<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>108260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 10:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทยสมายล์&#039;ยกเลิกบินภูเก็ต  2 เส้นทาง ฮ่องกง/สิงคโปร์ หลังผู้โดยสารแห่คืนตั๋วหวั่นโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;รายงานข่าวจากสายการบินไทยสมายล์ แจ้งว่า สายการบินไทยสมายล์ จำเป็นต้องแจ้งยกเลิกการกลับมาให้บริการเส้นทางระหว่างประเทศ ภูเก็ต-ฮ่องกง ตามนโยบาย ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ &amp;nbsp;ในวันที่ 1 กรกฏาคม 2564 นี้ ซึ่งเดิมจะเริ่มทำการบินในวันที่2 ก.ค.64สัปดาห์ละ 4 เที่ยวบิน ออกไปก่อน เนื่องจากผู้โดยสารจากฮ่องกงได้ทยอยยกเลิกการเดินทางจำนวนมาก ส่งผลให้ยอดการจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าปรับลดลงจาก 30% เหลือเพียง 5% จนสายการบินไม่สามารถเปิดทำการบินได้เพราะไม่คุ้มที่จะทำการบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผู้โดยสารชาวฮ่องกงยกเลิกเที่ยวบิน เนื่องจากในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาประเทศไทยถูกฮ่องกงจัดให้เป็นเขตพื้นที่สีแดง หรือเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จากการกลับมาระบาดรุนแรงอีกระลอก ซึ่งมีข้อกำหนดให้ชาวฮ่องกงที่เดินทางกลับจากไทยจะต้องกักตัว 14 วันก่อนที่จะเดินทางกลับไปยังภูมิลำเนา ซึ่งสร้างภาระค่าใช้จ่ายในการกักตัวและเสียเวลากักตัวนานเกินไป ขณะที่การเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยส่วนใหญ่เป็นการเดินทางมาระยะสั้นไม่เกิน 7 วันเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ปกติคนฮ่องกงมาเที่ยวไทยไม่เกิน 7 วัน เพราะเป็นประเทศใกล้ๆ แต่จะต้องกลับไปกักตัวในประเทศอีก 14 วันนั้นนานเกินไป ทำให้เกิดความไม่สะดวก นักท่องเที่ยวจึงยกเลิกการเดินทาง เมื่อไม่มีคนเดินทาง ไทยสมายล์ก็ต้องยกเลิกการทำการบินเข้าภูเก็ตไปก่อน โดยอาจจะพิจารณาเปิดบินอีกครั้งในดือน ส.ค. ซึ่งขอรอดูสถานการณ์การแพร่ระบาดก่อน อย่างไรก็ตาม นอกจากนี้จะยกเลิกการเปิดบินเส้นทาง ภูเก็ต-สิงคโปร์ ซึ่งเดิมจะเปิดบินในเดือน ก.ค.นี้ สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบินออกไปก่อนด้วย เนื่องจากยังไม่สามารถเจรจาต่อรองขอตารางเวลาการทำการบินที่เหมาะสมจากประเทศสิงคโปร์ได้ โดยอาจต้องเลื่อนไปเปิดทำการบินในเดือน ส.ค.แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่าการกลับมาให้บริการเส้นทางต่างประเทศ ภูเก็ต-ฮ่องกง ของสายการบินไทยสมายล์ตามแผนเดิมในเดือน ก.ค.64 นั้น ถือเป็นการกลับมาเปิดบินเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ระหว่างประเทศเป็นครั้งแรก หลังหยุดทำการบินไปนานกว่า 1 ปี แต่ล่าสุดต้องยกเลิกการทำการบินจากปัญหาความไม่เชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวฮ่องกง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108260</URL_LINK>
                <HASHTAG>ภูเก็ต, ยกเลิกไฟล์ทบิน, เส้นทางระหว่างประเทศ ภูเก็ต-ฮ่องกง, ไทยสมายล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210605/image_big_60baec002dd18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85944</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2020 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2020 11:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยสมายล์เข้มป้องกันโควิดย้ำผู้โดยสารมั่นใจเดินทางทุกเที่ยวบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4 ธ.