<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2018 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2018 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“เสรีพิศุทธ์&quot;  ซัด ไทยนิยมคือการซื้อเสียงล่วงหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เสรีพิศุทธ์&amp;quot; &amp;nbsp;ซัด ไทยนิยม จงใจเอางบประมาณรัฐซื้อเสียงล่วงหน้าเอื้อพปชร.ยึดการเมืองเป็นหลัก ชาวบ้านเป็นรองหวั่นคุมทุจริตไม่อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่4 พย. พล.ต.อ.เสรี พิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย กล่าวถึงโครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาลว่า เป็นโครงการที่ต่อยอมมาจากโครงการประชารัฐของคสช. ที่มีการนำชื่อโครงการดังกล่าวไปตั้งเป็นชื่อพรรคการเมือง ที่มีข่าวจะสนับสนุนให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.เป็นนายกฯอีกครั้ง ซึ่งการทำงานของคสช.เป็นการแฝงเอาการเมืองเป็นหลักมากกว่าการยึดผลประโยชน์ของประชาชน ที่สำคัญจากเดิมที่โครงการดังกล่าวจะเสร็จสิ้นในเดือนก.ย. แต่เมื่อยังไม่ถึงวันเลือกตั้งจึงมีการขยายโครงการออกไปถึงเดือนมี.ค. 62 หรือหลังการเลือกตั้งที่จะถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มองว่าอาจเป็นการจงใจเจตนานำงบประมาณของรัฐเพื่อซื้อเสียงล่วงหน้าให้พรรครัฐบาลหรือไม่ ที่ผ่านมารัฐบาลเอาเปรียบพรรคการเมืองอื่นมาตลอด รัฐบาลไม่ควรนำเงินงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชนไปกระจายยังหมู่บ้านต่างๆถึง 8 หมื่นกว่าหมู่บ้าน เพราะการกระจายงบประมาณไปจังหวัด ไปอำเภอ ไปตำบล ไปหมู่บ้าน รัฐบาลจะมีปัญญาในการควบคุมไม่ให้มีการทุจริตได้หรือไม่ อาจเกิดการทุจริตคอรัปชั่นเหมือนที่ไปกล่าวหารัฐบาลก่อนๆได้ สรุปแล้วโครงการไทยนิยมยั่งยืนประชาชนไม่ได้รับประโยชน์ เป็นการเอาเงินภาษีของประชาชนไปใช้หาเสียงให้ตัวเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21293</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซื้อเสียงล่วงหน้า, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเสรีรวมไทย, พล.ต.อ.เสรี พิศุทธ์ เตมียเวช, ไทยนิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181024/image_big_5bd02352ef124.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2018 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2018 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลสำรวจพบคนส่วนใหญ่เคยได้ยินโครงการ&#039;ไทยนิยมยั่งยืน&#039;แต่ไม่รู้ว่าทำอะไร!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;12 พ.ค.61 - ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง โครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24 เมษายน &amp;ndash; 1 พฤษภาคม 2561 จากประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,050 หน่วยตัวอย่าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจ เมื่อถามถึง โครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 41.46 เคยได้ยินชื่อ โครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; มาบ้าง แต่ไม่รู้ว่าทำอะไร ร้อยละ 37.81 ระบุว่า รู้จัก โครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; และร้อยละ 20.73 ระบุว่า ไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อ โครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; เลย สำหรับช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ โครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 62.77 ระบุว่าเคยได้ยินหรือรับรู้ข้อมูลข่าวสารของ โครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; ผ่านทางสื่อโทรทัศน์ รองลงมา ร้อยละ 52.00 จากผู้นำชุมชน ร้อยละ 29.97&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร้อยละ 24.74 จากสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook หรือ Line ร้อยละ 17.35 ครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จัก