<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88178</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/12/2020 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/12/2020 11:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สัมผัส ‘ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่’ ฟังก์ชั่นล้ำสมัยผสานความประหยัดดีเยี่ยม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;หลังจากที่ฮอนด้าเปิดตัวยนตรกรรม 2 รุ่นใหม่ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก และซิตี้ อี:เอชอีวี กระแสตอบรับจากลูกค้าดีเยี่ยม ค่ายฮอนด้าได้จัดงานทดลองขับยนตรกรรมทั้ง 2 รุ่น เพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมผัสจริงบนเส้นทาง กทม-เขาใหญ่ รูปแบบถนนมีทั้งในเมือง ผ่านการจราจรหนาแน่น นอกเมือง และขับขึ้นลงเขาเพื่อลองสมรรถนะกันอย่างเต็มที่ ระยะทางไปกลับกว่า 400 กิโลเมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;โดย ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง ได้แก่ ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC) ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;ส่วนระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ใน ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ ระบบ Full Hybrid ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ตอบสนองทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 &amp;ndash; 3,000 รอบต่อนาที ให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 85 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับน้ำมัน E20 หลังจากทดลองขับให้ความรู้สึกว่าอัตราเร่งตอบสนองทันใจ ช่วงล่างการยึดเกาะถนนทำได้ดี ภายในเงียบเก็บเสียงได้ดีเยี่ยม การควบคุมรถทำได้ง่ายดาย น้ำหนักพวงมาลัยเบาเมื่อความเร็วต่ำ และหน่วงขึ้นเมื่อความเร็งสูงขึ้น สำหรับอัตราประหยัดน้ำมันที่ทำได้ในวันทดสอบคือ 23 กม./ลิตร โดยขับขี่แบบใช้งานจริงผ่านการจราจรในเมือง นอกเมือง และขับขึ้นลงเขา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;ภายนอกมีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยโลโก้ฮอนด้าสีฟ้า (H Mark) และสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย สปอร์ตพรีเมียมยิ่งขึ้นกับดีไซน์ RS รอบคัน ด้วยกระจังหน้าและสปอยเลอร์หลังแบบ Gloss Black ไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว มาพร้อมสีใหม่ สีน้ำเงินออบซิเดียน (มุก) ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายในทุกมิติ เติมอารมณ์สปอร์ตหรูด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์สปอร์ตตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ช่องปรับอากาศตอนหลัง และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:6.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังครบครันด้วยมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ ถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS)&amp;nbsp; พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD)&amp;nbsp; ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (Vehicle Stability Assist - VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist - HSA) กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) และเทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ฮอนด้า คอนเนค (Honda