<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49799</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/11/2019 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/11/2019 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บางจากมอบบีบีจีไอตั้งไบโอฮับ ลุยสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ย.2562 นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) เปิดเผยภายหลังจัดงานสัมมนา &amp;rdquo;SynBio Forum 2019 ชีวนวัตกรรม ศาสตร์เปลี่ยนโลก&amp;rdquo; ว่าได้มอบหมายให้ บริษัท บีบีจีไอ จำกัด(มหาชน) บริษัทในเครือด้านผลิตภัณฑ์ชีวภาพ ดำเนินการจัดตั้งไบโอฮับ ขึ้นในพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับโรงงานน้ำตาล และแหล่งวัตถุดิบ โดยอาจจะกระจายไปในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วประเทศไทย ทั้งนี้ได้ร่วมมือกับกลุ่มผู้ประกอบกาขนาดกลางที่ประสบความสำเร็จของต่างประเทศ (เอสเอ็มอี ยูนิคอร์น) มาเป็นพาสเนอร์ในการดำเนินงานทั้งการวิจัยและพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจะอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะมามีบทบาทสำคัญในอนาคตอย่างชีวนวัตกรรม หรือ ซินไบโอ โดยพัฒนาวัตถุดิบเดิมที่เป็นสินค้าเกษตรมาเป็นสินค้ารูปแบบใหม่ ได้แก่ข้าว, อ้อย, มันสำปะหลัง, ยางพารา, ปาล์มน้ำมันสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแล้ว และยังช่วยลดการใช้ทรัพยากรโลก สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พื้นที่ไบโอฮับของบีบีจีไอ เดิมตั้งเป้าหมายจะลงทุนในพื้นที่โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) แต่จากการพิจารณาความเหมาะแล้วสมควรจะลงทุนในพื้นที่ที่ใกล้วัตถุดิบ แต่จะเป็นพื้นที่ใด จะสรุปได้ใน 2 เดือนข้างหน้า และคาดว่าภายใน 1-2 ปีจะมีการเห็นผลเรื่องการลงทุนและผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งจะเน้น 3 กลุ่มหลักคือ ด้านอาหาร, วัสดุชีวภาพ และไบโอคอสเมติกส์ซึ่งหวังว่าจะนำมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้&amp;quot;นายชัยวัฒน์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ กล่าวถึงแนวโน้มการดำเนินงานในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2562 ว่าค่าการกลั่นน้ำมันในช่วงดังกล่าวจะทรงตัว และใกล้เคียงกับช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี แต่จะสูงกว่าช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีที่อยู่ที่ 3 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันจะทรงตัวไปจนถึงสิ้นปี และราคาในปีหน้านั้นอาจจะมีราคาสูงขึ้นเนื่องจาก บริษัทอารามโก จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะเป็นหุ้นที่มีราคามากที่สุดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้การร่วมทุนในโครงการเหมืองลิเธียมในอาร์เจนตินา คาดว่าจะเริ่มผลิตปลายปี 2563 กำลังผลิต 40,000 ตันต่อปี ซึ่งล่าช้ากว่าแผนเดิม เนื่องจากการขยายกำลังผลิตจากเป้าหมายเดิม 25,000 ตันต่อปี โดยคาดว่าจะรับรู้รายได้เต็มที่ปี 2564 ซึ่งในส่วนนี้บางจากฯ จะมีส่วนรับซื้อประมาณ &amp;nbsp;6,000 ตันต่อปี ซึ่งกำลังพิจารณาว่าจะมีการพัฒนาต่อยอดผลิตเป็นแบตเตอรี่เอง หรือจะเป็นเทรดเดอร์จำหน่ายในตลาด ซึ่งก็คงจะดูถึงลู่ทางการดำเนินธุรกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตามบางจากฯ ได้จัดสัมมนา &amp;quot;SynBio Forum 2019 ชีวนวัตกรรม ศาสตร์เปลี่ยนโลก&amp;rdquo;นั้นซึ่งให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมมาเพิ่มคุณค่าให้กับทรัพยากรธรรมชาติเพื่อสร้างความยั่งยืน โดยยึดหลักการทำธุรกิจภายใต้ BCG Model สอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยมี 3 แนวหลักคือ B (Bio economy) หรือเศรษฐกิจชีวภาพ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า C (Circular