<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>24347</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/12/2018 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/12/2018 15:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักวิชาการอีสาน&#039;ยกไทวานรก้าวเดินประกาศทวงคืนสิทธิชุมชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16&amp;nbsp;ธ.ค.61- น.ส.กิติมา ขุนทอง คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฎสกลนคร กล่าวถึงกิจกรรมไทวานรก้าวเดินของชาวบ้านเครือข่ายรักษ์วานรนิวาส จ.สกลนคร ที่จัดกิจกรรมกิจกรรมไทวานรก้าวเดิน (Wanon Walk) จากวานรนิวาสสู่สกลนคร&amp;quot;เดินเพื่อพูด&amp;nbsp;เดินเพื่อธรรมชาติ เดินเพื่อสกลนคร&amp;quot;เพื่อเรียกร้องให้ยุติโครงการเหมืองแร่โปแตชของบริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ว่า ถือเป็นสิทธิชุมชนบนท้องถนนจากวานรนิวาสสู่สกลนคร โดยชาวบ้านที่ยืนหยัดคัดค้านโครงการเหมืองแร่โปแตช และอีกหลายจังหวัดที่ได้เข้ามาร่วมซึ่งได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐ เหตุผลสำคัญในการเดินครั้งนี้ถือเป็นการเดินเพื่อประกาศทวงคืนสิทธิชุมชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ท้องถิ่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กิติมา ระบุต่อว่า ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมเกลือและแร่โปแตช เป็นสิ่งที่รัฐบาลทุกยุคสมัยตลอดระยะเวลา20ปีทีผ่านมา ต่างผลักดันมาอย่างต่อเนื่องและนโยบายดังกล่าวละเมิดสิทธิชุมชนอย่างหนักตลอดจนสร้างความเหลื่อมล้ำและผลิตซ้ำความไม่เสมอทางสังคม&amp;nbsp;ชาวบ้านไทวานรไปไกลเกินกว่านักปกป้องสิทธิ์เพราะไม่ได้พูดถึงใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นชุมชนผู้ปกป้องสิทธิ์ คือกลุ่มก้อนทีเหนียวแน่น ใช้ความเป็นเครือญาติพีน้อง คนบ้านเดียวกัน &amp;nbsp;ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 นับตั้งแต่มีการสำรวจแร่โปแตช ก็เริ่มก่อตัวชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการพัฒนาดังกล่าวได้รวมตัวกัน ประกอบด้วยกลุ่มคนที่หลากหลายในชุมชน นับเป็นการผนวกรวมกันครั้งยิ่งใหญ่ของคนวานร การคัดค้านดำเนินมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันกิจกรรมมีหลากหลายเช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp;รณรงค์ เดิน จัดเวทีวิชาการ การยื่นหนังสือ และปิดล้อมพื้นที่ขุดเจาะซึ่งแลกมาด้วยการที่ชาวบ้านในพื้นที่ถูกดำเนินคดีรวมกว่า11 คน 9 คนยังอยู่ระหว่างการดำเนินคดีข้อหาข่มขืนใจ ในระหว่างการขัดขวางการขุดเจาะสำรวจ มีการเรียกร้องค่าเสียหาย 3.6 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการ ม.ราชภัฎสกลนคร ระบุด้วยว่า ชาวบ้านออกมาต่อต้านโครงการทั้งที่เป็นโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะความกลัว และไม่ใช่แบบคิดไปเอง หรือกลัวแบบวิตกจริต แต่วางอยู่บนประสบการณ์ที่เห็นด้วยตาและผนวกรวมกับงานศึกษาวิชาการ ซึ่งทั้งบ้านกุดเรือคำ อ.วานรนิวาส บ้านหนองกวั่ง อ.บ้านม่วง จ. สกลนครเป็นแหล่งผลิตนาเกลือ สูบน้ำใต้ดินมาต้มเกลือกว่า 300 บ่อ และตากนาเกลือ พื้นที่นาเกลือกว่า2พันไร่ &amp;nbsp;สิ่งที่เกิดขึ้น คือหลุมยุบ การไหลซึมของน้ำเค็มลงนาข้าว แม่น้ำ แม้ที่ผ่านมารับมือได้เพราะเป็นอุตสาหกรรมขนาดกลางที่ผู้ประกอบการและผู้ผลิตส่วนใหญ่ เป็นคนในท้องถิ่น ทำให้ต่อรอง พูดคุยกันได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;ldquo;การสำรวจแร่โปแตชพื้นทีกว่า &amp;nbsp;120,000ไร่ &amp;nbsp;ปริมาณสำรองแร่ 1พันล้านล้านตัน เป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ซึ่งอุตสาหกรรมขนาดนี้มันหลุดลอยออกจากอำนาจการต่อรองของชุมชน &amp;nbsp;ขณะเดียวกันชาวบ้านที่วานร ที่ได้รับข้อมูลข่าวสารโปแตชทั่วโลกผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียส์ ประสบการณ์การทำเหมืองแร่จากที่ต่างๆทั่วโลกถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกับงานวิจัยไทบ้าน ที่ชาวบ้านทำอยู่ มันสะท้อนให้เห็นว่า ถ้าเกิดเหมืองระบบนิเวศที่หลากหลาย ละเอียดอ่อนของภาคอีสานจะอยู่ในสภาวะความเสี่ยง พังทลาย นำมาสู่ความเสี่ยงในการดำรงชีพของคนวานร &amp;nbsp;เสี่ยงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม มีความกังวล เกิดหลุมยุบ แพร่กระจายความเค็ม พื้นที่เกษตร แม่น้ำ กองเกลือมหึมา ซึ่งความเสี่ยงเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงภัยอื่นๆตามมาเช่น สุขภาพ สังคมวัฒนธรรม ตลอดจนเศรษฐกิจ การสูญเสียความมั่นคงทางด้านอาหาร โดยเฉพาะป่าโคก ป่าทาม แม่น้ำลำห้วย หลายสิบสาย&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุด้วยว่า &amp;nbsp;ชาวบ้านประเมินว่าค่าภาคหลวงที่จะนำมาสู่ท้องถิ่นเพื่อนำมาใช้พัฒนาชุมชน หรือกระทั่งโฆษณา ปุ๋ยราคาถูก พวกเขามองเห็นว่าไม่คุ้มค่าเสี่ยงโอกาสที่จะได้ ซึ่งใครจะได้รับประโยชน์จากการแบกรับความเสี่ยงของไทวานรนิวาส ความยุติธรรมสำหรับชาวบ้านไม่ได้เป็นอะไรที่มากไปกว่าการได้รับ หรือการถูกปฎิบัติอย่างเป็นธรรมจากภาครัฐ&amp;nbsp;แต่เมื่อไหร่ที่เจอการเลือกปฎิบัติ เลือกทีรักมักที่ชัง นั้นสะท้อนให้เห็นว่า