<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2021 01:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2021 01:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยเบฟ เปิดแผนธุรกิจ PASSION 2025 ตอกย้ำเป็นผู้นำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มครบวงจร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-6.6pt; margin-bottom:8.0pt; margin-left:-5.65pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-6.6pt; margin-bottom:8.0pt; margin-left:-5.65pt&quot;&gt;ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีความต่อเนื่องมาเกือบ 2 ปี ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และระบบเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ทุกธุรกิจต้องมีการตื่นตัวและมีการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจเพื่อวางแผนรับมือกับวิถีใหม่ในยุค New Normal การเตรียมความพร้อมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ ไทยเบฟเองได้ทำหน้าที่ของเราอย่างดีที่สุดในฐานะที่ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มและอาหารครบวงจรเพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้แก่ประเทศ แม้ว่าเราเองจะได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสที่มีการปิดช่องทางการจัดจำหน่ายที่สำคัญ แต่จากการปรับแผนการดำเนินงาน และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้บริษัทมีกำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายตัดบัญชี เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5 เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 36,638 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 และยังคงเป็นบริษัทเครื่องดื่มและอาหารที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน รวมทั้งเป็นบริษัทในอาเซียนบริษัทเดียวที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ของเอเชียในด้านรายได้และมูลค่าทางการตลาด &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-6.6pt; margin-bottom:8.0pt; margin-left:-5.65pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการเตรียมความพร้อมและปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจในด้านต่างๆ ส่งผลให้ไทยเบฟยังคงเป็นบริษัทเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน สะท้อนถึงศักยภาพของกลุ่มไทยเบฟที่มีความพร้อม ในทุกๆ ด้าน และพร้อมที่จะขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ PASSION 2025 กับก้าวที่แข็งแกร่งกว่าเดิมเพื่อครองความเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มครบวงจรในภูมิภาคอาเซียนที่มั่นคง และยั่งยืน Stable &amp;amp; Sustainable ASEAN Leader ด้วยกลยุทธ์หลักดังต่อไปนี้ BUILD (สรรสร้างความสามารถ) คือ สรรสร้างความสามารถและโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ด้วยการต่อยอดจากพื้นฐานธุรกิจที่มีอยู่ ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ตลาดโลกที่ให้ความใส่ใจในด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำธุรกิจและมองหาตลาดใหม่ๆ STRENGTHEN (เสริมแกร่งความเป็นหนึ่ง) คือการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เพื่อรักษาและก้าวสู่ความเป็นผู้นำธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารครบวงจรในภูมิภาคอาเซียน โดยเน้นการทำงานร่วมกัน UNLOCK (สุดพลังศักยภาพไทยเบฟ) คือ นำศักยภาพของไทยเบฟมีอยู่มาก่อให้เกิดมูลค่าสูงสุด รวมถึงการนำทรัพยากรต่างๆ เช่น ทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่มาพัฒนาศักยภาพ และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมทั้งขยายเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ กลุ่มไทยเบฟที่มีความพร้อมอย่างรอบด้าน และความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนธุรกิจในกลุ่มไทยเบฟให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ไปพร้อมกับการ &amp;ldquo;สร้างสรรค์ และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต&amp;rdquo; กับก้าวที่แข็งแกร่ง มั่นคง และยั่งยืน ภายใต้ PASSION 2025 ที่เป็นมากกว่าวิสัยทัศน์ แต่สะท้อนถึงความมุ่งมั่น ความทุ่มเท ตั้งใจ ของทุกคนในกลุ่มไทยเบฟ&amp;nbsp; Stronger Together Towards 2025&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประภากร ทองเทพไพโรจน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจสุรา รองผู้บริหารสูงสุด การเงินและบัญชีกลุ่ม และผู้บริหารสูงสุดด้านการเงินและบัญชี ธุรกิจต่างประเทศ กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจสุราในภาพรวมยังคงมีความแข็งแกร่ง เนื่องมาจากความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ซึ่งตอบรับกับการบริโภคที่บ้าน มาจากสินค้าหลักของไทยเบฟ
คือ รวงข้าว สุราขาวอันดับ 1 ในประเทศไทย และเพื่อตอกย้ำการเป็นสุราสีอันดับ 1 ในปีนี้สุราสีหงส์ทอง ได้ปรับบรรจุภัณฑ์ขนาด 350 มล. และ 700 มล. ให้มีภาพลักษณ์หรูหราและทันสมัยมากขึ้น หากดูจากผลวิจัยการตลาดในรอบ 12 เดือนย้อนหลัง แสงโสมสามารถเติบโตกว่า 13% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในส่วนของ เบลนด์ 285 ซิกเนเจอร์ สามารถเพิ่มการเติบโตได้ถึง 26% สำหรับเมอริเดียนบรั่นดี ยังสามารถเพิ่มการเติบโตได้ถึง 39% นอกไปจากนั้นคูลอฟ วอดก้า สามารถเติบโตและมีส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 อยู่ที่ 32% ในส่วนของแกรนด์รอยัลกรุ๊ปซึ่งเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดของตลาดวิสกี้ในประเทศเมียนมา ยังคงมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งประกอบกับมีเสถียรภาพของกระแสเงินสด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Body&quot; style=&quot;margin-bottom:8.0pt&quot;&gt;เลสเตอร์ ตัน ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจเบียร์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ปี 2564 เป็นอีกหนึ่งปีที่ &amp;ldquo;เบียร์ช้าง&amp;rdquo; ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านการตลาด แม้ว่าจะต้องประสบกับสถานการณ์ความท้าทายต่าง ๆ ที่ยากจะคาดการณ์ แต่กลุ่มธุรกิจเบียร์ ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจตามวิสัยทัศน์ที่วางไว้ ส่งผลให้ผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจ ท่ามกลางการแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่อง กลุ่มธุรกิจเบียร์ได้ริเริ่มและดำเนินการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อให้สามารถดำเนินงานในโรงงานผลิตเบียร์ได้อย่างราบรื่น ซึ่งรวมถึงการรองรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนมา ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่บ้านเพิ่มมากขึ้น รวมถึงเพิ่มบริการจัดส่งถึงบ้าน&amp;nbsp; และริเริ่มนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาปรับใช้เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างแข็งแกร่ง ปี 2564 ยังคงเป็นปีที่ท้าทายสำหรับซาเบโก้ เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส โคโรนา (โควิด-19) ในประเทศเวียดนาม และการปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมที่เข้มงวดทั้งประเทศ ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต การทำงาน และการดำเนินธุรกิจ รวมถึงอุตสาหกรรมเบียร์และ ท่ามกลางความท้าทายต่าง ๆ ซาเบโก้ได้ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ในการดำเนินธุรกิจ มีการดูแลความปลอดภัย และสวัสดิภาพของตัวแทนขาย ผู้สนับสนุน การขาย รวมถึงพนักงานในโรงเบียร์และฝ่ายผลิต สิ่งสำคัญที่สุด คือ บริษัทต้องการให้พนักงานทุกคนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ปัจจุบันพนักงานที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มแรกมีจำนวนทั้งสิ้นร้อยละ 46 ของพนักงานทั้งหมด ในท่ามกลางวิกฤตนี้ บริษัทยังคงมุ่งมั่นทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับสังคมมากขึ้น โดยได้เปิดตัวโครงการ &amp;ldquo;Community Care&amp;rdquo; และบริจาคเงินเกือบ 10,000 ล้านดอง เพื่อมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับโรงพยาบาลและมอบสิ่งของที่จำเป็นในชีวิตประจำวันให้กับครอบครัวที่อยู่ในเขตกักตัว จำนวน 5,000 ครอบครัว การลงทุนในด้านภาพลักษณ์และการรับรู้ของตราสินค้าที่ผ่านมา บริษัทได้ลงทุนในด้านภาพลักษณ์และการรับรู้ของตราสินค้าผ่านป้ายโฆษณา ป้ายร้านค้า และการเป็นผู้สนับสนุนทางการตลาด บริษัทได้ขยายพื้นที่และเพิ่มป้ายโฆษณาของ Bia Saigon Chill ในสถานที่สำคัญทั่วประเทศ เพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ นอกจากนี้บริษัทได้เปิดตัวป้ายร้านค้ารูปแบบใหม่ สำหรับ Bia Saigon Chill, Bia Saigon Special, Bia Saigon และ Lac Viet และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Bia Saigon ในฐานะตราสินค้าที่เป็นความภาคภูมิใจของเวียดนาม บริษัทภูมิใจที่ได้ให้การสนับสนุนฟุตบอลทีมชาติเวียดนาม นอกจากนี้ บริษัทเปิดตัวแคมเปญ &amp;ldquo;Stronger Together&amp;rdquo; ในช่วงวันชาติเวียดนาม โดยวางจำหน่าย
