<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13746</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 08:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 08:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> นายกฯ เข้าเฝ้าพระราชาธิบดีจิกมี สานสัมพันธ์ ไทย-ภูฏาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;

20ก.ค.61-ผู้สื่อข่าวรายงาน ภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 19 &amp;ndash; 20 ก.ค. 61&amp;nbsp; โดยเมื่อวันที่ 19 ก.ค. เวลา 17.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง ที่สำนักนายกรัฐมนตรี ราชอาณาจักรภูฏาน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พบหารือกับ ดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏาน&amp;nbsp; ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีภูฏานได้แสดงความชื่นชมต่อ ความพยายาม ความร่วมมือร่วมใจ และความสำเร็จในการช่วยเหลือเยาวชน 13 รายที่ติดในถ้ำหลวง นับว่าเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ ที่ไทยสามารถเอาชนะอุปสรรคทั้งปวงจนช่วยเหลือออกมาได้อย่างปลอดภัย
&amp;nbsp;
พล.ท.วีรชน กล่าวว่า ในการหารือนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีภูฏานต่างยินดีที่ทั้งสองฝ่ายมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างกัน ซึ่งใกล้ชิดทั้งในระดับราชวงศ์ที่มีการเยือนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp; ในระดับรัฐบาลที่มีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด มีโครงการที่ประสบความสำเร็จ และเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาประเทศระหว่างกัน และในระดับประชาชน ที่ยึดถือในสถาบันพระมหากษัตริย์เหมือนกันโดยเฉพาะความเชื่อมโยงทางพุทธศาสนา สังคม และวัฒนธรรม และเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งของทั้งสองประเทศจะพัฒนาไปอย่างมั่นคงและแข็งแกร่งต่อไป ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เสนอให้จัดำโรดแมปโครงการความร่วมมือต่างๆ เพื่อให้เดินหน้าต่อไปได้ และเกิดความต่อเนื่อง รวมทั้งศึกษาศักยภาพที่จะร่วมมือกันทั้งรัฐบาล ภาคเอกชนและประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า โอกาสนี้ ผู้นำทั้งสองยังได้หยิบยกประเด็นเกี่ยวกับความร่วมมือทางวิชาการที่มีร่วมกัน อาทิ การเกษตร สาธารณสุข การศึกษา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยนายกรัฐมนตรีภูฏานเน้นย้ำให้ทั้งสองประเทศสานต่อความร่วมมือเหล่านี้กันต่อไป พร้อมขอบคุณประเทศไทยที่ให้การสนับสนุนภูฏาน โดยเฉพาะความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา ผ่านโครงการต่าง ๆ ด้วยดีตลอดมา สำหรับความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในการใช้กลไกการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย - ภูฏาน (JTC) เพื่อหารือแนวทางในการขยายมูลค่าการค้าระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งภูฏานมีศักยภาพในสาขาการท่องเที่ยวและการก่อสร้าง และยินดีที่ปัจจุบันมีภาคเอกชนไทยเข้าไปลงทุนในภูฏานเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมและการก่อสร้าง ซึ่งภูฏานยินดีช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกให้นักธุรกิจไทย รวมทั้งการเชื่อมโยงทางการบิน เพื่อส่งเสริมการไปมาหาสู่กันทั้งในเมืองหลัก และต่อไปยังเมืองรอง ต่อเนื่องไปถึงการผลักดันการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างกัน ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;Two Kingdoms One Destination&amp;rdquo; ซึ่งจะช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงทางด้านการท่องเที่ยวซึ่งกันและกัน โดยเห็นว่าการท่องเที่ยวจะช่วยกระชับความสัมพันธ์และสามารถสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศได้
&amp;nbsp;
พล.ท.วีรชน ระบุว่า นอกจากนี้ ในโอกาสครบรอบความสัมพันธ์ทางการทูต 30 ปี ในปี 2562 รัฐบาลไทยยินดีสนับสนุนโครงการบริการทางการแพทย์เพื่อรักษา หู ตา จมูก และคอ รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ หู จมูก และคอ ในราชอาณาจักรภูฏาน เพื่อให้บริการรักษา การถ่ายทอดความรู้ เทคนิคและวิชาการ เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงความร่วมมือของคณะแพทย์ ไทย-ภูฏาน ในการรักษาผู้ป่วยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา เวลา 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น&amp;nbsp; ที่ท้องพระโรง ชั้น 2 ป้อมปราการทาชิโช พระบาทสมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรภูฎาน&amp;nbsp; และสมเด็จพระราชินีเจตชุน เพมา วังชุก พระราชทานวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และภริยาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทภายหลังเข้าเฝ้าฯ พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ที่พระราชทานวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ ในโอกาสเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ในนามของประชาชนชาวไทยซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณทรงเป็นพระประมุขต่างชาติที่พระองค์เสด็จฯ เยือนไทย เพื่อถวายราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และทรงเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ของไทยและภูฏานว่าเป็นประเทศที่ใกล้ชิดของไทย ทั้งในด้านพระพุทธศาสนา สังคม และวัฒนธรรม โดยเฉพาะความจงรักภักดีของประชาชนทั้งสองประเทศมีต่อสถาบันพระมหากษัติย์&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรียังได้กราบบังคมทูล แสดงความยินดีกับความก้าวหน้าของโครงการพัฒนาประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบชลประทานและการบริหารจัดการน้ำ สำหรับโครงการพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบทางเกษตรชิมิปัง ในพระราชดำริสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี&amp;nbsp; เคเซอร์ นัมเกล วังชุก&amp;nbsp; และโครงการ OGOP ด้วย โอกาสนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรภูฏาน พระราชทานเลี้ยงอาหารกลางวัน แก่นายกรัฐมนตรีและคณะ ณ พระราชวังดาเชนโซลิง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13746</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค, พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา, ราชอาณาจักรภูฏาน, สมเด็จพระราชินีเจตชุน เพมา วังชุก, ไทย-ภูฏาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b513872d021a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2018 08:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2018 08:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;บินภูฏาน เตรียมเข้าเฝ้ากษัตริย์จิกมีกระชับสัมพันธ์ 2 ประเทศ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค. 61 - เมื่อเวลา 07.55 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. พร้อมคณะ ออกเดินทางไปยังเมืองพาโร ราชอาณาจักรภูฏาน เพื่อเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 19 &amp;ndash; 20 ก.ค. 61 โดยพล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการเดินทางเยือนราชอาณาจักรภูฏานอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการตอบรับคำเชิญของดาโช เชริง โตบเกย์ นายกรัฐมนตรีภูฏาน โดยนายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสนี้กระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทย - ภูฏาน ให้มีความแน่นแฟ้นในทุกมิติ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน การท่องเที่ยว สาธารณสุข และการพัฒนาประเทศตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า สำหรับภารกิจวันที่ 19 ก.ค. นายกฯเดินทางถึงท่าอากาศยานพาโร (Paro Airport) เมืองพาโร ราชอาณาจักรภูฏาน ในเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง เมื่อเดินทางมาถึง นายกรัฐมนตรีจะเดินทางโดยขบวนเกียรติยศแบบพื้นเมือง เพื่อเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทสมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรภูฎาน ณ พระราชวังทาชิโช ขณะที่เวลา 16.45 น. นายกรัฐมนตรีพบหารือกับนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏาน ณ สำนักนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏาน ภายในอาคารรัฐสภา และช่วงค่ำในวันเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏานจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อเป็นเกียรติแก่นายกรัฐมนตรี และคณะ ที่อาคารจัดเลี้ยง สำนักนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรภูฏาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.วีรชน กล่าวว่า วันที่ 20 ก.ค. 2561 ช่วงเช้า นายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางไปยังเจดีย์อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เพื่อประกอบพิธีจุดตะเกียงตามธรรมเนียมพื้นเมือง และเยี่ยมชมร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ก่อนจะเดินทางกลับประเทศไทย ในเวลา 16.00 น. และเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในเวลา 21.50 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13692</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่าอากาศยานพาโร, บิ๊กตู่บินภูฏาน, พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา, ราชอาณาจักรภูฏาน, เข้าเฝ้ากษัตริย์จิกมี, ไทย-ภูฏาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180719/image_big_5b4fed184baef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