ร้อยละ 14.71 สื่อวิทยุ ร้อยละ 6.58 สื่อสิ่งพิมพ์ ร้อยละ 5.05 ป้ายประกาศ แผ่นพับ หรือใบปลิว ร้อยละ 0.92 ช่องทางอื่น ๆ เช่น การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี หรือเสียงตามสายภายในชุมชน และร้อยละ 0.62 ทางเว็บไซต์ เช่น Mthai Manager เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; จากผลสำรวจพบว่า โดยภาพรวมประชาชนส่วนใหญ่ ระบุว่า &amp;ldquo;ค่อนข้างเข้าใจ&amp;rdquo; ในหลักการหรือแนวคิดของโครงการ ฯ &amp;nbsp;เมื่อพิจารณาตามกรอบการดำเนินการทั้ง 10 เรื่อง ดังนี้ (1) เรื่องสัญญาประชาคมผูกใจไทยเป็นหนึ่ง ร้อยละ 51.71 (2) เรื่องคนไทยไม่ทิ้งกัน&amp;nbsp;ร้อยละ 47.27 (3) เรื่องชุมชนอยู่ดีมีสุข ร้อยละ 48.39 (4) เรื่องวิถีไทยวิถีพอเพียง&amp;nbsp;ร้อยละ 45.22 (5) เรื่องรู้สิทธิ รู้หน้าที่ รู้กฎหมาย ร้อยละ 44.78 (6) เรื่องรู้กลไกการบริหารราชการ ร้อยละ 47.27 (7) เรื่องรู้รักประชาธิปไตยไทยนิยม ร้อยละ 48.20 (8) เรื่องรู้เท่าทันเทคโนโลยี&amp;nbsp;ร้อยละ 48.78 (9) เรื่องร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด ร้อยละ 47.51 และ (10) เรื่องงานตามภารกิจของทุกหน่วยงาน ร้อยละ 46.34&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; ตามกรอบการดำเนินการทั้ง 10 เรื่อง (เฉพาะผู้ที่เข้าใจหรือค่อนข้างเข้าใจเกี่ยวกับหลักการหรือแนวคิดของโครงการ ฯ) พบว่า (1) เรื่องสัญญาประชาคมผูกใจไทยเป็นหนึ่ง ร้อยละ 49.93 ค่อนข้างเห็นด้วย (2) เรื่องคนไทยไม่ทิ้งกัน ร้อยละ 58.02 เห็นด้วยมากที่สุด (3) เรื่องชุมชนอยู่ดีมีสุข ร้อยละ 54.80 เห็นด้วยมากที่สุด (4) เรื่องวิถีไทยวิถีพอเพียง ร้อยละ 57.88 เห็นด้วยมากที่สุด (5) เรื่องรู้สิทธิ รู้หน้าที่ รู้กฎหมาย ร้อยละ 50.40 เห็นด้วยมากที่สุด(6) เรื่องรู้กลไกการบริหารราชการ ร้อยละ 53.94 ค่อนข้างเห็นด้วย (7) เรื่องรู้รักระชาธิปไตยไทยนิยม ร้อยละ 51.72 ค่อนข้างเห็นด้วย (8) เรื่องรู้เท่าทันเทคโนโลยี&amp;nbsp;ร้อยละ 50.33 ค่อนข้างเห็นด้วย (9) เรื่องร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด&amp;nbsp;ร้อยละ 55.80 เห็นด้วยมากที่สุด และ (10) เรื่องงานตามภารกิจของทุกหน่วยงาน ร้อยละ 49.50 เห็นด้วยมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความต้องการและความคิดเห็นเพิ่มเติมที่ตัวอย่างต้องการให้รัฐบาลดำเนินงานในโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; 10 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 อยากให้รัฐบาลส่งเสริมการประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้าน และเพิ่มสวัสดิการให้แก่ คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุไร้ญาติหรือไร้ที่อยู่ ร้อยละ 15.53 อันดับ 2 อยากให้รัฐบาลเพิ่มราคาพืชผลทางการเกษตรให้สูงขึ้น เช่น ข้าว ข้าวโพด เป็นต้น ร้อยละ 13.11 อันดับ 3 อยากให้ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ร้อยละ 11.29&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันดับ 4 อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยหรือคนจนอย่างทั่วถึง ร้อยละ 8.13 อันดับ 5 อยากให้พัฒนาและส่งเสริมด้านการเกษตรให้มากขึ้น เช่น สนับสนุนที่ดินทำการเกษตร จัดสรรแหล่งน้ำทำการเกษตร มีตลาดรองรับสินค้าทางการเกษตร เป็นต้น ร้อยละ 6.67 อันดับ 6 อยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ร้อยละ 5.83 อันดับ 7 อยากให้รัฐบาลดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง จริงจัง และโปร่งใส ร้อยละ 4.98 อันดับ 8 อยากให้รัฐบาลเพิ่มเงินสวัสดิการของรัฐให้มากขึ้น และอยากให้ช่วยส่งเสริมการศึกษาและจัดกองทุนการศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาสหรือเด็กยากจน ร้อยละ 4.61 อันดับ 9 อยากให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณในการพัฒนาชุมชน ร้อยละ 3.64 และอันดับ 10 อยากให้รัฐบาลปราบปราม และแก้ปัญหาการทุจริต ร้อยละ 