<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฐิติวัจน์ชี้ทหารไมทั่บถมกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; หน้าบาน ชาวมุสลิมคลองสามวา อ่านดุอาอ์ขอพรให้เป็นนายกฯ ไปอีกนานๆ &amp;quot;เสธ.เอ็กซ์&amp;quot; &amp;nbsp;ป้อง &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; มีเมตตากับทุกคน ระบุทหารต้องเคารพรุ่นพี่รุ่นน้อง ไม่ทับถมกัน &amp;quot;อนาคตใหม่&amp;quot; นัดบุกกลาโหมยื่นหนังสือปฏิรูปกองทัพ &amp;quot;อ๋อย&amp;quot; สมใจได้นั่งประธานยุทธศาสตร์พรรค ทษช. &amp;quot;วราเทพ&amp;quot; ยกก๊วน ส.ส.กำแพงเพชร ชิ่ง พท.ซบ พปชร. &amp;quot;สมชัย&amp;quot; แค้น รธน.ทำตกงาน เตรียมโดดเล่นการเมืองเอง วางเป้าเข้าไปดีไซน์รัฐธรรมนูญใหม่ &amp;quot;แม้ว&amp;quot; บอกผ่านคนเสื้อแดงยังแข็งแรงพร้อมทุกอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และคณะ เดินทางมาที่มัสยิดกมาลุลอิสลาม ซอยประชาร่วมใจ 48 เขตคลองสามวา กทม. เพื่อเยี่ยมชมนิทรรศการและผลิตภัณฑ์ที่มาจากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน และสินค้าเกษตรของดีเขตคลองสามวา โดยนายวินัย สะมะอุน อิหม่ามประจำมัสยิด นำผู้นำศาสนาและเด็กนักเรียนให้การต้อนรับ พร้อมมอบสะระบั่นหรือผ้าโพกศีรษะของชายชาวมุสลิมสีเหลืองให้กับนายกฯ และอ่านดุอาอ์ขอพรให้นายกฯ และคณะมีความสุขความเจริญ คิดหวังสิ่งใดสมความปรารถนา และขอให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรีไปอีกนานแสนนาน เป็นที่พึ่งของประชาชนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางต่อไปที่ตลาดมีนบุรี เขตมีนบุรี เพื่อตรวจเยี่ยมแผงค้าและพบปะพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนที่รอต้อนรับกว่า 1,000 คน โดยนายกฯ ได้ลงมือทำผัดไทยกุ้งสด พร้อมกับชิมฝีมือการผัดของตัวเอง และยกนิ้วโป้งบอกว่า &amp;ldquo;ไม่เคยกินผัดไทยที่ไหนอร่อยเท่านี้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ยังพูดคุยกับพ่อค้าแม่ค้าประชาชนที่มาจ่ายตลาด มีประชาชนมอบดอกไม้ให้กับนายกฯ พร้อมตะโกนให้กำลังใจบอกให้สู้ๆ ซึ่งการลงพื้นที่ตลาดมีนบุรีครั้งนี้ นายชาญวิทย์ วิภูศิริ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตมีนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้ตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ ได้มาต้อนรับนายกฯ ด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับผู้ที่มารอต้อนรับว่า รัฐบาลดูแลทุกคนด้วยความเท่าเทียม ให้ทุกคนมีโอกาส ถ้ามีเสถียรภาพทางการเมือง ไม่มีประท้วง ไม่มีตีกัน ไม่มีขัดแย้ง เรื่องประชาธิปไตยหรือการเมือง บ้านเมืองก็ไปต่อ สัญญาหรือไม่ว่าจะต้องให้เกิดความเรียบร้อย รวมถึงการเลือกตั้งที่ต้องให้เรียบร้อยด้วย และเลือกให้ดี ตนไม่เกี่ยวเป็นเรื่องของท่าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนี้ประชาชนได้ตะโกนให้ พล.อ.ประยุทธ์เป็นนายกฯ คนต่อไป ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;quot;ไม่สงสารผมบ้างเหรอ &amp;nbsp;ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากเป็นนายกฯ กัน ขอฝากแค่ตัวกับหัวใจ คงไม่พูดเอาใจใคร เป็นวาจาที่มีเหตุผล ไม่พูดเรื่องการเมือง การเมืองไปทำตรงโน้น ตรงนี้เป็นการบ้าน ทุกรัฐบาลต้องทำแบบผม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุถึงกรณี พล.อ.ยศนันท์ หร่ายเจริญ อดีตรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด สมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ เคยอยู่ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา แต่มาด่า คสช. ไม่คิดถึงข้าวแดงแกงร้อนว่า เมื่อวันนี้มีการพูดถึงทหาร ตนจำเป็นต้องขอพูดในนามส่วนตัว ในฐานะที่เป็นทหารเก่า ยกตัวอย่างในยามบ้านเมืองคับขัน ทหารต้องปกป้องผืนแผ่นดินไทย ไม่ว่าชั้นยศใด ก็มีความรับผิดชอบเท่าๆ กัน รวมถึงทหารยึดหลักเคารพรุ่นพี่รุ่นน้อง ไม่ว่าจะอยู่ต่างสถานะต่างหน้าที่ ต่างแนวทาง แยกกันไปอยู่ในที่ที่ต่างแนวความคิด ก็มีสิทธิเสรีภาพในการพูดภายใต้การเคารพซึ่งกันและกัน เพราะมาจากเบ้าหลอมเดียวกัน&amp;nbsp;
