<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ย้อนเจ็บ!ปมไทยเป็นประเทศที่น่าละอาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.61 - พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นักการเมืองวิจารณ์หลังจากที่มีการจัดอันดับให้ประเทศไทยเป็น 1 ใน36 ประเทศหน้าละอาย ที่มีการคุกคามนักสิทธิมนุษยชนว่า คนที่เอาไปพูด นั่นแหละหน้าละอาย เพราะพูดให้ประเทศเสียหาย เราไม่เคยทำแบบนั้น เว้นแต่คนที่ทำความผิด การทำความผิดและการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นเส้นเดียวกัน ถ้าตัวเองทำผิดกฎหมายก็จะต้องยอมรับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17869</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์, ไทยเป็นประเทศที่น่าละอาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba0ca2db5469.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17797</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2018 19:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2018 19:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธิดา&#039;ซ้ำคสช.ทำไทยเป็นประเทศน่าละอาย - ด่าไม่ลง &#039;ทรัมป์&#039; ละเมิดสิทธิเพราะมาจากการเลือกตั้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ย.61 - นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานที่ปรึกษา นปช. กล่าวในการทำ Facebook Live ว่า กรณีที่สหประชาชาติเปิดเผยรายงานประจำปี แจงรายชื่อ 38 ประเทศว่าเป็น &amp;ldquo;ประเทศที่มีพฤติกรรมน่าละอาย&amp;rdquo; ซึ่งตามรายงานนั้นประเทศไทยเป็น 1 ใน 29 ประเทศที่เพิ่งถูกขึ้นบัญชีเป็นครั้งแรกในหมวดเกี่ยวกับรายงานสถานการณ์ของการถูกคุกคามด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นข่าวเกรียวกราวปลายสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา กล่าวว่า กับคำถามที่ว่าคุณคิดว่าน่าละอายไหม? 1) ถ้าคิดว่าไม่ใช่พฤติกรรมที่น่าละอายของประเทศไทย...ก็ไม่ต้องทำอะไร 2) ถ้าคิดว่ามันไม่ดี มันผิด หรือมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง...ก็มี 2 ทางเลือก ก็คือ ออกมาแก้ตัว หรือ หาวิธีแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ใน &amp;lsquo;เพจไทยคู่ฟ้า&amp;rsquo; มีการโพสต์เมื่อ 15 ก.ย. 61 ไขข้อข้องใจ! ประเทศไทยน่าละอาย จริงหรือ? ในวรรคท้ายระบุว่า &amp;ldquo;งานนี้ก็คงต้องไปพลิกดูรายละเอียดกันแล้วว่าแต่ละประเทศถูกกล่าวหากันอย่างไร แล้วมันน่าละอายถึงขนาดนั้น จริงหรือไม่ !!&amp;rdquo; ซึ่งก็แปลว่ามันไม่ใช่น่าละอายเลย ถ้าสิ่งที่ทำอยู่มันไม่น่าละอาย คุณก็ไม่ต้องแก้ตัว ไม่ต้องแก้ไข ในขณะที่มีข่าวว่ากระทรวงต่างประเทศเตรียมชี้แจงต่อ UN กรณีดังกล่าวในวันที่ 19 ก.ย. นี้ที่เจนีวา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา กล่าวว่า หลักการของการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นหลักการของสหประชาชาติหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อแนวความคิดของค่ายเสรีประชาธิปไตยอยู่ในฐานะเหนือสหประชาชาติ ดังนั้นปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและกฎหมายอะไรต่าง ๆ ว่าด้วยสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง รวมทั้งทางสังคมวัฒนธรรม ออกมาเพื่อตอบสนองหลักการว่าด้วยปัญหาสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียม ดังนั้นจะเห็นว่าประเทศที่มีปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ไม่ได้อยู่ในค่ายเสรีประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในสหรัฐอเมริการัฐบาลเขามาจากการเลือกตั้ง อาจมีคนจำนวนหนึ่งซึ่งมีแนวคิดขวาจัดก็มองเห็นคนเป็นคนไม่เท่าเทียมกันทั้งหมด