<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>25010</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/12/2018 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/12/2018 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทล.ลุยระดมทุนทีเอฟเอฟ 5 หมื่นล้านผุดมอเตอร์เวย์สายใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ธ.ค. 2561 - นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.)เปิดเผยว่า กรมทางหลวงมีแผนเปิดระดมทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์(ทีเอฟเอฟ)เพื่อนำไปก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายใหม่เชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวพร้อมไปกับการลดภาระด้านงบประมาณและเพดานหนี้สาธารณะตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการที่มีความพร้อมในการเข้าแผนระดมทุนทีเอฟเอฟนั้นเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพด้านปริมาณจราจรเบื้องต้นมองไว้ 2 เส้นทาง ประกอบด้วย 1.โครงการทางยกระดับศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ ระยะทาง 15 กม. วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิปีละมากกว่า 60 ล้านคนและแก้ปัญหารถติดสะสมบนมอเตอร์เวย์สายกรุงเทพ-พัทยา &amp;nbsp;2.โครงการมอเตอร์เวย์ช่วงฉะเชิงเทรา-นครราชสีมา วงเงิน 2-3 หมื่นล้านบาท เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางและระบบโลจิสติกส์ระหว่างภาคอีสานกับพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในแผนเชื่อมโยงโครงข่ายทางหลวงพิเศษสายชลบุรี-หนองคายอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาโครงการที่เหมาะสมในการระดมทุนเพิ่มเติม โดยกรมทางหลวงจะทำสัญญาโอนและรับสิทธิ์โอนในรายได้ของมอเตอร์เวย์สาย 7 และ สาย 9 นำส่งกองทุนทุกปี&amp;quot; นายอานนท์กล่าว
นายอานนท์กล่าวต่อว่าสำหรับแผนดำเนินงานในปีหน้านั้นเตรียมเปิดประมูลโครงการเมกะโปรเจ็กส์ 2 โครงการได้แก่ 1.โครงการเปิดให้เอกชนร่วมทุนพีพีพีดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&amp;amp;M) ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางปะอิน-นครราชสีมา และสายบางใหญ่-กาญจนบุรี วงเงินรวม 6.1 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับบเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์) คาดว่าจะเปิดประมูลช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 2.โครงการทางหลวงระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์ ) ช่วงนครปฐม-ชะอำ วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเสนอฝ่ายนโยบาย คาดว่าจะส่งให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาเห็นชอบในหลักการของโครงการภายในกลางเดือน ก.พ. หากได้รับความเห็นชอบจะเดินหน้าร่างทีโออาร์และออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินต่อไปในช่วงกลางปีหน้า ก่อนเปิดประมูลโครงการช่วงปลายปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์กล่าวอีกว่าสำหรับโครงการพัฒนามอเตอร์เวย์สายใหม่โดยการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของภาครัฐ(พีพีพี)ซึ่งฝ่ายนโยบายผลักดันและขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างนั้นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ภายใน 5 ปีนับจากนี้จะสามารถเปิดให้บริการประชาชนได้เพื่อเชื่อมโยงการโครงข่ายถนนและลดระยะเวลาการเดินทางให้กับประชาชน ประกอบด้วย 1.โครงการมอเตอร์เวย์ช่วงพัทยา-มาบตาพุด ขณะนี้คืบหน้าไปมากกว่า 65% เปิดบริการปี 2563 2.โครงการมอเตอร์เวย์บางปะอิน-นครราชสีมา &amp;nbsp;คืบหน้าไปแล้วมากกว่า 50% เปิดบริการปี 2563 3.โครงการมอเตอร์เวย์บางใหญ่-กาญจนบุรี ขณะนี้คืบหน้า 15% เปิดบริการปี 2564-2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่ากระทรวงคมนาคมได้รับมอบแผนยุทธศาสตร์ชาติมาปรับใช้ในการพัฒนาโครงการถนนทางหลวงและเส้นทางมอเตอร์เวย์ เบื้องต้นได้สั่งการให้ทล.