ความเหลื่อมล้ำและความไม่เสมอภาคในสังคมมันเกิดขึ้นและเป็นสิ่งทีเกิดขึ้นภายใต้การผลักดันโครงการสำรวจเหมืองแร่โปแตช ที่อำเภอวานรนิวาส พัวพันจนแยกไม่ออกกับการละเมิดสิทธิชุมชนท้องถิ่น อันเป็นมูลผลักสำคัญให้ไทวานรต้องออกมาก้าวเดิน ความเหลื่อมล้ำในที่นี้ สะท้อนกลับมาคือความรู้สึกสองมาตรฐานจากการปฎิบัติของอำนาจรัฐ เกิดขึ้นภายใต้ความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่ากันระหว่าง ชาวบ้านและทุน &amp;nbsp;ซึ่งสะท้อนผ่านการใช้อำนาจรัฐของในการเอื้ออำนวยสนับสนุน กลุ่มทุน เพราะรัฐต้องการให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เธอระบุต่อว่า &amp;nbsp;สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นวัฒนธรรมความไม่เสมอภาค ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ในกรณีโครงการเหมืองแร่โปแตช วัฒนธรรมความไม่เสมอภาคถูกสร้างขึ้น จากการปฎิบัติไม่เป็นธรรมของรัฐ ระหว่างทุนและชาวบ้านโดยการปฎิบัติ &amp;nbsp;งดเว้นการปฎิบติ ได้แก่ 1. ความเหลื่อมล่้ำในอำนาจ ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่โปร่งใสและรอบด้าน ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าว่าจะดำเนินการแบบไหน พื้นที่จุดไหนที่จะดำเนินการขุดเจาะ ผลกระทบนอกจากด้านบวกแล้ว มีประเด็นไหนที่ชุมชนจะต้องเตรียมรับมือ เป็นเวลามากกว่าหนึ่งปีที่ชาวบ้านรักษ์วานรนิวาส ทำหนังสือขอเอกสารแนบท้ายอาชญาบัตร แผนที่ขุดเจาะสำรวจแร่ และเอกสารอื่นๆที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงอุตสาหกรรม จากสำนักงานอุตสาหกรรมสกลนคร แต่ประวิงเวลาหรือระบุว่า ไม่มีสิทธิ์ให้เพราะจะส่งผล กระทบต่อบริษัท เป็นการ ปฎิเสธไม่ให้ข้อมูลจึงเป็นการจงใจไม่อำนวยความสะดวกแม้ท้ายที่สุด &amp;nbsp;อุตสาหกรรมจังหวัดจะให้ข้อมูลแต่ชาวบ้านได้มาด้วยการใช้ อำนาจ พรบ.ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ได้มาง่ายๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เธอระบุต่อว่า 2. ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา ชาวบ้าน โดนชาวบ้าน ฟ้องร้องจากรัฐ และทุน จำนวนมากกว่า11คดี มี4คนที่ จนท.ตร.ในพื้นที่เป็นผู้แจ้งความ ในพรบ.ชุมนุม อีก7 คน บริษัทแจ้งความในข้อหาข่มขืนใจฯ ขัดขวางการสำรวจระหว่างวันที่ 9 ถึง 15 พ.ค.61 &amp;nbsp;ขณะที่ทางบริษัทได้ระบุว่า ได้รับอาชญาบัตรมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายภายใต้ความร่วมมือไทยและจีน ที่ผ่านมาการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายมาโดยตลอด การที่ชาวบ้านขัดขวางจนทำให้ไม่สามารถขุดเจาะได้จึงต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย ในกรณีนี้ อำนาจและความยุติธรรมทางกฎหมายรับใช้ใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการผู้นี้ระบุด้วยว่า&amp;nbsp;3.ความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิในการจัดการทรัพยากร นอกเหนือจากการใช้อำนาจทาง พรบ.แร่เพื่ออ้างสิทธิ์ในการใช้ทรัพยากรเหนือชุมชนท้องถิ่นแล้ว กรณี ครม.ร่างกฎกระทรวงทางน้ำชลประทานอ่างเก็บน้ำห้วยโทงเป็น ทางน้ำชลประทานที่เรียกจัดเก็บค่าน้ำได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนระหว่างการยื่นเสนอให้มีการพิจารณา โดยให้เหตุผลว่าทีผ่านมามีการใช้ประโยชน์จากเขื่อนห้วยโทง ในกิจการอื่นที่มิใช่การเกษตรอันเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และรองรับการขอใช้น้ำจากภาคอุตสาหกรรม การประปา ธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สมควรให้มีการเรียกเก็บค่าน้ำที่มิใช่จากการเกษตร&amp;nbsp;พรบ.ฉบับนี้บังคับใช้ ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์อย่างเต็มทีทั้งที่เป็นผู้เสียสละที่ดิน เพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยโทง คนที่มีรายได้น้อย ได้ใช้ประโยชน์จากเขื่อน เกษตร หาปลา จะได้รับผลกระทบมากที่สุด และที่สำคัญการออกพรบ.ฉบับนี้ไม่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านมีส่วนร่วม พรบ.ฉบับนี้ถ้าเกิดขึ้น ชุมชนมีมีโอกาสสูญเสียแหล่งพึ่งพิงทั้งด้านเกษตรและอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; นี้คือความเชื่อมโยง ภายใต้การพัฒนายุทธศาสตร์พัฒนาอีสานให้กลายเป็นศูนย์กลาง การผลิตหินเกลือและเหมืองแร่โปแตช ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำและผลิตซ้ำความไม่เสมอภาคมากมาย แต่ลึกไปกว่านั้นคือ ภายใต้ยุทธศาสตร์ดังกล่าวคือการแปรรูปทรัพยากรไปเป็นสินค้า ลดทอนคุณค่า ความหมายของผืนดินบ้านเรือน &amp;nbsp;ที่นาสวน ป่า แหล่งน้ำ กลายเป็นสินค้าในรูปสินค้าในรูปโปแตช เพื่อเอาไปป้อนขายในระบบอุตสาหกรรม พร้อมๆกับการ กำหนดว่าธรรมชาตินั้นเป็นของใคร และใครเป็นผู้มีอำนาจใช้ประโยชน์เหนือทรัพยากรนั้นได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุด้วยว่า จาก พรบ.