<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>40365</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/07/2019 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/07/2019 19:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เส้นทางสู่ “Green City พื้นที่สีเขียวสำหรับทุกคนในเมือง”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ศูนย์ประชุมเมืองทองธานี/&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฏาคมนี้&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; หน่วยงานในสังกัด&amp;nbsp; และภาคีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ร่วมกันจัดงาน &amp;lsquo;ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019&amp;rsquo; งานแสดงนวัตกรรมทางสังคมครั้งใหญ่ของประเทศไทย&amp;nbsp; ที่ศูนย์ประชุมเมืองทองธานี&amp;nbsp; มีการแสดงนิทรรศการ&amp;nbsp; ผลงาน&amp;nbsp; การออกร้านจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ในส่วนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ได้จัดประชุมทางวิชาการ&amp;nbsp; เพื่อนำเสนอประสบการณ์การพัฒนาชุมชนในพื้นที่ต่างๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยทั้งในเมืองและชนบท&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจัดการสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; เมืองสีเขียว ฯลฯ&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจากทั่วประเทศเข้าร่วมงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;โดยในวันที่ 7 กรกฎาคม&amp;nbsp; มีการเสวนาเรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;lsquo;Green City พื้นที่สีเขียวสำหรับทุกคนในเมือง&amp;rsquo;&amp;nbsp; ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องจากภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งผู้แทนจากชุมชนในเมืองและชนบท&amp;nbsp; มีผู้เข้าร่วมการเสวนาประมาณ 170 คน&amp;nbsp; ในช่วงท้ายของการเสวนา&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศที่มาร่วมงานได้ร่วมกัน &amp;ldquo;ประกาศเจตนารมณ์ที่จะร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวให้กับเมือง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;การประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนเมืองสีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทำที่ดินรกร้างใต้ทางด่วนเป็นแปลงเกษตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายอาสา&amp;nbsp; ทองธรรมชาติ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการส่วนผังเมืองรวม&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; คนไทยอยู่กับต้นไม้มานานแล้ว&amp;nbsp; จารึกสุโขทัยกล่าวไว้ว่า &amp;ldquo;มีป่าลาน ป่าหมาก&amp;rdquo; ส่วนนอกเมืองเป็นโซนที่เป็นป่าเหมือนกัน&amp;nbsp; แสดงให้เห็นว่าเมืองไทยมีลักษณะพื้นที่สีเขียวอยู่แล้ว&amp;nbsp; ในสมัยอยุธยาก็มีพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp; ในสมัยรัชกาลที่ 1 ทรงโปรดให้ปลูกต้นตะเคียน&amp;nbsp; โดยให้ปลูกไว้ในกำแพงเมือง&amp;nbsp; ปัจจุบันยังเหลืออยู่แต่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา&amp;nbsp; อยู่ใกล้กับคลองหลอด&amp;nbsp; ปัจจุบัน&amp;nbsp; กทม.ยังมีนโยบายสีเขียวอยู่เหมือนเดิม&amp;nbsp; ผู้ว่า กทม.คนปัจจุบันอยากให้ปลูกต้นไม้ 1 แสนต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ว่าฯ ลงไปปลูกด้วย&amp;nbsp; เพื่อทำให้เมืองมีพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผังเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวจะทำให้คนในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดร.ณัฐวุฒิ&amp;nbsp; อัศวโกวิทวงศ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยบูรณาการภาคพื้นที่และสังคม&amp;nbsp; คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยศรีปทุม&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตนอยากเห็นกลไกที่จะทำให้เกิดพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น&amp;nbsp; เพื่อเป็นแหล่งผลิตออกซิเจน&amp;nbsp; เพื่อการสันทนาการและคุณภาพชีวิต เราจะทำอย่างให้พื้นที่สวนสาธารณะ 70ไร่ ทำให้กระจายไปในชุมชน 1 งาน 2 งาน พาลูกหลานออกมาเดินเล่นได้&amp;nbsp; ผู้สูงอายุสามารถใช้ออกกำลังกายหรือสันทนาการได้&amp;nbsp; ไม่ต้องใช้เวลานานในการเดินทางเพื่อออกมาทำกิจกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เราต้องมองเรื่องข้อจำกัดเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน&amp;nbsp; ทำอย่างไรที่ดินรกร้าง ที่ดินเอกชน&amp;nbsp; ให้เกิดการใช้ประโยชน์ หากตั้งเป้าหมายแบบนี้จะทำให้มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตัวอย่างที่ประเทศสิงคโปร์มีพื้นที่สีเขียวมากกว่าประเทศ 66 เท่า เพราะนับพื้นที่สีเขียวทั้งที่โล่งและไม่โล่ง&amp;nbsp; ส่วนประเทศไทย มีพื้นที่ว่างบนหลังคา&amp;nbsp; หากเราเห็นพื้นที่เปล่าๆ จะทำอย่างไรให้เกิดความคิดที่สามารถควบรวมและใช้พื้นที่สีเขียวให้มีกิจกรรมในเมืองได้&amp;rdquo; ดร.ณัฐวุฒิกล่าว&amp;nbsp; และเสนอความเห็นว่า&amp;nbsp; หากบริษัทเอกชนขออนุญาตก่อสร้างอาคารหรือเช่าที่ดินรัฐและกำหนดพื้นที่สีเขียวเอาไว้&amp;nbsp; รัฐควรสนับสนุน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ลดเรื่องภาษี&amp;nbsp; หรือให้สิทธิพิเศษอื่นๆ&amp;nbsp; รวมทั้งท้องถิ่นต้องอุดหนุนส่งเสริมให้เกิดพื้นที่สีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดร.นพ.ไพโรจน์&amp;nbsp; เสาน่วม ผู้อำนวยการ&amp;nbsp; สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนัก 5&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พื้นที่สีเขียว คือ พื้นที่ที่ให้เราสามารถใช้ชีวิตได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; สสส.พยายามที่จะให้คนมีสุขภาพดีทุกมิติ&amp;nbsp; เรื่องสิ่งแวดล้อมที่เราสร้างได้&amp;nbsp; มีผลต่อเราทั้งนั้น&amp;nbsp; งานวิจัยหลายๆ เรื่องบอกว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่อยู่ในพื้นที่สีเขียว อาชญากรรมลดลง 50% &amp;nbsp;อยู่ในพื้นที่สีเขียวทำให้เรายิ้มได้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;สสส.เลือกทำโมเดลดี ๆ และส่งต่อเป็นพื้นที่ที่อื่นได้ เช่น พื้นที่ใต้ทางด่วน&amp;nbsp; เดิมเป็นที่จอดรถ&amp;nbsp; ตอนนี้ไปพัฒนาใหม่ทำเป็นลานกีฬาและแปลงเกษตร เช่น ที่ใต้ทางด่วนเพลินจิต&amp;nbsp; แถวเยาวราช ตลาดน้อย พยายามเชื่อมโยงให้เห็นประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ&amp;nbsp; มีบ้านคน ประวัติศาสตร์สมัยพระเจ้าตากสิน&amp;nbsp; ศิลปะเมื่อ 200 ปีที่แล้ว&amp;nbsp; เราเชื่อมวัฒนธรรมชุมชนกับเมือง&amp;nbsp; อยากให้เดิน ขี่จักรยานออกกำลังกาย&amp;nbsp; และมีกรณีโพธาราม จังหวัดราชบุรี จัดชมรมเชื่อมโยงกิจกรรมปั่นจักรยาน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ดร.นพ.ไพโรจน์ยกตัวอย่าง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เทศบาลตำบลนาอ้อ จ.เลย ลดขยะ-สร้างพื้นที่สีเขียวที่กินได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายก้าน&amp;nbsp; ฤณะวงษ์&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลนาอ้อ&amp;nbsp; อ.เมือง จ.