<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>41703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2019 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2019 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> GCเตรียมระดมทุนออกหุ้นกู้วงเงินไม่เกิน10,000ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;GCเตรียมเสนอขายหุ้นกู้มูลค่าที่เสนอขายรวมทั้งสิ้นไม่เกิน10,000 ล้านบาทดอกเบี้ยคงที่2.90% ต่อปี &amp;nbsp; พร้อมแต่งตั้ง 5 ธนาคารเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้
&amp;nbsp;
23 ก.ค.62 -นางสาวดวงกมล เศรษฐธนัง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี บริษัท พีทีที&amp;nbsp;
โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า บริษัทฯ อยู่ระหว่างเตรียมการออกและเสนอขายหุ้นกู้ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering)เพื่อขยายฐานผู้ลงทุนและเสริมสร้างฐานผู้ถือหุ้นกู้รายย่อยของ GC ซึ่งจะเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้สูงอายุมีสิทธิจองซื้อก่อนเพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนที่มั่นคงยามเกษียณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หุ้นกู้ของ GC &amp;nbsp; ครั้งที่ 1/2562 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2567 ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดไถ่ถอนมีอายุ5 ปีอัตราดอกเบี้ยคงที่2.90% ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุของหุ้นกู้มูลค่าที่เสนอขายรวมทั้งสิ้นไม่เกิน10,000ล้านบาท คาดว่าจะเปิดจองซื้อช่วงวันที่14&amp;ndash;16 สิงหาคม2562 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปซึ่งเป็นผู้สูงอายุ (เกิดก่อนวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2503) และช่วงวันที่19 &amp;ndash; 21 สิงหาคม 2562 สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปมูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และจองซื้อเป็นทวีคูณครั้งละ100,000บาท ผ่านสาขาของธนาคารผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้5แห่งซึ่งได้แก่ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หุ้นกู้ของGC ได้รับการจัดอันดับจากฟิทช์เรทติ้งส์ที่ AA+(tha) เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2562โดยGC จะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ครั้งนี้เพื่อใช้ชำระคืนหนี้สินที่จะครบกำหนด และ/หรือ เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจ และ/หรือ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนทั่วไป โดย ณ ขณะนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนกับสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับผู้สนใจสามารถติดต่อจองซื้อ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ &amp;nbsp;ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (ยกเว้นสาขาไมโคร) โทร. 1333 , ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-111-1111, ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน) โทร. 1572, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-888-8888 กด 819,ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โทร. 02-777-6784
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41703</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสิกรไทย, ดวงกมล เศรษฐธนัง, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกรุงเทพ, บริษัท พีทีที  โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC, หุ้นกู้, ไทยพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190723/image_big_5d369d40096b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35839</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 17:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 17:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SCB เปิดตัวบัตรเติมเงินเจาะนักท่องเที่ยวต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ไทยพาณิชย์ ผนึกธมิตรเปิดตัวบัตรเติมเงิน SCB M VISA PREPAID TOURIST จับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติพร้อมตั้งเป้ามียอดสมัครใช้งานบัตรเติมเงินที่ 50,000 ใบ และคาดการณ์มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรมากกว่า 600 ล้านบาท ภายใน 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