แร่ ถ่ายโอนอำนาจให้เป็นเอกชน ในรูปแบบสัมปทาน ทำให้เอกชนเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์จากการใช้ทรัพยากรได้ อย่างเต็มที่ สินค้า ปุ๋ย อุตสหกรรม ปัญหาคือชาวบ้าน คนในท้องถิ่น จะถูกกันออกและไม่สามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านั้นได้เหมือนเดิม ภายใต้ระบบดังกล่าว คนในท้องถิ่นจะถูกเอาเปรียบ สูญเสียรายได้จากทรัพยากรที่เคยเป็นของตนเอง จากรายได้ที่ไม่มั่นคงในการดำรงชีพจะยิ่งส่งผลให้ความเหลื่อมล้ำขยายกว้างขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; สังคมไทยเหลื่อมล้ำสูงมาก แทรงหน้าเป็นอันดับหนึ่ง ถ้าย้อนกลับมามองในพื้นที่อำเภอวานรนิวาส ประชากรพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณ์ หลากหลายระบบนิเวศ คนที่มีฐานะต่างกัน พ้น ยากจน ใต้เส้นยากจนคือมีทรัพยากรให้พึ่งพิง แหล่งป่าโคก แม่น้ำ แต่หากโครงการพัฒนาที่แย่งชิงทรัพยากรแน่นอนว่า ช่องว่างของความเหลื่อมล้ำจะยิ่งถ่างกว้างขึ้นเพราะแหล่งอาหาร ระบบนิเวศ นา โคก ป่าทาม ห้วยจะถูกเปลี่ยนสภาพ&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นักวิชาการอีสานผู้นี้ทิ้งท้ายว่า เมื่อชุมชนออกมาปกป้องชีวิตไม่ให้ตกอยู่ในความเสี่ยง ทำไมถึงถูกฟ้องร้อง คุกคาม ปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงจุดยืน นั้นเพราะเราดำรงอยู่ในสังคมที่ไม่มีบรรยากาศเป็นประชาธิปไตย การพัฒนาแบบเผด็จการไม่เคยเอื้อความอยู่ดีมีสุขแก่ประชาชน การแสวงหาความเป็นธรรม ยุติธรรมเกิดขึ้นอย่างยากลำบาก กิจกรรมครั้งนี้จึงมองเห็น&amp;nbsp;การประกาศทวงคืนสิทธิชุมชนที่หายไป ด้วยสองเท้าของสามัญชนคนธรรมดาที่อยากยืนหยัดปกป้องถิ่นฐานบ้านเกิด &amp;nbsp;ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นแหล่งมั่นคงทางอาหารและชีวิต คือการประกาศศักดิ์ศรีความเป็นพลเมือง ความเป็นมนุษย์ และทวงคืนสิทธิชุมชนท้องถิ่นแก่คนวานรนิวาส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24347</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านโปแตชสกลนคร, นักวิชาการอีสาน, มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, ยุทธศาตร์แร่อีสาน, ไชน่าหมิงต๋า, ไทวานรก้าวเดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181216/image_big_5c1606e724556.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24203</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2018 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2018 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มทบ.29&#039;ซัดต้านโปแตชสกลฯไม่ธรรมดา&#039;นักการเมือง&#039;เดินกันวุ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจาก&amp;nbsp;เพจศูนย์ประชาสัมพันธ์ มทบ.29&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ธ.ค 61- พล.ต.สุขพัฒน์สณฑ์ สุขสร้อย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 29&amp;nbsp;ค่ายกฤษณ์สีวะรา&amp;nbsp;จ.สกลนคร กล่าวถึงชาวบ้านเครือข่ายกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาส ที่จัดกิจกรรมไทวานรก้าวเดิน ระหว่างวันที่ 10-15 ธ.ค. เพื่อคัดค้านโครงการเหมืองแร่โปแตช ของบริษัทไชน่า หมิงต๋า คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย)จำกัด ว่า &amp;nbsp;ทหารไม่ได้เข้าไปกดดันการทำกิจกรรมเดินเท้าในครั้งนี้ &amp;nbsp;แต่ได้สั่งการให้ตำรวจเข้าไปช่วยดูแล มีสายข่าวมั่นคงเข้าไปในพื้นที่ แต่ไม่ได้เข้าไปทำอะไร และทหารไม่เข้าไปเกี่ยวข้องแต่อย่างไรซึ่งเราพยามให้ผ่อนคลาย แต่ค่อนข้างเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.สุขพัฒน์สณฑ์ ระบุต่อว่า ขณะนี้ต้องเข้าใจว่า การทำกิจกรรมดังกล่าว ไม่ใช่มีแค่กลุ่มชาวบ้านวานรเพียงกลุ่มเดียวแล้วเท่านั้น แต่มีหลายกลุ่มเข้ามาร่วม ทั้งพรรคการเมือง เช่น พรรคสามัญชน อนาคตใหม่ เอ็นจีโอทั้งในนอกพื้นที่ นักวิชาการ ราชภัฏสกลนคร มหาสารคาม &amp;nbsp;มันเชื่อมโยงกันไปหมด เราต้องดูแลเพื่อป้องกันมือทีสาม จึงต้องให้ฝ่ายความมั่นคงเข้าไป เพราะขณะนี้มันไม่ได้มีชาวบ้านวานร เพียวๆแล้ว มีกลุ่มนักการเมือง เข้ามาเต็มไปหมด ขณะเดียวรวมทั้งเรื่องการจัดเวทีที่เขาทำกิจกรรม ติดป้ายทุนจีน ตัวโตๆซึ่งเรามองว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะขณะนี้เขาอยู่แค่ในขั้นตอนสำรวจ ยังไม่ได้ให้สัมปทานเลยมันจึงละเอียดอ่อน มันเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เราเองพยายามให้ผ่อนคลาย แต่ที่ผ่านมาทั้งข้อมูล ทั้งสื่อออนไลน์ ก็ลงข้อมูลผิด เขาบอกว่าแร่โปแตช&amp;nbsp;ทำคลอบคลุมหลายอำเภอ แต่จริงๆแล้วมันแค่ ครอบคลุมแค่อำเภอวานร ที่เดียวที่ทำ อำเภอเดียวเท่านั้น นี้ก็ผิดแล้ว แล้วไปลงข่าวว่ามีการสกัด จังหวัดเขาก็ออกข่าวแก้แล้ว มันไม่ถูกต้องในเรื่องข้อมูล ตอนนี้ก็ได้คุยกับท่านผู้ว่าฯ ให้ช่วยดูแล เราคุยกันหลายเรื่องมาก&amp;nbsp;ซึ่งถ้าเขาต้องการใช้สถานที่ ก็ต้องขอราชการ ให้อนุญาตตามหลักการกฎหมาย แต่สถานการณ์ตอนนี้มันไม่ใช่ชาวบ้าน ดูชื่อมันเป็นพรรคการเมือง มันไม่ธรรมดาแล้ว ไม่ใช่ต้านโปแตชอย่างเดียวแล้ว&amp;quot;ผบ.มทบ.29 ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีรายงานด้วยว่า แม่ทัพภาคที่2 ได้กดดันหน่วยงานสถานศึกษาในจังหวัดสกลนคร ไม่ให้เปิดพื้นที่เพื่อให้กลุ่มไทวานรก้าวเดินได้ทำกิจกรรม ขณะเดียวได้มีเจ้าหน้าที่ทหารห้ามไม่ให้กลุ่มคนในเมืองเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้กับชาวบ้านด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสกลนคร ยังได้ออกข้อความเตือนผ่านเวบไซต์ โดยระบุ ด้วยว่า ในวันที่ 8 ธ.ค.