<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯตั้ง‘ณัฐพล’คุมแก้โควิดใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยติดเชื้อใหม่ 10,863 &amp;nbsp; ราย เสียชีวิต 68 ราย &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เซ็นคำสั่งตั้ง &amp;quot;พล.อ.ณัฐพล&amp;quot; บัญชาการ &amp;quot;ศปค.ส่วนหน้า&amp;quot; แก้โควิดชายแดนใต้ นายกฯ ปลื้มทุกภาคส่วนขานรับเปิดประเทศ พอใจฉีดวัคซีนได้ตามเป้า มั่นใจเศรษฐกิจกลับมาพลิกฟื้นได้แน่ ขณะที่สวนดุสิตโพลเผยประชาชน 60% ยังไม่พร้อมเปิดประเทศ เมืองคอนหนักป่วยพุ่ง 618 ราย สงขลายังวิกฤต 650 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์โควิด-19 ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 10,863 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 10,792 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 10,181 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 611 ราย, &amp;nbsp;จากเรือนจำและที่ต้องขัง 64 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 7 ราย ผู้รักษาหายป่วยเพิ่ม 10,383 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 107,790 ราย อาการหนัก 2,820 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 658 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 68 ราย เป็นชาย 39 ราย หญิง 29 ราย เป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 53 ราย มีโรคเรื้อรัง 13 ราย จำนวนนี้เป็นเด็ก 1 ราย อายุ 8 ขวบ ชาวกัมพูชา ที่จ.สระแก้ว ผู้เสียชีวิตมากที่สุดใน กทม. &amp;nbsp;12 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 1,783,701 ราย ยอดรวมหายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 1,657,638 ราย ขณะยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 18,273 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการฉีดวัคซีนวันที่ 16 ต.ค. 1,063,719 โดส ฉีดสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. 65,202,741 โดส สำหรับ 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อมากที่สุด ได้แก่ กทม. 1,065 ราย, ยะลา 727 ราย, สงขลา 650 ราย, &amp;nbsp;ปัตตานี 647 ราย, นครศรีธรรมราช 519 ราย, นราธิวาส 468 ราย, ชลบุรี 389 ราย, &amp;nbsp;เชียงใหม่ 360 ราย, ระยอง 346 ราย และสมุทรปราการ 343 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงประกาศเปิดรับการเดินทางเข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว สำหรับผู้เดินทางเข้าไทยโดยทางอากาศที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว จากประเทศความเสี่ยงต่ำ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. นี้ &amp;nbsp;ซึ่งสํานักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้ปลดล็อกให้มีจํานวนผู้โดยสารได้ตามความจุของเครื่องบินตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. ขณะเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศยังทำงานร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเร่งจัดทำเอกสารรับรองการฉีดวัคซีน โดยวางแผนใช้ทดแทนการอนุมัติ Certification of Entry (COE) ให้ได้ภายในวันที่ 1 พ.ย. เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ โครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการเฟส 3 กว่า 6 แสนราย ผู้ประกอบการ 2,249 ราย ทำให้ยอดสะสมโครงการเฟส 1-3 กว่า 8.8 ล้านคน มูลค่าสะสมรวมกว่า 1,162.4 ล้านบาท และยอดจองห้องพักสะสมรวมจำนวนทั้งสิ้น 120,328 ห้อง &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านนายกฯ ยังประกาศผนึกกำลังภาครัฐ เอกชน และประชาชน ร่วมกันเตรียมพร้อมมาตรการรองรับการเปิดประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ เพื่อให้สามารถที่ได้เปิดประเทศอย่างปลอดภัย พร้อมต้อนรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว ควบคู่กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะออกมาเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะพลิกฟื้นและกลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งระบบ&amp;rdquo; นายธนกรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกฯ พอใจภาพรวมการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดย สธ.รายงานข้อมูลการฉีดวัคซีนโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-16 ต.ค.2564 ยอดสะสมทั้งประเทศอยู่ที่ 65 &amp;nbsp;ล้านโดสแล้ว แบ่งเป็นเข็มที่ 1 ฉีดสะสมจำนวน 37,609,600 ราย คิดเป็นร้อยละ 51 ของประชากร, เข็มที่ 2 ฉีดสะสมจำนวน 26,007,497ราย คิดเป็นร้อยละ 35 ของประชากร และเข็มที่ 3 ฉีดสะสม จำนวน 1.8 ล้านราย รัฐบาลมั่นใจว่าจะฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนทั้งประเทศได้ตามเป้าหมายที่กำหนดคือ 100 ล้านโดส ครอบคลุมคนไทยจำนวน 50 ล้านคน คิดเป็น 70% ของจำนวนประชากร ภายในปี 2564 ได้สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกรณี &amp;ldquo;เปิดประเทศ 1 พ.ย.64&amp;rdquo; กลุ่มตัวอย่าง 1,392 คน ระหว่างวันที่ 11-14 ต.ค.2564 พบว่า ประชาชนมองว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวโดยไม่ต้องกักตัว ร้อยละ 60.10 ปัจจัยที่จะทำให้เปิดประเทศได้คือต้องฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพให้กับประชาชนได้เกิน 70% ร้อยละ 74.78 และมองว่าข้อจำกัดคือประชาชนยังไม่ได้รับวัคซีนครบถ้วน ร้อยละ 71.60 ผลดีของการเปิดประเทศคือกระตุ้นเศรษฐกิจ ร้อยละ 77.29 ผลเสียคืออาจเกิดการติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้น ร้อยละ 83.43 และภาพรวมประชาชนไม่เห็นด้วยกับการเปิดประเทศ 1 พ.ย.2564 ร้อยละ 59.86
