<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 16:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 16:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สิงคโปร์&#039; ส่งแอสตราฯ 1.2 แสนโดส พร้อมชุดตรวจโควิดถึงไทย 25 ก.ย.นี้ ตามข้อตกลงแลกเปลี่ยนวัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.64 - นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ(กต.) เปิดเผยว่า การแลกเปลี่ยนวัคซีน (vaccine swap)&amp;nbsp;ระหว่างไทยและสิงคโปร์ ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)แล้ว และวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า จำนวน 122,400 โดส จะมาถึงไทยในช่วงสุดสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ตาม การแลกเปลี่ยนนี้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างไทยกับสิงคโปร์ เพื่อสนับสนุนการรับมือกับสถานการณ์โควิด-19&amp;nbsp; ของทั้งสองประเทศ บนหลักการว่าไทยจะส่งมอบวัคซีนคืนแก่สิงคโปร์ในภายหลัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธานี กล่าวต่อว่า ในโอกาสเดียวกันนี้ สิงคโปร์ยังได้มอบชุดตรวจ&amp;nbsp;Antigen Rapid Test&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2 แสนชุด และก้านเก็บตัวอย่างเยื่อบุโพรงจมูก (nasopharyngeal swab)&amp;nbsp;จำนวน 5 แสนชุดแก่ไทย โดยวัคซีนและเวชภัณฑ์ทางการเเพทย์ดังกล่าว มีกำหนดขนส่งถึงไทยในวันเสาร์ที่ 25 ก.ย. 2564 โดยจะมีการส่งมอบที่สนามบินสุวรรณภูมิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเจรจาแลกเปลี่ยนวัคซีนกับสิงคโปร์ เป็นอีกบทบาทเชิงรุกของกระทรวงการต่างประเทศ ในการแสวงหาวัคซีนจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก เพื่อรับมือกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย โดยก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศได้บรรลุความตกลงแลกเปลี่ยนวัคซีนในลักษณะดังกล่าวกับภูฏาน ได้รับวัคซีนแอสตร้าเซเนก้า จำนวน 150,000 โดส เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา&amp;rdquo; โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117541</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธานี แสงรัตน์, วัคซีนแอสตราเซเนกา, แลกเปลี่ยนวัคซีน, ไทย-สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614af56e561cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117249</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 10:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ต้องแลกเงิน &#039;KTB&#039; เปิดชำระเงิน &#039;ไทย-สิงคโปร์&#039; ด้วย QR Code  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 2564 นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย &amp;nbsp;เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จในการพัฒนาบริการ QR Cross-Border Payment &amp;nbsp;เพื่อให้บริการชำระค่าสินค้าและบริการข้ามประเทศระหว่างไทยและสิงคโปร์ ผ่านระบบ QR Code เป็นธนาคารแรกในประเทศ &amp;nbsp;โดยได้รับคัดเลือกให้เป็นธนาคารที่รับผิดชอบการชำระดุลธุรกรรมระหว่างประเทศ (Settlement Bank) ซึ่งเป็นการต่อยอดจากโครงการความร่วมมือของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และธนาคารกลางประเทศสิงคโปร์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและส่งเสริมการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินระหว่างประเทศให้สามารถเชื่อมโยงภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งภูมิภาค โดยพัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จในการพัฒนา QR Code มาตรฐานในประเทศไทย เพื่อให้การชำระเงินระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;สอดคล้องกับแผนงานด้านการชำระเงิน ซึ่งเป็น 1 ใน 5 Ecosystem หลักที่ธนาคารมุ่งยกระดับการให้บริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การชำระเงินข้ามประเทศด้วย QR Cross-Border Payment &amp;nbsp;มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย สามารถทำรายการผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการในประเทศสิงคโปร์ได้ง่าย เพียง สแกน QR Code ของ NETS ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรับชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลรายใหญ่ครอบคลุมกว่า 80% ของร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศสิงคโปร์ ขณะที่ลูกค้าของธนาคารในสิงคโปร์ที่เข้าร่วมบริการเช่น DBS, UOB และ OCBC สามารถใช้แอปพลิเคชั่นของธนาคารนั้นๆ เพื่อสแกน QR Code มาตรฐานของประเทศไทย ในการชำระค่าสินค้าและบริการต่างๆในประเทศไทยได้อย่างสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;ช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้น และคุ้มค่าด้วยอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีที่สุดเมื่อเลือกชำระด้วย Krungthai Inter Wallet โดยเริ่มเปิดให้ใช้บริการตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน นี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธนาคารเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะบริการด้านการชำระเงินผ่านระบบดิจิทัล ซึ่งปัจจุบันคนไทยมีความคุ้นชินกับการชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน QR Code อยู่แล้ว จึงเชื่อมั่นว่าหากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาสู่ภาวะปกติ และมีการเปิดประเทศมากขึ้น รวมทั้งการท่องเที่ยวระหว่างประเทศเริ่มทยอยฟื้นตัว จะส่งผลให้การใช้บริการ QR Cross-Border Payment ระหว่างประเทศไทยและสิงคโปร์ เป็นไปอย่างแพร่หลาย ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า และร้านค้าในการรับและจ่ายเงิน ช่วยเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าได้ &amp;nbsp;นับเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117249</URL_LINK>
                <HASHTAG>QR Code, QR Cross-Border Payment, กรุงไทย, ผยง ศรีวณิช, ไทย-สิงคโปร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61480296b2e60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
