<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19229</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รำลึกจอมพลเจียงและชมสมบัติจีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หอรำลึกเจียงไคเช็ก ในเขตจงเจิ้ง กรุงไทเป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชดเชยการเสียมารยาทโดยนั่งเป็นเพื่อนคุยกับหนุ่มเกย์สิงคโปร์ถึงตีห้าเพราะไปทักว่าเขาเป็นเกย์ (ซึ่งเขาก็เป็นจริงๆ) ทำให้วันนี้ตื่นมาเวลาประมาณ&amp;nbsp;11&amp;nbsp;โมง และกว่าจะพร้อมอาบน้ำแต่งตัวก็บ่ายโมงเข้าไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อสลัดอาการหนักศีรษะออกไปจึงกินบะหมี่ฟรีและกาแฟฟรีของ&amp;nbsp;NEOSOHO 24/7 WORK &amp;amp; RELAX CABIN&amp;nbsp;แล้วออกจากที่พักในเขตจงเจิ้ง นั่งเมโทรสายสีแดงสู่ &amp;ldquo;หอรำลึกเจียงไคเช็ก&amp;rdquo; (Chiang Kai-Shek Memorial Hall)&amp;nbsp;ซึ่งก็ยังอยู่ในเขตจงเจิ้ง และ &amp;ldquo;จงเจิ้ง&amp;rdquo; นี้คงมาจากชื่อของ &amp;ldquo;เจียง ไคเช็ก&amp;rdquo; ในภาษาจีนมาตรฐานที่เรียกว่า &amp;ldquo;เจียง จงเจิ้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เป็นที่น่าสังเกตว่าเวลาผมพูดกับคนไต้หวันถึงชื่อ &amp;ldquo;เจียง ไคเช็ก&amp;rdquo; พวกเขาจะถามกลับว่า &amp;ldquo;ใครกัน ?&amp;rdquo; ผมต้องบรรยายอยู่เป็นนาที แล้วพวกเขาก็จะพูดว่า &amp;ldquo;อ๋อ เจียง จงเจิ้ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หอรำลึกแห่งนี้เริ่มสร้างในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1976&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปีหลังการเสียชีวิตของ &amp;ldquo;จอมพลเจียง&amp;rdquo; ภายในพื้นที่&amp;nbsp;240,000&amp;nbsp;ตารางเมตรของ &amp;ldquo;จัตุรัสอิสรภาพ&amp;rdquo; โดยสถาปนิกผู้ชนะการประกวดได้ออกแบบให้คล้ายคลึงสุสานของ &amp;ldquo;ดร.ซุน ยัตเซ็น&amp;rdquo; ที่เมืองนานกิง มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมษายน ค.ศ.&amp;nbsp;1980&amp;nbsp;วันครบรอบ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีการเสียชีวิตของอดีตผู้นำคนแรกของไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางขึ้นตัวอาคารเพื่อไปยังประตูทางเข้า&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ฝั่งมีบันไดฝั่งละ&amp;nbsp;89&amp;nbsp;ขั้น สื่อถึงอายุของเจียง ไคเช็ก ขณะที่เสียชีวิต ชั้นล่างของอาคารประกอบไปด้วยห้องสมุดและบรรดาเอกสารแสดงชีวประวัติของประธานาธิบดีเจียง รวมถึงประวัติศาสตร์และพัฒนาการของไต้หวัน ส่วนชั้นที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แสดงรูปปั้น ภาพถ่าย ข้าวของเครื่องใช้ขณะมีชีวิต สื่อเคลื่อนไหว และนิทรรศการต่างๆ ที่น่าประทับใจมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นิทรรศการแสดงภาพถ่ายและข้าวของเครื่องใช้ของ &amp;ldquo;จอมพลเจียง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมค่อนข้างสนใจประเด็นที่เขาเดินทางไปเรียนจนจบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยของญี่ปุ่น และช่วงที่เกิดสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;(ก่อนจะตามมาด้วยสงครามโลกครั้งที่&amp;nbsp;2)&amp;nbsp;เจียง ไคเช็ก ได้นำกองทัพจีนของเขายืนหยัดต่อต้านจักรวรรดิญี่ปุ่นอยู่ถึง&amp;nbsp;8&amp;nbsp;ปี ก่อนจะเป็นผู้ประกาศชนะศึกพร้อมๆ กับห้ามปรามประชาชนไม่ให้แก้แค้นศัตรูผู้รุกรานและให้ร่วมกันสร้างชาติขึ้นมาใหม่ จนจีนกลายเป็น&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;4มหาอำนาจของโลก แม้ว่าต่อมาจะต้องนำทัพหนีลงมายังเกาะไต้หวันในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1949&amp;nbsp;เพราะไม่อาจต้านกำลังของจีนคอมมิวนิสต์ได้ และเท่ากับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสงครามกลางเมืองที่กินเวลา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ช่วง ยาวนาน15&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินดูอยู่จนเกือบจะทั่ว เจ้าหน้าที่ก็ประกาศหมดเวลาเยี่ยมชมตอน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;โมงเย็น ก่อนจะขึ้นเมโทรกลับที่พักได้เดินผ่านร้านผลไม้ปั่นของป้าริมถนน เขียนกำกับไว้ว่าเป็นแบบออร์แกนิก จึงสั่งฝรั่งมาดื่มเสริมวิตามินซี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;แก้ว ราคาแค่&amp;nbsp;40&amp;nbsp;เหรียญไต้หวัน ถัดจากร้านป้าเป็นร้านกาแฟ มีอาหารจำพวกเบอร์เกอร์ บาร์บีคิว เครื่องดื่มคอกเทล และเบียร์ขายด้วย เมื่อเห็นแม่ค้าและได้สบตาไป&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วินาทีก็คิดว่าป้าไม่น่ามาเปิดร้านดักอยู่ก่อนเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ค้าสาวกำลังจัดแจงเครื่องดื่มให้กับนักท่องเที่ยวฝรั่งคู่หนึ่ง ไอ้หนุ่มแอบถ่ายรูปเธอตอนทำงาน พอเธอหันมาโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัวก็บอกให้เธอยิ้ม เธอก็ยิ้มอย่างร่วมไม้ร่วมมือ ฝ่ายหญิงสาวที่มากับไอ้หนุ่มด้วยก็ไม่ว่าอะไร ส่วนผมได้แต่ยืนดูดน้ำฝรั่งชำเลืองมองอยู่ห่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัดสินใจไม่กลับที่พัก นั่งเมโทรไปโผล่ที่ย่านซินยี่ เพื่อดู &amp;quot;ไทเป&amp;nbsp;101&amp;quot; ตึก 101 ชั้น&amp;nbsp;ความสูง509.2&amp;nbsp;เมตร แล้วต่อไปยังย่านซิเหมิน ออกจากสถานี&amp;nbsp;Ximen&amp;nbsp;ก็พุ่งไปเข้าแถวซื้อของทอดร้านที่ซื้อเมื่อวันก่อน คราวนี้ขอเปลี่ยนจากไก่ทอดเป็นเห็ด หนักงานถามว่า &amp;ldquo;เผ็ดไหม ?