<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19790</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2026 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยจะเผชิญความเสี่ยงได้อย่างไร?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยวิเคราะห์ &amp;ldquo;ความเสี่ยง 4 ประการ&amp;rdquo; ของประเทศไทยตามที่มานำมาเล่าในคอลัมน์สองวันที่ผ่านมาแล้ว ก็ตั้งคำถามว่าเราจะเผชิญกับความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบสั้น ๆ คือ : สร้างภูมิคุ้มกันและเสริมความสามารถ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเทศไทยอยู่ตรงไหนของความเสี่ยงนี้ และมีความพร้อมที่จะรับมือกับความเสี่ยงนี้หรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณวิรไทชี้ให้เห็นว่า ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเห็นการเติบโตของเศรษฐกิจไทยเต็มไปด้วยความไม่สมดุล การส่งออกสินค้าและบริการขยายตัวในระดับดี ความต้องการในประเทศยังต่ำกว่าระดับเฉลี่ยต่ำสุดที่เคยมี ทำให้เศรษฐกิจเป็นแบบเศรษฐกิจ 2 ความเร็ว (two-speed economy) อย่างไรก็ตาม ความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ลดลงแล้วใน 2-3 ไตรมาสที่ผ่านมา เพราะเศรษฐกิจมีสัญญาณเติบโตแบบสมดุลมากขึ้น เราเริ่มเห็นการเติบโตที่การส่งออกเริ่มส่งผลกระจายไปสู่ภาคอื่นของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ธปท.ประมาณการว่า การบริโภคภาคเอกชนจะยังขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง เพราะปัจจัยหลัก เช่น การจ้างงานและความเชื่อมั่นผู้บริโภค ยังคงส่งสัญญาณการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง การลงทุนภาคเอกชนยังคงขยายตัวด้วยแรงหนุนจากโครงการการลงทุนภาครัฐ ควบคู่กับความเชื่อมั่นโดยรวมที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แบงก์ชาติพยากรณ์ล่าสุดบอกว่า เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะขยายตัวในอัตรา 4.4% ในปีนี้ และเติบโต 4.2% ในปี 2019 ซึ่งเป็นการเติบโตที่แข็งแกร่งสองปีติดต่อกันนับจากปี 2008
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่การพัฒนาทางเศรษฐกิจและการเงินที่มีหลากหลายมิติผูกติดกับความเชื่อมโยงทางการเงินระหว่างประเทศ ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจในประเทศเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะป้องกันตัวเองจากปัจจัยภายนอกที่มากระทบ (external shock)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในความเห็นของผู้ว่าการแบงก์ชาตินั้น สิ่งที่ประเทศจะทำได้ดีที่สุดในการป้องกันตัวเอง คือ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สร้างภูมิคุ้มกันและความยืดหยุ่นกับความสามารถที่จะฟื้นตัวให้กับเศรษฐกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แม้เราจะมีกันชนรองรับความผันผวนจากภายนอกที่จะต้านความผันผวนระยะสั้นในตลาดโลก แต่สิ่งที่จะทำให้เกิดเสถียรภาพเศรษฐกิจและความสามารถของการฟื้นในระยะยาวคือ โครงสร้างพื้นฐานที่จะเสริมประสิทธิภาพการผลิตรวมทั้งระบบนิเวศที่เหมาะสม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่เสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอีกหลายปีข้างหน้า&amp;rdquo; คุณวิรไทยืนยัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกับเสริมว่า &amp;ldquo;ผมมีความยินดีที่จะบอกว่า เรากำลังอยู่บนเส้นทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต แต่โดยที่เวลามีจำกัด จึงค่อนข้างยากที่จะตัดสินโครงการทั้งหมดที่ได้ริเริ่มไป แต่ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ Eastern Economic Corridor (EEC) รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและดิจิทัลที่ค้างไว้นานมาก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำเตือนของคุณวิรไทที่ชัดเจนมากก็คือ ประเทศไทยจะคิดแบบสบายๆ ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว&amp;nbsp;


แทงสล็อต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ภายใต้ภูมิทัศน์โลกที่มีความท้าทายนี้ ความใจเย็นนั้นมีราคาแพงและอาจจะเป็นอันตรายได้ เรา ทั้งธนาคารกลาง สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ และทุกคนในห้องนี้ จะต้องมีความระมัดระวัง เราต้องรักษากันชนและสร้างภูมิคุ้มกัน แม้จะมีความท้าทายอยู่เบื้องหน้า เราต้องมองไปที่เป้าหมายระยะยาวของเรา&amp;rdquo; คุณวิรไทบอกระหว่างการกล่าวคำปราศรัยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคมของบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ในหัวข้อ &amp;ldquo;Global Risks and Thailand&amp;rsquo;s Economic Outlook&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และจบด้วยประโยคที่น่าสนใจมากว่า&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอจบการปาฐกถาด้วยการขอเล่าถึงสิ่งที่ผมชอบทำเมื่อมีเวลา นั่นคือ การออกเดินด้วยเท้าในระยะทางไกลหรือ hiking ซึ่งคนที่ออกเดินทางด้วยเท้าหรือ hiker มี 2 แบบ แบบแรกจะชื่นชมกับวิวข้างทาง ชมนก ชมต้นไม้ และทิวทัศน์ภูเขา ส่วนแบบที่สอง จะให้มองเฉพาะเส้นทางข้างหน้า ซึ่ง hiker แบบแรกนี้เลี่ยงไม่ได้ที่จะสะดุดก้อนหินบ้าง กิ่งไม้ตกใส่บ้าง ขณะที่ hiker แบบหลังเมื่อเงยหน้าขึ้นก็จะพบว่าตัวเองหลงทางเสียแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ดังนั้น เราไม่สามารถเดินทางไปยังเป้าหมายด้วยการเพียงมองขึ้นข้างบนหรือมองลงล่าง เราต้องใส่ใจกับความเสี่ยงระยะสั้น ขณะที่เราเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายระยะยาว&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราคงเป็นนักเดินแบบทอดน่อง, ไร้ทิศทางไม่ได้อีกต่อไป!.&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19790</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, วิรไท สันติประภพ, ไทยจะเผชิญความเสี่ยงได้อย่างไร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