economy) เศรษฐกิจหมุนเวียน คำนึงถึงการนำวัสดุต่างๆ กลับมาใช้ประโยชน์มากที่สุด และ G (Green economy) เศรษฐกิจสีเขียว มุ่งแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบต่อโลกอย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49799</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช, บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน), ไบโอฮับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180201/image_big_5a72d53d46bd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45000</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2019 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2019 16:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังอยู่ในวิกฤตน้ำท่วม!ชาวบ้านร้องผู้ว่าฯขอนแก่นเบรกมิตรผล ลุยเวทีค.1โรงงานน้ำตาลในพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.62- กลุ่มฮักบ้านเกิดและเครือข่ายอนุรักษ์และฟื้นฟูแก่งละว้า &amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วยชายบ้านหลายพื้นที่ใน จังหวัดขอนแก่น ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล&amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ทำหนังสือระงับการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.1).ของบริษัทน้ำตาลมิตรผล จำกัด &amp;nbsp;ทั้งนี้จดหมายระบุใจความว่า เนื่องจากอำเภอบ้านไผ่ โนนศิลา ชนบท กำลังมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 1 ในวันที่ 10-12 ก.ย.นั้น โดยบริษัทคอนซัลแทนท์ ออฟ เทคโนโลยี จำกัด ที่เป็นบริษัทที่ปรึกษาของบริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ดังนี้ &amp;nbsp;1.ด้วยวิกฤตน้ำท่วมที่อำเภอบ้านไผ่ปัจจุบันทำให้ประชาชนในพื้นที่เกิดเดือดร้อนเสียหาย ทั้งทรัพย์สินบ้านเรือน ร่างกาย รวมทั้งจิตใจ ทำให้ต้องมีการเยียวยา รักษา ฟื้นฟูที่ต้องใช้ระยะเวลา และไม่เหมาะอย่างยิ่งหากยังมีการจัดเวทีในตอนนี้ เพราะจะเป็นการฉวยโอกาสการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ &amp;nbsp;2.ประชาชนยังคงไม่ได้รับข้อมูลโครงการอย่างครบถ้วน 3.คณะกรรมการศึกษาศักยภาพพื้นที่ยังไม่มีการประชุม หรือปรึกษาหารือในการศึกษาข้อมูลเพื่อทราบถึงศักยภาพพื้นที่ และเผยแพร่ข้อมูลให้กับประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp;ดังนั้นกลุ่มฮักบ้านเกิด และเครือข่ายอนุรักษ์และฟื้นฟูแก่งละว้า จึงมีข้อเรียกร้องต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นให้ทำหนังสือระงับเวทีรับฟังเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.1). ในวันที 10-12 กันยายน 2560 ไปยังบริษัทน้ำตาล มิตรผล จำกัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามทีผ่านมาชาวบ้านมีความพยามอย่างต่อเนื่องในการยื่นหนังสือคัดค้านการเปิดเวทีเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อจัดทำรายงานผลการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.1). ไม่ว่าจะเป็นโครงการใด จนกว่ารัฐจะให้ข้อมูลทั้งหมดต่อผู้มีส่วนได้เสีย ประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้องให้ได้รับข้อมูลทุกด้านและอย่างทั่วถึง และจนกว่าคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนจะศึกษาผลกระทบจากโครงการ และจัดทำรายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ SEA จนแล้วเสร็จ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าหรือเคลื่อนไหวจากหน่วยงานรัฐแต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงการเรียกร้องให้มีการให้ตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน ทำการศึกษารายละเอียดของโครงการไบโอฮับ ในอำเภอบ้านไผ่ วิถีชีวิต สังคมวัฒนธรรม และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อาจจะได้รับผลกระทบจากโครงการ ร่วมกับการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ประเทศไทยยังขาดประสบการณ์ ขาดความเชี่ยวชาญ ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะในการกำกับดูแล และอาจไม่มีองค์ความรู้มากพอในการจัดการผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อต้นปี ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการกลุ่มมิตรผล ร่วมกับนายอำเภอบ้านไผ่ ได้นัดหมายจัดการประชุมกับชาวบ้าน โดยอ้างว่าเป็นการประชุมเพื่อชี้แจงข้อมูลโครงการโรงงานอ้อยและน้ำตาลขนาด 2หมื่นตันต่อวัน พ่วงกับโรงไฟฟ้าชีวมวล 32 เมกกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการที่จะก่อสร้างในพื้นที่ที่มีการวางเป้าหมายเป็น ศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพ หรือไบโอฮับ ตามนโยบายประชารัฐของรัฐบาลที่เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนสำนักต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันผู้ประกอบการได้กว้านซื้อที่ดินเตรียมไว้แล้วประมาณ 4 พันไร่ แต่การจัดประชุมชี้แจงข้อมูลดังกล่าวไม่ได้เปิดเผยข้อมูลที่แท้จริงให้ชาวบ้านได้รับรู้ข้อมูลอย่างรอบด้านของแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ สร้างความวิตกกังวลในเรื่องผลกระทบของชาวบ้านกลุ่มฮักบ้านเกิด และเครือข่ายชาวบ้านแก่งละว้า รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอย่างมาก .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45000</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มฮักบ้านเกิด, กลุ่มแก่งละว้า, น้ำท่วม., ผู้ว่าขอนแก่นฯ, มิตรผล, อุตสาหกรรมน้ำตาล, เวทีค.1, ไบโอฮับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190904/image_big_5d6f812c45490.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/08/2019 19:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/08/2019 19:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระตุกต่อมธรรมาภิบาลผู้ว่าฯขอนแก่น!จี้สกัดเวทีค.1โรงงานน้ำตาลมิตรผลก่อนวุ่นในพื้นที่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ส.ค.62 - ที่ห้องประชุมปรีดีพนมยงค์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้มีตัวแทนชาวบ้านเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่,ตัวแทนกป.อพช.ภาคอีสาน ,ตัวแทนสมัชชาสุขภาพจังหวัดขอนแก่น,กลุ่มฮักบ้านเกิด,คณะกรรมการอนุรักษ์ป่าหนองม่วง,สภาองค์กรชุมชนตำบล จังหวัดขอนแก่นและเครือข่ายอนุรักษ์และฟื้นฟูแก่งละว้าจำนวนกว่า 50 &amp;nbsp;ยื่นหนังสือถึง ดร.สมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อเรียกร้อง ให้ชะลอเวทีการจัดรับฟังความคิดเห็น (ค. 1) ของบริษัทน้ำตาลมิตรผลจำกัด ในวันที่ 11,12 กันยายน พ.ศ.2562 ที่หอประชุมโรงเรียนบ้านไผ่ศึกษา &amp;nbsp;จ.ขอนแก่น ที่่จะก่อให้เกิดความรุนแรงที่มาจากความขัดแย้งในระดับพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากนโยบายการพัฒนาให้จังหวัดขอนแก่น เป็นศูนย์กลางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจชีวภาพโดยมีการกำหนดให้พื้นที่อำเภอบ้านไผ่ให้เป็นเมืองศูนย์กลางแห่งการขนส่งสินค้ารองจากอำเภอเมือง รวมถึงนโยบายส่งเสริมการลงทุนภาคอุตสาหกรรม เช่น คลังกระจายน้ำมันภาคอีสาน และนิคมอุตสาหกรรมชีวภาพ ไบโออีโคโนมี Bioeconomy &amp;nbsp;ซึ่งมีอุตสาหกรรมเริ่มต้น คือ โรงงานน้ำตาล และโรงไฟฟ้าชีวมวล&amp;nbsp;&amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันได้มีการกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านในพื้นที่เขตตำบลหัวหนอง ตำบลเมืองเพีย และเขตรอยต่ออำเภอชนบท อำเภอโนนศิลา จำนวนมาก สถานการณ์ดังกล่าวได้สร้างความวิตกกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่ &amp;nbsp;ทั้งชาวบ้านที่อาศัยรอบ ๆ เขตพื้นที่จะสร้างโรงงาน (พื้นที่รอยต่อ อ.บ้านไผ่ อ.ชนบท และอ.