ปรากฎข้อความในเฟซบุ้คเพจ เหมืองแร่สกลนคร มีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารนั้น ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสกลนครได้ตรวจสอบแล้วว่าไม่เป็นความจริง จึงขอความร่วมมือมายังพี่น้องจังหวัดสกลนคร และจังหวัดอื่นๆอย่าได้เชื่อข้อมูลข่าวสารที่ขาดข้อเท็จจริง และขอให้ตรวจสอบความถูกต้อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบรรยากาศกิจกรรมไทวานรก้าวเดิน ย่างเข้าสู่วันที่ 5 โดยกลุ่มชาวบ้านได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2&amp;nbsp;ประณามรายงานของหน่วยงานในจังหวัด ที่เสนอต่อผู้บังคับบัญชาเกี่ยวกับกิจกรรมดังกล่าวว่าให้ข้อมูลที่บิดเบือนข้อเท็จจริงและการคัดค้านเหมืองแร่โปแตชของชาววานรนิวาสเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยระบุเนื้อหาในแถลงการณ์ว่า &amp;nbsp;จากข้อมูลการเสนอรายงานต่อผู้บังคับบัญชาดังกล่าวนั้นทางขบวนไทวานรก้าวเดินเห็นว่าเป็นการรายงานที่ไม่เป็นจริงและเป็นการกล่าวหาใส่ร้ายพวกเรา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอชี้แจงดังนี้ 1. ภาคีเครือข่ายฯได้ทำหนังสือเพื่อร้องขอข้อมูลข่าวสารเอกสารแนบท้ายอาชญาบัตรพิเศษ แผนผังพื้นที่การสำรวจแร่ และแผนการสำรวจแร่ ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับโครงการที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพซึ่งจะต้องเปิดเผย ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ และตามประกาศคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ เรื่อง การกำหนดให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เป็นข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามมาตรา 9 (8) แต่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปฏิเสธการให้ข้อมูลข่าวสารดังกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จนประชาชนกลุ่มรักษ์วานรนิวาสต้องอุทธรณ์คำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารต่อคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร และคณะกรรมการได้วินิจฉัยให้มีการเปิดเผยข้อมูลตามคำวินิจฉัยที่ 178/2561 ซึ่งใช้เวลานานร่วม 2 ปีกว่าจะมีคำวินิจฉัยจนบริษัทดำเนินการเจาะสำรวจโดยที่ประชาชนไม่ได้รับรู้ข้อมูลใด ๆ เกี่ยวกับการสำรวจเลย ดังนั้นเหตุความขัดแย้งเรื่องการสำรวจแร่ที่เกิดขึ้นเพราะอุตสาหกรรมจังหวัดไม่ชี้แจงและเปิดเผยข้อมูลเพื่อความโปร่งใส เป็นกลาง ตรวจสอบได้ ตั้งแต่เริ่มสำรวจในอดีต และการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษในปัจจุบัน เพื่อสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของประชาชน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ระหว่างกิจกรรมไทวานรก้าวเดิน เราได้เดินเพื่อสื่อสารข้อมูลการยื่นสำรวจแร่โดยระบุว่า ในจังหวัดสกลนครมีการยื่นขอสำรวจโปแตชอีกรวมแล้ว 540,000 ไร่ ได้แก่ บริษัทโรงปัง ไมนิ่ง จำกัด ยื่นขอสำรวจในเขตอำเภอวานรนิวาส อำเภอพังโคน และอำเภอพรรณนานิคมรวม 22 แปลงเนื้อที่ 220,000 ไร่, บริษัท พีที มายด์ แอนด์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ยื่นขอสำรวจในอำเภอสว่างแดนดิน 12 แปลงเนื้อที่ 120,000 ไร่ และบริษัท บิสแอนฟัน จำกัด ยื่นขอสำรวจใน อ.วานรนิวาส และ อ.เจริญศิลป์ 20 แปลง เนื้อที่ 200,000 ไร่ &amp;nbsp;ไม่ได้มีข้อความใด ๆ มากไปกว่านี้ และข้อมูลทั้งหมดนี้สามารถตรวจสอบได้จากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีเอกชนยื่นขอสำรวจเพื่อทำเหมืองแร่อีก 36 แห่งรวม 3.5 ล้านไร่ ในจังหวัดขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา นครพนม ร้อยเอ็ด ยโสธร มหาสารคาม กาฬสินธุ์ หนองคาย ขณะที่บริษัท เอเชีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (เอพีพีซี) กำลังขอสัมปทานทำเหมืองแหล่งอุดรใต้ 22,437 ไร่ ต.โนนสูง ต.หนองไผ่ อ.เมือง &amp;nbsp;ต.ห้วยสามพาด &amp;nbsp;ต.นาม่วง อ.ประจักษ์ศิลปาคม และแหล่งอุดรเหนือกว่า 52,000 ไร่ ในเขตเทศบาลนครอุดร อ.เมือง อ.หนองหาน และ อ.ประจักษ์ศิลปาคม รวม 74,437 ไร่ เป็นต้น ขณะที่มีบริษัท เหมืองแร่โปแตชอาเซียน (เอ พี เอ็ม ซี) จำกัด ได้รับอนุญาตประทานบัตร 9,708 ไร่ ที่ ต.บ้านตาล ต.บ้านเพชร ต.ห้วยทะเล อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ และบริษัท ไทยคาลิ จำกัด ได้ประทานบัตรทำเหมือง 9,005 ไร่ &amp;nbsp;ที่ ต.หนองไทร ต.หนองบัวตะเกียด และ ต.โนนเมืองพัฒนา อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. การกล่าวหาว่าขบวนไทวานรก้าวเดินและเครือข่ายกระทำผิดกฎหมายการชุมนุมสาธารณะจากการรวมตัวคัดค้านการขุดเจาะสำรวจแร่หลุมที่ 4 นั้นเป็นการกล่าวหาโดยไม่มีมูลความจริง เพราะคดีดังกล่าวขณะนี้อัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดแล้ว &amp;nbsp;4.