<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 20:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 20:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไบเออร์จ่าย3.3แสนล้านจบคดีฟ้อง&#039;ราวด์อัพ&#039;ก่อมะเร็ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ไบเออร์ เอจี บริษัทเคมียักษ์ใหญ่จากเยอรมนี ยอมจ่ายเงิน 10,900 ล้านดอลลาร์ หรือราว 337,053 ล้านบาท เพื่อไกล่เกลี่ยคดีความกับโจทก์ในสหรัฐราว 100,000 รายที่ฟ้องว่าสารเคมีกำจัดวัชพืชราวด์อัพทำให้เป็นมะเร็ง เป็นอันยุติคดีความที่เจรจาต่อรองกันมานานกว่า 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพฤหัสบดีอ้างแถลงการณ์ของบริษัท ไบเออร์ เอจี เมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายน ว่า การไกล่เกลี่ยคดีความของบริษัทผู้ผลิตยาและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจากเยอรมนีครั้งนี้ จะเป็นการยุติคดีความของโจทก์ประมาณ 75% ของคดีความทั้งหมด 125,000 คดี ทั้งที่ยื่นฟ้องแล้วและยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการฟ้องร้อง เกี่ยวข้องกับสารกำจัดวัชพืชราวด์อัพของบริษัท มอนซานโต ที่ไบเออร์ซื้อกิจการมาด้วยมูลค่า 63,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แวร์เนอร์ เบามานน์ ซีอีโอของไบเออร์ กล่าวว่า การไกล่เกลี่ยคดีราวด์อัพเป็นการดำเนินการที่ถูกต้องและถูกเวลาสำหรับไบเออร์ เพื่อยุติความไม่แน่นอนอันยาวนาน แต่น่าเสียดายที่บริษัทต้องจ่ายเงินจำนวนสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการควบคุมดูแลอย่างสมบูรณ์แบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อตกลงเมื่อวันพุธประกอบด้วยการยินยอมจ่ายเงิน 8,800-9,600 ล้านดอลลาร์เพื่อแก้ปัญหาฟ้องร้องเกี่ยวข้องกับราวด์อัพในปัจจุบัน และอีก 1,250 ล้านดอลลาร์เพื่อรองรับการแก้ปัญหาการฟ้องร้องในอนาคต อย่างไรก็ดี ในข้อตกลงนี้ไบเออร์ไม่ถือว่าเป็นการแสดงความรับผิดชอบของบริษัทหรือการยอมรับความผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราวด์อัพเป็นผลิตภัณฑ์ชูโรงของมอนซานโตซึ่งใช้สารไกลโฟเสตเป็นส่วนประกอบสำคัญ สารเคมีชนิดนี้ใช้กันอย่างแพร่หลายในสหรัฐและผู้ใช้นับแสนรายอ้างว่าเป็นสาเหตุทำให้พวกเขาล้มป่วย โดยหลายรายเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การไกล่เกลี่ยคดีของไบเออร์ครั้งนี้มีมูลค่าสูงกว่าการทำข้อตกลงไกล่เกลี่ยคดีของบริษัทอื่นๆ มาก เช่นของบริษัทเมอร์คแอนด์โค ที่เคยยอมจ่ายเงิน 5,000 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีการฟ้องร้องกรณียาแก้ปวดไวออกซ์ และคดีที่ไบเออร์ยอมจ่าย 2,000 ล้านเพื่อไกล่เกลี่ยคดียาคุมกำเนิดยาสมินและยาซ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ไบเออร์ยังได้ตกลงจ่ายเงินอีกหลายล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีความที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของบริษัทด้วย แต่ข้อตกลงไกล่เกลี่ยคดีครั้งนี้ไม่ครอบคลุมคดี 3 คดีที่บริษัทอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ซึ่งรวมถึงคดีของดเวย์น จอห์นสัน คนดูแลสวนของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและยื่นฟ้องร้องมอนซานโตเป็นคดีครึกโครมคดีแรก โดยศาลตัดสินให้บริษัทจ่ายชดเชยเขา 78.5 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีฟ้องร้องอื่นๆ ที่ไบเออร์ตกลงจ่ายเงิน 820 