&amp;rdquo; ผมตอบว่า &amp;ldquo;ไม่เผ็ด&amp;rdquo; เห็ดที่ได้กลับไม่มีรสชาติอะไรเลยนอกจากเห็ดกับน้ำมัน แล้วเข้ามินิมาร์ทไปซื้อเบียร์มากินคู่กับเห็ดทอดจืดบนม้านั่งแถวนั้นที่ผู้คนกำลังพลุกพล่าน จากนั้นก็ไปซื้อกระเป๋าเป้ใบเล็กในร้านใหญ่ที่เขียนป้ายลดราคาตัวโตซึ่งเล็งไว้ตั้งแต่วันแรกแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จำลองห้องทำงานของมหาบุรุษแห่งไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินไปเดินมาอยู่ได้สักพัก สุดท้ายก็จบลงที่ย่านบาร์หลังตึกแดงอยู่ดี คราวนี้ไม่นั่งร้านเดิมเพราะดูเงียบเหงาเหลือเกิน เปลี่ยนเป็นร้านเล็กๆ มีลูกค้าสามสี่โต๊ะ ดูลิสต์เบียร์แล้วไม่มีอะไรน่าดื่ม สั่งไฮเนเก้นขวดเล็กในราคา&amp;nbsp;150&amp;nbsp;เหรียญ ทั้งที่ผมไม่ค่อยชอบเบียร์ขวดเขียวนี่เท่าไหร่ บาร์นี้ชื่อ&amp;nbsp;Young Man Barคิดเอาว่าเป็นบาร์สำหรับคนหนุ่ม พอพิจารณาดูเด็กเสิร์ฟแล้วก็พบว่าเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างกำยำกันทุกคน ทำให้ระแวงว่าเป็นบาร์เกย์หรือเปล่า หรือหุ่นดีไว้ล่อกลุ่มลูกค้าสาวๆ กันแน่ แต่ก็มีอยู่แค่ฝรั่งสาว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คนซึ่งคุยกันเองตลอดเวลา หมดขวดผมก็ออกเดิน เพราะรู้สึกว่าไม่น่านั่งเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินไปเรื่อยๆ ในทิศทางกลับที่พัก สุดท้ายก็เจอ&amp;nbsp;Oxygen Bar&amp;nbsp;บาร์เบียร์ของ&amp;nbsp;Oxygen Hostel&amp;nbsp;ที่พลัดหลงมาแวะดื่มเมื่อคืนวาน คืนนี้ผมสั่งเอลตัวเด่นชื่อ&amp;nbsp;#1&amp;nbsp;มาดื่ม&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ไพนต์ ได้ความจากคืนก่อนว่าร้านนี้เจ้าของเป็นอเมริกันที่มาอยู่ไต้หวัน และเบียร์นี่ก็มาทำในไต้หวัน รสชาติดีทีเดียว เรื่องเบียร์คราฟต์นี่ของอเมริกันเขาไม่เป็นรองใคร และพอมาขายในไต้หวันราคาก็แค่ไพนต์ละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;เหรียญ หรือประมาณ&amp;nbsp;110บาท ราคานี้หาทั่วเมืองไทยก็ไม่เจอครับ เพราะอะไรต้องไปถามพวกยักษ์ใหญ่และผู้ออกกฎหมายเอาเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้สาวรับออร์เดอร์หน้าตาดีและดูจะยุ่งตลอดเวลา เหมือนเธอจะทำงานให้โฮสเทลด้วย ผมเดินไปขอพาสเวิร์ด&amp;nbsp;Wi-fi&amp;nbsp;เธอก็ยิ้มบอกอย่างน่ารัก แต่คืนนี้ผมอยู่ไม่นาน เบียร์หมดแก้วก็เดินกลับที่พักเพราะมีซิงเกิ้ลมอลต์&amp;nbsp;Maccanlan&amp;nbsp;เหลืออยู่ให้จัดการอีกเกือบครึ่งขวด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แวะซื้อขนมขบเคี้ยวขึ้นไปกินแกล้มในพื้นที่ส่วนกลางของที่พักแล้วปิดท้ายด้วยบะหมี่ฟรี แต่พอเข้านอนหลับไปได้ไม่นานก็เจอเสียงกรนมหาภัย ตอนแรกนึกว่ามาจากห้องลุงอเมริกันที่เพี้ยนๆ ชอบเปิดเพลงหวานๆ แต่กลายเป็นอีกห้องถัดไปอีกด้าน เมื่อทนไม่ไหวก็เดินออกไปหน้าฟรอนต์ขอให้รีเซ็พชั่นเกย์หนุ่มเปลี่ยนห้องให้ เขาใจดีเปลี่ยนให้ไปนอนในโซนที่ไม่ได้รับลูกค้า (คนละห้องโถงกัน) มีเพียงเพื่อนร่วมงานของเขานอนอยู่บางห้อง ผมฉวยข้าวของเท่าที่ถือได้ออกมาจากห้องเดิมแล้วเข้านอนห้องใหม่ ต้องขอบคุณเกย์หนุ่มจากใจจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถยนต์คาดิลแลก รุ่น &amp;ldquo;ฟลีทวู้ด&amp;rdquo; ของอดีตผู้นำไต้หวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันต่อมาแม้จะตื่นมาทันอาหารเช้าแต่ก็เหลือไม่มากแล้ว กินเสร็จก็กลับไปต้องนอนต่อจนถึงบ่ายโมงเพราะยังเพลียอยู่ ตื่นอีกครั้งมากินกาแฟจากเครื่องที่ใส่แคปซูลกาแฟสดเข้าไป กดปุ่มแล้วน้ำกาแฟก็ไหลลงถ้วย ผมกินแบบ&amp;nbsp;Strong&amp;nbsp;ไป&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ถ้วย และแบบ&amp;nbsp;Light&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ถ้วยก็ฟื้นคืนชีพเดินไปขึ้นเมโทรสายสีแดงสายเดิมไปยังสถานีหอรำลึกเจียงไคเช็กอีกครั้ง แต่ออกประตูคนละฝั่งถนนกับร้านกาแฟสาวสวยเมื่อวาน พยายามวางมาดพระเอกหนังจีนยุค 90&amp;#39;s ค่อยๆ หันไปมองทางร้านของเธอ ปรากฏว่าร้านเธอปิด ร้านป้าขายน้ำผลไม้ก็ปิด คงเพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวถนน&amp;nbsp;Nanhai Road&amp;nbsp;ซึ่งอยู่ตรงข้ามถนนที่จะเดินไปยังหอรำลึกเจียงไคเช็ก มีตลาดสมุนไพรตั้งอยู่ในอาคาร ผมลองเดินแหย่เข้าไป เห็นแบ่งประเภทกันวางขายในแต่ละชั้น มีส่วนที่เป็นตลาดสดและร้านอาหารอยู่ในนี้ด้วย ก่อนจะออกมาแล้วเดินยาวไปยังพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ&amp;nbsp;(National Museum of History)&amp;nbsp;ค่าเข้าชมแค่&amp;nbsp;30&amp;nbsp;เหรียญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมรู้สึกประทับใจกว่าพิพิธภัณฑ์กู้กง หรือพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติเสียอีก ผู้เข้าชมค่อนข้างน้อย จัดแสดงของหายากประเภทเครื่องปั้นดินเผา เครื่องเคลือบ ของใช้ทำจากสำริด อาวุธโบราณ เครื่องราง ตราสัญลักษณ์ งานแกะสลัก ของประดับตกแต่ง ฯลฯ ตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีชาติจีน เก่าแก่ชนิด&amp;nbsp;8&amp;ndash;&amp;nbsp;9&amp;nbsp;พันปีก็มี ของสะสมมีหลากหลาย อาทิ ภาพเขียนพู่กันจีน ตัวอักษรที่เขียนจากพู่กันจีน การจัดแสดงนิทรรศการงานฝีมือจากหยก นิทรรศการละครจีนโบราณ และที่สำคัญสามารถถ่ายรูปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปลายปี ค.ศ.&amp;nbsp;1955&amp;nbsp;ถือได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ชาติแห่งแรกที่สร้างขึ้นในไต้หวัน ในยุคเริ่มแรกจัดแสดงเพียงภาพและโมเดลเท่านั้น กระทั่งปี ค.ศ.&amp;nbsp;1956&amp;nbsp;กระทรวงศึกษาธิการได้ส่งมอบงานฝีมือจีนที่ถูกญี่ปุ่นยึดไปตั้งแต่สงครามจีน-ญี่ปุ่น ครั้งที่&amp;nbsp;1 (ค.ศ.