โนนศิลา) เครือข่ายชาวบ้านอนุรักษ์ และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำแก่งละว้า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับพื้นที่ชุ่มน้ำแก่งละว้า ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำประปาหล่อเลี้ยงประชาชนในเขตอำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด อำเภอโนนศิลา และบางส่วนของอำเภอเปือยน้อย กว่า 20,000 ครอบครัว รวมถึงภาคประชาชนจังหวัดขอนแก่น โดยที่ผ่านมาชาวบ้านพยายามทำหนังสือท้วงติง และ เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ยับยั้งโครงการดังกล่าว เพื่อให้รัฐมีการตั้งคณะกรรมการ ศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน ทั้งศักยภาพในการรองรับของพื้นที่ ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการ รวมถึงให้หน่วยงานรัฐลงมาให้ข้อมูลกับชาวบ้านในพื้นที่ถึงข้อดีข้อเสียของโครงการ &amp;nbsp;แต่สถานการณ์ในพื้นที่ทางโรงงานยังคงมีปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องในการให้ข้อมูลด้านเดียวกับชาวบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งทางชาวบ้านได้รับแจ้งข่าวจาก บริษัท คอนซัลแทนท์ ออฟเทคโนโลยี จำกัด &amp;nbsp;(ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม) ซึ่งได้รับมอบหมายจากบริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด (บ้านไผ่) &amp;nbsp;ให้ศึกษา และจัดทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม โดยทางบริษัทจะมีการจัดประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียขึ้น (เวที ค.1) ในวันที่ 10 กันยายน 2562 ณ หอประชุมโรงเรียนบ้านไผ่ศึกษา ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ และวันที่ &amp;nbsp;11,12 กันยายน &amp;nbsp;ตามลำดับ ซึ่งหน่วยงานรัฐยังเพิกเฉยยังมิได้ดำเนินการใด ๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดขอนแก่น มีข้อเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น &amp;nbsp;ที่มีบทบาทในการบริหารราชการแผ่นดิน &amp;nbsp;ที่จะไม่ก่อให้ความขัดแย้ง &amp;nbsp;ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น และผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่โดยมีข้อเสนอ &amp;nbsp; ดังนี้ 1.ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ประสานโรงงานน้ำตาลมิตรผล เพื่อชะลอการจัดทำเวที ค.1 ของโรงงานไปก่อนจนกว่าจะมีคณะกรรมการระดับจังหวัดที่มีตัวแทนประชาชน,ภาคประชาสังคม,นักวิชาการและองค์กรพัฒนาเอกชนขึ้นมาทำการศึกษาการประเมินเชิงยุทธศาสตร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นมีคำสั่งให้หน่วยงานราชการ และนักวิชาการที่มีความรู้เรื่อง นิคมอุตสาหกรรมชีวภาพ ไบโออีโคโนมี Bioeconomy &amp;nbsp;ที่มีอุตสาหกรรมเริ่มต้น จากโรงงานน้ำตาล และโรงไฟฟ้าชีวมวล ลงพื้นที่ให้ข้อมูลชาวบ้านถึงข้อดี ข้อเสีย ก่อนจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น เนื่องจากนโยบายเป็นเรื่องใหม่กับชาวบ้าน&amp;nbsp;3.ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการในระดับจังหวัด โดยมีผู้แทนชาวบ้าน นักวิชาการ ภาคประชาสังคม และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันศึกษาศักยภาพการรองรับของพื้นที่ต่อโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ ไบโออีโคโนมี Bioeconomy รวมถึงศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ของชุมชนในพื้นที่ด้วย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44134</URL_LINK>
