<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชง13ด้านศก.ถกซัมมิต ‘จุรินทร์’มั่นใจสำเร็จภายในสิ้นปี/นายกฯหนุนสตรีเท่าเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ปิดงานสตรีอาเซียน ยกผู้หญิงเป็นคอมมานเดอร์ในบ้าน ชวนผู้ชายหนุนสร้างความเท่าเทียม &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; ประชุมคณะมนตรีอาเซียน ผลักดัน 13 ประเด็นเศรษฐกิจ &amp;quot;พท.&amp;quot; โยง &amp;quot;ทรัมป์&amp;quot; ตัดสิทธิ์ GSP แถมไม่มาประชุมอาเซียนซัมมิต ส่งสัญญาณหักดิบความสัมพันธ์ เหตุไม่พอใจไทยสนิทสนมจีน &amp;quot;พิชัย&amp;quot; ชี้มะกันตัดสิทธิพิเศษกระทบหนัก &amp;quot;พาณิชย์&amp;quot; ถก &amp;quot;วอร์รูม&amp;quot; แก้เกมถูกตัดจีเอสพี เอกชนลั่นพร้อมปรับตัวสู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 31 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการประชุมสุดยอดผู้นำ ASEAN Summit 2019 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมานายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา ได้โทรศัพท์มาพูดคุยกับตน โดยระบุว่าติดปัญหาภายในประเทศ ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมอาเซียนซัมมิตที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพได้ แต่จะมีผู้แทนมาร่วมประชุม แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ที่มีต่อกันระหว่างเราและแคนาดา และแคนาดากับอาเซียนด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ทีมงานนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกฯ ได้แสดงความพร้อมที่จะร่วมมือกับรัฐบาลแคนาดาอย่างใกล้ชิด เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-แคนาดา ทั้งในระดับทวิภาคีและภูมิภาค โดยเฉพาะความสัมพันธ์อาเซียน-แคนาดา ซึ่งนายกรัฐมนตรีแคนาดาเองได้ยืนยันที่จะร่วมมือกับไทยเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจและการค้าการลงทุน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะประธานอาเซียน เป็นประธานกล่าวปิดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีนักบริหาร &amp;quot;การกำหนดทิศทางธุรกิจสตรีก้าวล้ำ สหัสวรรษ 4.0&amp;quot; ตามที่เครือข่ายผู้ประกอบการสตรีอาเซียนจัดการประชุมสุดยอดผู้นำสตรีนักบริหาร เครือข่ายผู้ประกอบการอาเซียน 2019&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวตอนหนึ่งว่า รู้สึกดีที่ได้เดินทางมาวันนี้ เห็นบ้านเมืองสงบสุข มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สถานการณ์บ้านเมืองถ้าทุกอย่างสงบเรียบร้อยก็เป็นเช่นนี้ และสตรีทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ ไม่ต้องกังวลอะไร ท่านเป็นซีอีโอประจำบ้านอยู่แล้ว เป็นคอมมานเดอร์ในบ้าน ทั้งนี้ ประเทศไทยกำหนดนโยบายลดความเหลื่อมล้ำของสังคมผ่านยุทธศาสตร์พัฒนาสตรี พ.ศ.2560-2564 รวมถึงส่งเสริมส่งการเข้าถึงแหล่งทุน สำหรับผู้ประกอบอาชีพ มีการจัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ส่งผลให้ประเทศไทยมีสัดส่วนธุรกิจที่มีสตรีเป็นเจ้าของถึงร้อยละ 25.2 จัดอยู่ในอันดับ 25 ของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพสตรี ไม่ใช่เรื่องของสตรีเพียงฝ่ายเดียว จึงขอเรียกร้องให้ฝ่ายชายส่งเสริม สนับสนุนบทบาทของสตรีให้มีความเสมอภาค ให้พลังสตรีมีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างยั่งยืน และมีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะมนตรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC Council) ครั้งที่ 18 ว่า วันนี้เป็นการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนนัดสุดท้ายที่ไทยเป็นเจ้าภาพ โดยที่ประชุมได้ยินดีและรับทราบความคืบหน้าประเด็นด้านเศรษฐกิจที่ไทยผลักดันทั้ง 13 ประเด็น โดยมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันไปสู่ความสำเร็จครบทั้ง 13 ประเด็นภายในสิ้นปีนี้ และจะรายงานความคืบหน้าต่อที่ประชุมสุดยอดอาเซียนต่อไป
