<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>60001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/03/2020 09:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/03/2020 09:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พูดน้อยก็ว่าพูดมากก็บ่น!&#039;เสี่ยอ๋อย&#039;ผิดหวัง&#039;บิ๊กตู่&#039;สิ่งที่ควรแถลง แต่ไม่ได้แถลง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 มี.ค.63- นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตแกนนำพรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Chaturon Chaisang ว่าที่นายกฯควรแถลง แต่ไม่ได้แถลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟังนายกฯแถลงแล้ว แม้จะไม่ผิดคาด แต่ก็รู้สึกผิดหวัง เพราะนึกว่าประชุมกันมาอย่างดีแล้ว คงจะมีมาตรการต่างๆที่ชัดเจนและมีคนเตรียมร่างสปีชให้ น่าจะดีกว่าพูดสดๆมากกว่านี้หน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เห็นปัญหาข้อแรกก็คือมีบางส่วนที่เป็นเฟคนิวส์อย่างชัดเจนเช่น (ที่ผ่านมา) &amp;quot;....คัดกรองผู้ป่วยตามมาตรฐานสากลอย่างมีประสิทธิภาพ มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่รวดเร็วและเชื่อถือได้ มีการจัดเตรียมบุคลากรทางการแพทย์ สถานพยาบาล และเวชภัณฑ์ทั่วประเทศอย่างเพียงพอเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อ...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ว่าเป็นเฟคนิวส์เพราะการคัดกรองผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยตามสนามบินและแม้แต่โรงพยาบาลหลายแห่งไม่ได้มาตรฐานเพราะไม่มีเครื่องมือส่วนสถานพยาบาลและเวชภัณฑ์นั้นที่จริงไม่เพียงพอ ข่าวจากทางราชการเองก็บอกว่ามีปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเอกชนไปโรงพยาบาลรัฐหรือแม้แต่โรงพยาบาลรัฐด้วยกันแล้วทั้งๆที่ผู้ป่วยยังไม่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่นึกไม่ออกว่าแปลว่าอะไรคือที่ว่ายกระดับการคัดกรองผู้เดินทางเข้าประเทศอย่างเข้มข้น ที่ผ่านมาทำเพียงวัดไข้ซึ่งเกือบจะไม่บอกอะไร จากนี้ไปจะทำอย่างไรไม่ได้บอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกนั้นส่วนใหญ่จะเป็นคำแนะนำในการปฏิบัติตัวสำหรับประชาชนซึ่งน่าจะให้แพทย์เป็นผู้แนะนำจะดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกส่วนหนึ่งคือนายกฯดูจะเห็นว่าการที่ประชาชนตื่นตระหนกเป็นเพราะการกระจายข่าว ที่ไม่เป็นความจริง ทั้งๆที่ประชาชนตื่นตระหนกเพราะไม่เห็นว่ารัฐบาลมีมาตรการที่เข้มงวดแข็งแรงเพียงพอเสียมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถลงทางทีวีพูลทั้งที สิ่งที่นายกฯควรจะได้ชี้แจงให้ประชาชนเกิดความมั่นใจแต่พลาดโอกาสไปก็คือมาตรการดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.รัฐบาลมีหลักเกณฑ์กำหนดประเทศเสี่ยงอย่างไร จะเพิ่มจะลดด้วยเงื่อนไขอะไร มีคำถามเช่นมาเลเซียมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นค่อนข้างเร็วและมีพรมแดนติดกับไทย จัดเป็นประเทศเสี่ยงหรือไม่ ประเทศในยุโรปหลายประเทศมีผู้ป่วยเพิ่มเร็วมาก ต้องเพิ่มเป็นเท่าไรจึงถือว่าเป็นประเทศเสี่ยง ไม่ควรใช้วิธีรอให้ประเทศต่างๆปิดประเทศกันไปเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตให้ชาวต่างประเทศที่เดินทางจากประเทศเสี่ยงมาได้เท่าที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น งดการให้วีซ่าท่องเที่ยวที่ควรทำมานานแล้ว กำหนดให้ทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงจะต้องมีการคัดกรองอย่างมีประสิทธิภาพและกักตัวโดยการควบคุมดูแลของทางราชการอย่างเคร่งครัด ไม่ใช่ปล่อยเสรีอย่างที่ทำอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การเตรียมสถานที่และวัสดุอุปกรณ์สำหรับการกักตัวเฝ้าระวังผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงและผู้ต้องสงสัยว่าติดเชื้อในประเทศให้เพียงพอ ซึ่งเร็วๅนี้อาจต้องใช้เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.