<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113884</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> รื้อแล้ว!แพพักหรู รุกแม่น้ำแควน้อย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าของรื้อถอนเคลื่อนย้ายแพพักหรู 20 ล้าน พ้น อช.ไทรโยคแล้ว คืนความสวยงามแม่น้ำแควน้อยตามธรรมชาติ เตือนนายทุน-ผู้ประกอบการที่เหลือ ถ้าปลูกสร้างบุกรุกยึดถือครองที่ดิน-แม่น้ำในเขตอนุรักษ์ ใช้ 2 กม.ไล่รื้อได้ตลอดเวลา คดีไม่มีอายุความ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้ากรณีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำโดยนายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายสมเจตน์ จันทนา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค นำป้ายประกาศคำสั่งไปติดตั้งที่แพพักหรูระดับ 5 ดาว &amp;quot;ไทรโยคโฟลทเทล&amp;quot; ที่สร้างรุกเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค กลางแม่น้ำแควน้อย ท้องที่หมู่ 7 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เพื่อให้นายวสันต์ สดใส เจ้าของรื้อถอนหรือเคลื่อนย้ายแพพักที่มีมูลค่าร่วม 20 ล้านบาท ออกไปให้พ้นเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ตั้งแต่วันที่ 6 ส.ค.64 ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
วันที่ 19 ส.ค. นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) นายสมเจตน์ จันทนา หน.อุทยานแห่งชาติไทรโยค นายจิรายุ พูลทวี ผู้ช่วย หน.อุทยานแห่งชาติไทรโยค และเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าอุทยานฯ ไทรโยค จำนวน 15 นาย ได้เดินทางไปตรวจดูการรื้อถอนเคลื่อนย้ายแพพักดังกล่าว
&amp;nbsp;นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ กล่าวว่า ตามข้อสั่งการ ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัด ทส. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ให้ดำเนินการปราบปรามนายทุนบุกรุกป่าอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง โดยหลังจากปิดประกาศคำสั่ง ขับไล่ รื้อถอน&amp;nbsp; นายวสันต์ (สงวนนามสกุล) เจ้าของรีสอร์ตแพดังกล่าว ได้ทำการรื้อถอน เคลื่อนย้ายรีสอร์ตแพหรูออกไปจากแม่น้ำแควน้อย ในเขตอุทยานฯ ไทรโยค&amp;nbsp;จ.กาญจนบุรี เกือบทั้งหมดแล้ว&amp;nbsp;หลังจากนี้ จนท.จะดูแลรักษา ป้องกันมิให้บุคคลใดนำรีสอร์ตแพ หรือสิ่งอื่นใดมาจอดขวางแม่น้ำแควน้อย ในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค บริเวณดังกล่าวอีก เพื่อรักษาภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยว น้ำตกไทรโยคใหญ่ในแม่น้ำแควน้อยให้มีบรรยากาศสุนทรียภาพตามธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่งดงามเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับธรรมชาติที่บริสุทธิ์แท้จริง
&amp;quot;การที่เจ้าของรีสอร์ตแพได้รื้อถอน เคลื่อนย้ายแพพักไปด้วยตนเองภายในเวลาอันรวดเร็ว ถือว่าเป็นผลดี ไม่ต้องถูกดำเนินคดี และเสียค่าปรับ เพราะหากดื้อดึงไม่ยินยอมรื้อถอน เคลื่อนย้ายรีสอร์ตแพหรูดังกล่าวภายในเวลา 30 วัน ตามประกาศคำสั่งจะถูกดำเนินคดี ในข้อหาฐานฝ่าฝืนประกาศคำสั่ง ขับไล่ รื้อถอน ตามมาตรา 35 (1) พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ พ.ศ.2562 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับ และปรับรายวันอีกวันละ 1 หมื่นบาท และต้องเสียค่าขนย้ายรีสอร์ตแพหรูให้กับทางราชการเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาทอีกด้วย&amp;quot; นายนิพนธ์กล่าว
ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กล่าวอีกว่า ขอเตือนไปยังนายทุนเจ้าของโรงแรม หรือเจ้าของรีสอร์ต บ้านพักตากอากาศทั้งหลายที่ปลูกสร้าง บุกรุก&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยึดถือ ครอบครองที่ดิน หรือแม่น้ำ ในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า อย่าคิดว่าอัยการจังหวัดมีคำสั่งไม่ฟ้อง ทำให้คดีอาญายุติไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 147 และหลุดพ้นคดีทั้งหลาย และจบแล้วนั้น เป็นความเข้าใจผิด เพราะหัวหน้าอุทยานแห่งชาติ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ยังมีอำนาจใช้กฎหมายออกประกาศ คำสั่ง ขับไล่ รื้อถอน ตาม&amp;nbsp;พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 ฉบับใหม่ได้อีก และการขับไล่ รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใดในเขตอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า&amp;nbsp;ที่เป็นเขตสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ไม่มีอายุความ ไม่อยู่ภายใต้การบังคับคดี สามารถขับไล่ รื้อถอน สิ่งปลูกสร้าง พืชผลอาสิน หรือสิ่งอื่นใดไปให้พ้นจากเขตสาธารณสมบัติของแผ่นดินได้ตลอดเวลา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113884</URL_LINK>