ถกอาเซียนดัน 13 ด้านศก.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับประเด็นด้านเศรษฐกิจทั้ง 13 ประเด็น ได้แก่ 1.แผนงานด้านดิจิทัลของอาเซียน 2.แผนงานในการส่งเสริมนวัตกรรมอาเซียน 3.การเตรียมการสำหรับการพัฒนาแรงงานเพื่อรองรับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 คือเรื่องของการใช้แรงงานพัฒนาแรงงานคนเพื่อรองรับการใช้เครื่องจักร การใช้นวัตกรรมใหม่ในการผลิต 4.การเดินหน้าไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 5.การเตรียมการที่จะนำ SME ไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล เช่น การค้าออนไลน์ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;6.การดำเนินการในเรื่อง ASEAN Single Window การนำเข้าส่งออกระหว่างประเทศอาเซียนด้วยกันที่ต้องมีการอำนวยความสะดวกโดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และไม่ซ้ำซ้อน ทำให้การส่งออกระหว่างการคล่องตัวยิ่งขึ้น 7.เรื่องการผลักดันให้มีการใช้เงินสกุลท้องถิ่นค้าขายระหว่างกันในกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้วอย่างน้อย 3 คู่ คือ ไทย-ฟิลิปปินส์, &amp;nbsp;ไทย-อินโดนีเซีย และไทย-มาเลเซีย ภายใต้ความร่วมมือของแบงก์ชาติของไทยกับธนาคารพาณิชย์ของ 3 ประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;8.การเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในระบบที่เรียกว่า PPP 9.การร่วมมือกันระหว่างอาเซียนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร คือ การใช้อาหารส่งเสริมการท่องเที่ยว 10.การแสดงเจตจำนงร่วมกันผลักดันให้ RCEP ซึ่งอาเซียนเป็นศูนย์กลางของ RCEP จบภายในสิ้นปีนี้ 11.การผลักดันเครือข่าย IUU ของอาเซียน คือ การทำประมงอาเซียนที่มุ่งเน้นในเรื่องของการสร้างความยั่งยืน 12.การส่งเสริมตลาดทุนของอาเซียนในประเทศต่างๆ โดยเมื่อจะรับบริษัทเข้าไปจดทะเบียน ต้องคำนึงถึงเป้าหมายของบริษัทนั้นๆ ที่มุ่งเน้นความยั่งยืน เช่น สิ่งแวดล้อม เป็นต้น และ 13.การผลักดันให้มีการลงนาม ศูนย์พลังงานอาเซียนระหว่างมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงชีวภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์กล่าวว่า นอกจากนี้ได้ให้การรับรองแผนการดำเนินงานตามกรอบการบูรณาการด้านดิจิทัลของอาเซียน ปี 2562-2568 ซึ่งครอบคลุมการดำเนินงาน 6 ด้าน ได้แก่ 1.การอำนวยความสะดวกทางการค้า 2.การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพร้อมกับการส่งเสริมการค้าดิจิทัลและนวัตกรรม 3.การส่งเสริมการชำระเงินดิจิทัล 4.การพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล 5.การส่งเสริมวิสาหกิจ และ 6.กลไกความร่วมมือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ น.ส.สรัสนันท์ อรรณนพพร รองโฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) กล่าวถึงกรณีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีของสหรัฐปฏิเสธคำเชิญเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนซัมมิต 2019 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพว่า การที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ เซ็นระงับสิทธิทางภาษีนำเข้าจีเอสพีนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อสินค้าไทยหลายร้อยรายการอย่างมีนัยสำคัญ และต่อด้วยการปฏิเสธคำเชิญเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนซัมมิต 2019 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เป็นการบ่งบอกถึงสัญญาณที่ทางสหรัฐไม่ได้ให้น้ำหนักกับประเทศไทยเหมือนเคย ถือว่าเป็นการหักดิบความสัมพันธ์การต่างประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้การเซ็นระงับสิทธิทางภาษีนำเข้าจีเอสพีกับประเทศไทยอาจมาจากหลายๆ ปัจจัย เช่น นโยบาย America First ที่มุ่งเน้นการปรับดุลการค้าที่ขาดดุลมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปี แต่ก็อาจมาจากจุดยืนด้านการต่างประเทศ ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แลดูให้ความสำคัญกับประเทศจีนเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการเซ็นโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่เอื้อแก่กลุ่มเจ้าสัวและรัฐบาลจีน หรือการปล่อยให้ Alibaba เข้ามาทำกิจการอย่างง่ายดาย โดยไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบอื่นๆ ส่งผลให้อุตสาหกรรมไทยขนาดเล็กหลายพันบริษัทต้องประสบสภาวะขาดทุน&amp;quot; น.ส.สรัสนันท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกพรรค พท.