                <HASHTAG>ผู้ว่าขอนแก่นฯ, เวทีรับฟังความคิดเห็น, แก่งละว้า, โรงงานน้ำตาลมิตรผล, โรงงานน้้ำตาลไฟฟ้าชีวมวล, ไบโอฮับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190823/image_big_5d5fdae44c3a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30256</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2019 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2019 20:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชารัฐพ่นพิษ!ผู้ว่าฯขอนแก่นถอยตั้งคกก.ศึกษาหลังผุดไบโอฮับไม่เห็นหัวชาวบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มี.ค.62- กลุ่มชาวบ้านฮักบ้านเกิด ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของชาวบ้าน บ้านเมืองเพีย เครือข่ายอนุรักษ์แก่งละว้า กลุ่มอนุรักษ์ป่าโคกหนองม่วง และชาวบ้าน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น คัดค้านโครงการโรงงานน้ำตาลและโรงงานไฟฟ้าชีวมวล ภายใต้โครงการเศรษฐกิจชีวภาพ จ.ขอนแก่น ซึ่งจะมีการตั้งนิคมอุตสาหกรรมบริเวณอำเภอบ้านไผ่ ยื่นหนังสือเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นดำเนินการดังนี้ 1. ให้เปิดเผยข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น แผนการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพทั้งหมดในพื้นที่ มาตรการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพฯ รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสีย ประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้องได้รับข้อมูลทุกด้านอย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ให้ตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและภาคประชาชน ทำการศึกษารายละเอียดของโครงการไบโอฮับ ในอำเภอบ้านไผ่ วิถีชีวิต สังคมวัฒนธรรม และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อาจจะได้รับผลกระทบจากโครงการ ร่วมกับการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment: SEA) เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ประเทศไทยยังขาดประสบการณ์ ขาดความเชี่ยวชาญ ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะในการกำกับดูแล และอาจไม่มีองค์ความรู้มากพอในการจัดการผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ให้มีคำสั่งถึง ผู้ประกอบการกลุ่มมิตรผล และบริษัทที่ปรึกษาที่รับจ้างทำ EIA ห้ามจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อจัดทำรายงานผลการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.1). ไม่ว่าจะเป็นโครงการใด จนกว่ารัฐจะให้ข้อมูลทั้งหมดต่อผู้มีส่วนได้เสีย ประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้องให้ได้รับข้อมูลทุกด้านและอย่างทั่วถึง และจนกว่าคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนจะศึกษาผลกระทบจากโครงการ และจัดทำรายงานการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ SEA จนแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้สืบเนื่องจากเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการกลุ่มมิตรผล ร่วมกับนายอำเภอบ้านไผ่ ได้นัดหมายจัดการประชุมกับชาวบ้าน โดยอ้างว่าเป็นการประชุมเพื่อชี้แจงข้อมูลโครงการโรงงานอ้อยและน้ำตาลขนาด 2หมื่นตันต่อวัน พ่วงกับโรงไฟฟ้าชีวมวล 32 เมกกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการที่จะก่อสร้างในพื้นที่ที่มีการวางเป้าหมายเป็น ศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพ หรือไบโอฮับ ตามนโยบายประชารัฐของรัฐบาลที่เผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนสำนักต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันผู้ประกอบการได้กว้านซื้อที่ดินเตรียมไว้แล้วประมาณ 4 พันไร่ แต่การจัดประชุมชี้แจงข้อมูลดังกล่าวไม่ได้เปิดเผยข้อมูลที่แท้จริงให้ชาวบ้านได้รับรู้ข้อมูลอย่างรอบด้านของแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่กลุ่มฮักบ้านเกิด มีความกังวลในเรื่องผลกระทบที่เกิดขึ้น หากจะมีการตั้งไบโอฮับ หรือนิคมอุตสาหกรรมชีวภาพ หรือโรงงานต่างๆ ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพสูง รวมทั้งผลกระทบทางสังคมวัฒนธรรม ผลกระทบต่อน้ำชีและพื้นที่ชุ่มน้ำแก่งละว้า