เลย&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;ประชากรนาอ้อผลิตขยะวันละ 4 ตัน&amp;nbsp; จึงควรนำมาใช้ซ้ำ นำกลับมาใช้ใหม่&amp;nbsp; เริ่มจากคิดคนเดียว&amp;nbsp; เริ่มจากใกล้ตัว&amp;nbsp; ขยะในครัวเรือนหากจัดการได้ ขยะที่จะทิ้งจริง ๆ มีไม่มาก เหลือเป็นขยะเปียก นำกลับมาใช้ได้&amp;nbsp; ทำเป็นปุ๋ย&amp;nbsp; ตอนนี้ลดขยะเหลือเพียงวันละ 2 ตัน&amp;nbsp; และมีเป้าหมายจะให้เหลือเพียง 1 ตัน&amp;nbsp; โดยนำวัสดุเหลือใช้&amp;nbsp; เหล็กเก่า เชื่อมเป็นแปลงยกพื้นที่&amp;nbsp; นำดินคลุกเคล้ากับวัชพืช ลงแปลงและปลูกผักทุกอย่างที่กินได้&amp;nbsp; ปลูกในกระถาง&amp;nbsp; ปลูกผักแนวตั้ง&amp;nbsp; ใช้ปุ๋ยคอก&amp;nbsp; ต้นไม้เมื่อนำมากินแล้วมีราก ใบ นำมาเป็นอาหารของไส้เดือน&amp;nbsp; ไส้เดือนกินแล้วจะถ่ายมูล เป็นปุ๋ยให้แก่พืชผัก&amp;nbsp; ทำให้สามารถปลูกผักได้ตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ผัก&amp;nbsp; ผลไม้บางอย่างนำไปทำน้ำหมัก&amp;nbsp; ผสมน้ำรดต้นไม้&amp;nbsp; ทำให้ผักกรอบ หวาน&amp;nbsp; ถั่วฝักยาวฝักใหญ่ขึ้น&amp;nbsp; ปลูกกล้วย 40-50 ต้น&amp;nbsp; เราปลูกเองรู้ว่าเป็นผักปลอดสารเคมี&amp;nbsp; นำมาทำกล้วยตาก&amp;nbsp; ทำให้ได้อาหารปลอดสารพิษ อาหารออร์แกนิคล้วนๆ&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังทำกลุ่มเผาถ่าน&amp;nbsp; ได้น้ำส้มควันไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผสมน้ำสะเดา ป้องกันแมลง&amp;nbsp; และส่งเสริมให้พี่น้องชุมชนปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; ผมทำเป็นตัวอย่าง&amp;nbsp; ทำที่บ้านให้ดูว่าปลูกต้นไม้บนพื้นคอนกรีตได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้พี่น้องในชุมชนสุขภาพดี มีพืชผักปลอดสารพิษ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน&amp;nbsp; ร่ำรวยสุขภาพดี&amp;nbsp; ดีกว่าร่ำรวยเงินทอง&amp;rdquo; นายก้านกล่าว&amp;nbsp; และบอกว่า &amp;ldquo;ความมั่งคั่งที่แท้จริง คือการมีสุขภาพที่ดี มิใช่การมีเงินทอง&amp;rdquo; ดังคำกล่าวของมหาตมะ คานธี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;lsquo;หลุมพอเพียง&amp;rsquo; ปลูกพืช 4 ชนิด&amp;nbsp; ทำให้มีอยู่มีกิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พระมหาสุภาพ พุทธวิริโย&amp;nbsp; เจ้าคณะตำบลจุมจัง&amp;nbsp; จังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp; ผู้ริเริ่มการทำเกษตรแบบ &amp;lsquo;หลุมพอเพียง&amp;rsquo; กล่าวว่า&amp;nbsp; แนวคิดหลุมพอเพียงเกิดจากความล้มเหลวในการช่วยเหลือคนมา 30 ปี แต่ล้มเหลวมาตลอด&amp;nbsp; จึงเปลี่ยนตัวเอง&amp;nbsp; เมื่อใดเราเปลี่ยน&amp;nbsp; คนอื่นจะเปลี่ยนตาม&amp;nbsp; เราล้มเหลวเรื่องการจัดการน้ำ&amp;nbsp; เราล้มเหลวเรื่องทัศนคติ&amp;nbsp; เราล้มเหลวเรื่องการจัดสรรเวลา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เวลาในการทำการเกษตร&amp;nbsp; เราล้มเหลวเรื่องแสงแดด เราดัดจริตเอง ไปปลูกพืชเชิงเดี่ยว&amp;nbsp; ล้มเหลวเรื่องระบบนิเวศน์&amp;nbsp; จึงมาทำเรื่องหลุมพอเพียง&amp;nbsp; โดยปลูกพืช 4 ชนิดผสมผสานกัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;มีกล้วยเป็นพี่เลี้ยง&amp;nbsp; มีพืชอ่อนแอหรือพืชปัญญาอ่อน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พริก&amp;nbsp; มะเขือ ผักต่างๆ&amp;nbsp; มีพืชฉลาด&amp;nbsp; คือพืชที่เข้มแข็ง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มะละกอ&amp;nbsp; ผักพื้นเมืองต่างๆ&amp;nbsp; และไม้ยืนต้นเพื่อการใช้สอย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ยางนา&amp;nbsp; ไม้สักทอง&amp;nbsp; สะเดา&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ถ้าเราไปรอไม้ยืนต้นอย่างเดียวต้องรอ 3-10 ปี&amp;nbsp; แต่ถ้าเราปลูกผสมผสานกัน&amp;nbsp; โดยมีกล้วยเป็นพี่เลี้ยง&amp;nbsp; ก็จะทำให้พืชทั้ง 4 ชนิดโตไปพร้อมกัน&amp;nbsp; และจะทำให้เรามีอยู่มีกินตั้งแต่ปีแรก&amp;rdquo; พระมหาสุภาพกล่าว&amp;nbsp; และบอกว่า&amp;nbsp; ตอนนี้ในตำบลจุมจังมีเกษตรกรทำหลุมพอเพียงไปแล้วประมาณ 700 ราย&amp;nbsp; และขยายไปสู่อำเภอต่างๆ ในจังหวัดกาฬสินธุ์&amp;nbsp; รวมแล้วกว่า 4,000 ราย&amp;nbsp; ผลผลิตบางส่วนได้นำไปจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่เป็นพืชผักปลอดสารพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทำพื้นที่สีเขียว&amp;nbsp; สร้างรายได้วันละ 500-3,700 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางชนิสรา&amp;nbsp; ละอองดี&amp;nbsp; ผู้แทนเครือข่ายชุมชนเมืองภาษีเจริญ&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; กล่าวว่า ปัญหาน้ำท่วมในปี 2554&amp;nbsp; ทำให้เกิดปัญหาขยะลอยน้ำ&amp;nbsp; เกิดปัญหาถูกน้ำล้อม&amp;nbsp; ทำให้เราขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม&amp;nbsp; จึงเกิดแผนร่วมกันในการปรับพื้นที่รกร้างเป็นแปลงเกษตร&amp;nbsp; โดยร่วมมือกับทุกหน่วยงานในการทำพื้นที่รกร้าง&amp;nbsp; มีมหาวิทยาลัยต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมด้วย&amp;nbsp; โดยการปลูกผัก สร้างระบบเศรษฐกิจของชุมชน&amp;nbsp; มีตลาดอาหารปลอดภัยที่ชุมชนสร้าง จำหน่ายศุกร์สุดท้ายของเดือน แปลงผักที่มาจำหน่ายต้องตรวจวัดความปลอดภัย และจำหน่ายในราคาถูก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายนิรันดร์&amp;nbsp; สมพงษ์ ประธานสหกรณ์การเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินปากช่อง จำกัด จังหวัดนครราชสีมา&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตนมีความเชื่อว่า&amp;nbsp; การทำอะไรให้เกิดรายได้ จะมีแรงพลังในการทำ และที่สำคัญคือมีทุนในการดำเนินการต่อ&amp;nbsp; และเมื่อทำเรื่องพื้นที่สีเขียวแล้ว&amp;nbsp; ต้องทำให้เกิดรายได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่ต้องคิดเริ่มแรก คือ ทำอย่างไรให้มีลูกค้าซื้อสินค้าเรามากกว่า เริ่มจากปลูกพืชผักกินเอง&amp;nbsp; ภายหลังจึงเริ่มขายผลผลิต&amp;nbsp; ตอนนี้ผลผลิตมีไม่พอขาย ปัจจุบันเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินปากช่องมีรายได้ตั้งแต่&amp;nbsp; 500-3,700 บาทต่อวัน&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีตลาดต่างประเทศเข้ามาติดต่อ&amp;nbsp; เช่น สิงค์โปร&amp;nbsp; ยุโรป&amp;nbsp; ผลผลิตที่ต้องการ เช่น มะเขือเทศ&amp;nbsp; ผักสลัดต่างๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;นายจำนง&amp;nbsp; คำฤทธิ์&amp;nbsp; ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านนาคา&amp;nbsp; จังหวัดน่าน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; เหตุผลที่มาจัดการเรื่องดิน&amp;nbsp; น้ำ&amp;nbsp; ป่าเพราะป่าหาย น้ำแห้ง เริ่มจากการปลูกข้าวโพด เพราะเป็นพืชที่ทำเงินได้ไวที่สุด ไม่ใช่แค่ชาวบ้านที่ทำให้ป่าหาย เป็นเพราะรัฐบาลเปิดสัมปทานป่าไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีการตัดถนนเข้าป่า&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านเข้าไปลากไม้ได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ภายหลังเกิดกลุ่ม &amp;lsquo;ฮักเมืองน่าน&amp;rsquo; เพื่อขับเคลื่อนเรื่องดินน้ำป่า&amp;nbsp; จึงได้หารือร่วมกับชาวบ้าน กำหนดการใช้พื้นที่ที่ดินรายครัวเรือน&amp;nbsp; ได้ป่าเพิ่มมาประมาณ 400-500 ไร่&amp;nbsp; แบ่งที่ดินให้ครัวเรือนๆ ละ 20 ไร่&amp;nbsp; มีการจัดระบบนิเวศน์น้ำระบบการดูแล&amp;nbsp; ระบบบริหารน้ำประปา&amp;nbsp; ทำฝายมีชีวิต เก็บหลังคาละ 10 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; ผลจากการบริหารจัดการน้ำ ทำให้วิถีชีวิตชุมชนฟื้นคืนกลับมาได้ เริ่มมีกุ้ง หอย ปูปลา&amp;nbsp; มีพิธีกรรม เลี้ยงผีต้นน้ำ&amp;nbsp; เพื่อรักษาป่า&amp;nbsp; รักษาแหล่งน้ำ&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายจำนงกล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช. (ซ้าย) ร่วมประกาศเจตนารมณ์ขับเคลื่อนเมืองสีเขียว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ได้สนับสนุนโครงการ &amp;lsquo;พื้นที่สีเขียวทางด้านสุขภาพและอาหารปลอดภัยในเมือง&amp;rsquo; ตั้งแต่ปี 2561 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีวัตถุประสงค์เพื่อ&amp;nbsp; 1.