<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้มแรงงานทะลักกลับกรุง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยติดเชื้อ 1.4 หมื่นราย ดับ 252 คน คลายล็อกวันแรก ศบค.สั่งเข้มคัดกรองแรงงานทะลักกลับกรุง ยังห้ามเล่นดนตรีในร้านอาหาร เพิ่มทำผมในร้านเป็น 2 ชม. แจงมาตรการ &amp;quot;โควิด ฟรี เซตติง&amp;quot; ยังไม่บังคับ เริ่มจริง 1 ต.ค. &amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ขอความร่วมมือ ปชช.-ผู้ประกอบการปฏิบัติมาตรการเคร่งครัด ยังกั๊กเลิกเคอร์ฟิวขอดูระยะนี้ก่อน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 1 กันยายน พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,802 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 14,580 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 12,892 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,688 ราย และมาจากเรือนจำ 217 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 5 ราย​ ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,219,531 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 18,996 ราย​ ทำให้มียอดหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,040,768 ราย อยู่ระหว่างรักษา 166,922 ราย อาการหนัก 4,917 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,040 ราย​ เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 252 ราย เป็นชาย 130 ราย หญิง 122 ราย เป็นผู้เสียชีวิตที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 166 ราย มีโรคเรื้อรัง 60 ราย เป็นหญิงตั้งครรภ์ 1 ราย โดยพบผู้เสียชีวิตมากสุดใน กทม. 80 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 11,841 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่สูงสุด วันที่ 1 ก.ย. ได้แก่ กทม. 3,732 ราย, สมุทรปราการ 1,284 ราย, &amp;nbsp;ชลบุรี 879 ราย, สมุทรสาคร 864 ราย, &amp;nbsp;ระยอง 547 ราย, พระนครศรีอยุธยา 492 ราย, ราชบุรี 417 ราย, นครราชสีมา 333 ราย, ฉะเชิงเทรา 331 ราย, นราธิวาส 313 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงต่อเนื่อง และสุ่มตรวจพื้นที่เสี่ยงในทุกจังหวัด ทั้งชุมชน ตลาดสด ตลาดนัด รวมทั้งยังมีการเน้นย้ำไปยังแคมป์คนงานต่างๆ ที่จะมีแรงงานกลับมาจากต่างจังหวัดหลังจากมีการผ่อนคลายในวันที่ 1 ก.ย.เป็นวันแรก โดยให้ตรวจคัดกรองแรงงานที่จะเดินทางกลับเข้ามาอย่างใกล้ชิด และระดมฉีดวัคซีนในคนกลุ่มนี้ ทั้งนี้ ปัจจุบันมีการฉีดวัคซีนของระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 ไปแล้ว 18 ล้านคน ฉีดในแคมป์คนงาน กทม. 50,026 คน หากแรงงานกลับมาจากต่างจังหวัดและยังไม่ได้ฉีด สำนักโยธาธิการและกระทรวงแรงงานจะเป็นเจ้าภาพในเรื่องดังกล่าว เพื่อจะไม่ให้มีคลัสเตอร์กลับมาอีก นอกจากนี้ขอให้ตรึงกำลังระบบบริการสาธารณสุข เนื่องจากมีหลายจังหวัดปิดโรงพยาบาลสนามเพื่อจะคืนพื้นที่ จึงขอให้มีโครงสร้างรองรับไว้หากตัวเลขกลับมาสูงขึ้นอีก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการพูดถึงมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 แนวใหม่ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างปลอดภัย ที่เป็นมาตรการที่ผู้ประกอบการต่างๆ เสนอเข้ามา โดยจะทยอยเปิดไปตั้งแต่ 1 ก.ย. ซึ่งมีการถามเข้ามาเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยองค์กร หรือโควิด ฟรี เซตติง ที่เป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 แนวใหม่ ขอชี้แจงว่ายังไม่มีการบังคับใช้ในปัจจุบัน เป็นเพียงการขอความร่วมมือและสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว ซึ่งมาตรการย่อยที่ให้เคร่งครัดเรื่องระบบระบายอากาศ สุขอนามัย ความสะอาดปลอดภัย ร้านต่างๆ สามารถทำได้ทันที ส่วนมาตรการที่ให้พนักงานในร้านได้รับวัคซีนตามเกณฑ์และตรวจ ATK ทุกสัปดาห์ คงดำเนินการได้ในจังหวัดที่มีฉีดวัคซีนไปแล้วจำนวนมาก เช่น กทม.