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล กล่าวว่า จากผลการสำรวจเมื่อพิจารณากลุ่มตัวอย่างจำแนกรายอาชีพ พบว่า กลุ่มอาชีพประกอบธุรกิจเห็นด้วยกับการเปิดประเทศมากที่สุด รองลงมาคือกลุ่มรับจ้าง/ลูกจ้าง ถึงแม้ว่าจะกังวลเรื่องการติดเชื้อใหม่ แต่ก็คาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเกิดการจ้างงานมากขึ้น สร้างความหวังที่จะลืมตาอ้าปากได้ ดังนั้นรัฐบาลจึงควรมีมาตรการรองรับที่ชัดเจน สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนทั้งด้านสุขภาพและการฟื้นฟูเศรษฐกิจไปพร้อมๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก ศบค.ประกาศยกระดับจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น ล่าสุดคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดนครศรีธรรมราชรายงานสถานการณ์ว่า มีผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 618 ราย ยอดผู้ป่วยสะสม 23,602 ราย รักษาหายแล้วสะสม 16,504 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 8 ราย ยอดเสียชีวิตสะสม 154 ราย นอกจากนี้ พบว่าโรงพยาบาลมหาราช ทั้งตึกอุบัติเหตุและตึกอื่นๆ มีบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อกว่า 30 ราย ซึ่งทุกคนนำเข้าสู่กระบวนการรักษาแล้ว และประกาศปิดการให้บริการคลินิกเฉพาะทางนอกเวลาราชการ อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มเสี่ยงจากบุคลากรทางการแพทย์อีกนับน้อยคนที่ทางเจ้าหน้าที่เร่งสอบสวนโรคและเข้าสู่กระบวนการกักตัว ทำให้คนไข้และญาติคนไข้หวาดผวาอย่างหนัก เพราะหลายคนต้องถูกกักตัวไปด้วย ไม่สามารถกลับบ้านได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 650 คน ไม่รวมผู้ติดเชื้อในเรือนจำและจากต่างประเทศ รวมยอดสะสม 38,783 คน มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน เสียชีวิตสะสม 172 คน ทั้งนี้ สถิติย้อนหลัง 7 วัน ผู้ติดเชื้อเพิ่มเฉลี่ยวันละ 400-600 คน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์สูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.เชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มอีก 314 ราย ทั้งนี้ นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เป็นประธานการประชุมในการควบคุมโควิด-19 จากคลัสเตอร์ตลาดเมืองใหม่ที่อาจลุกลามไปยังชุมชนรอบข้างและอำเภอรายรอบ หลังมีการติดเชื้อ​พุ่งสูงกว่า 1,000 ราย ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าการจัดการกับ &amp;ldquo;สะเก็ดไฟ&amp;rdquo; โดยให้มีการสุ่มตรวจในทุกชุมชน หากพบผู้เสี่ยงสูงให้ออกคำสั่งกักตัวทุกคน​ แล้วนำตัวเข้าสู่มาตรการในการควบคุม และจะปูพรหมตรวจด้วย ATK อีกครั้งในวันที่ 21 ต.ค.นี้ 1,500 ชุด รวมทั้งจัดสรรวัคซีนในตลาดเมืองใหม่อีก 4,000 โดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 21/2564 ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 เรื่องจัดตั้งศูนย์บูรณาการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ &amp;ldquo;ศบค.ส่วนหน้า&amp;rdquo; โดยให้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นผู้อำนวยการศูนย์ มีอำนาจหน้าที่กำหนดแนวทางการบูรณาการ ประสานงาน ขับเคลื่อน เร่งรัดและติดตามการปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้คลี่คลายโดยเร็ว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.2564 เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120024</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศปค., สวนดุสิตโพล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้โควิดชายแดนใต้, ไทยติดเชื้อใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210624/image_big_60d401c43e319.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117325</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะเข้าสู่โควิดฟรีเซตติง เบรกซิโนฟาร์มฉีดเด็ก3ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยติดเชื้อใหม่ 12,709 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 106 คน ศบค.ชุดใหญ่ถก 27 ก.ย. ทยอยเปิดโรงหนัง-สถานบันเทิง แนะผู้ประกอบการเตรียมตัวเข้าสู่พื้นที่โควิดฟรีเซตติง ชี้ กทม.ยังไม่กำหนดเปิดเมือง แต่ศักยภาพเกือบพร้อมแล้ว อย.ยังไม่อนุญาต &amp;quot;ซิโนฟาร์ม&amp;quot; ฉีดในเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไป ชี้ข้อมูลยังไม่เพียงพอ &amp;nbsp; &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ลั่นสิ้น ต.ค.ฉีดซิโนแวคเข็มแรกให้หมด 12 ล้านโดส ต้น พ.ย.ได้ทั่วถึงทั้งประเทศ สธ.จ่อชง ครม. 7 มาตรการตกรางวัลผู้ปฏิบัติงานโควิด ขอ 3.5 หมื่นอัตรา ขรก.ตั้งใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 กันยายน เวลา 12.30 น. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 12,709 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 11,840 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 10,962 ราย, มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 878 ราย, &amp;nbsp;จากเรือนจำและที่ต้องขัง 858 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 1,489,186 ราย ผู้ป่วยหายเพิ่ม 11,125 ราย ยอดรวมหายป่วยสะสม 1,341,144 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 132,573 ราย อาการหนัก 3,582 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 773 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 106 ราย เป็นชาย 64 ราย หญิง 42 ราย เป็นผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป 74 ราย มีโรคเรื้อรัง 25 ราย อยู่ใน กทม. มากที่สุด 22 ราย ทำให้ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตสะสม 15,469 ราย ขณะที่การฉีดวัคซีนวันที่ 19 ก.