&amp;quot;อ๋อย&amp;quot;นั่ง ปธ.ยุทธศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับ พล.อ.ประวิตร เป็นอดีตผู้บังคับบัญชา เท่าที่ผมรับรู้ ท่านมีความเมตตาทุกคนมาตลอด ใครเดือดร้อนวิ่งไปหา จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง พล.อ.ประวิตรก็มักไม่ปฏิเสธ ขอย้ำว่าจะคิดอย่างไร ทุกคนมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็น แต่สำหรับผม ทหารต้องจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;ไม่สร้างความแตกแยกหรือทับถมกัน และต้องสำนึกบุญคุณแผ่นดินเกิด&amp;quot; พล.อ.ฐิติวัจน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความลงเพจ New Gen Network-พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรค โพสต์หัวข้อเรื่อง &amp;quot;ขอเชิญร่วมยื่นหนังสือ ปฏิรูปกองทัพ กระชับมิตร&amp;quot; พร้อมสโลแกน &amp;quot;ไม่ท้าเตะแต่ท้าปฏิรูป&amp;quot; ระบุ New Gen Network ชวนประชาชนและพรรคการเมืองทุกพรรคยื่นข้อเสนอ &amp;quot;ปฏิรูปกองทัพ กระชับมิตร&amp;quot; ในวันที่ 7 ธ.ค.2561 ที่หน้ากระทรวงกลาโหม ตอบรับคำท้าได้ที่ facebook.com/ngnnewgennetwork&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกพรรค ทษช. กล่าวว่า ขณะนี้พรรค ทษช.ได้แต่งตั้งตนเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ซึ่งต้องขอขอบคุณคณะกรรมการบริหารพรรค จากนี้ต้องอาศัยความร่วมมือทุกฝ่ายภายในพรรค โดยตนจะหาคณะกรรมการที่ประกอบด้วยผู้ที่มีประสบการณ์และเป็นคนรุ่นใหม่ จัดกำหนดยุทธศาสตร์และแนวทางการทำงาน รวมถึงเตรียมทำนโยบายสำหรับการหาเสียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ปลดล็อก จึงไม่สามารถรับฟังความคิดเห็นต่างๆ ได้ แต่ก็ต้องเตรียมทำนโยบายไว้เมื่อถึงช่วงปลดล็อกเราน่าจะมีความพร้อมทำให้ประชาชนเห็นว่าไทยรักษาชาติคืออะไร เป็นพรรคที่มีทิศทางอย่างไร ซึ่งหนีไม่พ้นเรื่องของการพยายามทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย มีนโยบายแก้ไขปัญหาประเทศในด้านต่างๆ ส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาประเทศ และจากนี้เราจะสื่อสารไปยังประชาชนว่าเราพร้อมรับสมาชิกเพื่อให้มาแสดงความประสงค์ที่จะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง เราเปิดกว้างรับอยู่จนถึงนาทีสุดท้ายวันที่ 26 พ.ย.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้ความสับสนว่าพรรคไทยรักษาชาติเป็นพรรคปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งความจริงแล้วพรรคปาร์ตี้ลิสต์กับพรรค ส.ส.เขตแยกกันไม่ได้ชัดเจน ถ้าบอกว่าเป็นพรรคปาร์ตี้ลิสต์ ก็หมายความว่า ส.ส.เขตจะไม่ได้รับการเลือกตั้ง ซึ่งไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต เช่น พรรคไทยรักไทย เคยมีประสบการณ์หาคนใหม่ๆ มาลงรับสมัครเลือกตั้ง แล้วคนก็บอกว่าเป็นนกแลไม่มีทางได้รับเลือกตั้ง แต่ก็ปรากฏว่าได้รับการเลือกตั้งเข้ามาหลายสิบคน เพราะฉะนั้นไทยรักษาชาติมั่นใจว่าเมื่อส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต เราจะสนับสนุนเต็มที่ ด้วยการรณรงค์เต็มความสามารถ เพื่อให้ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.เขต ตรงนี้เป็นประเด็นที่จะชี้แจงผู้สมัครและ ส.ส.ได้เข้าใจ ทุกอย่างจะต้องเตรียมให้ทันกับการรับมือกับการปลดล็อกและเตรียมไปสู่การเลือกตั้ง ต้องคิดถึงการเตรียมพร้อมไปสู่ความสำเร็จในการเลือกตั้ง หลังจากนั้นต้องคิดสร้างพรรคให้เป็นสถาบันการเมืองต่อไป&amp;quot; นายจาตุรนต์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนพรรคภูมิใจไทย นายฐานุพงศ์ ศักดิ์ธนาวัฒน์ หรือกล้วย เชิญยิ้ม นักแสดงตลกชื่อดัง เดินทางเข้าสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย โดยมีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรค ให้การต้อนรับ โดยกล้วย เชิญยิ้ม ระบุว่า มาสมัครเป็นสมาชิกพรรค เนื่องจากชื่นชอบในนโยบายและอุดมการณ์ของพรรคภูมิใจไทย จึงพร้อมที่จะช่วยทำงานด้านประชาสัมพันธ์ให้กับพรรคภูมิใจไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่า นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ สมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เตรียมจะนำอดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรคเพื่อไทย มาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐทั้งหมด และเตรียมจะมาสมัครสมาชิกพรรคเร็วๆ นี้ โดยได้ยืนยันกับแกนนำพรรคพลังประชารัฐไปแล้ว หลังถูกทาบทามมาโดยตลอด โดยอดีต ส.