และปริมณฑล เนื่องจากเราเข้าใจว่าวัคซีนยังไม่ทั่วถึง แต่ปักหมุดวันที่ 1 ต.ค. ความพร้อมจะชัดยิ่งขึ้น ส่วนการให้ลูกค้าต้องได้รับวัคซีนนั้น ขณะนี้ยังเป็นการขอความร่วมมือ ยังไม่มีการบังคับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่อนุญาตให้นั่งรับประทานอาหารในร้านได้แล้ว ช่วง 14 วันแรกนับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. ยังไม่อนุญาตให้เล่นดนตรี เพราะกระทรวงสาธารณสุขเห็นว่าเป็นการรวมกลุ่มคน ทำให้นั่งในร้านอาหารยาวนานขึ้น และนักดนตรีจะต้องเล่นกันหลายร้าน ศปก.ศบค.จึงเน้นย้ำมาตรการครอบจักรวาลอย่างเคร่งครัด และรออีก 2 สัปดาห์ หากสถานการณ์ดีขึ้น การเปิดกิจการกิจกรรมต่างๆ จะสามารถทำได้สะดวกมากขึ้น มีข้อผ่อนผันและได้เห็นมาตรการที่ผ่อนคลายมากขึ้น ดังนั้นใน 2 สัปดาห์นี้อะไรยังไม่จำเป็นหรือการเดินทางที่ยังสามารถรอได้ก็ขอให้รอ สำหรับร้านตัดผมได้ขยายเวลาทำผมให้อยู่ในร้านได้ 2 ชั่วโมง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการคลายล็อกเปิดกิจการกิจกรรมเพิ่มเติมว่า วันนี้เป็นการดำเนินการตามมาตรการที่ออกมาวันที่ 1 ก.ย. ต้องมีส่วนสัมพันธ์ระหว่างรัฐและบรรดาภาคธุรกิจเอกชนที่เกี่ยวข้อง สมาคมต่างๆ ต้องช่วยกัน และผู้บริโภคคือประชาชนต้องช่วยกันปฏิบัติตามมาตรการด้วย ถ้าเราไม่ร่วมมือทั้งกันจะเดินไปได้ยาก และจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาอีก เป็นที่น่าเสียใจกันทุกคน ขอความร่วมมือให้ทุกคนปฏิบัติตามมาตรการตามกติกาอย่างเคร่งครัด ถ้าดีขึ้น ต่อไปจะทำอะไรได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต ทุกอย่างต้องเดินหน้าไปด้วยกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามาตรการเคอร์ฟิวที่ยังคงอยู่มองว่ายังได้ผลอยู่ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ก็ต้องพิจารณาความเหมาะสมอยู่ ขอดูระยะนี้ไปก่อน อาจจะมีมากขึ้นหรือไม่ ตราบใดที่ยังมีการเคลื่อนไหวในกลางคืน ถ้าดึกๆ ไปไหนกัน ไปอ่านหนังสือหรืออะไร ไปสถานที่ท่องเที่ยวกัน ยังมีปัญหาอยู่ตรงนี้ สมาคมที่รับผิดชอบต้องช่วยตนไปกำกับดูแลที่ท่านรับผิดชอบ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวกลางคืน ผับ บาร์ ต่างๆ ต้องคุยกัน และได้ให้ช่องทางนี้ไปคุยกับ ศบค.อยู่แล้ว และ ศบค.ก็ไม่ใช่จะตัดสินใจหรือสั่งได้ ตนก็สั่งไม่ได้ ต้องข้อมูลที่จากกระทรวงสาธารณสุข ให้คณะแพทย์ดูแลว่ามีความเสี่ยงไหม นี่คือการทำงานในลักษณะนี้ อย่างที่เขาหาว่านายกฯ สั่งทุกเรื่อง สั่งไม่ได้หรอก หากเกิดความผิดพลาดขึ้นมาแล้วใครจะรับผิดชอบ ก็รับผิดชอบร่วมกันทั้งหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ให้คำมั่นได้หรือไม่ว่าระบบสาธารณสุขไทยรับมือกับสถานการณ์โควิดได้ นายกฯ ยืนยันว่ารับได้ ทั้งนี้ในส่วนของชุดตรวจ ATK 8.5 ล้านชุดนั้นให้ประชาชนใช้ฟรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่องห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ฉบับที่ 10) ระบุว่า ห้ามมิให้มีการชุมนุม หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง พื้นที่เฝ้าระวัง เว้นแต่กรณีได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือกิจกรรมที่ได้รับการยกเว้น ดังนี้ 1.กิจกรรมเกี่ยวกับการขนส่งหรือขนย้ายประชาชน ได้แก่ การขนส่งประชาชน เพื่อเดินทางไปหรือออกจากที่เอกเทศตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ศูนย์พักคอยรอการส่งตัว หรือสถานที่เพื่อการช่วยเหลือผู้ติดเชื้อในชั้นแรก 2.กิจกรรมเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและการสาธารณสุข 3.