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ภาพการส่งข้อมูลแบบอัตโนมัติผ่านแอพพลิเคชัน LINE&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;การขยายผล&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ปัจจุบันได้ทำการขยายผลโดยติดตั้งโปรแกรม LLS2Line ที่ฝ่ายปฏิบัติการภาคเหนือ ฝ่ายปฏิบัติการภาคกลาง ฝ่ายปฏิบัติการนครหลวง ฝ่ายปฏิบัติการภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ฝ่ายปฏิบัติการภาคใต้ และฝ่ายบำรุงรักษาระบบส่ง ของ กฟผ. เพื่อใช้เป็นข้อมูลทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของ กฟผ. ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;รางวัลที่ได้รับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ndash; รางวัลชมเชย จากมูลนิธิกำธนสินธวานนท์ ทางด้านวิชาการและผู้กระทำความดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ndash; รางวัลสิ่งประดิษฐ์ กฟผ. ได้รับรางวัลดีเลิศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:0cm; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;ndash; รางวัลที่ 1 จากเวทีสมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี ไทย-ญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รางวัลเหรียญทองแดงจากการประกวดสิ่งประดิษฐ์ ที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผลการคิดค้นนวัตกรรมดังกล่าวยังทำให้ ได้รับรางวัลเหรียญทองแดง จากการประกวดสิ่งประดิษฐ์ ที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อเดือนเมษายน 2561 โดยการตัดสินให้รางวัลจะดูจากความคิดสร้างสรรค์ของสิ่งประดิษฐ์ และประโยชน์ต่อส่วนรวม เพราะการที่ผู้ควบคุมระบบ และพนักงานสถานีไฟฟ้าแรงสูงรู้ตำแหน่งการเกิดฟ้าผ่าได้อย่างแม่นยำ ทำให้สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหา ณ จุดเกิดเหตุได้ทันที ประชาชนก็จะได้ประโยชน์จากการที่มีไฟดับน้อยลง ปัญหาถูกแก้ไขอย่างรวดเร็ว และยังสามารถนำไปขยายผลใช้ประโยชน์กับหน่วยงานอื่นๆ ภายในประเทศและต่างประเทศได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทีมผู้ประดิษฐ์คิดค้นโปรแกรม LLS2Line รับรางวัลสิ่งประดิษฐ์ ที่เจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16944</URL_LINK>
                <HASHTAG>EGAT SCADA, LLS2Line, กฟผ., ปรากฏการณ์ธรรมชาติ, ระบบตรวจจับฟ้าผ่า VAISALA, รางวัลเหรียญทองแดง, ไทย-ญี่ปุ่น, “โปรแกรมวิเคราะห์ตำแหน่งฟ้าผ่า”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b90a7a0ee5ec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16231</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 10:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมช.มหาดไทยมอบทะเบียนบ้านชุมชนริมคลองลาดพร้าว   ส่วนเขื่อนฯป้องกันน้ำท่วมยังสร้างช้า กทม.เตรียมใช้ ปว.44 รื้อบ้านรุกคลอง </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รมช.มหาดไทยมอบทะเบียนบ้านชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนเขื่อนฯป้องกันน้ำท่วมยังสร้างช้า กทม.เตรียมใช้ ปว.44 รื้อบ้านรุกคลอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ริมคลองลาดพร้าว/ นายสุธี&amp;nbsp; มากบุญ รมช.มหาดไทย&amp;nbsp; เป็นประธานมอบทะเบียนบ้านชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศและชุมชนหลังสมาคมโรงเรียนไทย-ญี่ปุ่นที่สร้างบ้านเฟสแรกเสร็จแล้วรวม 31 หลัง&amp;nbsp; ขณะที่การก่อสร้างบ้านตลอดคลองลาดพร้าว 50 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 6,841 ครัวเรือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว&amp;nbsp; 34 ชุมชน&amp;nbsp; ก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp; 2,592&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมยังติดปัญหาผู้ที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการทำให้การสร้างเขื่อนฯ ล่าช้า&amp;nbsp; สร้างได้ 33 %&amp;nbsp; ส่อแววขยายสัญญาให้บริษัทรับเหมา&amp;nbsp; ด้าน กทม.