เบียร์กระป๋องรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น และสินค้าแฟชั่น ที่ออกแบบโดยศิลปินในประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษิต&amp;nbsp; สุขสิงห์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (ประเทศไทย) ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มบริหารช่องทางการจำหน่าย ผู้บริหารสูงสุดกลุ่มธุรกิจต่อเนื่อง และรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายพัฒนาความเป็นเลิศ เปิดเผยว่า การดำเนินธุรกิจของกลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (Non Alcoholic Beverage หรือ NAB) ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อน เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จของ PASSION 2025 พร้อมเดินหน้า &amp;lsquo;ก้าว-แกร่ง-กว่าเดิม&amp;rsquo; มุ่งเป้าดันธุรกิจให้เติบโตสู่ระดับสากล ปี 2564 เป็นปีแห่งความท้าทาย โดยทุกประเทศทั่วโลกรวม ทั้งประเทศไทยยังคงต้องเผชิญหน้าอย่างหนักกับปัญหาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจ ต่างได้รับผลกระทบไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง สร้างความกดดันและเป็นตัวเร่งให้ทุกภาคส่วนต้องปรับตัว ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน การจับจ่ายใช้สอย รวมทั้งการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการห้ามบริโภคภายในร้านอาหารเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อเนื่องให้กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ต้องปรับเปลี่ยนแนวทางในการบริหารจัดการ รวมถึงการให้บริการกับร้านค้า ในงวด 9 เดือนของปีงบประมาณ 2564 ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์มีรายได้จากการขายจานวน 11,688 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.4 เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากปริมาณขายลดลงร้อยละ 8.6 ธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ยังคงบริหารต้นทุนอย่างระมัดระวังด้วยการลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและส่งเสริมการขาย ซึ่งมาตรการดังกล่าวนี้ช่วยให้ธุรกิจมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายตัดบัญชีจานวน 1,629 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 15.2 เมื่อเทียบกับกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษีเงินได้ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายตัดบัญชีที่ไม่รวมค่าสินไหมทดแทนสำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินจากเหตุเพลิงไหม้สายการผลิตเครื่องดื่มของบริษัทโออิชิในปีก่อนดังนี้ ปรับรูปแบบการขายมุ่งเน้นร้านค้าปลีก ร้านค้าในชุมชนมากยิ่งขึ้น บริษัทหันมามุ่งเน้นการขายที่ช่องทางร้านค้าปลีกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านค้าปลีกในบริเวณแหล่งชุมชนต่าง ๆ เพื่อให้ผู้บริโภคที่ทำงานที่บ้านสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ของบริษัทในร้านค้าใกล้บ้านได้โดยสะดวก ไม่จำเป็นต้องออกไปนอกพื้นที่ ที่อาจเกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย ผสานการทำงานให้รวดเร็ว และคล่องตัวด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพการขาย SERMSUK CAMP ช่วยให้พนักงานขายสามารถทำงานผ่านแท็บเล็ต ที่ย่อข้อมูลการขายทั้งหมดที่จำเป็น อยู่เพียงแค่ปลายนิ้ว SERMSUK FAMILY ทำให้บริษัท สามารถให้บริการร้านค้าได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปริมาณขายในช่องทางร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อสุขภาพ สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายให้กับผู้บริโภค บริษัทได้นำเสนอน้ำดื่มคริสตัล น้ำดื่มคุณภาพ ที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความจำเป็นสำหรับสุขภาพและการดำรงชีพ ด้วยการทำราคาขายที่ถูกลงให้กับร้านค้า ตลอดจนห้างท้องถิ่นและร้านค้าปลีก และได้นำเสนอเครื่องดื่ม วีบูสท์ วิตามินซี 200 % &amp;nbsp;ผสมเบต้ากลูแคน รวมถึงเครื่องดื่มชาเขียวโออิชิ พลัสซี เพื่อเกาะติดเทรนด์เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ &amp;nbsp;เสริมแกร่งทีมงาน เตรียมพร้อมรับมือโลกใหม่ยุค New normal บริษัทได้เตรียมความพร้อมให้ทีมงานและคู่ค้า โดยประสานให้ได้รับการตรวจโควิดและฉีดวัคซีนตลอดจนมีการเพิ่มช่องทางการขายแบบออนไลน์ ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป และเตรียมความพร้อมในการให้บริการคู่ค้าสำหรับช่องทางร้านอาหารและโรงเรียนที่จะกลับมาเปิดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นงนุช บูรณะเศรษฐกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารสูงสุดสายธุรกิจอาหาร (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า กลุ่มธุรกิจอาหารมีการปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง โดยในปีที่ผ่านมาได้ปรับรูปแบบธุรกิจให้ตอบโจทย์ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ (1) Driving Brand Penetration &amp;amp; Accessibility เพื่อเป็นการขยายช่องทางการเพิ่มรายได้ให้ได้มากที่สุด ในปีที่ผ่านมาเรามีการเปิดขยายสาขาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่นอกห้าง เพิ่มขึ้น 24 สาขา วันนี้เรามีสาขาทั้งหมดรวม 673 สาขา (ณ 30 ก.ย. 2564) รวมทั้งเปิดรถจำหน่ายอาหารเคลื่อนที่ Food Truck อีกจำนวน 10 คันเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น (2) Driving the Delivery Channel โดยพัฒนาแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่ของเราเอง ประกอบกับขยายช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคผ่านพันธมิตรทั้ง Food Aggregator และ E-Marketplace ส่งผลให้ช่องทางเดลิเวอรี่เติบโตขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (3) Digital &amp;amp; Technology ให้บริการที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สำหรับปี 2565 ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ กลุ่มธุรกิจอาหารจะขับเคลื่อนภายใต้กลยุทธ์หลัก อันได้แก่ (1) Drive Brand Penetration &amp;amp; Accessibility ขยายสาขาในรูปแบบที่เหมาะกับสถานการณ์และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึง Food Truck และร้านแบบ To go (2) Grow Off-Premise Channels เสริมแกร่งและขยายช่องทางการขายนอกสถานที่ (3) Digitize Customer Engagement สร้างความผูกพันกับลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล (4) Innovation นำนวัตกรรมมาสร้างประสบการณ์ใหม่เพิ่มความสะดวกสบาย ความปลอดภัยให้กับลูกค้า และ (5) Sustainability ดำเนินธุรกิจตามแนวคิดด้านความยั่งยืนด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.