ล้านดอลลาร์ ยุติคดีที่เกี่ยวข้องกับสารพีซีบีปนเปื้อนน้ำ ซึ่งเป็นคดีความฟ้องร้องมอนซานโตยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ และจ่ายอีก 400 ล้านดอลลาร์เพื่อยุติคดีฟ้องร้องกรณีสารกำจัดวัชพืชของไบเออร์ที่มีส่วนประกอบของไดแคมบา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ศาลอุทธรณ์กลางของสหรัฐมีคำสั่งห้ามอย่างถาวร ไม่ให้รัฐแคลิฟอร์เนียเรียกร้องให้ไบเออร์ติดคำเตือนมะเร็งบนผลิตภัณฑ์ดราวด์อัพ คำตัดสินนี้แยกต่างหากจากคดีความว่าราวด์อัพก่อให้เกิดมะเร็งเม็ดเลือดหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทไบเออร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นเมื่อเดือนเมษายนในการจัดการคดีความครั้งนี้ ปฏิเสธคำกล่าวหาที่ว่าราวด์อัพหรือสารไกลโฟเสตที่ใช้ในการผลิต ก่อให้เกิดมะเร็ง โดยบริษัทอ้างว่าการศึกษาอย่างอิสระหลายชิ้นในช่วงหลายสิบปีมานี้แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชชนิดนี้มนุษย์สามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69733</URL_LINK>
                <HASHTAG>มอนซานโต, ราวด์อัพ, ไกล่เกลี่ยคดี, ไบเออร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cdacdc9ace21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>57472</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2020 22:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/02/2020 21:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสั่ง 2 บริษัทผลิตยาฆ่าหญ้า ชดเชยเกษตรกร 265 ล้าน$</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะลูกขุนในศาลสหรัฐตัดสินให้บริษัทเคมีภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ ไบเออร์ เอจี และบีเอเอสเอฟ คู่แข่งจากเยอรมนี จ่ายเงินชดเชยแก่เกษตรกรปลูกพีชชาวอเมริกันรายหนึ่งในรัฐมิสซูรี 265 ล้านดอลลาร์ หรือราว 8,260 ล้านบาท เหตุจากสารกำจัดวัชพืชของไบเออร์ทำลายสวนพีชของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ป้ายส่งเสริมการขายสารกำจัดวัชพืช ไดแคมบา ปักบนบนทุ่งในเมืองเกรกอรี รัฐอาร์คันซอ ของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ กล่าวว่า คณะลูกขุนศาลรัฐบาลกลางในเมืองเคปจีราร์โด รัฐมิสซูรี ของสหรัฐ มีคำตัดสินเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ตามคำฟ้องของบิล เบเดอร์ เกษตรกรผู้ปลูกต้นพีชรายนี้ ที่กล่าวโทษว่าทั้งสองบริษัทส่งเสริมให้เกษตรกรใช้สารกำจัดวัชพืชไดแคมบาอย่างไม่รับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวบลูมเบิร์กกล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีแรกในสหรัฐที่เป็นการพิจารณาคดีเกี่ยวกับสารกำจัดวัชพืชไดแคมบา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุทำลายพืชผลทั่วภูมิภาคมิดเวสต์ของอเมริกา เมื่อเกษตรกรใช้สารไดแคมบากับพืชผลที่ไม่สามารถทนทานยาชนิดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สารกำจัดวัชพืชไดแคมบานี้มีวางขายในตลาดมานานหลายปีแล้ว เช่นเดียวกับสารกำจัดวัชพืช ราวด์อัพ ของบริษัทมอนซานโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า เกษตรกรในสหรัฐอเมริกาใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชชนิดนี้เพิ่มมากขึ้น นับตั้งแต่มอนซานโต ซึ่งไบเออร์ของเยอรมนีซื้อกิจการไปเมื่อปี 2561 เสนอเมล็ดพืชที่พวกเขาอ้างว่าสามารถทนทานต่อยากำจัดวัชพืชได้ แต่ผลิตภัณฑ์นี้ถูกกล่าวโทษว่าก่อมลพิษปนเปื้อนแปลงถั่วเหลืองของสหรัฐราว 4% เมื่อปี 2560 คำฟ้องกล่าวหาว่ายากำจัดวัชพืชชนิดนี้แพร่กระจายไปยังพื้นที่ใกล้เคียงด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การต่อสู้คดีเกี่ยวกับสารไดแคมบาเกิดขึ้นต่อเนื่องจากคำตัดสินของคณะลูกขุนในศาลแคลิฟอร์เนียที่สั่งให้บริษัทไบเออร์จ่ายเงิน 290 ล้านดอลลาร์ แก่คนตัดหญ้ารายหนึ่งที่ป่วยเป็นมะเร็งใกล้ตาย โทษฐานที่ไม่ได้เตือนถึงอันตรายของราวด์อัพว่าสามารถก่อมะเร็งได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนมกราคมที่ผ่านมา มีรายงานข่าวว่าไบเออร์จำยอมจ่ายเงินกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์เพื่อไกล่เกลี่ยคดีกับโจทก์ในสหรัฐหลายพันรายที่กำลังป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน ผู้ป่วยเหล่านี้อ้างว่าพวกเขาเป็นมะเร็งเพราะสารไกลโฟเซตที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของราวด์อัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเออร์ ซึ่งอ้างว่าไดแคมบาปลอดภัยต่อพืชผลหากเกษตรกรปฏิบัติตามคำแนะนำ ออกแถลงการณ์ทันทีว่าบริษัทจะยื่นอุทธรณ์ ส่วนบริษัท บีเอเอสเอฟ กล่าวว่าพวกเขาประหลาดใจและจะต่อสู้คดีสุดกำลัง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57472</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายชดเชยเกษตรกร, บีเอเอสเอฟ, ยากำจัดวัชพืช, ไบเออร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200217/image_big_5e4aa8bc49147.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/05/2019 21:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/05/2019 21:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลสหรัฐสั่งมอนซานโตจ่ายเหยื่อมะเร็ง 64,740 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะลูกขุนในศาลแคลิฟอร์เนียของสหรัฐมีคำสั่งให้บริษัทมอนซานโต ซึ่งเป็นของบริษัทไบเออร์จากเยอรมนี จ่ายเงินชดเชย 2,055 ล้านดอลลาร์ (64,740 ล้านบาท) แก่สามีภรรยาชาวอเมริกันที่ป่วยเป็นมะเร็งโดยกล่าวโทษยาฆ่าหญ้าราวด์อัพเป็นต้นเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผลิตภัณฑ์ราวด์อัพของมอนซานโตวางขายที่ร้านค้าในเมืองซานราฟาเอล รัฐแคลิฟอร์เนีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การพ่ายแพ้คดีของมอนซานโตครั้งนี้เป็นคดีที่ 3 ในสหรัฐ ที่บริษัทถูกสั่งให้จ่ายเงินชดเชยก้อนโตแก่ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชของบริษัท ถึงแม้มอนซานโตจะยืนกรานว่า สารไกลโฟเสตที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ไม่ได้เกี่ยวโยงกับการก่อมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2562 กล่าวว่า ทีมทนายความของสามีภรรยาชาวอเมริกันรายนี้กล่าวว่า คณะลูกขุนของศาลโอ๊กแลนด์พิจารณาจากเอกสารภายในของบริษัทที่แสดงให้เห็นว่า มอนซานโตไม่เคยให้ความสนใจค้นหาว่าผลิตภัณฑ์ราวด์อัพปลอดภัยหรือไม่ และแทนที่จะลงทุนกับการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือ บริษัทกลับใช้เงินหลายล้านดอลลาร์โจมตีวิทยาศาสตร์ที่คุกคามธุรกิจของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะลูกขุนตัดสินให้มอนซานโตจ่ายชดเชยแก่โจทก์ทั้งสองเป็นเงินรวม 2,055 ล้านดอลลาร์ (ราว 64,740 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตัดสินนี้ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทไบเออร์ดิ่งลง 