<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 13:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สน.นางเลิ้งส่งอัยการฟ้อง25แกนนำ&#039;ไทยไม่ทน&#039; ผิด4ข้อหา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.ย. 64 - ที่สำนักงานอัยการพิเศษ คดีศาลแขวง 3 ถนนบรมราชชนนี เขตตลิ่งชัน&amp;nbsp; พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ส่งตัวพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้อง 25 แกนนำไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชน ให้อัยการพิเศษศาลแขวง ในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 15) ข้อ 3 , ร่วมกันวาง ตั้ง ยื่น หรือแขวนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่เป็นกีดขวางการจราจร ตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ.2522 , ร่วมกันตั้ง วาง หรือกองวัตถุใด ๆ บนพื้นถนน ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 และร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ.2493 รวมทั้งสิ้น 4 ข้อหา สืบเนื่องจากการจัดชุมนุมสะพานผ่านฟ้า-ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 24, 26 มิถุนายน และ 3, 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยรายชื่อผู้ต้องหาทั้งหมดประกอบไปด้วย นายวีระ สมความคิด ,นายเมธา มาสขาว ,นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ , น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ ,นายจำนงค์ หนูพันธ์ , นายไทกร พลสุวรรณ์ , นายยศวริศ ชูกล่อม , นายนันทพงษ์ ปานมาศ , ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี , นายณัทพัช อัคฮาด , นายธนเดช ศรีสงคราม (ม่อน อาชีวะ) ,นายจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ , นายเศวต ทินกูล , นายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง , น.ส.กัญญารัตน์ บุญรีบส่ง, นายพราหมศักดิ์รพี พรหมชาติ , นายวันเฉลิม กุนเสน , นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง , นายวรพล แกมขุนทด, นายสุรเดช นาจำปา , นายคุณานนท์ คุณานุวัฒน์, น.ส.วรัญญา ศิริปัญญา , นายสุวรรณ์ อันสังข์ , นายธนยศ ชินพันธุ์ และ น.ส.พิมณัฏฐา จิระพุทธิภาคย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเมธา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และแกนนำไทยไม่ทนฯ กล่าวว่า ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการว่า หลังจากปฏิเสธข้อกล่าวหาแล้ว ได้ให้การเพิ่มเติมเป็นลายลักษณ์อักษรแก่พนักงานสอบสวนลงวันที่ 9 ก.ย. 2564 รวมถึงแนบภาพถ่ายการชุมนุมในวันดังกล่าวประกอบที่แสดงถึงข้อขัดแย้งกับข้อกล่าวหาของพนักงานสอบสวนโดยสิ้นเชิง และได้ขอให้สอบพยานเพิ่มเติมอีก 4 คน เพื่อประโยชน์แก่ผู้ต้องหา ในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ให้เห็นความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติมตามคำให้การ รวมถึงขอให้สอบหาข้อเท็จจริงว่าในการชุมนุมดังกล่าวมีประชาชนผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการชุมนุมตามข้อกล่าวหาหรือไม่ เพราะข้อเท็จจริงผู้ร่วมชุมนุมทั้งหมดในวันดังกล่าวมีมาตรการป้องกันการแพร่หรือการติดเชื้อโควิด-19เป็นอย่างดี จนถึงปัจจุบันก็ไม่พบว่าการชุมนุมนั้นเป็นเหตุให้มีการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19แต่อย่างใด&amp;nbsp; ทั้งยังเป็นการชุมนุมโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตามรายละเอียดในคำให้การเพิ่มเติมที่อ้างถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่พนักงานสอบสวนไม่ได้สอบพยานเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์ให้เห็นความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาแต่กลับเร่งรีบยื่นส่งสำนวนสอบสวนที่ขาดการพิสูจน์ความผิดให้พนักงานอัยการในวันนี้ รวมถึงในคดีอาญาเดียวกันทั้งหมดนั้น มีผู้ถูกตั้งข้อหาทั้งสิ้น 32 คน แต่พนักงานสอบสวน สน.นางเลิ้ง ยังสอบผู้ต้องหายังไม่แล้วเสร็จและนำส่งสำนวนคดีทั้งสิ้นเพียง 25 คนเท่านั้น อีก 7 คนที่เหลือประกอบไปด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ,นายสมบูรณ์ ทองบุราณ นายเสกข์สืบพงศ์ วงศ์สมัก ,นายธนชาติ ไชยทองพันธ์ ,พ.ท.แพทย์หญิง กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี ,นายพงษ์พิสิษฐ์ คงเสนา และนายอานนท์ แม้นเพชร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการเร่งรัดนำส่งคดีดังกล่าวทั้งที่ยังไม่แล้วเสร็จ น่าจะถูกฝ่ายการเมืองกดดันเร่งรัดดำเนินคดีประชาชน จึงเป็นการสอบสวนที่ไม่ครบถ้วนตามหลักการว่าด้วยการสอบสวนและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทั้ง ๆ ที่พนักงานสอบสวนยังสามารถรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ ได้อีกมากเพื่อทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่าง ๆ อันจะพิสูจน์ให้เห็นความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาได้ สมควรสั่งการให้สอบให้เสร็จสิ้นครบทุกคนเสียก่อนเพื่อรวมเป็นคดีเดียวกัน จึงขอความเป็นธรรมให้พนักงานอัยการได้ชะลอเวลาออกไปเพื่อความสมบูรณ์ของสำนวนสอบสวน และสั่งพนักงานสอบสวนให้สอบพยานเพิ่มเติมด้วย เพื่อประโยชน์ของจำเลยที่ถูกกล่าวหาโดยมิชอบ และพิสูจน์ว่าการพิจารณาการแจ้งความโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง อาจถือเป็นการแจ้งความเท็จหรือไม่ เนื่องจากเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ผู้ร่วมชุมนุมทั้งหลายนั้น ไม่มีผู้ใดติดเชื้อโควิด -19 และไม่มีการสอบสวนหาผู้ติดเชื้อโควิด 19 ในที่ชุมนุมดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่า การร่วมชุมนุมและจัดการชุมนุมไม่ได้มีลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดหรือเป็นสาเหตุที่ก่อเกิดโรคโควิด-19 ดังที่ตั้งข้อหา รวมถึงการจัดให้มีการตรวจคัดกรองอุณหะภูมิ การนั่งรักษาระยะห่าง ตามภาพที่มอบให้พนักงานสอบสวนนั้น ขัดแย้งกับการตั้งข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้ การตั้งข้อหาต่อของคณะฯ จึงไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายดังกล่าว และมีลักษณะที่เจตนาและจงใจที่จะให้เกิดความเสียหายให้แก่ผู้ต้องหาเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่นโดยมิชอบ และทำให้เสียเวลาพนักงานอัยการในการพิจารณาคดีที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน&amp;nbsp; การสอบไม่ครบถ้วนกระบวนความ สอบผู้ต้องหาไม่ครบทุกคนและแยกสำนวนนำส่ง ทำให้คดีรกศาล รกสำนักงานอัยการ&amp;nbsp; เป็นภาระมากเกินจำเป็นในกระบวนการยุติธรรมทั้งในเรื่องเวลาและค่าใช้จ่ายของราชการที่มาจากภาษีของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากพนักงานอัยการได้สั่งให้ทำการสอบสวนพยานบุคคลและพยานหลักฐานต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้นโดยครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว จะได้ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่ชี้ได้ว่า ข้าพเจ้าไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา และการดำเนินคดีนี้มิได้เป็นประโยชน์แก่สาธารณะแต่ประการใด&amp;nbsp; ขอพนักงานอัยการได้โปรดมีคำสั่งไม่ฟ้องต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การเร่งรัดดำเนินคดีโดยอ้างจำนวนวันผลัดฟ้องไม่ถูกต้อง เพราะความจริงแล้ว พนักงานสอบสวนไม่ได้ถูกจำกัดโดยกำหนดเวลาผลัดฟ้องแต่อย่างใด เพราะตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ. พิจารณาคดีศาลแขวง ใช้กับผู้ต้องหาที่ถูกจับเพื่อคุ้มครองผู้ต้องหาดังกล่าวไม่ให้พนักงานสอบสวนถ่วงคดี อันเป็นการจำกัดอิสระเสรีภาพของผู้ต้องหา ไม่ใช้ผู้ต้องหาที่มอบตัวและไม่อยู่ในการควบคุมตัวเช่นพวกเรา และผู้จ้องหาคดีการเมืองแบบนี้ทุกคนจะต้องได้รับการประกันตัว เพื่อต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรมขั้นพื้นฐาน อย่าผลักใสให้ผู้บริสุทธ์ต้องไปติดโควิด-19 ในคุก โดยรัฐยัดเยียดโรคติดต่อร้ายแรงให้ ทั้งๆ ที่พวกเขาป้องกันตนเองตลอดเวลาเพราะพึ่งพานโยบายรัฐบาลที่ล้มเหลวของรัฐบาลไม่ได้ จะต้องให้ประกันตัวแกนนำประชาชนทุกกลุ่มโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ใช้เป็นข้ออ้างละเมิดสิทธิ์ประชาชนโดยเฉพาะกับประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมืองโดยเร็วที่สุด ก่อนที่กระบวนการยุติธรรมจะถูกทำลายไปมากกว่านี้ และประกาศใช้เพียง พ.ร.บ.โรคติดต่อก็เพียงพอแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องแก้ไขใหม่โดยแอบยัดใส้การนิรโทษกรรมความผิดฝ่ายการเมืองในการใช้อำนาจบริหารจัดการผิดพลาดด้วย เพราะจะต้องมีการรับผิดชอบทางกฎหมายในอนาคตตามระบบนิติธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116537</URL_LINK>
                <HASHTAG>4ข้อหา, ฟ้อง, สน.นางเลิ้ง, อัยการ, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613eef849b8b0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยไม่ทน ร้อง &#039;กมธ.&#039; สอบสลายม็อบ เพื่อไทยแนะนายกฯย้ายบ้าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.45 น. &amp;nbsp;ที่รัฐสภา คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดย นายยศวริศ ชูกล่อม เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการการกฎหมายและสิทธิมนุษยชน คณะกรรมาธิการตำรวจ และคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน &amp;nbsp;สภาผู้แทนราษฏร เพื่อขอให้ดำเนินการตรวจสอบการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ(คฝ.)สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากกรณีเหตุการณ์สลายการชุมนุมของประชาชนที่ออกมาเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกจากตำแหน่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยศวริศ กล่าวว่า การชุมนุมของประชาชนเป็นไปโดยสันติ แต่ทุกครั้งการชุมนุมของประชาชนเจ้าหน้าที่กลับใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุมโดยไม่เป็นไปตามหลักสากล ใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางระดมยิงเข้าใส่ประชาชนอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุให้ประชาชนได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุมจำนวนมาก คณะไทยไม่ทนฯ จึงเรียกร้องให้ทางกมธ. ดำเนินการ คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ขอให้ประธานกมธ.ดำเนินการให้ผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ตำรวจคฝ. ส่งรายงานปฏิบัติการณ์การสลายการชุมนุมเพื่อชี้แจงให้สังคมได้รับรู้ว่ามีเหตุผลใดที่ใช้ความรุนแรง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ขอให้ประธานกมธ.