ประเด็นปัญหาสิทธิมนุษยชนมันจึงเกิดขึ้น เช่น กรณีผู้อพยพมา แยกแม่แยกลูก เป็นต้น สิ่งที่ประธานาธิบดีทรัมป์ทำมีจำนวนมากที่คนไม่เห็นด้วยและต่อต้านแต่อย่างไรเสียเขาก็มาจากการเลือกตั้ง และในที่สุดเขาก็ต้องออกไปตามกลไกระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่ประเทศที่รัฐบาลไม่ได้มาจากกลไกการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนก็จะดำรงอยู่ตราบเท่าที่ประเทศนั้นยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบ กลับมาบ้านเรา ถ้ารัฐบาลเห็นว่าปัญหานี้ไม่น่าอายตรงไหน ท่านก็ไม่ต้องไปแก้ตัวในที่ประชุมกรุงเจนีวา&amp;rdquo; นางธิดา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา กล่าวต่อไปว่า ท่านต้องพิจารณาว่าขณะนี้ท่านอยู่ในการเมืองการปกครองแบบไหน&amp;nbsp;ยอมรับความจริง&amp;nbsp;อะไรที่แก้ไขได้ก็ต้องแก้ แต่ถ้าท่านไม่คิดจะแก้ไข ก็แปลว่าการปกครองแบบนี้ก็เหมาะสมและดีอยู่แล้ว นี่จึงกลายเป็นลามไปจนกระทั่งท่านไม่ยอมคลายล็อกทางการเมือง ใช้วิธีการควบคุมประชาชน โดยการใช้ความรุนแรงหรือใช้อำนาจทางการทหาร ซึ่งวิธีนี้แก้ปัญหาทางการเมืองและปัญหาสิทธิเสรีภาพสิทธิมนุษยชนไม่ได้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้กระทั่งกรณีของ 2 ผู้วิเคราะห์ข่าวในรายการ Wake Up News ทาง Voice TV อ.วิโรจน์ อาลี และ อ.ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ นี่ต้องเรียกว่าปัญหาสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง หรือ ICCPR ที่ไทยไปเซ็นไว้ ยังมีกรณีคุณนคร มาฉิม ที่เป็นปัญหาการละเมิดสิทธิทางการเมืองด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางธิดา กล่าวอีกว่า ประเทศไทยกำลังจะมีการเลือกตั้ง จะไปสู่ประชาธิปไตย แต่คุณยังไม่ปลดล็อก ยังมองไม่เห็นความสำคัญของสิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมกัน มันก็ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยที่คุณบอกว่าเป็นระยะเปลี่ยนผ่านแล้วคุณต้องปลดล็อก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอตั้งคำถามไปอีกว่า &amp;ldquo;คุณต้องการเวลาเท่าไหร่ที่คิดว่าคุณถึงจะปลดล็อกปัญหาสิทธิเสรีภาพ ปลดล็อกทางการเมืองได้ อ.ธิดาคิดว่าเวลา 5 ปี มันนานเกินไปแล้ว &amp;nbsp;เรื่องปลดล็อคพรรคการเมือง ปลดล็อคประชาชน หยุดการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิทางการเมือง ทั้งหมดคือเรื่องเดียวกัน&amp;rdquo; นางธิดา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17797</URL_LINK>
                <HASHTAG>นปช., นางธิดา ถาวรเศรษฐ, ยูเอ็น, ไทยเป็นประเทศที่น่าละอาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180917/image_big_5b9fa0f0c9783.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17672</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2018 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2018 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“พิชัย” ได้ทีโหน &quot;ประเทศน่าละอายด้านสิทธิมนุษยชน&quot; ด่ารัฐบาล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พิชัย&amp;rdquo; ชี้ ไทยเป็นประเทศน่าละอายด้านสิทธิมนุษยชน ทำกระทบเชื่อมั่น ยิ่งปฏิเสธยิ่งพันตัวเอง โอด พรรคการเมืองยังหาเสียงไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน คณะทำงานเศรษฐกิจของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยรายงานประจำปี แจงรายชื่อ 38 ประเทศว่าเป็น ประเทศที่น่าละอาย โดยอ้างว่ามีการปฏิบัติไม่ดีต่อนักสิทธิมนุษยชนหรือผู้ให้ความร่วมมือกับกลุ่มสิทธิมนุษยชน และหนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย ที่เพิ่งถูกระบุชื่อด้วยในปีนี้ เป็นเรื่องที่เสื่อมเสียแก่ประเทศอย่างมาก