<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102860</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2021 07:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2021 07:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศึกระลอกสามหนักมากยาวนาน&#039;หมอธีระ&#039;เชื่อผลลัพธ์ขึ้นกับปัจจัยมีความพร้อมและเข้มแข็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 พ.ค.64 - นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก 14 พฤษภาคม 2564 มีรายละเอียดดังนี้
อินเดียทะลุ 24 ล้านไปแล้ว ยังติดเพิ่มสามแสนสามหมื่นคน ตายเพิ่มอีกกว่าสามพันแปดร้อยคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่มถึง 730,228 คน รวมแล้วตอนนี้ 161,782,551 คน ตายเพิ่มอีก 13,038 คน ยอดตายรวม 3,357,133 คน
5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดยังคงเป็นเช่นเดิมคือ อินเดีย บราซิล อเมริกา อาร์เจนตินา และฝรั่งเศส
อเมริกา เมื่อวานติดเชิ้อเพิ่ม 34,994 คน รวม 33,621,266 คน ตายเพิ่ม 709 คน ยอดเสียชีวิตรวม 598,492 คน อัตราตาย 1.8%
อินเดีย ติดเพิ่มมากถึง 338,019 คน รวม 24,040,851 คน ตายเพิ่ม 3,888 คน ยอดเสียชีวิตรวม 262,239 คน อัตราตาย 1.1%
บราซิล ติดเพิ่ม 72,303 คน รวม 15,433,989 คน ตายเพิ่มถึง 2,161 คน ยอดเสียชีวิตรวม 430,417 คน อัตราตาย 2.8%
ฝรั่งเศส ติดเพิ่ม 19,461 คน ยอดรวม 5,841,129 คน ตายเพิ่ม 131 คน ยอดเสียชีวิตรวม 107,250 คน อัตราตาย 1.8%
ตุรกี ติดเพิ่ม 11,534 คน รวม 5,083,996 คน ตายเพิ่ม 238 คน ยอดเสียชีวิตรวม 44,059 คน อัตราตาย 0.9%
อันดับ 6-10 เป็น รัสเซีย สหราชอาณาจักร อิตาลี สเปน และเยอรมัน ส่วนใหญ่ติดกันหลักพันถึงหลักหมื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถบอเมริกาใต้ ยุโรป เอเชีย อย่างโคลอมเบีย เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ ยูเครน แคนาดา รวมถึงบังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เนปาล ญี่ปุ่น และมาเลเซีย ยังติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น
มาเลเซียตอนนี้ระลอกสามยังระบาดหนักมากขึ้น ติดเพิ่มถึง 4,855 คน ยอดติดเชื้อรวม 458,077 คน เคยติดเชื้อสูงสุด ณ วันที่ 30 มกราคม 2564 ถึง 5,728 คนต่อวัน
ส่วนญี่ปุ่น ล่าสุดติดเพิ่มถึง 7,058 คนในวันเดียว ตายเพิ่มกว่าร้อยคน ระลอกที่สี่นี้ยังทวีความรุนแรงต่อเนื่อง เค้าเคยติดเชื้อสูงสุด 7,855 คน ณ วันที่ 9 มกราคม 2564
แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มอย่างต่อเนื่อง อยู่ระดับหลักร้อยถึงพันกว่า หลายประเทศกดลงมาอยู่หลักร้อย ยกเว้นลิธัวเนีย คาซักสถาน ยูเครน ที่ยังหลักพัน
แถบตะวันออกกลาง ประเทศส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เกาหลีใต้ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนเวียดนาม และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่จีน ฮ่องกง ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ
...กัมพูชายังไม่มีรายงานใหม่ การระบาดของเค้าเกินร้อยต่อวันมาถึง 5 สัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...สำหรับไทยเรานั้น เมื่อวานติดเชื้อเพิ่มถึง 4,887 คน ทำให้เรามียอดติดเชื้อรวมแซงถึง 4 ประเทศในวันเดียวคือ กาน่า แซมเบีย จีน และฟินแลนด์ ตอนนี้จึงขึ้นมาเป็นอันดับที่ 94 (จาก Worldometer เช้านี้)