โครงการสำรวจแร่และที่กำลังยื่นคำขอสำรวจแร่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญของแอ่งสกลนครซึ่งทั้งลุ่มน้ำยาม น้ำอูน นั้นเป็นลำน้ำสาขาของแม่น้ำสงคราม ซึ่งหากมีการทำเหมืองแร่โปแตชในพื้นที่ดังกล่าวย่อมจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศอย่างร้ายแรง เพราะหากมีการสำรวจแร่ใน 5 อำเภอได้แก่อำเภอพังโคน อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอเจริญศิลป์ อำเภอวานรนิวาส และอำเภอพรรณนานิคม &amp;nbsp;ทุกอำเภอดังกล่าวตั้งอยู่ในลุ่มน้ำสงคราม และในต่างประเทศเช่นประเทศเยอรมัน ได้มีการใช้โพรงเกลือใต้เหมืองแร่โปแตชเก็บกักกากนิวเคลียร์ ขณะมีรายงานวิจัยมากมายที่ศึกษาถึงศักยภาพโพรงเกลือในเก็บก๊าซ ของเสีย กากนิวเคลียร์ หรือขยะต่างๆ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ขบวนไทวานรก้าวเดินจัดกิจกรรมนี้โดยประกาศอย่างกว้างขวางขอเชิญชวนทุกคนที่สนใจเข้าร่วม &amp;nbsp;และขอเรียนว่าในการเดินครั้งนี้ได้มีผู้ที่สังกัดพรรคการเมืองต่าง ๆ เข้ามาร่วมกิจกรรมหลากหลายมากมาย &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;พรรคสามัญชน &amp;nbsp;พรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;พรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;พรรคเพื่อชาติ &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;มาปรากฏตัวร่วมเดินในขบวนไทวานรก้าวเดินทุกวันตลอดการเดินที่ผ่านมา &amp;nbsp;ไม่เว้นแม้กระทั่งพรรคพลังประชารัฐที่มีข่าวว่าจะสนับสนุนให้&amp;nbsp;พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีปัจจุบัน กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ก็ยังบริจาคสนับสนุนงบประมาณสำหรับข้าวสารอาหารแห้งและกิจกรรมต่าง ๆ ในขบวนไทวานรก้าวเดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขบวนไทวานรก้าวเดินจึงขอชี้แจงโต้แย้งและประณามการให้ข้อมูลกล่าวหาใส่ร้ายกิจกรรม ไทวานรก้าวเดิน และขอเรียกร้องให้หน่วยงานราชการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางและเคารพต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการทำกิจกรรมแสดงความคิดเห็นคัดค้านการสำรวจแร่โปแตช พร้อมทั้งขอเชิญชวนประชาชนชาวสกลนครและผู้ที่สนใจออกมาร่วมเดินและแสดงออกเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;ทรัพยากรธรรมชาติและบ้านเกิดจากโครงการเหมืองแร่โปแตช&amp;quot; แถลงการณ์ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24203</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านโปแตช, พรรคสามัญชน, พรรคอนาคตใหม่, มทบ.29, สกลนคร, ไชน่าหมิงต๋า, ไทวานรก้าวเดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181214/image_big_5c13358db9d8d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24084</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2018 18:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2018 18:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แม่ทัพภาค2เบรก&#039;ราชภัฎสกลนคร&#039;ห้ามไทวานรก้าวเดินทำกิจกรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ธ.ค.61- ผู้สื่อข่าวรายงานกิจกรรมไทวานรก้าวเดิน (Wanon Walk) จากวานรนิวาสสู่สกลนคร &amp;nbsp;&amp;quot;เดินเพื่อพูด เดินเพื่อธรรมชาติ เดินเพื่อสกลนคร&amp;quot; เข้าสู่วันที่ 3 ในการเดินเท้ากว่า 90 กิโลเมตรของเครือข่ายประชาชนชาววานรนิวาส เพื่อคัดค้านการสร้างเหมืองแร่โปแตช ของบริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์เปอร์เรชั่น(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งล่าสุด ได้ขนอุปกรณ์เข้ามาในหลุมสำรวจที่ 4 บ้านหลักเมือง ต.วานรนิวาส ทำให้ประชาชนหลายหมู่บ้านออกมาคัดค้าน และมีการแจ้งความดำเนินคดีต่อผู้คัดค้านการสำรวจแร่ หลายคดี หนึ่งในนั้นคือคดีอาญาข้อหาข่มขืนจิตใจ บริษัทฯ ได้ยื่นฟ้องแพ่งต่อศาลจังหวัดสว่างแดนดิน เรียกค่าเสียหายเป็นเงินกว่า 3.6 ล้านบาท ที่ไม่อาจขุดเจาะสำรวจแร่ได้โดยศาลนัดสืบพยานคครั้งแรกในวันที 17 ธ.ค.นี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บรรยากาศทั่วไปในการจัดกิจกรรมไทวานรก้าวเดิน ได้มีกลุ่มเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ติดตามการเคลื่อนไหวของกิจกรรมครั้งนี้อย่างต่อเนื่อง สร้างความกดดันให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก ซึ่งเจ้าหน้าทีจะให้เหตุผลว่า มาอำนวยความสะดวกให้ชาวบ้าน แต่ก็ยังดำเนินการถ่ายรูปชาวบ้าน ติดตามการเคลื่อนไหวการจัดกิจกรรมของชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง แม้คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ปลดล็อคแล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสัมฤทธิ์ โบราณมูล ชาวบ้านที่เข้าร่วมกิจกรรม&amp;nbsp;ระบุว่า ยิ่งเดินเข้าใกล้เขตเมืองจังหวัดสกลนคร ก็ยิ่งมีเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ และทหารเข้ามาหนาแน่นมากขึ้น โดยอ้างเหตุว่ามาดูแลความปลอดภัยให้ชาวบ้านแต่พวกเรากลับรู้สึกกดดัน และถูกละเมิดสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง เพราะเจ้าหน้าที่ซุ่มดู และถ่ายรูปชาวบ้านที่ทำกิจกรรม บางทีนั่งกินข้าวหรือ ร่วมกิจกรรมในเวทีพูดคุยให้ข้อมูล ก็ตามมาถ่ายรูป ซึ่งชาวบ้านคิดว่ามันเกินเลยการเข้ามาดูแล เพราะมันมากเกินไปเหมือนมาคุกคาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยเฉพาะเมื่อคืนวันที่ 12ธ.ค.มีเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบวนเวียนเข้ามาบริเวณที่พักค้างคืนที่วัดแห่งหนึ่งในอำเภอพังโคน &amp;nbsp;ตลอดจนถ่ายภาพผู้เข้าร่วมกิจกรรมรายตัวทั้งถ่ายภาพอย่างเปิดตัวและแอบซุ่มถ่ายตามมุมต่าง ๆ ทั้งนี้ตั้งแต่เช้าตรู่เริ่มมีเจ้าหน้าที่เข้ามาจำนวนไม่น้อยกว่า 10 ราย บางทีมขับรถประกบขบวนเพื่อถ่ายภาพผู้เข้าร่วมเดินรายบุคคล &amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุด้วยว่า อย่างไรก็ตามขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่มาดูแลแต่จุดยืนของชาวบ้านคือขอให้เจ้าหน้าที่ที่มาทุกท่าน ใส่เครื่องแบบ และแจ้งชื่อกับชาวบ้าน เพื่อที่ชาวบ้านจะได้รู้ว่ามาจากหน่วยงานสังกัดใด ทั้งนี้จะได้มีความสบายใจไม่ต้องวิกตกกังวลว่าเป็นใครเข้ามาและสามารถช่วยกันดูแลทั้งสองฝ่ายร่วมกันในเรื่องความปลอดภัย ซึ่งที่ผ่านมาก็ยังมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้ามาและบางรายก็ไม่ยอมแจ้งชื่อให้กับชาวบ้านไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสัมฤทธิ์ กล่าวต่อว่า กิจกรรมไทวานรก้าวเดินของชาวบ้านเพื่อต้องการให้สังคมรับรู้ว่า พวกเรากำลังเผชิญกับอะไร วานรวันนี้ยังมืดมนเพราะไม่รู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นพวกเรา มีความวิตกกังวลความเสี่ยงที่จะเกิดเหมืองโปแตชที่จะทำให้ประชาชนได้รับความทุกข์ทรมานจากผลกระทบทั้งวิถีชีวิตและสิ่งสิ่งแวดล้อม และไม่ใช่แค่จังหวัดสกลนครจังหวัดเดียวแต่รวมไปถึงจังหวัดอื่นๆด้วย พวกเราอยากให้ช่วยกันสื่อสารว่าไม่ต้องการเหมืองแร่โปแตชที่ยัดเยียดมาให้ คนที่ไปทำสัญญา ไปอนุญาตให้มีการสำรวจ ไม่มีความรับผิดชอบต่อความทุกข์ร้อนของประชาชนเลย ทั้งที่พวกเรามีสิทธิ์ที่จะมีส่วนร่วมว่าจะให้มีโครงการหรือไม่มี แต่ขณะนี้กลายเป็นหน่วยงานราชการลอยตัว แต่ชาวบ้านรับกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่หน่วยงานราชการอ้างว่าแค่อยู่ในกระบวนการเจาะสำรวจ ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ใครจะมารับประกันในอนาคตได้ว่าจะไม่สร้างเพราะแค่การสำรวจ ปักธงแดง ก็ไม่เคยให้ข้อมูลชาวบ้าน ชาวบ้านไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนไปหาข้อมูลถึงรู้ว่าเขาเข้ามาสำรวจ มาขุดพื้นที่ไร่นาของพวกเราโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต จนเกิดการแจ้งความกัน &amp;nbsp;ชาวบ้านโดนฟ้องเป็นล้าน มีการขนเครื่องมือมาสำรวจ ขุดเจาะพื้นที่ จนทำให้เกิดปัญหาทั้งความขัดแย้งแตกแยกในชุมชน ชาวบ้านอยู่กันด้วยความหวาดกลัว ไม่รู้อนาคตชีวิตตัวเอง นี้คือปัญหาที่เกิดขึ้นแค่ในกระบวนการสำรวจแร่ แต่ก็สร้างทุกข์หนักหนาสาหัสให้ชาวบ้านแล้ว ทั้งคนเฒ่าคนแก่ เด็กต้องออกมาเดินเรียกร้องตากฝนตากแดดกัน แต่หน่วยงานรับผิดชอบ รัฐบาล ราชการไม่เคยมองเห็นความทุกข์ตรงนี้&amp;quot; &amp;nbsp;นางสัมฤทธิ์ ระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามมีรายงานด้วยว่า มีการกดดันกิจกรรมจากเจ้าหน้าที่ทหาร โดยล่าสุดแม่ทัพภาคที่ 2 ได้กดดันไม่ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนครอนุญาตให้ชาวบ้านใช้พื้นทีในการทำกิจกรรมไทวานรก้าวเดิน &amp;nbsp;ขณะเดียวกันได้มีเจ้าหน้าที่ทหารค่ายกฤษณ์สีวะรา โทรศัพท์กดดันไปยังนักธุรกิจในจังหวัดสกลนคร ให้ยุติการเข้าร่วมกิจกรรมด้วยเช่นกัน &amp;nbsp;ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนครได้สั่งมีคำสั่งให้เตรียมรับมือกลุ่มชาวบ้านอย่างเต็มกำลัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กิจกรรมไทวานรก้าวเดิน ชาวบ้านได้เดินทางมาแล้วกว่า 50 กิโลเมตร จากอำเภอวานรนิวาส เข้าสู่อำเภอพังโคน และล่าสุดได้เดินมาถึงเขตอำเภอพรรณนานิคมซึ่งอยู่ห่างจากตัวจังหวัดสกลนครราว 30 กิโลเมตร โดยมีเป้าหมายเดินเข้าสู่จังหวัดสกลนครในวันที่ 15 ธันวาคม 2561 นี้ 12 ธ.ค. 61 ขณะเดียวกัน ในวันนี้ ได้มีการจัดกิจกรรมเวทีเสวนาการพัฒนาท้องถิ่น &amp;ldquo;ทิศทางการพัฒนาเมืองสกลนคร&amp;rdquo; ด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24084</URL_LINK>
                <HASHTAG>มทภ.2, ราชภัฎสกลนคร, สกลนคร, ไทวานรก้าวเดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181212/image_mid_5c10f03889f3f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23903</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/12/2018 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/12/2018 13:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสกลฯเดินต้านเหมืองโปแตช จังหวัดสั่งคุมพื้นที่อ้างกลัวมือที่3ป่วนลุกลาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ธ.ค.61-เริ่มแล้วชาวสกลฯออกเดินต้านเหมืองโปแตช จากพื้นที่สำรวจแร่หลุมแรก ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญรณรงค์ปกป้องชุมชน กิจกรรมไทวานรก้าวเดิน: จากวานรนิวาสสู่สกลนคร&amp;ldquo;เดินเพื่อพูด เดินเพื่อธรรมชาติ เดินเพื่อสกลนคร&amp;rdquo; 10-15 ธันวาคม 2561 &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 09.09 น.ชาวบ้านเริ่มออกเดิน ณ วัดโนนวิเวกศรีเมือง ซึ่งถือเป็นการเจาะสำรวจแร่โปแตชเป็นหลุมแรกในในอำเภอวานรนิวาสและพบแร่คุณภาพดี ตั้งแต่ปี 2558 โดยบริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งนี้ก่อนกิจกรรมจะเริ่มต้นชาวบ้านได้แจ้งการชุมนุมสาธารณะ ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.