<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อใช้กม.โรคติดต่อแทนฉุกเฉิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สัญญาณดี! ไทยติดเชื้อลงต่อเนื่อง รายใหม่​ 1.6 หมื่นราย​ เสียชีวิต 264 คน อัตราครองเตียงผู้ป่วยสีเหลือง-เขียว กทม.ลด 50% ศบค.สั่งยังเข้มมาตรการคุมโควิดแม้เพิ่งคลายล็อก จ่อยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินทันที หลัง พ.ร.บ.โรคติดต่อฉบับแก้ไขประกาศใช้ โควิดภูเก็ตพุ่งวันละ 100-200 ราย ผู้ว่าฯ เร่งสกัดประคองแซนด์บ็อกซ์ให้รอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 16,536 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 16,200 ราย ในจำนวนนี้มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 13,894 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,306 ราย และมาจากเรือนจำ 328 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 8 ราย​ ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมยืนยันตั้งแต่ปี 2563 &amp;nbsp;รวมทั้งสิ้น 1,174,091 ราย หายป่วยเพิ่มขึ้น 20,927 ราย​ หายป่วยสะสม 985,246 ราย อยู่ระหว่างรักษา 177,702 ราย อาการหนัก 5,093 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,067 ราย​ เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 264 ราย เป็นชาย 145 ราย หญิง 119 &amp;nbsp;ราย​ เสียชีวิตที่บ้าน​ 1​ ราย​ อยู่ที่ กทม.​เป็นผู้มีอายุเกิน​ 60 &amp;nbsp;ปี​ 176​ ราย​ มีโรคเรื้อรัง​ 55​ ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสมรวม 9,087 ราย ขณะที่สถานการณ์โลก มียอดผู้ติดเชื้อใหม่ 541,787 ราย เสียชีวิตสะสม 4,507,840 ราย โดยประเทศไทยมียอดติดเชื้อสะสมอยู่อันดับที่ 30 ของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อโควิดรายใหม่สูงสุด ได้แก่ กทม. 3,821 ราย, &amp;nbsp;สมุทรปราการ 984 ราย, สมุทรสาคร 872 ราย, ชลบุรี 762 ราย, นนทบุรี 587 ราย, &amp;nbsp;ราชบุรี 464 ราย, นครราชสีมา 452 ราย, &amp;nbsp;นครปฐม 381 ราย, พระนครศรีอยุธยา 376 ราย, ฉะเชิงเทรา 357 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากที่ประชุม ศบค.แจ้งว่า หลังจากที่มีข้อกังวลเรื่องของการอนุญาตให้เปิดบริการร้านอาหาร กิจกรรม เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า และบรรเทาผลกระทบความเดือดร้อนของผู้ประกอบกิจการ ที่จะเริ่มในวันที่ 1 ก.ย.นี้นั้น ซึ่งห่วงว่าจะเกิดความเสี่ยงในช่วงที่การระบาดยังมีอยู่ แม้ยอดตัวเลขจะลดลง ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และระมัดระวังไม่ให้เกิดการแพร่เชื้อและนำไปสู่มาตรการขั้นสูงสุดคือการปิดหรือควบคุมอย่างช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ ในพื้นที่ 29 จังหวัดสีแดงเข้ม ยังคงมีการประชุมร่วมกันกับ ศปก.ศบค.เป็นประจำถึงการดำเนินการตามมติของ ศบค. เพื่อให้การแพร่ระบาดลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนตัวเลขการติดเชื้อในต่างจังหวัด จากการที่มีผู้ติดเชื้อเดินทางกลับไปรักษาและเยี่ยมญาตินั้น ปัจจุบันระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยอยู่ในสถานะที่รับได้ เนื่องจากการดำเนินชีวิตแตกต่างจากกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ความหนาแน่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แผนในการดูแลแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของ ศบค. ยังคงขอให้ทุกส่วนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขและ ศบค. ไปพร้อมกับการเร่งจัดหาวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประชาชน โดยเฉพาะการเร่งหาวัคซีนให้กับกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยถึงความคืบหน้าการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรคติดต่อ เพราะหากแก้ไขเสร็จแล้วประกาศใช้เป็น พ.ร.บ.