<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 10:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 10:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยสมายล์ ประกาศแต่งตั้ง &#039;วิเศรษฐ์ สนธิชัย&#039;รักษาการซีอีโอคนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย.2564 รายงานข่าวจากบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง นายวิเศรษฐ์ สนธิชัย ให้ดำรงตำแหน่งรักษาการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไป และปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด อีกหนึ่งตำแหน่งด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการประกาศแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงในครั้งนี้ถือเป็นการเสริมศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจของไทยสมายล์ เพิ่มประสิทธิภาพด้านการขาย การตลาด และการพัฒนาธุรกิจ โดยส่งเสริมในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริการมาปรับใช้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อก้าวสู่การเป็นสมาร์ท แอร์ไลน์ (Smart Airline) และงานด้าน Digital Transformation เข้ามาประยุกต์ใช้กับทุกภาคส่วน ปรับทิศทางไทยสมายล์ให้เป็นสายการบิน Full Service ที่ดีที่สุดในทุกมิติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115872</URL_LINK>
                <HASHTAG>รักษาการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, วิเศรษฐ์ สนธิชัย, ไทยสมายล์แอร์เวย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210907/image_big_6136db175b041.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2021 16:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2021 16:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยสมายล์รุกธุรกิจโลจิสติกส์ นำร่อง Smile Cargo ดีเดย์4 ม.ค.64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ม.ค.2564 นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด เปิดเผยว่า แม้ว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย แต่ตลาดโลจิสติกส์ยังคงมีการเติบโตและมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไทยสมายล์มองเห็นโอกาสดังกล่าวจึงได้เปิดให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศภายในประเทศขึ้น ซึ่งนำร่องให้บริการครอบคลุมใน 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต กระบี่ และสงขลา (หาดใหญ่) ภายใต้ชื่อ Smile Cargo&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะให้บริการพื้นที่จัดเก็บสินค้าใต้ท้องเครื่องบิน Airbus A320-200 เน้นกลุ่มเป้าหมายผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ ไปพร้อมๆ กับการสร้างความมั่นใจในการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ สะดวก และรวดเร็ว โดยไทยสมายล์ให้บริการขนส่งสินค้าทุกวัน เริ่มให้บริการตั้งแต่ 4 มกราคม 2564 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88792</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาริตา ลีลายุทธ, ไทยสมายล์แอร์เวย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210104/image_big_5ff2e1220028a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 14:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยสมายล์บุกหนักตลาดภายในประเทศเตรียมเปิดอีก4เส้นทางบิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ต.