ปัญหามลพิษด้านต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ เช่น ปัญหาฝุ่นขนาดเล็กซึ่งมีความวิกฤตอยู่แล้ว ปัญหาที่จะเกิดกับเมืองเก่าแก่โบราณบ้านเมืองเพีย ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี โบราณวัตถุ ที่ชาวบ้านเมืองเพียเคารพสักการะ เป็นจิตวิญญาณของบ้านเมืองเพียและชาวขอนแก่นที่ยังคงปรากฏอยู่ด้วยการอนุรักษ์และฝังอยู่ใต้ดิน รวมถึงในบริเวณที่ดิน 4 พันไร่ที่ผู้ประกอบการได้กว้านซื้อไว้ก็เป็นส่วนหนึ่งของเมืองโบราณบ้านเมืองเพียในอดีตด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามภายหลังการยื่นหนังสือ และเข้าพบผู้ว่าราชการจ.ขอนแก่น ได้มีผลการเจรจาโดยผู้ว่าฯขอนแก่น ได้มีคำสั่งให้ 1. ตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับภาคประชาชน เพื่อร่วมกันศึกษาและประเมินข้อมูลโครงการให้รอบด้าน เนื่องจากจังหวัดยังไม่มีข้อมูลโครงการ 2. ให้ศูนย์ดำรงค์ธรรมตรวจสอบกรณีมีผู้นำชุมชนข่มขู่คุกคาม ชาวบ้านสมาชิกกลุ่มฮักบ้านเกิดที่ออกมาคัดค้านโครงการ พร้อมทั้งตรวจสอบกรณีที่มีการปล่อยข่าวลวงว่าโครงการผ่านกระบวนการประชาพิจารณ์เรียบร้อยแล้ว 3. จังหวัดจะประมวลสถานการณ์ทั้งหมดรายงานต่อส่วนกลาง เพื่อขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ แผนยุทธศาสตร์อ้อยและน้ำตาลทราย 10 ปี (พ.ศ.2558 &amp;ndash; 2569) ของ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาล (สอน.) วางเป้าหมายในการผลิตไฟฟ้าชีวมวลจาก 1,542 เมกะวัตต์ เป็น 4,000 เมกะวัตต์ โดยในปี 2554 และปี 2558 สอน. ได้ออกใบอนุญาตให้โรงงานน้ำตาลแห่งใหม่ โรงงานน้ำตาลขยายกำลังผลิต และโรงงานน้ำตาลขยายกำลังผลิตไปตั้งยังพื้นที่ใหม่ ในภาคอีสานรวม 29 โรงงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2560 มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อการขับเคลื่อนการลงทุนอุตสาหกรรมชีวภาพในประเทศไทย ตามนโยบายประชารัฐ สู่การพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรม ระหว่างบริษัทเอกชน 13 ราย และหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษาและการวิจัย รวม 23 หน่วยงาน โดยจะมีการลงทุนโครงการต่าง ๆ 5 กลุ่ม ในช่วงระยะเวลา 10 ปี ในภาคอีสาน ได้แก่ 1) กลุ่มเอทานอล จากการใช้อ้อยและมันสำปะหลัง เป้าหมายผลิต 2,506 ล้านลิตรต่อปี 2) กลุ่มโรงงานชีวมวลจากชานอ้อย เป้าหมายผลิตไฟฟ้า 1,800 เมกะวัตต์ และการนำกากมันมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพแล้วนำไปผลิตไฟฟ้า 336 - 500 เมกะวัตต์ 3) กลุ่มไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ 4) กลุ่มไบโอพลาสติก หรือ พลาสติกชีวภาพ 5) กลุ่มแป้งและน้ำตาล และกลุ่มอุตสาหกรรมยา ชีววัตถุ วัคซีนขั้นสูงโดยการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพจะมี &amp;ldquo;ศูนย์กลางอุตสาหกรรมชีวภาพ หรือไบโอฮับ&amp;rdquo; ในพื้นที่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งผู้ประกอบการได้กว้านซื้อที่ดินไว้แล้วประมาณ 4,000 ไร่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ การดำเนินการตามนโยบายขั้นตอนของหน่วยงานต่างๆ &amp;nbsp;ชาวบ้านที่อาจได้รับผลกระทบหรือเป็นผู้มีส่วนได้เสียส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับรู้ข้อมูลในเรื่องดังกล่าวมาก่อน โดยทั้ง อบต.เมืองเพีย นายอำเภอบ้านไผ่ อุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น และ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน เขต 4 ขอนแก่น ปฏิเสธไม่รับรู้และไม่มีข้อมูลของแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30256</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มฮักบ้านเกิด, ขอนแก่น, ประชารัฐ, มิตรผล, โรงงานต่อเนื่องอ้อย น้ำตาล, ไบโอฮับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190301/image_big_5c792da754265.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