วานรนิวาส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ก่อนหน้านี้ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ได้ต่อสายตรงโทรศัพท์หานายก อบต. และนายกเทศบาล ในพื้นที่อำเภอวานรนิวาส เพื่อกำชับว่าไม่ให้ที่พักหรืออำนวยความสะดวกหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับขบวนเดินต้านเหมืองแร่โปแตช หรือ&amp;ldquo;ไทวานรก้าวเดิน&amp;rdquo; &amp;nbsp;อย่าให้ความช่วยเหลือใดๆ ให้อยู่เฉยๆ พร้อมทั้งระบุว่าถ้าใครหรือหน่วยงานใดให้ความช่วยเหลือกับทีมเดินจะถูกกดดันทั้งทางตรงและทางอ้อมเกี่ยวกับหน้าที่ราชการของคนนั้น ให้อยู่เฉยๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามล่าสุด มีรายงานว่าจังหวัดได้สั่งการให้นายอำเภอในพื้นที่ดูแลประชาชน โดยอ้างว่าหวั่นเหตุมือที่สามเข้าไปสร้างสถานการณ์ และกลัวว่าจะลุกลามเพิ่มเติม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด &amp;nbsp;ได้รับอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแหล่งแร่โปแตชจำนวน 12 แปลงรวมพื้นที่120,000 ไร่ ครอบคลุม 6 ตำบล 82 หมู่บ้าน เริ่มทำการขุดเจาะสำรวจตั้งแต่กลางปี 2559 แต่ทำได้เพียง 3 หลุม เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวคัดค้าน จนกลายเป็นกระแสความขัดแย้งมาโดยตลอด &amp;nbsp;ด้วยเห็นว่าการสำรวจแร่ครั้งนี้จะนำมาซึ่งการทำเหมืองแร่ในอนาคต และพื้นที่สำรวจแร่ยังเป็นพื้นที่แหล่งที่ตั้งชุมชนหนาแน่น เป็นพื้นที่โคกต้นน้ำ &amp;nbsp;ขณะที่บริษัทมีความพยายามเปิดหลุมเจาะสำรวจให้ได้มากที่สุดก่อนที่อาชญาบัตรพิเศษสำรวจซึ่งจะหมดอายุในต้นปี 2563 &amp;nbsp;นอกจากพื้นที่ที่กำลังการสำรวจแร่โดยบริษัทไชน่า หมิ๋งตาโปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด แล้วยังมีการยื่นคำขออาชญาบัตรพิเศษเพื่อสำรวจแร่โปแตชเพิ่มเติมในจังหวัดสกลนครอีก 5 อำเภอรวมแล้ว 660,000 ไร่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาประชาชนชาวอำเภอวานรนิวาสได้รวมตัวกันเพื่อร้องขอข้อมูลรายละเอียดการขุดเจาะสำรวจจากอุตสาหกรรมจังหวัดสกลนครโดยได้ทำหนังสือร้องขอข้อมูลข่าวสารถึง 4 ครั้ง แต่ทางอุตสาหกรรมจังหวัดปฏิเสธการให้ข้อมูล ประกอบกับในระยะแรกการเจาะสำรวจแร่ของบริษัทฯ นั้นได้ดำเนินการในพื้นที่ราชพัสดุโดยไม่ได้มีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง รวมทั้งได้มีการเจาะสำรวจในที่เอกชนโดยไม่ได้รับการยินยอม จนเป็นเหตุให้เกิดการแจ้งความดำเนินคดี จนก่อให้เกิดกระแสการต่อต้านการขุดสำรวจแร่ที่ไม่มีการชี้แจงข้อมูลข่าวสารหรือการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ที่จะดำเนินการสำรวจอย่างชัดเจนจนที่สุดจนเป็นเหตุให้ประชาชนในเขตอำเภอวานรนิวาสได้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการสำรวจแร่ซึ่งเชื่อว่าจะนำไปสู่การทำเหมืองแร่โปแตชต่อไปในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ขณะที่บริษัทฯ ได้ยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีแกนนำเครือข่ายประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการสำรวจแร่ทั้งคดีอาญาในข้อหาขมขื่นใจจากการคัดค้านการเจาะสำรวจหลุมที่ 4 และคดีแพ่งเรียกร้องค่าเสียหาย 3.8 ล้านบาท รวมแล้ว 9 คน นอกจากนี้หน่วยงานของรัฐได้ฟ้องแกนนำผู้คัดค้านการสำรวจแร่ในข้อหาไม่แจ้งการชุมนุมอีก 4 ครั้ง และก่อนหน้านี้ฝ่ายบริษัทได้ฟ้องคดีหมิ่นประมาทกรณีที่ผู้คัดค้านบางคนแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23903</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ว่าสกลฯ, สำรวจแร่, เหมืองโปแตชสกลนคร, ไชน่า หมิงต๋า, ไทวานรก้าวเดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181210/image_mid_5c0e02f6889dd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2018 13:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2018 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวสกลฯเดินต้านเหมืองโปแตชสู้ทุนจีน ยันสิทธิปกป้องชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ธ.ค.61-เครือข่ายประชาชนกลุ่มรักษ์อำเภอวานรนิวาส ประกอบด้วยกลุ่มประชาชนจาก 6 ตำบล 82 หมู่บ้าน&amp;nbsp;ในพื้นที่ตำบลวานร&amp;nbsp;อำเภอวานร จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นพื้นที่สำรวจแร่โปแตช บริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด จัดระดมทุนเดินรณรงค์ต่อต้านการขุดเจาะสำรวจแร่โปแตชในจังหวัดสกลนคร &amp;quot;ไทวานรก้าวเดิน&amp;quot;&amp;nbsp;(Wanon Walk) ในระหว่างวันที่ 10 - 15 ธันวาคม 2561 &amp;nbsp;ออกเดินจากหลุมเจาะสำรวจแร่ของกรมทรัพยากรธรณีหลุมแรกเมื่อปี 2520 ที่อำเภอวานรนิวาสมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองสกลนคร &amp;nbsp;โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นการเดินรณรงค์เวลา 5 วัน ในแต่ละวันจะมีการจัดเวทีเสวนาวิชาการและเวทีวัฒนธรรมเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรมชุมชนและปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้บริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับอาชญาบัตรพิเศษสำรวจแหล่งแร่โปแตชจำนวน 12 แปลงรวมพื้นที่116,875 ไร่ &amp;nbsp;ได้เริ่มขุดเจาะสำรวจแร่โปแตชที่อำเภอวานรนิเวาส ตั้งแต่กลางปี 2559 เจาะสำรวจไปแล้ว 6 หลุม แต่สำเร็จเพียง 3 