CONNECT) อุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) เป็นต้น โดย ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ รุ่น e:HEV RS ราคา 839,000 บาท หากชื่นชอบความล้ำสมัยของระบบและเครื่องยนต์ไฮบริด และเน้นความประหยัดฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นรินทร โชติภิรมย์กุล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88178</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซิตี้ อี:เอชอีวี., ทดลองขับ, รถใหม่, อีเอชอีวี, ฮอนด้า, ไทยโพสต์., ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201228/image_big_5fe95c5cbdea6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79916</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 01:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 01:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“นาคากามิ” บิด CBR1000RR-R ทดสอบสนามใหม่โปรตุเกส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาคาอากิ นาคากามิ ยอดดาวบิดเลือดซามูไร จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า เลือกใช้สุดยอดรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดของฮอนด้าอย่าง Honda CBR1000RR-R ลงสนามในรอบ Portimao MotoGP Official Test ที่ปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส เพื่อสัมผัสพื้นแทร็กและสร้างความคุ้นเคย ก่อนคัมแบ็กสังเวียนแห่งใหม่นี้อีกครั้ง ตามกำหนดโปรแกรมการแข่งขันที่จะถูกใช้เป็นสนามส่งท้ายของศึกโมโตจีพี ฤดูกาล 2020&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79916</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, นาคากามิ, ไทยโพสต์.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f7f54df1bf74.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77459</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 22:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 22:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟอร์ด ต่อยอดโครงการระดมทุนต้านภัยโควิด-19 สร้างอาชีพใหม่ให้ชาวบ้าน 150 ครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมมือกับสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน&amp;nbsp; นำเงินทุนที่ได้รับจากโครงการระดมทุนต้านภัยโควิด-19 โดยกองทุนฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี จัดฝึกอบรมอาชีพเกษตรแบบเร่งด่วนให้แก่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการจ้างงานในจังหวัดภาคอีสานจำนวน 150 ครัวเรือน โดยเริ่มจัดการฝึกอบรมกลุ่มแรก 30 คน เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้เข้าอบรมอาชีพเกษตรแบบเร่งด่วนได้รับการฝึกอบรม 5 ฐานการเรียนรู้ประกอบด้วย ความรู้พื้นฐานในการเพาะเห็ด ความรู้พื้นฐานในการเพาะพืชตระกูลงอก เช่นถั่วงอกและต้นอ่อนทานตะวัน เรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ด้วยการทำสารสกัดไล่แมลงจากพืชธรรมชาติ การเตรียมดินให้เหมาะสมกับการเพาะต้นกล้า และการทำปุ๋ยจากน้ำหมักชีวภาพ เมื่อจบหลักสูตรได้มีการมอบอุปกรณ์ประกอบอาชีพเบื้องต้น ได้แก่ อุปกรณ์เพาะปลูกพร้อมเมล็ดพันธุ์พืชและต้นกล้า ก้อนเห็ด สารสกัดไล่แมลงและปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมนำไปใช้จุนเจือการบริโภคในครัวเรือนหรือสร้างรายได้ด้วยตัวเองได้ทันที โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านเทคนิคการเกษตรผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อช่วยผู้ได้รับผลกระทบจากการจ้างงานให้มีอาชีพใหม่ที่เลี้ยงตัวเองและครอบครัวได้ในระยะยาวต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับเงินทุนจากโครงการระดมทุนต้านภัยโควิด -19 โดยกองทุนฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ราว 750,000 บาท โดยมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการจ้างงานในจังหวัดขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียงเป็นสองระยะ ประกอบด้วย การสร้างรายได้ในระยะสั้นจากการเย็บหน้ากากอนามัยกว่า 6,000 ชิ้นเพื่อแจกจ่ายให้แก่บุคคลากรแนวหน้าในการควบคุมโรคและชาวบ้านที่ขาดแคลนช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และการสร้างอาชีพในระยะยาว นั่นคือ การจัดฝึกอบรมอาชีพเกษตรพอเพียงโดยมีเป้าหมายฝึกอบรมอาชีพให้ชาวบ้านกว่า 150 ครอบครัว ภายในดือนพฤศจิกายน 2563&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77459</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ฟอร์ด., ไทยโพสต์.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200914/image_big_5f5f9289a7a1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49316</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>MMP  CORP. ร่วมวิ่งการกุศล 30 ปี MAKRO </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;Standard&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;Standard&quot; style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสุพจน์&amp;nbsp; หิรัญทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มเอ็มพี คอร์ปอเรชั่น จำกัด &amp;nbsp;&amp;nbsp;(MMP&amp;nbsp; CORPORATION LTD.)&amp;nbsp;&amp;nbsp; ได้มอบหมายให้ผู้แทนผู้บริหาร และพนักงาน&amp;nbsp; เข้าร่วมกิจกรรมวิ่งการกุศล&amp;nbsp; พร้อมมอบเงินสนับสนุนโครงการ &amp;ldquo;MAKRO&amp;nbsp; RUN FOR FUND&amp;nbsp; 2019 &amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยรายได้ร่วมสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อเป็นโครงการอาหารกลางวันที่ยั่งยืนให้โรงเรียนตำรวจ ตระเวนชายแดน และโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร&amp;nbsp; 30แห่งทั่วประเทศไทย&amp;nbsp; เมื่อวันที่&amp;nbsp; 23&amp;nbsp; ตุลาคม&amp;nbsp; 2562 &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49316</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท เอ็มเอ็มพี คอร์ปอเรชั่น จำกัด, ไทยโพสต์.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbbdc6f0eaf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44090</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 01:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>All New Mazda 3 โฉมใหม่เรียบหรู เครื่องเดิมที่ปรับให้ขับดีขึ้น นุ่ม หนึบ พวงมาลัยแม่นยำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาสด้า พาสื่อมวลชนร่วมงาน &amp;ldquo;Mazda Thailand Sneak Preview&amp;rdquo; ให้ผลโฉมมาสด้า 3 ใหม่ พร้อมสัมผัสลึกถึงแนวคิดในการออกแบบมาสด้า 3 ใหม่ มีการจัดทดลองขับเปรียบเทียบระหว่างรุ่นก่อนหน้าและรุ่นใหม่ เพื่อให้สัมผัสได้ชัดเจนในการเปลี่ยนแปลงและความแตกต่างครั้งใหญ่ โดยมีทั้ง Workshop เรื่อง Human Balance Exercise , NVH , Craftsmanship and HMI สำหรับฟิลลิ่งที่ได้สัมผัสบนพื้นสนามจริงโดยแบ่งรูปแบบการขับขี่เป็น 2 สเตชั่น คือ 1.