ส.กำแพงเพชรของพรรคเพื่อไทยที่นายวราเทพจะพามาได้แก่ นายอนันต์ ผลอำนวย, นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ตลอดจนนายไผ่ ลิกค์ หรือไผ่ วันพอยท์ ที่จะมาลงสมัคร ส.ส.กำแพงเพชร ในนามพรรคพลังประชารัฐ รวมถึงนายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ ที่กำลังจะมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ในวันที่ 23 พ.ย. ขณะที่ตัวนายวราเทพเองจะไม่สมัครสมาชิก เพราะมีเรื่องคดีความอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีรายงานอีกว่า ในส่วนของ จ.ลพบุรี นายอำนวย คลังผา อดีตประธานวิปรัฐบาล และอดีต ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย มีแนวโน้มสูงที่จะไปร่วมงานพรรคพลังประชารัฐเช่นเดียวกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;quot;สมชัย&amp;quot;โดดลงการเมือง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร รักษาการแทนคณบดี สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และอดีต กกต. โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว หัวข้อ &amp;quot;รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์มาเพื่อผม&amp;rdquo; โดยระบุว่า หากไม่ใช่ผลพวงของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ตนคงทำหน้าที่กรรมการจัดการเลือกตั้งต่อไปอีก 3 ปี แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ให้อำนาจ สนช.เซตซีโรองค์กรอิสระตามใจชอบ ใครสั่งไม่ได้ก็ล้างทิ้ง ที่พอใจก็ให้อยู่ต่อ แม้ทั้งขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังให้อำนาจ คสช.มีมาตรา 44 ที่เหนืออำนาจนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ชี้เป็นชี้ตายได้ในทุกเรื่อง และสั่งให้ตนพ้นจากตำแหน่ง เพราะพูดไม่เข้าหูและบาดใจเกินไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชัยระบุว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังจำกัดเส้นทางเดินชีวิตตน ไม่สามารถสมัครองค์กรอิสระใดๆ ได้อีก รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยังทำให้ผมได้ศึกษาหาความรู้ จนเห็นแง่มุมการเอารัดเอาเปรียบทางการเมืองที่สร้างขึ้นมาอย่างแยบยล เห็นการเขียนกฎหมายที่ฉ้อฉล จนเขียนหนังสือได้เป็นเล่ม นำไปสอนหนังสือได้เป็นวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมจึงเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์เพื่อผม สุดสัปดาห์นี้ถ้าไม่มีอะไรพลาด ผมคงใช้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญที่ดีไซน์เพื่อผม เดินเข้าไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองสักพรรค ตามคำเชิญชวนของเพื่อน โดยหวังว่าอนาคตข้างหน้าอาจช่วยแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ดีไซน์เพื่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวม ไม่ให้นักการเมืองหน้าไหนมาพูดหยามใจประชาชนว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา&amp;quot; อดีต กกต.ผู้นี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวถึงกรณีสำนักงาน กกต. มีหนังสือถึงบรรณาธิการข่าวการเมือง นสพ.ไทยโพสต์ เชิญให้มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับการที่พรรคการเมืองดำเนินการในลักษณะถูกครอบงำ ชี้นำ ซึ่งเข้าข่ายอาจถูกยุบพรรคต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในวันที่ 3 ธ.ค. เวลา 10.00 น.ว่า เรื่องนี้สำนักงาน กกต. ดูแล ก็เป็นไปตามกิจวัตรที่สำนักงานจะทำไป เรื่องยังไม่ถึง กกต.อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการของสำนักงาน แต่ไม่ว่าใครก็ตามที่เราเห็นว่ามีข้อมูลและเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนก็จะเชิญมาขอข้อมูล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงเป็นแห่งแรกเมื่อปลายปี 2553 เลขานุการสมาพันธ์หมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย และเป็นแกนนำคนเสื้อแดงใน จ.