2.55% มาอยู่ที่หุ้นละ 55 ยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นแฟรงก์เฟิร์ตช่วงสายของวันอังคาร นับแต่ไบเออร์ซื้อกิจการมอนซานโตเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ด้วยมูลค่า 63,000 ล้านดอลลาร์ มูลค่าตลาดของบริษัทเคมีภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ของเยอรมนีแห่งนี้ตกลงถึง 45%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเออร์ออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังกับคำตัดสินของคณะลูกขุน และว่าบริษัทจะอุทธรณ์ โดยโต้แย้งว่าคำตัดสินนี้ขัดแย้งกับทัศนะของสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมสหรัฐที่ตรวจสอบสารกำจัดวัชพืชไกลโฟเสตเมื่อไม่นานมานี้ &amp;quot;ฉันทมติในหมู่เจ้าหน้าที่กำกับดูแลด้านสาธารณสุขชั้นนำทั่วโลกเห็นว่า ผลิตภัณฑ์จากสารไกลโฟเสตสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัย และไกลโฟเสตไม่ได้เป็นสารก่อมะเร็ง&amp;quot; แถลงการณ์ของไบเออร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปี 2561 คณะลูกขุนสหรัฐเคยสั่งให้มอนซานโตจ่ายเงินชดเชย 289 ล้านดอลลาร์ แก่คนสวนของโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน โดยเขากล่าวโทษว่าเป็นเพราะใช้ยาราวด์อัพและแรนเจอร์โปร แต่ต่อมาศาลลดค่าเสียหายลงเหลือ 78.5 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนมีนาคมปีนี้ มอนซานโตก็เพิ่งพ่ายแพ้อีกคดีที่ชายอเมริกันวัยเกษียณโทษว่าเขาเป็นมะเร็งเพราะใช้ยาฆ่าหญ้าของบริษัท ศาลสั่งให้บริษัทจ่ายชดเชยแก่โจทก์รายนี้ 80 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้ว ไบเออร์ประกาศว่า บริษัทโดนฟ้องร้องมากกว่า 13,000 คดีในสหรัฐเกี่ยวเนื่องกับผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืชของมอนซานโต.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35872</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อมะเร็ง, จ่ายชดเชย, มอสซานโต, ยากำจัดวัชพืช, ยาฆ่าหญ้า, ราวด์อัพ, ศาลแคลิฟอร์เนีย, ไบเออร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190514/image_big_5cdacdc9ace21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>32471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2019 21:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/03/2019 21:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกขุนสหรัฐสั่ง &#039;มอนซานโต&#039; ชดใช้เหยื่อมะเร็ง 80 ล้าน$</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะลูกขุนศาลซานฟรานซิสโกสั่งให้ &amp;quot;มอนซานโต&amp;quot; จ่ายเงิน 80 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 2,540 ล้านบาท ชดเชยแก่ชายอเมริกันวัยเกษียณ ที่โทษว่ายากำจัดวัชพืช &amp;quot;ราวด์อัพ&amp;quot; ของบริษัทเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาป่วยเป็นมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ลูกค้าเลือกซื้อยากำจัดวัชพืช ราวด์อัพ ในร้านค้าที่เมืองซานราฟาเอล รัฐแคลิฟอร์เนีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; คำตัดสินของคณะลูกขุน 6 คนของศาลรัฐบาลกลางในนครซานฟรานซิสโกเมื่อวันพุธที่ 27 มีนาคม 2562 เป็นการพ่ายแพ้คดีหนล่าสุดของมอนซานโต บริษัทธุรกิจการเกษตรยักษ์ใหญ่จากสหรัฐ ซึ่งเพิ่งขายกิจการให้บริษัทไบเออร์จากเยอรมนีที่มูลค่า 