เตรียมใช้ ปว.44 รื้อบ้านรุกคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ตามที่รัฐบาลมีนโยบายบริหารจัดการสิ่งรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;nbsp; โดยมอบหมายให้กรุงเทพมหานครสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อ&amp;nbsp; ระยะทางรวม 45.3 กิโลเมตร &amp;nbsp;และให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำแผนงานรองรับที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองซึ่งจะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวก่อสร้างเขื่อน&amp;nbsp; ในพื้นที่ 8 เขต&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 50 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 6,841 ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยเริ่มดำเนินตั้งแต่ปี 2558 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; นายสุธี&amp;nbsp; มากบุญ&amp;nbsp; รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย&amp;nbsp; ได้เดินทางมาเป็นประธานจัดกิจกรรม &amp;ldquo;คืนความสุขให้คนคลอง&amp;nbsp; คืนสายคลองให้คนเมือง&amp;rdquo; ที่ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ&amp;nbsp; เขตห้วยขวาง&amp;nbsp; เพื่อสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์นโยบายบริหารจัดการสิ่งรุกล้ำลำน้ำสาธารณะของรัฐบาล&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมทั้งมอบทะเบียนบ้านให้แก่ชาวชุมชนชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศและชุมชนหลังสมาคมโรงเรียนไทย-ญี่ปุ่นที่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; โดยรื้อย้ายบ้านออกจากแนวก่อสร้างเขื่อน&amp;nbsp; และสร้างบ้านใหม่ในที่ดินเดิม&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้สร้างบ้านเฟสแรกเสร็จแล้วรวม 31 หลัง&amp;nbsp; โดยมีพลโทสรรเสริญ&amp;nbsp; แก้วกำเนิด&amp;nbsp; รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp; นายสกลธี&amp;nbsp; ภัททิยกุล&amp;nbsp; รองผู้ว่า กทม.&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ ผอ.พอช. ผู้แทน คสช.&amp;nbsp; ตำรวจ&amp;nbsp; และประชาชนเข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายสุธี&amp;nbsp; มากบุญ&amp;nbsp; รมช.มหาดไทย&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ทั้งสองชุมชน&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศและชุมชนหลังสมาคมโรงเรียนไทย-ญี่ปุ่นได้ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานของภาครัฐสูงมาก&amp;nbsp; แม้ว่าจะมีบางส่วนที่ยังไม่ร่วมมือ&amp;nbsp; แต่ก็จะเร่งดำเนินการสร้างความเข้าใจกับประชาชน&amp;nbsp; และจะเป็นตัวอย่างที่ดีกับในอีก 50 ชุมชนต่อไป&amp;nbsp; โดยเฉพาะการร่วมมือของทุกฝ่าย&amp;nbsp; รวมทั้งกรมประชาสัมพันธ์ที่เข้าสนับสนุนการทำงานจัดกิจกรรมสร้างความเข้าใจกับประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลภายใต้การทำงานของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ต้องการที่จะแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีนโยบายที่ชัดเจน &amp;nbsp;มีทั้งแผนงาน &amp;nbsp;แผนเงิน &amp;nbsp;แผนคน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และแปลงยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน &amp;nbsp;ซึ่ง ณ วันนี้สมบูรณ์ทุกอย่างแล้ว &amp;nbsp;8 เขต 50 ชุมชนที่เราจะต้องแก้ไข &amp;nbsp;ซึ่งผมเชื่อว่าความก้าวหน้าของเราเกินกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว ถึงแม้ว่า กทม.จะทำงานยากสักนิดหนึ่ง &amp;nbsp;แต่อย่างน้อยที่สุดโครงการคลองลาดพร้าวของเรา ไม่ว่าจะปักเสาเข็มก็ก้าวหน้าไปแล้ว &amp;nbsp;และอีกส่วนหนึ่งก็คือ ในสิ้นปีนี้ &amp;nbsp;บ้านของ พอช.ที่ทำงานใน 50 ชุมชนจะก้าวขึ้นเป็น 40% เช่นกัน &amp;nbsp;ซึ่งผมเชื่อว่าโครงการนี้จะสำเร็จ &amp;nbsp;และจะส่งผลให้นโยบายของรัฐบาลมีผลสัมฤทธิ์ที่สมบูรณ์&amp;rdquo;&amp;nbsp; รมช.มหาดไทยกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.มีเป้าหมายสนับสนุนการสร้างบ้านใหม่ตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว&amp;rsquo; เพื่อให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยอย่างมั่นคง&amp;nbsp; เปลี่ยนจากการบุกรุกที่ดินราชพัสดุที่กรมธนารักษ์ดูแลเป็นการเช่าอย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; ระยะเวลาเช่าช่วงแรก 30 ปี&amp;nbsp; หลังจากหมดสัญญาสามารถทำเรื่องเช่าต่อได้อีก&amp;nbsp; ขณะที่กรุงเทพมหานครก็สามารถสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในเขตกรุงเทพฯได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีเป้าหมายทั้งหมด 50 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 6,841 ครัวเรือน&amp;nbsp; ในพื้นที่ 8&amp;nbsp; เขต คือ&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; ลาดพร้าว&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; และสายไหม&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้สนับสนุนการสร้างบ้านไปแล้ว&amp;nbsp; 34 ชุมชน&amp;nbsp; ก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp; 2,592&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนที่เหลืออยู่ในระหว่างการดำเนินการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนรูปแบบบ้านนั้น&amp;nbsp; ชาวชุมชนจะกำหนดเอง&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว 2 ชั้น&amp;nbsp; ขนาดประมาณ&amp;nbsp; 4x7 ตารางเมตร&amp;nbsp; เมื่อรื้อย้ายบ้านออกจากแนวคลองและเขื่อนฯ แล้ว&amp;nbsp; ชาวชุมชนก็สามารถสร้างบ้านใหม่ได้ทันที&amp;nbsp; ใช้เวลาไม่เกิน 1 ปีก็สามารถเข้าอยู่ได้&amp;nbsp; ทำให้ชุมชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; บ้านเรือนสวยงาม&amp;nbsp; มีสภาพแวดล้อมที่ดี&amp;nbsp; โดย พอช.สนับสนุนงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้แก่ชาวบ้านครัวเรือนละ&amp;nbsp; 50,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท &amp;nbsp;งบอุดหนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยครัวเรือนละ 25,000 บาท&amp;nbsp; งบแบ่งเบาผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 72,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังสนับสนุนสินเชื่อครัวเรือนละไม่เกิน 330,000 บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระคืนภายใน 20 ปี&amp;nbsp; แต่หากอยู่อาศัยในชุมชนเดิมไม่ได้&amp;nbsp; ชาวบ้านต้องรวมตัวกันไปหาซื้อที่ดินใหม่&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้วหลายชุมชน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นายสกลธี&amp;nbsp; ภัททิยกุล&amp;nbsp; รองผู้ว่า กทม. กล่าวว่า&amp;nbsp; การสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวจะทำให้พื้นที่คลองเปิด &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้การขุดลอกคูคลองได้ง่ายขึ้น &amp;nbsp;มีทางระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น &amp;nbsp;และนอกจากเรื่องระบายน้ำแล้วยังเป็นเรื่องทางสัญจรด้วย &amp;nbsp;เพราะเป็นนโยบายของทางกรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;คือ &amp;ldquo;ล้อ &amp;nbsp;ราง &amp;nbsp;เรือ&amp;rdquo; &amp;nbsp;ซึ่งในอนาคตจะเป็นจุดเชื่อมต่อนั่งเรือแล้วไปขึ้นรถไฟฟ้า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนเรื่องกลุ่มผู้ที่คัดค้านและยังไม่เข้าร่วมโครงการทำให้การก่อสร้างเขื่อนฯ ล่าช้า&amp;nbsp; และทาง กทม.มีมาตรการจะใช้ ปว.44 &amp;nbsp;เพื่อดำเนินการตามกฎหมายนั้น&amp;nbsp; ขณะนี้จะให้เจ้าหน้าที่เขตทั้ง 8 เขตเข้าไปพูดคุยอีกครั้งหนึ่งก่อน &amp;nbsp;แต่ถ้าพูดคุยแล้วยังไม่เรียบร้อย&amp;nbsp; เพื่อให้งานเดินและให้เสร็จตามเป้าอาจจะมีความจำเป็นต้องใช้ ปว.44 &amp;nbsp;ซึ่งทางรองผู้ว่า กทม. นายจักรพันธ์ ผิวงาม &amp;nbsp;ที่คุมสำนักระบายน้ำจะเป็นผู้พิจารณาและนำเสนอผู้ว่าฯ อีกครั้งภายใน&amp;nbsp; 1- 2 เดือนนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสกลธีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รองผู้ว่า กทม.กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำคลองลาดพร้าวตามสัญญาจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2562&amp;nbsp; แต่จากปัญหากลุ่มชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการรวมทั้งหมดประมาณ 470 หลังในพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว 8 เขต&amp;nbsp; ทำให้ผู้รับเหมาไม่สามารถเข้าไปตอกเสาเข็มได้ตามเป้าหมาย&amp;nbsp; จึงคาดว่าจะทำให้การก่อสร้างเขื่อนต้องล่าช้าออกไปพอสมควร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 44 (พ.ศ.2502)&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจในการติดประกาศเพื่อให้ผู้รุกล้ำลำคลองรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน&amp;nbsp; หากยังดื้อแพ่งและไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตสามารถรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้ทันที&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้กรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานเจ้าของที่ดินราชพัสดุริมคลองได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มแกนนำชุมชนริมคลองประมาณ 70 รายที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำที่ดินราชพัสดุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการในชั้นอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำมีระยะทางทั้งหมด 45.3 กิโลเมตร&amp;nbsp; บริษัทริเวอร์เอ็นจิเนียริ่ง&amp;nbsp; จำกัด&amp;nbsp; ประมูลงานได้ในวงเงิน 1,645 ล้านบาท&amp;nbsp; เริ่มโครงการวันที่ 15 มกราคม 2559 &amp;nbsp;กำหนดแล้วเสร็จ 27 มิถุนายน 2562&amp;nbsp; ระยะเวลา 1,260&amp;nbsp; วัน&amp;nbsp; รูปแบบเป็นเขื่อนระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก&amp;nbsp; มีรั้วกันตก&amp;nbsp; และประตูระบายน้ำ&amp;nbsp; เริ่มสร้างจากอุโมงค์เขื่อนยักษ์พระรามเก้า-รามคำแหง (บริเวณปากคลองแสนแสบ) เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ปัจจุบันตอกเสาเข็มได้ระยะทางประมาณ&amp;nbsp; 18.2 กิโลเมตร&amp;nbsp; คิดเป็นเนื้องานประมาณ 33.27 %&amp;nbsp; ซึ่งถือว่าล่าช้ากว่าแผนงาน&amp;nbsp; จึงคาดว่า กทม.จะต้องขยายสัญญาการสร้างเขื่อนฯ ให้แก่บริษัทรับเหมา&amp;nbsp; เนื่องจากติดปัญหาบ้านเรือนที่รุกล้ำคลองและแนวเขื่อนฯ ที่ไม่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; และเข้าร่วมกับนายศรีสุวรรณ&amp;nbsp; จรรยา&amp;nbsp; สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย &amp;nbsp;เพื่อคัดค้านโครงการในประเด็นต่างๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16231</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุมชนริมคลองลาดพร้าว, พอช, มอบทะเบียนบ้าน, รื้อบ้านรุกคลอง, สุธี  มากบุญ รมช.มหาดไทย, ไทย-ญี่ปุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b836b8802dea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6163</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/03/2018 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาะแมว , ยาไต และคนไร้ประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมู่แมวแห่งเกาะเคนไก เกาะเล็กๆ ไม่ห่างจากจังหวัดฟุกุโอกะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ญี่ปุ่นกับไทยมีความสัมพันธ์มาช้านานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาอย่างที่ทราบกัน คนของทั้งสองประเทศเดินทางไปมาหาสู่ ท่องเที่ยว ทำธุรกิจ รวมถึงพำนักอาศัยในดินแดนอีกฝ่าย จนเรียกได้ว่าคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อทางการญี่ปุ่นมีมาตรการยกเว้นวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยตั้งแต่ช่วงกลางปี 2556 โดยสามารถอยู่ได้สูงสุด 15 วัน