ย. เพิ่มขึ้น 256,392 โดส ทำให้ขณะนี้มียอดฉีดสะสม 44,742,049 โดส&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า หากดูภาพรวมการติดเชื้อของประเทศลดลง แต่ยังมีพื้นที่ที่มีการติดเชื้อสูงขึ้น คือในเรือนจำและพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นอาการป่วยหนักและเสียชีวิตยังสูง มีการรายงานฉีดวัคซีนพื้นที่ดังกล่าวค่อนข้างน้อย มีเพียงยะลาจังหวัดเดียวที่ฉีดวัคซีนผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัวเกิน 70% จึงต้องให้กำลังใจในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ให้เร่งฉีดวัคซีน ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้ช่วยกันฉีดวัคซีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการรายงานจังหวัดผู้ติดเชื้อสูงสุด 10 จังหวัดแรก คือ กทม. 2,831 ราย, &amp;nbsp;สมุทรปราการ 942 ราย, ชลบุรี 532 ราย, &amp;nbsp;ระยอง 451 ราย, ยะลา 440 ราย, ราชบุรี 424 ราย, นครศรีธรรมราช 338 ราย, &amp;nbsp;สงขลา 334 ราย, นนทบุรี 329 ราย และสมุทรสาคร 325 ราย โดยมีหลายจังหวัดไม่อยู่ใน 10 อันดับแรก แต่มีการระบาดเป็นกลุ่มก้อน เช่น แคมป์คนงาน ที่ ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี กาญจนบุรี, คลัสเตอร์ตลาด งานศพที่อุดรธานี มีผู้ติดเชื้อเกิน 200 ราย ขณะที่ตลาดสดมีการระบาดที่สระแก้ว ชัยภูมิ นครศรีธรรมราช รวมถึงมีที่ศูนย์ฝึกทหารที่สตูล ขณะที่มหาสารคามยังมีการติดเชื้อในวงสุรา &amp;nbsp; ส่วนลำปางพบการติดเชื้อที่สำนักงานทรัพยากรน้ำ จึงขอย้ำหน่วยงานราชการเข้มงวดในการป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวว่า หากเราไปดูแผนที่ประเทศไทยวันนี้ จะเห็นสีเขียว สีเหลืองเพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีสีขาวที่ไม่พบการติดเชื้อในจังหวัดบึงกาฬ ตัวเลขเหล่านี้จะนำมาสู่การพิจารณาวางแผนให้เป็นพื้นที่นำร่องเปิดรับการท่องเที่ยวด้วย &amp;nbsp;สำหรับ กทม.ที่มีการพูดถึงการเปิดเป็นพื้นที่นำร่องกรุงเทพฯ แซนด์บ็อกซ์ เปิดบ้านเปิดเมืองในวิถีชีวิตใหม่ ซึ่งต้องดูจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นหลัก รวมถึงต้องดูจำนวนการฉีดวัคซีนด้วย โดยปัจจุบันกทม.ฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้ว 7,863,347 ราย คิดเป็นร้อยละ102.13 ถือว่าเกินร้อยเพราะรวมฉีดประชากรแฝงเข้าไปด้วย เข็มสองฉีดไปแล้ว 3,277,404 ราย คิดเป็นร้อยละ 42.57 และถ้าดูจำนวนเตียงยังมีเหลืออยู่เพียงพอ ข้อมูลเหล่านี้การเปิดกรุงเทพฯ แซนด์บ็อกซ์เป็นไปได้แน่นอน โดยวันนี้ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่าฯ กทม. รายงานว่ากรุงเทพฯ แซนด์บ็อกซ์ยังไม่กำหนดวันเปิด โดยวันที่ 22 ก.ย.นี้กทม.จะประชุมทางไกลร่วมกับทีม จ.ภูเก็ตที่นำร่องไปก่อนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก ผอ.โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ได้รายงานที่ประชุมว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-14 ก.ย. มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าภูเก็ต 32,005 ราย ตรวจพบผู้ติดเชื้อ 91 ราย โดยภูเก็ตเปิดคลินิกอุ่นใจให้บริการจุดเดียวเบ็ดเสร็จดูแลประชาชน ซึ่งพื้นที่ที่จะเป็นพื้นที่นำร่องคงต้องเรียนรู้จากภูเก็ต โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จะต้องพิจารณา คือพื้นที่ต้องมีมาตรการสาธารณสุขที่พร้อม และมีแผนการรองรับหากพบผู้ติดเชื้อ และหากจำเป็นต้องยุติโครงการมีลำดับขั้นตอนอย่างไร และในพื้นที่อื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า วันที่ 27 ก.ย.นี้จะมีการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ สธ.จะมีการนำเสนอมาตรการในด้านต่างๆ เข้าสู่ที่ประชุม โดยสิ่งที่อยากเน้นย้ำคือผู้ประกอบการจะไม่ถูกหลงลืม มีการนำมาพูดคุยในที่ประชุม ศปก.ศบค. เช่น โรงภาพยนตร์ สถานบันเทิงต่างๆ ตอนนี้เพียงแต่ขอให้เป็นการค่อยๆ เปิด เป็นไปอย่างมั่นคงและปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นโควิดฟรีเซตติงในเดือน ต.ค. โดยจะต้องระดมการฉีดวัคซีนของอำเภอนั้นๆ หรือตำบลนั้นๆ ให้ครบ 80% และการจะเปิดกิจการนั้นพนักงานของร้านจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 100% ซึ่งตอนนี้เราจะได้เห็นอัตราฉีดเกิน 8 แสนโดสต่อวัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า จากการที่บริษัท ไบโอจีนีเทค จำกัด ซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตนำเข้าวัคซีนซิโนฟาร์มในประเทศไทย ได้ยื่นเอกสารกับสำนักงาน อย. เพื่อขออนุญาตขยายกลุ่มอายุผู้ใช้วัคซีน จากเดิมกำหนดไว้ที่ 18 ปีขึ้นไป เป็นตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป โดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญของ อย. และผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงานได้ร่วมกันพิจารณาด้านความปลอดภัยและประสิทธิผลของวัคซีน เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2564 ที่ผ่านมา มีมติยังไม่สามารถอนุญาตขยายการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มในเด็กตั้งแต่ 3 ขวบขึ้นไป เนื่องจากข้อมูลความปลอดภัยในการใช้วัคซีนยังไม่เพียงพอ และขาดข้อมูลด้านประสิทธิผลของวัคซีนในการป้องกันโรคในกลุ่มอายุ 3-17 ปี ทั้งนี้ อย.