ดำเนินการช่วยเหลือผู้ถูกจับกุมและผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของคฝ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ขอให้ประธานกมธ.ดำเนินการสอบสวนเอาผิดกับผู้สั่งการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติที่กระทำการเกินกว่าเหตุต่อประชาชนผู้เข้าร่วมชุมนุมและให้คฝ.หยุดใช้ความรุนแรง และ4.ขอให้ประธานกมธ.เข้าร่วมสังเกตการณ์การชุมนุมของประชาชนทุกกลุ่มเพื่อเป็นการป้องปรามและหยุดยั้งเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการชุมนุมของประชาชนในครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกมธ.กฎหมายฯ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวอยู่ในอำนาจการตรวจสอบของกมธ.ฯซึ่งการประชุมของกมธ.ในวันที่ 25 สิงหาคม เวลา 09.30 น. ได้นัดผบ.ตร.มาชี้แจงกรณีการสลายการชุมนุม ดังนั้น ขอเชิญคณะไทยไม่ทนฯสามารถส่งตัวแทนเข้ามารับฟังการประชุมวันดังกล่าวได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และรองประธานกรรมาธิการการตำรวจ กล่าวว่า เหตุทั้งหมดจะไม่เกิด หากพล.อ.ประยุทธ์ ลาออก แต่เมื่อยังไม่ลาออก กลุ่มผู้ชุมนุมจะไปพบ ท่านก็ไม่ให้พบ ดังนั้นท่านควรย้ายบ้านพักจากค่ายทหารในกทม. ไปอยู่ในค่ายทหารจังหวัดลพบุรีหรือกาญจนบุรี ก็ได้ จะได้เป็นการช่วยเหลือชาวแฟลตดินแดง ไหนๆท่านมักประชุมผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร้นซ์อยู่แล้วหากมีเหตุจะต้องเข้ามาทำงานในกทม. ค่อยนั่งเฮลิคอปเตอร์มาทำงานก็ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอให้นายกฯสงสารประชาชน สงสารชาวบ้านที่ทำมาหากินแถวนั้น ชาวบ้านที่พักแถวแฟลตดินแดงบ้าง เช่นเดียวกับงบประมาณ ขอเสนอว่า หากจะนำมาซื้อแก๊สน้ำตา หรือกระสุนยางนั้น ควรเปลี่ยนเป็นซื้อวัคซีนมาให้กับตำรวจและครอบครัวตำรวจจะดีกว่า เพราะเจ้าหน้าที่หลายคนได้ทำงานเป็นด่านหน้าในการต่อสู้กับสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโควิดเหมือนกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายครูมานิตย์กล่าวอีกว่า ข้อเรียกร้องกลุ่มไทยไม่ทนนั้น อีก1-2อาทิตย์ จะทำหนังสือเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตัวแทนกลุ่มไทยไม่ทน มาชี้แจงให้รายละเอียดต่างๆ ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่กรรมาธิการตำรวจ ที่จะต้องรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114366</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม, สลายม็อบ, เพื่อไทย, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_61249bfa05c4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113060</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2021 12:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไทยไม่ทนฟันธง!ถ้า&#039;บิ๊กตู่&#039;ลาออก เหตุจลาจลที่จะเข้าสู่สงครามกลางเมืองจะยุติโดยทันที</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 &amp;nbsp;ส.ค.64- คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย &amp;nbsp;ออกแถลงการณ์มีเนื้อหาว่า คณะไทยไม่ทน ห่วงมิคสัญญีกลียุคใกล้ปะทุแล้ว โดยรัฐเป็นผู้เริ่มสร้างความรุนแรง คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย ได้ประกาศไว้ว่าจะจับตาดูสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ดำเนินไปตามที่คณะไทยไม่ทน วิตกกังวลและแสดงความเป็นห่วงไว้ก่อนหน้านี้ ถึงความพยายามสร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรงของรัฐบาลอย่าง ไม่ไว้หน้าประชาชน ไม่ได้พยายามปิดบังความกระเหี้ยนกระหือรือในการทำร้ายประชาชน ไม่ยึดหลักสากล ไม่ยึดหลักสิทธิมนุษยชน และไม่ยึดหลักกฎหมายใด ๆ มาถึงจุดที่ผู้มีอำนาจโกรธแค้นประชาชน สถานการณ์จึงรุนแรงจนสาธารณชนไม่อาจยอมรับได้ และมีแต่จะเกิดความรุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก สร้างความเสียหาย ทั้งชีวิต และ ทรัพย์สินของประชาชน และเมื่อถึงจุดหนึ่งเหตุการณ์ก็จะบานปลายจนไม่อาจควบคุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่รัฐบาลทำในวันนี้ คือการจุดฉนวน สงครามกลางเมือง สร้างความเกลียดชังและความโกรธแค้นให้ฝังในจิตใจของประชาชน ในภาวะวิกฤติที่มีคนเสียชีวิตข้างถนน เสียชีวิตในบ้าน ผู้คนล้มป่วยได้รับการรักษาไม่ทั่วถึง ประชาชนยังไม่มีวัคซีนฉีดมากเพียงพอ เศรษฐกิจล่มสลาย เกิดวิกฤติทุกด้าน แต่รัฐบาลกลับสนใจในการมุ่งทำร้ายประชาชน อุปกรณ์ปราบจราจลใหม่เอี่ยม ยิงแก๊สน้ำตา ยิงกระสุนยาง ฉีดน้ำสารเคมีใส่ประชาชนอย่างไม่ยั้ง จนตำรวจใช้คำว่า ขอสนุก