การทดสอบ Handling Track 2. Multipurpose Track เปรียบเทียบระหว่างรุ่นใหม่และรุ่นเก่า ซึ่งรับรู้อย่างชัดเจนถึงความแตกต่างภายนอก ภายใน การใส่ใจรายละเอียดต่างๆ ว่ามีการปรับปรุงอย่างมาก ถึงจะใช้เครื่องยนต์เดิมแต่ฟิลลิ่งในการขับให้ความรู้สึกแตกต่าง สมรรถนะการขับดีขึ้น ช่วงล่างนุ่มขึ้น และยังคงความหนึบไว้เช่นเคย ส่วนเบาะนั่งรับกระชับทำให้การขับขี่สบายขึ้น น้ำหนักของพวงมาลัยดีและแม่นยำ ทั้งยังเฉียบคมกว่ารุ่นก่อน ทั้งนี้การทดลองขับเป็นเพียงสัมผัสแรก ไม่ใช่การทดสอบแบบหนักหน่วงโดยทางมาสด้าแจ้งว่าพร้อมจะทำการเปิดตัวมาสด้า 3 ใหม่ ช่วงปลายเดือน กย.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานมาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า มาสด้า 3 คือ model ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อมาสด้าทั้งในไทยและตลาดโลก จากการที่มาสด้า 3 รุ่นแรกเปิดตัวไปเมื่อปี 2547 ได้สร้างปรากฏการณ์ต่างๆไว้มากมายต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไทย และเราขายรุ่นแรกไปได้สูงถึง 30,000 คัน ต่อมารุ่นที่ 2 ปี 2554 มาสด้าเปิดตัวเครื่องยนต์ 2,000 ซีซี ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าทำไมมาสด้ากล้าฉีกกฏการตลาด ขณะที่ลูกค้ากลุ่มใหญ่ชื่นชอบเครื่องยนต์ 1.6-1.8 ซีซี แต่มาสด้าสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้าทำให้ยอดขายแตะที่ 15,000 คัน ในเวลาเพียง 3 ปี ต่อมารุ่นที่ 3 ในปี 2557 มาสด้าเปลี่ยนเทคโนโลยีของโลก ด้วย SKYACTIV technology เทคโนโลยีที่อยู่ในจินตนาการซึ่งหลายคนฝันถึง แต่มาสด้าทำให้เป็นจริง ด้วยรถยนต์ที่มากับความแรงและประหยัดน้ำมันจนถึงวันนี้มาสด้า 3 รุ่นนี้อยู่ในการครอบครองของลูกค้าถึง 33,000 คัน และในรุ่นที่ 4 ที่จะได้สัมผัสในวันนี้ คือ model แรกในเจนเนอเรชั่นที่ 7 ของมาสด้า โดยเชื่อว่าจะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าและทุกท่านในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โคอิชิโร ยามากุชิ ผู้จัดการโครงการ เปิดเผยว่า ALL NEW MAZDA3 มีแนวทางการของการพัฒนา คือ ความปรารถนาของผู้คนทั่วโลก การสร้างสรรค์รถยนต์ที่ทำให้เกิดความปรารถนาจากบุคคลใดๆจึงต้องมีการสร้างคุณค่าใหม่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนจนถึงปัจจุบัน เรามุ่งมั่นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้โดยใช้หลักปรัชญามนุษย์เป็นศูนย์กลางของเราในการปรับปรุงทุกๆด้าน ได้แก่ การออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ เสียงที่เกิดจากการสั่นสะเทือน และความกระด้าง สมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อม และความรู้สึกถึงคุณภาพอันปราณีต โดย ALL NEW MAZDA3 มีสองบุคลิกที่ดึงดูดใจ บุคลิกแรก คือ วิญญาณความอิสระ มุ่งมั่นที่จะทำตามความเชื่อของตนเอง และไม่ถูกจำกัดอยู่กับภูมิปัญญาแบบดั้งเดิม ถูกนำเสนอในลักษณะของรถที่เป็นแบบรถด้านท้ายตัด หรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;แฮตช์แบค&amp;rdquo; เพื่อให้บรรลุถึงรูปลักษณ์ดังกล่าว เราจึงใช้วิธีการที่ไม่เคยมีมาก่อนในการออกแบบเพื่อกำจัดเส้นสายที่เป็นลักษณะจำเพาะออกทั้งหมด และใช้โครงสร้างตัวถังที่มีเอกลักษณ์โค้งมน สะท้อนสภาพแวดล้อมโดยรอบ ดังนั้นโมเดลนี้จะสร้างความประทับใจให้ผู้พบเห็นด้วยการเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาไปตามฤดูกาล และอีกบุคลิกหนึ่งเป็นของสุภาพสตรี