เอกพล ณ สงขลา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มทรัพยากรบุคคล เผยว่า ไทยเบฟ ปลูกฝังแนวความคิด ก้าวแกร่งกว่าเดิม ส่งเสริมให้พนักงานปรับตัวและปรับเปลี่ยนทักษะการทำงานให้ก้าวเคียงคู่องค์กรท่ามกลางความท้าทาย ล่าสุด ภูมิใจอีกครั้งกับการได้รับรางวัล HR Asia Best Companies to Work For และรางวัล Most Caring Company 2021 หรือ รางวัลสุดยอดบริษัทใส่ใจพนักงาน จาก HR Asia จากการสำรวจบริษัทในไทยเกือบ 300 บริษัท ด้วยผลคะแนนความผูกพันพนักงานระดับเป็นเลิศและการเยี่ยมชมบริษัท ซึ่งสะท้อนการดูแลเอาใจใส่พนักงานกว่า 46,000 คนในประเทศและ 62,000 คนทั่วโลกเป็นอย่างดี ตลอดปี 2021 เราปรับแนวทางการทำงานให้ปลอดภัย เพิ่มความคล่องตัว เพื่อส่งมอบสินค้าและบริการแก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องทุกๆ วัน&amp;nbsp; ทุกคนร่วมผสานพลัง เพื่อลดความกังวลใจของเพื่อนพนักงาน อาทิ จัดให้มีระบบลงทะเบียนดิจิทัลทุกวันเพื่อความปลอดภัยแก่พนักงานและคนรอบข้าง การจัดทำประกันภัยความเสี่ยงจากโรคโควิด-19 ให้แก่พนักงานทุกคน ทุกตำแหน่งงาน การจัดให้มีสายด่วน 24 ชั่วโมง ดูแลเรื่องต่างๆ ร่วมสร้างสรรค์ครอบครัวและสังคมให้ปลอดภัย โดยการสนับสนุนการฉีดวัคซีนร่วมกับภาครัฐรวมถึงวัคซีนทางเลือก&amp;nbsp; กลุ่มไทยเบฟ ผลักดันแนวความคิดโอกาสไร้ขีดจำกัดในมิติต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์ศักยภาพคนรุ่นใหม่ ซึ่งปีนี้โครงการ ThaiBev ASEAN Internship Program มีผู้สนใจเข้าร่วมกว่าหนึ่งพันคนทั่วอาเซียน สะท้อนถึง ความเป็นหนึ่งในบริษัทไทยที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุดจากการสำรวจของ HR Asia และ Work Venture ครั้งล่าสุด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118390</URL_LINK>
                <HASHTAG>ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_6156023b96e19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117130</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2021 21:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต ไทยเบฟ...กับการพัฒนาชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; Corporate Social Responsibility หรือระบบซีเอสอาร์ ถือเป็นกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมของภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลของการสร้างภาพลักษณ์องค์กร กลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อสร้างแบรนด์ ตลอดจนเป็นภาคบังคับสำหรับบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่จะต้องปฏิบัติตามกฏกติกา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ต้องยอมรับว่า ซีเอสอาร์นั้นเป็นการคืนกำไรให้กับสังคมรูปแบบหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันจะเห็นว่ารูปแบบการตอบแทนสังคมของผู้ประกอบการบางรายเริ่มเปลี่ยนไป เพราะผู้ประกอบการเหล่านี้เชื่อว่าธุรกิจไม่ควรเป็นฝ่ายรับจากสังคมอย่างเดียว แต่ควรคืนสู่สังคม แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็ก แต่ถ้าทุกองค์กรช่วยกัน การช่วยเหลือก็จะยิ่งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ก็เป็นธุรกิจหนึ่งที่ดำเนินกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะโครงการ &amp;ldquo;ไทยเบฟ...รวมใจต้านภัยหนาว&amp;rdquo; ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 โดยมอบผ้าห่มไทยเบฟผืนอุ่นสีเขียวให้กับพี่น้องผู้ประสบภัยหนาวในภาคเหนือและภาคอีสาน จนเป็นที่รู้จักและกล่าวขานกันอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ที่น่าสนใจคือ มาถึงวันนี้ รูปแบบการคืนกำไรสู่สังคมของ &amp;ldquo;ไทยเบฟ&amp;rdquo; นั้น มิใช่ย่ำอยู่กับการแจก การบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะกิจเฉพาะสถานการณ์ หรือจัดกิจกรรมตามเทศกาลเพียงเท่านั้น แต่บริษัทดังกล่าวถือเป็น &amp;ldquo;ต้นแบบ&amp;rdquo; ในการ่วมสร้างความยั่งยืนสู่สังคมภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และสอดคล้องกับกรอบการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ด้วยการวางยุทธศาสตร์ให้ชุมชนสร้างความเข้มแข็งด้วยตนเอง ตามศาสตร์พระราชาที่่ดำริว่า ..ให้เบ็ดดีกว่าให้ปลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) วางนโยบายเดินตามรอยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการให้จัดตั้งหน่วยงาน &amp;ldquo;โครงการพัฒนาชุมชน&amp;rdquo; ภายในองค์กร ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของแนวคิดการพัฒนาแบบยั่งยืนด้วยความเชื่อมั่นว่า &amp;ldquo;การสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต&amp;rdquo; คือรากฐานที่จะนำไปสู่ความยั่งยืน โดยสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และสร้างพื้นที่ต้นแบบที่ให้การสนับสนุนระหว่างชุมชนที่เข้มแข็งกับภาคธุรกิจ โดยมีเป้าหมายคือ ต้องการสร้างชุมชนต้นแบบในด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม สร้างเครือข่ายพันธมิตรเพื่อร่วมกันพัฒนา เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ สถาบันวิชาการ ที่สำคัญต้องการยกระดับชุมชนให้เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม สร้างเศรษฐกิจระดับชุมชน โดยมีหลักการดำเนินงาน 4 ด้านหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ไทยเบฟมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้ชุมชนและสังคมเติบโตควบคู่กับธุรกิจของเราโดยให้ความสำคัญในการพัฒนาชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่องมากว่า 18 ปี&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาชุมชนของไทยเบฟ มีทั้งด้านการสร้างเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก โดยใช้ศักยภาพของชุมชนเป็นหลักในการทำงาน สร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มองค์กรชุมชนใน 3 กลุ่มงาน คือ เกษตร แปรรูป และท่องเที่ยวโดยชุมชน เพื่อให้เกิดทักษะการเรียนรู้ร่วมกัน 5 เรื่อง ได้แก่ การเข้าถึงปัจจัยการผลิต การสร้างองค์ความรู้ การตลาด การสื่อสารสร้างการรับรู้ และการบริหารจัดการ อีกทั้ง ในสถานการณ์ที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรของชุมชนได้รับผลกระทบ จึงพัฒนาช่องทางตลาดออนไลน์ สร้างทางเลือกให้พนักงานไทยเบฟและคนทั่วไปได้ช่วยกันซื้อสินค้าชุมชน สร้างรายได้กลับสู่ชุมชนต่อไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านการส่งเสริมและพัฒนาคนรุ่นใหม่ มีแนวคิดที่จะสานต่อพลังของคนรุ่นใหม่กลับไปพัฒนาบ้านเกิด ก่อให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่อง สร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน พัฒนาด้านสังคม เศรษฐกิจ ยกระดับสู่การเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนได้ประสานความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการศึกษา ร่วมกันถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับครูและนักเรียน เพื่อให้มีทักษะเพิ่มเติม เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง นอกจากนั้น ได้รับการประสานจากมหาวิทยาลัย ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ สร้างศักยภาพคนรุ่นใหม่ให้มีทักษะองค์ความรู้ด้านการจัดการหรือการประกอบการทางธุรกิจเพื่อสังคม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านการสนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เน้นความสำคัญไปที่การส่งเสริมและแสวงหาความรู้ด้านการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ดิน น้ำ ป่า เช่น ส่งเสริมเรื่องธนาคารน้ำ ใต้ดิน การปลูกป่าทดแทนทั้งในป่าชายเลนและบนบก การทำฝายชะลอน้ำ การพัฒนาพื้นที่แปลงรวมให้เปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรอินทรีย์ผ่านกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาชุมชน หรือสนับสนุนโครงการเฉพาะเรื่อง เช่น การร่วมมือกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำและกระบวนการจัดการน้ำ รวมไปถึงการพัฒนาด้านเศรษฐกิจชุมชน และสนับสนุนการจัดระบบน้ำ การทำโครงการประปาภูเขา &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านการช่วยเหลือและบรรเทาภัยพิบัติ ไทยเบฟ...