กับการทำร้ายประชาชน ที่รัฐบาลทำมาทั้งหมด ก็เพื่อยั่วยุให้ผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงตอบโต้ เพื่อที่จะนำไปสู่เหตุจลาจลใหญ่ เพื่อให้รัฐบาลทำตามแผนการที่วางไว้ นั่นคือ บีบให้ฝ่ายทหารประกาศใช้ กฎอัยการศึก แล้วอาศัยอำนาจตาม กฎอัยการศึก กวาดล้างฝ่ายตรงข้าม คณะไทยไม่ทน ขอให้รัฐบาลหยุดแผนการอันชั่วร้ายนี้เสีย และให้แก้ปัญหาให้ตรงจุด นั่นคือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด เพื่อยุติเหตุจลาจลที่จะนำประเทศเข้าสู่&amp;lsquo;สงครามกลางเมือง&amp;rsquo;โดยทันที.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113060</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบสามนิ้ว, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114a864468ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112956</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/08/2021 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/08/2021 14:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯครป. ฮึ่ม! นายกฯต้องรับผิดชอบ ปมรายชื่อบุคคลที่ต้องเฝ้าระวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ส.ค.64 - นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า วันก่อนเครือข่ายภาคประชาชนได้มีการประชุมกันและจะร่วมกันจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งบานปลายในเดือนสิงหาคมนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะมีการชุมนุมทางการเมืองจำนวนมากจากหลากหลายกลุ่ม และรัฐสภายังไม่เปิดประชุมหาทางออกให้บ้านเมือง เพราะพรรคร่วมรัฐบาลมัวไปล็อบบี้คดีทุจริตแสนล้านกันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเมธา กล่าวว่า บทเรียนการชุมนุมของประชาชนในวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น หลายฝ่ายห่วงใยเรื่องสถานการณ์ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชน รัฐบาลและเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องตระหนักว่าการชุมนุมที่ไร้แกนนำผู้ชุมนุมมีหลากหลายกลุ่ม ในรายงานของฝ่ายความมั่นคงก็มีกลุ่มราษฎรมากกว่า 29 กลุ่มและกลุ่มการ์ดมากกว่า 5 กลุ่ม การจัดการการชุมนุมจึงต้องอยู่บนหลักการสิทธิมนุษยชน หลักการสลายการชุมนุม กฎและมาตรฐานสากลในการใช้กำลังอย่างเข้มงวด เพราะไม่เหมือนการชุมนุมในอดีตที่มีแกนนำและมีการเจรจากันอย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันการกระทำของมือที่สามร่วมกันเพื่อป้องกันเหตุความรุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น หากศึกษาบทเรียนจากการจลาจลในยุโรป การใช้กำลังจากเบาไปหาหนักจะต้องเพียงเพื่อการป้องกันความปลอดภัยของตนเองและผูุ้ชุมนุม เจ้าหน้าที่จะต้องไม่ขยายผลความรุนแรงทางกายภาพด้วยการปราบปรามด้วยความรุนแรงจนเหตุการณ์บานปลายและส่งผลให้เกิดความรุนแรงต่อผู้อื่น และผู้กระทำความผิดทั้งผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องรับผิดทางอาญาในภายหลังหากมีหลักฐานปรากฎชัดว่าได้กระทำความผิดทางอาญาอย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิ์ของประชาชนที่มาชุมนุมโดยสงบตามสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนอกจากรัฐธรรมนูญและกฎหมายไทยที่พึงระวังกระทำผิดทางอาญาตามมาตรา 157 แล้ว กฎกติกาสากลที่เจ้าหน้าที่รัฐจะต้องปฏิบัติอย่างเข้มงวดประกอบด้วย 1) กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights : ICCPR) &amp;nbsp;2) หลักการพื้นฐานว่าด้วยการใช้กำลังและอาวุธโดยเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย (Basic Principles of the Use of Force and Firearms by Law Enforcement Officials) ว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและการปฏิบัติต่อจำเลย &amp;nbsp;3) หลักปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย (Code of Conduct for Law Enforcement Officials) &amp;nbsp;และ 4) แนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุยชนของสหประชาชาติว่าด้วยการใช้อาวุธที่มีความร้ายแรงต่ำในการบังคับใช้กฎหมาย (United Nations Human Rights Guidance on Less-Lethal Weapons in Law Enforcement)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาฯครป. กล่าวด้วยว่า การแก้ปัญหาความขัดแย้งจึงต้องมีช่องทางกลางในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ปฏิบัติและเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องทำงานต่อไปแม้ว่ารัฐบาลใครจะไปรัฐบาลไหนจะมา การรับใช้ผู้มีอำนาจโดยเห็นผู้ชุมนุมไม่ใช่ประชาชนเจ้าของประเทศเป็นเรื่องที่ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะทำให้เกิดการปะทะอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพราะยุทธการณ์แคปซูลน้ำมันวันก่อนที่ท้องสนามหลวงคือยุทธศาสตร์ที่ผิดพลาดของรัฐบาลและเป็นความพยายามสร้างสถานการณ์ความรุนแรงโดยฝ่ายรัฐอย่างชัดเจน เพื่อโหมไฟแห่งความขัดแย้งและสถาปนาอำนาจต่อไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมถึงสำนักงานพระราชวังควรออกมาท้วงติงเรื่องนี้ด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่เจ้าหน้าที่รัฐจัดทำรายชื่อบุคคลที่ต้องเฝ้าระวัง (Watchlist) นั้นเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน และจะต้องมีความรับผิดชอบตามมา ขอให้ ผบ.ตร.