ค.63-นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันในต่างประเทศและประเทศเพื่อนบ้านยังคงเกิดการระบาดของโควิด-19 มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ประเทศไทยก็ยังคงพบการติดเชื้ออยู่บ้างบางส่วน ทำให้ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดไทยสมายล์ตระหนักถึงความปลอดภัยด้านสุขอนามัย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้โดยสาร ทั้งจุดบริการต่างๆ ภายในสนามบิน และการบริการต่างๆ บนเครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยไทยสมายล์ได้มีการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อวางแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานการให้บริการในทุกจุดอย่างรัดกุม &amp;nbsp;จึงจำเป็นต้อง ขอความร่วมมือจากผู้โดยสารทุกท่านในการปฏิบัติตามคำแนะนำและข้อกำหนดตลอดการเดินทาง ดังต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แนะนำให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทางมาถึงสนามบินล่วงหน้า 3 ชั่วโมง ก่อนเวลาการเดินทาง เนื่องจากมีขั้นตอนการตรวจเช็คภายในสนามบินที่เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;เนื่องจากการเฝ้าระวังคัดกรองผู้โดยสารโดยการตรวจวัดอุณหภูมิ ซึ่งต้องไม่เกิน 37.3 องศา &amp;nbsp;ทางไทยสมายล์ ขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธการเดินทาง กรณีที่ผู้โดยสารที่มีอาการเข้าข่ายเฝ้าระวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้โดยสารจะต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ตั้งแต่เข้าพื้นที่สนามบินจนกระทั่งออกจากสนามบิน&amp;nbsp;ผู้โดยสารที่ไม่มีสัมภาระต้องโหลด สามารถทำการเช็คอินด้วยตนเองผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน/ เว็บไซต์ หรือตู้เช็คอินอัตโนมัติที่สนามบิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสัมภาระที่ต้องการนำขึ้นเครื่อง ขอแนะนำให้ผู้โดยสารนำขึ้นเท่าที่จำเป็น และมีขนาดตามที่สายการบินกำหนด ซึ่งสัมภาระดังกล่าวจะต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม รวมถึงสามารถวางไว้ใต้ที่นั่งด้านหน้าของผู้โดยสารได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสช่องเก็บสัมภาระ&amp;nbsp;
- ผู้โดยสารสามารถรับบริการเจลล้างมือแอลกอฮอล์ได้ในทุกจุดบริการของไทยสมายล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของไทยสมายล์นั้น ทั้งลูกเรือและนักบิน จะได้รับการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายในทุกครั้ง ก่อนเเละหลังการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ ลูกเรือจะสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ได้แก่ แว่น goggles, ถุงมือยาง และหน้ากากอนามัย ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ และเมื่อเดินทางถึงสนามบินปลายทาง จะมีการทำความสะอาดทุกจุดสัมผัส (High Touch Areas) ด้วยน้ำยาประสิทธิภาพสูงในอากาศยานทุกเที่ยวบิน นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังสามารถมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย ด้วยระบบกรองอากาศภายในเครื่องบินที่ได้มาตรฐาน &amp;nbsp;แผงกรองอากาศประสิทธิภาพสูง (HEPA: High-Efficiency-Particulate-Air) ที่สามารถกรองฝุ่นละอองอนุภาคขนาดเล็กได้ 99.99% ซึ่งติดตั้งบนเครื่องบินทุกลำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สายการบินไทยและไทยสมายล์ ยังเป็น 2 สายการบินแรกของประเทศไทย ที่ได้รับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety &amp;amp; Health Administration: SHA) จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นและช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยให้แก่ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85944</URL_LINK>
                <HASHTAG>โควิด, ไทยสมายล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7ec210da653.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65387</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2020 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2020 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ดร.สามารถ&quot; แนะ &quot;บินไทย&quot;จัดการบริษัทลูกที่ขาดทุนก่อน ตัวเองจะโดน พ.ร.บ.ล้มละลาย เล่นงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8พ.ค.63-ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคา ได้โพสต์บทความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวหัวข้อ &amp;quot;ส่อง &amp;ldquo;เจ้าจำปี&amp;rdquo;สแกนหนี้ที่ต้องเฉือน! ความว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใครที่ได้ส่องดูผลประกอบการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ บกท.ก็จะต้องเป็นห่วงสถานะทางการเงินของ บกท.อย่างยิ่ง เพราะมีหนี้สะสมสูงถึง 244,899 ล้านบาท (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562) ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินงานขาดทุนต่อเนื่องมานานหลายปี จนถึงปีที่แล้ว (2562) บกท.ขาดทุน 12,017 ล้านบาท ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องหาทางลดการขาดทุนลงให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการดำเนินงานขาดทุนของ บกท.นั้น เกิดจากการดำเนินงานของ บกท.เอง และบริษัทอื่นหรือบริษัทย่อยที่ บกท.ถือหุ้นอยู่ เฉพาะบริษัทที่ บกท.ถือหุ้นเกิน 10% มีถึง 10 บริษัท เช่น บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด บริษัท ทัวร์เอื้องหลวง จำกัด บริษัท วิงสแปน เซอร์วิสเซส จำกัด (บริหารจัดการเรื่องบุคลากรให้ บกท.) และบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อดูผลประกอบการของบริษัทดังกล่าวที่ บกท.ถือหุ้นอยู่ ปรากฏว่าไทยสมายล์ซึ่ง บกท.ถือหุ้นทั้งหมด 100% ขาดทุนมากที่สุด โดยในปี 2561 ไทยสมายล์ขาดทุนถึง 2,602 ล้านบาท และขาดทุนต่อเนื่องมาทุกปีตั้งแต่จัดตั้งมาในปี 2555 ถึงเวลานี้ไทยสมายล์ขาดทุนสะสมรวมกันกว่า 8,000 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้ จึงถึงเวลาแล้วที่ บกท.จะต้องทุบโต๊ะหาทางจัดการขั้นเด็ดขาดกับไทยสมายล์ให้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บกท.จัดตั้งไทยสมายล์ขึ้นมาโดยมุ่งหวังที่จะให้บริการกลุ่มลูกค้าที่อยู่ตรงกลางระหว่างสายการบินปกติและสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Carriers หรือ LCC) จึงได้จัดวางตำแหน่งตนเองเป็น &amp;ldquo;พรีเมี่ยมโลว์คอสต์&amp;rdquo; (Premium Low Cost) หรือสายการบินต้นทุนต่ำที่มีคุณภาพสูง ดังนั้น ไทยสมายล์จึงต้องให้บริการเหนือกว่าสายการบินต้นทุนต่ำ เช่น ให้บริการอาหารว่างและน้ำบนเครื่องฟรี ในขณะที่สายการบินต้นทุนต่ำผู้โดยสารต้องซื้อ และให้บริการโหลดสัมภาระใต้เครื่องฟรีไม่เกิน 20 กิโลกรัม ในขณะที่สายการบินต้นทุนต่ำคิดค่าโหลด เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การให้บริการที่สูงกว่าเหล่านี้ทำให้ต้นทุนการบริหารจัดการของไทยสมายล์สูงตามขึ้นด้วย เพราะ &amp;ldquo;คุณภาพเป็นตัวกำหนดราคา&amp;rdquo; ดังนั้น ถ้าต้องการให้ไทยสมายล์สามารถเลี้ยงตัวเองได้ ค่าโดยสารจะต้องสูงกว่าค่าโดยสารของสายการบินต้นทุนต่ำ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงที่มีสายการบินต้นทุนต่ำให้บริการอยู่จำนวนมาก ทำให้มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ส่งผลให้ไทยสมายล์จำเป็นต้องกัดฟันสู้ด้วยกลยุทธ์ด้านราคา เพื่อให้สามารถยืนหยัดต่อสู้กับสายการบินต้นทุนต่ำได้ ดังจะเห็นได้ว่า มีหลายโอกาสที่ค่าโดยสารของไทยสมายล์ถูกกว่าค่าโดยสารของสายการบินต้นทุนต่ำ แต่อย่างไรก็ตาม สู้ไปสู้มา สุดท้ายกลับขาดทุนป่นปี้ทุกปี ไม่ว่าจะเพิ่มเส้นทางแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ตอนแรกไทยสมายล์ให้บริการเฉพาะเส้นทางภายในประเทศ ตอนหลังได้เพิ่มเส้นทางไปสู่หลายประเทศในภูมิภาคนี้ แต่ก็ยังสู้ไม่ได้ สวนทางกับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก่อนมีโควิด-19 ครั้นจะหันหน้าไปพึ่งบริษัทแม่หรือ บกท.ซึ่งถือหุ้น 100% ให้หาเงินมาโปะ ก็ไม่มีทางเพราะ บกท.ก็ขาดทุนบักโกรกอยู่แล้ว อุ้มลูกไม่ไหวแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ ผมจึงขอเสนอให้ บกท.พิจารณาดำเนินการต่อไทยสมายล์ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ยุบไทยสมายล์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หาก บกท.เห็นว่า ไม่มีทางพลิกฟื้นให้ไทยสมายล์กลับมามีกำไรได้ และหากเห็นว่าไม่จำเป็นจะต้องอาศัยไทยสมายล์ช่วยขนผู้โดยสารมาป้อนให้สายการบินไทย หรือรองรับผู้โดยสารจากสายการบินไทยในลักษณะ Feeder เพื่อขนผู้โดยสารไปสู่จุดหมายปลายทางต่อไป บกท.ก็ควรพิจารณายุบไทยสมายล์ทิ้งไป จะทำให้ช่วย บกท.ลดการขาดทุนได้ถึงปีละประมาณ 20% สัดส่วนที่ลดลงมากขนาดนี้ จะทำให้ บกท.ตัวเบาได้เป็นอย่างดีทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ควบรวมไทยสมายล์กับ บกท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในกรณีที่ บกท.