ไปจัดลำดับความสำคัญของแผนพัฒนาระยะสั้น 3-5 ปี ว่าเส้นทางไหนเหมาะสมคุ้มค่าแก่การลงทุนพัฒนา อย่างไรก็ตามเบื้องต้นต้องการให้แผนพัฒนาเส้นทางมอเตอร์เวย์ในอนาคตเน้นเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนและเส้นทางการค้าตามแนวชายแดนที่มีมูลค่าจำนวนมาก ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของอาเซียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาถนนสายหลักตามแนวระเบียงเศรษฐกิจที่มีศักยภาพของประเทศไม่ว่าจะเป็น แนวระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (NEC) แนวระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC) แนวระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันตก (WEC)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25010</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์, อธิบดีกรมทางหลวง, โครงการทางยกระดับศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ, โครงการมอเตอร์เวย์ช่วงฉะเชิงเทรา-นครราชสีมา, ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a8313aa077c8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดปลื้ม! สคร. ฟุ้ง TFFIF ขายเกลี้ยง 4.5 หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดปลื้ม! สคร. ฟุ้งขายหมดเกลี้ยงหน่วยลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ 4.5 หมื่นล้านบาท รายย่อย-สถาบันสนใจซื้อทะลัก จ่อประชุมเกลี่ยสัดส่วนใหม่ การันตีได้รับหน่วยลงทุนทุกคน พร้อมเข็น TFFIF เฟส 2 ต่อทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การเปิดจำหน่ายหน่วยลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ : TFFIF) วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท จะขายหมดอย่างแน่นอน เพราะขณะนี้ยอดจองเข้ามาสูงเกินกว่าวงเงินที่กำหนด ทั้งในส่วนของนักลงทุนรายย่อย ที่เปิดจองไปเมื่อวันที่ 12-19 ต.ค. ที่ผ่านมาก็มียอดจนล้นหลามจนทะลุเป้าหมาย 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันก็แสดงความสนใจสูงเกินกว่าสัดส่วนที่กำหนดไว้มาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยหลังจากนี้ สคร.จะประชุมเพื่อเกลี่ยสัดส่วนหน่วยลงทุนใหม่ โดยปรับเพิ่มสัดส่วนให้รายย่อยเพิ่มขึ้นจากเดิม 2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 44-45% ของกองทุน 4.5 หมื่นล้านบาท ให้เพิ่มเป็นเกิน 50% หรือไม่ต่ำกว่า 2.25 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันจะลดสัดส่วนของนักลงทุนสถาบันลง เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เน้นการกระจายหน่วยลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ให้นักลงทุนรายย่อยให้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รายย่อยที่จองมามีมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่ไม่ถึง 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่ารายย่อยจะได้เท่าไร หรือสถาบันจะลดเหลือเท่าไร ต้องรอพิจารณาก่อนซึ่งจะประกาศผลทางการอย่างช้าวันที่ 26 ต.ค.นี้ แต่เบื้องต้นยืนยันว่านักลงทุนรายย่อยที่จองไปแล้ว จะได้หน่วยลงทุนครบทุกคนขั้นต่ำคนละ 1 พันหน่วย แต่อาจไม่เต็มจำนวนทั้งหมดที่จองไว้ เพราะแม้จะเกลี่ยสัดส่วนกันใหม่แล้วแต่ก็ยังไม่พออยู่ดี โดยจะใช้วิธีจัดสรรแบบสมอล ลอท เฟิร์ส คือ จัดสรรหน่วยลงทุนให้แก่ผู้จองซื้อทั่วไปทุกราย ตามจำนวนหน่วยจองซื้อขั้นต่ำที่ 1 พันหน่วยในรอบแรก และวนไปเรื่อย ๆ รอบละ 100 หน่วย จนครบตามโควตาจัดสรร&amp;rdquo; นายประภาศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภาศ กล่าวอีกว่า จากกระแสตอบรับการลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์อย่างล้นหลาม ทำให้หลังจากนี้ สคร.จะเร่งผลักดันกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ระยะสองออกมาโดยด่วนให้รองรับกับความต้องการของประชาชน ซึ่งขณะนี้ได้คัดเลือกโครงการของกรมทางหลวงมาแล้ว 2 โครงการ คือ โครงการทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) สาย 7 กรุงเทพฯ &amp;ndash; ชลบุรี และมอเตอร์เวย์ สาย 9 วงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก มาจัดทำเป็นกองทุนเปิดขายได้ในครึ่งปีแรกของปี 2562 ภายใต้รัฐบาลชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขั้นตอนขณะนี้กรมทางหลวงอยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมายเรื่องค่าสัมปทานรายได้ที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถนำรายได้จากการเก็บค่าผ่านทาง มาจัดสรรให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้ ลักษณะเหมือนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์กองแรก ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้ ครม.