กล่าวว่า รัฐบาลไทยดูท่าจะไม่มีแนวทางรองรับกับผลกระทบที่กำลังจะตามมาเป็นระลอกจากการแย่งชิงอำนาจระหว่างสองประเทศมหาอำนาจ การที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ เลือกที่จะไม่มาร่วมการประชุม ซึ่งต่างกับทุกๆ ครั้งที่ผู้นำสูงสุดของประเทศจะต้องมาร่วมเอง แต่เลือกที่จะส่งนายโรเบิร์ต โอบราเอน ซึ่งเป็นผู้ช่วยด้านความมั่นคง ในฐานะทูตแต่งตั้งพิเศษพร้อมรัฐมนตรีการพาณิชย์ เป็นการกระทำที่ทำให้เห็นชัดเจนว่าสหรัฐอเมริกากำลังใช้ไม้แข็งกับรัฐบาลไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวว่า คนในรัฐบาลอย่าให้ข่าวจนประชาชนคิดว่าเป็นแหล่งข่าวลวงข่าวปลอมเอง ในสองวันนี้ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ที่ออกมาพูดเรื่องถูกตัดสิทธิ์จีเอสพี เพราะเศรษฐกิจโต การถูกตัดสิทธิ์จีเอสพีเป็นเรื่องน่าภูมิใจ ซึ่งเป็นการพูดข้อเท็จจริงไม่หมด เข้าข่ายข่าวลวง การพูดในฐานะผู้บริหารประเทศต้องพูดให้ครบทุกด้าน ทั้งด้านดีและด้านไม่ดี และบอกวิธีแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่เป็นการพูดแก้ตัวปัดความผิดพลาดให้พ้นไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวว่า การที่สหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพีของไทย จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก ซ้ำเติมเศรษฐกิจไทยที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ไม่ได้เล็กน้อยเหมือนที่รัฐบาลพยายามจะแก้ตัว และให้ข้าราชการออกมาพยายามจะกลบเกลื่อน ซึ่งสามารถดูได้จากราคาหุ้นของบริษัทกลุ่มที่ส่งออกที่ถูกตัดสิทธิ์จีเอสพีที่ราคาร่วงตกกันยกแผง และการที่สหรัฐพิจารณาตัด 573 รายการ สหรัฐต้องมีตัวเลขในใจแล้ว และต้องการให้มีผลกระทบกับไทยอย่างแน่นอน&amp;nbsp;
เอกชนปรับตัวสู้ตัด GSP
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมวอร์รูมกรณีสหรัฐตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (GSP) ไทย ประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงพาณิชย์และภาคเอกชนว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งให้ตนประชุมวอร์รูมร่วมกับภาคเอกชน เพื่อรับฟังผลกระทบและข้อเสนอแนะของภาคเอกชนในการแก้ปัญหา หรือลดผลกระทบจากการถูกตัดสิทธิ์ โดยภาคเอกชนส่วนใหญ่เห็นว่าการส่งออกสินค้าในกลุ่มที่ถูกตัดจีเอสพีจะได้รับผลกระทบไม่มากนัก มีเพียงบางรายการเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบมาก เพราะจะต้องกลับไปเสียภาษีนำเข้าในอัตราสูง เช่น กลุ่มสุขภัณฑ์เซรามิก ที่จะกลับไปเสียภาษีสูงถึง 26% จากที่ไม่ต้องเสียภาษีเลย อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนเห็นว่า สินค้าของตนยังสามารถทำตลาดประเทศอื่นๆ ได้อีกมากทดแทนการส่งออกไปสหรัฐ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลการประชุมวันนี้จะนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนด้านการพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) ที่มี รมว.พาณิชย์เป็นประธานในช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้ เพื่อนำมากำหนดเป็นแผนปฏิบัติในการแก้ปัญหาการถูกตัดสิทธิ์จีเอสพี และแผนการทำตลาดสินค้ากลุ่มที่ถูกตัดสิทธิ์ ซึ่งจะทำควบคู่ไปกับแผนการเจาะตลาดเป้าหมาย 10 แห่ง ที่กระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินการอยู่ เช่น ในตลาดจีน หนึ่งในตลาดเป้าหมายที่ไทยต้องการบุกเจาะ หากเห็นว่าสินค้ากลุ่มถูกตัดจีเอสพีรายการใดเหมาะกับการบุกตลาดจีนบ้าง ก็จะผลักดันการส่งออกให้มากขึ้น&amp;quot; ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกฤษดา ทรัพย์ทวยชน รองประธานสมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และโทรคมนาคมไทย กล่าวว่า กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก เพราะจะต้องกลับมาเสียภาษีเฉลี่ยที่ 5% จากก่อนหน้านั้นไม่เสียภาษีเลย และจากการหารือกับผู้นำเข้า ส่วนมากบอกว่าหนักใจ และอาจชะลอการนำเข้าได้ ขณะเดียวกันการที่ไทยถูกตัดจีเอสพีอาจทำให้นักลงทุนต่างชาติในสินค้ากลุ่มนี้ที่ลงในจีนอยู่ก่อนแล้ว และมีแผนย้ายฐานการผลิตมาไทย เพื่อหนีภัยสงครามการค้าอาจชะลอการย้ายฐาน หรืออาจไปประเทศเพื่อนบ้านไทยแทน ซึ่งจะทำให้สูญเสียเงินลงทุนจากต่างประเทศ และอาจทำให้การลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มีมาตรฐานแรงงานในระดับสูงอยู่แล้ว เพราะผู้ซื้อต้องมาตรวจโรงงาน และมาตรฐานแรงงาน จึงเสนอให้กระทรวงพาณิชย์ในการเจรจาขอคืนสิทธิกับสหรัฐให้นำเสนอว่าควรตัดจีเอสพีเฉพาะกลุ่มสินค้า แต่ไม่ควรตัดกลุ่มของเราที่มีมาตรฐานแรงงานสูง รวมถึงเสนอให้เจรจากับสหรัฐอย่าเพิ่งตัดสิทธิ์เดือนเม.ย.63 แต่ควรให้โครงการจีเอสพีปัจจุบันสิ้นสุดลง หรือจบในเดือน ธ.ค.63 ก่อนแล้วค่อยตัด เพราะไทยเพิ่งได้รับการต่ออายุจีเอสพีถึงสิ้นปี 63 แล้วอยู่ๆ มาตัดกลางปี ผู้ส่งออกผู้นำเข้าช็อกปรับตัวไม่ทัน&amp;rdquo; รอง ปธ.สมาคมอุตสาหกรรมไฟฟ้าฯกล่าว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49289</URL_LINK>
