<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119811</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค.ย้ำยุทธศาสตร์เปิดประเทศ กต.ชงใช้&#039;ไทยแลนด์พลัส&#039;เพิ่มความสะดวกเข้าราชอาณาจักร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 -ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทยว่า มาตรการต่างๆ ที่ที่ประชุม ศบค.เห็นชอบเมื่อวันที่ 14 ต.ค.จะมีผลวันที่ 16 ต.ค. และคาดว่าจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในวันที่ 15 ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ขอย้ำถึงแผนการเปิดประเทศโดยการเข้าราชอาณาจักรแบบไม่กักตัวและไม่จำกัดพื้นที่&amp;nbsp; โดยมี 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การเปิดประเทศแบบปลอดภัย, การเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคในกลุ่มเสี่ยง สถานที่เสี่ยง กลุ่มเปราะบาง, การเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข, การพัฒนาระบบข้อมูลเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสารความเสี่ยง, การสร้างกลไกบริหารจัดการแบบบูรณาการโดยวางเป้าหมายไว้ 4 เป้าหมาย คือ ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้ชีวิตวิถีใหม่ ดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19, สร้างความมั่นคงด้านสุขภาพให้ประชาชนมีภูมิคุ้มกันหมู่, ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ, เสริมสร้างสังคมและวัฒนธรรมให้ประชาชนกลับมาดำเนินกิจกรรมด้านสังคมและวัฒนธรรมได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในที่ประชุม ศปก.ศบค.วันเดียวกันนี้ มีการพูดคุยถึงแผนรองรับการเปิดประเทศ โดยกระทรวงการต่างประเทศเสนอ เรื่องการใช้ไทยแลนด์พลัส เป็นการเปลี่ยนแปลงการใช้เอกสารสำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศไทย เดิมใช้ COE จากนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงสาธารณสุข จะพิจารณาร่วมกันที่จะใช้ ไทยแลนด์พลัส ที่สามารถเดินทางได้หากมีการตรวจพบว่าได้รับวัคซีนครบ สองเข็มแล้ว มีผลตรวจ RT-PCR ก่อนเดินทาง โดยขนาดนี้มี 2 ประเทศที่ได้ส่งฐานข้อมูลการฉีดวัคซีนของประชากรมาแล้ว เมื่อหลังตรวจโดยระบบอิเล็คทรอนิกส์ก็จะสามารถจับคู่กันได้เลยว่าคนที่ลืมเรื่องขอเข้าประเทศไทยคนนี้ มีผลยืนยันการฉีดวัคซีนจากประเทศต้นทางแล้วแน่นอน สามารถกระทำได้ในทันทีก็จะทำให้ขั้นตอนรวดเร็ว มากขึ้น เดิม ใช้เวลาต้องขออนุญาตเดินทางเข้าประเทศไทย 3-6 วัน ลดเหลือ 1-3 วัน ซึ่งจะมีรายละเอียดในเว็ปไซด์กระทรวงสาธารณสุขต่อไป และเรื่องประกันสุขภาพก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญ จำเป็นเพื่อเป็นหลักประกันสุขภาพให้กับนักเดินทาง ให้ได้รับการรักษาอย่างปลอดภัยซึ่งมีสัปดาห์หน้าจะมาชี้แจงรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119811</URL_LINK>
                <HASHTAG>พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์, ยุทธศาสตร์เปิดประเทศ, ไทยแลนด์พลัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210809/image_big_6110e3223932d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45170</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.เคาะไทยแลนด์พลัส! 7มาตรการกระตุ้นส่งออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายกฯ เปิดประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน จับมือร่วมขับเคลื่อนให้อยู่รอดช่วงสงครามการค้าโลก ครม.เศรษฐกิจคลอดแพ็กเกจ &amp;quot;ไทยแลนด์พลัส&amp;quot; กระตุ้นลงทุน 7 ด้าน ชง ครม. 10 ก.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 กันยายน เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 51 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน รัฐมนตรีคณะมนตรีเขตการค้าเสรีอาเซียน รัฐมนตรีคณะมนตรีเขตการลงทุนอาเซียน และเลขาธิการอาเซียน เข้าร่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดการประชุมว่า ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนปีนี้ พร้อมร่วมมือกับประเทศสมาชิก และสานต่อการขับเคลื่อนภูมิภาคอาเซียน เพื่อสร้างอาเซียนที่มั่นคงแข็งแรง รองรับกระแสความเปลี่ยนแปลง ทั้งเชิงภูมิเศรษฐศาสตร์และภูมิรัฐศาสตร์ ที่ส่งผลกระทบอาเซียนได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ก่อนพิธีเปิดการประชุม ได้มีโอกาสพบปะหารือกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน รัฐมนตรีคณะมนตรีเขตการค้าเสรีอาเซียน รัฐมนตรีคณะมนตรีเขตการลงทุนอาเซียน และเลขาธิการอาเซียน โดยเห็นว่าประเทศสมาชิกอาเซียนต้องร่วมมือร่วมใจกัน เพราะวันนี้เรากำลังเผชิญกับสงครามการค้าและปัญหาอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นจะทำอย่างไรเพื่อให้อาเซียนอยู่รอดปลอดภัย โดยอาเซียนต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน หาช่องทางเพิ่มมูลค่าระหว่างกันให้มากขึ้น เพราะไม่มีใครแก้ปัญหาเพียงลำพังได้ ปัญหาเหล่านี้นับวันจะมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะโลกมีความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา วันนี้มีหลายประเทศมหาอำนาจไม่ได้มีแค่สองฝ่ายเหมือนเมื่อก่อน การแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นอาเซียนจึงต้องเตรียมความพร้อม รวมตัวกันในข้อริเริ่มความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (อาร์เซ็ป) เพื่อเจรจากับกลุ่มอื่นๆ และคาดหวังว่าอาร์เซ็ปจะจบภายในปีนี้ได้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวด้วยว่า การแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบจากปัจจัยภายนอกนั้น เราสามารถแก้ได้ด้วยการค้าขายชายแดน และเตรียมมาตรการรองรับราคาผลผลิตการเกษตรตกต่ำ ซึ่งดิสรัปชันเป็นทั้งวิกฤติและโอกาส อาเซียนต้องเตรียมความพร้อม มุ่งเข้าสู่การเป็นดิจิทัล เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างองค์รวม ส่วนปัญหาขยะทะเลภูมิภาคอาเซียนถือว่ามีปัญหานี้มากพอสมควร โดยไทยจะเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงขอความร่วมมือจากประเทศอาเซียนทั้งหมดให้ร่วมมือแก้ไขปัญหา นอกจากนี้สิ่งที่ห่วงใยคือ ประเด็นด้านแรงงาน ซึ่งอาเซียนจำเป็นต้องพัฒนาฝีมือแรงงานให้ได้มากขึ้น เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถทำงานร่วมกับเครื่องจักรและหุ่นยนต์ต่อไปในอนาคต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล เลขานุการคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม ครม.เศรษฐกิจ เห็นชอบแพ็กเกจเร่งรัดการลงทุนและรองรับการย้ายฐานการผลิต สืบเนื่องจากผลกระทบของสงครามการค้า หรือ Thailand Plus Package 7 ด้าน ดังนี้ 1.ด้านสิทธิประโยชน์ ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล ร้อยละ 50 เป็นเวลา 5 ปี เพิ่มเติมจากเกณฑ์ปกติสำหรับโครงการที่มีเงินลงทุนจริงอย่างน้อย 1,000 ล้านบาทภายในปี 2564 โดยต้องยื่นขอรับการส่งเสริมภายในปี 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;2.ด้านการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินการของหน่วยงาน ให้จัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและ
ประสานงานการลงทุนในลักษณะ One Stop Service โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยแก้ไขปัญหาและอุปสรรคแก่นักลงทุน รวมทั้งให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สามารถอนุมัติโครงการในกลุ่มกิจการที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ทุกขนาดการลงทุน เพื่อตอบสนองนักลงทุนที่ต้องการย้ายฐานโดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.ด้านบุคลากร ให้กำหนดมาตรการการคลังเพื่อสนับสนุนกาฝึกอบรมแรงงาน โดยให้ผู้ประกอบการนำเงินลงทุนหรือค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมที่เข้าข่าย Advanced Technology ไปหักลดหย่อนเพิ่มขึ้นระหว่างปี 2562-2563 รวมทั้งให้มีมาตรการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการจ้างงานบุคลากรทักษะสูงในสาขาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และวิศวกรรมขั้นสูง โดยสามารถนำค่าจ้างไปหักค่าใช้จ่ายระหว่างปี 2562-2563 นอกจากนี้ ในกรณีของโครงการลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมและยังมีสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้ บีโอไอ จะอนุญาตให้นำค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรมที่เข้าข่ายเป็น Advanced Technology ไปคำนวณรวมเป็นวงเงินยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้เป็น 200% รวมทั้งให้บีโอไอและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกันนำเสนอแนวทางและรูปแบบการนำเงินกองทุนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันฯ มาใช้สนับสนุนการจัดตั้งสถาบันการศึกษาศักยภาพสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;4.