<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113575</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จะเกิดอะไรขึ้น? เมื่อ&#039;มิว ศุภศิษฏ์&#039;ต้องกลายเป็นยอดมนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ้นสุดการรอคอยของเหล่าแฟนคลับทั่วประเทศ ที่ปูเสื่อเตรียมรอรับชมละครมิติใหม่ ทางไทยพีบีเอส พร้อมเสิร์ฟให้ผู้ชมถึงหน้าจออย่างต่อเนื่อง Super แม้น กำกับละครโดย ดนัย อัมพรดนัย ซึ่งนับได้ว่าเป็นเรื่องที่สองในโปรเจกต์ DRAMA FOR All โดยผ่านกระบวนการสร้างสรรค์บทละครมาเพื่อผู้ชมทั่วไป คนพิการทางการมองเห็น และคนพิการทางการได้ยิน ให้ได้รับชมกับความสนุก ไปพร้อม ๆ กันอย่างเท่าเทียม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เต็มอิ่มครบทุกอรรถรสในละคร Super แม้น ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. เริ่มตอนแรกวันที่ 21 สิงหาคมนี้ นำทัพทีมนักแสดงโดย มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ , สไมล์-ภาลฎา ฐิตะวชิระ, แมงมุม-ฑันท์ชิย์ บำรุงกิจ และ บุ๊ค-พงษ์นิรันดร์ กันตจินดา พลาดไม่ได้กับเรื่องราวของ แม้น (รับบทโดย มิว ศุภศิษฏ์) ชายหนุ่มแสนจะธรรมดา ที่ชอบยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่นในสังคมอยู่เสมอโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ไม่ว่าจะเขาเห็นคนถูกฉกชิงวิ่งราว ทะเลาะวิวาท หรือเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน จนใครหลาย ๆ คนก็มองว่าเขาเป็นคนเพี้ยน? ที่ชอบหาเรื่องใส่ตัวอยู่ตลอดเวลา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนกระทั่งต้องมาช่วยเหลือ โอโซน (รับบทโดย สไมล์ ภาลฎา) นักข่าวสาวให้พ้นจากน้ำมือของคนร้าย ทำให้โอโซนต้องการที่จะปั้นคนดี ๆ อย่างแม้นให้กลายเป็น ซูเปอร์แม้น ยอดคนธรรมดาที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ใครจะไปรู้ว่าสิ่งนี้กลับทำให้แม้นต้องงานเข้า และต้องเผชิญกับเรื่องวุ่น ๆ ที่อาจทำให้ชีวิตของคนดีอย่างแม้นต้องพังลง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ติดตามรับชมละครมิติใหม่ Super แม้น วันที่ 21-22 สิงหาคมนี้ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ชมสดพร้อมกัน ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และช่องทางออนไลน์ www.thaipbs.or.th/Live , Facebook @ThaiPBS , ชมสด Big Sign ภาษามือใหญ่เต็มจอ www.youtube.com/ThaiPBSBigSign ชมอีกครั้ง ทาง www.VIPA.me และ แอปพลิเคชัน VIPA (รองรับบริการ Closed Caption ไทย/อังกฤษ และ Big Sign ภาษามือใหญ่เต็มจอ) &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113575</URL_LINK>
                <HASHTAG>DRAMA FOR ALL, Super แม้น, ดนัย อัมพรดนั, มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์, สไมล์-ภาลฎา ฐิตะวชิระ, ไทยพีบีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b3562b8753.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2021 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2021 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยร่วมใจ กทม.-หอการค้าไทย- ไทยพีบีเอส เปิดรับสายจองฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกา วันนี้ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 2564 &amp;nbsp;หน่วยความร่วมมือบริการฉีดวัคนโควิด-19 กรุงเทพมหานคร &amp;ndash; หอการค้าไทย ไทยพีบีเอส &amp;ndash; ธนบุรี เฮลท์แคร์กรุ๊ป ขอเชิญผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป สัญชาติไทย จองคิวฉีดวัคซีนแอสตราเซนเนกา (เข็มที่ 1)&amp;nbsp;
ลงทะเบียนได้ทางโทรศัพท์ วันอาทิตย์ที่ 8 ส.ค. 64
&amp;nbsp;โทร. 02-790-2855 (40 คู่สาย)
เวลา 09.00 &amp;ndash; 16.00 น. หรือจนกว่าจะเต็มจำนวน
สถานที่ฉีดวัคซีน : ไทยพีบีเอส ถ.วิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กทม.
แผนที่ https://thaip.bs/Map
เริ่มฉีดระหว่างวันที่ 9 &amp;ndash; 14 ส.ค. 64 รวม 6 วัน (วันละ 4 รอบ รอบละ 100 คน รวมทั้งสิ้น 2,400 คน)
รอบที่ 1 เวลา 10.00 &amp;ndash; 11.00 น.
