<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116513</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.โดนวางยา! &#039;หมอวรงค์&#039;เตือนรีบยกเลิกมติ&#039;ดาวเทียมไทยคม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอรายงานความคืบหน้า เรื่องดาวเทียมไทยคมดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กรณีการทวงคืนไทยคม 7 และไทยคม 8 ที่ ครม.ยิ่งลักษณ์ เห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกใบอนุญาต โดยไม่มีกฎหมายรองรับ และทับซ้อนกับสัมปทานที่ยังไม่หมดอายุ ขัดรัฐธรรมนูญปี 2550&amp;nbsp; โดยร้องผ่านศาลทุจริต และผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลอาญาทุจริตพิจารณาแล้ว เห็นว่ามีนักการเมืองเกี่ยวข้องจำนวนมาก ได้ทำเรื่องปรึกษาศาลอุทธรณ์ว่าอยู่ในอำนาจหรือไม่ ถ้าอยู่ในอำนาจก็พิจารณาต่อ ถ้าไม่อยู่จะส่งต่อศาลฎีกานักการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ตรวจการแผ่นดินกำลังพิจารณา ล่าสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ให้เจ้าหน้าที่ขอสำนวนคำร้อง ที่ผมร้องศาลอาญาทุจริต และศาลปกครองกลาง เพื่อไปประกอบการพิจารณา ผมจัดส่งแล้วครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. กรณีการส่งมอบไทยคม 4 และ 6 ล่าสุดฟังเสียงรัฐมนตรีดีอีเอสเริ่มอ่อยลง เรื่องการให้ NT ดูแลเอง แต่ขอให้ไทยคมเป็นพี่เลี้ยง แต่ก็ยังอ้างว่า สถานี uplink และ downlink เป็นของบริษัทไทยคม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมยืนยันว่า เอกสารแนบที่ทางรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงดีอีเอส เอามาอ้างว่า ส่วนนี้เป็นของไทยคมนั้น เป็นเรื่องขั้นตอน ทำความเข้าใจ ก่อนลงนามสัญญา ซึ่งประชุมกันวันที่ 17 ก.ค. 2534 สุดท้าย สัญญาเมื่อลงนามวันที่ 11 กันยายน 2534 นั้น ต้องรวมการส่งมอบสถานี uplink และ downlinkให้รัฐด้วย....กรุณาอ่านเอกสารดีๆ อย่ามั่ว หรือต้องการเอื้อประโยชน์ให้ใคร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. กรณีมติ ครม. 7 กันยายน 2564 ให้รวมดาวเทียมไทยคม 4 (ไอพีสตาร์) อยู่ในสัญญาสัมปทานดาวเทียม ทั้งๆ ที่ศาลฎีกานักการเมือง เคยมีคำพิพากษาแล้วว่า ไทยคม 4 ไม่ใช่ดาวเทียมสำรองของไทยคม 3 เป็นดาวเทียมหลักดวงใหม่ เพราะให้บริการอินเตอร์เน็ตที่ทันสมัย จึงต้องตกลงประโยชน์ตอบแทนใหม่ ตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน 2535&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มติ ครม.ที่ออกมา เป็นการฟอกขาวให้บริษัทไทยคม และขัดคำพิพากษาศาลฎีกานักการเมือง ท่านนายกฯพลเอกประยุทธ์ทราบไหมว่า ครม.ชุดนี้กำลังถูกวางยา รีบๆ มีมติ ครม.ยกเลิกด่วน ก่อนที่จะถูกดำเนินคดีทั้งคณะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ ท่านนายกฯ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว แต่เกรงว่า ครม. และกระทรวงดีอีเอส จะถูกฟ้องเสียก่อน โดยเฉพาะเรื่องมติ ครม. ขัดคำพิพากษา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116513</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดาวเทียม, ดีอีเอส, นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, มติครม., ไทยคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6122154a5a219.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116192</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 19:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 19:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กสทช. อนุมัติผู้ใช้งานไทยคม 7-8 ใช้คลื่นความถี่ชั่วคราวหลังสิ้นสุดสัมปทาน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย. 2564 กสทช. มีมติเห็นชอบให้ผู้ได้รับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และ/หรือ ผู้ได้รับการอนุญาตให้ตั้งสถานีฐาน (Earth Stations) ทุกราย ที่ใช้งานร่วมกับดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในวันที่ 10 ก.ย. 2564 สามารถใช้คลื่นความถี่และตั้งสถานีภาคพื้นดินได้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น หรือ กสทช. จะกำหนดเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการแทน เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (8 ก.ย. 2564) ที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบให้ผู้ได้รับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และ/หรือ การอนุญาตให้ตั้งสถานีภาคพื้นดิน (Earth Stations) ทุกราย ที่ใช้งานร่วมกับดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 10 ก.