เห็นว่ายังมีความจำเป็นที่จะต้องรักษาเส้นทางของไทยสมายล์ไว้ เพื่อให้ขนผู้โดยสารมาป้อนให้สายการบินไทย และรองรับผู้โดยสารจากสายการบินไทย ก็ควรพิจารณาควบรวมกิจการของไทยสมายล์เข้ากับ บกท. เป็นบริษัทเดียว ซึ่งจะทำให้ค่าบริหารจัดการถูกกว่าแยกเป็น 2 บริษัท ทั้งนี้ ในอดีตเมื่อปี 2531 เคยมีการควบรวมกิจการของบริษัท เดินอากาศไทย จำกัด (บดท.) เข้ากับการบินไทย เนื่องจาก บดท.ที่ให้บริการเฉพาะเส้นทางภายในประเทศเท่านั้นมีผลประกอบการขาดทุน ในขณะที่การบินไทยให้บริการเฉพาะเส้นทางระหว่างประเทศเท่านั้นมีผลประกอบการได้กำไร หลังจากควบรวมกิจการแล้ว ปรากฏว่าการบินไทยสามารถทำให้มีกำไรได้ทั้งเส้นทางภายในประเทศและเส้นทางระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บกท.ควรพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาการขาดทุนในบริษัทย่อยอื่นที่ บกท.ถือหุ้นอยู่ด้วย เช่น บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น ซึ่งปัจจุบัน บกท.ถือหุ้นอยู่ 13.28% สัดส่วนน้อยขนาดนี้ทำให้ บกท.ไม่มีอำนาจควบคุม ทั้งนี้ สัดส่วนนี้ลดลงจากเดิม 39% เนื่องจาก บกท.ไม่ยอมเพิ่มทุนตามที่มีการเพิ่มทุนเป็นระยะๆ นกแอร์มีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องหลายปีเช่นเดียวกัน ในปีที่แล้ว (2562) ขาดทุน 2,051 ล้านบาท หาก บกท.เห็นว่านกแอร์ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อ บกท. ก็ควรขายหุ้นที่ถืออยู่ทิ้งไปทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้า บกท.ไม่จัดการขั้นเด็ดขาดกับไทยสมายล์ และนกแอร์ รวมทั้งบริษัทย่อยอื่น เห็นทีจะหนีไม่พ้นที่ บกท.จะต้องถูกจัดการขั้นเด็ดขาดเสียเอง นั่นก็คือ บกท.จะต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้ พ.ร.บ.ล้มละลาย ที่มีเสียงแอบกระซิบมาว่าได้ถูกบรรจุไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการของ บกท.ซึ่งกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในเร็วๆ นี้ เป็นแนวทางที่ 10 หรือแนวทางสุดท้าย จากทั้งหมด 10 แนวทาง หาก บกท.ไม่สามารถปฏิบัติตามแนวทางในแผนฟื้นฟูได้ประสบผลสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้ ด้วยความหวังดี และ &amp;ldquo;รัก บกท.เท่าฟ้า&amp;rdquo; ครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65387</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, แก้ปัญหาหนี้การบินไทย, ไทยสมายล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb50f57eb435.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61985</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2020 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2020 22:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยสมายล์แจ้งหยุดบินเส้นทางบินในประเทศทุกเส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 7-30 เม.ย.63</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3เม.ย.63-รายงานข่าวจากสายการบินไทยสมายล์ แจ้งว่าเนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในปัจจุบัน ส่งผลให้รัฐบาลต้องเพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลในการป้องกันการเคลื่อนย้ายประชาชนกลุ่มใหญ่ไปยังพื้นที่ต่างๆ ที่จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ตลอดจนมาตรการต่างๆ ที่ประกาศออกมาแล้วนั้น สายการบินไทยสมายล์จึงมีความจำเป็นต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน 2563 จนถึง วันที่ 30 เมษายน 2563 นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะกลับมาให้บริการอีกครั้งในวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง สำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินในวันดังกล่าว สายการบินไทยสมายล์ได้อำนวยความสะดวกดังนี้ การขอคืนเงินเต็มจำนวนในรูปแบบ EMD โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ผู้โดยสารสามารถทำรายการได้ด้วยตนเองโดยระบุ การขอคืนเงินตามเงื่อนไขบัตรโดยสาร ผ่าน https://member.thaismileair.com/customerservice/refund &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้โดยสารที่มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงการเดินทาง และ/หรือ เปลี่ยนแปลงเส้นทางบิน สามารถทำได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61985</URL_LINK>