14 พ.ค. 62 นางสาวจามรี เกษตระกูล รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มงานปฏิบัติการ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ร่วมมืกับ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ วีซ่า เปิดตัวโครงการ SCB M Visa ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;The First Evolution of Experiential Shopping&amp;rdquo;พร้อมมุ่งมั่นผลักดันสร้างระบบนิเวศสังคมไร้เงินสด ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เปิดตัวบัตรเติมเงิน &amp;ldquo;SCB M VISA PREPAID TOURIST&amp;rdquo; บัตรอภิสิทธิ์สำหรับนักท่องเที่ยว รองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติให้สามารถช้อปปิ้งได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวล ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกจากวีซ่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;บัตร SCB M VISA PREPAID TOURIST สามารถสมัครได้ทันทีเพียงแสดงหนังสือเดินทางที่ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม ดิ เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ หรือที่ศูนย์แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ธนาคารไทยพาณิชย์ ท่าอากาศยานดอนเมือง ตัวบัตรมีอายุ 5 ปี ผู้ถือบัตร สามารถรับสิทธิพิเศษทุกครั้งที่กลับมาเที่ยวเมืองไทยตลอดอายุบัตร ไม่มีค่าธรรมเนียมการสมัคร ค่าธรรมเนียมรายปี ค่าธรรมเนียมในการเติมเงิน และค่าธรรมเนียมการขอออกบัตรใหม่ เติมเงินขั้นต่ำ 100 บาท ได้ที่จุดบริการลูกค้าในห้างสรรพสินค้าเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ปทุกแห่ง&amp;rdquo;น.ส.จามรี กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับการร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นการขานรับนโยบาย National e-Payment ของทางรัฐบาลในการเดินหน้าผลักดันประเทศไทยก้าวสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัลไร้เงินสด อีกทั้งยังจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพ และส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทยให้เกิดความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักของ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ที่ต้องการขยายฐานลูกค้าชาวต่างชาติ ศึกษาพฤติกรรมการช้อปปิ้งของนักท่องเที่ยว เพื่อวางแผนทางการตลาดให้นักท่องเที่ยวเดินทางกลับมาประเทศไทยอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ทั้งนี้ตั้งเป้ายอดสมัครใช้งานบัตรเติมเงิน SCB M VISA PREPAID TOURIST ที่ 50,000 ใบ และคาดการณ์มียอดใช้จ่ายผ่านบัตรมากกว่า 600 ล้านบาทภายใน 1 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35839</URL_LINK>
                <HASHTAG>วีซ่า, เดอะมอลล์, ไทยพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cda91b3d67e6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35419</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 15:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 15:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> SCB คาดปี 62 กนง.ยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยพาณิชย์ เล็งเศรษฐกิจไทย หลัง กนง.คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 1.75% ต่อปี หวังให้นบายการเงินผ่อนคลาย เผยหวั่นการค้าโลกฉุดตัวเลขส่งออกไทยต่ำกว่าเป้าหมายที่ประเมินไว้ พร้อมคาดอัตราเงินเฟ้อในปี 62 จะอยู่ที่ประมาณ 0.9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค. 62 -นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส สถาบันอีไอซี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) เปิดถึงผลประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คณะกรรมการมีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.75% ต่อปี โดยคณะกรรมการฯ เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เพื่อให้นโยบายการเงินผ่อนคลายเพียงพอต่อการสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ โดยอีไอซีมองว่า กนง.จะคงอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ จากความเสี่ยงด้านต่ำของเศรษฐกิจที่สูงขึ้น และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่มีโอกาสออกมาต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ อีไอซี คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้หลัง กนง. ยังแสดงความกังวลต่อความเสี่ยงด้านต่ำของเศรษฐกิจที่สูงขึ้น และ ค่าเฉลี่ยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปน่าจะต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย ซึ่งโอกาสที่ กนง. จะสามารถขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้ในปีนี้มีน้อยลงเมื่อเทียบกับการประชุมครั้งก่อน นอกจากนี้ อีไอซียังประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยปีนี้อาจมีค่าต่ำกว่าขอบล่างของกรอบเป้าหมายนโยบายการเงิน โดยจากประมาณการล่าสุดโดยคาดว่า อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีนี้จะอยู่ที่ 0.9%&amp;rdquo;นายวชิรวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีสามารถอยู่ในกรอบเป้าหมาย ตัวเลขเศรษฐกิจปรับดีขึ้นต่อเนื่อง และความเสี่ยงทางการเมืองลดลง ก็อาจทำให้ กนง. ขึ้นดอกเบี้ยได้ในช่วงปลายปี ทั้งอีไอซีมองว่า การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งต่อไปจะยังคงเป็นการปรับขึ้น เนื่องจาก กนง. ยังมีความตั้งใจที่จะทยอยลดระดับความผ่อนคลายของนโยบายการเงินลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อลดความเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35419</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการนโยบายการเงิน, ดอกเบี้ย, สถาบันอีไอซี, ไทยพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180122/image_big_5a65a7e45e7d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 00:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยพาณิชย์ หั่นประมาณการณ์จีดีพี62เหลือเพียง 3.8%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ม.