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว และอาจส่งอิทธิพลต่อคดีความคล้ายกันที่มีผู้ฟ้องร้องอยู่มากกว่า 11,200 คดีเฉพาะในสหรัฐ กล่าวหายาราวด์อัพว่าเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 28 มีนาคมว่า คณะลูกขุนระบุว่า บริษัท มอนซานโต ละเลยโดยประมาทที่ไม่ให้ความเอาใจใส่อย่างสมเหตุสมผล ในการเตือนถึงความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ของบริษัท และสั่งให้มอนซานโตจ่ายเงินค่าเสียหายเชิงลงโทษ 75 ล้านดอลลาร์, เงินชดเชยอีก 5 ล้านดอลลาร์ และค่ารักษาอีก 200,000 ดอลลาร์ แก่เอ็ดวิน ฮาร์ดแมน ชายวัย 70 ปี ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะลูกขุนชี้ด้วยว่า การออกแบบของราวด์อัพมีความบกพร่อง และผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีคำเตือนอย่างเพียงพอเรื่องความเสี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงแรกๆ ของการพิจารณาคดีนี้ คณะลูกขุนชุดเดียวกันเคยลงความเห็นไว้ว่า การใช้ผลิตภัณฑ์ราวด์อัพนาน 25 ปี เป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญที่ทำให้ฮาร์ดแมนป่วยเป็นมะเร็ง ยากำจัดวัชพืชชนิดนี้มีส่วนประกอบหลักคือ สารไกลโฟเซต ที่สำนักงานวิจัยมะเร็งนานาชาติซึ่งเป็นหน่วยงานขององค์การอนามัยโลก จัดจำแนกไว้เมื่อปี 2558 ว่าอาจเป็นสารก่อมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอ็ดวิน ฮาร์ดแมน แถลงข่าวภายหลังชนะคดี เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว มอนซานโตก็เพิ่งแพ้คดีที่ดเวย์น จอห์นสัน คนดูแลสวนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งป่วยเป็นโรคเดียวกัน ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายโดยเขาโทษว่าการใช้ผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืช &amp;quot;ราวด์อัพ&amp;quot; และ &amp;quot;เรนเจอร์โปร&amp;quot; ที่มีสารไกลโฟเซต เป็นสาเหตุที่ทำให้ล้มป่วย คณะลูกขุนสั่งให้มอนซานโตชดเชยแก่จอห์นสัน 289 ล้านดอลลาร์ แต่ต่อมาศาลได้ลดวงเงินลงเหลือ 78.5 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ราคาหุ้นของไบเออร์ในตลาดแฟรงก์เฟิร์ตเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีตกลง 1.14% มาอยู่ที่ 55.69 ยูโร ขยายการสูญเสียมูลค่าการตลาดของบริษัทลงไปเป็น 46% แล้วนับแต่ไบเออร์ซื้อกิจการมอนซานโต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเออร์ประกาศจะอุทธรณ์คำตัดสินนี้ แม้พวกเขาจะอ้างว่าเห็นใจชะตากรรมของฮาร์ดแมน พร้อมกับยืนยันด้วยว่าคำตัดสินล่าสุดไม่ส่งผลต่อคดีอื่นๆ และการพิจารณาคดีในอนาคต เนื่องจากแต่ละคดีมีบริบทแวดล้อมทางข้อเท็จจริงและกฎหมายแตกต่างกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/32471</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ่ายชดเชย, มอนซานโต, มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอนฮอดจ์กิน, ยากำจัดวัชพืช, ราวด์อัพ, ไบเออร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190328/image_big_5c9cd5174a9e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2018 20:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2018 20:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไบเออร์ยัน &#039;ราวด์อัพ&#039; ปลอดภัย แม้ศาลสั่งจ่ายเหยื่อมะเร็ง 9,600 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;บริษัท