สร้างการตื่นตัว&amp;nbsp; ตระหนักรู้&amp;nbsp; และเกิดการรวมกลุ่มเพื่อเข้าถึงพื้นที่ปลอดภัยทางอาหารและสุขภาพ&amp;nbsp; 2.สร้างพื้นที่กลางให้เป็นพื้นที่สีเขียวในระดับครัวเรือน&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp; และเมือง&amp;nbsp; 3.เกิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้&amp;nbsp; และ 4.เกิดการเชื่อมโยงกลุ่มองค์กร&amp;nbsp; หน่วยงาน&amp;nbsp; ภาคี&amp;nbsp; เพื่อขับเคลื่อนเมืองสีเขียว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 70 เมือง&amp;nbsp; ขณะนี้อนุมัติโครงการแล้ว 27 เมือง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40365</URL_LINK>
                <HASHTAG>Green City, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), พอช., พื้นที่สีเขียว, ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190707/image_big_5d21e6927018f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2019 15:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2019 15:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้แทนภาคประชาชนในเอเซียถกปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนเมือง ‘ASIAN PARTNERSHIP URBAN POOR AND INCLUSIVE CITY DEVELOPMENT’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ศูนย์ประชุมเมืองทองธานี / ผู้แทนภาคประชาชนในเอเซียถกปัญหาที่อยู่อาศัยคนจนเมือง&amp;nbsp; &amp;lsquo;ASIAN PARTNERSHIP URBAN POOR AND INCLUSIVE CITY DEVELOPMENT&amp;rsquo;&amp;nbsp; ในงาน &amp;lsquo;ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019&amp;rsquo; โดยมีผู้แทนภาคประชาชนจากกัมพูชา&amp;nbsp; เมียนม่าร์&amp;nbsp; ศรีลังกา&amp;nbsp; และผู้แทน UNHABITAT เข้าร่วม&amp;nbsp; แลกเปลี่ยนประสบการณ์การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคนจน&amp;nbsp; ผู้แทนเมียนม่าร์เผยเทคนิค &amp;lsquo;ยึดพื้นที่สื่อ&amp;rsquo; สร้างความสนใจให้รัฐเข้ามาแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฏาคมนี้&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)&amp;nbsp; หน่วยงานในสังกัด&amp;nbsp; และภาคีที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ร่วมกันจัดงาน &amp;lsquo;ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019&amp;rsquo; งานแสดงนวัตกรรมทางสังคมครั้งใหญ่ของประเทศไทย&amp;nbsp; โดยมีการแสดงนิทรรศการ&amp;nbsp; ผลงาน&amp;nbsp; การออกร้านจำหน่ายสินค้า&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ในส่วนของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ได้จัดประชุมทางวิชาการ&amp;nbsp; เพื่อนำเสนอประสบการณ์การพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนจากทั่วประเทศ&amp;nbsp; และผู้แทนภาคประชาชนในประเทศเอเซียเข้าร่วมงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;โดยในวันนี้ ( 6 กรกฎาคม) มีการประชุมวิชาการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวข้อ &amp;nbsp;&amp;lsquo;ASIAN PARTNERSHIP URBAN POOR AND INCLUSIVE CITY DEVELOPMENT&amp;rsquo; มีวิทยากรจากประเทศต่างๆ ในเอเซีย&amp;nbsp; มีผู้เข้าร่วมงานจากเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; รวมทั้งเจ้าหน้าที่และผู้บริหาร พอช. เข้าร่วมงานประมาณ&amp;nbsp; 150 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;นายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; กล่าวเปิดการสัมมนามีใจความตอนหนึ่งว่า พอช. ทำงานครอบคลุมทั่วประเทศ&amp;nbsp; ทำงานโดยไร้รอยต่อ&amp;nbsp; สร้างแกนนำ&amp;nbsp; สร้างขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; และสร้างเครือข่าย เรียกง่ายๆ ว่า &amp;ldquo;ก ข ค&amp;rdquo;&amp;nbsp; คือ แกนนำ ขบวนองค์กรชุมชน และเครือข่าย&amp;nbsp; &amp;lsquo;ก&amp;rsquo;&amp;nbsp; คือ การไปสร้างให้เกิดความแกร่ง&amp;nbsp; &amp;lsquo;ข&amp;rsquo; ไปสร้างให้เกิดการขยายผล&amp;nbsp; &amp;lsquo;ค&amp;rsquo; คือ ให้เกิดเครือข่าย ซึ่ง พอช.ได้อาศัยแกนนำเคลื่อนงาน&amp;nbsp; ทำให้เกิดพลังในการทำงาน&amp;nbsp; นี่คือบทบาทของ พอช. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมา พอช.ทำงานแบบปิดทองหลังพระมาโดยตลอด&amp;nbsp; และสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) เช่น&amp;nbsp; เรื่องที่ 11 การจัดที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เรื่องที่ 16 ความเป็นธรรม&amp;nbsp; เรื่องที่ 17 Partnership &amp;nbsp;โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย ซึ่ง พอช.ทำมากว่า 19 ปี เป้าหมาย คือ บ้านมั่นคง&amp;nbsp; ความมั่นคงของมนุษย์ที่มี 12 มิติ เช่น&amp;nbsp; มีสุขภาวะ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิต สิทธิพลเมือง การมีส่วนร่วมในสังคม โดยประมาณ ไม่ผิดกฎหมาย ไม่บุกรุกกฎหมาย ไม่แออัด มีกรรมสิทธิ์ในตนเอง มีทั้งซื้อและเช่า มีทั้งที่ดินของรัฐและเอกชน ที่เป็นบ้านที่มากกว่าบ้าน ที่มีเป้าหมายเพื่อให้พี่น้องมีความสุขสมบูรณ์&amp;rdquo; นายไมตรีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;หลังจากนั้นเป็นการเสวนา ในหัวข้อ&amp;nbsp; &amp;lsquo;ASIAN PARTNERSHIP URBAN POOR AND INCLUSIVE CITY DEVELOPMENT&amp;rsquo;&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนภาคประชาชนจากประเทศกัมพูชา&amp;nbsp; ศรีลังกา&amp;nbsp; เมียนม่าร์&amp;nbsp; และผู้แทนจาก UNHABITAT (โครงการการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ของสหประชาชาติ)&amp;nbsp; โดยมีนางทิพย์รัตน์&amp;nbsp; นพลดารมย์&amp;nbsp; ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศของ พอช.เป็นผู้ดำเนินรายการ&amp;nbsp; โดยเกริ่นนำว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันในทวีปเอเซียมีประชากรที่มีปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; หรือมีที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงประมาณ 500 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;กัมพูชา :&amp;nbsp; นำประสบการณ์จาก พอช.ไปใช้ &amp;ldquo;ให้ชาวบ้านแก้ปัญหาเอง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายบานชื่น&amp;nbsp; ประธานมูลนิธิพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; และวุฒิสมาชิก ประเทศกัมพูชา&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การพัฒนาเรื่องที่อยู่อาศัยในประเทศกัมพูชาเริ่มจากกลุ่มออมทรัพย์ก่อน&amp;nbsp; มีโครงการเล็กๆ&amp;nbsp; ที่นำไปสู่เรื่องที่อยู่อาศัย และมีการขยายกองทุนฯ ไปทั่วประเทศ ขณะที่ปัญหาของกัมพูชา&amp;nbsp; คือ การขยายตัวของเมืองที่เร็วเกินไป&amp;nbsp; เศรษฐกิจไปไกลแต่ชาวบ้านตามไม่ทัน&amp;nbsp; สิ่งที่ท้าทายและสิ่งที่ต้องทำ คือ เรื่องที่อยู่อาศัย เรื่องสิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;nbsp; ซึ่งตนเคยเดินทางมาดูงานเรื่องบ้านมั่นคงที่ พอช.