3.16&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคาดหวังของประชาชนต่อผลการดำเนินงานโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 40.39 ค่อนข้างคาดหวังว่าผลการดำเนินโครงการจะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น และร้อยละ 30.25คาดหวังว่าผลการดำเนินโครงการจะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างแน่นอน โดยให้เหตุผลว่า การดำเนินโครงการฯ จะทำให้ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถนำเงินไปใช้จ่ายแบ่งเบาภาระในครัวเรือนได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ทำให้ได้รับความรู้ และความเข้าใจในหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ก่อให้เกิดความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ รวมถึงหลักการหรือแนวคิดตามกรอบการดำเนินงานทั้ง 10 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด การยกระดับคุณภาพชีวิต การสร้างจิตสำนึกที่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง และการให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องการบริหารงานราชการในระดับต่าง ๆ ถือเป็นนโยบายที่ดี เพราะทำให้รัฐบาลเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น มีการเปิดรับฟังความคิดเห็น และมีหลักการดำเนินงานที่ชัดเจน ประชาชนสามารถเห็นถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการทำโครงการได้ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าการดำเนินโครงการ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; &amp;nbsp;ของรัฐบาลจะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ พบว่า ยังมีประชาชนบางส่วน ร้อยละ 13.51 &amp;nbsp;ไม่ค่อยคาดหวังว่าผลการดำเนินโครงการจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น และร้อยละ 4.78 ไม่คาดหวังเลยว่าผลการดำเนินโครงการจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น โดยให้เหตุผลว่า การดำเนินโครงการยังขาดความต่อเนื่อง และวงเงินงบประมาณมีอยู่อย่างจำกัด จึงไม่สามารถเห็นผลสำเร็จของโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งการประชาสัมพันธ์และการกระจายข้อมูลข่าวสารยังไม่ทั่วถึง ทำให้ประชาชนไม่ทราบรายละเอียดและประโยชน์ที่แท้จริงจากการทำโครงการ ที่สำคัญประชาชนมองว่ายังขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือแม้กระทั่งในกลุ่มประชาชนเอง ทำให้การดำเนินงานเป็นไปได้ยาก จึงไม่สามารถเข้าถึงและแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างตรงจุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงการมีส่วนร่วมใน โครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 57.98 ระบุว่า จะเข้าร่วมเวทีประชาคมรับฟังหลักการและแนวคิดของโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; ร้อยละ 55.02 ระบุว่าจะร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางต่าง ๆ เพื่อพัฒนาชุมชนในโครงการ &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; ร้อยละ 48.66 ระบุว่า จะเข้าร่วมกิจกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนาชุมชนให้ดีขึ้นตามโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9039</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิด้าโพล, ประชารัฐ, ผลโพล, โครงการไทยนิยมยั่งยืน, ไทยนิยม, ไทยแลนด์4.0</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180512/image_big_5af6430f33ee8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5949</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทงบหมื่นล้าน อัดฉีดหมู่บ้าน เข็น&#039;ไทยนิยม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ครม.อนุมัติงบประมาณอัดฉีดหมู่บ้านละ 2 แสน ดันโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม&amp;rdquo; กระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า พร้อมไพเขียวอีกกว่าพันล้าน หลังกระทรวงเกษตรฯ ขอขยายโคงการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ครม.