<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116515</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ย้ำอีกครั้ง! ลูกจ้างประสบภัยน้ำท่วมไม่ถือว่าขาดงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - เพจ&amp;quot;ไทยคู่ฟ้า&amp;quot; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เผย สถานการณ์ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปทำงานของลูกจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาเหตุดังกล่าว จึงไม่ถือว่าลูกจ้างขาดงาน หรือละทิ้งหน้าที่ และนายจ้างจะนำมาเป็นเหตุลงโทษวินัยออกหนังสือเตือน รวมถึงเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยไม่ได้ หากนายจ้างจะเลิกจ้างก็ต้องจ่ายค่าชดเชย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน &amp;quot;ลูกจ้าง&amp;quot; ที่ประสบภัยน้ำท่วม ควรแจ้งให้นายจ้าง/หัวหน้างานทราบทันที เพื่อให้นายจ้างได้จัดเตรียมลูกจ้างอื่นทำงานแทน และไม่ให้เกิดความเสียหายแก่กิจการของนายจ้าง อ่านเพิ่มเติม คลิก https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/45483&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116515</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสร., น้ำท่วม, ลูกจ้างขาดงาน, ไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613ebcaa0e5cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/07/2021 10:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/07/2021 10:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพจไทยคู่ฟ้า แจ้งข่าว ผู้ป่วยโควิดอยากกลับไปรักษาบ้านมีรถรับส่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25 ก.ค. 2564 เพจไทยคู่ฟ้า แจ้งข่าว ผู้ป่วยโควิดที่อยากกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา มีรถรับส่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับบ้านได้นะ! ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใน กทม. และปริมณฑล อยากกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนา แจ้ง สปสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในเขต กทม. และปริมณฑล จำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบการรักษา สามารถเดินทางกลับไปรักษาตัวที่ภูมิลำเนาได้นะครับ โดยแจ้งความประสงค์ที่สายด่วน 1330 กด 15 หรือที่ เว็บไซต์ https://crmdci.nhso.go.th/&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะต้องเป็นผู้ติดเชื้อสีเขียว คือไม่มีอาการ หรือมีเพียงเล็กน้อย อาการคงที่ สามารถเดินทางได้ และจังหวัดปลายทางยินยอมรับ ซึ่งที่ผ่านมา มีผู้ติดเชื้อที่เดินทางกลับไปรักษาที่ภูมิลำเนาแล้วกว่า 1,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขั้นตอน คือ เมื่อผู้ติดเชื้อแจ้งความประสงค์แล้ว สปสช. จะประสานจังหวัดปลายทาง เพื่อส่งผู้ป่วยเข้ารักษาที่ รพ. หรือ รพ.สนามในจังหวัดนั้น โดยค่าใช้จ่ายในการเดินทางนั้น รพ. จะเป็นผู้ดูแลและเบิกจ่ายกับ สปสช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมาตรการในการเคลื่อนย้าย เป็นไปตามข้อกำหนดของกรมควบคุมโรคและสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เช่น มีอุปกรณ์กั้นผู้ติดเชื้อกับคนขับ ภายในรถนั่งที่เว้นที่ ถ้าเป็นรถตู้ให้นั่งได้ไม่เกิน 5 คน มีแพทย์วีดิโอคอลให้คำปรึกษา รวมถึงมีอาหารและเครื่องดื่มให้ผู้ติดเชื้อ ระหว่างการเดินทางครับ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111015</URL_LINK>
                <HASHTAG>รักษาที่ภูมิลำเนา, รับส่งผู้ป่วยโควิด, สปสช., ไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210725/image_big_60fcdf5fca588.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110507</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/07/2021 07:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/07/2021 07:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.เปิดผลศึกษาซิโนแวค4แหล่ง ประสิทธิผลดี ป้องกันการติดอัลฟา90%เดลต้า75%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