อุดรธานี โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมภาพถ่ายกับนายทักษิณ ชินวัตร ที่ประเทศสิงคโปร์ ระบุ &amp;quot;ทักษิณ ชินวัตร&amp;quot; มอบนโยบายด้านการเกษตรให้ดูแลประชาชนห่วงและคิดถึงประชาชนชาวไทยเสมอและตลอดไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์ระบุว่า เช้าวันนี้ ณ ประเทศสิงคโปร์ ท่าน &amp;quot;ดร.ทักษิณ ชินวัตร&amp;quot; อดีตนายกรัฐมนตรี และยังเป็นนายกฯ ในดวงใจของประชาชนชาวไทย ได้เปิดโอกาสให้นายอานนท์ แสนน่าน นำคณะเข้าพบ โดยมี นายสมชัย แสงทอง ตัวแทนจากภาคเหนือ, นางนิตยา นาโล ตัวแทนจากภาคอีสาน และนางธนภัทร พันธวาส ตัวแทนกลุ่มเกษตรกร/วิสาหกิจชุมชน เพื่อรับนโยบายในการขับเคลื่อนช่วยเหลือประชาชน ท่านได้บอกว่า &amp;quot;...คิดถึงประชาชนชาวไทย และห่วงความเป็นอยู่ของประชาชน อยากจะให้ประชาชนได้มีอาชีพทำกันทุกคน มีรายได้มากๆ อยากจะให้พวกเราดูแลกันและกัน ไม่ทิ้งกัน โดยเฉพาะประชาชนที่ขาดโอกาสและกลุ่มเกษตรกร ถ้ามีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งเศรษฐกิจของไทยจะดีขึ้น และประชาชนก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น...&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แกนนำเสื้อแดงระบุว่า การพบท่าน &amp;quot;ดร.ทักษิณ ชินวัตร&amp;quot; ในครั้งนี้ พวกเราดีใจมาก หลังจากที่ไม่ได้เจอท่านตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 ก่อนปฏิวัติเพียงไม่กี่วัน ในช่วงนั้นท่านอายุเพียง 60 ปีต้นๆ แต่มาปีนี้ท่านอายุเกือบจะ 70 ปี แล้วแต่ดูหน้าตาท่าน เหมือนคนอายุเพียง 50 ปีต้นๆ ไม่เหมือน 4 ปีที่ผ่านมา ที่หน้าตาท่านดูเหมือนคนมีอายุมาก พวกเราก็ดีใจ ท่านเองได้ยกกำปั้นและแสดงท่าทีให้ดู ถึงสมรรถภาพร่างกายของท่านแข็งแรงมากๆ และที่สำคัญ &amp;quot;หุ่นหล่อมากๆ&amp;quot; จึงฝากถึงมวลสมาชิกและประชาชนชาวไทยที่ยังรัก ห่วง และศรัทธาท่าน ท่านบอกว่า &amp;quot;...อายุเป็นเพียงตัวเลข ร่างกายแข็งแรง และพร้อมทุกอย่าง...&amp;quot;.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22550</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหารไมทั่บถมกัน, พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, มัสยิดกมาลุลอิสลาม, สินค้าเกษตรของดีเขตคลองสามวา, หนังสือพิมพ์, ไทยนิยม ยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf6c33a5d8ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12125</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 10:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ไอเดียกระฉูด ผุดวาระเร่งด่วนแห่งชาติ&#039;ไทยนิยม ยั่งยืน ร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 &amp;nbsp;มิ.ย.61- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวคำปราศรัยเนื่องใน &amp;quot;วันต่อต้านยาเสพติดโลก&amp;quot; ประจำปี 2561 วันที่ 26 มิถุนายน 2561 ว่า องค์การสหประชาชาติ ได้กำหนดให้วันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี เป็น &amp;quot;วันต่อต้านยาเสพติดโลก&amp;quot; ประเทศไทยในฐานะที่เป็นประเทศสมาชิก ได้ให้ความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง และมีเจตนารมณ์ที่จะร่วมกับประชาคมโลกในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด เพื่อการหยุดยั้งปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า ยาเสพติดเป็นปัญหาทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ &amp;nbsp;สังคม และความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลจึงได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระเร่งด่วนแห่งชาติ ที่ต้องได้รับการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเข้มข้น เพื่อลดระดับปัญหายาเสพติดในสังคมไทย โดยมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด และจัดการกับปัญหาอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงต่อเนื่อง ให้เบ็ดเสร็จ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ความสงบสุขของประชาชน และสังคมโดยส่วนรวม รวมทั้งได้ขับเคลื่อนแผนประชารัฐร่วมใจ ปลอดภัยยาเสพติด พ.