และสะท้อนถึงพฤติกรรมของรัฐบาลใน 4 ปีที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี การที่ไทยติดเป็นประเทศน่าละอายนี้ นอกจากจะทำลายภาพพจน์ของประเทศแล้วยังทำลายความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ ทำให้การลงทุนต่างประเทศที่มีน้อยอยู่แล้วยิ่งหดหายลดลงไปอีก ไม่ได้มีเพิ่มขึ้นมากเหมือนที่รัฐบาลพยายามบอก ตัวเลขการลงทุนแท้จริงไม่ได้เพิ่มและยังน้อยกว่าตอนก่อนการปฏิวัติมาก ซึ่งไม่อยากให้ไทยเป็นเหมือนประเทศเมียนมาร์ที่แต่แรกมีแนวโน้มที่ดีหลังการเลือกตั้ง แต่มาเจอเรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนจนทำให้การลงทุนจากต่างประเทศหดหาย ประเทศเมียนมาร์เลยไม่พัฒนาเท่าที่ควร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การที่รัฐบาล นายกรัฐมนตรี โฆษกรัฐบาล กระทรวงต่างประเทศ พยายามจะปฏิเสธว่าไม่เป็นเรื่องจริง ยิ่งจะทำให้ประเทศน่าละอายเพิ่มขึ้นไปอีก เพราะตลอด 4 ปีนี้ ประชาคมโลกได้รับรู้ปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนของไทยมาโดยตลอด เพราะนอกจากการปฏิบัติไม่ดีต่อนักสิทธินนุษยชนและผู้ให้ความร่วมมือแล้ว ประชาชนไทย และ ประชาคมโลก ยังจำได้ว่า มีการดำเนินคดีผู้เห็นต่างจำนวนมาก มีการดำเนินคดีนักศึกษาขณะเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ จับประชาชนเรื่องมีขันแดงและมีปฏิทิน ห้ามแสดงความคิดเห็นที่ต่างจากรัฐบาลโดยมีการเรียกปรับทัศนคติ แม้กระทั่งตนเองยังถูกเรียกถึง 12 ครั้ง เพียงเพราะเป็นปากเสียงแทนประชาชนในการวิพากษ์วิจารณ์ทางเศรษฐกิจที่ประชาชนได้รับความลำบาก และถึงขณะนี้ที่จะมีการเลือกตั้ง แต่ก็ยังไม่อนุญาตให้พรรคการเมืองหาเสียงได้เลย อย่างนี้จะไม่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้อย่างไร จึงอยากให้รัฐบาลได้รับฟังและหาทางแก้ไขมากกว่าจะแก้ตัว เพราะสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการอยู่เป็นเรื่องที่ขัดต่อหลักการสิทธิมนุษยชนสากลของโลกที่รัฐบาลอาจจะไม่รู้ หรือ แกล้งเป็นไม่รับรู้ ก็เป็นได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17672</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, พิชัย นริพทะพันธุ์, องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น), ไทยเป็นประเทศที่น่าละอาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b325501ca427.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมวดเจี๊ยบ&#039; คอนเฟิร์มยูเอ็นประณามไทยเรื่องจริง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.61 - ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า รัฐบาลไม่ควรสร้างความอับอายซ้ำสองให้ประเทศไทย โดยการพูดโกหกเพื่อเอาตัวรอดเนื่องจากติดโผเป็น 1 ใน 38 ประเทศที่มีพฤติกรรมคุกคามนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ โฆษกรัฐบาลกำลังพูดบิดเบือนให้คนไทยเข้าใจว่าการประณามดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับองค์การสหประชาชาติ หรือ UN โดยตรง ทั้งยังอ้างว่าประเทศไทยไม่ได้โดน UN ขึ้นแบล็คลิสต์อีกด้วย ทั้งๆ ที่ ในความเป็นจริง คนที่ออกมาเปิดเผยรายงานประจำปีฉบับนี้ คือนายแอนโตนิโอ กูเตอร์เรซ ซึ่งเป็นเลขาธิการสหประชาชาติ โดยได้นำเสนอรายงานประจำปีดังกล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติด้วยตัวเอง ณ ที่ทำการใหญ่องค์การสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2561 ที่ผ่านมา&amp;nbsp;

ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่าการที่ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายประจำของยูเอ็นเป็นคนออกมาพูดเรื่องนี้ แล้วมันจะไม่เกี่ยวกับยูเอ็นได้อย่างไร การที่โฆษกรัฐบาลอ้างว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ หรือ UNHRC เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องของยูเอ็นโดยตรง ไม่ทราบว่าเป็นเพราะต้องการลดความน่าเชื่อถือของรายงานชิ้นดังกล่าว หรือเป็นเพราะไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่ององค์กรระหว่างประเทศกันแน่ อยากถามโฆษกรัฐบาลว่าท่านไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งโง่ นอกจากนี้ การอ้างว่ามีอีกตั้ง 30 กว่าประเทศที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่ประเทศไทยเท่านั้น จัดเป็นความคิดแบบคนขี้แพ้ ไม่ใช่วิธีคิดแบบผู้ชนะหรือผู้ที่เจริญแล้ว ทั้งนี้ ถ้าเป็นรัฐบาลที่มีวิสัยทัศน์ ย่อมต้องหาวิธียกระดับประเทศไทยให้มีมาตรฐานสูงขึ้นในทุกด้าน ผู้นำที่ดีต้องคิดแบบนี้ประเทศจึงจะก้าวหน้า ไม่ใช่ตั้งเป้าหมายของประเทศไว้จนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน&amp;nbsp;

เธอกล่าวว่าส่วนข้ออ้างที่ว่าไม่เคยละเมิดสิทธิมนุษยชนประชาชน มีแต่ช่วยดูแลความปลอดภัยให้นั้นก็ฟังไม่ขึ้น พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ เพราะเห็น ๆ กันอยู่ว่าตลอดระยะเวลา 4-5 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ส่งทหารไปคุกคามนักเคลื่อนไหว นักการเมืองฝ่ายตรงข้าม สื่อมวลชน นักวิชาการและประชาชนที่คิดต่างถึงที่บ้านอยู่ตลอดเวลา แบบนี้มันไม่ใช่การส่งคนไปคุ้มครอง แต่เป็นการคุกคามและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนชัดๆ&amp;nbsp; แม้แต่ตัวดิฉันเองก็ยังโดน จึงกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่ามีการคุกคามเกิดขึ้น ดังนั้น สิ่งที่ปรากฏในรายงานของยูเอ็น จึงเป็นการพูดเรื่องจริงบนพื้นฐานของข้อมูลที่ตรวจสอบได้

ทั้งนี้ เลขาธิการยูเอ็น ระบุว่า รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เป็น 1 ใน 38 ประเทศที่มักจะดำเนินคดีนักเคลื่อนไหวทางสังคมโดยกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติโดยอ้างว่าพวกเขาจับมือกับคนในต่างแดนเพื่อเคลื่อนไหว แต่ UN มองว่า ข้อกล่าวหาเหล่านี้ เป็นเพียงข้ออ้างของรัฐบาลและเป็นพฤติกรรมที่น่าละอาย จะเห็นว่ารายงานของ UN&amp;nbsp; ไม่ได้ค้านสายตาของคนไทยส่วนใหญ่ มีแต่รัฐบาลเท่านั้นที่ยังไม่ยอมรับความจริง ทั้งยังเอาแต่แก้ตัวโดยใช้คำโกหก ไม่ได้คิดจะแก้ไขปรับปรุงตัว ซึ่งจะยิ่งลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ บนเวทีโลก&amp;nbsp;

&amp;quot;ดังนั้น รัฐบาลก็อย่าไปโทษสื่อมวลชนหรือประชาชนที่สนใจข่าวนี้ ว่าทำลายชื่อเสียงของประเทศ เพราะคนที่ทำให้บ้านเมืองเสียหายตัวจริง คือ รัฐบาลนั่นเองไม่ใช่ใครอื่น และอย่ามาแสดงอาการหงุดหงิด ที่คนไทยไม่เชื่อคำโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาล เพราะการที่งานพีอาร์ของรัฐบาลไม่ได้ผลนั้น ก็เป็นเพราะรัฐบาลทำงานไม่เข้าตาประชาชนและไม่ได้มีผลงานเป็นรูปธรรม ขณะนี้ รัฐบาลกำลังทำหน้าที่เป็นนักแสดงบนเวที ในเมื่อแสดงไม่ได้เรื่องเอง ก็อย่าไปโทษคนดูเลย เพราะมันน่าละอาย&amp;quot; ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17641</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยูเอ็น, ร.ท.หญิง สุณิสา ทิวากรดำรง, หมวดเจี๊ยบ, ไทยเป็นประเทศที่น่าละอาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b320a4293a01.