                <HASHTAG>หยุดบิน, ไทยสมายล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e875c5576172.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>60649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2020 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2020 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยสมายล์ประกาศหยุดบินเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทางชั่วคราวดีเดย์23 มี.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 มี.ค.-สายการบินไทยสมายล์ประกาศหยุดบินเส้นทางระหว่างประเทศทุกเส้นทางเป็นการชั่วคราว มีผลตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2563 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง สำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกเที่ยวบินในวันดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สายการบินไทยสมายล์ได้อำนวยความสะดวกดังนี้ การขอคืนเงินเต็มจำนวน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ผู้โดยสารสามารถทำรายการได้ด้วยตนเองโดยระบุ การขอคืนเงินตามเงื่อนไขบัตรโดยสาร ผ่าน &amp;nbsp;https://member.thaismileair.com/customerservice/refund &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้โดยสารที่มีความประสงค์เปลี่ยนแปลงการเดินทาง และ/หรือ เปลี่ยนแปลงเส้นทางบินสามารถทำได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้โดยสารสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าไทยสมายล์ (Smile Service Center) 13 แห่งทั่วประเทศในเวลาทำการ อีเมล customer.service@thaismileair.com &amp;nbsp;หรือ Call Center โทร 1181, 02-118-8888 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/60649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกาศหยุดบิน, ไทยสมายล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200323/image_big_5e78a9c7337d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 15:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 15:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยสมายล์เข้มเพิ่มมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยสมายล์เพิ่มมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 แก่ผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.63-นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยสมายล์ เปิดเผยว่า ไทยสมายล์ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิตของผู้โดยสารและพนักงานทุกคน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19โดยได้พยายามเพิ่มมาตรการต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังกวดขันให้พนักงานและเจ้าหน้าที่ทุกส่วนปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ทั้งมาตรการด้านความปลอดภัยของอากาศยาน อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ที่มีมาตรฐานสูงสุด รวมทั้งมาตรฐานความปลอดภัยด้านอาหาร ควบคู่ไปกับการป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยทั้งของพนักงานและผู้โดยสาร ได้แก่ พนักงานบริการลูกค้าภาคพื้น (Check-in Counter) จะทำการคัดกรองผู้โดยสาร และลูกเรือ ด้วยวิธี exit screening ในเส้นทางที่ต้องเฝ้าระวัง การอนุญาตให้พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสวมถุงมือและใส่หน้ากากอนามัย ให้บริการหน้ากากอนามัยแก่ผู้โดยสารในกรณีที่มีการร้องขอ ให้บริการเจลล้างมือแก่ผู้โดยสารทุกท่านทุกเที่ยวบินก่อนขึ้นเครื่องและระหว่างเที่ยวบิน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังระงับการให้บริการหมอนและผ้าห่มในทุกเที่ยวบินเป็นการชั่วคราว แต่ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถขอรับบริการผ้าห่มที่สำรองไว้ได้ ซึ่งเป็นผ้าห่มที่ผ่านการฆ่าเชื้อและถูกบรรจุอยู่ในห่อใหม่เพื่อให้บริการเท่านั้น รวมไปถึงยกเลิกการให้บริการนิตยสาร WE Smile และแค๊ตตาล๊อกสินค้าในทุกเที่ยวบินตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 เมษายน 2563 เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อที่มาจากการสัมผัส