ได้แจ้งให้ทางบริษัท ไบโอจีนีเทคฯ รับทราบ และขอให้นำส่งข้อมูลเพิ่มเติมแก่ อย.โดยด่วน โดยเฉพาะข้อมูลความปลอดภัยและประสิทธิผลที่ได้จากประสบการณ์การใช้วัคซีนแบบฉุกเฉินในเด็กจากประเทศต่างๆ ที่อนุญาต เช่น สาธารณัฐประชาชนจีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาโดยเร็วต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า จากที่ได้สั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคจำนวน 12 ล้านโดส ตามกำหนดจะส่งมาในเดือนก.ย.นี้ 9 ล้านโดส เดือน ต.ค.อีก 3 ล้านโดส ซึ่งได้ปรับสูตรฉีดวัคซีนเป็นสูตร SA คือ เข็มที่ 1 ซิโนแวค เข็มที่ 2 แอสตร้าเซนเนก้า เพื่อร่นเวลาการรับเข็มที่ 2 ให้เร็วขึ้น คาดว่าสิ้นเดือน ต.ค. จะต้องฉีดซิโนแวคเป็นเข็มที่ 1 ให้หมด และอีกไม่เกิน 8 สัปดาห์ จะได้รับเข็มที่ 2 ครบถ้วน โดยภาพรวมประเทศไทยจะฉีดวัคซีนอย่างทั่วถึงอย่างช้าที่สุดคือต้นเดือน พ.ย. ซึ่งย้ำว่าวัคซีนมีเพียงพอ สธ.จัดหามาเรียบร้อย ขณะนี้เหลือเพียงวิธีกระจายและฉีดวัคซีน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงข้อกังวลของอาจารย์แพทย์ในการฉีดวัคซีนชนิด mRNA ให้กับเด็กที่มีอายุ 12-17 ปี นายอนุทินกล่าวว่า ทุกอย่างจะต้องมีการสรุปในทางการแพทย์ สธ.ก็มีทีมการแพทย์อยู่ ในที่ประชุมอีโอซีไม่ได้มีแค่แพทย์ในสังกัด สธ. แต่มีแพทย์ คณบดีคณะแพทย์ แพทย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการวิชาการ ดังนั้นจะต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วจึงนำมาใช้กับประชาชนได้ ส่วนกรณีผู้ปกครองที่อยากให้ลูกฉีดเป็นชนิดเชื้อตาย ขณะนี้ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากบริษัทผู้ผลิต ยังไม่ได้ปรับทะเบียนการใช้วัคซีนกับสำนักงาน อย. แม้แต่ในประเทศเขาเองก็ยังไม่ได้ปรับเช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการเปิดประเทศนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่ทุกอย่างต้องผ่านความเห็นชอบจาก ศบค.ก่อน ทุกหน่วยงานสามารถคิดเพื่อเสนอได้ หากมีปัญหาต้องตอบให้ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีปัญหาอะไร ส่วนวัคซีนจะต้องเร่งฉีดในทุกจังหวัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินเปิดเผยด้วยว่า ที่ประชุมผู้บริหารระดับสูง สธ.เมื่อเร็วๆ นี้ เห็นชอบแนวทางสร้างขวัญและกำลังใจบุคลากรสธ. ที่ทุ่มเท อดทน และเสียสละ เพื่อดูแลรักษา ป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 อย่างเต็มที่มาเกือบ 2 ปี ได้แก่ 1.การขอเพิ่มอายุราชการเพิ่มทวีคูณสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้ง 2.เงินเพิ่มพิเศษ 7 เดือนสำหรับบุคลากร สธ.ที่ปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด-19 ในอัตรา 1,500 บาท และ 1,000 บาทต่อเดือน ได้กำชับให้เร่งรัดการเบิกจ่าย คาดว่าจะเบิกจ่ายแล้วเสร็จภายในปี 2564 3.การพิจารณาเลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษนอกเหนือโควตาปกติร้อยละ 1 กรณีผู้ปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด-19 ได้เร่งรัดให้เบิกจ่ายให้ครบถ้วนเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.การจ้างงานเฉพาะกิจพนักงานราชการ ตามมติคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ (คพร.) เมื่อวันที่ 11 ส.ค.2564 กรอบอัตรากำลัง 5,000 อัตรา ไม่เกิน 1 ปี เป็นนายแพทย์ 504 อัตรา, พยาบาลวิชาชีพ 3,945 อัตรา และนักวิชาการสาธารณสุข 551 อัตรา ใช้งบประมาณ 4,335 ล้านบาท โดยให้กรมต่างๆ ทบทวนเสนอจำนวนการคัดเลือกเพื่อจะได้นำเข้า อกพ.สธ.พิจารณาต่อไป 5.เสนอขอรับจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ 35,387 อัตรา ด้วยวิธีคัดเลือกกรณีพิเศษ 6.ค่าตอบแทนฉีดวัคซีนนอกสถานบริการให้แก่บุคลากร สธ. 4 เดือน ซึ่ง ครม.อนุมัติงบกลางแล้ว 1,877 ล้านบาท โดยแพทย์ ทันตแพทย์อัตรา 1,500 บาทต่อวัน พยาบาลและเจ้าหน้าที่อื่นๆ อัตรา 1,000 บาทต่อวัน และ 7.การขอเพิ่มค่าตอบแทนนอกเวลาราชการ (โอที) 2 เท่า.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117325</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทยอยเปิดโรงหนัง-สถานบันเทิง, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ศบค.ชุดใหญ่ถก 27 ก.ย., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โควิด-19, ไทยติดเชื้อใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_6147d97dc659b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ติดเชื้อตํ่า2หมื่นแต่ดับยังสูง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยติดเชื้อใหม่ 19,014 ราย เสียชีวิตอีก 233 ราย คร่าเด็ก 7 เดือน-หญิงตั้งครรภ์ กทม.ยังหนักป่วยเพิ่ม 4.3 พันราย สธ.ชง ศบค.ยกระดับมาตรการสกัดแพร่เชื้อในตลาด ตรวจเชิงรุกผู้ค้า-ลูกจ้าง-ชุมชนโดยรอบ สปสช.ปรับเกณฑ์ค่ารักษา HI-CI เริ่ม 1 ก.ย. นิด้าโพลชี้รอบนี้ระบาดหนักจาก ปชช.ประมาท-วัคซีนไม่พอ นครพนมวุ่นเจอคลัสเตอร์แม่ค้าขายผัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม เวลา 12.30 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อใหม่ 19,014 ราย &amp;nbsp;เป็นการติดเชื้อในประเทศ 18,808 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 16,428 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 2,380 ราย มาจากเรือนจำ &amp;nbsp;196 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 10 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมตั้งแต่ปี 2563 จำนวน 1,049,295 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 20,672 &amp;nbsp;ราย หายป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 จำนวน 839,639 ราย อยู่ระหว่างรักษา &amp;nbsp;200,339 ราย อาการหนัก 5,239 ราย ใส่ท่อช่วยหายใจ 1,117 ราย และมีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 233 ราย เป็นชาย 140 ราย หญิง 93 ราย &amp;nbsp;อยู่ใน กทม.