หรือสุภาพบุรุษที่ผสมผสานศักดิ์ศรีกับแนวความเป็นปัจเจกบุคคล ด้วยการยึดมั่นในรูปแบบและสไตล์ดั้งเดิมของพวกเขาไว้ แต่ซ่อนเร้นความน่าทึ่งเมื่อแรกเห็น ลักษณะจำเพาะนี้เป็นรูปแบบของ ซีดาน เราได้รักษารถให้อยู่ในกลุ่มของ C-Segment โดยนำข้อจำกัดทั้งหมดออก และขยายความยาวโดยรวม เราเอาชนะความท้าทายด้านเทคนิคต่างๆเพื่อให้ฝากระโปรงหน้ารถและท้ายรถลาดลง สัดส่วนที่ได้มีความโฉบเฉี่ยวและสง่างาม มาสด้ายังทำการศึกษาทางวิทยาศาสตร์อย่างละเอียดเกี่ยวกับสรีระของมนุษย์ ซึ่งมาสด้าได้นำเอาท่วงท่าตามธรรมชาติมาพัฒนาให้เหมาะกับท่านั่งขับขี่ในมาสด้า ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ SKYACTIV-Vehicle Architecture ซึ่งเป็นเทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังใหม่ ที่ทำให้การขับขี่ในรถของคุณดูเป็นธรรมชาติและปราศจากความตึงเครียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ALL NEW MAZDA3 มีแนวคิดการออกแบบ KODO DESIGN หรือจิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวอันงดงาม โดยมาสด้า 3 ใหม่มีการออกแบบภายนอกที่มีสองบุคลิกที่แตกต่างกัน ซึ่งรถแฮตช์แบคมีความหนักแน่นและเร้าใจ ส่วนซีดานมีความโฉบเฉี่ยวและหรูหราสง่างาม ภายในมีหลักการอุดมคติคือ เรียบง่ายแต่หรูหรา การออกแบบเน้นมนุษย์เป็นหลักช่วยเพิ่มความสบายด้วยการผ่อนคลาย ส่วนความมิติตัวถังของมาสด้า 3 ใหม่ รุ่นแฮตช์แบค มีดังนี้ ความยาวรวม 4,460 มม. ความกว้างรวม 1,795 มม. ความสูงรวม 1,435 มม. ฐานล้อ 2,725 มม. ความกว้างช่วงล้อ (หน้า/หลัง) 1,570/1,580 มม. ระยะต่ำสุดจากพื้น (พร้อมคนขับ 75 กก.) 135 มม. และมิติตัวถังในรุ่นซีดาน มีความยาวรวม 4,660 มม. ความกว้างรวม 1,795 มม. ความสูงรวม 1,440 มม. ฐานล้อ 2,725 มม. ความกว้างช่วงล้อ (หน้า/หลัง)&amp;nbsp; 1,570/1,580 ระยะต่ำสุดจากพื้น (พร้อมคนขับ 75 กก.) 135 มม. ตำแหน่งการขับขี่ออกแบบมาเพื่อความรู้สึกในการขับขี่ที่เป็นธรรมชาติและช่วยลดความเมื่อยล้าจากการขับขี่เป็นเวลานาน นอกจากนี้ยังมีระบบเชื่อมต่อรถยนต์ที่ใช้งานง่ายกว่าทั้งสมาร์ทโฟน อินเทอร์เน็ต และการเชื่อมต่อต่างๆโดย Mazda MZD Connect ขุมพลังของมาสด้า 3 ใหม่ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน&amp;nbsp; SKYACTIV-G 2.0 เกียร์ SKYACTIV-DRIVE รูปแบบการขับเคลื่อน FWD มาสด้าใช้วาล์วควบคุมน้ำหล่อเย็นเพื่อมอบประสิทธิภาพที่สูงขึ้นในระดับไดนามิกส์ ทำให้ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยังมีการควบคุม G-Vectoring ที่ถูกพัฒนา (GVC Plus) ซึ่งเป็นการใช้เบรกเพื่อเพิ่มการควบคุมการหักเหของตัวรถเพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถเมื่อขับขี่ออกจากโค้งโดยคืนพวงมาลัยไปที่ตำแหน่งกึ่งกลาง GVC Plus จะเพิ่มแรงเบรกเล็กน้อยไปที่ล้อด้านนอก ทำให้เกิดโมเมนต์ที่มีเสถียรภาพช่วยให้รถกลับมาวิ่งตรงเหมือนเดิม โดยมาสด้า 3 ใหม่นี้จะทำการเปิดตัวในปลายเดือนกันยายนนี้ ซึ่งจากการได้สัมผัสทำให้เชื่อว่า มาสด้า 3 ใหม่ มาพร้อมความเปลี่ยนแปลงทั้งสมรรถนะและความสวยงาม ที่จะมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44090</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 ดารา-ดีเจรีวิวเมจิก สกิน, ข่าวรถ, มาสด้า3, โคอิชิโร ยามากุชิ, ไทยโพสต์.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5ee0ec6c996.