หลายคนก็ตื่นเต้นและเตรียมตัวกันยกใหญ่เพื่อจะไปเยือนดินแดนซากูระ-ปลาดิบโดยไม่ต้องขอวีซ่าให้ยุ่งยาก ผมก็เป็นหนึ่งในกลุ่มคนระริกระรี้เหล่านั้น และได้เดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรกเมื่อ 3 ปีที่แล้ว&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แผนการเดินทางของแบ็คแพ็คเกอร์หน้าใหม่อย่างผมคือเที่ยวจากตอนใต้ของประเทศ คือเกาะคิวชู แล้วจึงค่อยๆ ไต่ขึ้นเหนือ แวะตามเมืองใหญ่ของเกาะฮอนชูเรื่อยไปจนจบที่โตเกียว โดยมี &amp;ldquo;เจอาร์พาส&amp;rdquo; สำหรับ 7 วัน (ราคาประมาณ 9 พันบาท) ที่คุ้มค่ามากหากว่ามีแรงตื่นเช้า เก็บกระเป๋า แล้วท่องไปกับรถไฟชิงกันเซ็นทุกวัน ก็จะได้เยี่ยมชม (แบบลวกๆ) ถึงหกเจ็ดเมืองเลยทีเดียว ถ้าเริ่มใช้พาสนี้ในวันที่ 4 หรือ 5 ของการเดินทางก็จะไปจบในวันที่ 10 หรือ 11 ซึ่งหลังจากนั้นเราก็ควรจะอยู่ที่ปลายทางก่อนขึ้นเครื่องบินกลับเมืองไทยโดยไม่ต้องตะลอนต่อไปอีกแล้ว บางคนมีกำลังวังชาเหลือล้นก็สามารถซื้อแบบ 14 วัน รถไฟชิงกันเซ็นก็อาจจะพาท่านไปถึงเกาะฮอกไกโดที่เมืองฮาโกดาเตะ แล้วต่อรถไฟธรรมดาของบริษัทเจอาร์ไปถึงเมืองซัปโปโรเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับจากที่นั่นก็ย่อมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนพาเหรดของคณะฟ้อนรำย้อนยุคในเทศกาล &amp;ldquo;ดงทาคุ&amp;rdquo; กลางเมืองฟุกุโอกะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลายทางญี่ปุ่นครั้งแรกของผมคือเมือง &amp;ldquo;ฟุกุโอกะ&amp;rdquo; นอกจากว่าผมมีภารกิจที่เมืองนางาซากิที่อยู่ไม่ไกลกันแล้ว ก็ยังมีเกาะแมวอยู่เกาะหนึ่งที่ได้รับการแนะนำไว้ในเว็บไซต์สองภาษา (ญี่ปุ่น &amp;ndash; อังกฤษ) เว็บหนึ่ง นอกจากนี้เพื่อนญี่ปุ่นคนเดียวที่ผมมีในขณะนั้นก็อาศัยอยู่ในเมืองนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บนถนนนากาสุคาวาบาตะ (Nakasukawabata Dori) วันที่ผมไปถึงในต้นเดือนพฤษภาคม ชาวเมืองฟุกุโอกะกำลังเฉลิมฉลองเทศกาล &amp;ldquo;ดงทาคุ&amp;rdquo; (Dontaku) กันอยู่ ซึ่งเป็นวันปีใหม่ในสมัยเมื่อแปดร้อยกว่าปีก่อนของญี่ปุ่น ในปัจจุบันที่กลับมาฉลองกันอย่างคึกคักถือเป็นหนึ่งในสามกิจกรรมสำคัญที่สุดของฟุกุโอกะ มีงานรื่นเริงหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือขบวนพาเหรดแต่งกายย้อนยุคและคณะผู้ฟ้อนรำ ค่อยๆ ปล่อยมาทีชุด ทีละชุมชน ผู้ชมสองข้างทางก็มีจำนวนมากไม่น้อยหน้าผู้อยู่ในขบวน จึงไม่แปลกใจที่เกสต์เฮาส์และโรงแรมที่พักหาได้ยากมากในช่วงนี้ ผมต้องเปลี่ยนที่พักทุกวันในเวลา 4 วัน โดยต้องแบกกระเป๋าไป-มาระหว่างเกสต์เฮาส์ 2 แห่งที่อยู่ห่างกันราว 2 กิโลเมตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากขบวนพาเหรดของคนท้องถิ่นแล้วยังมีขบวนของชาวต่างชาติบางประเทศด้วย และแน่นอนว่าย่อมต้องมีไทยแลนด์ เข้าใจว่าเป็นกลุ่มของคนไทยที่ทำมาหากินอยู่ในเมืองนี้ (ร่วมกับชาวญี่ปุ่นบางส่วน) แม้ว่าหัวขบวนคือสตรีในชุดไทยพร้อมสายสะพาย &amp;ldquo;นางสาวเชียงใหม่ 2558&amp;rdquo; ซึ่งเมื่อตรวจสอบจากรูปถ่ายก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเธอคือ &amp;ldquo;น้องสา&amp;rdquo; นางสาวเชียงใหม่ตัวจริงเสียงจริงที่คงได้รับคำเชิญให้มาร่วมงานนี้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรมการเฉลิมฉลองปีใหม่โบราณของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทศกาลดงทาคุกินเวลา 2 วัน คือวันที่ 3 และ 4 พฤษภาคมของทุกปี จัดในพื้นที่ต่างๆ ของเมืองกว่า 30 แห่ง บรรยากาศครึกครื้น ผู้คนที่พบเจอยิ้มแย้มเป็นกันเอง อาหารการกินวางขายทุกมุมเมืองแถมยังราคาถูก คนญี่ปุ่นนั้นตอนทำงานก็ทำกันอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ตอนที่พวกเขาสนุกสนานก็จริงจังไม่แพ้กัน จึงอยากบอกว่าหากใครพลาดเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงดอกซากูระบานก่อนหน้านี้ไม่กี่สัปดาห์ จะแก้ตัวด้วยเทศกาลนี้ก็ไม่เสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมนัดเจอ &amp;ldquo;โคซู&amp;rdquo; ในเย็นวันที่สองหลังจากมาถึงฟุกุโอกะ เลือกเอาร้าน Morris&amp;rsquo; Hippo