21 ก.ค.64-เพจไทยคู่ฟ้า เปิดเผยว่า ผลศึกษา &amp;quot;ซิโนแวค&amp;quot; 4 แหล่ง ประสิทธิผลดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยรายงานการศึกษาประสิทธิผลวัคซีนซิโนแวค จากสถานการณ์จริงที่ได้นำมาฉีดให้กับคนไทยใน 4 แหล่ง มีดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. จ.ภูเก็ต ได้ติดตามกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ช่วงเดือนเม.ย. - พ.ค. 2564 จำนวนกว่า 1,500 ราย พบการติดเชื้อ เพียง 124 ราย หากเทียบกันระหว่างผู้รับวัคซีนและไม่ได้รับวัคซีน พบว่าประสิทธิผลป้องกันติดเชื้ออยู่ที่ 90.7%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. จ.สมุทรสาคร ได้ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูง กว่า 500 ราย ช่วงเดือนเม.ย. 2564 พบติดเชื้อ 116 ราย ประสิทธิผลป้องกันติดเชื้ออยู่ที่ 90.5%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. จ.เชียงราย ได้ศึกษากรณีการติดเชื้อในบุคลากรสาธารณสุข ช่วงเดือนมิ.ย. 2564 กว่า 500 ราย พบการติดเชื้อ 40 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้ติดตามความรุนแรงเรื่องปอดอักเสบ เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลพบว่า ประสิทธิผลของซิโนแวค 2 เข็มป้องกันการติดเชื้ออยู่ที่ 88.8% และป้องกันปอดอักเสบอยู่ที่ 84.9%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับ บุคลากรที่ได้รับแอสตร้าเซนเนก้า 1 เข็มครบ 14 วัน ป้องกันการติดเชื้ออยู่ที่ 83.8%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. กรมควบคุมโรค ได้ใช้ฐานข้อมูลติดตามบุคลากรสาธารณสุขที่ติดเชื้อทั้งประเทศ และข้อมูลการรับวัคซีน ตั้งแต่ 1 พ.ค. - 30 มิ.ย. 2564 &amp;nbsp;พบว่า ประสิทธิผลอยู่ที่ 71%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยช่วงเดือนพ.ค. 2564 ที่พบการระบาดเป็นสายพันธุ์อัลฟา ประสิทธิผลอยู่ที่ 75% และช่วงเดือนมิ.ย. 2564 ที่เริ่มมีการระบาดของสายพันธุ์เดลตาแทนที่อัลฟาประสิทธิผลอยู่ที่ประมาณ 20 - 40%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น หากฉีดวัคซีนซิโนแวคครบ 2 เข็ม สามารถป้องกันติดเชื้อ จากสายพันธุ์อัลฟาได้ประมาณร้อยละ 90 และป้องกันปอดอักเสบได้ร้อยละ 85 ส่วนประสิทธิผลต่อสายพันธุ์เดลตาขณะนี้ ถือว่ายังคงที่คือร้อยละ 75 ซึ่งไม่ต่างจากเดิมที่ร้อยละ 71&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการฉีดเข็มกระตุ้น และการฉีดสลับประเภทของวัคซีนนั้น จากการศึกษาทางห้องปฏิบัติการ พบว่าจะสามารถเพิ่มระดับภูมิคุ้มกันให้ได้สูงกว่าเดิมได้รวดเร็วและสูงมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ไทยคู่ฟ้า #รวมไทยสร้างชาติ #ร่วมต้านโควิด19.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110507</URL_LINK>
                <HASHTAG>2เข็ม, ซิโนแวค, อัลฟา, เดลต้า, ไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210721/image_big_60f768cd423c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2021 07:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/06/2021 07:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดทริควิธีลงทะเบียน&#039;คนละครึ่งเฟส 3&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มิ.ย. 64 - เพจเฟซบุ๊กไทยคู่ฟ้า โพสต์ข้อความว่า ลงทะเบียน &amp;quot;คนละครึ่ง&amp;quot; เฟส 3 ต้องทำอย่างไร?&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลงทะเบียน คนละครึ่งเฟส 3 รอบนี้ ประชาชนสามารถลงทะเบียนได้ทุกวัน จนครบ 31 ล้านสิทธิ เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เวลา 06.00 น. - 22.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับวิธีการลงทะเบียน คนละครึ่ง เฟส 3 มีทริคแนะนำ โดยผู้ไม่เคยลงทะเบียน ให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง .com ส่วนผู้ได้สิทธิแล้ว ให้ลงทะเบียนที่ แอปพลิเคชัน &amp;quot;เป๋าตัง&amp;quot; เพื่อลดเวลาในการกรอกข้อมูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อกรอกเบอร์มือถือในการลงทะเบียน ควรเป็นเบอร์มือถือปัจจุบัน ที่ยังใช้งานอยู่เป็นผู้ที่เคยร่วมมาแล้ว หลังจากนั้น รอรับ SMS ยืนยันภายใน 3 วัน เพื่อเป็นการยืนยันว่าได้สิทธิโครงการ คนละครึ่งเฟส 3.