มากสุด 71 ราย มีผู้เสียชีวิตอายุน้อยสุด 7 เดือน 1 ราย อยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้มีหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต 2 ราย อยู่ที่ &amp;nbsp;กทม. รวมถึงมีผู้เสียชีวิตที่บ้านและอยู่ระหว่างการนำส่งโรงพยาบาล 4 &amp;nbsp;ราย อยู่ที่ กทม. 2 ราย ฉะเชิงเทรา 1 ราย และชุมพร 1 ราย ทำให้ขณะนี้ยอดผู้เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ปี 63 มีจำนวน 9,320 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีการติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. 4,399 ราย &amp;nbsp;สมุทรสาคร 1,499 ราย ชลบุรี 1,092 ราย สมุทรปราการ 749 ราย &amp;nbsp;นนทบุรี 690 ราย นครปฐม 638 ราย ราชบุรี 560 ราย ฉะเชิงเทรา 488 &amp;nbsp;ราย นครราชสีมา 484 ราย สระบุรี 390 ราย อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลการตรวจแบบ ATK ของวันที่ 22 ส.ค. มีผลบวก 2,039 ราย โดยจำนวนนี้จะยังไม่นับรวมกับยอดผู้ติดเชื้อยืนยันรายวัน เนื่องจากต้องตรวจยืนยันด้วยวิธี RT-PCR ก่อน หากผลยืนยันเป็นบวกจึงจะนำไปรวมกับยอดผู้ติดเชื้อยืนยันรายใหม่ในภายหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;กล่าวว่า จากที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้ติดตามข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วประเทศ พบว่าในส่วนของพื้นที่สีแดงเข้มโดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีผู้ติดเชื้อที่เชื่อมโยงกับตลาดสดและตลาดนัด โดยตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-10 ส.ค.พบการติดเชื้อใน 23 จังหวัด ในตลาด 132 แห่ง ผู้ติดเชื้อรวม 14,678 คน สธ.จึงได้จัดทำมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในตลาด ซึ่งที่ประชุม ศบค.ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค.เป็นประธานการประชุมจะได้พิจารณาเพื่อดำเนินการต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในตลาด ประกอบด้วยมาตรการ 3 ส่วน ได้แก่ มาตรการป้องกันคน, ป้องกันสถานที่ (ตลาด) และจัดการระบบเฝ้าระวังควบคุมโรค โดยจะมีการตรวจคัดกรองเชิงรุกด้วยชุดตรวจ ATK ในกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้ค้า, ลูกจ้าง, &amp;nbsp;แรงงานที่เดินทางเข้าออก, ผู้อยู่อาศัยที่ประกอบธุรกิจอยู่โดยรอบ และมีการสุ่มตรวจผู้ซื้อที่เดินทางเข้าไปใช้บริการในตลาด ดำเนินการในจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มทั้ง 29 จังหวัด โดยแบ่งดำเนินการเป็น 3 ระยะ &amp;nbsp;ระยะที่ 1 ดำเนินการใน 9 จังหวัดสีแดงเข้ม ได้แก่ กรุงเทพฯ, นนทบุรี, &amp;nbsp;ปทุมธานี, สมุทรปราการ, ราชบุรี, ชลบุรี, นครราชสีมา, สงขลา และสระแก้ว เป้าหมายที่ตลาดค้าส่งและตลาดขนาดใหญ่ (500 แผงขึ้นไป) &amp;nbsp;ตลาดที่มีความเสี่ยงสูง มีชุมชนรอบตลาด รวม 27 แห่ง ระยะที่ 2 &amp;nbsp;ดำเนินการตรวจพื้นที่ตลาดทุกขนาดในจังหวัดสีแดงเข้ม 16 จังหวัด &amp;nbsp;ครอบคลุมตลาด 117 แห่ง และระยะที่ 3 ดำเนินการครอบคลุมตลาดทุกขนาดในพื้นที่สีแดงเข้มทั้ง 29 จังหวัด รวมตลาด 683 แห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลีกล่าวว่า การประเมินเบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการตรวจครอบคลุมเป้าหมาย 202,010 คน ตรวจทุกสัปดาห์เป็นเวลา 4 สัปดาห์ &amp;nbsp;ใช้ชุดตรวจ ATK 808,040 ชุด มีการสำรองสำหรับกรณีตรวจเชิงรุกอีก &amp;nbsp;41,960 ชุด รวมใช้ชุดตรวจ ATK ตามมาตรการนี้รวม 850,000 ชุด ซึ่งจะขอรับการสนับสนุนชุดตรวจจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ต่อไป นอกจากดำเนินการตรวจเชิงรุกแล้ว ตามมาตรการนี้จะมีการให้วัคซีนแก่ผู้เกี่ยวข้องในตลาดตามลำดับความเสี่ยง รวมถึงดำเนินมาตรการอื่นควบคู่ เช่น การมีแผนเผชิญเหตุ การจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามหรือสถานที่แยกกัก เพื่อรองรับกรณีผู้ติดเชื้อหรือพบผู้มีผลตรวจ ATK เป็นบวก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกประจําสํานักนายกฯ กล่าวด้วยว่า นายกฯ ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการป้องกันการรวมกลุ่มจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ รวมกลุ่มดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มั่วสุมในแหล่งอบายมุข ฝ่าฝืนพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย หากพบว่าเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจให้เกิดกิจกรรมมั่วสุมจะต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 ส.ค.64 สปสช.ได้จัดประชุมชี้แจงระบบการจ่ายชดเชยบริการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดที่บ้าน (Home &amp;nbsp;Isolation) และการดูแลผู้ติดเชื้อโควิดในระบบชุมชน (Community &amp;nbsp;Isolation) สำหรับผู้มีสิทธิหลักประกันหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยเดิม สปสช.จ่ายค่าดูแลรักษา HI หรือ CI แบบเหมาจ่าย 1,000 บาท/วัน จึงมีการปรับหลักเกณฑ์การจ่ายชดเชยค่าบริการให้เหมาะสมยิ่งขึ้น &amp;nbsp;โดยตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นี้เป็นต้นไป หน่วยบริการเบิกค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยแบบไม่รวมค่าอาหาร จะเหมาจ่ายในอัตรา 600 บาท/วัน แต่หากหน่วยบริการไหนที่จัดบริการโดยจัดหาอาหารแก่ผู้ป่วยด้วย ให้เบิกในอัตราเดิมคือ 1,000 บาท/วัน นอกจากนี้แล้ว สปสช.