บนถนนนากาสุคาวาบาตะ ริมแม่น้ำนากา เป็นร้านลักษณะ &amp;ldquo;บริติชผับ&amp;rdquo; เราไม่ได้ตั้งใจจะกินมื้อเย็นกันที่นี่ เพียงแต่ว่าผมรู้จักอยู่ที่เดียว และอาศัยเป็นที่ฝากท้องมา 2 มื้อแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอถือหนังสือแนะนำร้านอาหารเล่มโตมาด้วย ถามผมว่าอยากกินอะไร ผมตอบว่าอะไรก็ได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กินปลาหมึกแบบเป็นๆ ได้ไหม&amp;rdquo; ผมส่ายหัว &amp;ldquo;ซาชิมิไก่ล่ะ&amp;rdquo; ผมส่ายหัวอีก แล้วถามเธอว่า &amp;ldquo;ซาชิมิปลาซาบะไม่มีหรือ ได้ข่าวว่าที่นี่ขึ้นชื่อ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ก็ถามตั้งแต่แรกแล้วว่าอยากกินอะไร&amp;rdquo; โคซูย้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเดินไปย่านเทนจิน (Tenjin) กินปลาดิบแกล้มสาเกและเบียร์ที่ร้านแรก เธอพาไปต่ออีกร้านซึ่งต้องขึ้นลิฟต์ไปสี่ชั้น เรากินปลาย่างและอะไรอีกหลายอย่าง พร้อมด้วยสาเก &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ข้าวที่ใช้หมักสาเกรสชาติดีๆ ส่วนมากมาจากนิงาตะ&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โคซูรู้ดีเพราะเธอเกิดในจังหวัดนิงาตะ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกตอนกลางของประเทศ แต่มาทำงานอยู่ที่ศูนย์ส่งเสริมสิทธิสตรีฟุกุโอกะได้หลายปีแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เงินเดือนไม่ขึ้นเลย&amp;rdquo; เธอว่า &amp;ldquo;มันบ่งบอกสถานการณ์สิทธิสตรีของเราได้เป็นอย่างดี จากการจัดอันดับในเรื่องนี้ญี่ปุ่นอยู่ที่อันดับ 103 ของโลก ประเทศไทยนั้นดีกว่าเรามาก แต่ก็ยังดีที่เขาไม่ยุบศูนย์นี้ทิ้งไป ไม่งั้นฉันคงแย่&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมดสาเกไปหลายจอก และโชชูเข้ามาเสริมในตอนท้าย (จะขออธิบายความแตกต่างระหว่างสาเก, โชชู และโซจู รวมถึงอะวะโมริ ในวันหลัง) หลังจากไต่ถามความเป็นไปของชีวิตอีกฝ่ายจนหมดข้อสงสัยเราก็ออกจากร้านโดยที่โคซูไม่อนุญาตให้ผมจ่ายแม้แต่เยนเดียว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอเดินไปส่งผมที่เกสต์เฮาส์ใกล้ๆ ตลาดคาวาบาตะ แล้วก็กล่าว &amp;ldquo;โอยาซูมินาไซ&amp;rdquo; แก่กัน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พบกันใหม่เมื่อคุณกลับมาจากนางาซากิ&amp;rdquo; เธอทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนของชาวไทยในเทศกาล &amp;ldquo;ดงทาคุ&amp;rdquo; บ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สายๆ วันต่อมาผมเดินตามแผนที่ไปขึ้นเรือที่ท่า Hakata Futoh จ่ายค่าโดยสารเที่ยวละ 860 เยนเพื่อนั่งเรือเฟอร์รี่ไปยังเกาะเคนไก (Kengaijima) รวมทั้งไปและกลับ 1,720 เยน หรือประมาณ 520 บาท ใช้เวลาเดินทาง 35 นาทีก็ถึงเกาะของชาวประมงและหมู่แมว เรือเฟอร์รี่เมื่อส่งเราแล้วก็รับผู้โดยสารจากเกาะกลับไปยังเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาะเคนไกเป็นเกาะเล็กๆ มีท่าเรือเฟอร์รี และอู่จอดเรือของชาวประมง รวมถึงลานจอดเฮลิค็อปเตอร์ บ้านเรือนสมัยใหม่สภาพแข็งแรงปลูกไต่ระดับขึ้นไปบนเนินเขา ถนนที่อยู่หลังหมู่บ้านก่อสร้างอย่างดีมีราวกั้นบนไหล่ทาง ฝั่งที่ติดเนินเขาก็เสริมแรงด้วยกำแพงคอนกรีตป้องกันดินถล่ม นอกจากนี้ก็ยังมีโรงเรียนและสถานีอนามัย ส่วนด้านหลังหรืออีกฝั่งของเกาะผมไม่ทราบว่ามีอะไรบ้างเพราะไม่ได้เดินไปเนื่องจากทางชันเหลือเกิน อีกทั้งเกาะนี้ไม่ใช่เกาะสำหรับนักท่องเที่ยว ป้ายสัญลักษณ์ต่างๆ ไม่มีภาษาอังกฤษเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกแมวส่วนมากรวมตัวกันอย่างหลวมๆ บริเวณท่าเรือประมง รอเวลาที่โชคเข้าข้างมีคนเอาปลามาประเคนให้ ผมกดกาแฟเย็นกระป๋องจากตู้หยอดเหรียญมานั่งดื่มที่ม้านั่งๆ ไม่ห่างจากท่าเรือ แมวเหล่านี้ส่วนมากอยู่ในสภาพมอมแมมแต่อ้วนท้วนดี ดูแล้วก็น่ารักไปอีกแบบ ผมหยิบมันฝรั่งแผ่นออกมาจากเป้ ลองโยนให้ตัวที่อยู่ใกล้ๆ ปรากฏว่ามันกิน ไม่รู้ว่าหิวหรือเบื่ออาหารทะเลกันแน่ ตัวอื่นๆ รีบวิ่งเข้ามาขอบ้าง จนผมหว่านให้พวกมันทั้งถุง