                <HASHTAG>รื้อแพพักหรู, รุกแม่น้ำแควน้อย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทยานแห่งชาติไทรโยค, เขตอนุรักษ์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แม่น้ำแควน้อย, ไทรโยค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210819/image_big_611e457bdd6a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 22:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 22:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นอภ.ไทรโยคเข้ม!รวบ 3 หม่องลักจยย.ใหม่เอี่ยม 4 คันส่งขายพม่า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.63 - &amp;nbsp;นายสาวิตร เจียมจิระพร นายอำเภอไทรโยค &amp;nbsp;ผู้บังคับกองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอไทรโยค ที่ 7 จ.กาญจนบุรี พร้อมกำลังจนท.ตำรวจ สภ.ไทรโยค &amp;nbsp;ทหารชุดเฉพาะกิจลาดหญ้า ทหารชุด ชป.กกล.ค่ายสุรสีห์ 105 &amp;nbsp;ได้ออกตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ ประจำจุดตรวจบ้านท้ายเหมือง &amp;nbsp;ซึ่งอยู่ใกล้แนวชายแดนไทย-เมียนมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยตั้งจุดตรวจยานพาหนะ และบุคคลทั่วไป ที่ผ่านไปมาแนวชายแดนไทย-พม่า เพื่อสกัดกั้นแรงงานต่างด้าว หลบหนีเข้าเมือง ตามมาตรการการควบคุม &amp;nbsp;การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิต -19 และการกระทำที่ผิดกฎหมาย แต่ไม่พบการกระทำผิดใดๆ จึงนำกำลังออกตรวจสอบ รอบหมู่บ้านแนวชายแดนไทย-เมียนมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งกำลังเจ้าหน้าที่ ลาดตระเวนมาถึงบริเวณ หน้าวัดแห่งหนึ่ง พบชายวัยรุ่นชาวพม่า 3 คน ยืนอยู่ริมถนน พร้อมรถจักรยานยนต์ จำนวน 4 คัน สภาพใหม่เอี่ยม ออกอาการมีพิรุธ จึงเข้าตรวจสอบพบว่า วัยรุ่นชาวพม่าทั้ง3 คนกำลังจะเตรียมนำรถจยย.ทั้ง4คัน ลักลอบนำออกไปขายยังประเทศพม่า จึงทำการจับกุมตัว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ดำเนินคดีต่อไป &amp;nbsp;เรื่อยๆ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77877</URL_LINK>
                <HASHTAG>จยย., แรงงานต่างด้าว, ไทรโยค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f64cb1e5ef1f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>73182</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/08/2020 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/08/2020 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เร่งค้นหาหนุ่มนครปฐมลงเล่นน้ำแควน้อยจมหายข้ามคืน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ส.ค.63- ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 1 ส.ค.นายสาวิตร เจียมจิระพร นายอำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้รับรายงานว่าได้ได้รับแจ้งจากศูนย์กู้ชีพกาญจนบุรี ว่ามีผู้สูญหายภายในน้ำ ในแม่น้ำแควน้อย ที่เกิดเหตุบริเวณบ้านวังโพธิ์ จึงสั่งการให้นางสาวสุธิดา พลพงษ์สา ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง ว่าที่ร้อยตรีพินิจ พุ่มพวง จ่ากองร้อย อส.อ.ไทรโยค 7 พร้อมด้วนสมาชิก อส. ร้อย.อส.อ.ไทรโยค 7 ​เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.ไทรโยค &amp;nbsp;มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี เขตไทรโยค เดินทางไปที่เกิดเหตุบริเวณบ้านวังโพธิ์ หมู่ 1 ตำบลลุ่มสุ่ม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี พร้อมจัด รถพยาบาลศูนย์ไทรโยค รถพยาบาลจุด ลุ่มสุ่ม รถกู้ภัย 234 รถกู้ภัย 212 รถกู้ภัย 2014 รถกู้ภัย 2108 พร้อมทีมงานชุดประดาน้ำ จากมูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี พร้อมเครือข่าย ออกทำการตรวจสอบ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงที่เกิดเหตุ สอบถามเพื่อนๆที่เดินทางมาเที่ยวด้วยกันกับผู้ประสบภัย พบว่า มีผู้สูญหายจริง เป็นชาย แต่งกายด้วย เสื้อยืดสีดำคาดแดง สวมกางเกงขาสั้นสีดำ &amp;nbsp;ทราบชื่อภายหลังคือ นายชนะภัย ไม้ประเสริฐ &amp;nbsp;อายุประมาณ 24 ปี บ้านเลขที่ 48 ม. 2 ต.