หลุม เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวคัดค้านอย่างเข้มแข็งจนเป็นเหตุแห่งความขัดแย้งระหว่างบริษัทและชุมชนอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมะลิ แสนบุญศิริ ชาวบ้านหินกอง หมู่ 17 ตำบลวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร กล่าวว่า ปกติชุมชนก็จัดทำบุญกองข้าวเพื่อรวบรวมปัจจัยนำมาทำประโยชน์ต่อสาธารณะ ปีนี้ต่างเพราะตั้งแต่บริษัท ฯ เข้ามาเจาะสำรวจเมื่อปี 2559 ที่ผ่านมา คนวานรนิวาสได้รวมตัวกันร้องขอข้อมูลรายละเอียดการขุดเจาะสำรวจจากอุตสาหกรรมจังหวัดสกลนคร โดยได้ทำหนังสือร้องขอข้อมูลข่าวสารถึง 4 ครั้ง แต่ทางอุตสาหกรรมจังหวัดปฏิเสธการให้ข้อมูล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางมะลิ กล่าวต่อว่า ประกอบกับในระยะแรกการเจาะสำรวจแร่ของบริษัทฯ นั้นได้ดำเนินการในพื้นที่ราชพัสดุโดยไม่ได้มีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง รวมทั้งได้มีการเจาะสำรวจในที่เอกชนโดยไม่ได้รับการยินยอม จนเป็นเหตุให้เกิดการแจ้งความดำเนินคดี และเกิดกระแสการต่อต้านการขุดสำรวจแร่ที่ไม่มีการชี้แจงข้อมูลข่าวสารหรือขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ที่จะดำเนินการสำรวจอย่างชัดเจนจนที่สุด จนเป็นเหตุให้ประชาชนในเขตอำเภอวานรนิวาสได้ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการสำรวจแร่ ซึ่งเชื่อว่าจะนำไปสู่การทำเหมืองแร่โปแตชต่อไปในอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุด้วยว่า ฝ่ายบริษัทฯ ได้ยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีแกนนำเครือข่ายประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านการสำรวจแร่ทั้งคดีอาญาในข้อหาขมขื่นใจจากการคัดค้านการเจาะสำรวจหลุมที่ 4 และคดีแพ่งเรียกร้องค่าเสียหาย 3.8 ล้านบาท รวมแล้ว 9 คน นอกจากนี้หน่วยงานของรัฐได้ฟ้องแกนนำผู้คัดค้านการสำรวจแร่ในข้อหาไม่แจ้งการชุมนุมอีก 2 คน และก่อนหน้านี้ฝ่ายบริษัทได้ฟ้องคดีหมิ่นประมาทกรณีที่ผู้คัดค้านบางคนแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บริษัทฟ้องร้องว่าข่มขืนใจเขา ทำให้เขาไม่ได้เจาะแร่ได้รับเสียหาย เรียกร้องค่าเสียหาย 3.8 ล้าน พวกเราอยากเดินเพื่อไปบอกคนอื่นๆว่าไม่อยากได้เหมือง เพราะถ้าสำรวจเสร็จ เขาก็จะทำเหมืองขุดใต้บ้านจึงวิตกกังวลว่าดินจะยุบ น้ำจะเค็ม&amp;nbsp;ไม่มีน้ำใช้ ทรัพยากรมีค่าป่าไม้ นาข้าว บ้านเรือนของเราจะได้รับผลกระทบ และแร่เกลือโปแตชใต้บ้านก็เป็นของเรา ไม่อยากให้คนอื่นมาเอาของเราไป รู้สึกเป็นห่วงลูกหลานจะอยู่อย่างไรในอนาคต อยากจะเดินไปเพื่อยันยันว่าจะต่อสู้เพื่อที่ดินที่อยู่อาศัยให้ลูกหลานเรา ให้อยู่อย่างมีที่ดิน มีบ้าน เป็นเจ้าของแผ่นดินเราตลอดไป&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายคำพัน พรหมพินิจ บ้านกุดจิก หมู่ 3 ตำบลนาคำ อำเภอวานรนิวาส ซึ่งได้นำข้าวมาร่วมบริจาคสมทบทุนสำหรับกิจกรรมการเดินคัดค้านเหมืองแร่โปแตชครั้งนี้ กล่าวว่า &amp;nbsp;ไม่อยากให้ทำเหมือง ไม่อยากให้คนจีนมาทำ อยากให้รัฐบาลหยุด และฟังข้อเรียกร้องของคนวานร หยุดทำเหมืองบ้านเรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บ้านเมืองเรา ผืนแผ่นดินของเรา ไม่ใช่ผืนแผ่นดินของจีน เราอยากรักษาไว้ ผมสงสัยว่าทำไมคนจีนเขาจึงมีอำนาจหลาย ทำไมรัฐบาลเรา ทำไมเจ้าหน้าที่คนบ้านเราจึงถือหางเขา ทำไมอนญาตให้เขาเข้ามา มาทำร้ายชาวบ้าน มาใช้กฎหมายเราฟ้องร้องคนที่ปกป้องแผ่นดิน เขาว่าขืนใจเขา เขาสำรวจแร่ไม่ได้ แต่ผมว่าเขาข่มขืนใจเรา แผ่นดินเรา มาขุดเจาะแผ่นดินเราทั้งที่เราไม่ได้ยินยอม ทำไมคนจีนเขามีอำนาจมากกว่าเรา &amp;rdquo; &amp;nbsp;นายคำพัน ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นอกจากพื้นที่ที่ได้รับอาชญาบัตรพิเศษที่อำเภอวานรนิวาส ของบริษัทไชน่า หมิ๋งตาโปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัดแล้ว หากพิจารณาภาพรวมทางนิเวศในพื้นที่ยังกำลังมีการยื่นขออาชญาบัตรพิเศษเพื่อสำรวจแร่โปแตชเพิ่มเติมใน อำเภอสว่างแดนดิน อำเภอเจริญศิลป์ อำเภอพังโคน อำเภอพรรณานิคม ครอบคลุมพื้นที่สายน้ำสำคัญที่สุดของจังหวัดสกลนครได้แก่ ห้วยโนต ลำน้ำน้ำยาม ห้วยปลาหาง และลำน้ำอูน ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาสำคัญของแม่น้ำสงคราม สายน้ำที่ยังอุดมสมบูรณ์ที่สุดของภาคอีสาน หากจะมีการพัฒนาทำเหมืองแร่โปแตชใต้ดินเป็นบริเวณกว้างของลุ่มน้ำ ตลอดจน มีเป้าหมายในการอุตสาหกรรมเคมีต่อเนื่อง โรงงานปุ๋ยเคมี หรือโรงงานชนิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับเกลือและแร่โปแตช พื้นที่แห่งนี้ซึ่งจัดว่ามีความอุดมสมบูรณ์และอ่อนไหวทางนิเวศวิทยามากที่สุดในแอ่งสกลนครย่อมจะได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ทั้งนี้ในจังหวัดภาคอีสานยังมีเอกชนยื่นขอสำรวจแร่โปแตชและทำเหมืองรวมแล้วกว่า 15 โครงการครอบคลุมพื้นที่กว่า 6 ล้านไร่อีกด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23559</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงอุตสาหกรรม, ต้านโปแตช, สกลนคร, อำเภอวานร, ไชน่าหมิงต๋า, ไทวานรก้าวเดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181205/image_mid_5c0769a91a37d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