ค. 2563 นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการบริษัท และรักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด เปิดเผยว่า ไทยสมายล์ บริษัทลูกของการบินไทย สายการบินของคนไทยที่ให้บริการระดับมาตรฐานสากล ซึ่งได้กลับมาทำการบินเส้นทางในประเทศ หลังจากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และทำงานร่วมกับการบินไทยอย่างใกล้ชิด สามารถปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ในการรุกตลาดเส้นทางบินในประเทศพร้อมเปิดเส้นทางใหม่หลายเส้นทาง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น ทั้งนี้ ไทยสมายล์สามารถกลับมาทำการบินได้ประมาณ 60-70% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยเป็นสายการบินที่ตรงเวลา ได้มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย พร้อมบริการแบบฟูลเซอร์วิส จึงเป็นหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ให้แก่กลุ่มบริษัทในเครือการบินไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด กล่าวว่า ไทยสมายล์ มองเห็นโอกาสการท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่อนคลายลง และกลับมาเปิดทำการบินเส้นทางภายในประเทศ ถึงแม้จะยังไม่สามารถให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศในเร็วๆ นี้ ได้ แต่ไทยสมายล์ได้ทำการศึกษาและเดินหน้าเปิดเส้นทางบินใหม่อย่างต่อเนื่อง &amp;nbsp;โดยมีแผนขยายเส้นทางบินอีก 4 เส้นทางในประเทศ ภายในไตรมาส 4 นี้ อาทิ สุวรรณภูมิ-น่าน สุวรรณภูมิ- นครพนม &amp;nbsp;และเส้นทางข้ามภาค นครศรีธรรมราช-เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช-อุดรธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไทยสมายล์ ประเมินสถานการณ์ภายหลังจากกลับมาเปิดบินตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2563 ปรากฏว่า จำนวนผู้โดยสารมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เราเล็งเห็นโอกาสสำหรับกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ อาทิ ผู้โดยสารวัยเกษียณ โดยมอบส่วนลดบัตรโดยสาร พร้อมฟรีประกันภัยและประกันโควิด-19 เมื่อเดินทางตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 ธันวาคม 2563 อีกทั้งยังมีกลุ่มลูกค้าภาครัฐและเอกชน ที่ไทยสมายล์ให้สิทธิพิเศษมากมาย เช่น ช่องทางเช็คอินพิเศษ น้ำหนักสัมภาระ และการปรับเปลี่ยนการเดินทางต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด ไทยสมายล์ได้รับรางวัลสายการบินยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชีย (Best Regional Airline &amp;ndash; Asia) เป็นครั้งที่ 3 และรางวัลสายการบินยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย (Best Airline Thailand) ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 จากการจัดอันดับโดยเว็บไซต์ทริปแอดไวเซอร์ (Tripadvisor Travellers&amp;rsquo; Choice Airline Awards) ประจำปี 2563 &amp;nbsp;นอกจากความเป็นเลิศด้านบริการแล้ว การบินไทยและไทยสมายล์เป็น 2 สายการบินแรกของประเทศไทยที่ได้รับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัย ด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety &amp;amp; Health Administration: SHA) จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นและช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยให้แก่ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันไทยสมายล์ให้บริการกว่า 37 เที่ยวบินต่อวัน ใน 11 เส้นทาง ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต นราธิวาส กระบี่ และนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาริตา ลีลายุทธ, เส้นทางบินในประเทศ, ไทยสมายล์แอร์เวย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7ec210da653.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>74941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/08/2020 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/08/2020 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บินไทยชี้แจง&#039;ไทยสมายล์&#039;ยังเป็นบริษัทย่อยในกลุ่มพร้อมเดินหน้าให้บริการต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19ส.