พิจารณาได้เร็ว ๆ นี้ ส่วนวงเงินที่จะระดมทุนกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะใช้เท่าไร&amp;rdquo; นายประภาศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความสำเร็จในการเปิดจำหน่ายไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์กองแรกเป็นผลจากการโรดโชว์ให้ข้อมูลนักลงทุนทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ และนครราชสีมา รวมถึงมีการเดินทางโรดโชว์ให้นักลงทุนต่างประเทศเห็นทิศทางการลงทุนจนเกิดความเชื่อมั่น ซึ่งรายได้จากการระดมทุนทั้งหมดจะนำไปสร้างทางด่วน 2 เส้นทาง คือ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก วงเงิน 3.04 หมื่นล้านบาท และโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน เอ็น2 เชื่อมต่อไปยังถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออกและส่วนต่อขยายทดแทน ตอนเอ็น1 วงเงิน 1.43 หมื่นล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20416</URL_LINK>
                <HASHTAG>TFFIF, กองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย, ขายเกลี้ยง, ประภาศ คงเอียด, สคร., ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b9274261ed4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14488</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2018 08:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2018 08:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์สะดุด กทพ.ยันสร้างทางด่วน 2สายไม่ทันปีนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทพ.ยันสร้างทางด่วนทีเอฟเอฟ 2สายไม่ทันปีนี้ เปิดประมูลพระราม 3-ดาวคะนองได้เพียงสายเดียว ส่วน N2 รอข้อสรุปก่อนชง &amp;#39;สมคิด&amp;#39; เคาะไฟเขียวปลายปีนี้ - ด้านสหภาพหวั่นทางด่วนขาดสภาพคล่อง หลังต้องจ่ายดอกเบี้ยทีเอฟเอฟนับแสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)เปิดเผยว่าจากกรณีที่กระทรวงการคลังประกาศเดินหน้าแผนระดมทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (TFF) วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาทเพื่อก่อสร้างทางด่วนสองสาย ซึ่งจะเปิดให้นักลงทุนรายย่อยเข้าระดมทุนภายในเดือนก.ย.-ต.ค.นี้ ด้านกทพ.มีความพร้อมดำเนินโครงการตามนโยบายรัฐบาลอยู่แล้ว ทว่าคงไม่สามารถเริ่มต้นก่อสร้างโครงการได้ภายในปีนี้เนื่องจากโครงการทั้งสองมีความล่าช้าในขั้นตอนการออกแบบและร่างเอกสารประกวดราคา(TOR)ในหลากหลายด้านเริ่มจากทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง วงเงิน 3 หมื่นล้านบาทนั้นติดปัญหาข้อร้องเรียนTORหลังเปิดประชาพิจารณ์บนเว็บไซต์เรื่องแนวทางการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณสัญญา3-4 ช่วงสุขสวัสดิ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามล่าสุดสามารถออกพระราชกฤษฎีกา(พรฎ.)เวนคืนที่ดินได้แล้ว งบเวนคืน 800 ล้านบาท หลังจากนี้จะเร่งจัดทำTORนำขึ้นเว็บซ์อีกครั้งก่อนเปิดประมูลโครงการและลงนามสัญญาเอกชนภายในปีนี้ก่อนตอกเสาเข็มต่อไปในปี 62 ขณะที่โครงการและ ทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 (N2) ช่วงวงแหวนรอบนอก-แยกเกษตร วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาทนั้นขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลและทางด่วนในจุดเดียวกัน โดยกทพ.จะใช้ตอม่อเดิมบนถนนเกษตร-นวมินทร์เป็นเสาทางด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ส่วนรถไฟฟ้าจะอยู่ใต้ทางด่วนซึ่งการก่อสร้างควรจะดำเนินไปพร้อมกัน หลังจากนี้จะเร่งสรุปรายละเอียดทั้งหมดเพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ซึ่งมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์เป็นประธาน ภายในปลายปีนี้ หากได้รับอนุมติจะเดินหน้าร่างTORและเปิดประมูลต่อไปในปี 62&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายชาญชัย โพธิ์ทองคำ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (สร.กทพ.) กล่าวว่าทางสหภาพมีความเป็นห่วงเรื่องของการเปิดระดมทุนTFF ทำให้กทพ.