<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111127</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 10:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 10:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>’ไทวิจิต’หยิบประเด็นฝุ่นพิษสร้าง5ผลงานศิลปะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หมอกควันพิษ หรือฝุ่น PM2.5 เป็นปัญหาสำคัญของประเทศ &amp;nbsp;โดยเฉพาะประชาชนในภาคเหนือ โดยเฉพาะจ.เชียงใหม่ต้องใช้ชีวิตจมฝุ่นพิษเกินค่ามาตรฐานทุกปี &amp;nbsp;วิกฤตหนักถึงขั้นติดอันดับ 1 เมืองที่มีค่ามลพิษในอากาศ ของโลก โดยวัดค่าดัชนีคุณภาพอากาศได้สูงถึง 255 USAQI( ข้อมูลจากเว็บไซด์ https://www.iqair.com) สาเหตุหลักมาจาก ไฟป่า การเผากลางแจ้ง การเผาขยะมูลฝอย &amp;nbsp;ไม่รวมควันพิษจากรถยนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์ ศิลปินระดับแนวหน้า ปัจจุบันอาศัยและทำงานอยู่ที่เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในผู้ประสบกับภัยทางอากาศภาคเหนือร่วมกับวารินแล็บ คอนเท็มโพรารี (Warin Lab Contemporary) จัดนิทรรศการ &amp;quot;One Generation Plants the Trees, Another Gets the Shade&amp;rdquo; ศิลปะร่วมสมัยแบบสื่อผสม นำเสนอประเด็นสภาพอากาศจากปัญหาฝุ่นควันพิษทางภาคเหนือ ประกอบไปด้วยจิตรกรรม ประติมากรรม และศิลปะจัดวาง เปิดเข้าชม ณ ห้องนิทรรศการ วารินแล็บ คอนเท็มโพรารี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ไทวิจิต เล่าถึงแรงบันดาลใจว่า ปัญหาหมอกควันภาคเหนือที่มีค่าฝุ่นPM2.5 สูงมาก&amp;nbsp; แนวโน้มจะหนักขึ้น &amp;nbsp;แม้ว่าเราจะหนีไปอยู่ในพื้นที่อื่น &amp;nbsp;แต่สุดท้ายไม่สามารถหนีได้อีกต่อไป ต้องอยู่และหาทางแก้ไขร่วมกัน นำมาสื่อสารผ่านผลงาน 5 ชุด&amp;nbsp; เริ่มจากประติมากรรมชุด&amp;rdquo;หนีเสือปะจระเข้&amp;rdquo; เคยจัดแสดงในนิทรรศการ Art For Air จ.เชียงใหม่ ประกอบร่างขึ้นจากเหล็กเส้นไม่ใช้แล้วให้เป็นคน 2 คน ที่มีหัวเป็นเสือและจระเข้ &amp;nbsp;โดยหัวจะถูกมืออีกข้างหนึ่งกดไว้ที่พื้น ภายในใส่ใบไม้แห้งลงไป เป็นอุปมาอุปมัยว่า หนีจากปัญหาหนึ่งไปเจอปัญหาหนึ่ง อีกนัยสื่อการเอาชนะปัญหาได้ แต่ในหลายครั้งเราลืมว่าตัวเองมีส่วนสร้างปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนผลงานชุด &amp;ldquo;ปรับจริง&amp;rdquo;&amp;nbsp; (Real Fine) มี 4 ชิ้น ศิลปินบอกล้อเลียนโปสเตอร์รณรงค์งดเผาในที่โล่งแจ้งช่วงฤดูหมอกควันเข้มข้น มีข้อความ &amp;ldquo;ถ้าคุณเผา ปรับจริง จับจริง&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่ก็ยังพบการลักลอบเผา ตนวาดภาพคนกำลังหายใจเข้าปอดลงบนกล่องกระดาษที่ใช้บรรจุเครื่องปรับอากาศ โดยตรงปอดมีกล่องสีดำ คือ เครื่องปรับอากาศ จากนั้นภาพจะถูกครอบด้วยหน้าต่างเหล็กดัด ห่อทับด้วยพลาสติกใสอีกครั้งหนึ่งเสมือนถูกจองจำไว้ในบ้าน เพราะไม่ต้องการออกไปด้านนอกและไม่ให้มลพิษเข้ามาในบ้าน ซึ่งบ้านตนก็รีโนเวท ให้อากาศเข้าได้น้อยที่สุดช่วงหน้าร้อน และติดแอร์ให้อากาศเย็นสบายขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลงานชุด &amp;ldquo;Blowin In The Wind &amp;ldquo; ศิลปิน เล่ามาจากชื่นชอบเพลง Blowin In The Wind แต่งโดย Bob Dylan &amp;nbsp;เพลงเกี่ยวกับการต่อต้านสงคราม เนื้อเพลงสื่อสารอย่างมีนัยยะ จึงวาดภาพคนกวาดขยะหรือใบไม้ ที่แสดงอารมณ์ระหว่างชาวบ้านกับการห้ามปรามของรัฐ ปัญหาซ่อนไว้ใต้พรม เมื่อเปิดภาพนี้ขึ้นด้านหลังจะเป็นเนื้อเพลงบางส่วนที่เขียนไว้บนพรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นิทรรศการยังประกอบด้วยผลงานจัดวางชุด ต้นไม้แห่งชีวิต (Tree of Life ) ศิลปินนำท่อนไม้มาจัดวาง ชวนคนดูตีความหมายถึงต้นไม้ที่ถูกลักลอบตัดและทำลายจำนวนมหาศาลจากความโลภ เท่ากับการกำจัดแหล่งอากาศบริสุทธิ์ แหล่งน้ำ ให้หมดไป ถูกแทนที่ด้วยภัยแล้ง &amp;nbsp;น้ำท่วมดินถล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุดสุดท้ายเป็นงานจิตรกรรมความยาว 26 เมตร จำนวน 25 ชิ้น เขาวาดภาพทิวทัศน์ธรรมชาติที่เห็นตอนเด็ก และยังไม่เคยเผชิญปัญหามลพิษฝุ่นลงบนกล่องกระดาษเครื่องปรับอากาศ สะท้อนมุมมองของมนุษย์สร้างมลภาวะ เบือนหน้าหนีไม่แยแสต่อธรรมชาติ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo; ผลงานนี้เตือนว่า เราได้ทำลายสิ่งที่สวยงามไปแล้ว ในความจริงปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยงานศิลปะหรือใครคนใดคนหนึ่ง ทำได้เพียงเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ตอกย้ำถึงปัญหาผ่านมุมมองของศิลปินในฐานะผู้ประสบภัย&amp;rdquo; ไทวิจิต ทิ้งท้าย และชวนทุกคนลดฝุ่นพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ที่สนใจชมนิทรรศการ &amp;quot;One Generation Plants the Trees, Another Gets the Shade&amp;rdquo; สามารถเข้าชมฟรี ได้ถึง 15 กันยายนนี้ ณ ห้องนิทรรศการ วารินแล็บ คอนเท็มโพรารี &amp;nbsp;ภายในโครงการ O.P. Garden ซอยเจริญกรุง 36 เปิดทุกวัน ตั้งเเต่เวลา 10.30 &amp;ndash; 19.30 น. &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111127</URL_LINK>
                <HASHTAG>งานศิลปะสะท้อนปัญหาฝุ่นพิษ, วารินแล็บ คอนเท็มโพรารี, ไทวิจิต พึ่งเกษมสมบูรณ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe28eda3f38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