ด้านความสะดวกในการประกอบธุรกิจ มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เร่งปรับปรุงบัญชีแนบท้ายตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 และกฎหมายที่เป็นอุปสรรคและข้อจำกัดต่อการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย นอกจากนี้ยังขอให้บีโอไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดเชื่อมโยงข้อมูล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน เช่น กรมศุลกากร กรมสรรพากร กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมที่ดิน เป็นต้น รวมทั้งให้มีการปรับปรุงกฎระเบียบเรื่องวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มมีความเชี่ยวชาญสูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;5.มอบหมายให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเตรียมจัดหาและพัฒนาพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อรองรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติแต่ละประเทศเป็นการเฉพาะ เช่น เกาหลี จีน ไต้หวัน เป็นต้น 6.ขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งสรุปผลการศึกษาและกระบวนการต่างๆ ให้ได้ข้อสรุปเรื่องการฟื้นการเจรจาความตกลงการค้าไทย-อียู และการเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก ภายในปี 2562 รวมทั้งมอบให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดงบประมาณแก่กระทรวงพาณิชย์ สำหรับกองทุนช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้าด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 7.ให้กระทรวงการคลังกำหนดมาตรการเพิ่มเติม โดยให้หักเงินลงทุนด้านระบบอัตโนมัติได้เพิ่มขึ้น ระหว่างปี 2562-2563 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วยระบบอัตโนมัติ อันจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบศักดิ์กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณา Thailand Plus Package เพียงเรื่องเดียว ซึ่งจะนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันที่ 10 ก.ย.นี้ ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับการส่งออกที่มีข่าวก่อนหน้านี้ยังไม่ได้มีการเสนอให้พิจารณาในครั้งนี้ เนื่องจาก รมว.พาณิชย์ติดภารกิจร่วมประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน แต่จะนำเสนอในการประชุมครั้งหน้า รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านท่องเที่ยว ซึ่งหากผู้รับผิดชอบดำเนินเสร็จทัน จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาในสัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ในด้านการชักจูงการลงทุนนั้น บีโอไอจะร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรเพื่อจัดทีมบูรณาการโรดโชว์และทำการตลาดเชิงรุก โดยเน้นชักจูงนักลงทุนในประเทศเป้าหมาย ได้แก่ ประเทศจีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และเกาหลี เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศไทยมีนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับนโยบาย New Southern Policy ของเกาหลีใต้ Belt and Road Initiative (BRI) ของจีน ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ของญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา และนโยบายมุ่งตะวันออก (Look East Policy) ของอินเดีย นอกจากนั้นยังมีจุดเด่นในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงไปยังกลุ่ม ACMECS หรือ CLMVT การออกมาตรการ Thailand Plus ครั้งนี้ จะเป็นโอกาสครั้งสำคัญในการดึงดูดการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ต้องการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทยมากขึ้น&amp;quot; เลขาธิการบีโอไอระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45170</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.เศรษฐกิจ, รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน, สงครามการค้าโลก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไทยแลนด์พลัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190906/image_big_5d7269c3ac62b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