ย. 2564 ตามสัญญาสัมปทาน สามารถใช้คลื่นความถี่และตั้งสถานีภาคพื้นดินได้เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น หรือ กสทช. จะกำหนดเป็นอย่างอื่น พร้อมทั้งอนุญาตให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม การอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม และการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และตั้งสถานีดาวเทียมภาคพื้นดิน ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ในฐานะเป็นผู้ที่ได้รับมอบสิทธิ์ในการบริหารทรัพย์สินหลังสิ้นสุดสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองให้ประชาชนสามารถใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และไม่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116192</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., สัมปทาน, อนุมัติใช้คลื่นความถี่, ไทยคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139f9119f73a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 18:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดีอีเอส&#039; เตรียมพร้อมโอนทรัพย์สินสัมปทาน&#039;ไทยคม&#039;สู่เอ็นที 11 ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย. 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พร้อมคณะ ได้เข้าเยี่ยมชมความพร้อมในการปฏิบัติการควบคุมดาวเทียมของ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ณ สถานีดาวเทียมไทยคม จังหวัดนนทบุรี โดยมีนาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ NT กล่าวสรุปเรื่อง การเตรียมความพร้อมในการเข้าเป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สินของโครงการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ ภายหลังสิ้นสุดสัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ที่ผ่านมากระทรวงฯ และ NT ได้มีการเตรียมการและดำเนินการร่วมกันมาโดยตลอด รวมทั้งได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการขอใบอนุญาตต่างๆ เพื่อให้ NT สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ NT ได้ประสานงานกับผู้ใช้บริการวงจรดาวเทียมแล้ว ซึ่งภายหลัง 10 ก.ย. 64 &amp;nbsp;จะสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องแน่นอน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยืนยันว่า การให้ NT มาเป็นผู้บริหารจัดการทรัพย์สินในส่วนนี้ ได้ดำเนินการด้วยความโปร่งใส คำนึงถึงผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนเป็นหลัก รวมทั้งผู้ใช้บริการจะสามารถได้ใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง และภาครัฐได้ประโยชน์ โดยสามารถเสริมสร้างศักยภาพให้ภาครัฐมีโครงสร้างพื้นฐาน สร้างความมั่นคงด้านการสื่อสารผ่านดาวเทียม สร้างโอกาสให้บุคลากรภาครัฐมีความรู้ และความสามารถในการควบคุมดาวเทียม รวมถึงสามารถให้บริการแก่หน่วยงานภาครัฐเพื่อใช้งานวงโคจรดาวเทียมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;rdquo; นายชัยวุฒิกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116185</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, เป็น บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT, โอนทรัพย์สิน, ไทยคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139f4171c0c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114154</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2021 16:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2021 16:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;สรุปแนวทางทวงคืนดาวเทียม&#039;ไทยคม7-8&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ส.ค. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;วิธีในการทวงคืนไทยคม 7 และ 8&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระบุว่า หลังจากมีการล้มประมูล ใบอนุญาตการใช้สิทธิ์ตำแหน่งวงโคจรดาวเทียมแล้ว สิ่งที่ต้องกระทำต่อไปคือการทวงคืนไทยคม 7 และ 8 ซึ่งทางไทยคมอ้างว่า เป็นสิทธิ์ของเขาที่ได้ใบอนุญาต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกใบอนุญาตครั้งนั้น ออกทับซ้อนกับสัมปทานไทยคม ซึ่งสัมปทานไทยคมจะหมดอายุ 10 กันยายน 2564&amp;nbsp; มีอายุ 30 ปี แต่ ครม.