ศ. 2561 โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อลดปริมาณผู้เข้าสู่การกระทำผิด อีกทั้งนำคนออกจากวงจรการกระทำผิดอันเกี่ยวกับยาเสพติด ให้เห็นอย่างชัดเจน และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และสังคม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมทั้งการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามโครงการไทยนิยมยั่งยืน ร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นการบูรณาการการดำเนินงานของทุกภาคส่วน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างครบวงจร โดยดำเนินการใน 4 แผนหลัก คือ แผนความร่วมมือระหว่างประเทศเชิงรุก แผนสกัดเครือข่ายยาเสพติด &amp;nbsp;แผนป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดในหมู่บ้านและชุมชน และแผนการแก้ไขปัญหาเฉพาะที่มีแนวโน้มการกระจายตัวมากขึ้น ซึ่งได้กำหนดให้ตลอดเดือนมิถุนายนเป็นเดือนแห่งการต่อต้านยาเสพติด ภายใต้กรอบแนวคิดและคำขวัญ &amp;nbsp;&amp;quot;ไทยนิยม ยั่งยืน ร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด&amp;quot; เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ถึงโทษ พิษภัย จากยาเสพติด ร่วมแสดงพลัง และเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ช่วยกันขจัดยาเสพติด ไม่ให้แพร่ระบาดเข้าไปสู่หมู่บ้าน ชุมชนและมอมเมาเด็ก เยาวชนที่เป็นทรัพยากรบุคคลอันมีค่าของประเทศ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกพื้นที่ ทั่วประเทศร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลก &amp;nbsp;ตลอดจนเร่งรัดให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านยาเสพติดอย่างจริงจัง และต่อเนื่องเพื่อผลักดัน และช่วยให้เจตนารมณ์ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด บรรลุผลสำเร็จต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การขจัดปัญหายาเสพติดให้มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลนั้น จะต้องอาศัยความร่วมมือ ร่วมใจ จากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมทั้งครอบครัว เพื่อให้เป็นพลังที่เข้มแข็งในการหยุดยั้งยาเสพติด ไม่ให้ขยายตัวออกไป ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทย และทุกหน่วยงานที่ได้ช่วยกันป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเข้มแข็ง ทำให้ปัญหายาเสพติดลดทอน เบาบางลง ทำให้ประเทศไทยของเราปลอดภัยจากยาเสพติด รัฐบาลสามารถขับเคลื่อน และพัฒนาประเทศ ไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้ ในทุกมิติ&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12125</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อต้านยาเสพติด, นายกฯ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วันต่อต้านยาเสพติดโลก, ไทยนิยม ยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17e6b7ab952.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9061</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รู้จักไทยนิยมแต่ไม่รู้ทำอะไร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; คราวนี้ของจริง กรมประชาสัมพันธ์จับมือนิด้าโพลสำรวจความเห็นประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; ตบหน้ารัฐบาลฉาดใหญ่ ร้อยละ 41.46 รู้จักแต่ไม่รู้ทำอะไร ส่วน 20.73% ไม่รู้ไม่เห็นไม่เคยได้ยิน &amp;quot;ไก่อู&amp;quot; เผยนายกฯ สนใจข่าวเกษตรกรเอาหัวรถไถไปจำนำ วอนอย่าโยงการเมือง เพราะเป็นทางเลือกฉุกเฉินที่มีมานานแล้ว เป็นเรื่องปกติหลังเหตุน้ำท่วม ยันรัฐบาลเปิดโอกาสให้เกษตรกรนำอุปกรณ์ทางการเกษตรไปจำนำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมประชาสัมพันธ์ ร่วมกับศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง โครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 24 เมษายน-1 พฤษภาคม 2561 จากประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,050 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการรับรู้ ความเข้าใจ และความคิดเห็นที่มีต่อโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; การสำรวจใช้การสุ่มตัวอย่างด้วยความน่าจะเป็นด้วยวิธีแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บวิธีด้วยวิธีการลงพื้นที่สัมภาษณ์แบบพบตัว โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสำรวจเมื่อถามถึงโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 41.46 เคยได้ยินชื่อโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; มาบ้าง แต่ไม่รู้ว่าทำอะไร, ร้อยละ 37.81 ระบุว่ารู้จักโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; และร้อยละ 20.73 ระบุว่าไม่รู้จักหรือไม่เคยได้ยินชื่อโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; เลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับช่องทางการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับ โครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 62.77 ระบุว่าเคยได้ยินหรือรับรู้ข้อมูลข่าวสารของโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; ผ่านทางสื่อโทรทัศน์ รองลงมา ร้อยละ 52.00 จากผู้นำชุมชน, ร้อยละ 29.97 จากเจ้าหน้าที่ของรัฐ, ร้อยละ 24.74 จากสื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook หรือ Line, ร้อยละ 17.35 ครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จัก, ร้อยละ 14.71 สื่อวิทยุ, ร้อยละ 6.58 สื่อสิ่งพิมพ์, ร้อยละ 5.05 ป้ายประกาศ แผ่นพับ หรือใบปลิว, ร้อยละ 0.92 ช่องทางอื่น ๆ เช่น การลงพื้นที่ ของนายกรัฐมนตรี หรือเสียงตามสายภายในชุมชน และร้อยละ 0.62 ทางเว็บไซต์ เช่น Mthai Manager เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเข้าใจเกี่ยวกับโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; จากผลสำรวจพบว่า โดยภาพรวมประชาชนส่วนใหญ่ ระบุว่า &amp;ldquo;ค่อนข้างเข้าใจ&amp;rdquo; ในหลักการหรือแนวคิดของโครงการ เมื่อพิจารณาตามกรอบการดำเนินการทั้ง 10 เรื่อง ดังนี้ (1) เรื่องสัญญาประชาคมผูกใจไทยเป็นหนึ่ง ร้อยละ 51.71 (2) เรื่องคนไทยไม่ทิ้งกัน ร้อยละ 47.27 (3) เรื่องชุมชนอยู่ดีมีสุข ร้อยละ 48.39 (4) เรื่องวิถีไทยวิถีพอเพียง ร้อยละ 45.22 (5) เรื่องรู้สิทธิ รู้หน้าที่ รู้กฎหมาย ร้อยละ 44.78 (6) เรื่องรู้กลไกการบริหารราชการ ร้อยละ 47.27 (7) เรื่องรู้รักประชาธิปไตยไทยนิยม ร้อยละ 48.20 (8) เรื่องรู้เท่าทันเทคโนโลยี ร้อยละ 48.78 (9) เรื่องร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด ร้อยละ 47.51 และ (10) เรื่องงานตามภารกิจ ของทุกหน่วยงาน ร้อยละ 46.34
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; ตามกรอบการดำเนินการทั้ง 10 เรื่อง (เฉพาะผู้ที่เข้าใจ หรือค่อนข้างเข้าใจเกี่ยวกับหลักการหรือแนวคิดของโครงการ) พบว่า (1) เรื่องสัญญาประชาคมผูกใจไทยเป็นหนึ่ง ร้อยละ 49.93 ค่อนข้างเห็นด้วย (2) เรื่องคนไทยไม่ทิ้งกัน ร้อยละ 58.02 เห็นด้วยมากที่สุด (3) เรื่องชุมชนอยู่ดีมีสุข ร้อยละ 54.80 เห็นด้วยมากที่สุด&amp;nbsp;
อยากให้รัฐบาลส่งเสริมอาชีพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;(4) เรื่องวิถีไทยวิถีพอเพียง ร้อยละ 57.88 เห็นด้วยมากที่สุด (5) เรื่องรู้สิทธิ รู้หน้าที่ รู้กฎหมาย ร้อยละ 50.40 เห็นด้วยมากที่สุด (6) เรื่องรู้กลไกการบริหารราชการ ร้อยละ 53.94 ค่อนข้างเห็นด้วย (7) เรื่องรู้รักประชาธิปไตยไทยนิยม ร้อยละ 51.72 ค่อนข้างเห็นด้วย (8) เรื่องรู้เท่าทันเทคโนโลยี ร้อยละ 50.33 ค่อนข้างเห็นด้วย (9) เรื่องร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด ร้อยละ 55.80 เห็นด้วยมากที่สุด และ (10) เรื่องงานตามภารกิจของทุกหน่วยงาน ร้อยละ 49.50 เห็นด้วยมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความต้องการและความคิดเห็นเพิ่มเติมที่ตัวอย่างต้องการให้รัฐบาลดำเนินงานในโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; 10 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 อยากให้รัฐบาลส่งเสริมการประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ชาวบ้าน และเพิ่มสวัสดิการให้แก่ คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้สูงอายุไร้ญาติหรือไร้ที่อยู่ ร้อยละ 15.53, อันดับ 2 อยากให้รัฐบาลเพิ่มราคาพืชผลทางการเกษตรให้สูงขึ้น เช่น ข้าว ข้าวโพด เป็นต้น ร้อยละ 13.11