ทำที่จังหวัดอุดรธานี&amp;nbsp; และตนได้นำแนวคิดนี้ไปทำต่อที่กัมพูชา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การพัฒนาที่อยู่อาศัยในกัมพูชา&amp;nbsp; เดิมชาวบ้านไม่เข้าใจ&amp;nbsp; ต่างคนต่างทำ ต่อมาจึงเริ่มใช้แนวคิดของ พอช.ที่เน้นให้ชาวบ้านแก้ปัญหาเอง&amp;nbsp; สิ่งที่เกิดขึ้นเกิดจากฝีมือของชาวบ้านจนรัฐเอาไปกำหนดทิศทางของประเทศในระดับนโยบาย คือ&amp;nbsp; เรื่องที่อยู่อาศัยสำหรับคนจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; การแก้ปัญหาคนจนในที่ดินของรัฐ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คนจนในที่ริมแม่น้ำ&amp;nbsp; ทางเท้า&amp;nbsp; ริมทางรถไฟ&amp;nbsp; จึงเริ่มแก้ปัญหาโดยให้ชาวบ้านสำรวจข้อมูลทั้งเมือง&amp;nbsp; พบว่า 27 เทศบาลทั้งประเทศ มี 1,123 สลัม ประมาณ 180,000 ครอบครัว&amp;nbsp; จากนั้นจึงนำข้อมูลมาวางแผนแก้ไขปัญหา&amp;rdquo; นายบานชื่นกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และยกตัวอย่างชุมชนริมน้ำในกรุงพนมเปญ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบ้านสร้างบ้านอยู่บนคลองเก่า&amp;nbsp; และต่อมาได้เจรจากับรัฐเพื่อขออยู่ในที่เดิมจนประสบความสำเร็จ&amp;nbsp; จากนั้นชาวบ้านจึงเริ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; ปรับปรุงที่ดินและที่อยู่อาศัยเอง&amp;nbsp; ส่วนการก่อสร้างบ้านใหม่ต้องใช้งบเยอะจึงกู้เงินจากมูลนิธิพัฒนาชุมชนมาใช้ในการก่อสร้าง&amp;nbsp; มี 3 รูปแบบ&amp;nbsp; คือ สร้างในที่ดินเดิม&amp;nbsp; จัดการที่ดินใหม่&amp;nbsp; และย้ายที่อยู่อาศัยจากที่เดิมมาอยู่ที่ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;สหกรณ์สตรีศรีลังกาเริ่มจาก 8 คนเป็น 100,000 คน&amp;nbsp; เงินเพิ่มเป็น 9,000 ล้านรูปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายมีโกด้า นัททะศิริ&amp;nbsp; ผู้แทนภาคประชาชนจากประเทศศรีลังกา&amp;nbsp; กล่าวว่า การพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศศรีลังกา&amp;nbsp; โดยสหกรณ์กลุ่มสตรีศรีลังกา&amp;nbsp; เริ่มจากการมาดูงานในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านเพื่อนำไปปรับใช้&amp;nbsp; แต่ความท้าทายแรก คือ คนในประเทศไม่พร้อมใช้ศักยภาพและความสามารถของตนเอง&amp;nbsp; อันเนื่องมาจากความเคยชินในการที่ประชาชนมีหน้าที่เพียงการเลือกผู้แทน&amp;nbsp; แล้วให้ผู้แทนไปแก้ปัญหาของตน&amp;nbsp; จึงส่งผลต่อการพัฒนาด้านความสามารถ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; สหกรณ์สตรีศรีลังกาเริ่มงานจากการประชุมผู้หญิงเพื่อทำความเข้าใจเรื่องการออมทรัพย์ แต่มีคนสนใจน้อยเพียงแค่ 8 คน&amp;nbsp; และเริ่มทำงานจาก 8 คนจนขยายเป็น 100,000 คน&amp;nbsp; เริ่มแรกมีเงินเพียง 40 รูปี&amp;nbsp; ปัจจุบันเพิ่มเป็น 9,000 &amp;nbsp;ล้านรูปี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางอโชก้า ประธานสหกรณ์สตรีศรีลังกา&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ตนเข้าร่วมกับสหกรณ์&amp;nbsp; โดยตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขนาดเล็กขึ้นมา จากกลุ่มออมทรัพย์เล็กๆ ได้รวมกลุ่มออมทรัพย์อื่นๆ จนกลายเป็นสหกรณ์ขึ้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากการรวมกลุ่มได้มีการขยายเป็นสาขาย่อยของสหกรณ์&amp;nbsp; ให้สมาชิกกู้เพื่อที่อยู่อาศัย การศึกษา และอาชีพที่หลากหลาย&amp;nbsp; เงินสหกรณ์สามารถเอาไปใช้ได้หลายหมวด นอกจากนี้ที่ประเทศศรีลังการัฐบาลไม่มีนโยบายไล่ที่คนจน&amp;nbsp; แต่จะมีการจัดการที่ดินให้ชาวบ้านได้อยู่อาศัย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เนื่องจากเป็นสหกรณ์สตรี&amp;nbsp; แต่มีสมาชิกทั้งผู้หญิงและผู้ชาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ชายมีสิทธิ์โหวตเพื่อลงเสียงในสหกรณ์&amp;nbsp; แต่ไม่มีบทบาทในการบริหารจัดการ&amp;nbsp; และจากประสบการณ์พบว่า&amp;nbsp; การชวนกลุ่มผู้หญิงเพื่อลงหุ้น 5 รูปีจะได้ทันที&amp;nbsp; แต่ผู้ชายจะคิดก่อน อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; การที่ผู้หญิงเห็นความทุกข์ยากของชุมชนจึงมาร่วมกันทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้แก่ชาวบ้านที่ยากจน&amp;nbsp; จนในปัจจุบันสหกรณ์สตรีฯ มีศูนย์รักษาสุขภาพของตนเอง&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประธานสหกรณ์สตรีศรีลังกาเล่าประสบการณ์&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ประสบการณ์จากเมียนม่าร์ : ใช้สื่อให้เกิดประโยชน์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นางลิซ่า&amp;nbsp; ผู้แทนภาคประชาชนจากองค์กรผู้หญิงเพื่อโลก&amp;nbsp; ประเทศเมียนม่าร์&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; พม่ามีปัญหาเรื่องราคาที่ดินที่สูงขึ้น&amp;nbsp; การเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว&amp;nbsp; เกิดผลกระทบกับชุมชน&amp;nbsp; ปัญหาที่อยู่อาศัยมีการต่อสู้ตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งตอนแรกยังไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร&amp;nbsp; แต่ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณสมสุข บุญญะบัญชา (อดีต ผอ.พอช.) และใช้วิธีง่ายที่สุด คือ พาคนที่ประสบภัยพิบัติสึนามีมาดูงานที่ประเทศไทย&amp;nbsp; ซึ่งตอนประสบภัยพายุนากิสในประเทศ&amp;nbsp; หน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยเหลือ&amp;nbsp; โดยทำบ้านเป็นลักษณะกล่องให้ชาวบ้านอยู่&amp;nbsp; ซึ่งชาวบ้านก็ไม่พอใจ&amp;nbsp; จึงมาดูงานสึนามิที่เมืองไทยที่เห็นชาวบ้านทำเอง&amp;nbsp; จึงกลับไปทำที่พม่า&amp;nbsp; โดยให้ชาวบ้านทำเอง&amp;nbsp; ชาวบ้านเหนื่อยมาก&amp;nbsp; แต่พอใจ ถูกใจ และแก้ปัญหาได้เร็ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;พอประสบภัยพิบัติพายุนาร์กิสในปี 2551&amp;nbsp; ชาวบ้านไม่มีงบประมาณ ไม่มีที่ดิน เรื่องที่ยากคือคนในเมืองที่ไม่สิทธิ์อะไร&amp;nbsp; คนจนในเมืองจึงรวมตัวกัน&amp;nbsp; ทำการสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; การมาดูงานที่เมืองไทยทำให้ชาวบ้านมีพลังในการทำงานมากขึ้น&amp;nbsp; โดยใช้กระบวนการออมทรัพย์สหกรณ์&amp;nbsp; เป็นเครื่องมือในการจัดการชุมชน&amp;nbsp; ทดลองทำใน 3 ชุมชน ในระยะเวลา 5 ปี&amp;nbsp; ซึ่งนโยบายรัฐไม่ได้สนับสนุน&amp;nbsp; แต่สิ่งที่ทำได้&amp;nbsp; คือ เห็นเพื่อนบ้านในประเทศอื่นๆ ทำได้&amp;nbsp; จึงได้ลงมือทำให้เป็นจริง&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยไม่สนใจกฏหมาย&amp;nbsp; เพราะหากสนใจกฏหมายจะทำอะไรไม่ได้&amp;nbsp; จึงต้องมีความพยายามปรับเปลี่ยน&amp;nbsp; หลังจากประสบความสำเร็จจากโครงการ 3 โครงการ จึงได้เข้าหารัฐบาลและได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล แต่รัฐเน้นแต่ผลผลิตและปริมาณ ซึ่งชาวบ้านยังไม่พอใจ จึงได้มีการปรับไปใช้งบจากบริษัทเอกชนขนาดเล็ก&amp;rdquo; ผู้แทนจากเมียนม่าร์เล่าถึงการแก้ไขปัญหา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;และเล่าถึงการใช้สื่อมวลชนเพื่อแสดงปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน&amp;nbsp; ในช่วงที่นางอองซานซูจีไปเยี่ยมชุมชน มีสื่อมวชนตามไปทำข่าวเป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; ชาวบ้านจึงสร้างความสนใจโดยการร้องห่มร้องไห้&amp;nbsp; พูดถึงปัญหาความเดือดร้อนเรื่องไม่มีที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ทำให้สื่อสนใจนำข่าวไปเผยแพร่&amp;nbsp; รัฐบาลจึงสั่งให้มีการเร่งแก้ปัญหา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การเริ่มต้นของชาวบ้านคือมีกลยุทธ์ยึดสื่อ แถลงข่าวในการทำงาน&amp;nbsp; การจัดการต่างเรียนรู้จาก พอช. ซึ่งรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็พอใจกับกระบวนการแบบ พอช.