รวมใจต้านภัย หนาว คืออีกหนึ่งโครงการที่จัดตั้งขึ้น เพื่อช่วยเหลือชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยหนาว โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคอีสาน โดยได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน เครือข่ายพันธมิตร ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมส่งต่อความอบอุ่นกันมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับโอกาสในการเข้าถึงความช่วยเหลือในด้านต่างๆ ทั้งการศึกษา และสาธารณสุข นอกจากนั้นยังส่งเสริมให้พนักงานในองค์กรได้เป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันความอบอุ่นผ่านแคมเปญ 1 ปัน 1 อุ่น โดยมุ่งหวังให้เกิดพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมกันสร้างสังคมแห่งการให้ที่ยั่งยืน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คุณธารทิพย์ ศิรินุพงศ์ ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า &amp;ldquo;ไทยเบฟมุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งจากภายในชุมชนและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นในทุกด้าน เพื่อนำไปสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจชุมชน ควบคู่ไปกับการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรกับชุมชน โดยร่วมมือกับชุมชนในการคิดและพัฒนาให้เกิดการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน เราเชื่อว่าการสร้างความเข้มแข็งในรูปแบบดังกล่าวจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมของชุมชน ส่งผลให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เกิดการรวมกลุ่มกันเป็นวิสาหกิจชุมชน และเมื่อเกิดความมั่นคงแล้ว ชุมชนเองก็สามารถแบ่งปันคุณค่าของการเติบโตโดยการขยายองค์ความรู้และแนวทางการทำงานของตนเองไปสู่ชุมชนใกล้เคียง ซึ่งจะสร้างความยั่งยืนให้กระจายไปในระดับท้องถิ่น และนำไปสู่การพัฒนาระบบเศรษฐกิจในระดับประเทศได้อย่างแท้จริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สามารถกล่าวได้ว่า โครงการพัฒนาชุมชนโดยไทยเบฟ ถือเป็นความมุ่งมั่นสร้างความยั่งยืนให้กับชุมชนและสังคมเริ่มตั้งแต่ฐานราก ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการคืนกำไรสู่สังคม หรือการแสดงความรับผิดชอบในการตอบแทนสังคมของภาคธุรกิจอื่นๆ เพราะการให้ปลานั้นเห็นรูปธรรมชัดเจนทันควัน แต่การให้เบ็ดนั้นต้องอาศัยเวลาและความร่วมมือร่วมใจของชุมชน ซึ่งหมายถึงความสำเร็จนั้นจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยชุมชนในแต่ละพื้นที่ สามารถเข้าถึงเข้าใจในปณิธานที่ภาคธุรกิจลงไปส่งเสริมสนับสนุนสร้างเครื่องมือ ให้ความรู้ เพิ่มศักยภาพ เปิดช่องทาง แล้วชุมชนพร้อมใจที่จะลงมือเพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ที่สำคัญพึ่งพาตนเองได้ตลอด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117130</URL_LINK>
                <HASHTAG>Corporate Social Responsibility, csr, การพัฒนาชุมชน, การสร้างสรรค์และแบ่งปันคุณค่าจากการเติบโต, กิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคม, คืนกำไรสู่สังคม, คุณค่าจากการเติบโต, คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี, คุณธารทิพย์ ศิรินุพงศ์, ซีเอสอาร์, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), ผู้ประสบภัยหนาว, มอบผ้าห่ม, สร้างสรรค์และแบ่งปัน, เดินตามรอยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง, โครงการพัฒนาชุมชน, ไทยเบฟ, ไทยเบฟ...รวมใจต้านภัยหนาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210918/image_big_6145fcdbc7add.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 22:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่ทวงวัคซีน/ญี่ปุ่นให้แอสตร้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;อนุทิน&amp;rdquo; แย้มข่าวดีญี่ปุ่นบริจาคแอสตร้าฯ ให้ไทย เตรียมลงนามตอบกลับ 24 มิ.ย. คาดได้วัคซีนเดือน ก.ค. &amp;quot;บิ๊กป๊อก&amp;quot; แจงคำสั่ง มท.เอื้อ &amp;quot;ไทยเบฟ&amp;quot; แค่สื่อสารคลาดเคลื่อน ยันเจตนาดูแล ปชช. &amp;ldquo;เลขาฯ ชวน&amp;rdquo; เดือด! ประณามรัฐบาลไร้คุณธรรมจัดสรรตรังพื้นที่สีแดงแค่หมื่นโดส ครูขอนแก่นสุดทนบุกศาลากลางได้ฉีดไม่ถึง 10% สมุทรสาครฮือติด#ทวงคืนวัคซีน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังรับมอบห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยระดับ 3 ที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่น 38.6 ล้านบาท จากเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ว่า รัฐบาลญี่ปุ่นได้ทำข้อเสนอบริจาควัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้ประเทศไทยผ่านมายังกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงสาธารณสุข หากพิจารณารายละเอียดข้อเสนอเรียบร้อย คาดว่าจะลงนามตอบกลับไปได้ในวันที่ 24 มิ.ย.นี้ และส่งมาได้ในเดือน ก.ค. โดยยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดจำนวนวัคซีนที่จะบริจาคได้ สำหรับการบริจาควัคซีนของญี่ปุ่น ถือเป็นสัมพันธไมตรีและมิตรภาพระหว่างสองประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณี จ.สมุทรสาคร ขอรับวัคซีนเพิ่มเติม นายอนุทินกล่าวว่า แต่ละพื้นที่ได้รับวัคซีนตามสูตรการกระจายวัคซีนของ ศบค.ทุกประการ จึงเป็นเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีจัดสรรวัคซีนตามสูตร เพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อย่างผมมีเพื่อนเป็นผู้ว่าฯ มากกว่าค่อนประเทศ หากเราไม่มีแนวทางการจัด เดี๋ยวมีคนโทร.มาเราก็เผลอ แต่หลังจากนี้วัคซีนจะส่งมาทุกสัปดาห์ เมื่อกระจายแล้วแต่ละพื้นที่ก็ต้องไปบริหารจัดการเขตให้เหมาะสมให้ต่อเนื่อง ฉีดเร็วก็อาจไม่ต่อเนื่อง ต้องฉีดไม่ให้เกิดการขาดช่วงของวัคซีน&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว และว่า เดือนมิ.ย. คาดว่าเราได้รับวัคซีนรวม 8.5 ล้านโดส จากเดิมที่ตั้งไว้ว่า 6 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวถึงกรณีการพิจารณาให้วัคซีนซิโนแวคเข็ม 3 ว่า ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการวิชาการ ซึ่งพิจารณาและรายงานทุกสัปดาห์อยู่แล้ว มีการศึกษาถึงขั้นว่าจะฉีดยี่ห้อเดียวกันหรือต่างยี่ห้อด้วยซ้ำ ซึ่งเราพร้อมทำตามคำแนะนำของคณะกรรมการฯ ทั้งการใช้วัคซีนอย่างไรแค่ไหน ห่างกันเข็ม 1 และ 2 จะหยุดใช้เมื่อไร เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการใช้วัคซีนอย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า วัคซีนที่ทางญี่ปุ่นบริจาคเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ไม่อยากให้มองเป็นอย่างอื่น ส่วนความกังวลประสิทธิภาพวัคซีนซิโนแวคที่ส่อว่าอาจไม่สร้างภูมิคุ้มกันเพียงพอและต้องฉีดเพิ่มถึง 3 เข็มโดยเร็ว และไทยยังมีการสั่งซื้อเพิ่มอีก 28 ล้านโดสนั้น ยืนยันวัคซีนซิโนแวคเป็นวัคซีนมีประสิทธิภาพ และได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามข้อมูลอีกสักระยะหนึ่ง ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินใจว่าจะมีการปรับร่นระยะเวลาการฉีดวัคซีนในเข็มที่ 1-2 รวมถึงการฉีดเข็ม 3 ให้เร็วขึ้น ต้องให้คณะผู้เชี่ยวชาญพิจารณา แต่ตอนนี้ต้องเร่งฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด โดย สธ.พยายามจัดหาวัคซีนให้มากขึ้น ทั้งซิโนแวค แอสตร้าฯ และกำลังเจรจากับไฟเซอร์ อีกทั้งยังมีของซิโนฟาร์มที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ดำเนินการด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า ข้อมูลการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. มีการฉีดไป 91,879 โดส ทำให้มียอดผู้ได้รับวัคซีนสะสมตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-20 มิ.ย.แล้ว 7,679,057 โดส ทั้งนี้ ในส่วนของครูและบุคลากรทางการศึกษา มีการฉีดวัคซีนไปแล้ว 572,682 โดส ในส่วนนี้เป็นครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ส่วนครูพิเศษที่สอนเฉพาะทางสามารถประสานเข้ามาขอฉีดวัคซีนได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.