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 3 อยากให้ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ร้อยละ 11.29, อันดับ 4 อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยหรือคนจนอย่างทั่วถึง ร้อยละ 8.13, อันดับ 5 อยากให้พัฒนาและส่งเสริมด้านการเกษตรให้มากขึ้น เช่น สนับสนุนที่ดินทำการเกษตร จัดสรรแหล่งน้ำทำการเกษตร มีตลาดรองรับสินค้าทางการเกษตร เป็นต้น &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร้อยละ 6.67
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 6 อยากให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง ร้อยละ 5.83, อันดับ 7 อยากให้รัฐบาลดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง จริงจัง และโปร่งใส ร้อยละ 4.98, อันดับ 8 อยากให้รัฐบาลเพิ่มเงินสวัสดิการของรัฐให้มากขึ้น และอยากให้ช่วยส่งเสริมการศึกษาและจัดกองทุนการศึกษาเพื่อเด็กด้อยโอกาสหรือเด็กยากจน ร้อยละ 4.61, อันดับ 9 อยากให้รัฐบาลเพิ่มงบประมาณในการพัฒนาชุมชน ร้อยละ 3.64 และอันดับ 10 อยากให้รัฐบาลปราบปราม และแก้ปัญหาการทุจริต ร้อยละ 3.16
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคาดหวังของประชาชนต่อผลการดำเนินงานโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 40.39 ค่อนข้างคาดหวังว่าผลการดำเนินโครงการจะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น และร้อยละ 30.25 คาดหวังว่าผลการดำเนินโครงการจะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างแน่นอน โดยให้เหตุผลว่า การดำเนินโครงการ จะทำให้ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถนำเงินไปใช้จ่ายแบ่งเบาภาระในครัวเรือนได้ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ทำให้ได้รับความรู้และความเข้าใจในหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ก่อให้เกิดความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ&amp;nbsp;
เข้าใจความต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รวมถึงหลักการหรือแนวคิดตามกรอบการดำเนินงานทั้ง 10 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด การยกระดับคุณภาพชีวิต การสร้างจิตสำนึกที่ดี การเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง และการให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องการบริหารงานราชการในระดับต่างๆ ถือเป็นนโยบายที่ดี เพราะทำให้รัฐบาลเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของประชาชน เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามารับรู้ปัญหาที่เกิดขึ้น มีการเปิดรับฟังความคิดเห็น และมีหลักการดำเนินงานที่ชัดเจน ประชาชนสามารถเห็นถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการทำโครงการได้ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าการดำเนินโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; ของรัฐบาลจะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พบว่ายังมีประชาชนบางส่วน ร้อยละ 13.51 ไม่ค่อยคาดหวังว่าผลการดำเนินโครงการจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น และร้อยละ 4.78 ไม่คาดหวังเลยว่าผลการดำเนินโครงการ จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น โดยให้เหตุผลว่า การดำเนินโครงการยังขาดความต่อเนื่อง และวงเงินงบประมาณมีอยู่อย่างจำกัด จึงไม่สามารถเห็นผลสำเร็จของโครงการได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกทั้งการประชาสัมพันธ์และการกระจายข้อมูลข่าวสารยังไม่ทั่วถึง ทำให้ประชาชนไม่ทราบรายละเอียดและประโยชน์ที่แท้จริงจากการทำโครงการ ที่สำคัญประชาชนมองว่ายังขาดความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือแม้กระทั่งในกลุ่มประชาชนเอง ทำให้การดำเนินงานเป็นไปได้ยาก จึงไม่สามารถเข้าถึง