ค. 2562 นายยรรยง ไทยเจริญ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด Economic Intlelligence Center (EIC) ธนาคาร ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) (SCB) เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในไตรมาสแรก ของปี 2562 ว่า ธนาคารได้มีการปรับประมาณการณ์จีดีพีลดลงเหลือ 3.8% จากเดิม 4.2% เนื่องจากความผันผวนจากเศรษฐกิจโลก ภาวะการค้าโลกที่ชะลอตัวลงซึ่งเป็นผลมาจากสงครามการค้า ส่งผลให้การส่งออกของไทยในปีนี้ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตามในปีนี้เศรษฐกิจของไทยยังคงมีปัจจัยสนับสนุนมาจากการใช้จ่ายภายในประเทศโดยเฉพาะการลงทุนของภาครัฐมีการขยายตัวและมีความชัดเจนมายิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เศรษฐกิจโลกยังคงมีความผันผวนจากหลายๆปัจจัย อย่างไรก็ตามในปีนี้ทิศทางเศรษฐกิจโลกเชื่อว่าจะยังขยายตัวจากการที่สหรัฐมีเศรษฐกิจที่เติบโตดีแต่ชะลอลงจากแรงส่งจากนโยบายปฏิรูปภาษีที่ลดลง ยูโรโซนและญี่ปุ่นเติบโตในอัตราที่ชะลอลงด้วยเช่นกัน ส่วนทิศทางนโยบายทางการเงินของเฟด ซึ่งคาดว่าจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ประมาณ 2 ครั้ง คาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นนโยบายดอกเบี้ย เป็นต้น&amp;rdquo;นายยรรยง กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของภาคการท่องเที่ยว ธนาคารมองว่ายังเป็นอีกหนึ่งภาคธุรกิจที่จะเป็นแรงผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศมีการขยายตัวได้ในทิศทางที่ดี ซึ่งคาดว่าในปีนี้จะมีอัตราการขยายตัวได้ที่ประมาณ 5.7% ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนกลับมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นในช่วงไตรมาสสองของปีนี้ ซึ่งจะเป็นการสนับที่สำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีมีการเติบโต ส่วนการบริโภคภาคครัวเรือนคาดว่าจะมีการเติบโตในรูปแบบค่อยเป็นค่อยไปตามอัตราการว่างงานที่ต่ำ การฟื้นตัวอย่างช้าๆของรายได้และมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในปี 2562 นี้ ธนาคารคาดว่าเศรษฐกิจของไทยยังคงมีอัตราการเติบโตได้ในทิศทางที่ดี โดยมีปัจจัยบวกจากการลงทุนต่อเนื่องในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ การลงทุนของภาคเอกชนที่ได้รับแรงส่งจากการใช้กำลังการผลิตที่มีแนวโน้มดีขึ้น การย้ายฐานการผลิตมายังไทยของธุรกิจต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า การบริโภคของภาคครัวเรือนที่เติบโตามการฟื้นตัวของรายได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมไปถึงมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของภาครัฐ และ การกลับมาการขยายตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ต้องคอยเฝ้าจับตามองนั้นมาจาก การค้าโลกที่ชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจประเทศสำคัญ ความเสี่ยงจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ กับ จีน ความไม่แน่นอนทางการเมืองในภูมิภาคสำคัญโดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรป เสถียรภาพทางการเงินในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ที่มีความอ่อนไหวต่อภาวะการเงินโลกที่ตึงตัว ภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง และการฟื้นตัวช้าของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กในบางอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26109</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีดีพี, ปี2562, ภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในไตรมาสแรก, ยรรยง ไทยเจริญ, ไทยพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c34d8a3bfd00.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22298</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ช่วยผจก.แบงก์ กับสามีรถชนคาที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ พม.เมืองกาญจน์ขับเก๋งพาภรรยาผู้ช่วยผู้จัดการแบงก์ไทยพาณิชย์ไปทำธุระ ขากลับรถพุ่งประสานงากับกระบะพังยับเงิน ทั้งคู่เสียชีวิตติดอยู่ในซากรถ ขณะที่คู่กรณีบาดเจ็บ สาเหตุยังอยู่ระหว่างสอบสวน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อกลางดึกย่างเข้าวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้ พ.ต.ท.ชาติชาย กาญจนภูสิต สารวัตรสอบสวน สภ.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีอุบัติเหตุรถกระบะชนประสานงากับรถเก๋ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บนสะพานข้ามทางมอเตอร์เวย์ สายหนองขาว-ท่าม่วง หมู่ 7 ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 16 (รพ.