รอบที่ 2 เวลา 11.00 &amp;ndash; 12.00 น.
รอบที่ 3 เวลา 12.00 &amp;ndash; 13.00 น.
รอบที่ 4 เวลา 13.00 &amp;ndash; 14.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงื่อนไข
1. ต้องเป็นผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป สัญชาติไทย
2. สงวนสิทธิ์การโทรลงทะเบียน 1 ครั้ง แจ้งชื่อได้ไม่เกิน 2 ท่าน
3. ทีมงานขอสงวนสิทธิ์ให้สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชื่อภายหลังได้ทุกกรณี
4. ในวันที่นัดหมาย ให้มาก่อนเวลานัด 30 นาที เพื่อลดความแออัด และให้นำบัตรประชาชนตัวจริงมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ประสานฉุกเฉินไทยพีบีเอส สู้โควิด-19
&amp;bull; โทร. 02-790-2111 (เวลา 08.00 &amp;ndash; 16.00 น.)
&amp;bull; LINE ID : @Rongtookthaipbs
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112559</URL_LINK>
                <HASHTAG>จองฉีดวัคซีน, วัคซีนแอสตราเซนเนกา, ไทยพีบีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d58d53af504.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 09:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 09:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039; ร้อง กสทช. เชือด &#039;ไทยพีบีเอส&#039; ปล่อยเฟคนิวส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.64 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวถึงกรณีที่สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสนำเสนอสกู๊ปข่าวรายงานตัวเลขที่ผิดพลาดหลายจุดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีต่อเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้, การแปลข่าวชาวอินเดียเช่าเครื่องบินเหมาลำมายังประเทศไทยอย่างผิดๆ และล่าสุดผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวได้เผยแพร่ข่าวหญิงสาวที่เข้ารับวัคซีนซิโนแวคที่ จ.อุดรธานี แอบอ้างภาพของผู้ป่วยรายหนึ่งที่โรงพยาบาลหนองม่วง จ.ลพบุรี ที่มีอาการแพ้ยา มีผื่นแดงเต็มตัว มาเผยแพร่ควบคู่กันจนเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งเป็นการนำเสนอข่าวคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงหลายต่อหลายครั้ง เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันของสังคมนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการเสนอข่าวที่ผิดพลาดในลักษณะดังกล่าวบ่อยครั้ง สร้างความตื่นตระหนกและสับสนให้เกิดขึ้นกับผู้ชมอย่างแพร่หลาย แม้จะมีการแก้ข่าวแล้วแต่ก็เกิดขึ้นอย่างล่าช้า อันชี้ให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการทำงานของสื่อไทยพีบีเอสที่อาจขาดความเที่ยงตรงและความรับผิดชอบต่อสาธารณชนโดยชัดแจ้ง อันเข้าข่ายการฝ่าฝืน ม.43(1) ประกอบ ม.42(1)(2) แห่งพรบ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย 2551 และข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมของวิชาชีพเกี่ยวกับการผลิตและเผยแพร่รายการ 2563 ข้อ 5 ประกอบข้อ 7&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ยังเป็นการการทำที่อาจขัดต่อกฎหมายและหรือขัดต่อจริยธรรมแห่งวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ซึ่งสำนักงาน กสทช. มีอำนาจดำเนินการตาม พรบ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 2551 ม.40 ประกอบ ม.39 รวมทั้งเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยว่าด้วย จริยธรรมแห่งวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ 2553 ประกอบธรรมนูญสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ 2563 อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะนำความไปร้องเรียนต่อสำนักงาน กสทช.เพื่อให้ใช้อำนาจตามกฎหมาย เพื่อลงโทษผู้บริหารหรือกองบรรณาธิการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ตามครรลองของกฎหมายต่อไป โดยจะเดินทางไปยื่นคำร้องใรวันศุกร์ที่ 14 พ.ค.64 เวลา 10.00 น. ณ สำนักงาน กสทช. ถ.