อนุพงษ์​ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่หนังสือปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามสนับสนุนการวัคซีนบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)​ เพื่อฉีดให้กับพนักงานและครอบครัว แต่ได้ยกเลิกในภายหลัง ว่า วันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา​ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัด​กระทรวง​มหาดไทย ได้ออกหนังสือแก้ไขแล้วยืนยันว่าเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการจะต้องเป็นไปตามนโยบาย ศบค. โดยสรุปคือ มีช่องทางที่จะให้สนับสนุนให้กับบุคคลและกลุ่มบุคคลรวมไปถึงองค์กรได้ แต่ต้องเข้าสู่ช่องทางหมอพร้อม การกระจายวัคซีนเป็นของ ศบค. จะกระจายไปในพื้นที่ใดหรือจำนวนเท่าไหร่ เมื่อกระจายไปแล้วผู้ที่จะดำเนินการต่อคือ คณะกรรมการ​โรคติดต่อ​จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถือเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนและไม่มีเจตนา​เอื้อประโยชน์ให้ใคร ทุกคนรู้ดีว่าการทำงานของข้าราชการ พรรคการเมือง และรัฐบาล หรือของใครก็แล้วแต่ ต้องตอบสนองต่อประชาชนส่วนใหญ่ ใครที่คิดจะไปตอบสนองต่อกลุ่มใคร สังคมก็จะไม่ยอม เป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อนแต่ก็ได้แก้ไขแ​ล้​ว ทั้งนี้ ศบค.มท.ไม่ได้มีเจตนา​ที่จะไปเอื้อใคร พูดง่ายๆ คือเจตนา​ที่จะดูแลประชาชนเป็นหลัก ใครก็ต้องทำอย่างงั้น สังคมจึงจะยอมรับได้ ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้&amp;quot; รมว.มหาดไทยระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ณัฐพล​ นาคพาณิชย์​ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.)​ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.)​ กล่าวว่า การขอรับวัคซีนในรูปแบบองค์กรมีหลายหน่วยงาน ทั้งรัฐและเอกชนขอมา บางทีขอไปที่กระทรวงมหาดไทยหรือขอไปที่กระทรวงสาธารณสุข แต่หลักเกณฑ์ที่ออกไปเป็นรูปแบบของการขอลงทะเบียน โดย ศบค.ได้กำกับเรื่องความเร่งด่วนเข้าไปด้วย​ และขึ้นอยู่กับจำนวนวัคซีนที่มีด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า​ การขอสนับสนุนฉีดวัคซีนให้องค์กรสามารถทำได้ แต่ต้องดูความเร่งด่วนใช่หรือไม่​ พล.อ.ณัฐพล​ กล่าวว่า ใช่​ เพราะช่วงที่ผ่านมาจะพบว่าการระบาดจะเกิดในสถานประกอบการ โรงงาน แคมป์คนงาน​ ​ไซต์ก่อสร้าง เป็นธรรมดาที่สถานประกอบการมีความห่วงใยว่าจะเกิดการแพร่เชื้อในหน่วยงาน จึงขอรับการสนับสนุนมา​ แต่การขอรับการสนับสนุนจะไม่รวมถึงบุคคลในครอบครัว​ และในทางปฏิบัติในแต่ละพื้นที่ ต้องดูความเร่งด่วนที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด​
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัต์ เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้จัดสรรวัคซีนให้กับจังหวัดต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น พบว่า จ.ตรังได้รับวัคซีนแอสตร้าฯ เพียง 1 หมื่นโดส ซิโนแวค 3,000 โดส ถือว่าจำนวนน้อยมาก ถ้าพิจารณาถึงสถานการณ์ที่มีการระบาดอย่างรุนแรง เพราะตรังมีผู้ติดเชื้อสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งการจัดสรรวัคซีนครั้งนี้ สร้างความผิดหวังให้กับประชาชน หมดศรัทธาในการบริหารของรัฐบาล เพราะไม่รู้เมื่อไหร่จะได้ฉีด แม้กระทั่งสัปดาห์นี้ซึ่งไทยได้รับแอสตร้าฯ 1 ล้านโดส แต่ปรากฏว่ารัฐบาลจัดสรรให้ จ.ตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดงระบาดรุนแรงแค่ 1,000 โดส ขณะที่บางจังหวัดได้เป็นแสนโดส จึงขอประณาม เพราะกำลังทำให้วัคซีนเพื่อประชาชนกลายเป็นวัคซีนการเมือง เกิดความเหลื่อมล้ำ จัดสรรแบบไร้คุณธรรม เพราะฉะนั้นขอให้รัฐบาลได้จัดสรรวัคซีนให้ตรังอย่างเร่งด่วนและมีจำนวนตามสมควร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สมุทรสาคร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดกระแสในสังคมออนไลน์ของคนในจังหวัดสมุทรสาคร โดยร่วมกันเปลี่ยนโปรไฟล์และติดแฮชแท็ก &amp;quot;ทวงวัคซีนคืน ให้คนสมุทรสาคร&amp;quot; โดยนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เกิดจากประชาชนในจังหวัดตื่นตัวอย่างมากที่ต้องการที่จะฉีดวัคซีนให้ได้ทุกคนโดยเร็ว จากกรณีที่เราขอไปหลักแสน แต่ได้มาแค่หลักหมื่น โดยขอไป 3.3 แสนโดส เนื่องจากสถานการณ์จังหวัดยังไม่ดีขึ้นเลย มีผู้ติดเชื้อเกือบ 6,000 รายแล้ว และยังเป็นจังหวัดเศรษฐกิจมีโรงงานถึง 7,000 แห่ง สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศปีละ 5-6แสนล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่หน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น ได้มีคณะครูจากโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน รวมตัวกันเพื่อขอพบนายสมศักดิ์ &amp;nbsp;จังตระกุล ผู้ว่าฯ ขอนแก่น ในฐานะประธานคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัด เพื่อทวงถามความชัดเจนหลังจากโรงเรียนได้รับการจัดสรรวัคซีนให้กับกลุ่มคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาไม่ถึงร้อยละ 10 &amp;nbsp;ในขณะที่ตามนโยบายรัฐบาลต้องได้ร้อยละ 70 ในขณะที่นโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการระบุว่า บุคลากรทางการศึกษาต้องได้รับการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ร้อยละ 70 ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ติดภารกิจ จึงให้นายจารึก เหล่าประเสริฐ รองผู้ว่าฯ ในฐานะคณะทำงานด้านการบริหารวัคซีนและควบคุมโรคติดต่อจังหวัด รับเรื่องไว้แทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107150</URL_LINK>
                <HASHTAG>24 มิ.ย., ญี่ปุ่นให้แ้อสตร้า้, บิ๊กป๊อก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เลขาฯ ชวน, แห่ทวงวัคซีน, ได้ฉีดไม่ถึง 10%, ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d09c961e1fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107031</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 07:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2021 07:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปลัดมหาดไทยถอย สั่งยกเลิกหนังสือจัดสรรวัคซีนให้ไทยเบฟฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มิถุนายน 2564&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.) ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงนามในโทรสารในราชการกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0230/ว 3518 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2564 ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยระบุใจความสำคัญคือ ยกเลิกโทรสารในราชการกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0230/ว 3464 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2564 และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในฐานะประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดถือปฏิบัติตามโทรสารคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ กำหนด รวมทั้งข้อสั่งการของ ศบค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกันนี้ขอให้ชี้แจง ทำความเข้าใจ สร้างการรับรู้กับองค์กรภาครัฐ เอกชน และประชาชน ให้เกิดความร่วมมือในการจัดทำแผนเผชิญเหตุเพื่อเตรียมการกรณีเกิดการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน (คลัสเตอร์) รวมทั้งการบริหารจัดการพื้นที่ตามแนวทางที่ ศบค.กำหนด และข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เผยแพร่หนังสือด่วนที่สุด เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.2564 ลงนามโดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ส่งถึงผู้ว่าราชการทุกจังหวัด และกรุงเทพมหานคร ระบุว่า บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน ได้ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนวัคซีนป้องกัน COVID-19 เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคให้กับพนักงาน จำนวน 43,201 คน และครอบครัวของพนักงานของบริษัทฯ จำนวน 28,244 คน ใน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร รายละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่ สกอ. 600/2564 ลงวันที่ 8 มิ.