แสดงความพร้อมในการเตรียมบุคลากร สถานพยาบาล เวชภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์เช่นเครื่องช่วยหายใจ ฯลฯ ให้เพียงพอในกรณีที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากๆ โดยระบุจำนวนที่ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.มาตรการในการแก้ปัญหาหน้ากากและเยลล้างมือขาดแคลนที่เชื่อได้ว่าจะแก้ปัญหาได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6.ที่แถลงว่ามีมาตรการอย่างเข้มข้น เพื่อหยุดการแพร่กระจายเชื้อ โดยงดกิจกรรมในสถานที่ที่มีการชุมนุมจำนวนมาก ปิดสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สถานบันเทิง สนามกีฬา และสถานศึกษา นั้นยังมีสถานที่ประเภทอื่นใดอีกบ้าง ห้ามจัดกิจกรรมที่มีคนเกิน 50 คนหรือไม่ มีบทบังคับตามกฎหมายอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7.มาตรการที่แต่ละจังหวัดพึงใช้โดยกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ เช่นการติดตามรวบรวมข้อมูลผู้อยู่ในข่ายเสี่ยงที่จะเป็นผู้ติดเชื้อ การกำชับหรือบังคับให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต้องกักตัวเองหรือต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ ไม่ใช่ปล่อยให้ทำกันบ้างไม่ทำบ้างตามอัธยาศัยอย่างที่เป็นอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8.การมีระบบชี้แจงให้ข้อมูลความรู้แก่ประชาชนโดยองค์กรและบุคลากรที่เหมาะสม เชื่อถือได้ ไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหรือแตกต่างขัดแย้งกันเองบ่อยๆอย่างที่เป็นอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น่าจะได้ประมาณนี้ เสียดายที่นายกฯเกือบจะไม่ได้พูดถึงสิ่งเหล่านี้เลย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาคนร่างสปีชหรอกครับ เป็นเพราะไม่ได้มีการกำหนดมาตรการเหล่านี้ต่างหาก คือไม่ใช่ปัญหาควรพูดอะไร แล้วไม่ด้พูด แต่เป็นควรทำอะไร แล้วไม่ได้ทำหรือไม่ได้คิดจะทำเสียมากกว่า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60001</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนตฺ์ ฉายแสง, โควิด-19, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200317/image_big_5e70260b1b7f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58710</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 07:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 07:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาพนี้&#039;หลานทักษิณ&#039;เห็นแล้วน้ำตาซึมจริงๆ! ขอให้กำลังใจอุดมการณ์ประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.63- &amp;nbsp;น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หรือ แซนด์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) หลานสาว นายทักษิณ -น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sand Wongnapachant &amp;nbsp;ว่า เห็นภาพนี้แล้วน้ำตาซึมจริงๆ ภาพนี้คือภาพวันสุดท้ายที่พรรคไทยรักษาชาติจัดเวทีปราศรัยที่ลานคนเมือง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่จุกอกยิ่งกว่า ในวันที่พรรคอนาคตใหม่โดนยุบ ความรู้สึกเหมือนโดนกระทำซ้ำ สถาบันพรรคการเมืองคือการรวมตัวของคนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ประเทศชาติและประชาชนไทยจะต้องประสบกับเรื่องแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยเหมือนกันนะคะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58710</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยิกา วงศ์นภาจันทร์, หลานทักษิณ, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5d2add9d837.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/-0001 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/-0001 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาพนี้!