ค.63-นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด มหาชน เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวเรื่องการยุบ บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการบินไทยนั้น ขณะนี้บริษัทฯ กำลังอยู่ระหว่างการไต่สวนของศาลล้มละลายกลาง ตามที่บริษัทฯ ได้ขอยื่นคำร้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ และศาลล้มละลายกลางได้นัดไต่สวนครั้งแรกไปเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา และจะมีการไต่สวนเพิ่มเติมในวันที่ 20 และ 25 สิงหาคม นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามซึ่งเมื่อกระบวนการไต่สวนแล้วเสร็จ ศาลจึงจะมีการพิจารณาว่า บริษัท การบินไทยฯ ควรเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหรือไม่ รวมทั้งศาลจะแต่งตั้งคณะผู้ทำแผนซึ่งจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไปหลังจากนั้น คณะผู้ทำแผนจะดำเนินการจัดทำแผนซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 3 ถึง 5 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอให้ลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร เจ้าหนี้ ผู้ถือหุ้น รวมทั้งสาธารณชนเชื่อมั่นว่าบริษัทฯ จะจัดทำแผนการกำกับดูแลบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ฯ ให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถทำกำไรได้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับไทยสมายล์ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการบินไทย และเป็นสายการบินแบบ Full Service ยังคงให้บริการในเส้นทางภายในประเทศและภูมิภาคเหมือนเดิม แม้ว่าไทยสมายล์จะมีผลประกอบการขาดทุน แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา ไทยสมายล์ก็มีผลประกอบการที่ดีขึ้นตามลำดับ กล่าวคือ ขาดทุนน้อยลง และยังได้รับ 2 รางวัลจากการจัดอันดับโดยเว็บไซด์ทริปแอดไวเซอร์ (Tripadvisor Travellers&amp;rsquo; Choice Airline Awards) ประจำปี 2563 ได้แก่ รางวัลแรกเป็น สายการบินยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชีย (Best Regional Airline - Asia) เป็นครั้งที่ 3 และรางวัลที่สองเป็น สายการบินยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย (Best Airline Thailand) ติดต่อกันเป็นปีที่ 4 อีกทั้งการบินไทยและไทยสมายล์ยังเป็นสองสายการบินแรกของประเทศไทยที่ได้รับมอบตราสัญลักษณ์มาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety &amp;amp; Health Administration: SHA) เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัยให้แก่ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/74941</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ชาญศิลป์ ตรีนุชกร, ไทยสมายล์แอร์เวย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200819/image_big_5f3cfc2c8f34b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 15:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ถาวร”ร่อนหนังสือด่วนท่าอากาศยานเข้มความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ก.ค.2562 นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม เปิดเผยว่าได้ลงนามทำหนังสือด่วนที่สุดถึงหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ทางอากาศที่กำกับดูแล ประกอบด้วย กรมท่าอากาศยาน, สถาบันการบินพลเรือน, บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท การบินไทยจำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด, บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด และบริษัท ไทย-อะมาดิอุส เซาท์อีสต์ เอเชีย จำกัด เรื่องกำชับเพิ่มความเข้มงวดการเฝ้าระวัง และการรักษาความปลอดภัยในหน่วยงานหลังเกิดเหตุระเบิดในกรุงเทพเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในหนังสือดังกล่าว มีใจความว่า ด้วยช่วงเช้าของวันนี้ (2 สิงหาคม 2562) ได้ปรากฏข่าวสารการเกิดเหตุระเบิดในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายจุด โดยในช่วงระหว่างเวลา 07.00-09.30 น. ได้เกิดเหตุระเบิด 3 จุด จำนวน 4 ครั้ง ณ บริเวณศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ บริเวณซอยพระราม 9 แยก 57/1 หน้าตึกคิงเพาเวอร์ มหานคร