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17633</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 15:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัฒนา&#039; ซัดแรง &#039;บิ๊กตู่&#039; หนาเกินกว่าจะหาคำบรรยาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.61 - &amp;nbsp;นายวัฒนา เมือสุข &amp;nbsp;แกนนำพรรคเพื่อไทย ทวิตข้อความ &amp;quot;ขนาดนี้ยังกล้าเถียง หนาเกินกว่าจะหาคำบรรยายจริงๆ&amp;quot; หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ชี้แจงกรณีเกี่ยวกับองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยรายงานประจำปี แจงรายชื่อ 38 ประเทศว่าเป็น ประเทศที่น่าละอาย โดยอ้างว่ามีการปฏิบัติไม่ดีต่อนักสิทธิมนุษยชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกฯ ยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายหรือเจตนาจะคุกคาม ข่มขู่ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และยังให้ความสำคัญกับการปกป้องคุ้มครองนักสิทธิมนุษยชนให้มีความปลอดภัยและสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติงานและดำรงชีวิตได้.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17633</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์   จันทร์โอชา, ยูเอ็น, วัฒนา เมืองสุข, องค์การสหประชาชาติ, ไทยเป็นประเทศที่น่าละอาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b113f1b34ceb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไก่อู&#039;อัดแก๊งซ้ำเติมประเทศแชร์แต่เรื่องเสียหาย เรื่องดีๆกลับไม่แชร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย 61 - พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รับทราบรายงานของกระทรวงการต่างประเทศ เกี่ยวกับกรณีที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เปิดเผยรายงานประจำปี แจงรายชื่อ 38 ประเทศว่าเป็น ประเทศที่น่าละอาย โดยอ้างว่ามีการปฏิบัติไม่ดีต่อนักสิทธิมนุษยชนหรือผู้ให้ความร่วมมือกับกลุ่มสิทธิมนุษยชน และหนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย ที่เพิ่งถูกระบุชื่อด้วยในปีนี้ โดยรายงานประจำปีฉบับนี้จัดทำขึ้นโดยผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะใช้ประกอบการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนของยูเอ็นในสัปดาห์หน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า ในส่วนของไทยถูกระบุถึง กรณีนายไมตรี จำเริญสุขสกุล และน.ส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ (ทนายจูน) และนำเรื่องที่ติดตามจากรายงานปีที่แล้ว เช่น กรณีฟ้องร้องนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภายใต้ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการให้ความร่วมมือตามกลไกด้านสิทธิมนุษยชน เพราะขั้นตอนทุกอย่างเป็นไปตามหลักกฎหมายและระเบียบ โดยนายกฯ ยืนยันว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายหรือเจตนาจะคุกคาม ข่มขู่ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน และยังให้ความสำคัญกับการปกป้องคุ้มครองนักสิทธิมนุษยชนให้มีความปลอดภัยและสามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการปฏิบัติงานและดำรงชีวิตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า โดยการดำเนินงานที่ผ่านมา ได้แก่ การแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพัฒนามาตรการคุ้มครองนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิด การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวางแนวทางคุ้มครองนักสิทธิมนุษยชน การจัดทำคู่มือสำหรับนักสิทธิมนุษยชน การลงพื้นที่ติดตามการคุ้มครองกรณีนักสิทธิมนุษยชนถูกละเมิด หรือมีความเสี่ยงต่อการถูกละเมิด การจัดทำรายงานสถานการณ์การละเมิดสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนทุกสัปดาห์ นอกจากนี้ ยังได้ปรับปรุง พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 และบรรจุเรื่องของนักสิทธิมนุษยชนเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของร่างแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 4 