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106285</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนละครึ่งเฟส3, แอปเป๋าตัง, ไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c6a1bd2748f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.แจงยึดหลัก&#039;ไม่แยก ดูแลพร้อมกัน&#039; รักษาโควิดเด็กเล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 64 - เพจเฟซบุ๊ก&amp;quot;ไทยคู่ฟ้า&amp;quot; โพสต์ข้อความว่า &amp;quot;ยึดหลัก &amp;quot;ไม่แยก ดูแลพร้อมกัน&amp;quot; ในกลุ่มเด็ก - ครอบครัวติดเชื้อโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พบว่า มีเด็กปฐมวัยติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 1,557 คน คิดเป็นร้อยละ 1.8&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลโดยกระทรวงธารณสุข จึงได้กำหนดแนวทางการปฏิบัติ สำหรับดูแลเด็กและครอบครัวที่ติดเชื้อโควิด-19 เน้นหลักไม่แยกดูแลพร้อมกัน ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เด็กและผู้ปกครองเป็นผู้ติดเชื้อให้เข้ารับการรักษาโดยให้จัดอยู่เป็นกลุ่มครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เด็กเป็นผู้ติดเชื้อ แต่ผู้ปกครองไม่เป็นผู้ติดเชื้อ โดยผู้ปกครองที่อายุไม่เกิน 60 ปี และไม่มีโรคประจำตัว สามารถเข้าดูแลเด็กในสถานพยาบาลได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เด็กไม่เป็นผู้ติดเชื้อ แต่ผู้ปกครองเป็นผู้ติดเชื้อ ให้ญาติเป็นผู้ดูแล แต่หากไม่มีผู้ดูแล ให้ส่งเด็กไปยังสถานสงเคราะห์ หรือบ้านพักในสังกัดกระทรวง พม. เป็นผู้ดูแลต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. หากเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้คณะกรรมการป้องกันโรคจังหวัดหรือกรุงเทพมหานคร พิจารณาให้เหมาะสมตามบริบทเพื่อดำเนินการดูแลเด็กต่อไป&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103958</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐบาล, สธ., เด็กเล็ก, โควิด, ไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60ab0f407486b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98994</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2021 07:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2021 07:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสกสกล&#039; โต้เจ็บ &#039;ชูวิทย์&#039; ใช้สมองส่วนไหนคิด โยงสถานบันเทิง-ตึกไทยคู่ฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.64 - นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่บอกว่า &amp;quot;ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย&amp;quot; ภายหลังพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะฟ้องกล่าวหาเชื่อมโยงเรื่องสถานบันเทิงกับชื่อตึก &amp;quot;ไทยคู่ฟ้า&amp;quot; &amp;nbsp;ว่าเรื่องนี้นายกฯบอกแล้วว่าจะขอดูว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ก่อนที่จะดำเนินการทางกฎหมาย เพียงแต่นายกฯเตือนการเอาสถานที่สำคัญบ้านเมืองไปเปรียบเทียบกับสถานบันเทิงควรคิดว่า เหมาะสมหรือไม่ นายชูวิทย์ ควรระมัดระวังปากพาไปหาเรื่อง ไม่มีใครดัดจริต อยากให้นายชูวิทย์พูดความจริง ไม่มีใครห้ามอยู่แล้ว แต่ความจริงสิ่งใดควรพูดหรือไม่ควรพูด และการเอาสถานที่สำคัญของบ้านเมืองไปตั้งชื่อประชดประชันให้เสื่อมเสีย นายชูวิทย์ควรคิดได้มิใช่หรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล กล่าวว่าตนเห็นด้วยกับนายกฯที่ให้ระมัดระวังการที่จะใช้คำว่า &amp;quot;ไทยคู่ฟ้า&amp;quot; &amp;nbsp;เพราะสถานที่แห่งนี้ถือว่าเป็นสถานที่ทำงานของผู้นำประเทศทุกคน เป็นหน่วยงานราชการ และยังถือว่าเป็นสถานที่ ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ &amp;nbsp;ซึ่งนายชูวิทย์ไม่ควรที่จะนำมาพูดเล่นหรือนำมาเปรียบเทียบ เชื่อมโยงกับสถานบันเทิง จะพูดความจริงกล่าวหาว่าใครก็เอ่ยชื่อไปเลย มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเอาชื่อไทยคู่ฟ้าไปพูดให้เสียหายภาพพจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสกสกล กล่าวต่อไปว่าเข้าใจว่านายชูวิทย์ เป็นคนที่เคยทำงานกลางคืน และอยู่กับสถานบันเทิงมานานอาจไม่ค่อยได้ใส่ใจ หรือเข้าใจลึกซึ้งถึงสถานที่สำคัญอย่างตึกไทยคู่ฟ้า แต่ก่อนที่นายชูวิทย์จะนำสถานที่ที่มีความสำคัญแบบนี้มาเปรียบเทียบกับอะไร &amp;nbsp;ก็ขอให้ใช้สมองคิดก่อนว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ และควรให้เกียรติกับสถานที่แห่งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่นายชูวิทย์บอกว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย มองสังคมไทยดัดจริต รักษาภาพลักษณ์ แต่ไม่ยอมรับความจริง กับการที่นำชื่อตึกไทยคู่ฟ้าไปเปรียบเทียบกับสถานบันเทิง มันก็ถือเป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งไม่ควรนำไปเปรียบเทียบเช่นนี้ เพราะจะสร้างความเสียหาย ทำลายความน่าเชื่อถือทั้งของนายกฯและรัฐบาล รวมถึงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างตึกไทยคู่ฟ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝากถึงนายชูวิทย์ การพูดความจริงมันไม่ตายหรอก เป็นสิ่งที่ดี แต่การพูดในสิ่งที่จะต้องเปรียบเปรยใช้ภาษาเปรียบเทียบแบบไม่ใช้สมองคิดหรือคิดไม่เป็นใช้ได้หรือไม่ โตป็นผู้ใหญ่แล้วควรคิดว่า ควรหรือไม่ควร เหมาะสมหรือไม่ &amp;nbsp;บางครั้งการพูดเอามันปากหรือสนุกปากใครก็พูดได้ &amp;nbsp;แต่ไม่ควรใช้วาจา ทำให้สถานที่สำคัญของบ้านเมืองเสื่อมเสีย นายชูวิทย์โตจนผมหงอก สุนัขเลียก้น ไม่ถึงแล้ว พูดอะไรควรรู้จักระมัดระวังให้มากกว่านี้มิใช่หรือ&amp;quot; นายเสกสกล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98994</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์, นายเสกสกล อัตถาวงศ์, สถานบันเทิง, โควิด19, ไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210410/image_big_6070ee4dd571e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดใช้ลิฟท์ตึกไทยคู่ฟ้าวันแรก! &#039;บิ๊กตู่&#039;ประเดิมแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 มี.ค. 64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ทำเนียบรัฐบาลได้เริ่มทดลองใช้ลิฟต์โดยสาร ที่สร้างขึ้นภายในตึกไทยคู่ฟ้า โดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้ทดลองใช้แล้วระหว่างตรวจสอบความพร้อม เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา สำหรับวัตถุประสงค์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ และตามแนวทางอารยสถาปัตย์ นับเป็นการสร้างลิฟท์โดยสาร ในตึกที่มีอายุมากกว่า 100 ปี โดยใช้เวลาก่อสร้าง ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ประมาณ 2&amp;nbsp; เดือน โดยกรมยุทธการทหารบก ขนาดลิฟท์จุได้ 8 คน น้ำหนักรวม 630 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังมีดำริให้เปลี่ยนพรมปูพื้น ภายในตึกไทยคู่ฟ้าทั้งหมด เป็นลายใบโคลเวอร์ 4 แฉก ที่มีความเชื่อกันว่าเป็น ใบไม้แห่งความโชคดี ความหวัง ความรักและความศรัทธา และ ใช้โทนสีเขียว ซึ่งเป็นสีประจำของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ส่วนพรมผืนเดิม บริจาคให้กับ 3 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ ปทุมธานี และ นนทบุรี เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเพิ่มเติมถึงการสร้างลิฟต์ดังกล่าวว่า การดำเนินการตามแผน งบประมาณ และระเบียบราชการ ตอบสนองความสำคัญของอารยสถาปัตย์ และเป็นไปตามแบบโครงสร้างของสถานที่ทำงานของผู้นำประเทศต่างๆ ที่มีการเตรียมพร้อมการให้บริการตามความจำเป็นและความต้องการของทั้งผู้สูงวัย ผู้พิการ เป็นต้น การก่อสร้างคำนึงถึงโครงสร้างตึก ความสวยงามทางศิลปะให้กลมกลืนกับสถาปัตยกรรมตึก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95339</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนพิการ, บิ๊กตู่, ลิฟต์, โฆษกรัฐบาล, ไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_6045a37ac1bf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