&amp;nbsp; แต่องค์กรในเมียนม่าร์ยังไม่เป็นทางการหรือยังไม่เป็นสถาบันเหมือนกับ พอช.&amp;nbsp; แต่ในอนาคตจะขยับเป็นองค์กรระดับชาติ&amp;nbsp; และใช้กรณีศึกษาจากประเทศไทยเพื่อนำเสนอและต่อรองกับรัฐ&amp;nbsp; และสิ่งสำคัญในการทำงาน คือ ชาวบ้านต้องลุกขึ้นมาแก้ปัญหา&amp;nbsp; มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อนบ้าน&amp;nbsp; ทำงานกับชุมชนต้องทำเรื่อยๆ ไม่หยุด&amp;nbsp; พยายามเชื่อมโยงกับนโยบายให้ได้&amp;nbsp; ภาคีร่วมพัฒนาที่เป็นเอ็นจีโอทั้งในและต่างประเทศก็ต้องร่วมมือกัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้แทนจากเมียนม่าร์กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;UNHABITAT : &amp;ldquo;การทำเรื่องที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องการสร้างสุขภาวะ สร้างความมั่นคง ไม่ใช่เพืยงการสร้างบ้าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;นายแฮม&amp;nbsp; ผู้แทนจาก UNHABITAT (โครงการการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ของสหประชาชาติ)&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย คือ ความไม่เท่าเทียมในชีวิตคนเมือง เป็นเรื่องที่เกิดในทุกๆ เมือง&amp;nbsp; ซึ่งปัญหาดังกล่าวมีมานานแล้ว&amp;nbsp; และตนมีความรู้สึกดีที่มีองค์กรแบบ พอช.ที่ทำงานมานานและต้องทำงานต่อเนื่อง&amp;nbsp; โดยรัฐต้องมุ่งมั่นในการสนับสนุน และขบวนชาวบ้านต้องมุ่งมั่นในการแก้ปัญหา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ในเอเชียจะเห็นว่ามากกว่า 1 ใน 3 ของประชากรทั้งหมด&amp;nbsp; จะอยู่อาศัยในชุมชนแออัด&amp;nbsp; แต่รัฐแก้ได้เพียง 1 ใน 3 ส่วน ที่เหลือยังแก้ไม่ได้&amp;nbsp; การทำที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องการสร้างสุขภาวะ&amp;nbsp; สร้างความมั่นคง&amp;nbsp; มีความเป็นองค์รวมไม่ใช่เพียงการสร้างบ้าน&amp;nbsp; และองค์ประกอบของการพัฒนาที่อยู่อาศัย คือ&amp;nbsp; ต้องมีนโยบายรัฐที่สนับสนุนการทำงานของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และชุมชนต้องได้รับการสร้างเสริมพลังความเข้มแข็ง&amp;nbsp; การแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยต้องมองจุดสัมพันธ์หลายระบบ&amp;nbsp; ทั้งการศึกษา&amp;nbsp; การปกครอง และเรื่องธรรมาภิบาล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ในประเทศเมียนม่าร์ที่กำลังมีการเลือกตั้งเป็นช่วงที่ดีที่พร้อมในการโน้มน้าวให้รัฐมีนโยบายการพัฒนา&amp;nbsp; และการใช้สถิติตัวเลขที่อยู่อาศัยน่าจะเอามาใช้เป็นเครื่องมือในการพูดคุยกับรัฐได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้แทนจาก&amp;nbsp; UNHabitat &amp;nbsp;แนะแนวทางการร่วมมือแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้รูปแบบการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งมีหลักการและแนวคิดอยู่แล้ว&amp;nbsp; แต่สิ่งที่ต้องทำคือ ต้องทำให้ผู้ที่กำหนดนโยบาย&amp;nbsp; ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย&amp;nbsp; เชื่อมั่นต่อกระบวนการทำงานที่นำไปสู่การสร้างผลผลิตที่เป็นรูปธรรม&amp;nbsp; เช่นกองทุนหมุนเวียนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาและสามารถทำได้โดยไม่ขาดทุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40313</URL_LINK>
                <HASHTAG>ASIAN PARTNERSHIP, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019, ไมตรี  อินทุสุต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190706/image_big_5d2060bed3d42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2019 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 14:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘วิษณุ’ รองนายกฯ เปิดงาน “ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019” งานแสดงผลงานและนวัตกรรมทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ                          </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;เมืองทองธานี / นายวิษณุ&amp;nbsp; เครืองาม&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เป็นประธานเปิดงาน &amp;ldquo;ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019&amp;rdquo; งานแสดงผลงานและนวัตกรรมทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ&amp;nbsp; จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคมนี้&amp;nbsp; ที่ศูนย์ประชุมฯ เมืองทองธานี&amp;nbsp; มีเวทีวิชาการ&amp;nbsp; &amp;lsquo;โชว์ผลงาน-ช้อป-ชิม&amp;rsquo; 200 บูธ&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;ชูแนวคิด &amp;lsquo;บ้านมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; สู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง&amp;rsquo;&amp;nbsp; พร้อมชวนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; 5 ภาคที่มีความโดดเด่นด้านการพัฒนาชุมชนร่วมแสดงผลงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;วันนี้ (5 กรกฎาคม) เวลา 10.00 &amp;nbsp;น.&amp;nbsp; นายวิษณุ&amp;nbsp; เครืองาม&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; &amp;nbsp;ได้เดินทางมาที่ศูนย์ประชุมเมืองทองธานี&amp;nbsp; เพื่อเป็นประธานในพิธีเปิดงาน &amp;ldquo;ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019&amp;rdquo; &amp;nbsp;จัดโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ &amp;nbsp;หน่วยงานในสังกัด &amp;nbsp;และภาคีเครือข่าย &amp;nbsp;โดยมีนายปรเมธี &amp;nbsp;วิมลศิริ&amp;nbsp; ปลัดกระทรวง พม. และผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ ให้การต้อนรับ&amp;nbsp; ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ&amp;nbsp; การแสดงผลงานนวัตกรรมทางสังคมของหน่วยงานต่างๆ การประชุมวิชาการทางสังคมของไทยและอาเซียน&amp;nbsp; และการออกบูธแสดงผลิตภัณฑ์และสินค้าต่างๆ จำนวนประมาณ 200 บูธ&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีผู้ร่วมพิธีเปิดประมาณ&amp;nbsp; 700 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0cm; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0cm; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;นายปรเมธี&amp;nbsp; วิมลศิริ&amp;nbsp; ปลัดกระทรวง พม. กล่าวว่า งาน&amp;nbsp; &amp;ldquo;Thailand Social Expo 2019&amp;rdquo; จัดขึ้นภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ร่วมมือ ร่วมใจ สังคมไทยยั่งยืน &amp;ndash; Partnership for Sustainable&amp;rdquo; &amp;nbsp;เป็นการจัดงานมหกรรมด้านสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย&amp;nbsp; โดยในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 2&amp;nbsp; เพื่อเป็นการต่อยอดและขยายผลของการรวบรวมผลงานนวัตกรรมทางสังคมและเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาสังคมและกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; รวมทั้งผลการคิดค้นและการดำเนินงานสำคัญในด้านสังคมของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน&amp;nbsp; โดยผนึกกำลังบนพื้นฐานการมีส่วนร่วมและการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนที่ดำเนินงานด้านสังคมของประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0cm; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0cm; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้&amp;nbsp; การที่ประเทศไทยเป็นประธานกลุ่มอาเชียนในปีนี้&amp;nbsp; จึงถิอเป็นโอกาสอันดีในการเสริมสร้างบทบาทของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และรัฐบาลไทยในการเป็นองค์กรนำของสังคมด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจัดงานนี้ขึ้นมา&amp;rdquo;&amp;nbsp; ปลัดกระมรวง พม.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิษณุ&amp;nbsp; เครืองาม&amp;nbsp; รองนายกฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายวิษณุ&amp;nbsp; เครืองาม&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การจัดงานไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โปครั้งนี้&amp;nbsp; มีเป้าหมายสำคัญ&amp;nbsp; 5 ประการ&amp;nbsp; คือ 1.ความบันเทิง&amp;nbsp; เพราะมีการแสดงต่างๆ มากมาย&amp;nbsp; 2.ความรู้ &amp;nbsp;เพราะผู้ที่มาร่วมงานจะได้รับรู้ว่าประเทศไทยมีปัญหาสังคมอย่างไรบ้าง&amp;nbsp; รัฐบาลได้แก้ปัญหาไปแล้วอย่างไร&amp;nbsp; และจะทำอะไรต่อไป&amp;nbsp; 3.ความคิด&amp;nbsp; โดยเฉพาะความคิดริเริ่มสร้างสรรค์&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสังคม&amp;nbsp; 4.ความช่วยเหลือ&amp;nbsp; เพราะรัฐบาลได้จัดความช่วยเหลือแก่ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย&amp;nbsp; ตั้งแต่เด็กถึงคนชรา ทุกอาชีพ&amp;nbsp; ทุกเพศ&amp;nbsp; ตามแนวคิด &amp;ldquo;เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง&amp;rdquo;&amp;nbsp; และ 5.แรงบันดาลใจ&amp;nbsp; ในการต่อสู้&amp;nbsp; ไม่ท้อถอย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้รองนายกรัฐมนตรียังพูดถึงการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลเรื่องที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; โดยเฉพาะโครงการ &amp;lsquo;บ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว&amp;rsquo; ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ดำเนินการว่า&amp;nbsp; จากเดิมที่เป็นชุมชนแออัด&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนทรุดโทรม&amp;nbsp; ปลูกบ้านรุกล้ำคลองก็จะขยับขึ้นมาเป็นบ้านประชารัฐริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ยังมีโครงการ &amp;lsquo;ปทุมธานีโมเดล&amp;rsquo; ซึ่งเดิมชาวบ้านบุกรุกริมคลอง 1-4&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐ&amp;nbsp; รัฐบาลก็ไม่ได้ขับไล่เพราะกลัวว่าชาวบ้านจะเดือดร้อน&amp;nbsp; รัฐจึงจัดที่ดินให้ใหม่&amp;nbsp; และให้เงินปลูกบ้าน&amp;nbsp; รวมทั้งหาอาชีพให้&amp;nbsp; เป็นโมเดลใหม่&amp;nbsp; คือ 1.ชาวบ้านได้ที่อยู่อาศัยใหม่ที่ถูกกฎหมาย&amp;nbsp; 2. มีอาชีพ&amp;nbsp; และ 3.รัฐมีโอกาสพัฒนาคลอง&amp;nbsp; ทำให้เรือวิ่งได้&amp;nbsp; และต่อไปก็จะพัฒนาคลองเปรมประชากร&amp;nbsp; ซึ่งเป็นโครงการพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัว&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายวิษณุกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รองนายกฯ ชมนิทรรศการการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากเป็นประธานในพิธีเปิดงานไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โปแล้ว&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรีได้เดินเยี่ยมชมบูธของหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งบูธของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; โดยเฉพาะนิทรรศการการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; โดยมีนายไมตรี&amp;nbsp; อินทุสุต&amp;nbsp; ประธานกรรมการสถาบันฯ ให้การต้อนรับและอธิบายความคืบหน้าของโครงการว่า&amp;nbsp; ขณะนี้สร้างบ้านเสร็จไปแล้ว รวม&amp;nbsp; 3,064 ครัวเรือน&amp;nbsp; ใน 34 ชุมชน&amp;nbsp; แต่ยังมีผู้ไม่เข้าร่วมอีกประมาณ 1,500 ครัวเรือน&amp;nbsp; ทำให้โครงการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวเพื่อป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; รวมทั้งโครงการก่อสร้างบ้านประชารัฐริมคลองเกิดความล่าช้ากว่าแผนงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0cm; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0cm; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ทำงานกับประชาชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนที่มีความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้รวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหาตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นได้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; หรือสถาบันการเงินชุมชนเพื่อเป็นทุนของชุมชนเอง&amp;nbsp; ส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; รวมทั้งส่งเสริมด้านคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การจัดงานไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป ครั้งนี้&amp;nbsp; พอช.มีคอนเซ็ปท์ในการจัดงาน&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;&amp;lsquo;บ้านมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; สู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง&amp;rsquo;&amp;nbsp; เพราะนอกจาก พอช.จะสนับสนุนให้ชุมชนได้แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของมนุษย์แล้ว&amp;nbsp; ยังส่งเสริมให้ชุมชนแก้ไขปัญหาและพัฒนาในด้านต่างๆ ด้วย&amp;nbsp; โดยได้ชวนพี่น้อง&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ทั่วประเทศที่มีความโดดเด่นในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาชุมชนมาร่วมจัดแสดงนิทรรศการในครั้งนี้ด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ชุมชนที่จะมาร่วมแสดงผลงานและนิทรรศการการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; ประกอบด้วยตัวแทนจาก 5 ภาค&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ภาคเหนือ&amp;nbsp; ตำบลลำประดา&amp;nbsp; อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร&amp;nbsp; มีจุดเด่นด้านการใช้ธรรมนูญตำบลมาเป็นแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหา,&amp;nbsp; ภาคอีสาน&amp;nbsp; ตำบลกุดหว้า&amp;nbsp; อ.กุฉินารายณ์&amp;nbsp; จ.กาฬสินธุ์&amp;nbsp; มีจุดเด่นด้านการใช้วัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นฐานการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; ตำบลหนองโรง&amp;nbsp; อ.