<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19095</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2018 14:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2018 14:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;ไบโอไทย&quot; เสนอเก็บภาษีสารเคมียึดหลัก&quot;ผู้ก่อมลพิษต้องจ่าย&quot; ยกต่างประเทศเก็บ10เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
4ต.ค.61- BIOTHAI เสนอเก็บภาษีจากสารเคมีตามระดับความรุนแรงตามหลักการ &amp;ldquo;ผู้ก่อมลพิษ เป็นผู้จ่าย&amp;rdquo; เพื่อนำเงินสนับสนุนเกษตรกร &amp;nbsp;เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และสนับสนุนเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ชี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวถึงกรณีBIOTHAI ได้โพสต์แนวทางการแก้ไขปัญหาสารเคมี ซึ่งมีเรื่องของการเก็บภาษีในสารเคมีที่ยังไม่แบนตามระดับความรุนแรง ว่า ในการจัดการปัญหาเรื่องสารเคมีในต่างประเทศ นั้น จะมีวิธีการจัดการ 2 ขั้นตอน คือ1. การยกเลิกสารเคมีที่มีอันตรายร้ายแรงตั้งแต่ต้น และ2. การเก็บภาษีก้าวหน้าในสารเคมีตามระดับความรุนแรง ตามหลักการ &amp;ldquo;ผู้ก่อมลพิษ เป็นผู้จ่าย&amp;rdquo; มีตัวอย่างในประเทศนอร์ดิกหลายประเทศ เช่น เดนมาร์ก นอร์เวย์ เป็นต้น &amp;nbsp;บางชนิดที่มีความร้ายแรงสูงมีการเก็บภาษีสูงถึง 10 เท่า ซึ่งการทำเช่นนี้จะทำให้ราคาสารเคมีสูงจนไม่สามารถซื้อได้ ซึ่งเงินที่ได้จากการเก็บภาษีจะนำมาช่วยเกษตรกรเพื่อส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ ช่วยในการจัดการที่ดิน และสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับการหาสารทดแทนสารเคมี ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้จะเป็นทางเลือกเชิงนโยบายให้กับประชาชน เพราะเราไม่สามารถห้ามเกษตรกรไม่ให้ใช้สารเคมีได้ ดังนั้นที่ผ่านมาในการเก็บภาษีบริษัทสารเคมีมักจะใช้วาทกรรมว่าทำให้ราคาต้นทุนสารเคมีสูงขึ้น แต่ไม่ทราบว่าเงินจากภาษีนั้นไปที่ส่วนไหนเพื่อให้ประชาชนอยู่ข้างบริษัท แต่หากมีนโยบายการเก็บภาษีเพื่อนำเงินกลับไปช่วยเกษตรกรดังกล่าว จะทำให้ประชาชนเห็นว่าเงินดังกล่าวกลับไปสนับสนุนเกษตรกรก็จะทำให้ประชาชนหันกลับมาสนับสนุนการทำเกษตรยั่งยืนและเลิกใช้สารเคมีไปเอง อย่างไรก็ตามซึ่งในขณะนี้กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการศึกษาหลักการการเก็บภาษีดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาได้เคยมีการเสนอไปยัง พ.ร.บ.เกษตรยั่งยืน พ.ศ.2550 แต่ถูกคัดค้านโดยบริษัทสารเคมี ในขณะนั้นจึงไม่สามารถทำได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าหากมีการเก็บภาษีจากสารเคมีในประเทศไทยตามบริบทการใช้สารเคมีในประเทศไทยควรนำเงินไปสนับสนุนในส่วนใดก่อนเป็นอันดับแรก นายวิฑูรย์ กล่าวว่า ในขณะนี้มีข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบจากการได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นอันดับแรกควรนำใช้ในการเยียวยาผู้ป่วยจากการใช้สารเคมี และนำมาสนับสนุนส่งเสริมเรื่องเกษตรกรรมปลอดภัยตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการเก็บภาษีจะเป็นแนวทางแก้ปัญหาได้หรือไม่เพราะสารเคมีก็จะมีอยู่ นายวิฑูรย์ กล่าวว่า สารเคมีมีหลายชนิด การเก็บภาษีกับการแบนสารเคมีเป็นคนละเรื่องกัน สาเคมีทั้ง 3 ชนิด ทั้งพาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต ที่มีอันตรายร้ายแรงการเสนอให้แบนก็ยังแบนต่อไป &amp;nbsp;แต่อย่างที่บอกว่าการเก็บภาษีจะเก็บในสารเคมีที่ยังใช้ได้อยู่ ซึ่งการใช้สารเคมีทุกชนิดไม่ได้บอกว่าชนิดไหนปลอดภัย แต่ทุกชนิดก็มีอันตรายในระดับต่ำ ปานกลาง และสูง แตกต่างกัน .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19095</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยึดหลักใครก่อมลพิษคนนั้นจ่าย, วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ, ไบโอไทย, ไบโอไทยเสนอเก็บภาษีสารเคมี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba0d2bccac42.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