พหลโยธิน ซอย 8 (ซอยสายลม) พญาไท กทม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102759</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศรีสุวรรณ จรรยา, เฟคนิวส์, ไทยพีบีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210429/image_big_6089fccf485d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2021 08:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2021 08:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีกแล้ว! &#039;ไทยพีบีเอส&#039; แถลงขอโทษ ตั้งกรรมการสอบผู้ช่วยบก.แพร่เฟกนิวส์แพ้วัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.64 -&amp;nbsp;จากกรณีมีผู้เผยแพร่เฟกนิวส์แอบอ้างภาพของผู้ป่วยรายหนึ่งที่โรงพยาบาลหนองม่วง จ.ลพบุรี ที่มีอาการแพ้ยา ผื่นแดงเต็มตัว โดยบิดเบือนว่าเป็นผลข้างเคียงของวัคซีนซิโนแวค ซึ่งหนึ่งในผู้กระทำผิดเป็นผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;กะทิ จ้า&amp;quot;&amp;nbsp;พบว่า เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการข่าวเช้า สำนักข่าวไทยพีบีเอส จากนั้น&amp;nbsp;นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เตรียมแจ้งความเอาผิดผู้ใช้เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ รวม 3 ราย ในความผิดตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 รวมทั้งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ไทยพีบีเอส ได้ออกแถลงการณ์ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) เรื่อง นักข่าวไทยพีบีเอสโพสต์ข้อความบนบัญชี Facebook ส่วนตัว ที่ใช้ชื่อว่า กะทิ จ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.ท. ต้องขอโทษและขอรับทุกคำติเตียนหรือคำกล่าวโทษต่างๆ จากการที่พนักงานตำแหน่งผู้ช่วยบรรณาธิการข่าว สังกัดสำนักข่าว โพสต์ข้อความบนบัญชี Facebook ส่วนตัว ที่ใช้ชื่อว่า กะทิ จ้า ให้ข้อมูลและภาพเกี่ยวกับประสิทธิภาพและผลกระทบของผู้รับวัคซีนที่ไม่ถูกต้อง และทำให้สื่อมวลชนสังกัดอื่นใช้ข้อมูลและภาพจากบัญชีดังกล่าวไปเผยแพร่ซ้ำ จนทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประสิทธิภาพและผลกระทบของผู้รับวัคซีน อันนำมาซึ่งความเสียหายต่อผู้เกี่ยวข้องและเกิดความเข้าใจผิดขึ้นในสังคมเป็นวงกว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.ท. ขอเรียนว่า แม้การโพสต์ข้อความหรือภาพของพนักงานของ ส.ส.ท. ดังกล่าว จะเป็นการโพสต์บนบัญชีส่วนบุคคลของพนักงานเอง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ ส.ส.ท. แต่การกระทำนั้น ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของ ส.ส.ท. และกระทบต่อสาธารณะ ส.ส.ท. จึงไม่อาจจะละเลยต่อความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ต้องกำกับดูแลพนักงานในสังกัดของตนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้นแล้ว โดยอาศัยข้อบังคับว่าด้วยจริยธรรมของวิชาชีพเกี่ยวกับการผลิตและการเผยแพร่รายการ พ.ศ. 2563 และแนวปฏิบัติการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ลงวันที่ 28 กันยายน 2563 ที่ ส.ส.ท. ใช้เป็นหลักยึดในการดำเนินงานตลอดมา เพื่อให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดได้รับการเปิดเผย และตรวจสอบอย่างรอบด้าน อันจะนำมาซึ่งความเป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งนี้ ส.ส.ท. จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วัน นับแต่วันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.ท. ขอน้อมรับทุกข้อตำหนิ และคำติเตียนเพื่อเป็นบทเรียนการทำงานที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นจนเป็นเหตุให้ต้องเกิดการขอโทษต่อสาธารณะขึ้นซ้ำอีกในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102753</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอม, ข่าวปลอมโควิด, ส.ส.ท., เฟกนิวส์, ไทยพีบีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210513/image_big_609c7a92414b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 11:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 11:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เชือดไก่แล้ว!ดีอีเอสฟ้องผู้ช่วยบก.&#039;ไทยพีบีเอส&#039;ปั่นข่าววัคซีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 พ.