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2019 11:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2019 11:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลัมโบร์กินีฉลองการแต่งตั้ง  Lamborghini Club Thailand อย่างเป็นทางการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;Lamborghini Club ร่วมฉลองความภาคภูมิใจในการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ ที่ได้รับการแต่งตั้ง Lamborghini Club Thailand อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นครั้งแรกของโลก พร้อมเอกสิทธิ์ขั้นสูงสุดสำหรับสมาชิกคลับ และการสนับสนุนดูแลแบบเอ็กซ์คลูซีฟ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ภานุเมศ จงกลรัตนาภรณ์ ประธาน Lamborghini Club Thailand เปิดเผยว่า ผู้ใช้รถลัมโบร์กินีในประเทศไทยได้มีการรวมกลุ่มเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน พบปะสังสรรค์แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกันอย่างแน่นแฟ้น โดยในวันนี้ ทาง Automobili Lamborghini ประเทศอิตาลี ได้มีการแต่งตั้ง Lamborghini Club Thailand อย่างเป็นทางการ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นครั้งแรกของโลก โดยการผลักดันจาก เรนาสโซ มอเตอร์ ถือเป็นประวัติศาสตร์ของการเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยิ่งใหญ่ของ Lamborghini Club ที่ถูกจัดตั้งทั่วโลก และเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งของคนใช้รถลัมโบร์กินีทั่วโลก ที่เปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน ซึ่งทาง Automobili Lamborghini ประเทศอิตาลี พร้อมมอบสิทธิพิเศษมากมาย โดยยกระดับความเป็นมาตรฐานระดับโลก เช่นเดียวกันกับสมาชิก Lamborghini Club ในแต่ละประเทศทั่วโลก โดยการแต่งตั้ง Lamborghini Club อย่างเป็นทางการทั่วโลกจะมีเพียงหนึ่งคลับต่อหนึ่งประเทศเท่านั้น โดยสมาชิกในคลับทุกท่านจะต้องเป็นเจ้าของรถลัมโบร์กินี ซึ่งคลับทุกคลับจะมีการเซ็นต์รัฐบัญญัติ เพื่อปฏิบัติตามแนวทางมาตรฐานระดับโลกของลัมโบร์กินี นอกจากนี้ สมาชิก Lamborghini Club Thailand จำนวน 108 คน ยังได้รับการสนับสนุนดูแลจาก เรนาสโซ มอเตอร์ แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งทิศทางการดำเนินงานของคลับจะมีการจัดกิจกรรมร่วมกันตลอดทั้งปี อาทิเช่น กิจกรรมท่องเที่ยวโดยเน้นการขับขี่ปลอดภัยร่วมกันและปฏิบัติตามกฎระเบียบบนท้องถนน การรวมตัวพบปะสังสรรค์ในกิจกรรมทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้ท่านสมาชิกคลับได้แบ่งปันประสบการณ์ และสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน และร่วมสร้างประโยชน์ แบ่งปันความสุขให้แก่สังคม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;บรรยากาศภายในงานฉลองการแต่งตั้ง Lamborghini Club Thailand อย่างเป็นทางการครั้งแรกในไทย เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสนุกสนาน ด้วยไฮไลท์การแสดงคอนเสิร์ตสุดเอนเตอร์เทนจากคุณเบน ชลาทิศ และการแสดงเปิดแผ่นสุดมันส์จาก ดีเจโดม-ปกรณ์ ลัม นอกจากนี้ ยังมีพันธมิตรมาร่วมสร้างสีสันให้ค่ำคืนแห่งการฉลองเต็มไปด้วยความพิเศษ โดยงานนี้ได้รับเกียรติจากแฟนพันธุ์แท้ลัมโบร์กินีที่มาร่วมงาน ณ บ้านปาร์คนายเลิศ &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;CxSpMiddle&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42538</URL_LINK>