มีความเสี่ยงในธุรกิจหลายด้านเริ่มตั้งแต่ตัวเลขดอกเบี้ยตามอัตราผลตอบแทนกองทุนที่กำหนดไว้ 8% ตลอดระยะเวลา 30 ปี ทำให้องค์กรต้องแบกภาระดอกเบี้ยมากกว่า 1 แสนล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;มองว่าการดำเนินการดังกล่าวแตกต่างกันมากเมื่อเทียบกับใช้แนวทางกู้ปกติซึ่งดอกเบี้ยจะสูงสุดที่ 3% ประกอบกับร่างสัญญาโอนและรับสิทธิ์โอนในรายได้ (RTA) ที่กำหนดว่าต้องโอนรายได้ 45% ของทางด่วนสองสายเข้ากองทุนทีเอฟเอฟ ส่งผลให้มีโอกาสที่กทพ.จะขาดสภาพคล่องมีผลกระทบต่อพนักงานทั้งหมด อีกทั้งยังไม่มีการการันตีอีกด้วยภายหลังจากรัฐบาลมีนโยบายไม่ค้ำประกันเงินกู้องค์กรรัฐวิสาหกิจทั้งหมด&amp;rdquo;นายชาญชัย กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14488</URL_LINK>
                <HASHTAG>TFF, กทพ., ก่อสร้างทางด่วน, ทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง, ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180121/image_big_5a64acf324e05.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2018 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2018 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะแล้ว! คลังได้ฤกษ์ 1 ก.ย. กดปุ่มขายไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคาะแล้ว! คลังได้ฤกษ์เปิดขายหน่วยลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ 1 ก.ย. นี้ หลังดีเลย์มานานกว่า 1 ปี ฟุ้งนักลงทุนรายย่อย-สถาบันแสดงความสนใจอื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเริ่มขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงการสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์) จำนวน 4.4 หมื่นล้านบาท ให้กับนักลงทุนได้ในวันที่ 1 ก.ย. นี้ หลังจากนั้นวันที่ 1 ต.ค. 2561 ก็จะนำหน่วยลงทุนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อให้เกิดสภาพคล่องในการซื้อขายมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการขายหน่วยลงทุนจะขายให้กับนักลงทุนรายย่อย ซึ่งจากการสำรวจพบว่ามีจำนวน 5 หมื่นรายที่สนใจ หลังจากนั้นจะพิจารณาขายให้กับนักลงทุนสถาบัน เช่น บริษัททประกัน กองทุนประกันสังคม หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ เพราะถือว่าสถาบันดังกล่าวช่วยบริหารเงินและความมั่งคั่งให้กับรายย่อยเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เดิม สคร. จะยื่นจดทะเบียนขายหน่วยลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์กับทางคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ภายในเดือน ก.ค. นี้ แต่ต้องเลื่อนเป็นต้นเดือน ส.ค. 2561 เพราะมีการคำนวณเรื่องรายได้ในสัญญาโอนและรับสิทธิ์โอนในรายได้ (RTA)โครงการทางพิเศษฉลองรัฐ (รามอินทรา-อาจณรงค์) และทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) เพื่อโอนรายได้ในอนาคตที่ 45% ให้กับกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์เป็นเวลา 30 ปี เพื่อใช้จ่ายผลตอบแทนให้กับนักลงทุน ใหม่เล็กน้อยทำให้ต้องใช่เวลาทำงานเพิ่มอีกประมาณ 10 วัน ซึ่งไม่เป็นปัญหากับการขยายหน่วยลงทุนอีกต่อไป และคณะกรรมการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ก็ได้เห็นชอบสัญญา RTA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว&amp;rdquo; นายประภาศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับเงินที่ระดมทุนมาได้ 4.4 หมื่นล้านบาท ทางกองทุนจะนำส่งให้กับ กทพ. เพื่อนำไปใช้ก่อสร้างโครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก วงเงินลงทุน 3.04 หมื่นล้านบาท และโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 และ E&amp;ndash;W corridor ด้านตะวันออก วงเงินลงทุน 1.43 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างในเดือน พ.ย. 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การขายหน่วยลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันล่าช้ามานานเกือบ 1 ปี ที่ผ่านมารัฐบาลได้สั่งการให้ สคร. เร่งดำเนินการนี้เป็นสำคัญ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัฐให้ขยายตัวได้เพิ่มมากขึ้น&amp;quot; นายประภาศ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14414</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายหน่วยลงทุน, ประภาศ คงเอียด, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.), เปิดขายไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์, ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7bf5274b723.