ออกมาชี้แจงเรื่องนี้และยุติการปฏิบัติในลักษณะรัฐตำรวจ (Police State) เพราะตอนนี้ประเทศไทยแทบจะแบกรับความล้มเหลวของระบอบประยุทธ์ไว้ไม่ไหวแล้ว อย่าให้ตำรวจกลายเป็นเครื่องมือของทหารเลวอีกเลย นอกจากนั้น พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ได้ตัดสิทธิผู้ได้รับความเสียหายที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการหากการใช้อํานาจของรัฐเป็นไปโดยไม่สุจริต เลือกปฏิบัติ หรือเกินสมควรแก่เหตุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ศาลแพ่งมีคำสั่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติในฐานะจำเลยระมัดระวังในการควบคุมและสลายการชุมนุมโดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยของสื่อนั้น เป็นที่ชัดเจนว่าคำสั่งของนายกรัฐมนตรีมิชอบ และจะต้องรับผิดด้วย แม้วันนี้จะออกมายกเลิกประกาศฉบับที่ 29 คำสั่งปิดปากสื่อมวลชนห้ามเสนอข่าวที่ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวไปแล้วก็ตาม หลังศาลแพ่งสั่งคุ้มครองชั่วคราวห้ามใช้ข้อกำหนดดังกล่าว &amp;nbsp;แต่คำสั่งที่ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม ถึงวันที่ 9 สิงหาคมนั้นเป็นวันที่กฎหมายบังคับใช้โดยมิชอบไปเรียบร้อยแล้ว นายกรัฐมนตรีต้องแสดงความรับผิดชอบชั่วดีในเรื่องนี้ด้วย รวมถึงต้องยกเลิกฉบับที่ 27 และฉบับอื่นๆ ที่ใช้อำนาจโดยมิชอบที่ผ่านมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้อำนาจตาม พรก.ฉุกเฉินฯ ทั้งๆ ที่มี พ.ร.บ.โรคติดต่ออยู่แล้ว ก็เพียงเพื่อคุ้มครองความผิดพลาดของนายกฯ เท่านั้น ในการเลี้ยงไข้โควิด-19 แต่ท่านไม่เข้าใจว่า อำนาจมีแนวโน้มแห่งความฉ้อฉลอยู่ในตัวเอง และอำนาจเด็ดขาดจึงฉ้อฉลอย่างเบ็ดเสร็จ และไม่สามารถใช้แก้โควิดระบาดได้ เพราะ พรก.ฉุกเฉินฯ &amp;nbsp;มีเจตนารมณ์ให้อํานาจฝ่ายบริหารใช้อํานาจพิเศษบางประการสําหรับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้ยุติลงโดยเร็ว แต่พล.อ.ประยุทธ์ พยายามลากยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนการพยายามออก พรก.จำกัดความรับผิดฯ นั้น เป็นการใช้บุคลากรทางการแพทย์เป็นข้ออ้าง เพราะเหมือนรัฐบาลบังคับหมอ-พยาบาลรักษาโรคตามที่ตนวินิจฉัยและให้วัคซีนผิดพลาด พล.อ.ประยุทธ์และพวกจึงกลัวความผิดจากการใช้อำนาจเผด็จการดังกล่าวจะย้อนกลับมาทำร้ายตนเอง แม้พรก.ฉุกเฉินฯ จะป้องกันความผิดทางแพ่ง ทางอาญาและทางปกครอง แต่เฉพาะการกระทำที่สุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินสมควรแก่เหตุหรือไม่เกินกว่ากรณีจำเป็นเท่านั้น และไม่ได้ตัดสิทธิ์ที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากทางราชการตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ ดังที่ศาลรับไต่สวนคุ้มครองชั่วคราว รัฐบาลจึงใช้วิชาเดิมในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมตนเอง แต่ไม่ได้สนใจการนิรโทษกรรมคดีทางการเมืองที่ตนเองก่อขึ้นต่อประชาชนเพื่อสร้างความปรองดองในสังคมตามเป้าหมายที่เป็นข้ออ้างของคสช.แต่อย่างใด&amp;quot; เลขาฯครป.ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112956</URL_LINK>
                <HASHTAG>Watchlist, เมธา มาสขาว, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_609792e189d35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทยไม่ทน&#039; ยื่นหนังสือให้ผบ.ตร.ยุติใช้ความรุนแรงกับม็อบสันติอหิงสา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) กลุ่มไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย นำโดย นายพงศ์พิเชษฐ์ สุขจินดาทอง นายยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก เดินทางไปยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กรณีการใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุ หลังยุติกิจกรรมคาร์ม็อบ เมื่อ 1 สิงหาคม โดยมี พ.ต.อ.กมลเดช อนุกูล รอง ผบก.สก. นายตำรวจเวรอำนวยการ เป็นผู้รับหนังสือเสนอผู้บังคับบัญชาตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายพงศ์พิเชษฐ์ ได้อ่านแถลงการณ์ของกลุ่มไทยไม่ทน ระบุว่า จากกิจกรรมคาร์ม็อบเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2564 ซึ่งเครือข่ายประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศออกมาจัดกิจกรรมขับไล่รัฐบาล รวมถึงในกรุงเทพมหานคร ถนนวิภาวดีรังสิต แนวร่วมคาร์ม็อบสมบัติทัวร์ รวมถึงไทยไม่ทน และอีกหลายกลุ่มก็ได้ออกมาทำกิจกรรมเช่นกัน โดยรูปแบบกิจกรรมเป็นไปด้วยความสันติ อหิงสา และปลอดภัยจากโรคติดต่อ แม้จะมีเหตุติดขัดบ้าง ในช่วงบริเวณหน้า กรมทหารราบที่ 1 ซึ่งมีการนำตู้คอนเทนเนอร์ และลวดหนามหีบเพลงมากั้นไว้อย่างมิดชิด อย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงจุดอ่อนของถนนช่วงดังกล่าวที่เป็นคอขวด ทำให้เกิดการจราจรติดขัด แต่ก็ไม่มีเหตุกระทบกระทั่งใด ตามรูปแบบกิจกรรมที่ทางผู้จัดคิดไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งใกล้เวลานัดหมายสิ้นสุดกิจกรรม 16.00 น. เริ่มมีการนำเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนเข้าพื้นที่ ด้วยชุดเครื่องแบบเต็มยศ อุปกรณ์ครบมือ บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ทำให้สังคม ตั้งข้อสงสัยว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น เป็นแผนการณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ ในขณะที่ประชาชนไม่กี่คน มือเปล่า ทำได้เพียงโยนสิ่งของรอบกายที่พอหาได้ และตะโกนด่าทอ ให้กับระบบของรัฐบาลฆาตกร ที่ล้มเหลว ทำให้คนตายหลักร้อยทุกวัน อย่างไม่มีทีท่าว่าจะลดลง แต่เจ้าหน้าที่รัฐกลับตอบโต้ด้วย แก๊สน้ำตาและกระสุนยาง อย่างไม่มีความปรานี และมิได้เป็นไปตามหลักสากลดังที่กล่าวอ้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่บ้านเมืองทุกข์เข็ญ หาทางออกไม่ได้ จากผลงานของรัฐบาลฆาตกร ในฐานะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ซึ่งมีหน้าที่ &amp;quot;พิทักษ์สันติราษฎร์&amp;quot; สิ่งที่ควรทำคือ ปกป้องดูแล ราษฎร ให้มีความสันติสุข ปลอดภัย มิใช่เป็นผู้พิทักษ์รัฐบาลฆาตกร ดังพฤติกรรมที่เกิดขึ้น ตลอดสองวันที่ผ่านมา ดังนั้น ทางคณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จึงขอเสนอโอกาสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผ่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ &amp;nbsp;ทวงคืนเกียรติยศศักดิ์ศรีตำรวจไทย โดยการเลือกข้างประชาชน ยุติการกระทำอันเป็นการทำร้ายประชาชนเกินกว่าเหตุ ยุติการทำให้ประชาชนผู้เห็นต่างเป็นศัตรู &amp;nbsp;ยุติการทำลายกระบวนการยุติธรรม ด้วยการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ ปิดปากประชาชน และ ยุติการเป็นเครื่องมือทำร้ายประชาชน &amp;nbsp;คุณเป็นตำรวจ เจ้านายของพวกคุณ คือ ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเจ๋ง ดอกจิก กล่าวว่า กลุ่มไทยไม่ทนเป็นตัวแทนคนไทยทั้งประเทศ ที่ไม่เคยเป็นศัตรูกับตำรวจ เห็นว่าตำรวจต้องอยู่เคียงข้างประชาชน เพราะประชาชนจ่ายเงินเดือนให้ตำรวจ การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจทุกวันนี้ทำตัวเหมือนเป็นศัตรูกับประชาชน แต่รักษาอำนาจให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี การหันกระบอกปืนมายิงใส่ประชาชนต้องใช้หลายร้อย หลายล้านกระบอก แต่ถ้าหันไปยิงใส่พล.อ.ประยุทธ์ สามารถใช้กระบอกเดียวเท่านั้น วันนี้คณะไทยไม่ทน มาร้องขอขอตำรวจว่าอย่าเป็นศัตรูกับประชาชนอีกเลย เพราะเขาออกมาไล่พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น ท่านไม่ควรไปรักษาอำนาจให้ประยุทธ์ ที่อยู่มา 7 ปี แต่ไร้ค่า ไร้ประสิทธิภาพ ประชาชนจึงต้องออกมาไล่อย่างสันติ อหิงสา รวมทั้งเรียกร้องให้ตำรวจยุติการใช้ความรุนแรงทุกกรณี เลิกใช้กระสุนยาง แก๊สน้ำตา รถฉีดน้ำแรงดันสูง และมาอยู่เคียงข้างประชาชน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112044</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม็อบ3นิ้ว, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_6108c1838c048.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนลุก! สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยกำลังเข้าสู่จุด chaos</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค.64 - นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย &amp;nbsp;กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)ในประเทศไทยกำลังเข้าสู่จุด chaos&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือ กำลังเข้าสู่ความโกลาหลวุ่นวาย เนื่องจากยอดผู้ติดเชื้อพุ่งเกินหมื่นราย ผู้เสียชีวิตร้อยรายต่อวัน เกินขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขจะรับได้ จำนวนเตียงผู้ป่วยทั้งสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนรองรับไม่เพียงพอ และยังมีผู้ติดเชื้อที่ยังไม่แสดงอาการแต่เข้าไม่ถึงการตรวจเชื้ออีกจำนวนมากจนต้องให้ผู้ติดเชื้อกักรักษาตัวที่บ้าน(Home Isolation) &amp;nbsp;ขณะที่ผู้ป่วยหนักต้องดิ้นรนหาเตียงกันอย่างยากเย็น บางคนต้องนอนตายข้างถนน &amp;nbsp;สำหรับการล็อกดาวน์ 13 จังหวัด ปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ยิ่งซ้ำเติมความทุกข์ยากของประชาชน เพราะรัฐไม่ได้มีมาตรการเยียวยาอย่างทั่วถึง ประชาชนจึงอยู่อย่างสิ้นหวัง ความอดทนเกินขีดจำกัด จะเกิดความโกลาหลวุ่นวายขึ้นได้ &amp;nbsp;จึงเสนอแนวทางรับมือกับความโกลาหลดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ประชาชนต้องก้าวข้าม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปได้แล้ว เพราะหมดสิ้นสภาพความเป็นผู้นำประเทศ จากการบริหารจัดการโรคระบาดที่ผิดพลาดล้มเหลว ผู้คนหมดความเชื่อถือศรัทธาไม่เคารพ ไม่ให้เกียรติ เพราะเป็นบุคคลไร้ความสามารถ อวดฉลาด ขาดความรับผิดชอบ การระบาดที่หนักขึ้นเกิดจากความผิดพลาดของตัวเอง แต่กลับโยนความผิดให้ประชาชนมาโดยตลอด ประชาชนรู้สึกคับแค้นใจและกำลังก่นด่าทั้งบ้านเมือง อีกทั้งมีพฤติกรรมมารยาทที่น่ารังเกียจ อารมณ์แปรปรวน เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อเด็ก เยาวชน คนรุ่นใหม่ ดังนั้นจึงไม่ควรเสียเวลากับบุคคลที่สิ้นสภาพไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เมื่อประชาชนหมดที่พึ่ง จึงต้องรู้รัก สามัคคี ปรองดองกัน ไม่แบ่งแยกสีเสื้อ แม้คิดต่างทางการเมืองก็ต้องร่วมแรงร่วมใจกันนำพาชาติบ้านเมืองผ่านวิกฤติให้ได้ ด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ใครแข็งแรงมีกำลังมากกว่าต้องช่วยเหลือแบ่งปันคนที่อ่อนแอกว่า บางคนร่วมเป็นจิตอาสาช่วยเหลือสังคมตามความสามารถของตน &amp;nbsp;ผู้นำชุมชนต้องนำพาพี่น้องประชาชนให้ลุกขึ้นมาช่วยตนเอง ตัวอย่างเช่น ชาวอำเภอหนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ที่ร่วมกันก่อตั้งโรงพยาบาลสนามโดยไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการ และชุมชนอื่นๆที่ร่วมมือกันช่วยเหลือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกันเพื่อให้รอดพันจากวิกฤติครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จากความผิดพลาดและไร้วิสัยทัศน์ในการจัดหาวัคซีน ทำให้วัคซีนมีไม่เพียงพอกับสถานการณ์ที่โรคระบาดกำลังทวีความรุนแรง และยังเป็นวัคซีนที่มีประสิทธิภาพต่ำไม่สมราคาที่ต้องจ่าย แผนการกระจายฉีดวัคซีนก็สับสนไร้ระบบ และอาจต้องถูกเลื่อนออกไปอีก ส่วนการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมอาจไม่ทันการณ์ อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณสุข จะต้องระดมฉีดวัคซีนไม่ว่ายี่ห้อใดก็ตามให้ครอบคลุมให้มากที่สุด และเร่งรีบจัดหาวัคซีนหลักที่มีระสิทธิภาพต้านไวรัสกลายพันธุ์ ให้กับแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข &amp;nbsp; อสม. คนงาน &amp;nbsp;ภารโรง สัปเหร่อ ที่ทำงานด่านหน้า ทุกคนโดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.