พนมทวน&amp;nbsp; จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp; มีจุดเด่นด้านการอนุรักษ์ป่าชุมชน&amp;nbsp; ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน,&amp;nbsp; กรุงเทพฯ และตะวันออก&amp;nbsp; ตำบลหนองโรง&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.ปราจีนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีจุดเด่นด้านสถาบันการเงินชุมชน&amp;nbsp; และการแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำ&amp;nbsp; และภาคใต้&amp;nbsp; ตำบลเขาแก้ว&amp;nbsp; อ.ลานสกา&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; มีจุดเด่นด้านการใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ในงานครั้งนี้ยังมีการเสวนา&amp;nbsp; การแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; &amp;lsquo;บ้าน&amp;nbsp; รากฐานการพัฒนาชุมชนและความมั่นคงของมนุษย์ทุกมิติ&amp;rsquo;, &amp;lsquo;คืนความสุขให้คนคลอง&amp;nbsp; คืนสายคลองให้คนเมือง&amp;rsquo;, &amp;lsquo;Green&amp;nbsp; City&amp;rsquo; &amp;nbsp;พื้นที่สีเขียวสำหรับทุกคนในเมือง&amp;nbsp; รวมทั้งมีผู้แทนจากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กัมพูชา&amp;nbsp; พม่า&amp;nbsp; ศรีลังกา&amp;nbsp; และบังคลาเทศ&amp;nbsp; มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0cm; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0cm; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;งาน &amp;lsquo;ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป&amp;rsquo; เป็นการจัดแสดงผลงานและนวัตกรรมการพัฒนาสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย&amp;nbsp; จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2561 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนในปีนี้เป็นการจัดงานปีที่ 2&amp;nbsp; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ร่วมมือ&amp;nbsp; ร่วมใจ&amp;nbsp; สังคมไทยยั่งยืน&amp;rdquo;&amp;nbsp; แบ่งกิจกรรมออกเป็น 4 โซน&amp;nbsp; ประกอบด้วย 1.การเสวนาทางวิชาการเกี่ยวกับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ, วาระแห่งชาติ Active Aging สูงวัยอย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีความสุข, สื่อสารสร้างสรรค์ป้องกันปัญหาความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก&amp;nbsp; และการยกระดับ CSR สู่พลังจิตสาธารณะ&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; และการพัฒนาชุมชนที่ส่งเสริมและสนับสนุนโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0cm; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;2.บริการทางสังคม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บริการตรวจวัดสายตา, ประมูลทรัพย์หลุดจำนำ, สาธิตการพัฒนาฝีมือแรงงานและการฝึกอาชีพ, ตัวอย่างแบบบ้านประหยัดพลังงาน, การทำบัตรประชาชน&amp;nbsp; และการให้บริการจัดหางาน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0cm; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;3.การแสดงและนวัตกรรมทางสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริเวณ Pavilion กลาง&amp;nbsp; การแสดงผลงานการพัฒนาคนทุกช่วงวัย ได้แก่ ปฐมวัย วัยรุ่น วัยแรงงาน และวัยสูงอายุ, นวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ, การแสดง Application งานด้านสังคม&amp;nbsp; และการแสดงดนตรีของคนพิกร Fight for Dream เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0cm; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;4.การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและร้านอาหาร&amp;nbsp; อาทิ&amp;nbsp; ผลิตภัณฑ์ ทอฝัน by พม. , ผลิตภัณฑ์ OTOP ร้านค้า &amp;nbsp;ร้านอาหาร &amp;nbsp;เครื่องดื่ม &amp;nbsp;เบเกอรี่&amp;nbsp; รวมทั้งผลิตภัณฑ์ และอาหารจากชุมชนต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0cm; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0cm; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โปได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฏาคมนี้&amp;nbsp; ตั้งแต่เวลา 9.00 &amp;ndash; 20.00 น.&amp;nbsp; ที่อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0cm; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0cm; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40256</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, รองนายกรัฐมนตรี, วิษณุ  เครืองาม, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190705/image_big_5d1ef8e716f39.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2019 16:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2019 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวง พม.เชิญร่วมงาน “ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019” งานแสดงผลงานและนวัตกรรมทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ 5-7  กรกฎาคมนี้ที่ศูนย์ประชุมเมืองทองธานี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พอช./ กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จัดงาน &amp;ldquo;ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019&amp;rdquo; งานแสดงผลงานและนวัตกรรมทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคมนี้&amp;nbsp; ที่ศูนย์ประชุมฯ เมืองทองธานี&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเวทีวิชาการ&amp;nbsp; &amp;lsquo;โชว์ผลงาน-ช้อป-ชิม&amp;rsquo; กว่า 140 บูธ&amp;nbsp; ขณะที่ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;ชูแนวคิด &amp;lsquo;บ้านมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; สู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง&amp;rsquo;&amp;nbsp; พร้อมชวนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน&amp;nbsp; 5 ภาคที่มีความโดดเด่นด้านการพัฒนาชุมชนร่วมโชว์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานในสังกัดร่วมกันจัดงาน &amp;ldquo;ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019&amp;rdquo;&amp;nbsp; ระหว่างวันที่ 5 &amp;ndash; 7 กรกฎาคมนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยมีหน่วยงานในสังกัด&amp;nbsp; และภาคีเครือข่ายร่วมจัดแสดงนิทรรศการ&amp;nbsp; นวัตกรรมทางสังคมเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; เวทีเสวนาวิชาการ&amp;nbsp; รวมทั้งการออกบูธเพื่อแสดงผลงาน&amp;nbsp; ผลิตภัณฑ์&amp;nbsp; อาหาร&amp;nbsp; และสินค้าต่างๆ กว่า 140 บูธ&amp;nbsp; ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ได้เชิญชวนเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจาก 5 ภาคเข้าร่วมแสดงผลงานการพัฒนาชุมชนในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0in; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวว่า&amp;nbsp; พอช.ทำงานกับประชาชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สนับสนุนส่งเสริมให้ประชาชนที่มีความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยให้รวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหาตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นได้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; หรือสถาบันการเงินชุมชนเพื่อเป็นทุนของชุมชนเอง&amp;nbsp; ส่งเสริมการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เพื่อนำเงินกองทุนมาช่วยเหลือกัน&amp;nbsp; รวมทั้งส่งเสริมด้านคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;การจัดงานไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป ครั้งนี้&amp;nbsp; พอช.