ยังเพิ่มรายการจ่ายเพิ่มเติมคือค่าออกซิเจนในอัตรา 450 บาท/วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;ทำไม COVID-19 &amp;nbsp; รอบนี้ระบาดหนัก&amp;rdquo; จากการสำรวจเมื่อถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดการระบาดอย่างมาก พบว่าส่วนใหญ่ ร้อยละ 37.75 ระบุว่าประชาชนส่วนหนึ่งประมาทในการป้องกัน และประเทศมีวัคซีนไม่เพียงพอ ในสัดส่วนที่เท่ากัน รองลงมา ร้อยละ 36.00 การฉีดวัคซีนเป็นไปอย่างช้ามาก ร้อยละ 31.43 ประชาชนส่วนหนึ่งไม่ให้ความร่วมมือในการป้องกัน ร้อยละ &amp;nbsp;25.80 รัฐบาลไม่ยอมล็อกดาวน์แบบเบ็ดเสร็จ ร้อยละ 21.31 สายพันธุ์เดลตาติดง่ายมาก และร้อยละ 17.73 ศบค.บริหารงานผิดพลาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมรายงานว่า ขณะนี้เกิดคลัสเตอร์แม่ค้าขายส่งผัก โดยแม่ค้าวัย 20 ปีดังกล่าวขายผักในตลาดสดทั้งในพื้นที่จังหวัดนครพนมและสกลนคร ซึ่งติดเชื้อจากหลานชายวัย 7 ขวบที่เดินทางมากับครอบครัวจากพื้นที่สีแดงเข้มเมื่อวันที่ 12 ส.ค. โดยแม่ของเด็กวัย 7 &amp;nbsp;ขวบได้เข้ารักษาที่ รพ.แล้ว แต่ผลตรวจโควิดเด็กครั้งแรกเป็นลบ แทนที่จะกักตัวในสถานกักกันโรคของท้องที่ ปรากฏว่ากลับให้นำเด็กไปดูแลที่บ้านในพื้นที่บ้านนามน หมู่ที่ 6 ต.บ้านผึ้ง และต่อมาตรวจอีกครั้งพบว่าเด็กติดโควิด จึงนำบุคคลในครอบครัว 9 รายมาตรวจ พบว่าน้าสาวซึ่งเป็นแม่ค้าผักติดโควิด จังหวัดจึงมีคำสั่งปิดตลาดถาวรตลาดโชคอำนวย &amp;nbsp;และตลาดสดเทศบาลเมืองนครพนม (บางส่วน) รวมทั้งตลาดสด อบต.บ้านผึ้ง และล็อกดาวน์บ้านนามน หมู่ที่ 6 ต.บ้านผึ้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าทำการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อตั้งแต่วันที่ 22-24 ส.ค. นอกจากนี้ได้ประกาศให้ผู้ค้าและลูกค้าที่ไปซื้อของระหว่างวันที่ 15-19 ส.ค.มาตรวจหาเชื้อด่วน &amp;nbsp;ขณะที่คุณยายของเด็กซึ่งเป็นแม่ค้าขายผักที่ตลาดนาโพธิ์ หากผลตรวจวันที่ 23 ส.ค.มีผลเป็นบวกก็ต้องปิดตลาดดังกล่าวยาว 14 วันเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม แถลงว่า พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่ม 25 ราย ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนผู้ป่วยรายวันที่ต่ำสุดในรอบ &amp;nbsp;43 วัน แต่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย เป็นหญิงสูงวัยอายุ 66 ปี ส่วนคลัสเตอร์แม่ค้าขายผักนั้นได้สั่งการให้นายอำเภอเมืองนครพนมตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ว่าเกิดจากความบกพร่องของเจ้าหน้าที่เองหรือคนในครอบครัวของเด็กชายวัย 7 ขวบ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114185</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม.ยังหนักป่วย, คร่าเด็ก 7 เดือน-หญิงตั้งครรภ์, ศบค.ยกระดับมาตรการสกัดแพร่เชื้อในตลาด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทยติดเชื้อใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210822/image_big_6121a00851cec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ป่วยแสนรายรักษาตัวที่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยติดเชื้อใหม่ 19,603 ราย ดับ 149 ราย มีทารกวัย 4 เดือนเสียชีวิตที่สมุทรปราการ พบเด็กติดโควิดแล้วกว่า 3 หมื่นราย เผยผู้ป่วยสีเขียวแสนรายรักษาที่บ้าน ขณะที่ตัวเลขหายป่วยกลับบ้านสูงขึ้น &amp;nbsp; ทำให้เตียงสีแดง กทม.ว่าง 5 พันเตียง กรมอนามัยห่วงโควิดลามครอบครัว เผยผลโพลไม่ประเมินความเสี่ยงคนในบ้านสูงถึง 83.4% ขอเข้มมาตรการ-เว้นระยะห่าง อภ.ปรับแผนจัดหายาฟาวิพิราเวียร์ ยัน ส.ค-ก.ย.ได้ 120 ล้านเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โควิด-19 &amp;nbsp;ประจำวันว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 19,603 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 19,278 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ &amp;nbsp;16,119 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 3,159 ราย จากเรือนจำและที่ต้องขัง 313 ราย และเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ &amp;nbsp;12 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 776,108 ราย ผู้หายป่วยเพิ่ม &amp;nbsp;19,819 ราย หายป่วยสะสม 555,334 ราย อยู่ระหว่างการรักษา &amp;nbsp;214,421 ราย อาการหนัก 5,218 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ &amp;nbsp;1,084 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 149 ราย เป็นชาย 84 ราย หญิง 65 &amp;nbsp;ราย พบใน กทม.มากสุด 54 ราย รองลงมาคือ สมุทรปราการ 20 &amp;nbsp;ราย มีผู้เสียชีวิตที่บ้าน 26 ราย อยู่ที่ กทม. 24 ราย ชลบุรี 2 ราย &amp;nbsp;โดยผู้เสียชีวิตวันนี้อยู่ในกลุ่มผู้มีอายุเกิน 60 ปี และมีโรคเรื้อรังรวมกันถึง 84% มีทารกอายุ 4 เดือน 1 ราย เป็นชาวเมียนมา ที่ จ.สมุทรปราการ รวมมีผู้เสียชีวิตสะสม 6,353 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กได้หารือถึงกรณีเด็กเสียชีวิต เนื่องจากวันที่ &amp;nbsp;8 ส.ค.ที่ผ่านมา มีทารกอายุ 14 วัน เป็นชาวเมียนมา เสียชีวิตที่ จ.