&#039;หลานทักษิณ&#039;เห็นแล้วน้ำตาซึม ให้กำลังใจอุดมการณ์ประชาธิปไตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.63- &amp;nbsp;น.ส.ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ หรือ แซนด์ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) หลานสาว นายทักษิณ -น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sand Wongnapachant &amp;nbsp;ว่า เห็นภาพนี้แล้วน้ำตาซึมจริงๆ ภาพนี้คือภาพวันสุดท้ายที่พรรคไทยรักษาชาติจัดเวทีปราศรัยที่ลานคนเมือง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่จุกอกยิ่งกว่า ในวันที่พรรคอนาคตใหม่โดนยุบ ความรู้สึกเหมือนโดนกระทำซ้ำ สถาบันพรรคการเมืองคือการรวมตัวของคนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ประเทศชาติและประชาชนไทยจะต้องประสบกับเรื่องแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตยเหมือนกันนะคะ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58703</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชยิกา วงศ์นภาจันทร์, หลานทักษิณ, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200302/image_big_5e5d2add9d837.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 10:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2020 14:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตรองโฆษกทษช.&#039;ชี้เหตุกราดยิงโคราชเพราะสิ้นหวัง อยุติธรรม ลำดับชั้นทหาร  ความคับข้องใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
9 ก.พ.63-ผศ.ดร.อรุณี กาสยานนท์ อดีตรองโฆษก อดีตผู้สมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกรณีกราดยิงที่โคราชว่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...เพราะมันไร้สิ้นความหวัง ความยุติธรรมเป็นของผู้มีอำนาจ ความคับข้องใจจึงระเบิดออกกลายเป็นความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้เธอยังโพสต์ผ่านทวิตเตอร์ Arunee Kasayanond @kasayanond ว่า เรื่องทหารคลั่ง #กราดยิงโคราช แม้ไม่สามารถรู้มูลเหตุจูงใจของการก่อเหตุที่แท้จริง แต่สิ่งหนึ่ง คือ การสะท้อนว่าผู้ก่อเหตุหมดหวังกับความยุติธรรม &amp;nbsp;ในสังคมแห่งอำนาจตามลำดับชั้นของทหาร &amp;nbsp;เพียงถ้าเค้าเชื่อว่าเค้าจะได้ความยุติธรรม เรื่องคงไม่รุนแรงแบบนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56708</URL_LINK>
                <HASHTAG>กราดยิงโคราช, นางสาวอรุณี กาสยานนท์, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e3fb82868355.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50610</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 09:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 09:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยอ๋อย&#039;เล่นบทนักการเมืองนอกสภาหนุน&#039;คนนอก&#039;ร่วมแก้รัฐธรรมนูญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 พ.ย.62- นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ กล่าวถึงผลการสำรวจระบุว่าประชาชนต้องการคนนอกเป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 ว่า นักการเมืองพรรครัฐบาล พรรคฝ่ายค้าน รวมถึงรัฐบาล ควรรับฟังเป็นอย่างมาก ผลการสำรวจดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ประชาชนต้องการคนกลางๆ มีความรู้ มีความเข้าใจ อาจจะมาจากการถกเถียงของพรรคการเมืองที่แสดงให้เห็นถึงปัญหา เช่น บางพรรคเสนอคนของพรรคมาเป็นประธานกรรมาธิการฯ อีกพรรคก็เสนอคนขึ้นมาแข่ง ขณะเดียวกันรายชื่อคณะกรรมาธิการฯ ที่เสนอจากพรรคการเมืองเหมือนต้องการเข้าไปชิงไหวชิงพริบกันมากกว่า ขณะที่บางพรรคเสนอชื่อตัวบุคคลขึ้นมาแล้ว แต่เหมือนกับต้องการให้เข้าไปขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำได้ก็ต่อเมื่อหลายฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน มีการเสนอวิธีการแก้ไขว่าควรเป็นอย่างไร