&amp;nbsp;1894 &amp;ndash; 1895)&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;2ล็อต จากนั้นก็ได้ของสะสมมาจากอดีตพิพิธภัณฑ์แห่งมณฑลเหอหนานอีกชุดใหญ่ ซึ่งกลายเป็นฐานของคอลเล็คชั่นในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ที่ปัจจุบันมีของสะสมมากถึงกว่า&amp;nbsp;6&amp;nbsp;หมื่นชิ้น มี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชิ้นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณวัตถุประจำชาติโดยกระทรวงวัฒนธรรม และ&amp;nbsp;42&amp;nbsp;ชิ้นในฐานะโบราณวัตถุที่มีความสำคัญ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานปั้นสามสี ขุดพบจากสุสานราชวงศ์ถังในเมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์มีจำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ชั้น ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่า ส่วนที่เป็นระเบียงของชั้น&amp;nbsp;4&amp;nbsp;มีจุดพักผ่อนชมวิวสระบัวด้านล่าง ชั้น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;และชั้น&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มีร้านอาหารและร้านกาแฟที่ตกแต่งสวยงาม บรรยากาศดี ชั้นล่างขายของที่ระลึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในละแวกนี้มีพิพิธภัณฑ์อีกอย่างน้อย&amp;nbsp;4 &amp;ndash; 5&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์ให้เลือกเข้าชมตามความสนใจ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ที่เดินผ่านเมื่อตอนบ่าย ขาเดินกลับผมแวะร้านอาหารร้านแรกที่เจอเพราะท้องร้องหนักตั้งแต่อยู่ในพิพิธภัณฑ์แล้ว สั่งบะหมี่โดยชี้ไปที่รูปในเมนู บวกไข่ต้มใบชา&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ฟอง ราคาเพียง&amp;nbsp;75เหรียญไต้หวัน ต้องจ่ายเงินก่อนตามระเบียบของร้านจำนวนมากที่นี่ รออยู่นานเหมือนกันกว่าจะได้บะหมี่ชามใหญ่มาวางตรงหน้า ซึ่งผลออกมาไม่ผิดหวัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อกลับถึงที่พักก็เจอหนุ่มเกย์สิงคโปร์คนที่ผมต้องนั่งคุยเป็นเพื่อนจนถึงตี&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เมื่อวันก่อน เขา (เธอ) ไปเที่ยวเกาสง เมืองชายทะเลทางใต้มา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;วัน ขณะที่ผมผ่อนคลายด้วยเบียร์กระป๋องอยู่ที่โต๊ะเขาก็เข้ามานั่งเล่าถึงเรื่องไปเที่ยว และชวนไปดินเนอร์ ผมบอกว่า &amp;ldquo;ปวดเท้า ไปเถอะ ถ้ากลับมาไม่ดึกมากก็คงยังนั่งอยู่ตรงนี้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมลงจากที่พักไปซื้อเบียร์เดินดื่มกลับมา (จนตอนนี้ยังไม่รู้ว่าเสียมารยาทหรือผิดกฎอะไรหรือไม่) หนุ่มรีเซ็พชั่นหน้าใหม่แนะนำให้ไปกินบะหมี่ร้านหนึ่ง ผมเกิดหิวขึ้นมาอีกจนได้จึงลงจากที่พักไปอีกรอบ เดินไปตามลายแทงแต่สับสนไม่รู้ว่าร้านไหน เดินวนไปเวียนมาอยู่พักหนึ่งก็นั่งที่ร้านบะหมี่ที่เขียนว่า&amp;nbsp;24ชั่วโมง จะนั่งริมบาทวิถี หรือนั่งบนเคาน์เตอร์ประจันหน้ากับคนขายก็ได้ ผมชี้สั่งไปที่รูปภาพเมนู พ่อค้าและพ่อครัวในคนเดียวกันบอกว่าหมด ตอนนี้มีอยู่อย่างเดียว เป็นบะหมี่ซุปข้นๆ ผมก็ไม่ขัด เขาตักใส่ชามกระดาษขนาดเล็กมาในราคา&amp;nbsp;40&amp;nbsp;เหรียญ อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ จึงคิดว่าน่าจะเดินมาถูกร้านตามคำแนะนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งแสดงในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ ขวามือสุดคือเตาสำริดก่อนสมัยพุทธกาลราว200 &amp;ndash; 400&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนกลับขึ้นห้องพักผมเดินไปซื้อเบียร์อีกกระป๋องและไก่ทอด&amp;nbsp;TKK 1&amp;nbsp;ชิ้นกลับที่พัก ไก่รสชาติเข้ากับเบียร์ได้ดี เบียร์หมดผมก็ต่อด้วยซิงเกิลมอลต์ที่เหลืออยู่นิดหน่อย หนุ่มรีเซ็พชั่นคนใหม่พูดภาษาอังกฤษได้ไม่คล่องแต่อัธยาศัยดีที่สุด เดินเข้ามาแนะนำอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง พอจะเข้านอน หนุ่มเกย์สิงคโปร์ก็กลับมาจากดินเนอร์ ผมต้องนั่งคุยอีกเกือบครึ่งชั่วโมง แล้วเขา&amp;nbsp;(เธอ) ก็ขอเฟซบุ๊กไปจนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช้าวันต่อมาผมนั่งรถบัสจากอาคารใกล้ๆ&amp;nbsp;Main Taipei Station&amp;nbsp;ไปสนามบิน ผู้หญิงไทย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;คนขึ้นมานั่งข้างๆ ตอนลงจากรถเห็นขนาดกระเป๋าของแต่ละคนที่พยุงกันออกมาจากที่เก็บสัมภาระใต้ท้องรถก็รู้เลยว่ามาเพื่อการใด มันคือสิ่งที่ชาวไทยไม่แพ้ใครในโลก &amp;ldquo;ช็อปปิ้ง&amp;rdquo; นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนผ่าน ตม. สนามบินดอนเมือง แม่สาวชาวไทยทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;อนงค์ไม่มีใครมีปากกาเพื่อจะเขียนข้อมูลลงบัตรขาเข้า จึงให้ยืมไป&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ด้าม เป็นปากกาฟรีที่เขียนดีมาก ผมหยิบมาจาก&amp;nbsp;NEOSOHO 24/7 WORK &amp;amp; RELAX CABIN&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หันหลังกลับไปเพราะคิดว่าพวกหล่อนจะเอาปากกามาคืน แต่ภาพที่เห็นคือมีคนยืมต่อกันไปเป็นทอดๆ เหมือนว่าเครื่องบินทั้งลำไม่มีใครมีปากกาเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงเปลี่ยนเป็นโบกมือบ๊ายบาย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาชนะใส่น้ำอายุระหว่าง&amp;nbsp;3,300 &amp;ndash; 4,800&amp;nbsp;ปีก่อนพุทธกาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โซนภาพเขียนพู่กันจีนในพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19229</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอมพลเจียง, จีน, ท่องเที่ยว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ, ไทเป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สมบัติชาติจีนที่เกาะไต้หวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประตูทางเข้าพิพิธภัณฑ์กู้กง หรือ &amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ&amp;rdquo; เขตซื่อหลิน กรุงไทเป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินไปที่พักแห่งใหม่นั้นง่ายมาก แทบจะเป็นเส้นตรงจาก&amp;nbsp;Royal Hours Delux Inn&amp;nbsp;ที่พักเดิมในย่านซิเหมิน ราว&amp;nbsp;20&amp;nbsp;นาทีก็ถึง&amp;nbsp;NEOSOHO 24/7 WORK &amp;amp; RELAX CABIN&amp;nbsp;ตั้งอยู่ในย่านจงเจิ้ง เรียงอยู่ด้วยร้านอาหาร ร้านกาแฟ และใกล้&amp;nbsp;Taipei Main Station&amp;nbsp;แค่&amp;nbsp;3&amp;nbsp;นาทีเดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รีเซพชั่นสาวเขียนข้อความลงกระดาษแผ่นเล็กๆ ระบุเวลาเช็กเอาต์&amp;nbsp;13.13&amp;nbsp;น. ของวันถัดไป ซึ่งตรงกับเวลาเช็กอินวันนี้ เท่ากับว่า&amp;nbsp;NEOSOHO 24/7 WORK &amp;amp; RELAX CABIN&amp;nbsp;อนุญาตให้ลูกค้าพักได้&amp;nbsp;24ชั่วโมง ไม่ว่าจะเช็กอินเวลาใดก็ตาม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเข้าห้องพัก ผมก็จองผ่านเว็บไซต์เอเจนซี่ต่ออีก&amp;nbsp;2&amp;nbsp;คืนทันที ราคาคืนละแปดร้อยกว่าบาท ถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะมีกาแฟสดบริการฟรี&amp;nbsp;24&amp;nbsp;ชั่วโมง รวมถึงบะหมี่สำเร็จรูป บิสกิต เครื่องดื่มทั่วไป โจ๊กซอง ช็อคโกแลตซอง แถมอาหารเช้าก็ยังฟรีอีก นอกจากนี้เครื่องคอมพิวเตอร์ก็วางไว้ให้ใช้ตามสะดวก&amp;nbsp;4 &amp;ndash; 5เครื่อง ห้องน้ำมีอุปกรณ์เครื่องเคียงครบครัน โถส้วมเป็นแบบน้ำฉีดอัตโนมัติเพียงกดปุ่ม (เหมือนญี่ปุ่น) เครื่องซักผ้าก็ให้ใช้ฟรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในห้องพักมีโต๊ะทำงาน มีโซฟาที่ใช้เป็นเตียงนอน ตามชื่อ&amp;nbsp;Work &amp;amp; Relax&amp;nbsp;ผนังกั้นห้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ด้านกั้นไม่หมด คือ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ด้านที่ติดกับห้องข้างๆ และด้านประตูห้อง ปล่อยโล่งตรงส่วนบนราวครึ่งเมตร เลียนแบบพาร์ติชันในออฟฟิศทั่วไป ทำให้ผมรู้สึกกังวลเรื่องเสียงกรนของเพื่อนบ้านขึ้นมาทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้พักห้องติดกับผมด้านหนึ่งเป็นชายฝรั่งวัยกลางคนค่อนไปทางปลายๆ ทักผมมา&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้งในเวลา&amp;nbsp;2นาทีว่า&amp;nbsp;Hey man!&amp;nbsp;มาทราบทีหลังว่าเป็นอเมริกัน ผมตอบว่า&amp;nbsp;Hello&amp;nbsp;กลับไปทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ครั้ง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แกเปิดเพลงร็อคหวานๆ บ้าง ป็อปอเมริกันบ้าง เพลงรักอมตะ &amp;ldquo;เย่ เลี่ยง ต้าย เปี่ยว หว่อ ตี ซิน&amp;rdquo; ที่แปลเป็นไทยว่า &amp;ldquo;พระจันทร์แทนใจฉัน&amp;rdquo; ของ &amp;ldquo;เติ้งลี่จวิน&amp;rdquo; ก็มี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนจะเดินออกจากห้อง (แกเปิดประตูห้องไว้) ผมแกล้งพูดไปว่า &amp;ldquo;เพลงเพราะดีนะครับ&amp;rdquo; แกพูดกลับมาอีกยาวยืด ประมาณว่า &amp;ldquo;เพลงหายไปเยอะ ต้องค่อยๆ เก็บกลับมาใหม่....&amp;rdquo; แต่ผมยอมเสียมารยาทไม่ฟังให้จบ เดินออกไปก่อน รู้ว่าแกไม่เห็นหน้าผมอยู่แล้วเพราะแกพูดอยู่ในห้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเดินเข้าพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ โออ่าอย่างกับพระราชวังจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นออกไปนั่งเมโทรสายสีแดงที่&amp;nbsp;Main Taipei Station&amp;nbsp;ไปลงสถานีซื่อหลิน&amp;nbsp;(Shilin)&amp;nbsp;แล้วต่อรถเมล์ไม่ไกลก็ถึงพิพิธภัณฑ์ &amp;ldquo;กู้กง&amp;rdquo; หรือพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ เรียกในภาษาอังกฤษว่า&amp;nbsp;National Palace Museum&amp;nbsp;มีหลายอาคาร ซึ่งอาคารแสดงหลักนั้นขนาดใหญ่มาก นักท่องเที่ยวเต็มแน่น ส่วนมากมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ มีค่าเข้าชม&amp;nbsp;250&amp;nbsp;ดอลลาร์ไต้หวัน หรือเกือบๆ&amp;nbsp;300&amp;nbsp;บาท ผู้เข้าชมจะต้องฝากกระเป๋าและกล้องถ่ายรูปในล็อกเกอร์แบบหยอดเหรียญ (ได้เหรียญคืนเมื่อเอากุญแจกลับมาไข) เป็นอันว่าอดนำภาพจากภายในพิพิธภัณฑ์มาฝากท่านผู้อ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ เดิมทีเรียก &amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์พระราชวัง&amp;rdquo;&amp;nbsp;(Palace Museum) ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.&amp;nbsp;1925&amp;nbsp;หลัง ดร. ซุน ยัต-เซ็น สถาปนาสาธารณรัฐจีน&amp;nbsp;(Republic of China)&amp;nbsp;ภายในพื้นที่ของพระราชวังต้องห้าม กรุงปักกิ่ง นี่จึงเป็นที่มาว่าพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีคำว่า &amp;ldquo;พระราชวัง&amp;rdquo; ติดมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมบัติมีค่าจำนวนนับไม่ถ้วนที่ก่อนหน้านั้นถูกเก็บไว้เชยชมภายในสมาชิกราชวงศ์ก็ได้รับการเปิดเผยต่อสายตาสาธารณชน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1933&amp;nbsp;ประธานาธิบดีเจียง ไค-เช็ค ได้สั่งให้เคลื่อนย้ายของสะสมและสิ่งแสดงไปยังเมืองทางด้านตะวันตกเฉียงใต้เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดจากการรุกรานของญี่ปุ่นที่กำลังคืบคลาน และแม้ว่าการต่อสู้ที่ดุเดือดในหลายพื้นที่แต่สมบัติชาติทั้งหมดก็ไม่ได้รับความเสียหาย ในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1934พิพิธภัณฑ์พระราชวังได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น&amp;nbsp;The Palace Museum of Beiping&amp;nbsp;ซึ่ง&amp;nbsp;Beiping&amp;nbsp;ก็คือชื่อที่ใช้เรียก &amp;ldquo;ปักกิ่ง&amp;rdquo; ก่อน&amp;nbsp;Beijing&amp;nbsp;และยังใช้ในระหว่างปี ค.ศ.&amp;nbsp;1928&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;1949&amp;nbsp;ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ช่วงปลายปี ค.ศ.&amp;nbsp;1948&amp;nbsp;ขณะที่รัฐบาลจีนคณะชาติกำลังเพลี่ยงพล้ำให้กับจีนคอมมิวนิสต์ในสงครามกลางเมือง รัฐบาลจีนคณะชาติก็ได้ขนสิ่งของมีค่าราว&amp;nbsp;600,000&amp;nbsp;ชิ้นจาก &amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์พระราชวัง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;สำนักงานจัดเก็บพิพิธภัณฑ์กลางแห่งชาติ&amp;rdquo; ไปยังเกาะไต้หวันโดยเรือหลายลำ จัดตั้งคลังเก็บแรกเริ่มขึ้นที่หยางเหม่ย และ เถาหยวน จากนั้นที่ไถจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จนกระทั่งในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1965&amp;nbsp;เนื่องในโอกาศครบรอบ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ปีชาตกาลของ ดร.