เพชรบูรณ์ และมีข้อมูลเข้ามาว่าที่ผ่านมามีเด็กติดเชื้อโควิด-19 ประมาณกว่า 3 หมื่นราย เสียชีวิตถึง 9 ราย โดย 8 ใน 9 มีโรคประจำตัว กรมควบคุมโรคจึงเน้นย้ำกรณีที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงวัย &amp;nbsp;และผู้ป่วยติดเตียงอยู่ที่บ้าน ขอให้แยกห้องนอนผู้สูงอายุ หากบ้านมีพื้นที่จำกัดให้ใช้ฉากกั้นและให้ผู้สูงอายุอยู่ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี &amp;nbsp;รวมถึงให้หมั่นทำความสะอาดพื้นที่ใช้สอยร่วมกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ข้อมูลระหว่างวันที่ 18 ก.ค.-7 ส.ค. พบผู้เสียชีวิต 2,417 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน 838 ราย &amp;nbsp;เป็นผู้รับวัคซีนไปแล้ว 1 เข็ม โดยระยะติดเชื้อน้อยกว่า 2 สัปดาห์ &amp;nbsp;149 ราย เป็นผู้ได้รับวัคซีนเกิน 2 สัปดาห์ และมีการติดเชื้อ 82 ราย &amp;nbsp;เป็นผู้ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม 13 ราย คิดเป็นตัวเลข 0.5% &amp;nbsp;กระทรวงสาธารณสุขจึงเน้นย้ำการเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้มีโรคประจำตัว และหญิงตั้งครรภ์ เพราะการเสียชีวิตในกลุ่มที่รับวัคซีน 2 เข็มมีเพียง 0.5% &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 10 จังหวัดที่มีตัวเลขผู้ติดเชื้อสูงสุด ได้แก่ กทม. &amp;nbsp;3,114 ราย สมุทรปราการ 1,388 ราย สมุทรสาคร 1,378 ราย &amp;nbsp;ชลบุรี 1,318 ราย นนทบุรี 803 ราย ปทุมธานี 708 ราย &amp;nbsp;อุบลราชธานี 615 ราย นครปฐม 557 ราย สระบุรี 504 ราย &amp;nbsp;นครราชสีมา 440 ราย พบคลัสเตอร์ใหม่ในต่างจังหวัด 7 แห่ง &amp;nbsp;ประกอบด้วย บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้า อ.เมืองปทุมธานี พบผู้ติดเชื้อ 9 &amp;nbsp;ราย บริษัทโลหะแผ่น อ.หนองแค จ.สระบุรี 28 ราย บริษัทชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อ.เมืองฉะเชิงเทรา 12 ราย โรงงานแปรรูปไก่ อ.เมืองราชบุรี 46 ราย ตลาดโบว์ลิง อ.เมืองจันทบุรี 16 ราย โรงงานอุตสาหกรรมอาหาร อ.เมืองกาญจนบุรี 31 ราย โรงงานน้ำแข็ง อ.ละแม จ.ชุมพร 30 ราย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พญ.อภิสมัยกล่าวว่า กรณีผู้ป่วยติดต่อมายังสายด่วน 1330 &amp;nbsp;และมีการติดต่อกลับภายใน 24 ชั่วโมง พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ &amp;nbsp;80-70% เป็นผู้ป่วยระดับสีเขียว และหากไปดูอัตราครองเตียงระหว่างเดือน ก.ค.กับสัปดาห์แรกของเดือน ส.ค. พบว่ากราฟการรอเตียงของผู้ป่วยสีเขียวในเดือน ก.ค.ตั้งชันขึ้น แต่สัปดาห์แรกของเดือน &amp;nbsp;ส.ค.กราฟการรอเตียงของผู้ป่วยสีเขียวปักหัวลง เนื่องจากมีผู้ป่วยได้รับการจัดสรรให้รักษาตัวที่บ้านหรือศูนย์พักคอยจำนวนมากขึ้น โดยตอนนี้ใน กทม.มีหน่วยปฐมภูมิที่ดูแลผู้ป่วยที่รักษาตัวที่บ้านทั้งสิ้น 246 &amp;nbsp;หน่วย มีผู้เข้าระบบรักษาตัวที่บ้านประมาณกว่าแสนราย&amp;nbsp;
กทม.เตียงสีแดงว่าง 5 พัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีศูนย์พักคอยในชุมชน 67 แห่งแล้ว มีเตียง &amp;nbsp;8,886 เตียง หากรวมกับเอกชนแล้วมีเกิน 84 แห่ง โดยมีถึง 7 &amp;nbsp;แห่งที่สามารถดูแลผู้ป่วยสีเหลืองได้ ขณะที่ช่วงที่ผ่านมามีเตียงผู้ป่วยสีแดงเพิ่มขึ้น จากกรณีผู้ป่วยได้รับอนุญาตให้กลับบ้านวันละประมาณ &amp;nbsp;1.4 หมื่นเตียง เฉพาะ กทม.มีเตียงสีแดงว่างถึง 5 พันเตียง และยังจะมีการปรับศักยภาพโรงพยาบาลสนามให้สามารถดูแลผู้ป่วยสีเหลืองเพิ่มขึ้นได้กว่า 2 พันเตียง รวมถึงฮอสพิเทลที่จะปรับให้ดูแลผู้ป่วยสีเหลืองเกือบ 4 พันเตียง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ประชุม ศปก.ศบค.ได้รับทราบความคืบหน้าความร่วมมือของเทคฟอร์ไทยแลนด์ ที่ได้รวบรวมสถานที่จุดตรวจโควิด-19 ที่เปิดให้บริการใน Koncovid.com ซึ่งแสดงที่ปักหมุดตรวจให้ทุกคนสามารถตรวจหาได้ และยังมีการเพิ่มปักหมุดศูนย์พักคอยหรือศูนย์แยกกักในชุมชนให้แล้ว ดังนั้น ทุกคนสามารถค้นหาได้โดยการใส่รหัสไปรษณีย์ของพื้นที่ที่ต้องการค้นหา สามารถค้นหาศูนย์พักคอยได้ทันที &amp;nbsp; ทั้งนี้ สธ.ยังแจ้งด้วยว่า ศูนย์พักคอยที่มีความพร้อมแต่ยังไม่มีโรงพยาบาลพี่เลี้ยงสามารถแจ้งเข้ามาที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ให้ช่วยจัดหาโรงพยาบาลพี่เลี้ยงให้ดูแลได้ นอกจากนี้ โทรศัพท์ทุกเขตในกรุงเทพมหานคร 50 หมายเลข หมายเลขละ 20 คู่สายนั้น ตอนนี้ประชาชนใช้บริการเกินวันละ 5,000 ครั้ง จึงจะมีการจ้างพนักงานเพิ่มเพื่อให้บริการสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ขณะนี้ใน กทม.มีคนเข้าระบบรักษาตัวที่บ้านกว่า 100,000 คนแล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือถึงการตั้งระบบรักษาตัวที่บ้านในกลุ่มพิเศษ อาทิ กลุ่มผู้ป่วยจิตเวชที่อาจมีประวัติใช้สารเสพติด หรือกลุ่มเด็กพิเศษ ซึ่งกรมสุขภาพจิตและสถาบันราชานุกูลจะเข้ามาเป็นโรงพยาบาลพี่เลี้ยง เพื่อให้การดูแลได้อย่างครบถ้วนสำหรับกลุ่มผู้ป่วยที่มีความต้องการพิเศษนี้ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าวด้วยว่า การทำงานของทีม CCRT ของแพทย์ชนบทที่เดินเท้าเข้าชุมชน ช่วยประชาชนทุกซอกทุกซอย ช่วยทั้งผู้ป่วยติดเตียง คนท้อง คนน้ำหนักเยอะ ซึ่งได้รับความชื่นชมจากประชาชน ซึ่งทีม CCRT จะรับสมัครอาสาสมัครเพิ่มเติม โดยจะมีนักศึกษาแพทย์เข้าร่วมทีมในสัปดาห์นี้อีก 200 คน ซึ่งต้องขอขอบคุณและทีมอาสาสมัครเหล่านี้จะได้รับการจัดสรรวัคซีนด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย &amp;nbsp;อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 &amp;nbsp;ยังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่พบมีการติดเชื้อกันเองภายในครอบครัวร้อยละ 20 มีการติดเชื้อกันภายในชุมชนร้อยละ 20 &amp;nbsp;และจากข้อมูลการเสียชีวิตของผู้ป่วยในช่วง​ 14​ วันที่ผ่านมา