ย.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107031</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปลัดมหาดไทย, ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210620/image_big_60cea158a62bc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87423</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/12/2020 13:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/12/2020 13:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดระลอกใหม่ &#039;บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2020&#039; วางมาตรการเข้มรับมือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;m_2666204304179153850&quot; style=&quot;margin:0in; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;m_2666204304179153850&quot; style=&quot;margin:0in; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;m_2666204304179153850&quot; style=&quot;margin:0in; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;m_2666204304179153850&quot; style=&quot;margin:0in; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่&amp;nbsp;Bangkok Art Biennale 2020&amp;nbsp;&amp;nbsp;(BAB 2020)&amp;nbsp;โดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) จัด &amp;ldquo;Big Cleaning&amp;rdquo; ครั้งใหญ่ ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า&amp;nbsp;2019&amp;nbsp;(Covid-19) บริเวณจัดแสดงงานชั้น&amp;nbsp;1 ,7, 8&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ณ หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร พร้อมเน้นการเยี่ยมชมงานในแบบวิถี&amp;nbsp;&amp;ldquo;New Normal&amp;rdquo; เน้นความปลอดภัย การเว้นระยะห่าง (Social Distancing) และการจัดเตรียมหน้ากากอนามัย การวัดอุณหภูมิ แอลกอฮอล์ทำความสะอาด เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้ที่เข้ามาร่วมชมงานอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;m_2666204304179153850&quot; style=&quot;margin:0in; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์&amp;nbsp;ในนามประธานอำนวยการและผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ กล่าวว่า&amp;nbsp;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ถือเป็นวิกฤตระดับโลกหรือสามารถที่จะเรียกได้ว่ามันคือสงครามไวรัสที่ทุกคนต้องพร้อมเผชิญหน้า และก้าวผ่านไปให้ได้ ทาง บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เราตระหนัก และไม่นิ่งนอนใจ โดยจัด&amp;nbsp;Big Cleaning&amp;nbsp;บริเวณจัดแสดงงานชั้น&amp;nbsp;1 ,7, 8&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;ณ หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;โดยเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญการเข้าทำความสะอาดพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งพื้นที่นี้มียอดผู้เข้าชมงานสะสมตั้งแต่เปิดแสดงงานในช่วงเดือนตุลาคมเป็นจำนวนกว่า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสนคน นอกจากนี้อีก&amp;nbsp;9&amp;nbsp;สถานที่&amp;nbsp;เดอะ ปาร์ค ,BAB BOX ,&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดอะ พรีลูด โครงการวัน แบงค็อก ,&amp;nbsp;วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร ,&amp;nbsp;วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ,วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร ,ล้ง&amp;nbsp;1919 ,&amp;nbsp; มิวเซียมสยาม และ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก&amp;nbsp;เราก็มีมาตรการหรือกฏระเบียบในการเข้าชมงาน ทั้งเรื่องความปลอดภัย การเว้นระยะห่าง (Social Distancing) และการเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นหน้ากากอนามัย การวัดอุณหภูมิ และแอลกอฮอล์ทำความสะอาด&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;m_2666204304179153850&quot; style=&quot;margin:0in; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;m_2666204304179153850&quot; style=&quot;margin:0in; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่&amp;nbsp;Bangkok Art Biennale 2020&amp;nbsp;&amp;nbsp;(BAB 2020)&amp;nbsp;กับแนวคิดหลักสุดท้าทาย&amp;nbsp;&amp;ldquo;Escape Routes&amp;rdquo;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;&amp;ldquo;ศิลป์สร้าง ทางสุข&amp;rdquo;&amp;nbsp;ที่นำมาจัดแสดงบน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;สถานที่สำคัญใจกลางกรุงเทพมหานคร ได้แก่&amp;nbsp;&amp;nbsp;เดอะ ปาร์ค&amp;nbsp;/&amp;nbsp;BAB BOX&amp;nbsp;/&amp;nbsp;เดอะ พรีลูด โครงการวัน แบงค็อก&amp;nbsp;วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร&amp;nbsp;/&amp;nbsp;วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร&amp;nbsp;/&amp;nbsp;วัดประยุรวงศาวาส วรวิหาร&amp;nbsp;/&amp;nbsp;หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp;/&amp;nbsp;ล้ง&amp;nbsp;1919 /&amp;nbsp;&amp;nbsp;มิวเซียมสยาม และ ริเวอร์ ซิตี้ แบงค็อก&amp;nbsp;จัดแสดงตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่&amp;nbsp;&amp;nbsp;31&amp;nbsp;มกราคม&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;สามารถติดตามข่าวสาร และตารางการจัดกิจกรรมของงาน&amp;nbsp;เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ&amp;nbsp;&amp;ldquo;บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่&amp;nbsp;2020&amp;rdquo;(Bangkok Art Biennale)เพิ่มเติมได้ทาง&amp;nbsp;www.facebook.com/Bkkartbiennale&amp;nbsp;&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;www.bkkartbiennale.com&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;m_2666204304179153850&quot; style=&quot;margin:0in; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;m_2666204304179153850&quot; style=&quot;margin:0in; -webkit-text-stroke-width:0px; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87423</URL_LINK>
                <HASHTAG>นสพ.ไทยโพสต์, บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ Bangkok Art Biennale 2020, ไทยบเฟ, ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201220/image_big_5fdef256afc58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ชีวิตยามอยู่บ้าน”ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ชุดใหม่กรมสมเด็จพระเทพฯ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ชุดใหม่กว่า&amp;nbsp;700&amp;nbsp;ภาพ ทรงบันทึกไว้ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในช่วงปี&amp;nbsp;2561-2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;ปีนี้ได้จัดภายใต้ชื่อนิทรรศการ&amp;quot;ชีวิตยามอยู่บ้าน :&amp;nbsp;Life@Home&amp;quot;&amp;nbsp;ให้ประชาชนได้มีโอกาสชื่นชมพระอัจฉริยะภาพของกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ หอศิลปวัฒนธรรม แห่งกรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดนิทรรศการครั้งนี้นับเป็นครั้งที่&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ที่ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ให้สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มาจัดแสดง แม้จะทรงงานหนักเพียงใด ก็ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณไม่เคยขาด ประชาชนรอคอยทุกๆ ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงเปิดนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์&amp;rdquo;ยามอยู่บ้าน:Life @Home&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเปิดงานนิทรรศการและทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์&amp;rdquo;ชีวิตยามอยู่บ้าน&amp;rdquo; &amp;nbsp;โดยมีคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี รองประธานกรรมการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน),&amp;nbsp;ฐาปน สิริวัฒนะภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟฯ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;ดาว วาสิกศิริ นายกสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยฯ&amp;nbsp;,&amp;nbsp;นิติกร กรัยวิเชียร เลขาธิการมูลนิธิส่งเสริมการถ่ายภาพและภัณฑารักษ์ของงาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เฝ้าฯ รับเสด็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในนิทรรศการภาพถ่ายประกอบไปด้วยภาพแขวนผนัง&amp;nbsp;145&amp;nbsp;ภาพ ภาพขนาดเล็กในห้อง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เหลี่ยม จำลองบรรยากาศสวนและเสียงนก จำนวน&amp;nbsp;546&amp;nbsp;ภาพ และภาพขนาดใหญ่ (Art wall) จำนวน&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ภาพ แต่ละภาพนอกจากสวยงามทรงคุณค่าทางศิลปะการถ่ายภาพแล้ว ยังสะท้อนถึงมุมมองจากสายพระเนตรที่ทรงประสบพบเห็นสิ่งต่างๆ ที่ทรงสนพระราชหฤทัยถ่ายทอดบอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย อีกทั้งให้ข้อคิดเตือนใจแก่ทุกคนที่ได้ชมภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;การนี้ ทรงบรรยายภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ ประจำปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ความว่า หนังสือภาพถ่ายเล่มนี้ตั้งชื่อว่า &amp;ldquo;ชีวิตยามอยู่บ้าน&amp;rdquo; &amp;nbsp; ปีนี้มีโอกาสไปต่างประเทศ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง คือ สิงค์โปรและอินเดีย&amp;nbsp; แต่สิงค์โปรไม่มีภาพในนิทรรศการครั้งนี้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อกลับเมืองไทยโรคโควิดกำลังแพร่ ไม่ได้ออกนอกบ้านประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เดือน หลังจากเดือนพฤษภาคมแล้ว แพทย์บอกว่า พอให้ออกไปข้างนอกหรือพบผู้คนได้ &amp;nbsp;ส่วนที่วางแผนไปต่างประเทศไว้มากมายเป็นอันว่า จบสิ้นกันไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทรงบรรยายว่า ปี&amp;nbsp;2562&amp;nbsp;ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงเดือนมกราคมได้ไปที่สาธารณรัฐประชาชนจีน รับเครื่องอิสริยาภรณ์ รัฐมิตราภรณ์ เป็นเครื่องอิสริยาภรณ์ที่ให้แก่มิตรหรือเพื่อนที่สำคัญ ไปรับเสร็จแล้ว ต้องให้มาร่วมงานวันสถาปนาสาธารณรัฐจีนครบ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;ปี อยู่จนกระทั่งถึงวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตุลาคม วันสถาปนา เป็นเกียรติที่ได้รับเชิญไปร่วมงาน แต่ว่าไม่ค่อยจะเห็นอะไร คนที่ดูทีวีอยู่บ้านจะเห็นขั้นตอนและมีคำบรรยาย จะรู้ชัดมากกว่า เอากล้องกดไปเรื่อยๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาพ &amp;quot;ไปดูการสวนสนามวันชาติจีน แต่ถ่ายรูปออกมาไม่รู้เรื่องเลย&amp;quot; &amp;nbsp;รูปอะไรก็ไม่ทราบคล้ายกับแอร์โชว์ที่เขาโฆษณาในทีวี ก่อนหน้านี้ อยากดูมาก เขาจะทำไว้สวยงามมาก แต่พอถ่ายจริงๆ ออกมาเป็นอย่างนี้ เขาพ่นควันและมีเครื่องบินนิดหน่อย บางตอนก็ปล่อยนกออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาพ &amp;quot;ไปดูพาเหรดวันชาติ&amp;quot; &amp;nbsp;รูปนี้ข้างหน้าเป็นพวกผู้ใหญ่จีน มาทุกหน่วยงาน มีหน่วยรถถัง และยุทโธปกรณ์ต่างๆ เหมือนการสวนสนามของทหาร ใหญ่และใช้เวลานานมาก ก็ดีในช่วงเวลานั้นได้พบคนหลายคนที่เคยพบ ที่ไม่ได้เจอกว่า&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ปีก็ได้เจอ ได้ทักทายกัน มีการแสดงของผู้คนของมณฑลต่างๆ ของนักเรียนเด็กๆ เป็นการสวนสนามที่ยิ่งใหญ่มาก อันนี้มีสัญลักษณ์โอลิมปิค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพ&amp;rdquo;น้องละมุนละไมฉลองฮัลโลวีน&amp;rdquo; สุนัขทรงเลี้ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลุ่มภาพสุนัขและแมวทรงเลี้ยง รวมถึงสัตว์นานาชนิดในวังสระปทุม ทรงบรรยายว่า จะเห็นตลอดนิทรรศการนี้ เพราะว่าอยู่บ้านก็ถ่ายหมู หมา แมว แมลงไปเรื่อยๆ ต้นหมากรากไม้ แต่ว่าที่จริงตรงนั้นไม่ทำงานก็ไม่ใช่ ก็กังวลด้านการศึกษษ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะว่าเวลาทางการปิดทุกสิ่งทุกอย่าง ก็ปิดโรงเรียนไปด้วย เขาบอกห้ามเข้าโรงเรียน ทุกคนให้เรียนจากคอมพิวเตอร์ เรียนจากทีวี แต่ว่านักเรียนที่ดูแลอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ไม่มีคอมพิวเตอร์&amp;nbsp; ทีวี จะหาให้ ก็สัญญาณไม่มี ลำบาก อาหารการกินก็น่าห่วง ส่วนมากเด็กจะไปรับประทานอาหารที่โรงเรียน แต่ก็มีการเพาะปลูก ทำของเพื่อรับประทานเองที่บ้านก็ดีพอสมควร จะไปส่งเสริมในหมู่บ้านของนักเรียน ก็พยายามช่วยเรื่องเครื่องเขียน สมุดปากกา หนังสือ ก็มีคนบริจาคจัดเป็นชุดและรวมสื่อที่ทำไว้นานแล้ว หนังสือ&amp;nbsp;60&amp;nbsp;พรรษา ก็เอามาบางส่วน ให้เรียนสหกรณ์ เรียนภาษา &amp;nbsp;บางคนพออ่านออกเขียนได้ก็ช่วยกันไป เท่าที่ช่วยกันทำได้ มีเมล็ดพันธุ์ให้เพาะปลูก หัดเพาะถั่วงอก ต้องคอยติดต่องานทางมือถือหรือไลน์ แต่ไม่ค่อยได้ จะกดผิดกดถูกตามประสาคนไม่ค่อยได้ใช้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนภาพ &amp;quot;น้องละมุนฉลองฮัลโลวีน&amp;quot; วันฮาโลวีนที่ถ่ายคุณละมุนละไม ใช่ว่าจะได้รูปอย่างนี้ง่ายๆ จะถ่ายรูปท่านพวกนี้ต้องมีขนม อย่างรูปนี้ก็ต้องถือกล้องและมีขนมปังเสียบไว้ตรงกล้องให้เขาดู เผื่อว่า พอถ่ายแล้วจะมีโอกาสได้ลิ้มรส ต้องมีของสังเวยกันตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภาพ &amp;quot;น้องฮ้อเซียงโกวดมดอกไม้&amp;quot; มีน้องใหม่ชื่อน้องฮ้อเซียงโกวอายุไม่ถึงขวบ มาตั้งแต่สองเดือน เป็นหมาคอลลี่ ตอนแรกนึกว่า ละมุนจะโกรธที่มีหมาตัวใหม่ แต่ละมุนนี่เอาฮ้อนอนบนขาละมุน ตอนหลังละมุนหน้ายับ น่าแกล้ง กัดละมุนหน้ายืด คอยเดินหากัน เอาหัวจ่อมาปรึกษากัน ฮ้อเซียงโกว เป็นชื่อของหนึ่งในแปดเซียนซึ่งเป็นเซียนผู้หญิงท่านเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ภาพแมวทรงเลี้ยงจัดแสดงในรูปแบบ Art Wall&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพ &amp;quot;ป้ายชื่อที่เกาะเกร็ดคู่กับอีกป้ายว่า กูไม่ไหวแล้วโว้ย โปสเตอร์ท่องการกระจายกริยาไวยากรณ์เยอรมัน วังสระปทุม&amp;quot; มีป้ายซื้อมาอยู่นานแล้ว ซื้อมาจากเกาะเกร็ด เขามีป้ายอันนึงเขียนว่า &amp;ldquo;อะไรๆ ก็กู&amp;rdquo; ก็เลยซื้อมา แล้วมีอีกแผ่นเขียนว่า &amp;ldquo;กูไม่ไหวแล้วโว้ย &amp;rdquo; อยู่ด้านบน (ทรงพระสรวล) ส่วนข้างล่างเป็นโปสเตอร์ท่องการกระจายกริยาไวยกรณ์เยอรมัน แต่จำไม่ได้เพราะไม่ค่อยได้ดู ติดไว้เฉยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนภาพ &amp;quot;พระเอกตลอดกาลของเรา&amp;quot; เป็นรูปของ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล พระเอกใหญ่ประจำงาน แค่นี้ก็ดีใจที่ท่านมาอีก และได้เตรียมกล้องเพื่อมาถ่ายอีกครั้ง ตอนนี้ไม่แน่ใจว่ามีรูปท่านกับภาพพริกปู่เมธกี่ครั้ง กำลังดูว่าจะให้ยืนตรงไหน เพื่อไม่ให้บังกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ร่วมงานนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ที่ จ.อุทัยธานีในงานครั้งนี้ &amp;nbsp;ทรงบรรยายความว่า ภาพ &amp;quot;ฮกแซตึ๊ง บรรพบุรุษของเจ้าของ&amp;quot; ในนิทรรศการนี้ก็แปลก มีรูปมาจากอุทัยธานีหลายรูปอยู่เหมือนกัน รูปนี้อยู่ในร้านขายยาเก่าของอุทัยธานี ชื่อ&amp;rdquo;ฮกแซตึ๊ง&amp;rdquo; รู้จักมาแต่เด็กๆ แต่ตอนหลังไม่ได้ขายยาแล้ว ค่อนข้างทรุดโทรมเจ้าของตกลงจะยกให้ คิดว่า ถ้าซ่อมแล้วจะสวยงามและจะเป็นประโยชน์กับคนในจังหวัดอุทัยธานี ก่อนหน้านี้ มีศูนย์วงเดือนมาจากคุณป้าวงเดือน อาคมสุรฑัณฑ์ ถวายที่ดินเปล่ามาให้ ก็มาสร้างอาคารและอบรมกับ กศน.สอนวิชาการต่างๆ ให้กับชาวบ้าน ทำกับข้าว ประดิษฐ์ ดนตรี มีครูจากกรุงเทพฯ อุทัยธานี นครสวรรค์มาสอน ชาวบ้านได้ความรู้ คนมาเยี่ยมเยอะแยะ อยากขยายมาทำที่ฮกแซตึ๊ง นอกจากที่ ก็มีตู้ยาจีนซึ่งสวยงามแบบดั้งเดิม ถ้าซ่อม เราคงไม่ขายยา แต่ขายยาหม่อง ลูกประคบ และหัดทำอะไรให้ชาวบ้าน ข้างหลังเป็นที่ว่างโล่ง เป็นสวนตะพาบน้ำหรือเต่า จะจัดสวนให้ดูดีให้คนมาศึกษา และพักผ่อนหย่อนใจ กำลังสำรวจและขุดดูรากฐานว่ามีความแข็งแรงอยู่หรือเปล่า พบเศษถ้วยชาม ของโบราณ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;ภาพ &amp;quot;ฮกแซตึ๊ง บรรพบุรุษของเจ้าของ&amp;quot; ทรงบันทึกที่จ.อุทัยธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนภาพ&amp;rdquo;ร้านกาลครั้งหนึ่ง ณ อุทัยธานี &amp;ldquo; เดินไปเดินมาก็เจอ ร้านกาลครั้งหนึ่ง ณ อุทัยธานี เปิดดูข้อมูลในอินเตอร์เน็ต มีเล่าเรื่องของร้าน มีหนังสือต่างๆ น่าสนใจมาก เจ้าของนอนอยู่ในซอกตู้ ชะโงกดูคนขายอยู่หรือเปล่า เผอิญซื้อหนังสือที่ชอบมากอยู่เล่มหนึ่ง ชื่อ &amp;ldquo;ยังดีที่มีแมว&amp;rdquo;รู้สึกว่าตรงกับใจ อย่างน้อยยังมีแมวเก่าแก่ คือ ใบตอง ซึ่งร้ายชอบไล่แมวอื่น เป็นเจ้าถิ่น ใบตองเคยหายไปหนหนึ่ง เอาป้ายติด วันนั้นกลัวมาก ถ้าไม่ได้ใบตองคืนมา จะต้องมีคนหวังดี เอาแมวเทาๆ ลายๆ มาให้สักร้อยตัว ก็จะแย่แน่ แต่ได้ใบตองกลับมาเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทรงบรรยายภาพ &amp;quot;ดอกไม้สวนปทุมอก&amp;nbsp;Baobab Adansonia Digitata Flower&amp;quot;&amp;nbsp;เป็นรูปดอก&amp;nbsp;Baobab Adansonia Digitata Flower&amp;nbsp;ซึ่งมี&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชนิด ที่สวนปทุมมีครบ&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ชนิด หายากมาก ไปมาดากัสการ์ได้ต้นไม้หลายชนิดที่ห้ามเอาออก แต่ประธานธิบดีเซ็นออกให้เอง เพราะพูดภาษาฝรั่งเศสได้ มีประโยชน์แบบนี้ ต้นโตนี้เขาว่า อยู่ได้เป็นพันพันปี&amp;nbsp;,2,000 3,000&amp;nbsp;ปี ก็อยู่ได้ ต้น&amp;nbsp;Baobab&amp;nbsp;มีประโยชน์ในทุกส่วน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ภาพถ่ายทรงบันทึกไว้ครั้งเสด็จฯ ไปอินเดีย ทรงบรรยาย ความว่า ภาพ &amp;quot;Taj Falaknuma Palace&amp;nbsp;ไฮเดอราบัด&amp;quot; เพื่อนเที่ยวอินเดีย ถ่ายรูปส่งมาโชว์ว่า ไปพักที่โรงแรมนี้ สวยงามมาก&amp;nbsp;Taj Falaknuma Palace&amp;nbsp;อยู่ไฮเดอราบัด เป็นวังเก่าที่เจ้านายมีความรู้และความสามารถ ในนั้นจะมีห้องสมุด ห้องรับประทานข้าว ห้องรับแขก ห้องนอน ยังเก็บไว้ส่วนหนึ่งที่ไม่มีคนอยู่แล้ว เหมือนพิพิธภัณฑ์ อยากไปบ้าง ตั้งใจจะไปที่นี่โดยเฉพาะ เจ้าของใจดี อยากจะหยิบหนังสืออะไรในตู้ดูได้ทั้งนั้น มีหนังสือหลายภาษามาก ถ้ามีเวลาอีกเพลิดเพลิน ไม่ต้องไปท่องเที่ยวที่ไหน ดูแค่โรงแรมนี้ก็สนุกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับภาพ &amp;quot;โรงแรมรูปปลา&amp;quot; ตอนแรกบรรยายภาพเขียนว่า &amp;quot;โฮเต็ลรูปเครื่องบิน&amp;quot; ทีมงานบอกไม่ใช่ มันเป็นรูปปลา ก็ไปดูมาแล้ว ถ่ายรูปมาเหมือนกัน มันเป็นปลา ไม่ใช่เป็นเครื่องบิน ก็แน่ใจ สมัยเด็กจำได้ว่า เคยพรีเซ็นต์งาน ครูให้เลือกประเทศ ค้นคว้า พรีเซ็นต์งาน เลือกออสเตรเลีย ในรูปเห็นไกลๆ เป็นแกะเต็มทุ่งไปหมด ไม่ได้ทันศึกษาให้ดี&amp;nbsp; ก็บรรยายว่า นี่คือ รูป &amp;quot;แรด&amp;quot; ในที่สุดตอนเพื่อนวิจารณ์จะบรรยายหรือจะทำนิทรรศการ ควรจะศึกษาให้ดีเสียก่อน ไม่ใช่เห็นแกะเป็นแรดแบบนี้ นี่ก็กลับเหมือนเดิมเห็นปลาเป็นเครื่องบิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรงบรรยายว่า ที่ไปอินเดียเดินทางด้วยทางรถยนต์ไกลมาก โขยกเขยก อาหารต้องกินในรถ กว่าจะไปถึงหอดูดาว มีกล้องดูดาวที่ใหญ่กว่าของไทย กำลังคิดเรื่องของความสัมพันธ์ทางวิทยาศาสตร์กับอินเดีย และน่าจะได้ผลในเรื่องดาราศาสตร์นี้ ปีหน้ากะจะไปหอดูดาวอีก แต่ว่ายังฟาวล์เสียก่อน เพราะโรคโควิด ซึ่งเปรียบเสมือนควายขวิด ส่วนภาพ &amp;quot;พระอาทิตย์ตกดินที่หอดูดาวเทวาสถล&amp;quot; ไปถึงตอนพระอาทิตย์ตกดินที่หอดูดาวก็สวยงามมาก มีศาลพระศิวะ เขียนคำอ้อนวอนพระศิวะ เป็นภาษาสันสกฤต&amp;nbsp;&amp;nbsp;เชิญถ่ายภาพในนิทรรศการได้ตามสบาย หวังว่าจะสนุกกับการชมภาพ แม้ว่าจะล็อคดาวน์อยู่บ้าน แต่ก็ถ่ายๆ จำไม่ได้ว่า ถ่ายอะไร บรรยายผิดถูกไปบ้างก็คงให้อภัย เพราะเดี๋ยวนี้ความจำไม่ดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับนิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ หัวข้อ &amp;ldquo;ชีวิตยามอยู่บ้าน:&amp;nbsp;Life@Home&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เปิดให้เข้าชมถึวันที่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;ก.พ. (หยุดทุกวันจันทร์)&amp;nbsp; เวลา&amp;nbsp;10.00-19.00&amp;nbsp;น. และมีการจำหน่ายหนังสือภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ &amp;ldquo;ชีวิตยามอยู่บ้าน:&amp;nbsp;Life@Home&amp;rdquo;เล่มละ&amp;nbsp;900&amp;nbsp;บาท ณ ห้องนิทรรศการ ชั้น&amp;nbsp;9&amp;nbsp;หอศิลป์ กทม.&amp;nbsp;&amp;nbsp;และศูนย์หนังสือแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทั้งนี้ รายได้ทั้งหมดนำขึ้นทูลเกล้าถวาย โดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm 0cm 8pt; text-align:start; -webkit-text-stroke-width:0px&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86815</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, ชีวิตยามอยู่บ้าน, นสพ.ไทยโพสต์, นิทรรศการภาพถ่ายฝีพระหัตถ์, สมาคมภาพถ่ายแห่งประเทศไทยฯ, ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201214/image_big_5fd70e6c940e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84331</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2020 18:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2020 06:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนาวนี้ ไม่มีเหงา เตรียมแพ็คกระเป๋า ขึ้นเขา…เที่ยวงาน “สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 7” </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี เมื่อ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;ชวนเที่ยวงานประจำปี &amp;ldquo;สีสันแห่งดอยตุง ครั้งที่ 7&amp;rdquo; เทศกาลส่งความรัก ความสนุก และความอบอุ่นในลมหนาว ในระหว่างเดือน ธันวาคม 2563 - เดือนมกราคม 2564 ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ณ โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ภายในงานสีสันดอยตุง พบไฮไลต์กาดชนเผ่า ถนนคนเดินสายวัฒนธรรมชนเผ่าที่สูงที่สุด ฟินชิมช็อปไปกับอาหารชนเผ่า และสินค้าแฟชั่นงานมือ
ชาวไทยภูเขาแบบดั้งเดิมและแบบประยุกต์&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพลินไปกับโชว์การแสดงและการละเล่นชนเผ่าที่หาดูยาก รวมถึงสนุกสนานไปกับสะพานเรือนยอดไม้ดอยตุง DoiTung Tree Top Walk สูงกว่า 30 เมตร ได้สัมผัสธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ชมดอกไม้เมืองหนาว นับร้อยพันธุ์ ที่สวนแม่ฟ้าหลวง เยี่ยม &amp;ldquo;ตัวโต&amp;rdquo; สูงกว่า 9 เมตร สัตว์นำโชคตามความเชื่อของชาวไทใหญ่&amp;nbsp;สัมผัสอากาศหนาวที่ดอยช้างมูบ จุดที่สูงสุดของเทือกเขานางนอน นำเที่ยวโดยมัคคุเทศก์น้อยดอยตุง&amp;nbsp; สายเวิร์กช็อปก็โดนใจกับกิจกรรมเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ของขวัญให้คนที่รัก อาทิ ปั้นเซรามิก การ์ดดอกไม้แห้ง&amp;nbsp; พรมยิงจากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิล สำหรับงานสีสันดอยตุง นอกจากเป็นงานเชิงวัฒนธรรมแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งการปลูกฝังจิตสำนึกรักสิ่งแวดล้อม ลดการใช้พลาสติกครั้งเดียวทิ้ง&amp;nbsp; งดใช้โฟม มีจุดตั้งถังขยะ โดยคัดแยกขยะ เพื่อนำกลับมารีไซเคิล&amp;nbsp;&amp;nbsp;สนใจเที่ยวงานสีสันดอยตุงสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/DoiTungClub โทร.02-252-7114, 053-767-015-7 &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84331</URL_LINK>
                <HASHTAG>นสพ.ไทยโพสต์, มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์, สีสันดอยตุง, โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  จังหวัดเชียงราย, ไทยเบฟ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb5aae641991.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