และบันไดทางขึ้นสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี มีผู้บาดเจ็บรวม 4 ราย รวมถึงเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ได้มีกรณีการวางวัตถุต้องสงสัยคล้ายระเบิดที่บริเวณหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สตช. นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เนื่องจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานให้บริการประชาชน ซึ่งเป็นสถานที่เปิด มีประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก จึงขอให้ท่านกำชับเพิ่มความเข้มงวดการเฝ้าระวัง และการรักษาความปลอดภัยในหน่วยงาน รวมถึงการจัดตั้งศูนย์การเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ทั้งก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดเหตุ และหลังเกิดเหตุ โดยให้มีการกำหนดตัวผู้รับผิดชอบ หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน และผู้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ชัดเจน หากเกิดเหตุการณ์ให้ผู้รับผิดชอบรายงานสถานการณ์ถึงนายถาวรในทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ที่รับผิดชอบทางน้ำ ได้สั่งการให้เจ้าพนักงานขนส่งประจำท่าเรือทั้งในแม่น้ำเจ้าพระยา และคลองแสนแสบ ให้การดูแลอย่างเข้มงวด และหากพบเห็นสิ่งปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแจ้งศูนย์ปลอดภัยทางน้ำ กรมเจ้าท่า ทราบในทันที ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งให้แจ้งผู้ประกอบการท่าเรือโดยสารของเอกชน และผู้ประกอบการเรือโดยสาร ทราบและเฝ้าระวัง ด้วยดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ให้เจ้าหน้าที่ตรจการณ์พร้อมเรือยนต์เจ้าทำออกตรวจตราในพื้นที่รับผิดชอบ และให้สังเกต
บุคคลต้องสงสัยที่อาจจะนำสิ่งของบรจุในหีบห่อกระบำหรือกล่องมาวางทิ้งไว้บริเวณทำเรือหรือภายในตัวเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.พนักงานขนส่งที่ปฏิบัติงนประจำทำเรือเพิ่มความเข้มงวด กวดขัน ในการอำนวย
ความสะดวกบริเณเรือและหากพบบุคคลมีพฤติกรต้อสงสัยไม่นำว้วางใจ หรือมีสิ่งของ กระเปิา
หรือกล่องต้องสสัยมาวางทิ้งไว้บริเวณทำเรือหรือภายในตัวเรือเพื่อก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ให้จำหนำที่ประจำศูนย์ฏิบัติการโทรทัศน์วงจปิดเพิ่มการฝระวังทางโทรทัศนั
วงจรปิดทั้งในส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองแสนแสบพร้อมทั้งประสานการปฏิบัติกับหน่วยงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.ให้ผู้ประกอบการดินเรือกำชับผู้คบคุมรือพนักงานเก็บเงินกะลาสี หรือผู้ทำการในเรือ
คอยสังเกตพฤติกรรมของผู้โดยสารหากเห็นว่ามีพฤติกรรมต้องสงสัยไม่นำไว้วางใจ หรือมีสิ่งของ กระเป้าหรือกล่องต้องสงสัยมาวางทิ้งไว้บริเวณท่าเรือหรือภายในตัวเรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.หากพบเห็นกรณีดังกลำวให้รีบแจ้งเจ้าหนัที่ตำรวท้องที่, หรือเหตุด่วนเหตุร้าย 191หรือ
ตำรวจน้ำ 119หรือศูนย์ปลอดภัยทางน้ำกรมเจ้ากสายด่วน 1199ตลอด๒๔ชั่วโมง
ทั้งนี้ให้เริ่มปฏิบัติตั้งแต่บัดนี้เป็นตันไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42558</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมท่าอากาศยาน, การบินไทย, ถาวร เสนเนียม, ไทยสมายล์แอร์เวย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43f95c8f1ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42518</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 09:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ถาวร”พอใจแผนงานการบินไทยเชื่อมีกำไรภายใน3ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค. 2562 นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมมอบนโยบายให้ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) และบริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ว่าเชื่อมั่นว่าการบินไทยจะกลับมากำไรภายใน 3 ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการแผนฟื้นฟูองค์กรเพื่อแก้หนี้สะสมเป็นระยะเวลา 