เห็นชอบการกำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในคู่มือการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ ตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน หมู่บ้าน/ชุมชนละ 2 แสนบาท ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ โดยระยะเวลาดำเนินการ 120 วัน (เม.ย.-ก.ค.61) มีเป้าหมาย 82,371 หมู่บ้าน/ชุมชน โดยสนับสนุนงบประมาณ หมู่บ้าน/ชุมชนละไม่เกิน 200,000 บาท เป็นเงิน 16,474.20 ล้านบาท&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพรกล่าวว่า สาระสำคัญคือ จำนวนโครงการในแต่ละหมู่บ้านไม่เกิน 2 โครงการ ให้ดำเนินการเองหมู่บ้าน/ชุมชนละไม่เกิน 200,000 บาท ขณะที่ลักษณะโครงการจะต้องเป็นโครงการที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในหมู่บ้าน ชุมชนให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก รวมถึงจะต้องเป็นโครงการที่น้อมนำศาสตร์พระราชา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และต้องเป็นโครงการที่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการของประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม จะต้องจ้างแรงงานในวงเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของงบประมาณ และจะต้องดำเนินโครงการให้เสร็จภายในวันที่ 31 ก.ค.2561 โดยห้ามนำงบประมาณไปต่อยอดเงินกองทุนหมู่บ้าน/ชุมชน และห้ามไปดำเนินการแจกจ่ายเป็นเงิน หรือสิ่งของให้กับประชาชนในครัวเรือนกู้ยืม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภาพรวมโครงการไทยนิยม ยั่งยืนว่า จากการพูดคุยส่วนใหญ่ประชาชนต้องการเกี่ยวกับสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน แต่การจะนำมาทำแผนงานโครงการต้องทบทวนอีกครั้ง โดยคาดว่างบประมาณจะได้ในเดือน เม.ย.นี้ เวลานี้ก็ดูแผนงานที่ประชาชนต้องการและเกิดประโยชน์มากที่สุด ยืนยันว่าการพิจารณาแผนงานโครงการต่างๆ จะมีทั้งส่วนราชการ ภาคประชาชน สถานศึกษาร่วมกันพิจารณา เพื่อให้โปร่งใสและประชาชนได้รับประโยชน์ที่สุด และภาพรวมการลงพื้นที่โครงการดังกล่าวถือว่าดี ซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะประมวลภาพรวมแล้วรายงานต่อคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ขอเสนอทบทวนมติ ครม. เพื่อขอขยายเวลาโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในฤดูแล้งหลังนาปี โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการ ก.ค.2560 - มิ.ย.2561 มีหลักการให้เกษตรกรในพื้นที่ 31 จังหวัด ในภาคเหนือ กลาง อีสาน ตะวันตก และตะวันออก ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนการปลูกข้าว เนื่องจากสภาพพื้นดิน และน้ำไม่เหมาะสม โดยรัฐบาลจะอุดหนุนให้ในอัตราไร่ละ 2,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ ทั้งหมดจำนวน 7 แสนไร่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวงเกษตรฯ ขอขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการออกไป เนื่องจากปัจจุบันมีการดำเนินการได้ 6 แสนไร่ และขอปรับเปลี่ยนจังหวัดดำเนินโครงการ จาก จ.อุดรธานี และ จ.ลพบุรี เปลี่ยนเป็น จ.หนองคาย และ จ.ฉะเชิงเทรา เนื่องจากสภาพความเหมาะสมของพื้นที่ และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้ขอใช้งบประมาณในการดำเนินการครั้งนี้ 1,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบกลางปี 2561 และมีงบดำเนินงาน 21 ล้านบาท&amp;rdquo; พล.ท.สรรเสริญกล่าว. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5949</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, สาธารณูปโภค, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินกองทุนหมู่บ้าน, เศรษฐกิจรากหญ้า, ไทยนิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba5a7fc340b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2018 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2018 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปลอด&#039;เย้ยปราบโกงเหลว!