ค.2564 - จากกรณีที่สื่อหลายสำนักรายงานข่าวว่า มีหญิงสาวรายหนึ่งที่เข้ารับวัคซีนซิโนแวคที่ จ.อุดรธานี ได้เกิดผลข้างเคียงมีอาการชาทั้งตัว และมีเลือดออกในสมอง แต่มีการแอบอ้างภาพของผู้ป่วยรายหนึ่งที่โรงพยาบาลหนองม่วง จ.ลพบุรี ที่มีอาการแพ้ยา มีผื่นแดงเต็มตัว มาเผยแพร่ควบคู่กันจนเกิดความเข้าใจผิด และผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาปฏิเสธไปแล้วนั้น ล่าสุดนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า กรณีสาวอุดรฯอ้างแพ้วัคซีน ได้รับรายงานจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) รวมทั้งมีผู้ร้องเรียนเข้ามายังกระทรวงดีอีเอส จึงได้สั่งการให้ตรวจสอบตั้งแต่ต้น ก็พบว่าต้นตอของข่าวดังกล่าวมาจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ รวม 3 ราย ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และพระราชบัญญัติพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 รวมทั้งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยได้มอบหมายให้ผู้แทนกระทรวงดีอีเอสเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจนครบาล (สน.) ทุ่งสองห้อง เพื่อดำเนินคดีต่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;Wadfhan Niphawan&amp;quot;, ผู้ใช้บัญชีทวิตเตอร์ชื่อ &amp;quot;@tuykallaya&amp;quot; และผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;กะทิ จ้า&amp;quot; เมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมาแล้ว แม้ทราบว่า ทั้ง 3 รายได้ลบโพสต์ออกไป และบางรายก็ได้โพสต์ขอโทษไปแล้ว แต่ก็จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้เป็นกรณีศึกษาสำหรับผู้ที่จะโพสต์หรือเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังต่อสู้กับโควิด-19 ที่เป็นเรื่องความเป็นความตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รัฐบาลได้ยกระดับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นวาระแห่งชาติ ตลอดจนหลายภาคส่วนออกมาร่วมรณรงค์ให้ประชาชนฉีดวัคซีน แต่ก็ยังมีขบวนการที่พยายามดิสเครดิต สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคม จึงต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด&amp;rdquo; นายชัยวุฒิ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ เปิดเผยด้วยว่า นอกจากนี้ตนได้ตรวจสอบบัญชี ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;quot;กะทิ จ้า&amp;quot; ซึ่งพบว่าประกอบอาชีพสื่อมวลชน มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยบรรณธิการข่าวเช้า สำนักข่าวไทยพีบีเอส &amp;nbsp;ซึ่งที่ผ่านมามีการวิพากษ์วิจารณ์การทำหน้าที่สื่อมวลชนของสำนักข่าวไทยพีบีเอสว่า มีการนำเสนอข่าวผิดพลาดอย่างน้อย 2 ครั้ง 1.เมื่อวันที่ 24 เม.ย. นำเสนอข่าวชาวอินเดียเช่าเครื่องบินเหมาลำมายังประเทศไทยเมื่อช่วงกลางเดือน เม.ย.2.เมื่อวันที่ 9 พ.ค.กรณีข่าวประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีต่อเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์แอฟริกาใต้ที่เป็นเพียงการคาดการณ์ ผ่านมา ซึ่งเป็นการนำเสนอข่าวคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในระยะเวลาไล่เลี่ยกันอย่างผิดสังเกต แล้วยังมีคนระดับบรรณาธิการมาโพสต์ข้อมูลทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับผลข้างเคียงของวัคซีนอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในช่วงเวลา 1 เดือนสำนักข่าวไทยพีบีเอสนำเสนอข่าวผิดถึง 2 ครั้ง และมีพนักงานนำเฟกนิวส์มาเผยแพร่ จนสื่อมวลชนสำนักอื่น นำข้อมูลดังกล่าวไปผลิตซ้ำ รวมแล้วเกิดเฟกนิวส์ที่มีจุดเริ่มต้นจากสำนักข่าวไทยพีบีเอส 3 ครั้ง จนทำให้ประชาชนเกิดความแตกตื่น แม้เป็นสื่อมวลชน หากกระทำผิดก็ไม่ละเว้น ยิ่งต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพราะสื่อมวลชนควรมีความรับผิดชอบต่อสังคมที่สูงกว่าคนทั่วไป ต้องมีภูมิคุ้มกันที่สูงกว่า และเป็นผู้เสริมภูมิคุ้มกันในการเสพข่าวทางสังคมออนไลน์ให้กับประชาชน เมื่อได้ข้อมูลมาแล้วต้องมีการตรวจสอบข้อมูลก่อนการนำเสนอ ไม่ควรปล่อยให้มีการออกข่าวผิดพลาด และบ่อยครั้ง จนมีคำถามถึงเจตนาที่แท้จริงของสำนักงานแห่งนี้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสื่อสาธารณะแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แม้ที่ผ่านมาสำนักข่าวไทยพีบีเอส จะออกมาขอโทษที่นำเสนอข้อมูลคลาดเคลื่อน แต่ได้สร้างความสับสน และสร้างความเสียหายให้เกิดขึ้นกับประเทศไทย ผมจึงจำเป็นที่ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะการกระทำผิด 3 ครั้ง ภายใน 1 เดือน เป็นวิสัยที่ผิดปกติ และผมเกรงว่าหากไม่มีการดำเนินการตามกฎหมายจะมีการกระทำผิดครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก&amp;rdquo; นายชัยวุฒิ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102638</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดีอีเอส, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, เฟกนิวส์, ไทยพีบีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d1d0646fc9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>102359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักวิชาการเฉ่ง&#039;ไทยพีบีเอส&#039;แปลข่าวผิดอีกแล้ว&#039;แอสตราเซเนกา&#039;ป้องกันติดโควิดได้6%ป่วยหนักได้10% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.64 - ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒน่คณะนิเทศศาสตรฺและนวัตกรรมการจัดการสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)NIDA โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก Warat Karuchit ว่าเหนื่อยใจกับไทยพีบีเอสจริงๆครับ ผิดอีกแล้ว คราวที่แล้วเรื่องเช่าเครื่องบินจากอินเดียมาไทยแปลผิด คราวนี้ทั้งแปลผิดและเข้าใจข้อมูลผิด และผิดหลายจุดเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยพีบีเอส นำเสนอสกู๊ปว่าวัคซีนต่างๆมีประสิทธิภาพลดลงในการป้องกันโควิดสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ซึ่งอันนี้เป็นความจริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ปัญหาอยู่ที่ สกู๊ปนี้ของไทยพีบีเอส รายงานตัวเลขที่ผิดพลาดหลายจุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในการเน้นว่า วัคซีนของแอสตราเซเนกา ที่ไทยจะใช้เป็นหลักนั้น สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ 6% และป้องกันการป่วยหนักได้ 10% (รูปที่ 1) ซึ่งเห็นตัวเลขอย่างนี้แล้วน่าตกใจมาก โดยเฉพาะการป้องกันการป่วยหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ข้อดีของไทยพีบีเอสในสกู๊ปนี้ก็คือ การให้แหล่งข้อมูล คือเว็บไซต์ healthdata.org ดังนั้นผมจึงเข้าไปหาข้อมูลว่าจริงหรือไม่ จึงได้พบกับแหล่งข้อมูลในหน้านี้ http://www.healthdata.org/.../covid-19-vaccine-efficacy...
และเมื่ออ่านแล้วจึงเข้าใจได้ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ข้อมูลของไทยพีบีเอส นำมาจากตารางในหน้านี้ (รูปที่ 2)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ซึ่งปัญหาก็คือ ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมดในตารางนี้ (และที่ไทยพีบีเอสนำเสนอ) เป็น &amp;quot;ข้อมูลจริง&amp;quot; จากผลการวิจัยในประเทศที่มีการแพร่ระบาด เพราะไม่ใช่วัคซีนทุกตัวมีการใช้กับประเทศที่มีการระบาดทุกสายพันธุ์ แต่บางตัวเลขที่ใส่มาในตารางนี้ มีทั้ง &amp;quot;ข้อมูลจริง&amp;quot; (available data) และ &amp;quot;ตัวเลขคาดการณ์&amp;quot; (modeled estimates) ในกรณีที่ไม่มีผลจริง โดยใช้อัตราส่วนการติดเชื้อของสายพันธุ์อื่นมาเทียบเคียง ซึ่งวิธีการคำนวณนั้นก็มีอธิบายไว้ในหน้าเดียวกัน (รูปที่ 3)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ซึ่งหากย้อนขึ้นไปดูตารางก่อนหน้า จะเป็นตารางที่ใส่เฉพาะ &amp;quot;ตัวเลขจริง&amp;quot; ที่มีข้อมูล (available data) (รูปที่ 4) ซึ่งสำหรับวัคซีนแอสตราเซเนกานั้น มีการใช้ในประเทศแอฟริกาใต้จริง แต่มีแต่ผลการป้องกันการป่วยแบบเกิดอาการจากสายพันธุ์แอฟริกาใต้ (B.1.351) ซึ่งก็คือ 10.4% แต่ไม่มีผลการป้องกันการติดเชื้อ จึงไม่มีตัวเลขในช่องสีเทา และคาดการณ์เอาว่าเป็น 6% ส่วนวัคซีนของซิโนแวค (Coronavac) นั้น