                <HASHTAG>Lamborghini Club Thailand, nattythaipost, ข่าวรถ, ข่าวรถไทยโพสต์, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, ไทยโพสต์.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190802/image_big_5d43bfc147570.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2019 11:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2019 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘มาเซราติ’ อวดโฉมยนตรกรรมหรูในงาน MGC-ASIA AUTO FEST 2019</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;มาเซราติ ประกาศศักดาความเป็นผู้นำแห่งยนตรกรรมหรูหราระดับโลก อวดโฉมรุ่นยอดนิยม ในมหกรรมที่รวบรวมยานยนต์ชั้นนำไว้ด้วยกันอย่างครบครัน ในงาน MGC-ASIA AUTO FEST 2019 ให้คนรักรถได้สัมผัสกับความงดงามตามแบบฉบับอิตาเลียนและการขับเคลื่อนอันน่าประทับใจของ มาเซราติ อย่างใกล้ชิด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;มาเซราติ ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ มาเซราติ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด จัดแสดง มาเซราติ 2 รุ่น ได้แก่ เอสยูวีหรู รุ่นพิเศษ &amp;lsquo;เลอวานเต้ เนอริสสิโม อิดิชั่น&amp;rsquo; และสปอร์ตซีดาน กิบลี่ รุ่นปรับโฉม ท่ามกลางเหล่าเซเลบริตี้ อาทิ จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา , สิตาวีร์ คงธนะ , พิชรดา โสมกุล และ หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;มาเซราติ ยนตรกรรมสัญชาติอิตาเลียน มาพร้อมสัญลักษณ์ตรีศูลที่มีประวัติอันยาวนาน สืบทอดตำนานแห่งโลกยานยนต์มากว่าศตวรรษ โดย ปิยะเทพ ศิวากาศ ผู้จัดการทั่วไป มาเซราติ ประเทศไทย เปิดเผยว่า &amp;ldquo;เป็นที่ทราบกันดีว่า มาเซราติ คือ แบรนด์รถยนต์จากอิตาลีที่ผสมผสานระหว่างความหรูหราและสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ ไว้อย่างกลมกลืน เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายซึ่งมีรสนิยมที่โดดเด่น สำหรับงาน MGC-ASIA AUTO FEST 2019 มาเซราติ นำเสนอเอสยูวีหรูรุ่นพิเศษ &amp;lsquo;เลอวานเต้ เนอริสสิโม อิดิชั่น&amp;rsquo; สีดำมีมนต์ขลัง รวมถึงสปอร์ตซีดาน กิบลี่ รุ่นปรับโฉม ซึ่งจะทำให้นักขับชาวไทย  สามารถสัมผัสประสบการณ์อันน่าประทับใจของ มาเซราติ ได้ง่ายขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;มาเซราติ เลอวานเต้ เป็นเอสยูวีที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะ โดยคำว่า &amp;lsquo;Levante&amp;rsquo; มาจากสายลมอบอุ่นแถบทะเลเมดิเตอเรเนียน ที่สามารถแปรเปลี่ยนเป็นพายุได้ในฉับพลัน สื่อความหมายถึงยานยนต์ที่สอดประสานความอ่อนโยนและดุดันไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน ความโดดเด่นของมาเซราติ เลอวานเต้ ไม่ได้มีเพียงสมรรถนะเท่านั้น การตกแต่งห้องโดยสาร ด้วยฝีมืออันประณีตและเป็นงานที่รังสรรค์ด้วยมือ เลอวานเต้ จึงเปี่ยมด้วยความหรูหรา เหนือระดับอย่างแท้จริง ขณะที่ มาเซราติ กิบลี่ เป็นสปอร์ตซีดานที่ดูโฉบเฉี่ยวคล้ายรถคูเป้ แต่ยังคงความประณีตตามแบบฉบับรถสปอร์ตจากอิตาลี ห้องโดยสารตกแต่งอย่างหรูหรา ด้วยลายไม้ Radica กับ Ebano และเบาะหุ้มหนังแท้ชนิดพิเศษ สะท้อนความเป็นตัวตนอย่างมีระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40774</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, thaipost, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, มาเซราติ, รีวิว., ไทยโพสต์., ไทยโพสต์ยานยนต์, ‘มาเซราติ’ อวดโฉมยนตรกรรมหรูในงาน MGC-ASIA AUTO FEST 2019</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190712/image_big_5d280cc90c4d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