จิ้มที่ไหนเจอที่นั่น ชี้เปรี้ยงไทยนิยมอภิมหาโกงแห่งศตวรรษ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค. 61 - นายปลอดประสพ สุรัสวดี &amp;nbsp;อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร &amp;nbsp;โพสต์ข้อความ &amp;quot;ไทยนิยม หรือ ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ&amp;quot; ผ่านเพจเฟซบุ๊ก &amp;quot;ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี&amp;quot;ว่า &amp;quot;เป็นยังไงครับโครงการเงินสงเคราะห์คนไร้ที่พึ่ง ในยุคประชารัฐ ดร.วิษณุ บอกจิ้มที่ไหนโกงที่นั่น ไหนบอกปราบคอร์รัปชั่นเป็นวาระแห่งชาติ ไหงถึงมาโกงเสียเองเล่า หัวไม่ส่ายหางจะกระดิกหรือ อย่าตัดตอนแค่ปลัดสิครับ ผมว่ายังมีเหนือกว่านั้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่โครงการไทยนิยมฉบับป๊อกกำลังจะตามมา อาจจะเกิดคอร์รัปชั่นภาคสองก็เป็นได้ คอยดูไปก็แล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมีคำถามและข้อสังเกตดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.กรรมการ 7,000 ชุดเกือบแสนคน ซึ่งเป็นข้าราชการทั้งนั้น งานการอื่นไม่ต้องทำกันแล้วหรือไง หากประชาชนเดือดร้อนจะไปหาใครทำงานให้ เพราะต้องออกพื้นที่กันจนหมดสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ประชาชนนับล้านคนจะต้องถูกเรียกมาประชุม คุณบ้าหรือเปล่า ประชาชนเขามีวิถีชีวิตและภารกิจ(หนีจน)ของเขา พวกคุณเอาเขามาเป็นวันๆ เพื่อฟังพวกคุณพูด (ล้างสมอง?) มันถูกต้องหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.คุณบอกต้องลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลความเดือดร้อนของประชาชน ผมทำงานมาก่อนพวกคุณ ขอเรียนว่าเขาเก็บข้อมูลมานับชาติแล้ว ปัญหาความจน ความแร้นเเค้น เขารู้กันมานานแล้ว คุณลงพื้นที่เพียง 30 วัน มันจะได้อะไรเป็นสาระเพิ่มเติม ที่เห็นแน่ๆ คือค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก ค่าเดินทางของเจ้าหน้าที่แสนคนเป็นเงินไม่รู้กี่พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.คุณบอกว่าจะต้องเปลี่ยนทัศนคติ (mind set) ประชาชน แต่ผมคิดว่าคุณตั้งใจจะล้างสมอง (brain wash) มากกว่าหรือเปล่า? มันไม่ถูกอย่างยิ่งนะ แต่ผมก็มั่นใจว่าประชาชนจะไม่ยอมให้พวกคุณทำได้ คุณอย่าดูถูกประชาชนเป็นอันขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.คุณกำลังเริ่มจ้างบริษัทที่ปรึกษามาช่วยเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำโครงการเสนอ ขอถามว่าบบริษัทที่ปรึกษาเหล่านี้เป็นใคร พวกคุณ ญาติคุณทั้งนั้นใช่ไหม? แล้วทำไมค่าจ้างมันจึงแพงนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ผมเชื่อว่าจะมีโกงค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าของชำร่วย ค่าทัศนศึกษา อย่างแน่นอน จะมีทั้งข้าราชการผี ประชาชนผีเต็มไปหมด ประชุมจริงประชุมปลอม อาหารบูดเน่าแถมขาดหายแต่ราคาแพง รับรองเกิดแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมองเห็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำครั้งมโหฬาร คุณคิดยังไงจึงกล้าใช้เงินนับแสนล้านบาททั้งที่ประชาชนกำลังอดอยากจนจะตายกันหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมมองเห็นการฉ้อราษฎร์บังหลวงครั้งยิ่งใหญ่ที่น่าอดสูกำลังจะเกิดขึ้น ฤานี่จะเป็นอภิมหาโกงแห่งศตวรรษเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระวังจะมีคนต้องกลายเป็น ป้อม2 นะครับ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4148</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริต, ทุจริตเงินผู้ยากไร้, ปลอดประสพ, โกงเงินคนจน, ไทยนิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180210/image_big_5a7e9ef9ab5fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3598</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2018 16:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2018 16:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ยึดประชาธิปไตยสากล ประชาชนต้องไปเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ. 61 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวที่จ.นครปฐม ระหว่างพบปะกับประชาชนในพื้นที่ว่าวันนี้มารับฟังปัญหา เพื่อนำไปแก้ปัญหาให้ประชาชนให้หลุดพ้นจากความยากจน ซึ่งสิ่งที่รัฐบาลนำมาแนะนำมีทั้งการเกษตรการท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ โดยประชาชนต้องรวมกลุ่มกันเพื่อให้รัฐบาลสนับสนุน ซึ่งรัฐบาลไม่ต้องการให้ทุกคนทิ้งการเกษตร แต่ทำอย่างไรที่จะให้อยู่ได้ ซึ่งต้องปรับรูปแบบการเกษตรใหม่ทั้งหมด พร้อมสร้างความเข้มแข็งของสหกรณ์ อย่าทำแบบเดิมเราต้องหันกลับมาดูเพื่อนบ้านด้วยและภาคเอกชนก็ต้องมาช่วยกันในเรื่องของการตลาดพร้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การลงมาวันนี้ถือเป็นโครงการแรกที่รัฐบาลเปิดทั่วประเทศและวันนี้มาเพื่อรับฟังปัญหาของประชาชน และส่งเสริมให้มีรายได้ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สำหรับโครงการไทยนิยมยั่งยืน หมายถึงคนไทยนิยมการสร้างคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ ซึ่งโครงการไทยนิยมนี้ จะไม่ยอมให้เกิดการทุจริต ทุกบาททุกสตางค์จะต้องไม่รั่วไหล หากพบมีการทุจริตขอให้แจ้งนายกรัฐมนตรีจะดำเนินการให้ และ ขออย่าให้ใครมาบิดเบือนว่าจะทำอะไรให้อีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่าในวันข้างหน้าจะต้องใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า รัฐบาลจะให้ทุกคนทุกครัวเรือนไม่ได้ วันนี้ประชาชนต้องช่วยตัวเอง อย่าให้เขามาบิดเบือนว่าจะให้ราคาข้าวเท่านั้นเท่านี้ เพราะจะยิ่งจะทำให้ราคาข้าวตกกว่าเดิม ซึ่งวันนี้รัฐบาลได้แก้ปัญหาไปแล้ว และคำว่าไทยนิยมคือคนไทยนิยมในการสร้างคุณงามความดีให้กับประเทศชาติ ให้กับส่วนรวมและครอบครัว อย่างยั่งยืน อย่าให้ใครมาปลุกปั่นว่าราคาข้าวจะขึ้นเท่านั้นเท่านี้ เพราะเมื่อขายไม่ออกจะเก็บไว้ที่ไหน นั่นคือปัญหาถูกหรือผิด ซึ่งสิ่งที่เขาทำมา มันไม่ถูกประชาชนต้องมีหลักคิด ไม่ใช่ได้ประโยชน์นิดหน่อยก็เอา อย่าให้ใครมายุแยงให้เกิดปัญหาอีกต่อไป การดำเนินโครงการต่างๆจะต้องไม่เกิดการทุจริตในทุกบาททุกสตางค์ ถ้าโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ครั้งหนึ่ง ไปได้ ก็ต้องมีสอง-สาม-สี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; ส่วนเรื่องของประชาธิปไตยไทยจะต้องเป็นประชาธิปไตยที่ยั่งยืนเป็นสากล ถึงเวลาเลือกตั้งก็ต้องไป ถ้าบอกไม่ไปเลือกตั้งดีกว่า อันนี้เสร็จเลย ต้องเลือกให้ดี ต้องรู้เรื่องประชาธิปไตยเป็นอย่างไร ประชาธิปไตยไม่ใช่การมาเดินประท้วง ดังเช่นที่กลุ่ม We Walk ทำนั้น ไม่เกิดประโยชน์ ควรหันหน้าหารัฐบาลมาให้ข้อมูลจะดีกว่า &amp;nbsp;ส่วนการเลือกตั้งขอให้ทุกคนไปเลือกตั้ง ไม่ว่าจะกาช่องเลือกใครหรือไม่เลือกใครก็ตาม &amp;nbsp;ไม่ใช่ว่าไม่ชอบแล้วไม่ไปเลือกตั้ง &amp;nbsp;เพราะเมื่อรวมคะแนนแล้ว อาจส่งผลต่อการมีรัฐบาลต่อไป&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp;ก็เพื่อให้ได้รัฐบาลที่ดีเป็นของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า รัฐบาลที่ดีต้องเป็นของปวงชนชาวไทย คำว่าปวงชนนั้นแตกต่างจากประชาชน ถ้าประชาชนคือคนนั้นคนนี้ กลุ่มนั้นกลุ่มนี้ มันไม่ใช่ ปวงชนชาวไทยคือคนทุกอาชีพ รัฐบาลต้องทำหน้าที่แทนทุกคน รัฐบาลนี้ดูทุกคน ปัญหาถึงได้เยอะ ตนพูดด้วยความจริงใจ หากมีคนมาแจกเงินถือว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ เพราะคงไม่มีอะไรที่จะได้มาเปล่าอย่าให้ใครมาบิดเบือน สร้างความร้าวฉานอีก ส่วนตัวไม่สามารถจ่ายเงินให้ได้อยู่แล้ว และทุกคนต้องรู้กฎหมายเพื่อให้เกิดความเท่าเทียม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3598</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, ประชาธิปไตย, ยึดหลักสากล, เลือกตั้ง, ไทยนิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d41a1e3604.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2018 12:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2018 12:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;บิ๊กตู่&quot;คิกออฟไทยนิยมแก้จนนครปฐม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ. 61 - ที่ศูนย์การเรียนรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร(ศพก.แหลมบัว) หมู่ที่ 8 ต.แหลมบัว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม&amp;nbsp; พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ทำกิจกรรมโครงการไทยนิยม ยั่งยืน เป็นครั้งแรก