ไม่มีการใช้ จึงไม่มีทั้งช่องสีเขียวและสีเทาของ B.1.351&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ดังนั้น ข้อผิดพลาดที่สำคัญข้อที่ 1 ของสกู๊ปนี้ก็คือ &amp;quot;ไม่ได้บอกผู้ชม&amp;quot; (หรืออาจไม่รู้ด้วยซ้ำ) ว่าตัวเลขตัวไหน เป็นตัวเลขจริง ตัวเลขไหนเป็นตัวเลขคาดการณ์ เช่น ตัวเลขการป้องกันการติดเชื้อของแอสตราเซเนกา และจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ก็เป็นตัวเลขคาดการณ์ และตัวเลขทั้งหมดของซิโนแวค ไฟเซอร์ โมเดิร์นน่า สปุตนิก เป็นตัวเลขคาดการณ์ทั้งสิ้น (ล่าสุดไฟเซอร์และโมเดิร์นน่าออกมาเผยผลเบื้องต้นในการป้องกันสายพันธุ์แอฟริกาใต้ ซึ่งก็ทำได้ดี แต่ก็ไม่ตรงกับตัวเลขนี้)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. แต่ข้อผิดพลาดที่สำคัญข้อที่ 2 ของสกู๊ปนี้ และเป็นเรื่องร้ายแรงกว่าข้อแรก นั่นก็คือ การให้ข้อมูลผิด โดยการแปลช่องที่เขียนว่า Preventing Disease ว่าเป็น &amp;quot;ป้องกันป่วยหนัก&amp;quot; แต่แท้จริงแล้ว Preventing Disease ในตารางนี้ หมายถึง การ &amp;quot;ป้องกันการเกิดอาการ ตั้งแต่น้อยจนถึงปานกลาง&amp;quot; (symptomatic disease) แต่หากอาการป่วยหนัก จะใช้คำว่า severe disease&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ดังนั้นในตารางของไทยพีบีเอส จึงแปลข้อมูลของแอสตราเซเนกา กับจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ในช่องป่วยหนักผิดทั้งหมด เพราะมันคือตัวเลขของการป้องกันการป่วยน้อยจนถึงปานกลาง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว งานวิจัยต้นฉบับ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนแอสตราเซเนกา &amp;quot;ไม่มีผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรือต้องเข้าโรงพยาบาล&amp;quot; ส่วนใหญ่มีอาการเล็กน้อย (รูปที่ 5) หรือจะเช็คข้อมูลกับตารางที่ 1 ในหน้าเดียวกับตารางที่เอาข้อมูลมา ก็จะเห็นว่า จะแบ่งแยกอย่างชัดเจนว่าเป็น Symptomatic กับ Severe ซึ่งตัวเลขของไทยพีบีเอสในช่อง &amp;quot;ป่วยหนัก&amp;quot; จะอยู่ในช่อง Symptomatic ไม่ใช่ช่อง Severe&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. ดังนั้นจึงสรุปได้จากการวิจัยนี้ว่า วัคซีนแอสตราเซเนกา แม้จะมีผลการป้องกันอาการเล็กน้อยถึงปานกลางจากโควิดสายพันธ์แอฟริกาใต้ได้ยังไม่ดี (ซึ่งกำลังปรับปรุงสูตรอยู่) แต่สามารถป้องกันการป่วยหนัก (หรือเสียชีวิต) ได้ 100% ไม่ใช่ 10% อย่างที่ไทยพีบีเอสรายงาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การนำเสนอข้อมูลผิดพลาดนั้นอาจเกิดขึ้นได้ แต่การผิดบ่อยๆ ในเวลาใกล้ๆกันนั้นแสดงถึงความหละหลวมในการตรวจสอบข้อมูล และยิ่งเป็นเรื่องสำคัญระดับชาติ มีผลต่อความเข้าใจผิดและสับสนของคนหลายสิบล้านคนในประเทศ จำเป็นต้องมีความรอบคอบเป็นอย่างยิ่งในการนำเสนอ เพื่อให้มั่นใจว่า ทุกสิ่งที่นำเสนอนั้น เป็น &amp;quot;ความจริง&amp;quot; สิ่งเหล่านี้ไทยพีบีเอสน่าจะรู้ดีและยึดมั่นมากกว่าสื่อใดๆในประเทศนี้ นี่ถ้าผมไม่เจอข้อผิดพลาดนี้ ก็คงจะเป็นต้วเลขที่เผยแพร่และเข้าใจกันไปแบบนี้ใช่ไหมครับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอคำขออภัย การแจ้งแก้ไขข้อมูลที่ถูกต้อง และรอดูนะครับว่าครั้งนี้จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร
สกู๊ปไทยพีบีเอส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.youtube.com/watch?v=hg8fSK0-e30...
วิจัยต้นฉบับ
https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMoa2102214...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับนายต่อตระกูล ยมนาค &amp;nbsp;นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่โพสต์เฟซบุ๊กว่าไทยพีบีเอส แปลข่าวภาษาอังกฤษ มาเสนอผิดอีกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คราวนี้เสนอข่าววัคซีนแอสตราซีเนกาป้องกัน&amp;quot;การป่วยหนัก&amp;quot;ได้แค่ 10 % &amp;nbsp;จากข่าวภาษาอังกฤษจริงที่หมายถึง&amp;quot;ป่วยน้อยถึงปานกลาง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยพีบีเอส ลงข่าวสำคัญที่เป็น ความเป็นความตายแบบนี้ผิดพลาด ได้อย่างไร &amp;nbsp; ?