                <HASHTAG>ASEAN Summit 2019, ตัดสิทธิ์ GSP, ทรัมป์ไม่มาประชุมอาเซียนซัมมิต, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191031/image_big_5dbaeb3fbd3c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39184</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 13:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 13:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เริ่มแล้วประชุมสุดยอดอาเซียน จนท.ตรึงกำลังเข้มความปลอดภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.62 - &amp;nbsp;ที่โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ถนนวิทยุการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 22-23 มิ.ย.&amp;nbsp;ได้เริ่มขึ้นแล้วภายใต้แนวคิดหลัก &amp;ldquo;ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน&amp;rdquo; เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนในทุกมิติ ผ่านความร่วมมือและความเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดกับทั้งมิตรประเทศและประชาคมระหว่างประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายง่านว่าบรรยากาศโดยรอบมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด และปิดถนนบริเวณด้านหน้าโรงแรมดังกล่าว เพื่อป้องกันความปลอดภัย และอนุญาตให้เฉพาะรถยนต์ที่ใช้ปฏิบัติหน้าที่ในการประชุมเข้า-ออกได้เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนสื่อมวลชนจากสำนักข่าวของไทยและต่างประเทศมาติดตามทำข่าวจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศจัดให้อยู่ภายในโรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ เพลินจิต และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจตราการเข้า-ออกของสื่อมวลชนที่กำหนดให้เฉพาะผู้ที่ได้ลงทะเบียนร่วมงานเท่านั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะเดียวกันจะมีการจัดรถรับ-ส่งไปยังสถานที่ประชุมเป็นรอบๆ เพื่อจัดระเบียบให้เกิดความเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน ในช่วงเช้าวันนี้ ยังคงมีผู้นำจากประเทศสมาชิกอาเซียนทยอยเดินทางมาถึงประเทศไทย ทั้งนายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว &amp;nbsp;สมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายเหงียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรีเวียดนาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;นายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย&amp;nbsp;&amp;nbsp;และนายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการประชุมในช่วงเช้าวันนี้&amp;nbsp;มีทั้งการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนสมัยพิเศษ การประชุมคณะมนตรีประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน และการประชุมคณะมนตรีประสานงานอาเซียน ขณะที่ในช่วงบ่ายจะมีการหารือหลายเวทีที่มีผู้นำจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ ไทย เมียนมา มาเลเซีย เวียดนาม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ฟิลิปปินส์ บรูไน อินโดนีเซีย กัมพูชา และสิงคโปร์ เข้าร่วม ซึ่งประกอบด้วยการหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับสมัชชารัฐสภาอาเซียน การหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับผู้แทนเยาวชนอาเซียน และการหารือระหว่างผู้นำอาเซียนกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงกำหนดการสำคัญ คือพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 แบบเต็มคณะ ในเวลา 17.00 น. โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธาน และดาโต๊ะ ปาดูกา ลิม จ็อก ฮอย เลขาธิการอาเซียน เข้าร่วมด้วย &amp;nbsp;จากนั้น รัฐบาลไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำสำหรับผู้นำอาเซียนและเลขาธิการอาเซียน ที่คริสตัล ฮอลล์ โรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล ในเวลา 19.00 น.&amp;nbsp;&amp;nbsp;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39184</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมอาเซียน, ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมอาเซียน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190622/image_big_5d0dc52a00344.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