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ไทยสมายล์ยังคงเน้นย้ำการดำเนินการอย่างรัดกุม หลีกเลี่ยงทุกปัจจัยเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรค เพื่อตอกย้ำความปลอดภัย และเพิ่มความมั่นใจในการใช้บริการของสายการบินไทยสมายล์ทุกการเดินทาง&amp;rdquo; นางชาริตา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58755</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบิน, ผู้โดยสาร, ไทยสมายล์, ไวรัสโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e0efe50e98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/01/2020 14:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/01/2020 14:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยจับมือไทยสมายล์ตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะวิกฤติสกัดไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บินไทยจับมือไทยสมายล์ตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะวิกฤติสกัดไวรัสโคโรนา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ม.ค.63-นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทย และไทยสมายล์ ได้ความมั่นใจให้แก่ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ พร้อมทั้งนำสื่อมวลชนเข้าชมการฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ และการเช็ดทำความสะอาดภายในเครื่องบิน โดยมี นายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในการนำชม ณ โรงซ่อมเครื่องบิน (Hangar) ฝ่ายช่างการบินไทย สุวรรณภูมิ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการภาวะวิกฤติ เป็นผู้รับผิดชอบในการออกมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ รวมทั้งประสานงานหน่วยงานทั้งภายในและภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ทั้งนี้ในส่วนของหน่วยงานภายใน ประสานให้แต่ละฝ่ายดำเนินการตามมาตรการอย่างเคร่งครัด และประสานกับหน่วยงานภายนอก ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ในการติดตามการออกมาตรการต่างๆ เพื่อนำมาตรการมาดำเนินการปฏิบัติ รวมทั้งสรุปรายงานผลการดำเนินการให้ฝ่ายบริหารรับทราบอย่างต่อเนื่อง สำหรับมาตรการหลักของการบินไทยจะคำนึงถึงมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการผู้โดยสารและการดำเนินการด้านสุขลักษณะ เพื่อให้มีการรักษาความสะอาดสูงสุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในการให้บริการทั้งบนเครื่องบิน และการบริการภาคพื้น ได้แก่ มาตรการในการคัดกรองผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก และมาตรการการรักษาความสะอาดในห้องผู้โดยสารบนเครื่องบิน ทั้งด้านอุปกรณ์ เครื่องใช้ในการบริการและพนักงานที่ปฏิบัติงาน ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินมาตรการต่างๆ สรุปสาระสำคัญ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. มาตรการคัดกรองในการตรวจรับผู้โดยสารและการบริการภาคพื้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- สังเกตอาการผู้โดยสาร ณ จุดบริการ หากพบว่ามีอาการบ่งชี้ ให้รายงานต่อแพทย์ประจำสนามบินเพื่อตรวจดูอาการ และยืนยันความปลอดภัยก่อนเดินทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มาตรการในการให้บริการบนเครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-&amp;nbsp;พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินสวมใส่หน้ากากอนามัยและถุงมือในการบริการบนเที่ยวบินที่มีความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ให้บริการโดยไม่ให้ผู้โดยสารจับต้องเครื่องมืออุปกรณ์บริการอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดภายในห้องน้ำระหว่างเที่ยวบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- จัดเตรียมหน้ากากอนามัยสำหรับผู้โดยสารที่มีอาการสวมใส่บนเครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- สังเกตอาการผู้โดยสารระหว่างเดินทาง หากมีอาการต้องสงสัยให้แยกผู้โดยสาร และแจ้งด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศก่อนเครื่องลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