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102359</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต่อตระกูล ยมนาค, ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต, วัคซีนแอสตราซีเนกา, แปลข่าวผิด, ไทยพีบีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_60988936ceb47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100726</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2021 08:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2021 08:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัษฎางค์&#039;ชำแหละ&#039;ไทยพีบีเอส&#039;ปล่อยข่าวเท็จ&#039;เรียกแขก&#039;เป็นวัฎจักร </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 เม.ย.64- นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;เศรษฐีอินเดีย หนีโควิด แห่เช่าเหมาลำบินเข้าไทย&amp;rdquo; ไทยพีบีเอส อีกแล้วครับท่าน!!!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำกันได้มั้ยว่า ไทยพีบีเอส ออกมาแก้ตัวแก้ข่าวกี่ครั้งกี่หน และยังจำกันได้อยู่ใช่มั้ย ช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษา &amp;nbsp;แต่ไทยพีบีเอชเขียนข่าวว่าวันสวรรคต สุดท้ายออกมาแก้ข่าวแก้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดเอาอีกแล้วครับท่าน เอาข่าวที่ &amp;ldquo;ฟัง(อ่าน)ไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด&amp;rdquo; แล้วก็ออกมาแก้ตัวตามระเบียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข่าวชาวอินเดียแห่กันบินหนีไปดูไบจนตั๋วเต็ม ทำให้ราคาตั๋วพุ่งขึ้นไป 5 เท่า จึงเกิดการรวมตัวกันเช่าเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในข่าวดังกล่าวมีการพูดเกี่ยวกับไทยเพียงสั้นๆ นิดเดียว คือในตอนที่การสัมภาษณ์บริษัทแล้วเขาเพียงแค่พูดว่า มีคนมาเช่าเยอะมาก จึงมีการสอบถามถึงเรื่องการบินเข้าไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเป็นการสอบถามเพียงประโยคเดียวสั้นๆ เท่านั้น ข่าวไม่ได้พูดถึงการเช่าเหมาลำบินเข้าไทยแต่อย่างใดเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ข่าวทีวีช่องที่รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล กลับออกข่าวที่ทำให้คนเข้าใจผิดไปในแง่ว่าคนอินเดียแห่เช่าเครื่องบินเหมาลำบินมาไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด มีการงดออก COE ให้คนที่ต้องการจะบินจากอินเดียเข้าไทย แต่ชาวบ้านยังคงเข้าใจผิด เพราะดูจากรายชื่อคนที่บินเข้าไทย พบว่ามีรายชื่อเป็นชาวอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;http://newdelhi.thaiembassy.org/.../cancellation.../...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเท็จจริงสำหรับข่าวที่ถูกบิดเบือนนี้คือ....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; มีชาวอินเดียเข้าไทย 602 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงื่อนไขการเข้าประเทศไทยของคนสัญชาติอินเดีย ตั้งแต่วันที่ 1-20 เม.ย.2564 แบ่งเป็นเข้ามาทำงาน 426 คน กลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุน 110 คน เป็นกลุ่มนักธุรกิจ มีคู่สมรส บิดามารดา หรือบุตรคนไทย จำนวน 30 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีนักเรียนนักศึกษา จำนวน 16 คน มีถิ่นที่อยู่ในไทย จำนวน 10 คน และคณะทูต ผู้แทนรัฐบาล จำนวน 8 คน และเข้ามารักษาพยาบาลที่ไม่ใช่โรค COVID-19 จำนวน 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; ชาวต่างชาติ 7 อันดับแรก ที่เดินทางเข้าไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจำนวนบุคคลที่เข้ามาในไทย แยกตามสัญชาติระหว่างวันที่ 1-20 เม.ย. พบว่าสัญชาติอินเดียอยู่ในลำดับที่ 7
โดยลำดับที่ 1. ไทย 7,176 คน, 2. จีน 2,148 คน, 3. ญี่ปุ่น 1,700 คน, 4. สหรัฐอเมริกา 1,153 คน, 5. อังกฤษ 617 คน, 6. เยอรมนี 608 คน และ 7. อินเดีย 602 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://news.thaipbs.or.th/content/303669&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการที่มีชาวต่างชาติซึ่งมีวีซ่าทำงาน วีซ่านักเรียน หรือวีซ่าคู่สมรส เดินทางเข้าประเทศนั้น เป็นเรื่องปกติ มีทุกประเทศในโลก ไม่ได้มีเฉพาะเมืองไทย เพราะชาวต่างชาติเหล่านั้นเป็นคนที่ทำงานหรือเป็นนักศึกษาที่ใช้ชีวิตอยู่อาศัยในเมืองไทยเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข้าใจกันบ้างไหม ถ้าไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้ ก็จงเปิดกะลา เปิดเนตรกันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;bull; การจะบินเข้าไทยได้ มันมีเงื่อนไข