สามง่าม อ.ดอนตูม จ.นครปฐม ได้ลงเล่นน้ำที่แม่น้ำแควน้อยและเกิดจมน้ำและถูกกระแสน้ำพัดพาร่างไป พร้อมชี้จุดเกิดเหตุที่จมหายไป ทางทีมงานอาสาสมัครมูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี หลังทราบจุดเกิดเหตุที่แน่ชัด จึงได้ทำการวางแผน เพื่อทำการค้นหา พร้อมจัดชุดประดาน้ำ ลงค้นหา จำนวน 10 ชุด เริ่มลงทำการค้นหา ตั้งแต่เวลา 20:00 น จนกระทั่ง วันที่ 2 ส.ค. เวลา 12.30 น ยังไม่พบร่างผู้สูญหายภายในน้ำ และทางทีมงานอาสาสมัคร ยังคงทำการค้นหาต่อไป .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73182</URL_LINK>
                <HASHTAG>จมน้ำแคว, มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี, ไทรโยค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200802/image_big_5f266d840cd81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67426</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/05/2020 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/05/2020 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดสลดพ่อขับเก๋งพุ่งชนต้นไม้แม่อุ้มลูกสาวถูกอัดติดซากรถดับทั้งคู่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 พ.ค.63- เมื่อเวลา 06.28 น. ร.ต.อ.สุมิตร บุญยะนิจ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่าเกิดอุบัติเหตุรถชนต้นไม้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิตจำนวน 2 ราย เหตุเกิดบนถนนแสงชูโตสายนอก หมู่ 4 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วงฯ หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 19 ให้มาร่วมชันสูตรพลิกศพ พบว่าในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพมูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(กู้ชีพขุนรัตนาวุธ)กำลังใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างนำร่างของผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตออกมาจากซากรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูมิตชิแลนเซอร์สีดำ หมายเลขทะเบียน กพ.-6034 ชลบุรี
&amp;nbsp;
โดยอยู่ในสภาพด้านหน้าชนอัดเข้ากับต้นสะเดาข้างร่องน้ำกลางถนนจนพังยับเยิน เบื้องต้นจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุบนถนนไม่พบรอยล้อเบรค หรือว่ามีรถคู่กรณีแต่อย่างใด สอบสวนทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บที่เจ้าหน้าทีหน่วยกู้ชีพของมูลนิธิฯ หลังเกิดเหตุได้รีบนำตัวส่ง รพ.ฯ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นคนขับรถ ชื่อนายบุญนำ ยอดศิริ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 หมู่ 9 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;ส่วนหญิงสาวและเด็กผู้หญิงที่เสียชีวิตเป็นภรรยาและลูกสาวของนายบุญนำ &amp;nbsp;ทราบชื่อนางสาวสุธาทิพย์ ประจบ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 3 ต.ดอนชะเอม อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ส่วนลูกสาวชื่อ ด.ญ.สุธาดา ยอดศิริ อายุ 3 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายบุญนำ ได้ขับรถคันดังกล่าวพาภรรยาและลูกสาวออกจากบ้านที่ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี จะไปทำธุระที่ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี โดยขับรถมาตามถนนสายดังกล่าว อยู่ๆ รถก็พุ่งเข้าชนต้นสะเดาข้างร่องน้ำในช่องทางด้านขวาของถนนอย่างจัง ทำให้นางสาวสุธาทิพย์ ภรรยาที่นั่งมาด้านข้างนายบุญนำ สามีซึ่งเป็นคนขับกำลังอุ้มลูกน้อยอยู่บนตัก ทำให้ร่างของนางสาวสุธาทิพย์กับร่างของลูกสาวถูกอัดติดซากรถ ทั้งนี้ตำรวจสันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะเกิดหลับในก็เป็นได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ติดตามสอบสวนปากคำนายบุญนำ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67426</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อุบัติเหตุ, สภ.ท่าม่วง, ไทรโยค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200531/image_big_5ed33253d3ff6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