เนื้อหาที่ควรแก้เป็นอย่างไร นักการเมือง พรรคการเมืองเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่สำคัญคือ คนที่มีความรู้ความเข้าใจ และภาคประชาชนที่จะต้องจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งการทำโพล สร้างกลไกการรับฟังโดยใช้โซเชียลมีเดีย ทั้งนี้ คนที่เคยมีบทบาทมากๆ ในการร่างรัฐธรรมนูญปี 60 คงจะไม่เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในเมื่อพรรคการเมืองบางพรรคหรือหลายพรรค แสดงออกมาตลอดว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้มีปัญหา ทุกพรรคก็ต้องแสวงหาทางออก เมื่อเห็นพ้องต้องกัน เห็นไปในทิศทางเดียวกัน ก็ถึงเวลาระดมความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ รวมทั้งจากภาคประชาชน อย่างไรก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้ดีจริงๆ ต้องมีการศึกษากันอย่างจริงจัง ในอดีตที่ทำสำเร็จ แม้ในขั้นศึกษาก็อาศัยผู้รู้ที่เป็นคนนอกมาร่วมงานด้วย และก็ช่วยได้มาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50610</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนกลาง, จาตุรนตฺ์ ฉายแสง, ประธานกมธ., แก้รัฐธรรมนูญ, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd352a75a7f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/11/2019 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/11/2019 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039;สวน&#039;จาตุรนต์&#039;เจ็บหลุดเวทีการเมืองไปนานเลยทำตัวเป็นเกรียนคีย์บอร์ด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;03 พ.ย.2562 - นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) โพสต์เฟซบุ๊กพาดพิงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในทำนองว่าไม่สามารถชี้แจงได้ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้อย่างไร สนุกอยู่กับมาตรการชิมช้อปใช้เฟส 3ว่า นายจาตุรนต์เป็นนักการเมืองอาวุโสที่มีหลักการ แต่พักหลังดูเปลี่ยนไปจนน่าผิดหวังมาก เพราะทำตัวเหมือนนักเลงคีย์บอร์ด โพสต์โจมตีรัฐบาลไปวันๆ ทั้งๆ ที่ในใจลึกๆ แล้วคงแอบชื่มชมนายสมคิดอยู่ เพราะรู้มือกันดีว่าในอดีตหลายโครงการที่สำคัญของพรรคไทยรักไทย (ทรท.) ซึ่งประสบความสำเร็จมากๆ มาจากมันสมองของนายสมคิด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก ซึ่งรัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อพยุงเศรษฐกิจให้เดินหน้าไปได้ นอกจากนี้ รัฐบาลมีแผนงานชัดเจนและดำเนินการอย่างเป็นระบบ ไม่เคยละเลยการพัฒนาเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ มีการเร่งการลงทุนของภาครัฐ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจให้มั่นคง นายจาตุรนต์หลุดจากเวทีการเมืองไปนาน จึงอาจจะไม่ทราบ หรือว่าแกล้งทำเป็นไม่รู้ เพราะกลัวว่าชาวบ้านจะหันมารักรัฐบาลเพิ่มขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกรกล่าวอีกว่า มาตรการชิมช้อปใช้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อรับมือกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจไทย ทำให้ภาครัฐต้องเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยเลือกการกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชน เพราะเป็นสัดส่วนใหญ่ของเศรษฐกิจไทยคือมากกว่าร้อยละ 50 เพื่อพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้นไม่ให้ชะลอลงมากตามการชะลอลงของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าหลักของไทย ทั้งนี้ ในช่วง 1 เดือนกว่าที่ผ่านมา มาตรการชิมช้อปใช้ดำเนินไปตามเป้าหมายอย่างดี มีผู้มาลงทะเบียนครบตามเป้า และมีการใช้จ่ายหมุนเวียนของเม็ดเงิน ช่วยผู้ประกอบการรายย่อยและการจ้างงานกระจายตามภาคต่างๆ และทั่วทุกจังหวัด &amp;nbsp;ประกอบกับการใช้จ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ระดับหมื่นล้านบาทแล้ว รัฐบาลจึงเชื่อมั่นว่า มาตรการชิมช้อปใช้จะเป็นเครื่องยนต์เสริมที่สำคัญในการพยุงเศรษฐกิจระยะสั้นของไทย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49413</URL_LINK>