แม้พล.อ.ประยุทธ์ จะหมดสภาพความเป็นผู้นำประเทศ แต่ รัฐมนตรี ข้าราชการ ทุกหน่วยงาน ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองในขณะนี้ จะต้องหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ตัวอย่าเช่น &amp;nbsp;ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ที่สั่งลดค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชนพร้อมขยายเวลาผ่อนชำระหรือผ่อนจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษา แต่ก็ยังไม่เพียงพอแก้ไขความลำบากของประชาชน จึงเป็นโอกาสสุดท้ายของบรรดารัฐมนตรีทั้งหลาย จะได้มีโอกาสแก้ตัวแข่งกันช่วยเหลือประชาชนที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก เช่นประกาศยกเลิกเก็บค่าสาธารณูปโภค ไฟฟ้า น้ำประปา &amp;nbsp;อย่างน้อย 1 ปี จนกว่าโรคระบาดซาลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.วิกฤติครั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากกลไกรัฐที่ล้มเหลว ตั้งแต่การระบาดที่สนามมวยลุมพินีจากรณีการจัดชกมวยที่ฝืนมติครม.การปล่อยให้แรงงานเถื่อน บ่อนการพนัน สถานบันเทิงผิดกฎหมาย ที่จ่ายส่วยสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐจนกลายเป็นแหล่งแพร่เชื้อ และไม่มีการลงโทษางอาญาแก่เจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิด &amp;nbsp;บริหารงานแบบ&amp;rdquo;รัฐราชการ&amp;rdquo; ที่ตั้งรับและวิ่งไล่ตามปัญหา ไม่มีการบูรณาการ ไร้ยุทธศาสตร์เชิงรุก &amp;nbsp; ยึดระเบียบขั้นตอนมากกว่าเป้าหมาย ขาดความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน และยังมีผลประโยชน์ทับซ้อน จึงต้องปฏิรูปประเทศ ทุกสถาบัน ทุกองค์กร และทุกด้าน เมื่อสถานการณ์และกาลเวลาผ่านไปจะต้องปรับตัว เพื่อให้ดำรงอยู่ได้และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น ในสภาวะแวดล้อมที่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ประเทศชาติถดถอยล้าหลังและเผชิญกับวิกฤติไม่ได้ เนื่องมาจาก&amp;rdquo;กลุ่ม 3ป.&amp;rdquo; ยึดอำนาจเมื่อวันที่22พ.ค.2557 แล้วเขียนรัฐธรรมนูญเพื่อสืบทอดอำนาจตัวเอง ไม่สร้างความสามัคคีปรองดอง ไม่ปฏิรูปประเทศเพื่อวางรากฐานให้อนาคต เป็นการหลอกลวง ตระบัดสัตย์ และยังนำบุคคลที่มีมลทินมัวหมอง มีประวัติด่างพร้อยมานั่งในครม.ร่วมกันทุจริตคอร์รัปชัน เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนใหญ่ไม่กี่ตระกูล จนเกิดความเหลื่อมล้ำในทุกด้าน สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ ทำให้ประชาชนเดือดร้อนแสนสาหัส เมื่อถึงจุดเปลี่ยนประชาชนลุกขึ้นมาขับไล่ &amp;ldquo;กลุ่ม3ป.&amp;rdquo;และลิ่วล้อ จะต้องถูกเช็คบิล ไม่มีแผ่นดินอยู่ในวาระสุดท้ายของชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนฯ ยืนยันว่า ความผิดพลาดล้มเหลวไร้วิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 พล.อ.ประยุทธ์ คือผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว &amp;nbsp;เพราะเป็นผอ.ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค.และเป็นผู้รวบอำนาจจากรัฐมนตรีทุกกระทรวงตามพระราชบัญญัติ31ฉบับ &amp;nbsp;มีอำนาจเบ็ดเสร็จ แต่กลับไม่มีภาวะผู้นำ ดังนั้นพล.อ.ประยุทธ์ ต้องลาออกไป แล้วให้ผู้นำคนใหม่เข้ามาปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาโรคระบาดจึงจะสามารถกอบกู้สถานการณ์กลับมาได้ แต่หากพล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งหมดสภาพไปแล้วเหมือนซากศพเดินได้ยังกุมบังเหียนประเทศชาติต่อไป จะมีประชาชนล้มตายเป็นใบไม้ร่วงอีกเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110680</URL_LINK>
                <HASHTAG>อดุลย์ เขียวบริบูรณ์, โควิด19, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60ae3d108de81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 17:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุกำลังมา! เลขาฯครป. จี้ ส.ส.-มหาเศรษฐีสละเรือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.64 &amp;nbsp;- นายเมธา มาสขาว เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) และผู้ร่วมก่อตั้งไทยไม่ทน คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย กล่าวว่าวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีภาวะผู้นำสูงมาก เป็นภาวะผู้นำประเทศไปสู่ความฉิบหายและหายนะอย่างรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ ล่าสุดมีผู้ติดเชื้อต่อวันมากกว่า 1 หมื่นคนแล้ว และเสียชีวิต 141 คน เท่ากับทุก 10 นาทีจะมีคนป่วยโควิดตาย 1 คน และยอดผู้ป่วยโคม่าที่พุ่งสูงนั้น อาจจะทำให้มีคนป่วยตายอีกวันละเป็นพันคนแน่ๆ หากรัฐยังล้มเหลวแบบนี้ หลายคนยังนอนรอความตายอยู่ที่บ้าน ไม่มีหมอ ไม่มียา ไม่มีเตียง และไม่มีใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวของรัฐบาล 14 วันนั้น จะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะพิสูจน์ฝีมือรัฐบาล เพราะเป็นมาตรการที่รุนแรงสูงสุดและสุดท้ายแล้ว หลังวันที่ 26 กรกฎาคมเป็นต้นไปหากตัวเลขไม่ลดลง รัฐก็จะเผชิญสถานะล้มเหลวอย่างรุนแรงและจะไม่มีข้ออ้างที่จะบริหารบ้านเมืองอีกต่อไป เพราะนับวันยิ่งอยู่ประเทศยิ่งแย่ลง การดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของพล.อ.ประยุทธ์ ก็คือการเพิ่มมาตรการควบคุมสูงสุดเพื่อลดการเคลื่อนไหว ปิดกิจกรรมและกิจการทุกอย่างในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่เกิดขึ้นในวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่มาตรการดังกล่าวเหมือนกับต้องการสกัดกั้นประชาชนไม่ให้ออกมาชุมนุมต่อต้านรัฐบาลมากกว่า โดยห้ามการชุมนุมหรือการทำกิจกรรมที่รวมกันเกิน 5 คน อย่างเด็ดขาดตั้งแต่คืนวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมานั้น นับเป็นกฎเหล็กที่คุมทั้งโควิด คุมทั้งม็อบ และต้องการสกัดคาร์ม็อบที่จะเกิดขึ้นทั่วประเทศหลัง 14 วันสุดท้ายที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายของประชาชนหากรัฐบาลล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ที่ต้องการล็อคดาวน์ประยุทธ์ เพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่ล็อคดาวน์ประเทศเพื่อรักษาประยุทธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับเป็นโอกาสที่ดีที่เจ้าสัวซีพีและมหาเศรษฐีอีกหลายคนเริ่มกลับใจไม่สนับสนุนเรือที่กำลังล่มอยู่ เพราะพายุลูกใหญ่กำลังจะมา ด้วยความอาลัยต่อคุณณรงค์ โชควัฒนา นักธุรกิจเพื่อสังคม และอีกหลายคนที่ต้องมาเสียชีวิตไปเพราะโควิด นักธุรกิจและมหาเศรษฐีจะต้องออกมาเคลื่อนไหวเพื่อชาติบ้านเมืองให้มากขึ้น เพราะประเทศไทยใจดีให้เสรีทางเศรษฐกิจเต็มที่โดยไม่มีการเก็บภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้าเหมือนประเทศที่พัฒนาแล้ว ทำให้นายทุนมหาเศรษฐีผูกขาดความร่ำรวยจากส่วนเกินจนเหลื่อมล้ำถึงที่สุด โดยรัฐไม่กำกับดูแลแต่เหมือนประเคนให้ ทุนผูกขาดรายใหญ่รวยขึ้นมากกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี การทำ CSR คืนให้สังคมแค่ 1,200 ล้านบาทก็เพียงแค่ 1% ของรายได้เท่านั้น ท่านจึงยังติดหนี้บุญคุณแผ่นดินอีกมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัญหาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กว่า 7 ปีที่ผ่านมาคือบริหารเศรษฐกิจโดยเน้นน้ำหนักการทำนโยบายการเงินไว้ที่ตลาดเสรีโดยใช้แนวคิดทฤษฎีแบบเสรีนิยมใหม่ แต่ไม่ได้สนใจนำแนวคิดสังคมนิยมประชาธิปไตยมาปรับใช้ทางเศรษฐกิจเหมือนประเทศพัฒนาแล้วในยุโรป ที่เห็นว่าตลาดเสรีมันมีปัญหาล้มเหลวเพราะระบบและข้อมูลข่าวสารระหว่างคู่แข่งทางเศรษฐกิจมันเหลื่อมกันมาก รัฐจึงต้องเข้ามาแก้ไขจัดการกับกลไกตลาดที่อ้างกันว่าเสรี ให้เป็นจริงและเป็นธรรมมากที่สุด โดยต้องควบคุมทุนเก็งกำไรให้มากขึ้น ไม่ให้เกิดการแบ่งแยกความมั่งคั่งของประชาชนอย่างชัดเจนเช่นในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการจัดการโควิดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ และพวก จึงล้มเหลวในการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กัน พวกเขาจึงไม่สนใจที่จะล็อคดาวน์ดอกเบี้ยและหนี้สินของประชาชนจากสถาบันทางการเงินนอกจากให้เลื่อนการชำระออกไป และยังเพิกเฉยต่อการเอาเปรียบขูดรีดประชาชนจากส่วนต่างดอกเบี้ยเงินกู้-เงินฝากของภาคการเงินการธนาคารที่สูงมากใน 7 ปีที่ผ่านมา แม้แต่บริษัทประกันภัยและบริษัทประกันชีวิตก็ยังใช้โอกาสนี้ในการเก็งกำไรจากปัญหาสุขภาพของประชาชนจนก้าวกระโดดเติบโตอย่างมั่งคั่ง แ่ต่รัฐบาลไม่ได้สนใจกำกับดูแลและควบคุมกลไกตลาดเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนเลย กลับกันกลับให้นายทุนเข้ามาผูกขาดหากำไรส่วนเกินจากสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประเทศอีกด้วยซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อีกความหวังริบหรี่ก่อนประเทศหายนะนั้น ยังมีอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร ผมยังมีความหวังว่าหากฝ่ายค้านมีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลโดยเร็วที่สุดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดร่วมใจลงมติไม่ไว้วางใจให้พล.อ.ประยุทธ์ บริหารราชการแผ่นดินอีกต่อไป จะสามารถทำให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งในทันที โดยใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎรเป็นทางออกให้ชาติบ้านเมือง จัดการกับผู้นำที่ไร้จิตสำนึก เพียงแต่ว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเห็นแก่ลาภยศเงินตรา หรือชาติบ้านเมือง.&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110081</URL_LINK>
                <HASHTAG>เมธา มาสขาว, ไทยไม่ทน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_609792e189d35.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