มีคอนเซ็ปท์ในการจัดงาน&amp;nbsp; คือ &amp;nbsp;&amp;lsquo;บ้านมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; สู่ชุมชนท้องถิ่นจัดการตนเอง&amp;rsquo;&amp;nbsp; เพราะนอกจาก พอช.จะสนับสนุนให้ชุมชนได้แก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของมนุษย์แล้ว&amp;nbsp; ยังส่งเสริมให้ชุมชนแก้ไขปัญหาและพัฒนาในด้านต่างๆ ด้วย&amp;nbsp; โดยได้ชวนพี่น้อง&amp;nbsp; เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ทั่วประเทศที่มีความโดดเด่นในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาชุมชนมาร่วมจัดแสดงนิทรรศการในครั้งนี้ด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ชุมชนที่จะมาร่วมแสดงผลงานและนิทรรศการการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น&amp;nbsp; ประกอบด้วยตัวแทนจาก 5 ภาค&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; ภาคเหนือ&amp;nbsp; ตำบลลำประดา&amp;nbsp; อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร&amp;nbsp; มีจุดเด่นด้านการใช้ธรรมนูญตำบลมาเป็นแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหา,&amp;nbsp; ภาคอีสาน&amp;nbsp; ตำบลกุดหว้า&amp;nbsp; อ.กุฉินารายณ์&amp;nbsp; จ.กาฬสินธุ์&amp;nbsp; มีจุดเด่นด้านการใช้วัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นฐานการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ภาคกลางและตะวันตก&amp;nbsp; ตำบลหนองโรง&amp;nbsp; อ.พนมทวน&amp;nbsp; จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp; มีจุดเด่นด้านการอนุรักษ์ป่าชุมชน&amp;nbsp; ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน,&amp;nbsp; กรุงเทพฯ และตะวันออก&amp;nbsp; ตำบลหนองโรง&amp;nbsp; อ.เมือง&amp;nbsp; จ.ปราจีนบุรี&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีจุดเด่นด้านสถาบันการเงินชุมชน&amp;nbsp; และการแก้ไขปัญหาแหล่งน้ำ&amp;nbsp; และภาคใต้&amp;nbsp; ตำบลเขาแก้ว&amp;nbsp; อ.ลานสกา&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; มีจุดเด่นด้านการใช้สภาองค์กรชุมชนเป็นกลไกในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตำบลเขาแก้ว&amp;nbsp; อ.ลานสกา&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; 1 ใน 5 ตำบลต้นแบบที่จะมาร่วมในงานครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ในงานครั้งนี้ยังมีการเสวนา&amp;nbsp; การแลกเปลี่ยนเรียนรู้งานพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; &amp;lsquo;บ้าน&amp;nbsp; รากฐานการพัฒนาชุมชนและความมั่นคงของมนุษย์ทุกมิติ&amp;rsquo;, &amp;lsquo;คืนความสุขให้คนคลอง&amp;nbsp; คืนสายคลองให้คนเมือง&amp;rsquo;, &amp;lsquo;Green&amp;nbsp; City&amp;rsquo; &amp;nbsp;พื้นที่สีเขียวสำหรับทุกคนในเมือง&amp;nbsp; รวมทั้งมีผู้แทนจากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กัมพูชา&amp;nbsp; พม่า&amp;nbsp; ศรีลังกา&amp;nbsp; และบังคลาเทศ&amp;nbsp; มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาเมืองและที่อยู่อาศัยของประชาชนที่มีรายได้น้อยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0in; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0in; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;งาน &amp;lsquo;ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป&amp;rsquo; เป็นการจัดแสดงผลงานและนวัตกรรมการพัฒนาสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย&amp;nbsp; จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2561 &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนในปีนี้เป็นการจัดงานปีที่ 2&amp;nbsp; ภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ร่วมมือ&amp;nbsp; ร่วมใจ&amp;nbsp; สังคมไทยยั่งยืน&amp;rdquo;&amp;nbsp; แบ่งกิจกรรมออกเป็น 4 โซน&amp;nbsp; ประกอบด้วย 1.การเสวนาทางวิชาการเกี่ยวกับประชาชนกลุ่มเป้าหมายในทุกช่วงวัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ, วาระแห่งชาติ Active Aging สูงวัยอย่างมีคุณค่า ชราอย่างมีความสุข, สื่อสารสร้างสรรค์ป้องกันปัญหาความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก&amp;nbsp; และการยกระดับ CSR สู่พลังจิตสาธารณะ&amp;nbsp; ลดความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน&amp;nbsp; และการพัฒนาชุมชนที่ส่งเสริมและสนับสนุนโดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0in; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0in; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นากยกฯ เป็นประธานพิธีเปิดงานไทยแลนด์ฯ ครั้งแรกปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0in; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0in; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;2.บริการทางสังคม&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บริการตรวจวัดสายตา, ประมูลทรัพย์หลุดจำนำ, สาธิตการพัฒนาฝีมือแรงงานและการฝึกอาชีพ, ตัวอย่างแบบบ้านประหยัดพลังงาน, การทำบัตรประชาชน&amp;nbsp; และการให้บริการจัดหางาน เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0in; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;3.การแสดงและนวัตกรรมทางสังคม&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริเวณ Pavilion กลาง&amp;nbsp; การแสดงผลงานการพัฒนาคนทุกช่วงวัย ได้แก่ ปฐมวัย วัยรุ่น วัยแรงงาน และวัยสูงอายุ, นวัตกรรมและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ, การแสดง Application งานด้านสังคม&amp;nbsp; และการแสดงดนตรีของคนพิกร Fight for Dream เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0in; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;4.การออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าและร้านอาหาร&amp;nbsp; อาทิ&amp;nbsp; ผลิตภัณฑ์ ทอฝัน by พม. , ผลิตภัณฑ์ OTOP และ ร้านค้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0in; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0in; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงานไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โปได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย &amp;nbsp;ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฏาคมนี้&amp;nbsp; ตั้งแต่เวลา 9.00 &amp;ndash; 20.00 น.&amp;nbsp; ที่อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:3.75pt; margin-right:0in; margin-bottom:3.75pt; margin-left:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40000</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวง พม., นวัตกรรมทางสังคม, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, พอช., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, เมืองทองธานี, ไทยแลนด์โซเชียลเอ็กซ์โป 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190702/image_big_5d1b1ceac0472.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