พบผู้เสียชีวิตติดเชื้อในครอบครัวร้อยละ 18 ติดจากเพื่อนบ้านในชุมชน​ร้อยละ 23 &amp;nbsp;และติด​จากการเดินทาง​ไปพื้นที่เสี่ยง หรืออยู่ในพื้นที่เสี่ยง​ร้อยละ 51&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งจากผลสำรวจอนามัยโพล ประเด็นการประเมินความเสี่ยงและพฤติกรรมการป้องกันโรคของครอบครัว ระหว่างวันที่ 19 &amp;nbsp;กรกฎาคม - 4 สิงหาคม 2564 พบว่าคนในครอบครัวไม่มีการประเมินความเสี่ยงของสมาชิกในบ้าน เช่น ไม่มีการสังเกตอาการเบื้องต้น ตรวจวัดอุณหภูมิ หรือไม่ใช้แอปพลิเคชันไทยเซฟไทย เป็นต้น สูงถึงร้อยละ &amp;nbsp;83.4 &amp;nbsp;สำหรับในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พบว่าประชาชนไม่มีการประเมินความเสี่ยงของคนในบ้าน ร้อยละ 67.5 ส่วนพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ในบ้านที่ประชาชนเห็นด้วยและสามารถทำได้มากที่สุดคือ การแยกกันกินเมื่ออยู่ในบ้าน ร้อยละ 53.1 รองลงมาคือ การเว้นระยะห่าง ร้อยละ 50.1 และการสวมหน้ากากในบ้านตลอดเวลา ร้อยละ 49.9 ตามลำดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงนี้ &amp;nbsp;กรมอนามัยจึงขอความร่วมมือให้ทุกคนในครอบครัวปฏิบัติตามมาตรการของ สธ.อย่างเคร่งครัด แต่หากไม่สามารถเว้นระยะห่างได้ &amp;nbsp;โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทำกิจกรรมใกล้ชิดกับสมาชิกในครอบครัว เช่น ดูทีวีร่วมกัน พูดคุยกัน เมื่ออยู่ในห้องปรับอากาศร่วมกัน หรือเมื่ออยู่ใกล้ชิดกับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยติดเตียงในบ้าน ต้องให้คนในครอบครัวสวมหน้ากากอนามัย นอกจากนี้ให้งดการกินอาหารร่วมกัน รวมถึงแยกของใช้ส่วนตัว ลดหรือเลี่ยงการออกไปในสถานที่เสี่ยงนอกบ้าน&amp;nbsp;
จัดหายาฟาวิฯ 120 ล้านเม็ด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม (อภ.) กล่าวว่า อภ.ได้ทำการปรับแผนการสำรองยาฟาวิพิราเวียร์เพื่อจ่ายยาให้ผู้ป่วยเร็วขึ้นอย่างเพียงพอและต่อเนื่อง โดยจะมีการเพิ่มการสำรองทั้งจากยาที่ อภ.ผลิตเองและจัดหาจากต่างประเทศ โดย ส.ค.-ก.ย. รวม 2 เดือน &amp;nbsp;จำนวน 120 ล้านเม็ด &amp;nbsp;และ ต.ค.-ธ.ค.เพิ่มอีกเดือนละ 100 ล้านเม็ด รวมจำนวน 300 ล้านเม็ด นอกจากนี้ในเดือนนี้ได้จัดหายาแรมเดซิเวียเป็น 2 &amp;nbsp;แสนขวด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรปราการ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 1,388 ราย เป็นผู้ป่วยในพื้นที่จำนวน 1,232 ราย และเสียชีวิต 17 ราย โดยที่ว่าการอำเภอเมืองสมุทรปราการปิดให้บริการ 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 9-12 ส.ค.เพื่อพ่นยาฆ่าเชื้อ ส่วนเทศบาลนครสมุทรปราการมีเจ้าหน้าที่ติดเชื้อ ทำให้เจ้าหน้าที่เทศกิจจำนวนกว่า 20 คนต้องถูกกักตัว 14 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.บุรีรัมย์ มีติดเชื้อใหม่จำนวน 292 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม &amp;nbsp;6,864 ราย เสียชีวิตสะสม 12 ราย รักษาหายแล้ว 937 ราย ยังรักษาอยู่ 5,915 ราย กระจายตามโรงพยาบาลต่างๆ ในพื้นที่จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครราชสีมา นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด กล่าวว่า พบผู้ป่วยใหม่นิวไฮต่อเนื่องจำนวน 562 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 5 ราย รวมมีผู้ป่วยสะสม 10,915 ราย รักษาหายแล้ว 4,630 ราย ยังรักษาอยู่ 6,199 &amp;nbsp;ราย เสียชีวิตรวม 86 ราย โดยพบ 5 คลัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าระวัง ส่วนคลัสเตอร์โรงงานแปรรูปไก่ 2 แห่ง ใน ต.ท่าเยี่ยม กับ ต.กระโทก ในพื้นที่ อ.โชคชัย ขอให้ประชาชนสบายใจได้เพราะจังหวัดดูแลควบคุมป้องกันอย่างเข้มงวด และผู้ประกอบการทั้ง 2 แห่งให้ความร่วมมือกับจังหวัดเป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นโมเดลหรือตัวอย่างที่ดีกับโรงงานอื่นในการควบคุมการระบาดภายในสถานประกอบการ อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ของระบาดวิทยาตัวเลขผู้ป่วยยังน่าจะอยู่ในระดับนี้ไปจนถึงกลางเดือนส.ค. หลังจากนั้นปลายเดือนตัวเลขผู้ป่วยน่าจะลดลง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีข่าวดีว่าเด็กทารกเพศชาย วัย 1 เดือน พร้อมคุณแม่ ซึ่งทั้งสองคนติดโควิดและเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา แพทย์ได้รักษาทั้งคู่หายเป็นปกติแล้ว โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา ได้รับตัวทั้งสองคนกลับไปกักตัวดูอาการต่อที่บ้านพักในพื้นที่บ้านงิ้ว ตำบลคูขาด อำเภอคง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สงขลา พบผู้ป่วยใหม่ 160 ราย เสียชีวิต 1 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.ปัตตานี สถานการณ์โควิด-19 ยังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าเป็นห่วง พบผู้ติดเชื้อใหม่อีก 225 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 4 ราย ปัจจุบันมียอดผู้ป่วยสะสม 11,516 ราย รักษาหาย 7,571 ราย และเสียชีวิตสะสม 161 ราย ในจำนวนนี้พบว่าอำเภอเมืองปัตตานีมียอดติดเชื้อสะสมมากที่สุดกว่าอำเภออื่นๆ จำนวน 4,153 ราย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112752</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ช่วยโฆษก, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, มีทารกวัย 4 เดือนเสียชีวิตที่สมุทรปราการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทยติดเชื้อใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_61107c07792a1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