ตามหลังอุซเบกิสถานอยู่ประมาณสองพัน คาดว่าจะแซงในวันสองวันนี้ เพราะทางอุซเบกิสถานติดเชื้อเพิ่มวันละสามร้อยกว่าคน
ลองเข้าไปดูใน Ourworldindata เรื่องระดับความเข้มข้นของนโยบาย กับการระบาดแต่ละระลอกของไทยเรา เห็นได้ชัดเจนตามกราฟคือ ยิ่งผ่อนคลายมาก (ตัวเลขยิ่งน้อย) ก็จะตามมาด้วยการระบาดหนัก ทั้งระลอกสอง และระลอกสาม ก็เกิดตามมาทั้งสองครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังที่เคยบอกไว้หลายครั้งว่า ระบบการตรวจคัดกรองต้องมีศักยภาพมากกว่าที่เคยมี, อาวุธต้องมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย หลากหลาย และเพียงพอ, การป้องกันตัวของประชาชนต้องมีความเข้มแข็ง, นโยบายและมาตรการต่างๆ ควรเน้นเรื่องสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ลดความเสี่ยง, และรูปแบบการดำเนินธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งบันเทิง ท่องเที่ยว เดินทาง ค้าขาย จำเป็นต้องมีการวางแผนปรับให้เน้นความปลอดภัยในระยะยาว ลดจำนวนคน ลดจำนวนการสัมผัสหรือพบปะ ลดเวลาในการสัมผัสหรือพบปะ เพิ่มระยะห่างระหว่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้มองไประยะยาว เพราะสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่นี้ หลายประเทศทั่วโลกได้แสดงบทเรียนให้ได้เห็นว่า ศึกระลอกสามนี้หนักมาก ยาวนาน และผลลัพธ์ที่จะตามมานั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ข้างต้นที่ได้กล่าวมาว่ามีความพร้อมและเข้มแข็งเพียงใด
หากพินิจพิจารณาอย่างถ่องแท้ เราคงทราบและพอคาดการณ์ได้เอง
คำแนะนำที่จะให้กับเราทุกคนตอนนี้คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง ใส่หน้ากากสองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า
สอง&amp;nbsp; ควรตัดสินใจร่วมกันหยุดความเคลื่อนไหวระดับภาค ซึ่งรวมกลุ่มจังหวัดที่ระบาดหนัก มีเคสรายวันตั้งแต่สองหลักขึ้นไป เงื่อนเวลาที่ควรทำคือทำโดยเร็วเท่าที่จะทำได้ เตรียมความพร้อม ทำความเข้าใจกัน เพื่อช่วยกันตัดวงจรการระบาดให้ได้
สาม หมั่นตรวจเช็คอาการตนเองและสมาชิกในครอบครัวหรือคนใกล้ชิด หากไม่สบาย ให้แยกห่างกัน และรีบไปตรวจรักษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สี่ ตอนนี้เราเห็นปัญหาความขาดแคลนทั้งคนเงินของมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในสถานพยาบาลและประชาชนทั่วไป ดังนั้นคงต้องช่วยกันประคับประคองให้อยู่รอดไปด้วยกัน ช่วยเหลือแบ่งปันคนตกทุกข์ได้ยากในพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ ตามกำลังที่พอมี
ส่วนเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับการป้องกันตัวส่วนบุคคลนั้น ต้องทำอย่างสม่ำเสมอและเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยรักและห่วงใย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102860</URL_LINK>
                <HASHTAG>การผ่อนคลายมาตรการ Lock Down, ธีระ วรธนารัตน์, สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก, ไทยติดเชื้อแซงจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20210427/image_mid_60876f1f83695.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