แต่ไม่มีเงื่อนงำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวต่างชาติทุกคนที่จะเข้าไทยต้องมีการตรวจเชื้อโควิด-ทำประกันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยก่อนที่ชาวต่างชาติทุกคนเข้ามาในไทย จะต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตในประเทศต้นทางก่อนว่าผ่านการตรวจเชื้อ COVID-19 มาแล้ว และมีผลยืนยันไม่เกิน 72 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งต้องมีประกัน COVID-19 ทุนประกันวงเงิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเข้ามาแล้วจะออกใบรับรองให้เดินทางเข้าไทย และเข้ามากักตัวตามขั้นตอน โดยผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศนั้นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐบาลอนุญาตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ปล่อยข่าวเท็จหรือข่าวที่บิดเบือนออกไปแล้ว โดยเฉพาะข่าวที่ให้ร้ายรัฐบาลหรือสถาบันพระมหากษัตริย์ มักได้รับความสนใจอย่างสูงและรวดเร็ว รวมทั้งมันจะถูกกระจายข่าวออกไปเหมือนไฟลามทุ้งที่หยุดไม่อยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อความจริงปรากฏ แล้วแหล่งที่ปล่อยข่าวเท็จหรือข่าวบิดเบือนออกมาแก้ข่าวพร้อมกับการแก้ตัวนั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวแก้ตัวและข่าวของการการแก้ข่าวนั้น ไม่เคยได้รับความสนใจ หรือไปดับข่าวเท็จที่เป็นไฟลามทุ่งนั้นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้ายความเข้าใจผิด ที่มีอยู่ตั้งแต่อ่านข่าวเท็จหรือข่าวบิดเบือนนั้น ก็ฝังแน่นอยู่ในจิตใจของคนที่มีทัศนคติเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐบาลหรือสถาบันพระมหากษัตริย์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งมักจะมีลักษณะเป็นขั้นเป็นตอนแบบนี้:&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.มีการปล่อยข่าวเท็จ ข่าวบิดเบือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ชาวบ้านเชื่อสนิทใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์ และรุมด่ารัฐบาลกันสนั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.สำนักข่าวออกมาแก้ข่าวและแก้ตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.แต่ไม่มีชาวบ้านสนใจข่าวของการแก้ข่าวนั้นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ความเข้าใจผิดนั้นฝังอยู่ในจิตใจของชาวบ้านไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. หลังจากนั้นจะเกิดกรณีแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาเป็นวัฎจักร โดยไม่มีใครหรือหน่วยงานใดคิดจะจัดการหรือแก้ไข หรือลงโทษเพื่อจะกำจัดการกระทำผิดซ้ำซากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาตัวอย่างเฉพาะไทยพีบีเอสทีเดียว ปล่อยข่าวเท็จข่าวบิดเบือน ทำผิดซ้ำซากกี่ครั้งกี่หนลองดูกันหน่อยมั้ย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://www.facebook.com/100010403598013/posts/1391250971231676/?d=n&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีกได้นะหรือ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำตอบคือ ไม่เคยมีหน่วยงานหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ ออกมาจัดการหรือลงโทษใดๆ เลย หรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไม่จัดการใดๆ หรือไม่มีการลงโทษ คือการให้การสนับสนุนให้กระทำผิดหรือไม่?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีสำนักข่าวหลายแห่งในประเทศไทยที่มีลักษณะปล่อยข่าวเท็จหรือข่าวบิดเบือนอยู่เสมอๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นสำนักข่าว แต่กลับปล่อยข่าวเท็จและข่าวบิดเบือนอยู่บ่อยๆ ไม่รู้สึกละอายใจบ้างหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และรัฐบาลก็ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือ ที่มีสื่อที่รัฐบาลต้องควบคุม หรือแม้กระทั่ง สื่อของรัฐบาลเอง ออกข่าวบิดเบือนโจมตีรัฐบาล โจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ซ้ำๆ ร่ำไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันควรจะจัดการขั้นเด็ดขาดกับสื่อที่ไร้จรรยาบรรณ และไร้ความรับผิดชอบหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คนในรัฐบาลอให้การสนับสนุนการปล่อยข่าวเท็จทำลายรัฐบาล ทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ หรืออย่างไร? งงใจเหลือเกิน!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;............................................................................
อัษฎางค์ ยมนาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100726</URL_LINK>
                <HASHTAG>อัษฎางค์ ยมนาค, เศรษฐีอินเดีย, โควิด, ไทยพีบีเอส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60861a32e961e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