กิจกรรมเกี่ยวกับการให้บริการ การให้ความช่วยเหลือหรืออำนวยประโยชน์หรือความสะดวกแก่ประชาชน 3.การรวมกลุ่มของบุคคลตามปกติในที่พักอาศัย สถานที่ทำงาน การประชุมโดยวิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือการออกกำลังกายในสถานที่ตามที่ทางราชการกำหนด และ 5.กิจกรรมที่ดำเนินโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือเป็นกิจกรรมที่จัด ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.2564 เป็นต้นไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สถานการณ์ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีแนวโน้มดีขึ้น มีจำนวนผู้หายป่วยรายวันมากกว่าผู้ติดเชื้อรายใหม่ซึ่งมีแนวโน้มลดลง และจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลลดลงชัดเจน เช่น โรงพยาบาลสนามบุษราคัม จากเคยมีผู้ป่วยมากกว่า 3,500 คน ลดเหลือ 1,500 คน ศูนย์นิมิบุตรมีผู้ป่วยรอส่งต่อเหลือไม่ถึง 70 คน อย่างไรก็ตามยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์หลังผ่อนคลายใน 2 สัปดาห์อย่างใกล้ชิด หากดีขึ้นรัฐบาลจะพิจารณาเปิดกิจการกิจกรรมเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติได้ต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า วันที่ 1 ก.ย.เริ่มต้นของการผ่อนปรนกิจกรรมและกิจการบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับประทานอาหารภายในร้าน ในพื้นที่ที่กำหนดไว้เหมือนเดิม ทั้งพื้นที่สีแดงเข้ม พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 29 จังหวัด, พื้นที่สีแดง พื้นที่ควบคุมสูงสุด 37 จังหวัด และพื้นที่สีส้ม พื้นที่ควบคุม 11 จังหวัด โดยทั้ง 3 กลุ่มสีนี้ ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ภายในร้านอาหาร และห้ามรับประทานบุฟเฟต์ ซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อแบบครอบจักรวาล ในส่วนของโควิด ฟรี เซตติง จะบังคับใช้กับร้านอาหารที่อยู่ในห้างสรรพสินค้า หรือมีเครื่องปรับอากาศ เน้นเรื่องทำความสะอาด ปลอดภัย มีระยะห่าง ไม่แออัด มีระบบระบายอากาศที่ดี มีการประเมินการจัดการสภาพแวดล้อมที่ดี ผ่านการประเมินจากแอป Thai Stop&amp;nbsp;COVID&amp;nbsp;และยังครอบคลุมไปถึงผู้ให้บริการและผู้รับบริการอีกด้วย ทั้งการรับวัคซีนครบโดส หรือเคยมีประวัติติดเชื้อมา 1-3 เดือน และทำการคัดกรองความเสี่ยง ผ่าน ATK หรือ RT-PCR และต้องผ่านการประเมินผ่านแอป Thai Save Thai
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นพ.กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า พบติดเชื้อรายใหม่จำนวน 258 คน แยกเป็นคนพื้นที่ 257 คน จากแซนด์บ็อกซ์ 1 คน ซึ่งตัวเลขติดเชื้อเกิน 200 รายติดต่อกันมา 3-4 วันแล้ว ทั้งนี้ ทั้งนี้ นพ.เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต กล่าวว่า ตัวเลขของภูเก็ตเป็นช่วงขาขึ้น ถ้าได้ฉีดวัคซีนเข็ม 3 จะสามารถต่อสู้กับเดลตาได้ และภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ สามารถเดินต่อไปได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงเสนอยุทธศาสตร์ Quick Win คือ 1.มาตรการยุติการเคลื่อนไหวของคนอย่างเป็นรูปธรรมและลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น &amp;nbsp;2.เน้นตรวจเชิงรุกเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย และรีบนำมาเข้าระบบการรักษา 3.แนวทางการจัดการกลุ่มผู้ป่วย 4.ระดมฉีดบูสเตอร์แอสตร้าเซนเนก้าเข็ม 3 เสร็จภายในเดือน ก.ย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115348</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับ 252 คน, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19, ไทยติดเชื้อ 1.4 หมื่นราย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f8dd999759.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