ซุน ยัต-เซ็น พิพิธภัณฑ์ได้รวมกับสำนักงานจัดเก็บพิพิธภัณฑ์กลางแห่งชาติ กลายเป็นชื่อใหม่&amp;nbsp;National Palace Museum&amp;nbsp;หรือ &amp;ldquo;พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ&amp;rdquo; ในเขตซื่อหลิน กรุงไทเป จนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตลอดระยะเวลามากกว่า&amp;nbsp;60&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้พัฒนาไปสู่พิพิธภัณฑ์ที่ทันสมัยเต็มรูปแบบ ไม่เพียงความสามารถและศักยภาพในทางการศึกษาและการสำรวจวิจัยที่มีความก้าวหน้าอย่างมาก ในส่วนของสิ่งแสดงและของสะสมก็ได้เพิ่มจำนวนมากขึ้นกว่า&amp;nbsp;697,000&amp;nbsp;ชิ้น กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวมศิลปะและวัฒนธรรมจีนเอาไว้ไม่น้อยกว่าที่ใดในโลก อีกทั้งได้รับการยกย่องว่าสามารถจัดแสดงนิทรรศการได้ดีเยี่ยมติด&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ใน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ของพิพิธภัณฑ์ทั่วทั้งโลก แม้ว่าจะสามารถนำมาแสดงได้เพียงรอบละประมาณ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;พันชิ้นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติได้สร้างสาขาภาคใต้ขึ้นที่นครเจียอี้เมื่อ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีที่แล้ว บนพื้นฐานของคอลเล็กชั่นจำนวนมหาศาลของพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือนี้ สาขาใหม่ที่เกิดขึ้นได้รับการนำเสนอในฐานะพิพิธภัณฑ์ศิลปะและวัฒนธรรมโดยรวมของเอเชีย โดยทั้ง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แห่งจะผนึกกำลังทำงานควบคู่กัน โดยมีภารกิจหลักทางด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ส่งเสียงประสานความเป็นจีนและเอเชียสู่ชาวโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;มุมมองจากชานหน้าอาคารแสดงหลักลงไปยังประตูทางเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไม่กี่ปีที่ผ่านมา พิพิธภัณฑ์ยังได้มีบทบาทอย่างสูงในโครงการจดหมายเหตุแห่งชาติในรูปแบบ &amp;ldquo;ดิจิตอล&amp;rdquo; ทำให้คอลเล็กชั่นหรือของสะสมของพิพิธภัณฑ์ถูกบรรจุในรูปแบบใหม่เพิ่มขึ้นมา การจัดแสดงนิทรรศการมีชีวิตชีวามากขึ้น ระบบใหม่นี้ช่วยให้พิพิธภัณฑ์มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมทางวัฒนธรรมและการสร้างสรรค์ศิลปะ เป็นตัวอย่างของพิพิธภัณฑ์แห่งอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอวกกลับไปยังคำว่า &amp;ldquo;ดิจิตอล&amp;rdquo; สักหน่อยนะครับ หน่วยงานที่ดูแลการใช้ภาษาไทยได้กำหนดให้เขียนใหม่ว่า &amp;ldquo;ดิจิทัล&amp;rdquo; ทำให้ในอดีตที่คำนี้&amp;nbsp;(Digital)&amp;nbsp;ออกเสียงในหมู่คนไทยว่า &amp;ldquo;ดิจิต้อว&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ดิจิต้อน&amp;rdquo; ปัจจุบันนอกจากการอ่าน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;แบบนั้นยังดำรงไม่ไปไหนแล้ว การออกเสียงใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดิจิทัน, ดิจิเท่า, ดิจิโท่ว, ดิจิท่อน, ดิจิท่อว แม้แต่บทประชาสัมพันธ์ของ &amp;ldquo;กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม&amp;rdquo; ยังถูกอ่านออกเสียงเป็น &amp;ldquo;ดิจิทั่น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Digital&amp;nbsp;ออกทะเลเป็น &amp;ldquo;ดิจิทั่น&amp;rdquo; ไปได้อย่างไรกันครับ ผมหัวเราะด้วยความสมเพชทุกครั้งที่ได้ยิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากจะว่าไป การกำหนดให้เขียนใหม่นี้ทำให้การอ่านออกเสียงยิ่งห่างจากต้นฉบับภาษาอังกฤษไปมากกว่าแบบเดิมด้วยซ้ำ เพราะภาษาอังกฤษนั้นจะอ่านออกเสียงคล้ายๆ &amp;ldquo;ดิจิเตา&amp;rdquo; ซึ่งการเขียน &amp;ldquo;ดิจิตอล&amp;rdquo; ย่อมใกล้เคียงกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การกำหนดให้เขียนอย่างไรนั้นย่อมทำได้ แต่ควรคาดการณ์ถึงการอ่านที่หลากหลายไม่รู้จบแบบไทยๆ ตามมาด้วย เรื่องนี้คิดๆ ไปก็มองได้ว่าการซุกซนของผู้ใหญ่สร้างความปวดหัววุ่นวายกว่าพฤติกรรมของเด็กๆ หลายเท่า (ยังมีอีกหลายตัวอย่าง แต่ขอไม่ยกมาในวันนี้)&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับมาเรื่องเที่ยวไต้หวันกันต่อนะครับ ผมดูตามห้องนิทรรศการถาวรอยู่ได้ไม่กี่ห้อง โดยติดอยู่ที่ห้องพุทธศาสนาแบบธิเบตนานไปหน่อย อาการปวดฝ่าเท้าก็กำเริบขึ้นพร้อมๆ กับปวดท้องหิวข้าว จึงตัดสินใจเดินออกจากพิพิธภัณฑ์แล้วนั่งรถเมล์กลับไปย่านเมโทรสถานี Shilin&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความหิวก็เลยเดินเข้าร้านบะหมี่แรกที่เจอ เข้าไปในร้านแล้วถึงรู้ว่าเป็นแนวเกาหลี ซดน้ำซุปเผ็ดๆ ไปได้แค่สองสามช้อน กินเส้นจนหมดก็เดินต่อจะเข้า &amp;ldquo;ตลาดกลางคืนซื่อหลิน&amp;rdquo;&amp;nbsp;(Shilin Night Market)&amp;nbsp;ที่ใหญ่และโด่งดังไม่แพ้ใครในบรรดาตลาดกลางคืนด้วยกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;แต่เมื่อแวะกดเงินจากตู้เอทีเอ็มเงินไม่ยอมไหลออกมา ในกระเป๋ามีเหลืออยู่แค่ประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ดอลลาร์ไต้หวัน เท้าก็ปวดจนไม่อยากเดินหาตู้ใหม่ จึงซื้อเบียร์ไต้หวันที่ถูกสุดในมินิมาร์ทใกล้ๆ ราคา&amp;nbsp;&amp;nbsp;32&amp;nbsp;ดอลลาร์ นั่งดื่มหน้าป้ายรถเมล์บริเวณวงเวียนก่อนเข้าตลาด (ด้านหลัง)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาการปวดเท้าทุเลาลงหน่อยผมก็เดินเข้าตลาด มีเสื้อผ้า รองเท้า และข้าวของต่างๆ อีกมากมาย ที่เป็นร้านแบรนด์เนมก็มี วางขายบนแผงก็เยอะ อาหารรถเข็นก็มีหลากหลายอยู่ในบางซอกซอยและริมถนนใหญ่ ผมอยากจะซื้อรองเท้าฟุตบอลอาดิดาสที่ราคาถูกกว่าบ้านเราค่อนข้างมาก แต่ไม่มีเงิน เจอตู้เอทีเอ็มก็ยังกดเงินไม่ออก เดินจนปวดเท้าอีกรอบก็แวะเข้าไปซื้อเบียร์ด้วยเงินก้อนสุดท้ายในร้าน&amp;nbsp;7-11&amp;nbsp;แล้วออกมานั่งดื่มหน้าร้าน