ท่าม่วง) และกำลังเจ้าหน้าที่มูลนิธิมิราเคิลออฟไลฟ์ประจำจังหวัดกาญจนบุรี พบร่างผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย 1 คน และหญิง 1 คน ติดอยู่ภายในรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีดำ หมายเลขทะเบียน กฉ 1759 กาญจนบุรี สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ใกล้กันพบรถกระบะอีซูซุ ดีแมคซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน กต 6784 ราชบุรี มีนายประกอบ สุวรรณประเสริฐ อายุ 44 ปี เป็นพนักงานคลังสินค้าของบริษัท SCG สาขา อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี อยู่บ้านเลขที่ 36/2 หมู่ 5 ต.ปากแรด อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บเหนือคิ้วซ้ายแตก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้เสียชีวิตที่ติดอยู่ภายในรถเก๋ง ทราบต่อมาชื่อนายทรงธรรม ผึ่งผาย อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 156 หมู่ 8 ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี สภาพศพมีบาดแผลฉีกขาดที่หน้าผาก และ น.ส.นันทยา เผือกเงิน อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 185/1 หมู่ 3 ต.วังเย็น อ.เมือง จ.กาญจนบุรี หน้าอกยุบ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เครื่องตัดถ่างนำร่างออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พ่อและญาติของผู้เสียชีวิตทราบข่าวได้รีบเดินทางไปดูศพ ต่างร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า พร้อมเปิดเผยว่า ทั้งคู่แต่งงานอยู่กินกันได้ 2 ปี โดยนายทรงธรรม คนขับรถเก๋ง เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี ส่วน น.ส.นันทยา เป็นผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขากาญจนบุรี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายทรงธรรมขับรถพาภรรยาไปทำธุระที่ อ.ท่ามะกา ส่วนนายประกอบขับรถกระบะมาหาเพื่อนที่ ต.หนองขาว ขณะที่นายทรงธรรมขับรถกลับบ้านที่ ต.หนองขาว ถึงจุดเกิดเหตุนายประกอบขับรถสวนมา สาเหตุยังไม่แน่ชัด รถทั้งสองคันได้พุ่งชนประสานงาจนเกิดเหตุสลดดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาพยานหลักฐานเพื่อสรุปหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กำแพงเพชร ร.ต.อ.นิสิต รุ่งเรือง รองสารวัตรสอบสวน สภ.โกสัมพีนคร รับแจ้งเหตุรถตู้ชนต้นไม้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จึงพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยข่าวภาพกำแพงเพชร และแพทย์ รพ.โกสัมพีนคร ไปให้การช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนพหลโยธิน กำแพงเพชร-ตาก ฝั่งขาขึ้น หลักกิโลเมตรที่ 485/400 หมู่ 3 ต.โกสัมพี อ.โกสัมพีนคร พบรถตู้โตโยต้า คอมมิวเตอร์ หมายเลขทะเบียน ฮม 4480 กรุงเทพมหานคร ชนอัดกับต้นไม้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 คน เสียชีวิต 1 คน ชื่อนายสมพงษ์ จั่นจ้อย อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145 หมู่ 2 ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.โกสัมพีนคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวนทราบว่ากลุ่มผู้บาดเจ็บมาจาก จ.สมุทรปราการ เพื่อไปทำบุญที่ จ.ลำพูน ถึงที่เกิดเหตุรถตู้เสียหลักชนเสาไฟฟ้าก่อนไถลไปชนต้นไม้ คาดว่าคนขับหลับในเนื่องจากขับรถจาก จ.เชียงรายไปรับผู้โดยสารแล้วเดินทางต่อโดยไม่ได้พักผ่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22298</URL_LINK>
                <HASHTAG>พ.ต.ท.ชาติชาย กาญจนภูสิต, ร.ต.อ.นิสิต รุ่งเรือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทยพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181119/image_big_5bf2be1424224.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13029</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/07/2018 09:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/07/2018 09:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตางบแบงก์ไตรมาส 2 รายได้หด หลังยกเลิกค่าธรรมเนียม กสิกรฯ หนักสุด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับตากลุ่มแบงก์ทยอยแจ้งงบไตรมาส 2 ปี 61 คาดรายได้หด หลังประกาศยกเลิกค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมทางการเงิน ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ แบงก์ใหญ่หนักสุด กสิกร, กรุงไทย และไทยพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.นี้ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ 11 แห่ง จะเป็นกลุ่มแรกที่ทยอยรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 61 ต่อ ตลท. โดยคาดว่าแต่ละแห่งจะได้รับผลกระทบจากการประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมทางการเงิน ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนใช้ช่องทางดังกล่าวมากขึ้น ส่งผลให้รายได้ของกลุ่มธนาคารที่ได้จากค่าธรรมเนียมจะปรับลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ยกเว้นค่าธรรมเนียม สำหรับการทำธุรกรรมทางโทรศัพท์มือถือหรืออินเทอร์เน็ต ตั้งแต่เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด และเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่การตั้งสำรองกลับสู่ภาวะปกติ ทำให้โอกาสการปรับลดการตั้งสำรองน่าจะมีจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ คาดว่าธนาคารกสิกรไทย จะได้รับผลกระทบสูงสุดจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมจะมีกำไรลดลงมากที่สุด 19% จากไตรมาสก่อนหน้า รองลงมาคือ ธนาคารกรุงไทย ลดลง 14% และธนาคารไทยพาณิชย์ ลดลง 10% ส่วนธนาคารกรุงเทพ อาจทำรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นจากการขายผลิตภัณฑ์เอไอเอ และสัดส่วนสำรองหนี้สูญต่อสินเชื่อที่ต่ำกว่า ทำให้คาดว่ากำไรลดลงเพียง 6%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;nbsp;ผลกระทบจากการยกเว้นค่าธรรมเนียมธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็กมีน้อยกว่า แต่ยังมีปัญหา โดยคาดว่ากำไรของธนาคารทิสโก้ จะลดลง 1% จากไตรมาสก่อนหน้า หลังจากโอนพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคลไปให้กับธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ขณะที่ รายได้ของธนาคารเกียรตินาคิน อาจหดตัวลง 1% เนื่องจากรายได้จากตลาดทุนมีแนวโน้มอ่อนตัวลงตามราคาสินทรัพย์ที่ผันผวนในไตรมาส 2 ปี 61 ส่วนบมจ.ทุนธนชาต (ธนาคารธนชาต) ที่สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่หมดอายุ อาจทำให้กำไรสุทธิ ลดลง 10%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจาก บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า กำไรไตรมาส 2 ปี 61 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 10 แห่งที่ศึกษา คาดว่าจะอยู่ที่ 46,600 ล้านบาท ลดลง 11% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังเพิ่มขึ้น 2.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากรายได้ค่าธรรมเนียม สำหรับธุรกรรมออนไลน์ที่หายไปในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ส่งผลให้คาดการณ์รายได้ค่าธรรมเนียม ไตรมาส 2 ปี 61 ลดลง 10.7% จากไตรมาสก่อนหน้า &amp;nbsp;และ 0.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีหลังจะได้รับปัจจัยสินเชื่อ มาช่วยหักล้างผลกระทบจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ยังเป็นทิศทางลงต่อเนื่องได้บางส่วน เนื่องจากแรงส่งการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐ การใช้จ่ายของภาคเอกชนและภาครัฐ รวมถึงภาคการส่งออกที่ยังเติบโตต่อเนื่อง จะส่งผลบวกต่อแนวโน้มความต้องการสินเชื่อในปี61-62 เดินหน้าฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี60 นำด้วยการเติบโตของสินเชื่อในกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13029</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงไทย, กสิกรไทย, ตลท., ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, ยกเลิกค่าธรรมเนียม, หุ้นกลุ่มแบงก์, ไทยพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180709/image_big_5b42cb3945c14.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2018 16:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2018 16:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>PTTEPร่วมไทยพาณิชย์พัฒนาระบบโอนเงินต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.สผ. ร่วมไทยพาณิชย์ พัฒนาระบบโอนเงินระหว่างประเทศสร้างมิติใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และเพิ่มความรวดเร็วในการโอนเงิน กับคู่ค้าและผู้ให้บริการต่าง ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค. 2561 - นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP&amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดเผยว่าลงนามความร่วมมือเพื่อศึกษาและพัฒนาระบบการโอนเงินระหว่างประเทศ บนเทคโนโลยี Blockchain ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เพื่อมาใช้ในธุรกรรมโอนเงินระหว่างประเทศ นับเป็นการเริ่มต้นความร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำธุรกรรมทางการเงินข้ามประเทศของ ปตท.สผ. โดยใช้เวลาน้อยลง ส่งผลให้ต้นทุนลดลงด้วย เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ ให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นอยู่เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางภิมลภา สันติโชค รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสูงสุด Commercial Banking Solutions ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่าการดำเนินธุรกิจของธนาคารฯ ที่ผ่านมาได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนำได้นวัตกรรมต่างๆจากทั่วโลกมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคาร ซึ่งระบบดังกล่าวได้มีใช้กับลูกค้าในกลุ่มบุคคลในปีที่ผ่านมา สำหรับครั้งนี้ธนาคารฯ ได้รับความไว้วางใจจากปตท.สผ. ร่วมสร้างมิติใหม่ของการนำ Blockchain มาใช้สำหรับองค์กรธุรกิจ โดยลงนามความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ธนาคารฯ ตัดสินใจใช้งานระบบดังกล่าวในรูปแบบ B2B&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12729</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาคาร, นวัตกรรม, นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย, ปตท.สผ., ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม, ไทยพาณิชย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180704/image_big_5b3c8d5332a63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