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในปี 2562 &amp;ndash; 2566 รวมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์กรณีถูกกระทำทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญ โดยมีรมว. ยุติธรรม เป็นประธานกรรมการ ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าทูตไทยประจำยูเอ็น จะไปร่วมรับฟังการนำเสนอรายงานนี้ และจะใช้โอกาสชี้แจงข้อเท็จจริงให้ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกรัฐบาล ระบุว่า สำหรับการที่สื่อหลายสำนักพาดหัวข่าวทำนองว่ายูเอ็นขึ้นบัญชีดำไทย นั้น อาจเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะเรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของยูเอ็นโดยตรง แต่เป็นเรื่องของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ หรือ UNHRC (UNHCR เดิม) ซึ่งกล่าวถึงประเทศที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ใช่การ ขึ้นบัญชีดำ แต่อย่างใด ส่วนการนำเสนอข่าวมักกล่าวถึงเพียงบางประเทศ เช่น ไทย จีน เมียนมา ทั้ง ๆ ที่มีอีกกว่า 30 กว่าประเทศที่ถูกกล่าวหา คือ แอลจีเรีย บาห์เรน บุรุนดี แคเมอรูน จีน โคลัมเบีย คิวบา คองโก จิบูตี อียิปต์ กัวเตมาลา กายอานา ฮอนดูรัส ฮังการี อินเดีย อิหร่าน อิรัก อิสราเอล ญี่ปุ่น คีร์กีซสถาน มัลดีฟส์ มาลี เม็กซิโก โมร็อกโก เมียนมา ปากีสถาน ฟิลิปปินส์ รัสเซีย รวันดา ซาอุดิอาระเบีย ซูดานใต้ ไทย ตรินิแดดแอนด์โตเบโก ตุรกี เติร์กเมนิสถาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อูซเบกิสถาน และเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มีข้อสังเกตด้วยว่า คนบางกลุ่มมักชื่นชอบการแชร์หรือส่งต่อเรื่องที่เสียหาย ราวกับต้องการซ้ำเติมประเทศตัวเอง แต่หลายเรื่องที่เป็นเรื่องดี ๆ เช่น ไทยติดอันดับ 1 ของประเทศที่ดีที่สุดสำหรับผู้คนทั่วโลก ไทยได้รับยกย่องจาก WHO ให้เป็นต้นแบบด้านการจัดการสุขภาพของโลก หรือไทยมีดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันดีขึ้น ฯลฯ กลับไม่ค่อยถูกขยายผลส่งต่อให้คนในชาติเกิดความภาคภูมิใจ&amp;rdquo;โฆษกรัฐบาล กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17625</URL_LINK>
                <HASHTAG>UNHCR, UNHRC, พล.ท.สรรเสริญ, ยูเอ็น, องค์การสหประชาชาติ, โฆษกรัฐบาล, ไทยเป็นประเทศที่น่าละอาย, ไอ่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180911/image_big_5b97d12397665.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17621</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2018 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2018 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัดเจน &#039;บัวแก้ว&#039; แจงยิบปมไทยประเทศที่น่าละอาย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ย.61 - กระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงกรณีที่สื่อมวลชนได้รายงานสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ซึ่งเป็นข้อมูลที่ปรากฏในรายงานประจำปีของคณะมนตรีด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ นั้น&amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศขอชี้แจง ดังนี้ &amp;nbsp; ๑.รายงานนี้จัดทำขึ้นโดยนาย Andrew Gilmore ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อใช้ประกอบในการประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ซึ่งเป็นการจัดทำและนำเสนอรายงานตามกระบวนการของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ ที่มีการจัดทำทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ตามข้อมติของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ ที่ ๑๒/๒ โดยนาย Gilmore ผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติด้านสิทธิมนุษยชน จะเป็นผู้นำเสนอรายงานต่อที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๑