                <HASHTAG>จาตุรนต์ ฉายแสง, ชิมช้อปใช้, ทษช., ธนกร วังบุญคงชนะ, พปชร., พรรคพลังประชารัฐ, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190606/image_big_5cf89212db096.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 12:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 12:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัยการสั่งไม่ฟ้อง&#039;พิชัย&#039;คดีโพสต์รูป&#039;บิ๊กตู่&#039;ลงปกนิตยสารไทม์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62- ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 6 นัดฟังคำสั่งในคดีที่พนักงานสอบสวน กก.3 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ได้นำสำนวนการสอบสวนพร้อมพยานหลักฐานและความเห็นควรสั่งฟ้องนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และอดีตรมว.พลังงาน ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ผู้ต้องหาคดีผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการ กระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.61 นายพิชัย โพสต์ภาพลงเฟซบุ๊ก ในการร่วมวงเสวนาของคณะกรรมการวีรชน พฤษภา 35 ในประเด็นเศรษฐกิจ การปราบทุจริตคอรัปชั่นในยุค คสช.และพลังดูด 4.0 กับโพสต์ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. บนนิตยสาร TIME (ไทม์) กับลงข้อความห้ามจำหน่ายในประเทศไทย โดยนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ &amp;nbsp;นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ในฐานะทนายความนายพิชัยเเละนายยอดชาย ศีลนำสุข ผู้รับมอบอำนาจเดินทางมารับทราบคำสั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนรินท์พงศ์กล่าวภายหลังเข้าพบพนักงานอัยการว่า เนื่องจากสำนวนคดีนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาได้สรุปสำนวนคดีเเล้วมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ซึ่งตามขั้นตอนกฎหมายจะตัองส่งไปให้ ผบ.ตร.ทำความเห็นว่าจะเห็นด้วยกับคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการหรือไม่ถ้าหาก ผบ.ตร.ทำความเห็นแย้งมาว่ายังยืนยันที่จะควรสั่งฟ้อง คดีก็จะถูกส่งไปยังอัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาดว่าฟ้องหรือไม่ เเต่หาก ผบ.ตร.เห็นด้วยตามอัยการสำนักงานคดีอาญาที่สั่งไม่ฟ้องคดีก็จะยุติ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของผบ.ตร.ยังไม่แล้วเสร็จจึงให้เลื่อนนัดฟังคำสั่ง &amp;nbsp;ไปเป็นวันที่ 3 ธ.ค. 62เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย กล่าวว่า อยากให้ประชาชนพิจารณาว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อปิดปากตนไม่ให้วิพากษ์วิจารณ์เศรษฐกิจใช่หรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ก็ได้เรียกตนไปปรับทัศนคติแล้ว 8 ครั้ง เพื่อบังคับให้ตนอย่าวิพากษ์วิจารณ์เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ &amp;nbsp;การที่ รัฐบาล และ คสช. ในขณะนั้น ไม่รับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ อีกทั้งยังพยายามปิดปากไม่ให้วิจารณ์ แล้วปัจจุบันสภาวะเศรษฐกิจไทยย่ำแย่ขนาดไหน หากรัฐบาลและคสช. จะได้รับฟังและพิจารณาแก้ไข เศรษฐกิจไทยคงไม่ย่ำแย่ขนาดนี้ ประชาชนคงไม่ลำบากเลือดตาแทบกระเด็นกันแบบนี้ และที่น่าห่วงคือเศรษฐกิจยังจะแย่ลงไปอีก หากรัฐบาลยังมีกรอบคิดเหมือนกันในปัจจุบัน ซึ่งเวลาได้พิสูจน์มากว่า 5 ปีแล้ว.
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49096</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิชัย นริพทะพันธุ์, นิตยสารไทม์, สั่งไม่ฟ้อง, อัยการ, โพสต์ภาพบิ๊กตู่, ไทยรักษาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b325501ca427.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
