<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไบโอ เซอร์คูลาร์ กรีน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปัญหาสิ่งแวดล้อมขณะนี้กำลังทวีความรุนแรงไปทั่วโลก ทั้งสภาพอากาศที่แปรปวน น้ำท่วม ภัยแล้ง สามารถพัดปัญหา ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นจากการทำลายล้างสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะขยะที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ของโลกในขณะนี้ทำให้เกิดปัญหาขยะล้มเมืองในหลายๆ ประเทศ แม้กระทั่งประเทศไทยเองก็ติดอันดับ 6 ของโลก ที่มีขยะพลาสติกในทะเล จนทำเกิดปัญหามลพิษกับสัตว์น้ำที่ต้องเสียชีวิตเพราะกินขยะพลาสติกเข้าไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น ทำให้ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างหันมาให้ความสนใจ โดยล่าสุดพยายามที่จะลดปริมาณขยะที่จะเกิดขึ้น และนำพลาสติกที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่เพื่อลดปริมาณขยะให้เหลือน้อยที่สุด และสามารถบริหารจัดขยะมาสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มหรือเซอร์คูลาร์อีโคโนมี (Circular Economy -เศรษฐกิจหมุนเวียน) ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือของห้างร้านทั่วประเทศงดให้ถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2563 เป็นต้นไป &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่นเดียวกับหน่วยงานภาครัฐอย่างกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่เดินหน้าเพื่อขับเคลื่อนโครงการอุตสาหกรรมสะอาด ซึ่งประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ขณะนี้ กรอ. อยู่ระหว่างดำเนินโครงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยหลักการ BCG (Bio Circular Green- ไบโอ เซอร์คูลาร์ กรีน) โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่สะอาด และมีเป้าหมายที่จะบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบาย รมว.อุตสาหกรรม สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่จะนำร่องในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์พลังงานและฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้เกิดผลสำเร็จอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับโครงการ BCG ถือว่าเป็นนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทยและการพัฒนาอุตสาหกรรมโดยเน้นเศรษฐกิจชีวภาพ หรือไบโออีโคโนมี (Bio Economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือกรีน อีโคโนมี (Green Economy) ด้วยการนำความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงพัฒนาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมมาต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังเป็นอีกภารกิจของกรมโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องส่งเสริม สนับสนุน และเพิ่มองค์ความรู้ด้านเครื่องจักร การผลิต สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย วัตถุอันตราย พลังงาน และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทย จึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งภาคการผลิต บริการ และภาคประชาชน ด้วยการมีมาตรการจูงใจที่เหมาะสมและส่งเสริมการพัฒนาควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และยังช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการสามารถใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ช่วยลดต้นทุนด้านการผลิตและต้นทุนพลังงาน และที่สำคัญยังสามารถช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางการค้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้เป็นอย่างดีด้วย ซึ่งจะสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 20 ปี (ตั้งแต่ปี 2561-2580) ด้านการสร้างความสามารถการแข่งขัน ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสังคมและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับกลุ่มเป้าหมายที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมตั้งไว้ที่ 200 ราย เป็นกลุ่มภาคอุตสาหกรรม ชุมชน สถาบันการศึกษา และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดให้โรงงานที่เข้าร่วมโครงการนำไปปฏิบัติใช้จริงสำหรับการแก้ไขปรับปรุงกระบวนการผลิต รวมถึงถ่ายทอดความรู้ การสร้างความตระหนัก และจิตสำนึกในการอนุรักษ์พลังงานให้กับภาคประชาชนในส่วนต่างๆ และถ้าประสบความสำเร็จ กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะขยายโครงการไปยังพื้นที่อื่นๆ ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายหากทั้ง 200 แห่งสามารถนำวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการป้องกันมลพิษไปปฏิบัติใช้จริง จะช่วยจัดการพลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม รวมถึงลดการใช้พลังงานได้ไม่น้อยกว่า 1,000 ตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ หรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ไม่น้อยกว่า 5,000 ตันคาร์บอนออกไซด์เทียบเท่า รวมถึงการผลักดันให้ประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่า 800 ราย ได้รับความรู้และเกิดความตระหนักในการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการกำจัดขยะ โดยเฉพาะถุงพลาสติกหูหิ้วหรือถุงก๊อบแก๊บในแต่ละปีมีการใช้สูงถึง 45,000 ล้านใบ ซึ่งการที่ถุงเหล่านี้จะย่อยสลายได้ต้องใช้เวลาถึง 400 ปี ดังนั้น จึงถือว่าเป็นปัญหาระดับโลกที่จะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้น การรณรงค์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการตื่นตัวและเปลี่ยนพฤติกรรม หันมาลดความสะดวกสบาย ใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการลด ละ เลิก การใช้ถุงพลาสติกหูหิ้ว และพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง หันมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญคือ เปลี่ยนวัฒนธรรมการใช้แล้วทิ้ง ไปสู่วัฒนธรรมการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนให้คุ้มค่า เพื่อลูกหลานในอนาคต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บุญช่วย&amp;nbsp; ค้ายาดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53700</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระจกไร้เงา, บุญช่วย  ค้ายาดี, ไบโอ เซอร์คูลาร์ กรีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e088ef44eff8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