&amp;nbsp;
๒. รายงานระบุสถานการณ์ในประเทศต่าง ๆ ในปีนี้ รวม ๒๙ ประเทศ และมีประเทศที่ต้องติดตามจากปีที่แล้วอีก ๑๙ ประเทศ รวมทั้งไทย โดยในส่วนของไทยในปีนี้ ได้แก่ กรณีนายไมตรี จำเริญสุขสกุล และ น.ส. ศิริกาญจน์ เจริญศิริ (ทนายจูน) และมีกรณีติดตามจากรายงานปีที่แล้ว เช่น กรณีฟ้องร้องนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภายใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
๓. กรณีที่กล่าวถึงข้างต้นไม่เกี่ยวข้องกับการให้ความร่วมมือกับกลไกด้านสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด โดยการดำเนินการเป็นไปตามหลักกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
๔. ไทยไม่มีนโยบายหรือเจตนาจะคุกคาม ข่มขู่ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนแต่อย่างใด รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน จึงได้มีการจัดทำมาตรการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน โดยได้พัฒนากระบวนการ กลไก และมาตรการต่าง ๆ เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนให้ได้รับความปลอดภัยและสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพในการปฏิบัติงานและการดำรงชีวิตได้ โดยที่ผ่านมา รัฐบาล โดยกระทรวงยุติธรรม ได้มีการดำเนินการหลายประการ อาทิ การแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพัฒนามาตรการในการคุ้มครองนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนที่เสี่ยงต่อการถูกละเมิด การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวางกรอบแนวทางในการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน การจัดทำคู่มือสำหรับนักปกป้องสิทธิมนุษยชน การลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์นักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ถูกละเมิด/มีความเสี่ยงต่อการถูกละเมิด และการจัดทำรายงานสถานการณ์การละเมิดสิทธิ เสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนรายงานนายกรัฐมนตรีรายสัปดาห์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
นอกจากนี้ รัฐบาลอยู่ระหว่างปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ และจะบรรจุประเด็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนเป็นหนึ่งในประเด็นหลักของร่างแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ ๔ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ใน ปี พ.ศ. ๒๕๖๒ &amp;ndash; ๒๕๖๖ รวมทั้ง นายกรัฐมนตรีได้จัดตั้งคณะกรรมการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์กรณีถูกกระทำทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานกรรมการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
๕. เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา จะเข้าร่วมรับฟังการนำเสนอรายงานต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ ของผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติ ในวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๑ ที่เจนีวา และใช้โอกาสนี้ชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับไทยเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17621</URL_LINK>
                <HASHTAG>Andrew Gilmore, กระทรวงการต่างประเทศ, บัวแก้ว, ยูเอ็น, สหประชาชาติ, สิทธิมนุษยชน, เจนีวา, ไทยเป็นประเทศที่น่าละอาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180915/image_big_5b9c80ec1d8fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