&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทันทีที่มาถึงนายกฯได้เดินทักทายกลุ่มชาวบ้าน โดยมีอาสาสมัครหมู่บ้าน (อส.) คนหนึ่งมอบพระเครื่องสมเด็จวัดระฆัง(จำลอง)เป็นที่ระลึกให้กับนายกฯ โดยพล.อ.ประยุทธ์บอกว่า ขอให้ชาวบ้านได้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเมื่อถึงเวลา และที่มาวันนี้เพื่อมารับฟังปัญหาและรัฐบาลพร้อมที่จะแก้ไขให้ทุกอย่าง ขอเพียงอย่างเดียวอย่าว่า ต้องช่วยกันทำ เพราะรัฐบาลไม่มีเงินอุดหนุนเหมือนในอดีต วันนี้รัฐบาลสู้กับความยากจนและสิ่งไม่ดี ดังนั้นเมื่อถึงเวลาเลือกตั้งขอให้เลือกให้ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯได้กล่าวกับเกษตรกรและประชาชนที่มาต้อนรับว่า รัฐบาลนี้ทำให้เกิดความเท่าเทียมไม่ว่ายากดีมีจน ต้องเข้าถึงการหารายได้ด้วยกฎหมาย ออกมาหลายฉบับเพื่อช่วยคนจน เราต้องวางกลไกต่อไปให้เรียบร้อย รัฐบาลไหนก็ตามที่เอาเงินมาใช้แบบนี้จะเป็นภาระประเทศในวันหน้า ซึ่ง 3-4 ปีที่ผ่านมา อย่างเรื่องข้าวรัฐบาลปลดล็อกไปหลายเรื่องแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เห็นแววตาทุกคนที่ส่งมา ที่ทุกคนมารักผม มันกดดันผม ไม่ใช่หวังผลการเมือง ว่าดีใจมีคนมารับ ปรบไม้ปรบมือ แต่สะท้อนให้เห็นว่าเรายังต้องการความหวังในการแก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างยั่งยืน จากวันนี้เป็นต้นไปคณะทำงานไทยนิยม ยั่งยืน จะลงพื้นที่ทุกหมู่บ้าน 7 พันกว่าชุด เพื่อสอบถามความต้องการและแก้ปัญหาประชาชนให้ตรงจุด ต้องเข้าใจสถานการณ์บ้านเรา เพราะฉะนั้นเรื่องการเลือกตั้งเดี๋ยวก็ว่ากันไปตามกฎหมายตามขั้นตอน สิ่งสำคัญวันนี้จะได้รัฐบาลที่เป็นของปวงชนชาวไทย ถ้าเลือกรัฐบาลที่เป็นของใครของมันจะเป็นปัญหาแบบเดิมก็ตีกันอีก ต้องเลือกรัฐบาลที่ดูแลคนทั้งประเทศ ส.ส.ส่งความต้องการขึ้นไป รัฐบาลก็ดูว่าตรงไหนควรจะทำ ไม่ใช่หว่านไปเรื่อย แล้วเมื่อไหร่จะพอ ซึ่งวันนี้ก็ยังเข้มแข็งไม่พอ แสดงว่าต้องบริหารใหม่ ใจเย็นๆได้ไหม&amp;quot; นายกฯ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มาวันนี้เพื่อรับเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ไม่ได้มาให้ท่านรัก แต่จะแก้ไขปัญหาได้มากน้อยเพียงใดต้องใช้เวลาดำเนินการ และไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยจะดูแลเกษตรกรทุกกลุ่ม แต่ขอให้เห็นใจกันบ้าง เราจะรับทุกเรื่องต้องดูแลทั้ง 74,000 หมู่บ้าน ไทยนิยมคือคนไทยทุกคนนิยมในการทำความดี เพื่อส่วนรวมและเพื่อคนอื่น ใช้หลักการของตนคือไทยนิยม ตนไม่ใช่นักการเมือง เป็นทหาร เป็นนักการทหารเก่า แต่เข้าใจหัวอกของพี่น้องประชาชน เพราะอยู่กับท่านมาตั้งแต่เด็ก รวมถึงรัฐมนตรีด้วย อย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนช่วยกันจัดระเบียบกลุ่มของตัวเองให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในช่วงพบปะประชาชนตอนหนึ่ง นายกฯ กล่าวกับชาวบ้านว่า &amp;quot;สัญญาได้หรือไม่ว่าจากนี้จะช่วยกัน ถ้าสัญญาก็ขอให้ยกมือขึ้น&amp;quot; โดยประชาชนได้ยกมือขึ้นพร้อมกัน ก่อนที่พล.อ.