หันกลับไปเห็นป้ายเขียนว่าในร้าน&amp;nbsp;7-11&amp;nbsp;มีตู้เอทีเอ็มก็เข้าไปถามพนักงาน ได้ความว่าอยู่มุมด้านในของร้าน คราวนี้เงินไหลออกมาแต่โดยดี เสียค่าธรรมเนียม&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท แต่พอคิดจะเดินไปซื้อรองเท้าก็เดินไม่ไหวแล้ว จึงค่อยๆ ขยับทีละก้าวไปขึ้นเมโทรที่สถานี&amp;nbsp;Jiantan&amp;nbsp;ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ตลาดซื่อหลินมากกว่าสถานี&amp;nbsp;Shilin&amp;nbsp;เสียอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับถึงที่พักก็อาบน้ำทันที โดยใช้น้ำอุ่นฉีดเท้าอยู่นานกว่าจะรู้สึกดีขึ้น เอนหลังลงบนโซฟาในห้องได้ครู่หนึ่งก็ซ่าจะไปเดินตลาดซิเหมินติง เพราะวันนี้เป็นวันศุกร์ รู้สึกมั่นใจว่าบาร์ย่านหลังตึกแดงคงมีคนเยอะ แต่เดินไปได้ประมาณครึ่งทางก็ปวดเท้าขึ้นมาอีก เห็นบาร์ชื่อ&amp;nbsp;Oxygen&amp;nbsp;ซึ่งเป็นร้านของโฮสเทลในชื่อเดียวกันก็เข้าสั่งเบียร์สดแบบเอลมาดื่ม&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ไพนต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อเมริกันหนุ่มหน้าเกย์สอนภาษาอังกฤษอยู่ที่เมืองจีนเข้ามาคุยด้วย เขาพักที่นี่ โชคดีของผมที่เบียร์หมดจึงไม่เสียมารยาทที่จะขอลาออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขากลับแวะมินิมาร์ทข้างที่พัก ซื้อซิงเกิลมอลต์วิสกี้ยี่ห้อ&amp;nbsp;MACALLAN&amp;nbsp;ขวดขนาด&amp;nbsp;350&amp;nbsp;มิลลิลิตรมาลองในราคาเกือบๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;800&amp;nbsp;ดอลลาร์ พร้อมขนมขบเคี้ยวอีกนิดหน่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางเดินด้านข้างออกจากพิพิธภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาประมาณตี 1 เตรียมตัวจะเข้านอน หนุ่มหน้าตี๋เข้ามาคุยด้วย เขาเป็นคนสิงคโปร์แต่ไปอยู่ฮอลแลนด์ตั้งแต่เด็กๆ ขณะนั้นประเด็นอังกฤษออกจากอียูและอนาคตอียูกำลังอยู่ในกระแส เราเลยคุยกันถึงเรื่องนี้อย่างออกรส ตอนหลังผมเผลอพูดออกไปว่า &amp;ldquo;รู้นะคุณเป็นเกย์&amp;rdquo; เขาถึงกับผงะ ผมเสริมไปว่า &amp;ldquo;ผมเคารพพวกคุณนะ ผมเองก็มีเพื่อนเป็นเกย์หลายคน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อชดเชยที่เสียมารยาท ผมต้องดื่มวิสกี้เพียวๆ สนทนากับเขาจนเกือบตีห้า ถึงได้เข้านอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18692</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ, ไทเป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17643</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2018 00:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2018 00:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เที่ยวไทเปกับคนบนฟ้า </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;หลงซานซื่อ&amp;rdquo; หรือวัดเขามังกร วัดสำคัญและเก่าแก่ของไต้หวัน ตั้งอยู่ในเขตวั่นหัว กรุงไทเป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองปีที่แล้ว ก่อนที่ทางการไต้หวันจะยกเลิกการขอวีซ่าเข้าประเทศสำหรับคนไทยเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;หรือ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;สัปดาห์ ผมก็ใช้วีซ่าแคนาดาที่สามารถเดินทางเข้าไต้หวันได้โดยได้รับการยกเว้น (เพื่อจะคุยได้ว่าใช้ประโยชน์จากวีซ่าแคนาดาอย่างเต็มที่) แต่จำได้ว่าต้องดำเนินการผ่านระบบออนไลน์และปรินต์เอกสารล่วงหน้า และประสบปัญหาเพราะอินเตอร์เน็ตทางโน้นล่ม วุ่นวายจนเกือบเสียค่าตั๋วเครื่องบินฟรีๆ ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการเดินทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันหนึ่งของปลายกรกฎาคม 2559 โบอิ้ง&amp;nbsp;777&amp;nbsp;ร่อนลงบนรันเวย์ของสนามบินเถาหยวน ตอนประมาณ&amp;nbsp;8โมงเช้า นับได้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั่วโมงกว่า ๆ ที่ออกมาจากดอนเมือง ผมหลับไปบ้างบนเครื่องบิน นั่นเท่ากับเวลาทั้งหมดที่ได้นอนรอบ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;กว่าชั่วโมง ลงจากเครื่องแล้วก็ผ่านตรวจคนเข้าเมืองของไต้หวัน และเพราะไม่มีสัมภาระโหลดใต้เครื่องบิน ก็ออกไปมองหาป้ายสัญลักษณ์รถบัสเข้าเมือง แต่ขั้นแรกต้องหาตู้เอทีเอ็มก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่มีเวลาไปแลกเงินดอลลาร์ไต้หวันที่สถานรับแลกราคาดีๆ และไม่ยอมแลกอัตราเลือดซิบที่สนามบินทั้งที่ดอนเมืองและเถาหยวนนี้ หวังมากดเงินด้วยบัตรเดบิตจากเอทีเอ็มได้เรตเท่าอัตราแลกเปลี่ยนประจำวัน บวกค่าประกันความผันผวนของค่าเงินประมาณ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เปอร์เซ็นต์ และเสียค่าบริการครั้งละ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;บาท แต่ก็ยังดีกว่าแลกตามสนามบินหรือสถานีรถไฟและขนส่งทั่วไปอย่างไม่ต้องสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเงินดอลลาร์ไต้หวันไหลออกมาจากเครื่องอย่างว่าง่ายแล้วก็เดินไปหาเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ผมถามถึงบัตรอีซี่การ์ด หลายท่านที่ไปเที่ยวมาก่อนแนะนำว่าอีซีการ์ดจะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวในไต้หวันสะดวกสบายขึ้น นอกจากจ่ายค่ารถค่าราได้แล้วก็ยังจ่ายในร้านสะดวกซื้อได้ด้วย เจ้าหน้าที่สาวบอกว่าต้องไปซื้อที่ &amp;ldquo;ไทเปเมนสเตชั่น&amp;rdquo;&amp;nbsp;(Taipei Main Station)&amp;nbsp;ที่นี่มีแต่บัตรชนิดอื่น จึงเดินออกจากอาคารผู้โดยสารลงไปยังชานชาลารถบัสเข้าเมือง เห็นมินิมาร์ทผมก็เดินเข้าไปจะซื้อน้ำดื่ม ตอนแรกตั้งใจจะไปกินอาหารเช้าในไทเป แต่มีโอเด้งขายในร้านนี้ด้วยจึงตักใส่ถ้วยมาหลายไม้หลายชิ้นเพราะความหิว แล้วออกไปนั่งกินรอรถบัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;มองจากด้านข้างของประตูวัดหลงซาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระหว่างนั่งกินโอเด้งรถบัสก็วิ่งเข้ามาเทียบจอด รีบกินจนหมดและโชคดีที่รถยังไม่ออก