โรคติดต่อ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม จะได้ยกเลิกการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ที่นำมาใช้ควบคุมเพื่อป้องกัน-ระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคอยู่ในขณะนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สถานการณ์ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของไทยมีสัญญาณดีขึ้น ยอดผู้ป่วยที่รักษาหายสามารถกลับบ้านได้ตัวเลขอยู่ที่กว่า &amp;nbsp;2 หมื่นรายติดต่อกันเป็นเวลากว่า 20 วันแล้ว และจำนวนผู้หายป่วยกลับบ้านนั้นมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกันกว่า 10 วันแล้วด้วย ถือเป็นข่าวดี ขณะเดียวกันจำนวนยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่มีแนวโน้มค่อยๆ ลดลงต่อเนื่อง แม้ว่าตัวเลขจะยังสูงอยู่ แต่แนวโน้มในระยะยาวน่าจะค่อยๆ ลดลง ทั้งนี้ต้องขอบคุณคนไทยทุกคนที่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด ขอให้ทุกคนอดทน เพื่อช่วยกันลดโอกาสการติดเชื้อเพิ่ม นำไปสู่การฟื้นฟูประเทศต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุขว่า สถานการณ์โควิด-19 ขณะนี้มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้อัตราครองเตียงในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลเริ่มผ่อนคลาย โดยเฉพาะกลุ่มผู้ป่วยสีเหลืองและเขียว โดยข้อมูลโรงพยาบาลบุษราคัม ล่าสุด ณ วันที่ 28 ส.ค. มีผู้ป่วยอยู่ระหว่างการรักษาทั้งสิ้น 1,905 ราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่มีผู้ติดเชื้อ 3,526 ราย ถึงร้อยละ 54 ส่วนศูนย์แรกรับและส่งต่อนิมิบุตร พบอัตราครองเตียงล่าสุด จำนวน 94 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยสีเขียว 54 ราย, สีเหลือง 34 ราย และสีแดง 6 ราย สำหรับสถานการณ์ในภูมิภาค ยังคงพบการระบาดภายในชุมชน สถานประกอบการ ตลาด แคมป์คนงาน ได้กำชับให้ตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วยชุดตรวจ ATK และนำผู้ติดเชื้อเข้าสู่ระบบการแยกกักตัวที่บ้านและชุมชน เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทย์ได้ฝึกอบรม อสม.วิทยาศาสตร์การแพทย์ชุมชน หรือ อสม.นักวิทย์ทั่วประเทศ เกี่ยวกับการใช้ชุดตรวจ ATK เพื่อเป็นพี่เลี้ยงและสอนวิธีใช้งานชุดตรวจ ATK ด้วยตนเองให้แก่ประชาชน และร่วมมือกับสภาอุตสาหกรรมจัดอบรมการใช้ ATK ที่ถูกต้องให้แก่พนักงานโรงงานอุตสาหกรรมผ่านระบบออนไลน์กว่า 2,000 แห่ง โดยสอนการจัดการขยะติดเชื้อ ช่วยแปลผล ให้คำแนะนำ ช่วยลงผลตรวจ และช่วยประสานระบบการดูแลรักษา ซึ่งนำร่องฝึกอบรมโดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 2 จ.พิษณุโลกแล้ว และจะขยายการฝึกอบรม อสม.นักวิทย์ 5,000 คนทุกจังหวัดทั่วประเทศต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานคร (กทม.) ทำระบบแจ้งส่งผู้ป่วยเข้ารักษาในโรงพยาบาล โดยใช้ LINE@BKKCOVID19CONNECT เพื่อเป็นช่องทางในการคัดกรองสำหรับผู้ป่วยที่มีผล RT-PCR เป็นบวก ผู้ป่วยที่มีผล ATK ซึ่งผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยที่มีข้อมูลส่วนตัวของผู้ป่วย อาทิ ชื่อ-สกุล วันเดือนปีเกิด และหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนผู้ป่วย สามารถเป็นผู้กรอกข้อมูลในระบบแทนได้ จากนั้นจะมีทีมแพทย์เป็นผู้ประเมินอาการผู้ป่วยเบื้องต้น ให้คำปรึกษาในการดูแลตนเอง และส่งต่อผู้ป่วยไปยังศูนย์พักคอย รพ.สนาม หรือ Hospitel ตามระดับอาการของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยคลายความกังวลและได้เข้าสู่ระบบการดูแลให้เร็วที่สุด ทั้งนี้ประชาชนสามารถใช้บริการได้โดยกดเพิ่มเพื่อนในโทรศัพท์มือถือผ่านแอปพลิเคชัน LINE @BKKCOVID19CONNECT หรือที่ Link shorturl.asia/afk0S