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 23:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2018 08:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทพ.ชง “อาคม”เคาะสร้างทางด่วนขั้นที่3 ช่วงแยกเกษตร-วงแหวนรอบนอก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทพ.เตรียม ชง &amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo;เคาะแผนก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 1.5 หมื่นล้านบาท เร่งก่อสร้างN2 เฟสแรกควบรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล เตรียมประชุมร่วม สนข.สัปดาห์หน้าเพื่อเสนอแนวทางเลือกในการก่อสร้างโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวจากการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)เปิดเผยว่าความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 เฟส 1 ช่วงแยกเกษตร-วงแหวนรอบนอก วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท &amp;nbsp;ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการทางด่วนที่ต้องเปิดระดมทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (TFF) หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด)ได้มีมติเห็นชอบให้ชะลอโครงการทางด่วน N2 ออกไปก่อนตั้งแต่ขั้นตอนการเปิดประกวดราคาไปจนถึงการก่อสร้าง เนื่องจากต้องการให้กระทรวงคมนาคมเสนอรายละเอียดการพัฒนาทางด่วนสายเหนือเป็นภาพรวมทั้งทางด่วนสายเหนือ ตอนN1 (N1) และ N2เพื่อแก้ปัญหาจราจรภายในเมืองหลวง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.)ได้ดำเนินการศึกษาแผนภาพรวมไปได้มากแล้ว ดังนั้นในสัปดาห์หน้ากทพ.จะนัดประชุมร่วมกับสนข.และกระทรวงคมนาคมเพื่อเสนอแนวทางเลือกในการก่อสร้างโครงการดังกล่าวให้ทันกับปัญหาจราจรในเส้นทางดังกล่าวที่ทวีความรุนแรงมากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีกทั้งยังต้องเร่งเดินหน้าโครงการเพื่อให้สอดรับกับช่วงเวลาการเปิดระดมทุนTFF&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กทพ.ยืนยันว่าการก่อสร้างช่วงดังกล่าวสามารถดำเนินการได้ทันทีในเฟส 1 โดยไม่ต้องรอผลการทบทวนความเหมาะสมภาพรวมของกระทรวงคมนาคม ขณะที่การก่อสร้างเฟส 2 ช่วงแยกเกษตร-ต่างระดับรัชวิภา นั้นขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการออกแบบรายละเอียดของโครงการควบคู่ไปกับจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมออกเอกสารเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์)ในปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าสำหรับแนวทางที่จะเสนอให้กระทรวงคมนาคมและนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมเป็นผู้ตัดสินใจนั้นประกอบด้วย 1.การสร้างทางด่วนร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล โดยให้รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลใช้ตอหม้อเดิมตามแนวถนนเกษตร-นวมินทร์ ส่วนทางด่วนต้องสร้างเสาตอหม้อใหม่สลับกับเสาตอหม้อเดิม ซึ่งจะออกมาในรูปแบบทางด่วนอยู่ข้างบนและรถไฟฟ้าอยู่ใต้ทางด่วน 2. การสร้างทางด่วนแยกกับรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล โดยใช้ตอหม้อเดิมตามแนวถนนเกษตร-นวมินทร์ เพื่อก่อสร้างทางด่วน N2 ขณะที่รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลจะต้องวิ่งขนานตามแนวข้างถนนมิใช่บนเกาะกลางถนน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามหากกระทรวงคมนาคมตัดสินใจเลือกแนวทางที่ 1 จะต้องสั่งเริ่มการเปิดประมูลและการก่อสร้างไปพร้อมกันเพราะใช้พื้นที่หน้างานลักษณะเดียวกัน แต่ถ้าหากเลือกแนวทางที่ 2 ก็จะทำให้แยกย้ายกันไปก่อสร้างโครงการได้เลยเพราะพื้นที่หน้างานไม่ซ้ำซ้อนกัน ทั้งนี้กทพ.ต้องการให้ทุกฝ่ายเร่งสรุปแผนพัฒนาทางด่วนเส้นทางดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กทพ.