10 ปี ซึ่งทางการบินไทยได้มีการเสนอข้อมูลเกี่ยวกับแผนใหม่ ที่เบื้องต้นจะต้องมีการลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ พัฒนาการให้บริการ และการจัดหาเครื่องบินใหม่ รวมถึงในส่วนของการทำการตลาดในรูปแบบ E-Commerce และการนำระบบ Digital มาใช้ให้มากขึ้น และส่วนของธุรกิจครัวการบินไทย นอกจากนี้จะมีการเพิ่มในส่วนของสินค้า OTOP ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การบินไทยได้มีการรายงานว่าช่วงที่ผ่านมาได้มีการใช้บัญชีกลางในกระบวนการหยุดขาดทุนไปแล้ว &amp;nbsp;รู้สึกพอใจกับแผนที่การบินไทยได้นำมารายงานให้ฟัง&amp;rdquo;นายถาวรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ดีดีการบินไทย กล่าวว่า ปัญหาเรื่องกับดักรายได้ของการบินไทย เรื่องหลักคือเครื่องบินมาอายุมาก ส่งผลให้เครื่องบินไม่เพียงพอทำให้งานบริการคุณภาพต่ำ ผู้โดยสารหนีไปใช้การบินอื่นผลสุดท้ายจึงมียอดขาดทุนสะสมนับ 10 ปี ขณะนี้แผนจัดหาเครื่องบินใหม่ 38 ลำ วงเงิน 1.35 แสนล้านบาทอยู่ระหว่างัจดทำข้อมูลเพิ่มเติมก่อนเสนอมายังกระทรวงคมนาคม จากนั้นส่งไปยังสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช.และขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหลังจากนี้ขั้นตอนจะใช้เวลาไม่นาน เพราะได้ดำนเนการมาเยอะแล้ว เชื่อมั่นว่าการบินไทยจะกลับมามีกำไรภายใน 3-5 ปี หลังจากดำนเนการตามขั้นตอนแผนฟื้นฟู อาทิ การลดต้นทุน การเพิ่มรายได้ การทำตลาดแนวทางใหม่แบบดิจิทัล (Digital Marketing) การขายสินค้าผลิตภัณฑืผ่านอีคอมเมิร์ซรวมถึงกิจการครัวการบินไทยเป็นต้น เชื่อว่าเทคโนโลยีจะเป็นแกนหลักในการผลักดันรายได้นับจากน้ โดยจะนำไปใช้ให้ผู้โดยสารสะดวกสบายมากขึ้น เช่น การเปิดเช็คอินล่วงหน้าได้ 2 สัปดาห์หรือ 4-7 วันก่อนขึ้นเครื่องแบบสายการบินต่างชาติ จากปัจจุบันสามารถเช็คอินได้แค่ในวันเดินทาง ตลอดจนพัฒนางานบริการลูกค้าตั้งแต่พื้นดินถึงบนฟ้า (Ground to Sky Service)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุเมธกล่าวต่อว่าส่วนประเด็นหลักที่อยากส่งเสริมคือการนำสินค้า OTOP ของดีของเด่นประจำตำบล นำขึ้นไปขายบนเครื่องบินหรือจะมีการเปิดหน้าร้านทั้งออฟไลน์และออนไลน์เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติได้เห็นคุณค่าของผลิตภัณฑ์คุณภาพในไทย อีกทั้งยังสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบ เพราะไม่ใช่เป็นเพียงการขายสินค้า แต่เป็นการเรื่องราวของวัฒนธรรมไทย เพิ่มมูลค่าสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวต้นกำเนิดของสินค้าเหล่านี้ สำหรับผลิตภัณฑ์ที่สนใจเบื้องต้นคือเสื้อใยกัญชง ซึ่งถือว่าเป็นสินค้าหัตถกรรม(Handmade Product)ที่มีคุณภาพสูงมากเป็นสิ่งีท่ชาวต่างชาติรู้จักเป็นอย่างดี จึงามารถใส่คุณค่าความเป็นไทยในการขายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังสนใจ ผ้าบาติก ภูมิปัญญาผ้าไทยที่สะท้อนวัฒนธรรมของชาวไทยถิ่นใต้ได้อย่างมีเสน่ห์ เชื่อว่าจะเป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามหลังจากนี้จะไปทำแผนการตลาด OTOP แบ่งหมวดหมู่ประเภทสินค้าให้ชัดเจน ควบคู่ไปกับการทำมาตรฐานการขายแบบสากล (International Standard) คือ สินค้าต้องเหมือนกันกับตัวอย่างที่โฆษณา หรือเรียกว่าสินค้าตรงปก เพราะช่องทางการขายแบบนี้ผู้บริโภคอาจไม่สามารถทดลองใช้ได้ก่อนซื้อสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางชาริตา ลีลายุทธ การประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด (CEO) เปิดเผยว่า ปัจจุบันสายการบินไทยสมายล์มียอดขาดทุนรวมกันทั้งสิ้น 14,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการขาดทุนสะสม 8,000 ล้านบาท และการขาดทุนแบบเกินทุนอีก 6,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเร่งแผนลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ให้กับองค์กร โดยมีแผนจะขอการบินไทยเพิ่มทุนราว 5,000 ล้านบาทภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ เพื่อนำมาเป็นงบหมุนเวียนดำเนินธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามภายหลังจากเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น CEO ไทยสมายล์ตนมีเป้าหมายผลักดันให้สายการบินมียอดกำไรภายในปี 2563 หลังจากนี้จะทำแผนดำเนินธุรกิจระยะเวลา 5 ปีระหว่างปี 2562-2566 อาทิ ด้านประสิทธิภาพการบริหารงานการบิน ทั้งการเพิ่มระยะเวลาการใช้งานเครื่องบิน ตลอดจนเพิ่มความถี่ในเส้นทางเดิมและเพิ่มเส้นทางใหม่ โดยยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารงานการเงินและการลงทุน ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการบริการ รวมทั้งบริหารจัดการด้านบุคลากร เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้โดยสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางชาริตากล่าวต่อว่าสำหรับภาพรวมตัวเลขผลประกอบการในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้พบว่ามีกำไรด้วยตัวเลขไม่ถึง 100 ล้านบาท ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีประกอบกับตัวเลขผู้โดยสารที่เติบโตเพิ่มขึ้นในรอบ 6 เดือนมียอดผู้โดยสารประมาณ 2,160,000 คน หรือเฉลี่ยเดือนละ 360,000 คน จากยอดผู้โดยสารปีที่แล้วอยู่ที่เฉลี่ยเดือนละ 300,000 คน ดังนั้นจึงมองว่าภาพรวมตลอดปีนี้จะมีผู้โดยสารเติบโตที่ 10-15% สอดคล้องกับตัวเลขอัตราส่วนการบรรทุกผู้โดยสาร (Cabin Factor) ที่เพิ่มขึ้นเป็น 80-85% จากเดิม 70% โดยในช่วงสองไตรมาสสุดท้ายของปีนี้จะเปิดเส้นทางบินใหม่ 2 เส้นทา งได้แก่ กรุงเทพ-ไฮเดอระบัด(อินเดีย) และ เชียงใหม่-เกาชุง(ไต้หวัน) ปัจจุบันพบว่าต้นทุนของสายการบินไทยสมายล์นั้นสามารถแข่งขันได้ ดังนั้นจึงมุ่งหน้าที่จะเพิ่มเที่ยวบินร่วม (Code Share Flight) ร่วมกับสายการบินอื่นเพื่อเพิ่มยอดผู้โดยสาร และภายในปีนี้จะเข้าเป็นสมาชิกของเครือข่าย สตาร์อัลไลแอนซ์ (Star Alliance) เพื่อเพิ่มคุณภาพงานบริการผู้โดยสาร &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42518</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, กำไร, ถาวร เสนเนียม, รมช.คมนาคม, ไทยสมายล์แอร์เวย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58654d48d15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 09:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 09:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>THAIจัดทัพไทยสมายล์แก้ขาดทุน ฟุ้งทดลองQ1เริ่มเห็นสัญญาณดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค. 2562 นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บมจ.การบินไทย (THAI) เปิดเผย ว่า หลังจากที่ได้รับตำแหน่งประ ธานกรรมการบริหาร (บอร์ด) บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด หรือสายการบินไทยสมายล์ ได้เร่ง ปรับแนวทางการบริหารงานใหม่ เพื่อแก้ปัญหาการขาดทุนและเพิ่ม รายได้ โดยการโอนการบริหารงานของสายการบินไทยสมายล์ให้กลับมาอยู่ภายใต้การบินไทยทั้งหมด รวมถึงควบรวมผลิตภัณฑ์ และการขายเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อมากขึ้น และลดความซ้ำซ้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับงานที่ควบรวมกันนั้นส่วนใหญ่เป็นงานด้านการบริหารงาน มีทั้งการเงิน การตลาด งานบุคคล งานฝึกอบรม เป็นต้น ส่วนงานการบิน งานบริการบนอากาศ ซึ่งต้องทำตามกฎการบินนั้น ให้ไทยสมายล์บริหารตามเดิม ซึ่งการควบรวมแบบนี้จะส่งผลให้สามารถบริหารได้ง่ายและผลงานมีเอกภาพในทิศทางเดียว หลังจากได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งพบว่าในช่วงไตรมาสแรกปีนี้มีตัวเลขผลประกอบการที่ดีมาก และคาดการณ์ว่าไตรมาส 2 มีสัญญาณที่ดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35381</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, สุเมธ ดำรงชัยธรรม, ไทยสมายล์แอร์เวย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180523/image_big_5b04ceacc08e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