แล้วขอถ่ายรูปเป็นการแลกเปลี่ยน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่สองของเทศกาลมีขบวนการตกแต่งรถด้วยแสงสี &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกลับเข้าฝั่งฮากาตะกับเรือเที่ยว 5 โมงครึ่ง ผมแวะซื้อหมูย่างกิน 2 ไม้ บริเวณหน้าท่าเรือในวันนั้นมีพ่อค้าแม่ค้ามาออกร้านขายอาหารกันอยู่อย่างคึกคัก จากนั้นเดินกลับไปงีบในเกสต์เฮาส์ ตื่นมาก็ออกไปกินมื้อค่ำที่ร้าน Morris&amp;rsquo; Hippo อีกจนได้ แต่ถึงแม้จะเป็นร้านสไตล์อังกฤษก็มีอาหารญี่ปุ่นให้เลือกหลายอย่าง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกวันผมออกจากเกสต์เฮาส์ใกล้ๆ ถนนโชวะ (Showa Dori) ไปเช็กอินที่เกสต์เฮาส์หลังตลาดคาวาบาตะอีกครั้ง กินราเม็งอันเลื่องชื่อของฟุกุโอกะเป็นมื้อเที่ยง ตกเย็นมีหนุ่มฮังกาเรียนที่ทำงานอยู่ในกรุงลอนดอนมาชวนออกไปกินดื่มด้วยกันแต่ผมปฏิเสธเพราะรู้สึกเบื่อชาวตะวันตกเต็มที คงเพราะที่เกสต์เฮาส์เก่ามีหนุ่มฝรั่งเศสคนหนึ่งพูดมากจนน่ารำคาญและชอบเอาเปรียบผู้อื่น แต่เมื่อมีลุงคนหนึ่งจากมาเลเซียมาชวน ผมก็ออกไปกับแกอย่างง่ายดาย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ลุงซันนี่&amp;rdquo; เพิ่งมาถึงฟุกุโอกะวันนี้ ผมพาแกนั่งรถไฟใต้ดินไปย่านเทนจิน เราต่างมีตั๋วแบบ One-day pass หรือใช้แบบไม่อั้นในหนึ่งวัน บนถนนวาตานาเบะมีซุ้มยาไต (Yatai) หรือร้านอาหารเล็กๆ ริมทางที่เปิดเรียงกันหลายร้านในเวลากลางคืน เลือกเอาร้านที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินเพราะทราบดีว่าซุ้มยาไตไม่มีห้องน้ำ หากมีความจำเป็นก็ต้องใช้ในสถานีรถไฟใต้ดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไม่พอใจก็รำมวยใส่กัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร้านที่เราเลือกมีกุ๊กคนหนึ่งและผู้ช่วยอีกคนหนึ่งคอยปรุงอาหารตามออร์เดอร์อยู่ด้านในซึ่งล้อมรอบพวกเขา 3 ด้านด้วยที่นั่งคล้ายๆ เคาน์เตอร์บาร์เหล้า มีริ้วผ้าม่านห้อยลงมาจากหลังคา แต่ส่วนมากจะถูกตวัดขึ้นแล้วมัดเป็นจุกม้วนไว้เพื่อความโปร่งโล่ง ร้านแนวนี้ใครจะนั่งตรงไหนก็ได้ หากคนเต็มก็ไปร้านอื่น อาหารมีทั้งแบบปิ้งย่าง ทอด และจำพวกเส้น ซึ่งล้วนใช้เวลาไม่นานในการทำให้สุก บางอย่างเสียบไม้ตั้งโชว์อยู่ตรงหน้า เราแค่ชี้ๆ กุ๊กหนุ่มก็หยิบไปย่างหรือทอดพอเป็นพิธีแล้วยื่นมาวางตรงหน้าเพราะทำให้สุกมาก่อนแล้ว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกับลุงซันนี่ทยอยสั่งอาหารมาคราวละสองสามอย่าง แก้จุกด้วยเบียร์ท้องถิ่นและสาเก ลุงแกนั่งติดคู่รักทางด้านขวามือจึงจับคู่สนทนากันฝั่งนั้น ผมนั่งติดกลุ่มวัยรุ่นสาวจากมหาวิทยาลัยฟุกุโอกะ พวกเธอเรียนด้านวรรณคดีและวัฒนธรรม ผมก็สนทนากับพวกเธอฝั่งนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผ่านไป 2 ชั่วโมงกว่าเราจึงเรียกเก็บเงินโดยหารกันคนละครึ่ง ลุงซันนี่จากปีนังบอกว่าขอบใจมากที่พาแกมากินอาหารริมทางอันมีชีวิตชีวา เมื่อกลับถึงเกสต์เฮาส์ แกเปิดซิงเกิลมอลต์ ยี่ห้อ Talisker ที่ติดกระเป๋ามารินใส่แก้วที่หยิบมาจากห้องครัว 2 แก้ว ผมไม่รีรอรับคำชวน เพราะนี่คือหนึ่งในซิงเกิลมอลต์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาะเคนไก เกาะสวรรค์ของมวลแมว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกเล่าให้ฟังว่าเกษียณการทำงานมาตั้งแต่อายุ 50 ปีเพื่อเดินทางท่องเที่ยว นับจนถึงปัจจุบันก็เป็นปีที่ 15 แล้ว เพราะก่อนหน้านั้นเปลืองกำลังไปมากจากการทำงานเป็นวิศวกรขุดเจาะน้ำมันในทะเล ประจำการมาหลายประเทศ ที่โหดสุดแกยกให้ไนจีเรีย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมอยู่ที่นั่น 8 ปี เหมือนติดคุกเลย&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้างๆ เรามีชายชาวเอเชียคนหนึ่งใส่แว่นอ่านหนังสืออยู่ ลุงซันนี่ถามว่ามาจากประเทศอะไร เขาไกด์ว่า &amp;ldquo;ผมไม่มีประเทศ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีด้วยหรือคนไม่มีประเทศ&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีสิ มีก็เหมือนไม่มี จะเรียกว่าประเทศก็ไม่ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถึงกระนั้นเราก็ทายอยู่นานและยังไม่ได้คำตอบที่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไต้หวัน&amp;rdquo; ชายผู้นั้นเฉลย. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตียงนอนสำหรับการพักผ่อนยามบ่าย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6163</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาส, สะพานเป้, เดินทาง, เที่ยวญี่ปุ่น, เบื้องหน้าที่ปรากฏ, แมว, ไทย-ญี่ปุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2018 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2018 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อาคม เดินหน้าเปิดประมูลงานรถไฟ 1.7 แสนล้านในปีนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo; ลั่นเปิดประมูลงานรถไฟ 1.7&amp;nbsp;แสนล้านภายในกลางปีนี้ เร่งประมูลรถไฟไทย-จีนเฟส 1 ภายในปีนี้ ส่วนกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ คาดเสนอ ครม.ภายในเดือนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค.61-นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่ากระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างเร่งแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้จะเร่งดันโครงการเพื่อเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)และเปิดประมูลให้ได้ภายในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค. รวมมูลค่าโครงการราว 1.7 แสนล้านบาท ประกอบด้วย โครงการรถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 217 กิโลเมตร วงเงิน 5.9 หมื่นล้านบาท และโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงส่วนต่อขยายช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา มูลค่า 1.9 หมื่นล้านบาทและโครงกาารรถไฟฟ้าสีแดงส่วนต่อขยาย ช่วงรังสิต-ธรรมศาสตร์ มูลค่า 7.5 พันล้านบาท จะเร่งเสนอครม.ภายในเดือน เม.ย.ก่อนเปิดประมูลภายในเดือน มิ.ย. เช่นเดียวกับโครงการรถไฟทางคู่ช่วงบ้านไผ่-นครพนม ระยะทาง 355 วงเงิน 6 หมื่นล้านบาท และรถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 309 กิโลเมตรวงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท จะเร่งเสนอครม.ภายในพ.ค.นี้เริ่มทยอยประกวดราคาในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม กล่าวต่อว่าสำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 1 ช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา วงเงิน 1.79 แสนล้านบาท ขณะนี้ฝ่ายจีนได้ส่งแบบตอนที่ 2 ช่วงปากช่อง - ขนานจิตร ระยะทาง 11 กม.มาแล้วคาดว่าจะสามารถเสนอเข้าครม.ใด้ภายในเดือนนี้ เปิดประมูลได้ภายในเดือนมิ.ย.นี้ ขณะที่แบบก่อสร้างสำหรับช่วงที่ 3 แก่งคอย-นครราชสีมา ระยะทาง 119.5 กม.และช่วงที่ 4 บางซื่อ-แก่งคอย ระยะทาง 119 กม. มีกำหนดส่งให้รัฐบาลไทยภายในกลางปีนี้เพื่อถอดแบบและกำหนดราคากลางในร่างเอกสารประกวดราคา(ทีโออาร์) ดังนั้นจึงมั่นใจว่าภายในปีนี้จะเปิดประมูลได้ครบทั้งเฟส 1 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เส้นทางเชื่อมต่อช่วงแหนองคาย-เวียงจันทน์นั้นจะเป็นการลงทุนร่วมกันระหว่างสองประเทศ โดยจะเร่งหารือกับสปป.ลาวและจีนให้ได้ข้อสรุปภายใน 4 เดือนนี้ สำหรับโครงการรถไฟไทย-จีน เฟส 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 394 กม. นั้นกำหนดว่าฝ่ายจีนต้องส่งแบบรายละเอียดการก่อสร้างมาให้ไทยภายใน 8 เดือนนับจากนี้หรือช่วงปลายปีนี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงกรุงเทพ-เชียงใหม่ ระยะทาง 672 กม. วงเงินราว 4 แสนล้านบาทตามแผนจะสามารถเสนอครม.ได้ภายในเดือนนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4559</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, รถไฟความเร็วสูง, รถไฟทางคู่, ระบบราง, รัฐมนตรี, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ, ไทย-จีน, ไทย-ญี่ปุ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180308/image_big_5aa0e763f0448.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