ไบเออร์ ซึ่งเป็นเจ้าของ &amp;quot;มอนซานโต&amp;quot; ยังคงยืนกรานว่าผลิตภัณฑ์กำจัดวัชพืช &amp;quot;ราวด์อัพ&amp;quot; มีความปลอดภัย ทั้งที่ศาลสหรัฐมีคำสั่งให้บริษัทจ่ายเงินชดเชยคนตัดหญ้าที่ป่วยเป็นมะเร็ง เกือบ 9,600 ล้านบาท ฐานไม่เตือนว่าผลิตภัณฑ์อาจก่อมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ยากำจัดวัชพืช ราวด์อัพ วางขายภายในร้านค้าแห่งหนึ่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทยายักษ์ใหญ่จากเยอรมนีแห่งนี้ออกแถลงการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม 2561 ตอบโต้คำพิพากษาของศาลในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐเมื่อวันศุกร์ ที่สั่งให้บริษัทจ่ายเงินชดเชยเกือบ 290 ล้านดอลลาร์ (ราว 9,666 ล้านบาท) และนักสังเกตการณ์ทำนายว่าจะมีการฟ้องร้องลักษณะนี้ตามมาอีกหลายคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อ้างอิงจากข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์, มุมมองจากเจ้าหน้าที่ผู้กำกับดูแลกฎระเบียบทั่วโลก และประสบการณ์เชิงปฏิบัติจากการใช้ไกลโฟเสตยาวนานหลายทศวรรษ ไบเออร์มั่นใจว่า ไกลโฟเสตปลอดภัยและไม่ได้ก่อโรคมะเร็ง&amp;quot; คำแถลงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทเยอรมนีแห่งนี้ ซึ่งเพิ่งซื้อกิจการบริษัทมอนซานโตของสหรัฐได้ไม่นาน กล่าวด้วยว่า การพิจารณาคดีที่ยังดำเนินอยู่โดยมีคณะลูกขุนชุดอื่น อาจ &amp;quot;ได้ข้อสรุปที่แตกต่าง&amp;quot; จากคณะลูกขุนของศาลแคลิฟอร์เนียแห่งนี้ ซึ่งเป็นการกล่าวหาครั้งแรกว่าไกลโฟเสตก่อมะเร็ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะลูกขุนชุดนี้ลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า บริษัท มอนซานโต ซึ่งยืนยันแล้วว่าจะอุทธรณ์ ดำเนินการด้วย &amp;quot;เจตนาร้าย&amp;quot; และยากำจัดวัชพืชราวด์อัพและแรนเจอร์โปรของบริษัท มีผล &amp;quot;เป็นอย่างมาก&amp;quot; ต่ออาการป่วยขั้นสุดท้ายของดเวย์น จอห์นสัน คนงานตัดหญ้าผู้เป็นโจทก์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดเวย์น จอห์นสัน หลั่งน้ำตาภายหลังผู้พิพากษาอ่านคำตัดสินของคณะลูกขุนที่ศาลสูงแคลิฟอร์เนีย เมืองซานฟรานซิสโก เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอห์นสันวัย 46 ปี ตรวจพบเมื่อปี 2557 ว่าเขาเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดนอน-ฮอดจ์กิน เขากล่าวโทษว่าสาเหตุเกิดจากการใช้สารราวด์อัพขณะทำงานเป็นคนสวนของโรงเรียนแห่งหนึ่งในเมืองเบนิเซีย สองปีภายหลังล้มป่วยจนไม่สามารถทำงานได้ จอห์นสันก็ยื่นฟ้องมอนซานโต โดยกล่าวหาว่าบริษัทนี้ปิดบังอันตรายของผลิตภัณฑ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำฟ้องของเขาอ้างอิงจากผลการศึกษาปี 2558 โดยสำนักงานระหว่างประเทศเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง ที่จำแนกสารไกลโฟเสตที่เป็นส่วนประกอบหลักของราวด์อัพ ว่าอาจเป็นสารก่อมะเร็ง และทำให้รัฐแคลิฟอร์เนียมีคำวินิจฉัยในแบบเดียวกันตามมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15241</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดเวย์น จอห์นสัน, มอนซานโต, ยากำจัดวัชพืช, ยาฆ่าหญ้า, ราวด์อัพ, สารก่อมะเร็ง, แคลิฟอร์เนีย, ไกลโฟเสต, ไบเออร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180812/image_big_5b702dbd5d94f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