ได้ตั้งไว้คือเริ่มเปิดประมูลโครงการต้นปีหน้าและก่อสร้างโครงการภายในปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังต้องเร่งเสนอรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)ให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)พิจารณาเห็นชอบก่อนเสนอแบบโครงการที่ปรับปรุงแล้วเสร็จเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)อีกครั้งหนึ่งเพื่อเห็นชอบโครงการให้แล้วเสร็จทุกขั้นตอนเพื่อเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอและก่อสร้างต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12188</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., กระทรวงคมนาคม, ช่วงแยกเกษตร-วงแหวนรอบนอก, ทางด่วนขั้นที่ 3, ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180225/image_big_5a92aa60068a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2018 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/02/2018 07:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์’แท้ง’ คลังกัดฟันไม่กระทบด่วนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการจัดตั้งกองทุนรวมโครงการสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์) เปิดเผยว่า การขายหน่วยลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ วงเงิน 4.4 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะล่าช้าออกไปถึงกลางปี 2561 เนื่องจากสหภาพแรงงานการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (สร.กทพ.) ไปยื่นเรื่องอุทธรณ์ศาลปกครอง ทำให้การเดินหน้าขายหน่วยลงทุนมีปัญหา คงต้องรอคำตัดสินของศาลออกมาชัดเจนเสียก่อน ที่จะดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม คาดว่าการระดมทุนล่าช้าจะไม่กระทบกับการก่อสร้างโครงการทางพิเศษพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก วงเงินลงทุน 3.04 หมื่นล้านบาท และโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 และ E&amp;ndash;W corridor ด้านตะวันออก วงเงินลงทุน 1.43 หมื่นล้านบาท ที่เดิมคาดว่าจะเซ็นสัญญาก่อสร้างในเดือน มี.ค. หรือ เม.ย. นี้ แต่เนื่องจากเป็นการเปิดประมูลแบบอินเตอร์บิดดิ้งทำให้มีรายละเอียดดำเนินการมาก ทำให้การประมูลล่าช้าออกไปอีก ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเซ็นสัญญาและก่อสร้าง ประมาณกลางปีนี้เช่นกัน ซึ่งทำให้กองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ระดมเงินมาใช้ในโครงการได้ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ถึงแม้ว่ากองทุนจะระดมเงินไม่ทันทั้ง 2 โครงการ ก็สามารถขอใช้เงินจากงบประมาณหรือเงินกู้ไปพรางก่อนได้ และเมื่อกองทุนระดมเงินได้ค่อยนำไปใช้เงินงบประมาณหรือเงินกู้&amp;rdquo; นายสมชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงการคลัง ระหว่างนี้ก็ยังเดินหน้าตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ เตรียมความพร้อมด้านเอกสารรอสำนักงานอัยการตรวจสอบร่างสัญญาโอนและรับสิทธิ์โอนในรายได้ (RTA)โครงการทางพิเศษฉลองรัฐ (รามอินทรา-อาจณรงค์) และทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) เพื่อโอนรายได้ในอนาคตที่ 45% ให้กับกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์เป็นเวลา 30 ปี เพื่อใช้จ่ายผลตอบแทนให้กับนักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับการดำเนินการจัดตั้งกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ล็อตแรก จำนวน 4.4 หมื่นล้านบาท จะมีการโอนและรับสิทธิ์โอนในรายได้ (RTA) โครงการทางพิเศษฉลองรัฐ (รามอินทรา-อาจณรงค์) และทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) เพื่อโอนรายได้ในอนาคตที่ 45% ให้กับกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์เป็นเวลา 30 ปี เพื่อใช้จ่ายผลตอบแทนให้กับนักลงทุน จึงทำให้เกิดการคัดค้าน ซึ่งศาลปกครองได้มีคำสั่งไม่รับคำร้องของสหภาพรัฐวิสาหกิจการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เมื่อปลายปีที่แล้ว จึงได้มีการอุทธรณ์ในครั้งนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3225</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทพ., คลัง, ทางด่วน, สมชัย สัจจพงษ์, ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180215/image_big_5a85ac80c8fe5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