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. เปิดเผยว่า ขอเชิญชวนประชาชนทุกคนให้เข้ามาเพิ่มเพื่อน หรือ add friend ที่ไลน์ สปสช. @nhso เพื่อลงทะเบียนยืนยันตัวตนไว้ก่อน หากในอนาคตมีความจำเป็นต้องเข้ารับการตรวจคัดกรองด้วย ATK หรือตรวจพบว่าติดเชื้อและจำเป็นต้องเข้า Home Isolation เมื่อสามารถจับคู่กับหน่วยบริการได้แล้ว จะได้ไม่ต้องเสียเวลายืนยันตัวตน สามารถสแกน QR code แล้วเข้ารับบริการได้อย่างรวดเร็ว สำหรับบริการที่เปิดให้ยืนยันตัวตนก่อนรับบริการผ่านไลน์ @nhso นั้น เบื้องต้นคือบริการตรวจคัดกรองโควิดด้วย ATK และบริการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดแบบ Home Isolation หรือ Community Isolation และในอนาคตจะมีการขยายไปยังบริการอื่นๆ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรสาคร ตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 872 ราย เสียชีวิต 18 ราย ทั้งนี้ นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า สิ่งที่มองดูอยู่ในเวลานี้ที่จะต้องเร่งทำคือ 1.การตั้ง CI, FAI &amp;nbsp;แยกผู้ติดเชื้อออกจากชุมชน ไม่ติดกับดักระบบการรักษา แยกระเบียบขั้นตอนไปเลย 2.การตรวจ ATK เชิงรุกเพิ่มมากขึ้น เน้นจุดเสี่ยงตลาด ตลาดนัด 3.ข้อนี้เน้นย้ำมาก ถือเป็นเรื่องสำคัญ วินัยของคนต้องมีมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมรายงานว่า มีผู้ป่วยรายใหม่ 38 ราย ซึ่งหนึ่งในจำนวนนี้เป็นเด็กหญิงวัย 5 ขวบ อยู่ อ.ปลาปาก ซึ่งพบว่าเป็นลูกหลานของผู้ป่วยในคลัสเตอร์คนงานขนถ่ายสินค้าศูนย์กระจายสินค้าเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ผลตรวจครอบครัวติดเชื้อ 7 ราย ส่วนเด็กหญิงวัย 5 ขวบมีผลเป็นลบ แต่ถือว่าเป็นผู้เสี่ยงสูง แต่ญาติกลับนำตัวไปดูแลที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งที่บ้านหนองเซา ต.ขามเฒ่า อ.เมืองฯ ผู้สื่อข่าวเกรงว่าจะทำให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ซ้ำรอยเด็กชายวัย 7 ขวบที่ญาตินำกลับบ้านและติดเชื้อจนต้องปิดตลาดไปก่อนหน้านี้ จึงได้แจ้ง นพ.มานพ ฉลาดธัญญกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครพนมทราบทันที และนำมากักตัวในสถานกักตัวของรัฐแล้วตรวจรอบ 2 กระทั่งพบผลเป็นบวกดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ภูเก็ต นพ.กู้ศักดิ์ &amp;nbsp;กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า จากการตรวจเชิงรุกด้วยชุดตรวจ ATK วันละประมาณ 1,000 คน พบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่วันละ 100-200 คน &amp;nbsp;ล่าสุดพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลราไวย์ อ.เมืองฯ &amp;nbsp;พบผลบวก &amp;nbsp;91 คน และตรวจซ้ำรอบสองด้วยชุดตรวจ FIA เป็นผลบวก 88 คน แยกเป็นชายไทยใหม่ (ชาวเล) 85 คน และชาวเมียนมา 3 คน สั่งซีลพื้นที่และเร่งควบคุมโรคแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ยอมรับว่า จากตัวเลขผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้น ทางจังหวัดต้องการควบคุมการระบาดให้อยู่ในวงจำกัดให้ได้โดยเร็ว เพราะทำให้การเข้ามาของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ไม่น่าสดใสเหมือนตอนเริ่มใหม่ กังวลภาพที่ออกมาในเดือน ก.ย.จะเป็นอย่างไร ช่วงนี้เป็นช่วงที่ชี้เป็นชี้ตาย อนาคตของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์กับการควบคุมโรคโควิด-19 ของภูเก็ต ถ้าเลวร้ายกว่านี้ ในฐานะผู้ว่าฯ ต้องพิจารณาตัวเอง เราต้องการคลีนแอนด์เคลียร์ภายในต้องจัดระบบกัน ทั้งในวันที่ 30 ส.ค.นี้จะหาข้อสรุปชัดเจนในมาตรการเดิมที่วางไว้ หรือมีประเด็นใดที่เพิ่มขึ้นหรือผ่อนคลายได้ รวมทั้งเรื่องการเข้ามาทางอากาศของสายการบินต่างๆ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114978</URL_LINK>
                <HASHTAG>สัญญาณดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัตราครองเตียงผู้ป่วยสีเหลือง-เขียว กทม.ลด 50%, โควิด-19, ไทยติดเชื้อลงต่อเนื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60de7a5caa311.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