และแก้ไขปัญหาของประชาชนได้อย่างตรงจุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงการมีส่วนร่วมในโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo; ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 57.98 ระบุว่าจะเข้าร่วมเวทีประชาคมรับฟังหลักการและแนวคิดของโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo;, ร้อยละ 55.02 ระบุว่าจะร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อพัฒนาชุมชนในโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo;, ร้อยละ 48.66 ระบุว่าจะเข้าร่วมกิจกรรมที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนาชุมชนให้ดีขึ้น ตามโครงการ &amp;ldquo;ไทยนิยม ยั่งยืน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่มีปัญหาสภาพคล่องช่วงใกล้เปิดเทอม โดยรัฐบาลห่วงใยและมีทางเลือกให้ประชาชนที่มีความจำเป็นต้องใช้จ่ายฉุกเฉิน เช่น ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล ได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนอย่างหลากหลาย โดยไม่ต้องไปใช้บริการสินเชื่อนอกระบบ&amp;nbsp;
รัฐบาลไฟเขียวเข้าโรงจำนำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งโครงการสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินของ ธ.ก.ส.และ ธ.ออมสิน รายละไม่เกิน 50,000 บาท โครงการสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับ (สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์) รายละไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งมีประชาชนไปใช้บริการอย่างต่อเนื่อง และยังให้สถานธนานุบาลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศเตรียมเงินให้เพียงพอกับความต้องการของประชาชน และปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดภาระผู้ปกครอง ในระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-31 พ.ค.61 โดยหากเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท จะคิดดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 0.25 ต่อเดือน ส่วนเงินต้นเกินกว่า 5,000 บาท จะคิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า นายกรัฐมนตรียังให้ความสนใจข่าวที่เกษตรกรนำหัวรถไถไปจำนำที่โรงรับจำนำของเทศบาลเมืองชุมแสง จ.นครสวรรค์ และมีคนฉวยโอกาสนำไปอ้างว่ารัฐบาลบริหารงานไม่ดี จึงทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ โดยนายกฯ ไม่อยากให้นำความเดือดร้อนของประชาชนไปเชื่อมโยงกับประเด็นการเมือง หากจะวิพากษ์วิจารณ์ ก็ขอให้อยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การนำทรัพย์สินไปจำนำถือเป็นทางเลือกหนึ่งของประชาชนที่ต้องการใช้เงินฉุกเฉิน ซึ่งเกิดขึ้นมานานแล้ว และช่วงใกล้เปิดเทอมจะมีปริมาณการใช้บริการมาก ถือเป็นเรื่องปกติ และยังขึ้นอยู่กับความต้องการในแต่ละช่วงด้วย เช่น หลังเกิดเหตุน้ำท่วมเกษตรกรก็จะนำหัวรถไถไปจำนำกันมาก เป็นต้น ส่วนภาพที่เห็นว่าขณะนี้มีหัวรถไถถูกนำไปจำนำเป็นจำนวนมากนั้น เนื่องจากโรงรับจำนำของพื้นที่ใกล้เคียงใน อ.บางมูลนาก และตะพานหิน จ.พิจิตร ไม่ได้รับจำนำอุปกรณ์ทางเกษตร เพราะเป็นอุปกรณ์ขนาดใหญ่ เกษตรกรจึงต้องนำไปจำนำที่ อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ทอง นาก เพชร และเครื่องรูปพรรณ เงินรูปพรรณ นาฬิกาข้อมือ เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ เป็นทรัพย์สินที่มีการนำไปจำนำมากที่สุดตามลำดับ ส่วนเครื่องมืออุปกรณ์ทางการเกษตรมีจำนวนน้อยที่สุด และมีปริมาณการจำนำใกล้เคียงกับทุกปี อีกทั้งรัฐบาลชุดนี้ได้เปิดโอกาสให้เกษตรกรนำอุปกรณ์ทางการเกษตรไปจำนำได้ เพิ่มเติมจากทรัพย์สินประเภทอื่น อย่างไรก็ตาม นายกฯ อยากให้คนไทยทุกคนสร้างวินัยการออมเพื่ออนาคตในระยะยาวด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9061</URL_LINK>
                <HASHTAG>การยกระดับคุณภาพชีวิต, การสร้างจิตสำนึกที่ดี, ธ.ก.ส., ธ.ออมสิน, นิด้าโพล, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทยนิยม ยั่งยืน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180512/image_big_5af6e7e33d2ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