ยิ่งลักษณ์เห็นชอบให้ออกใบอนุญาตตั้งแต่เดือนกันยายน 2554 ทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ออกให้ก็เดือนมิถุนายน 2555 มีอายุ 20 ปี สิ้นสุดใบอนุญาต 2575&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งๆ ที่เป็นการเห็นชอบ ให้ออกใบอนุญาตเอื้อให้ไทยคมได้ประโยชน์ เพราะไม่มีการประมูลใบอนุญาตให้รัฐมีรายได้ ไม่มีกฎหมายรองรับ ขัดรัฐธรรมนูญ ที่สำคัญในระบบเข้าสู่ตำแหน่งวงจรดาวเทียม ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ ไม่มีประเทศไหนออกใบอนุญาตเนื่องจากชาติเสียหาย แต่จะต้องเป็นสัมปทานผ่าน พ.ร.บ.ร่วมทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทวงคืนดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 ที่ผ่านมา ของหน่วยงานรัฐ เขาสู้ผ่านอนุญาโตตุลาการ เพราะตามสัญญาที่เขียนไว้ เมื่อเกิดข้อขัดแย้ง ต้องใช้อนุญาโตตุลาการ แต่ดูแล้ว การต่อสู้ของฝ่ายรัฐจะเสียเปรียบมาก เพราะการสู้ของฝ่ายรัฐที่ทำมาในอดีต เข้าทางไทยคม ถ้าปล่อยให้รัฐสู้ แต่สู้ในแนวทางของไทยคม เรามีโอกาสแพ้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเราจึงวางแนวทางสู้เพื่อทวงคืนดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ในเมื่อ ครม.ยิ่งลักษณ์ เห็นชอบให้ กสทช. ออกใบอนุญาต เพื่อเอื้อประโยชน์ไทยคม โดยไม่มีกฎหมายรองรับ เราจึงร้องศาลอาญาคดีทุจริต ต่อ ครม.ยิ่งลักษณ์&amp;nbsp; ผู้บริหารกระทรวงไอซีที กสทช. และคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ข้อหาตามมาตรา 157 ถ้าศาลตัดสินว่าผิด ออกใบอนุญาตโดยไม่ชอบ ประเทศชาติก็มีโอกาสได้คืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ในเมื่อการเห็นชอบ ให้ออกใบอนุญาตของ ครม.ยิ่งลักษณ์ การที่ไทยคมเอาใบอนุญาตไปเจรจากับฮ่องกง เพื่อหาผลประโยชน์ร่วมกัน ทำให้ประเทศชาติเสียหายมาก หรือแม้แต่กฎหมายของ กสทช. ที่ดึงอำนาจให้ตนเองมีอำนาจจัดการ การเข้าถึงตำแหน่งวงจรดาวเทียม มาเป็นของตนเอง ทั้งๆ ที่อำนาจนี้เป็นของรัฐ และ กสทช. เป็นเพียงองค์กรอิสระที่รัฐตั้งขึ้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ส่อขัดรัฐธรรมนูญ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พวกเราจึงฟ้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้งช่องทางร้องศาลรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง หากศาลมีคำวินิจฉัยว่า การที่ ครม.ยิ่งลักษณ์ ที่เห็นชอบให้ กสทช.ออกใบอนุญาตให้ไทยคมนั้น ขัดรัฐธรนมนูญ ประเทศเราก็จะได้ไทยคม 7 และ 8 กลับคืนมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือบทสรุปแนวทางทวงคืนไทยคม 7 และ 8 ครับ รายละเอียดบางอย่างไม่ได้แจ้งให้ทราบ เพื่อประโยชน์ในการต่อสู้ครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114154</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสทช., ดาวเทียม, นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, ไทยคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6122154a5a219.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113305</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 07:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 07:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;แจกหลักฐานรัฐบาลยิ่งลักษณ์นำวงจรดาวเทียม สมบัติของชาติ ไปหากินกับต่างชาติ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 &amp;nbsp;ส.ค.64- นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ว่ามีผู้สนใจจำนวนมาก ติดต่ออยากได้ slides presentation &amp;nbsp;เรื่องดาวเทียมไทยคม ที่มติครม.ยิ่งลักษณ์เอื้อประโยชน์ ให้ไทยคม นำวงจรดาวเทียมชาติ ตำแหน่ง 120&amp;deg;E ซึ่งเป็นสมบัติของชาติ ไปหากินกับต่างชาติ ในรูปของใบอนุญาต ซึ่งไม่มีประเทศไหนเขาทำกัน ในรูปใบอนุญาต มีแต่สัญญาสัมปทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดนี้เป็นชุดที่ 1 (มีสองชุด)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113305</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยิ่งลักษณ์, วรงค์, ไทยคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_611859cfbca0d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2021 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2021 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;แฉปาหี่ประมูลดาวเทียม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ค. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ &amp;quot;ปาหี่ประมูลดาวเทียม&amp;quot; โดยระบุว่า หลังจากที่ดาวเทียมไทยคม จะครบอายุสัมปทาน 30 ปี ในเดือนกันยายนนี้ และ กสทช. เปิดให้ประมูลใบอนุญาต แต่เนื่องจากมีผู้ยื่นประมูลบริษัทเดียว คือบริษัท ทีซีสเปซคอนเน็ค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือไทยคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะการกำหนดสเปกว่า ต้องมีประสบการณ์ทางดาวเทียม จึงมีแค่รายเดียวเข้าร่วม ขณะที่ 30 ปีที่แล้ว นายทักษิณ ชินวัตร ไม่มีประสบการณ์เลย ยังสามารถประมูลได้ ทำไมจึงไม่เปิดคุณสมบัติให้กว้างกว่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาทางนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ทำหนังสือถึง กสทช. ชุดรักษาการ เพื่อขอให้ชะลอการเปิดประมูลออกไปก่อน เพื่อรอ กสทช. ชุดใหม่ ที่อยู่ในกระบวนการสรรหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด กสทช. ยังคงเดินหน้าประมูลดาวเทียม ด้วยการขยายเวลา รอผู้เข้าร่วมประมูลเพิ่ม และเคาะวันประมูลใหม่เป็นวันที่ 28 ส.ค. 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากถามว่า &amp;quot;รมว.ดีอีเอส และ กสทช. กำลังเล่นปาหี่ หลอกคนไทยทั้งประเทศหรือเปล่า&amp;quot; ทำไมไม่ดึงดาวเทียม กลับมาเป็นของชาติ เตรียมลดราคาค่าอินเทอร์เน็ตให้ถูกลง เป็นของขวัญให้แก่ประชาชน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109150</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ, นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, ประมูลดาวเทียม, ปาหี่, ไทยคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210517/image_big_60a1d112b9980.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56124</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2020 10:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2020 10:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอสชง “แคท” รับไม้ต่อ  “ไทยคม” บริหารดาวเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า วันนี้ (3 ก.พ.63) เวลา 9.00 น. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะดูแลกระทรวงดีอีเอส เข้าประชุมร่วมกับคณะกรรมการกิจการอวกาศแห่งชาติ ร่วม นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดีอีเอส &amp;nbsp;และในช่วงบ่ายมีการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กองทุนดีอี) โดยมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการประชุมชุดกิจการอวกาศนั้นมีวาระแจ้งเพื่อทราบ ในเรื่องของแผนการดำเนินงานหลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทาน ดาวเทียมไทยคม 4,5,6 สิ้นสุดในปี 2564 โดยกระทรวงได้เสนอแผนการดำเนินการของดาวเทียมดวงต่อไป แบบ รัฐต่อรัฐ หรือ G2G เพื่อให้หน่วยงานรัฐดำเนินการเอง ซึ่ง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ตาม พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ.2556 มาตรา 49 กองทุนส่งเสริมการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ
ขณะเดียวกันการที่ประชุมบอร์ดดีอี เตรียมที่จะเสนอแผนงานการดำเนินงานในปี 2563 โดยมีกรอบวงเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการต่างๆ จำนวน 2,600 ล้านบาท รวมไปถึงการปรับปรุงศูนย์ดิจิทัลชุมชนจำนวน 250 แห่ง โดยจะใช้งบประมาณในการปรับปรุงศูนย์ราว 230 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวระดับสูงจาก กระทรวงดีอีเอส เปิดเผยว่า สำหรับการดำเนินการกิจการดาวเทียมที่กำลังจะหมดสัญญานั้น กระทรวงเล็งเห็นว่าแคทมีความพร้อมและสนใจลงทุนธุรกิจดาวเทียมเพื่อต่อยอดธุรกิจตัวเอง เพราะการมีช่องสัญญาณดาวเทียมเองจะมีโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดภาครัฐ ที่ปัจจุบันใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมปีละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท ดังนั้นหากแคททำธุรกิจให้บริการดาวเทียมด้วย แคทก็จะมีรายได้ปีละ 1,000 ล้านบาทเช่นกัน จากปัจจุบันแคทมีสถานีรับส่งสัญญาณดาวเทียม 3 แห่ง คือ จ.นนทบุรี ชลบุรี และอุบลราชธานี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประชุมครั้งนี้เสนอให้ที่ประชุมรับทราบก่อน เนื่องจากแคทยังไม่ได้ทำการวิเคราะห์แผนการดำเนินการ ซึ่งการทำแบบ PPP อาจจะไม่ทันปี&amp;rsquo;64 เราต้องใช้แผน G2G ก่อนและให้แคทไปทำแผนงานรวมถึงบทวิเคราะห์การดำเนินธุรกิจดาวเทียมให้เรียบร้อย ก่อนที่จะเสนอที่ประชุมครั้งหน้าเพื่อให้คณะรัฐมนตรีรับทราบต่อไป&amp;rdquo; แหล่งข่าวกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56124</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส), กสท โทรคมนาคม, กิจการดาวเทียม, เอกสิทธิ์ คุณานันทกุล, ไทยคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e2180e5e52a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