ประยุทธ์ จะกล่าวตอบว่า &amp;quot;ไอเลิฟยู&amp;quot; จากนั้นได้มีประชาชนนำดอกกุหลาบมามอบให้พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งนายกฯนำดอกกุหลาบไปแจกให้ประชาชนคนอื่นแทน พร้อมกล่าวว่า &amp;quot;เมื่อก่อนดอกกุหลาบนี่คุ้นๆ แต่อย่าเอามาให้ผมเลย มาเจอผมเอาดอกไม้ข้างทางมาให้ก็ได้ เพราะผมมาด้วยใจ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายกฯ เยี่ยมชมบูธต่างๆ ปรากฎว่ามีชายวัยกลางคน ได้ส่งตะโกนเชียร์ให้นายกฯอยู่ต่ออีก 20 ปี&amp;nbsp; โดยนายกฯ ได้กล่าวทันทีว่า เอาไว้เชียร์เป็นการส่วนตัว เดี๋ยวคนด่าอีก จากนั้นนายกฯ ได้ไปทำการโยนต้นกล้าข้าวนาโยน เป็นที่ระลึกในการตรวจเยี่ยม ปรากฎว่า ช่วงหนึ่งที่นายกฎษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้ทดลองโยนกล้าข้าว แต่เนื่องจากโยนไม่เป็นและลมพัดแรง ทำให้กล้าข้าวปลิวกลับมาหล่นใส่นายกฯและตนเอง ซึ่งสร้างรอยยิ้มจากคนที่เห็นเหตุการณ์ อย่างไรก็ตาม ช่างภาพและสื่อมวลชน ได้ขอให้นายกฯโยนกล้าข้าวอีกครั้ง ซึ่งนายกฯ ก็ได้โยนให้ถ่ายภาพ พร้อมบ่นว่า &amp;quot; เออ ถ่ายรูปดี ๆ อย่างนี้บ้าง ไม่ใช่ไปตะแคงถ่ายธูปอยู่นั้นแหละ&amp;quot; พร้อมกับทำท่าประกอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกฯ ได้ปลูกต้นจัน ซึ่งเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดนครปฐม พร้อมระบุว่า หากเห็นต้นจันนี้ก็ขอให้คิดถึงตนเองด้วย เพราะตรงกับนามสกุลจันทร์โอชาพอดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3574</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิกออฟ, นครปฐม, นายกฯ, บิ๊กตู่, เกษตรกร, แก้จน, ไทยนิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d057093377.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 19:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 19:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;แต่งกลอนคิกออฟ ประชารัฐ ไทยนิยม เหมาะสมยิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.61- ช่วงเย็นที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโครงการไทยนิยม เพื่อซักซ้อมก่อนลงพื้นที่ทำกิจกรรมครั้งแรกที่ จ.นครปฐม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกันเพจเฟชบุ๊ก Gen.Prayut Chan-o-cha ทีมงาน ได้โพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีประชุมให้แนวทางทีมทำงาน โครงการไทยนิยมยั่งยืน ซึ่งทีมงาน 7,000 กว่าชุด จะลงพื้นที่ในวันที่ 21 ก.พ. ถือเป็นการทำงานขับเคลื่อนงานของรัฐบาลถึงระดับหมู่บ้านอย่างแท้จริง&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมกันนี้ยังโพสต์บทกลอนไทยนิยมที่นายกฯเขียนด้วยลายมือตัวเองว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชารัฐ ไทยนิยม เหมาะสมยิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำทุกอย่าง ความจริง ให้มองเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาระพัด สารพัน ปัญหา น่าลำเค็ญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้เปรียบเป็น แสงสว่าง ช่วยนำทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสำเร็จ ใช่จะมา ได้โดยง่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สิ่งที่หมาย อุปสรรค นั้นนักหนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งยินดี ติฉิน คำนินทา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่าระอา ช่วยฝ่าฟัน ให้ยั่งยืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ให้คนไทย มีรอยยิ้ม ทุกหย่อมหญ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมไขว่คว้า หาโอกาส ที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทำความดี ต่อไป ไทยนิยม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมชื่นชม สุขด้วย ช่วยพัฒนา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอวิงวอน สื่อสังคม ช่วยสานต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่ารั้งรอ คนพาล รานเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่หยุดยั้ง ขัดแย้งเพิ่ม เติมวุ่นวาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงที่หมาย มั่นคงมั่งคั่ง อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3525</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตุ่, ประชารัฐ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, แต่งกลอน, ไทยนิยม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8c18cce9494.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