3. มาตรการจัดเตรียมอากาศยาน และฆ่าเชื้อโรค
- การอบพ่นสเปรย์&amp;nbsp;Calla&amp;nbsp;1452&amp;nbsp;ฆ่าเชื้อโรคในอากาศยาน&amp;nbsp;ทั้งในบริเวณห้องผู้โดยสาร&amp;nbsp;และห้องนักบินในทุกเที่ยวบินที่ทำการบินกลับมาจากประเทศจีนทั้งหมด และพื้นที่ที่มีความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ระยะเวลาในการพ่นยาฆ่าเชื้อบนเครื่องบิน โดยเริ่มจากลูกเรือคนสุดท้ายลงจากเครื่อง ใช้เวลาทั้งหมด 45 นาที โดยเป็นการพ่นยา 15 นาที และอีก 30 นาที เป็นการปิดเครื่องบินเพื่อทำการอบฆ่าเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- การกรองอากาศด้วย HEPA FILTER&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. มาตรการทำความสะอาดภายในอากาศยานมามาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยพนักงาน &amp;nbsp;
- ทำความสะอาด&amp;nbsp;Deep&amp;nbsp;Cleaning&amp;nbsp;และทำความสะอาด&amp;nbsp;36&amp;nbsp;จุดสัมผัสร่วม&amp;nbsp;แบ่งตามพื้นที่เป็น&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ส่วน ได้แก่&amp;nbsp;กระเป๋าหน้าที่นั่งผู้โดยสาร&amp;nbsp;(Passenger&amp;nbsp;Seat&amp;nbsp;Pocket)&amp;nbsp;บริเวณภายในเครื่องบินทั่วไป&amp;nbsp;(Aircraft Interior&amp;nbsp;Cabin)&amp;nbsp;ที่นั่งผู้โดยสาร&amp;nbsp;(Passenger&amp;nbsp;Seat)&amp;nbsp;ครัว&amp;nbsp;(Galley)&amp;nbsp;และห้องน้ำ&amp;nbsp;(Toilet)&amp;nbsp;โดยมีวิธีดำเนินการ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. พนักงานต้องใช้อุปกรณ์ป้องกัน (หน้ากาก/ถุงมือ) อย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. มัดปากถุงให้แน่นหนา ก่อนนำขยะลงจากเครื่องและทิ้งในจุดที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. หลังจากปฏิบัติงานต้องล้างมือด้วยสบู่/เจลล้างมือ ทุกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
5. มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยพนักงาน
- เผยแพร่ความรู้ให้พนักงานเรื่องลักษณะของโรค และการป้องกันตัวเอง ไม่ให้เกิดความตื่นตระหนก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- จัดหาอุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment : PPE) และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ให้พนักงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ให้ทำการตรวจสุขภาพหากพบพนักงานมีอาการต้องสงสัย ตามความเห็นแพทย์ และให้หยุดพักจนกว่าจะหายเป็นปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6. มาตรการการรับขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์
- ตรวจสอบหีบห่อสินค้าให้เป็นไปตามมาตรฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- หลีกเลี่ยงการส่งสินค้าที่มีความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- จัดการคลังสินค้าให้ถูกสุขลักษณะปลอดจากการเป็นแหล่งเชื้อโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
7. มาตรการด้านโภชนาการ
- จัดซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน GAP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ดำเนินการผลิตภายใต้ระบบประกันคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร HACCP, GMP, HALAL&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- เครื่องมือและอุปกรณ์การผลิตและบริการทุกชิ้นผ่านการทำความสะอาดและพาสเจอไรซ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ผ้าที่ให้บริการในเที่ยวบินผ่านการซักอบรีด อย่างถูกสุขลักษณะ
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ การบินไทยและไทยสมายล์ ได้ติดตามประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามสถานการณ์และมาตรการต่างๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55699</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, โคโรนา, ไทยสมายล์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200128/image_big_5e2fe9203fb11.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