วิ่งไปซื้อตั๋วราคา125&amp;nbsp;ดอลลาร์ไต้หวัน ซึ่งก็ตกประมาณ&amp;nbsp;140&amp;nbsp;บาท (1&amp;nbsp;ดอลลาร์เท่ากับประมาณ&amp;nbsp;1.1&amp;nbsp;บาท) ถือว่าคุ้มค่าที่ได้อิ่มท้องและทันบัสเข้าเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมาณ&amp;nbsp;45&amp;nbsp;นาที รถก็มาจอดข้างอาคารขนาดใหญ่ ได้ยินเสียงจากลำโพงบนรถบัสขานว่า&amp;nbsp;Taipei East Gate&amp;nbsp;เมื่อเห็นคนลงกันหมดผมก็ลงด้วยแล้วเดินเข้าสถานีไปทำความเข้าใจกับแผนที่อยู่นานหลายนาที ก่อนจะได้ซื้ออีซี่การ์ด และนั่งรถไฟใต้ดินสายสีน้ำเงิน มีตัวย่อ&amp;nbsp;MRT&amp;nbsp;เหมือนบ้านเรา นั่งไปเพียง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สถานี ถึงXimen Station&amp;nbsp;ออกทางประตู&amp;nbsp;6&amp;nbsp;แล้วเดินไปตามแผนที่ในใบจองที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาราว&amp;nbsp;11&amp;nbsp;โมง ก็ถึง&amp;nbsp;Royal Hours Delux Inn&amp;nbsp;เข้าเช็กอินแต่ยังเข้าพักไม่ได้เพราะยังไม่ถึงเวลา&amp;nbsp;4โมงเย็นตามระเบียบของโรงแรม จึงได้แค่ฝากกระเป๋าแล้วไปนั่งดื่มกาแฟร้านในย่านซิเหมินติง&amp;nbsp;(Ximending)ใกล้ๆ สถานีรถไฟใต้ดินพอให้ร่างกายตื่นขึ้นมาได้บ้าง จากนั้นก็เดินผ่านหน้าสถานี&amp;nbsp;MRT&amp;nbsp;ไปยัง &amp;ldquo;บ้านแดง&amp;rdquo; หรือ&amp;nbsp;Ximen Red House&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดิมทีอาคารอิฐแดงนี้เป็นตลาด สร้างขึ้นในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1908&amp;nbsp;สมัยที่ญี่ปุ่นเข้ามายึดไต้หวันหลังชนะ &amp;ldquo;สงครามจีน-ญี่ปุ่น ครั้งที่&amp;nbsp;1&amp;rdquo;&amp;nbsp;ได้สิบกว่าปี มีลักษณะเป็นอาคาร&amp;nbsp;8&amp;nbsp;เหลี่ยมและเชื่อมกับอาคารรูปไม้กางเขน หลังญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ก็ได้กลายสภาพเป็นโรงละครและสถานบันเทิง ปัจจุบันชั้นล่างจัดแสดงนิทรรศการประวัติของอาคาร อีกทั้งมีร้านกาแฟ คาเฟ่ศิลปะ ร้านขายเสื้อผ้า-ของระลึกที่เน้นการออกแบบ ชั้นบนจัดให้มีการแสดงต่างๆ บ้างเป็นครั้งคราว ส่วนที่เป็นอาคารรูปไม้กางเขนมีบริษัทมารับจัดคอนเสิร์ตต่างๆ ในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่ด้านหลังของตึกมีบาร์เครื่องดื่มหลายร้าน รอเปิดหลังพระอาทิตย์ตก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;รายละเอียดความประณีตบางส่วนของศิลปกรรมวัดหลงซาน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข้อมูลที่ผมรับทราบทีหลังว่าอาคารแห่งนี้ยังได้จัดนับถอยหลังรับวันปีใหม่ของชาวเกย์ในทุกๆ ปี อีกทั้งยังใช้เป็นสถานที่ประกวด &amp;ldquo;Taipei Pride&amp;rdquo;&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;&amp;ldquo;Mr. Gay World Taiwan&amp;rdquo;&amp;nbsp;ทำให้ละแวกนี้ในบางเวลาคงจะชุกชุมไปด้วยชาวสีม่วงและสีรุ้ง หรือเรียกกันว่า&amp;nbsp;LGBT&amp;nbsp;ในปัจจุบัน (LGBT : Lesbian-Gay-Bisexual-Transgender)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเข้าพักในโรงแรม ผมตัดสินใจลงรถไฟ&amp;nbsp;MRT&amp;nbsp;ไปหนึ่งสถานี โผล่ที่สถานีวัดหลงซาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วัดหลงซาน หรือ &amp;ldquo;วัดเขามังกร&amp;rdquo; สร้างขึ้นในปี ค.ศ.&amp;nbsp;1740&amp;nbsp;ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง วัดได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติและภัยสงครามมาหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถูกทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่&amp;nbsp;2&amp;nbsp;จนพระอุโบสถพังยับเยิน ทว่าองค์พระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิมภายในพระอุโบสถกลับไม่ได้รับความเสียหาย ยิ่งทำให้ผู้คนเพิ่มศรัทธาเลื่อมใสและเดินทางมากราบไหว้สักการะกันมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเดินชมวัดอยู่ไม่ถึง&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ชั่วโมงก็กลับออกมา บริเวณทางเชื่อมใต้ดินระหว่างวัดกับสถานี&amp;nbsp;MRT&amp;nbsp;มีร้านอาหารและร้านชากาแฟหลายร้าน บางร้านมีกลุ่มผู้สูงอายุรวมตัวนั่งสนทนากัน คล้าย ๆ กับที่พบเจอในฟู้ดคอร์ตตามห้างสรรพสินค้า หรือร้านกาแฟในห้างโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ อย่างบิ๊กซีหรือโลตัสในบ้านเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่แน่ใจว่าผู้อาวุโสเหล่านี้จะคุยกันเรื่องอะไรบ้าง อาจจะเรื่องความหลัง ความห่วงกังวลเกี่ยวกับชาติบ้านเมือง เรื่องของลูกหลาน หรือรวมๆ กันทุกเรื่อง บางร้านที่ผมเห็นมีแต่ผู้อาวุโสเท่านั้นเต็มร้าน คุยกันเสียงอึงมี่ ออกรสชาติ เป็นภาพที่น่าดูไปอีกแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;ยอดหลังคาของวัดเขามังกรเต็มไปด้วยมังกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมกลับมาถึง&amp;nbsp;Royal Hours Delux Inn&amp;nbsp;ราวบ่าย&amp;nbsp;3&amp;nbsp;โมง ห้องพักพร้อมแล้วก่อนเวลาเช็คอิน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;โมงเย็นตามที่ระบุในใบจอง จึงเข้าไปนอนกะหลับให้ยาวไปถึงสองสามทุ่ม ที่ไหนได้ไม่ถึง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;โมงเย็นก็ตื่น บิดขี้เกียจอยู่ครู่เดียวก็อาบน้ำออกไปหาอาหารเย็นรับประทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตลาดซิเหมินติงกินพื้นที่กว้างขวาง เป็นย่านถนนคนเดินแห่งแรกของไต้หวัน เป็นศูนย์กลางแฟชั่นและการเที่ยวกลางคืน มีร้านรวงให้ช็อปปิ้งแน่นขนัด ร้านอาหารก็มาก บรรดาของกินแบบแผงลอยเปิดเฉพาะเวลาเย็นค่ำก็เยอะ อาหารค่อนข้างมีความหลากหลาย ผมต่อคิวร้านปลาหมึกทอด ไก่ทอด และเห็ดทอด ที่อยู่ในร้านเดียวกันโดยการรับบัตรคิวแล้วรอเรียกไปชี้ว่าจะเอาอะไร เมื่อถึงคิวของผมก็เหลือเฉพาะไก่ทอดชุดเล็กจากที่ตั้งใจจะกินปลาหมึกและเห็ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้ไก่ทอดแล้วผมก็เดินกินไปเรื่อยๆ (ไม่รู้ว่าผิดกฎหมายหรือเสียมารยาทชาวเมืองเขาหรือเปล่า) ผ่านย่านบาร์หลังตึกแดงที่เล็งไว้เมื่อตอนกลางวัน ยังไม่ค่อยมีคน จึงเลยไปยังถนนใหญ่ใกล้ๆ กัน เจอป้ายรถเมล์ก็นั่งลงกินที่ม้านั่งรอรถเมล์จนไก่เกลี้ยง ตรงข้ามป้ายรถเมล์เป็นมินิมาร์ทเลยเดินข้ามถนนไปซื้อเบียร์ญี่ปุ่นที่ราคาถูกกว่าญี่ปุ่นถึง&amp;nbsp;2&amp;nbsp;เท่า แล้วเดินจิบไปเรี่อยๆ ก่อนจะวกเข้าไปยังย่านตลาดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;เด็กๆ ไต้หวันเดินกลับออกจากวัดอย่างเป็นระเบียบไปขึ้นรถบัสกลับโรงเรียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากได้แว่นดำเพื่อผจญแสงแดดในการไปเที่ยวหมู่บ้านแมววันรุ่งขึ้น เดินเข้าไปดูที่ร้านหนึ่ง ราคา250&amp;nbsp;ดอลลาร์ไต้หวัน ตัดสินใจซื้อทันที ลุงคนขายพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก แกเคยไปเมืองไทยหลายครั้ง พูดคำว่า &amp;ldquo;ขอบคุณ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ห้องน้ำ&amp;rdquo; ได้หลายภาษา บอกว่าเป็นคำที่สำคัญที่สุดระหว่างการเดินทาง แล้วสอนผมให้รู้จักห้องน้ำในภาษาจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุงถามว่า &amp;ldquo;เดินทางกับใคร ?&amp;rdquo; ตอบลุงว่า &amp;ldquo;คนเดียวครับ ผมชอบเดินทางคนเดียว&amp;rdquo; ลุงว่า &amp;ldquo;เราไม่รู้หรอกว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียว ไม่ได้เดินทางคนเดียว อาจมีคนบนฟ้าอยู่กับเราด้วย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่อธิบายไม่ได้ เราจำเป็นที่จะต้องมีคนบนฟ้าดูแล เพราะเรา &amp;ndash; มนุษย์นั้นมีความจำกัดในหลายๆ ด้าน ซึ่งคนบนฟ้าช่วยเราได้&amp;rdquo; ก่อนปิดท้ายว่า &amp;ldquo;โอเค บ๊ายบาย&amp;rdquo; แล้วแกก็เดินไปอีกมุมของร้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเดินกลับไปย่านบาร์หลังตึกแดงอีกครั้ง ตัดสินใจนั่งที่ร้านหนึ่ง สั่งซานมิเกลแบบเบียร์ดำมาหนึ่งไพนต์ หนึ่งในพนักงานของร้านแนะนำให้ไปเที่ยว&amp;nbsp;Babe&amp;nbsp;108&amp;nbsp;ระบุว่าเป็นผับดัง แต่ห่างออกไปพอสมควร ต้องนั่งเมโทร ผมขอบคุณและบอกว่า &amp;ldquo;ไม่ดีกว่า&amp;rdquo; พอเช็กดูในอินเตอร์เน็ตหลังจากนั้นก็พบว่ามันคือไนท์คลับ เปิดเพลงแดนซ์อีดีเอ็มที่ผมไม่นิยมแถมยังมีค่าเข้าประมาณ&amp;nbsp;700&amp;nbsp;ดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;บริเวณทางเดินเชื่อมระหว่างสองฝั่งของหมู่บ้านแมวหูตง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พนักงานของร้านเป็นผู้ชายทุกคน รวมถึงเพื่อนๆ ของพวกเขาที่เป็นลูกค้าของร้านนั่งอยู่ที่โต๊ะใกล้ๆ บาร์เคาน์เตอร์ก็ล้วนเป็นผู้ชาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากทราบข้อมูลเรื่องการเคาต์ดาวน์ปีใหม่และการประกวดชายงามมาก่อน ผมคงเสียวสันหลังและสังเกตสังกาอะไรมาเล่าได้มากกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม พวกเขาเป็นมิตรอย่างมาก หลายคนชวนให้นั่งโต๊ะเดียวกัน ผมกำลังจะเดินออกไปพอดี บอกพวกเขาว่าอาจจะกลับมาใหม่ แต่เดินเล่นอยู่ในย่านตลาดสักพักก็ซื้อเบียร์เยอรมันและญี่ปุ่นจากมินิมาร์ทกลับที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รีเซ็พชั่นเปลี่ยนจากสาวทอมเป็นสาวสวยหน้าตาดีแต่บึ้งตึง ตาจ้องคอมพิวเตอร์ตลอดเวลา และเอาหน้าเข้าไปใกล้จอมากๆ หากุญแจห้องที่แขกฝากไว้ไม่ค่อยเจอ เธอคงสายตาสั้น แต่ไม่ใส่แว่น ผมถามราคาห้องพักสำหรับวันพรุ่งนี้ ได้รับคำตอบว่าแพงกว่าที่ผมจ่ายวันนี้ประมาณ&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ดอลลาร์ ผมจึงจองกับเว็บไซต์รับจอง และได้ราคาเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;มีแมวอยู่ทุกมุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เสียงคล้ายคอมเพรสเซอร์แอร์ ดังเป็นระยะๆ จนต้องตื่นตั้งแต่&amp;nbsp;7&amp;nbsp;โมงกว่าๆ ออกไปซื้อโอเด้งในร้านสะดวกซื้อกินเป็นมื้อเช้าแล้วกลับมานอนต่อ กว่าจะหลับลงได้อีกรอบก็แสนยากเย็น ตื่นใหม่ราว&amp;nbsp;11&amp;nbsp;โมง พบว่าเสียงที่ดังนั้นมาจากก๊อกน้ำของอ่างล้างหน้าแปรงฟันที่ตั้งอยู่ด้านนอกห้องเป็นแถวยาว หากเอาผนังกั้นห้องออกก็ติดกับกับหัวนอนผมเลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห้องประเภทที่ผมพักซึ่งราคาถูกสุดจนอยู่ใกล้แผงก๊อกน้ำนี้ พอคนเปิดทีหนึ่งจะได้ยินเสียงสนั่นหวั่นไหว คงเพราะปั๊มน้ำมีกำลังแรงมาก หลังอาบน้ำแต่งตัวผมก็ออกไปจ่ายเงินสำหรับค่าห้องที่จองไว้ตั้งแต่เมื่อคืน สาวทอมคนเดิมรับชำระเงิน สาวสวยสายตาสั้นออกกะไปแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;โถงทางเดินระหว่างสองฝั่งของหมู่บ้านแมว มองจากระยะไกลก็ไม่แคล้วเป็นรูปแมว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถไฟจาก &amp;ldquo;ไทเปเมนสเตชั่น&amp;rdquo; ไปหมู่บ้านหูตง&amp;nbsp;(Houtong)&amp;nbsp;เป็นรถไฟธรรมดา ค่าตั๋วแค่&amp;nbsp;56&amp;nbsp;ดอลลาร์ไต้หวัน แต่ผมนั่งหลับจนเลยสถานีที่ต้องเปลี่ยนขบวนและไปตื่นที่สถานีสุดท้ายชื่อ &amp;ldquo;จี้หลง&amp;rdquo;&amp;nbsp;(Keelung)&amp;nbsp;ซึ่งเป็นเมืองติดทะเลทางทิศเหนือ เจ้าหน้าที่รถไฟแนะให้นั่งขบวนเดิมกลับไปลงที่สถานี&amp;nbsp;Badu&amp;nbsp;แล้วรอรถอีกขบวน เจ้าหน้าที่&amp;nbsp;Badu&amp;nbsp;ก็บอกให้นั่งขบวนใหม่ไปอีก&amp;nbsp;4&amp;nbsp;สถานี กำชับว่าลงหลังจากสถานีรุ่ยเฟิง&amp;nbsp;(Ruifang)ซึ่งสถานีรุ่ยเฟิงนี้เป็นอีกหนึ่งสถานีที่นักเที่ยวลงกันเยอะเพราะต้องต่อรถบัสไปหมู่บ้านจิ่วเฟินที่โด่งดัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงสถานีหูตงก็รู้ทันทีว่าเป็นสถานีแห่งหมู่บ้านแมว เพราะตกแต่งสถานีด้วยอะไรแมวๆ เต็มไปหมด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17643</URL_LINK>
                <HASHTAG>ท่องเที่ยว, วิฑูรย์ ทิพย์กองลาศ, เบื้องหน้าที่ปรากฏ, ไทเป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20171218/5a376835176cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
