<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119623</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 11:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปรษณีย์ไทย เตือนมิจฉาชีพระบาดหนัก! หลอกโอนเงินแลกซื้อสินค้าราคาพิเศษผ่าน SMS </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค. 2564 นายดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน มีมิจฉาชีพได้อาศัยช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น แอปพลิเคชันต่างๆ รวมถึง SMS ในการหาเหยื่อเพื่อแอบอ้างปลอมตัวเป็นไปรษณีย์ไทย โดยทั้งใช้ชื่อบุคลากร ตัดต่อภาพพนักงาน ภาพประกาศทางราชการ ภาพสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ เครื่องหมายโลโก้ เพื่อเชิญชวนผู้ใช้บริการให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน และกรอกข้อมูลต่างๆ จากนั้นจะหลอกให้แลกคะแนนสะสมแต้มโดยจะต้องบวกเงินเพิ่ม แล้วจะได้รับของรางวัล อาทิ ไอโฟน โทรทัศน์ พัดลม ตู้เย็น ไมโครเวฟ เป็นต้น ซึ่งหาก &amp;ldquo;เหยื่อ&amp;rdquo; หลงเชื่อจะกลายเป็นสูญเงินเปล่าทันที เนื่องจากไปรษณีย์ไทยไม่มีนโยบายให้สมาชิกนำแต้มสะสมมาใช้ร่วมกับการโอนเงินเพิ่มแล้วรับของรางวัลแต่อย่างใด ดังนั้น ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในการติดต่อกับสมาชิกของไปรษณีย์ไทย จะดำเนินการผ่านระบบภายใต้ชื่อ POST Family (โพสต์แฟมิลี่) ผ่าน Line@Thailandpost, SMS ชื่อ THPost และ อีเมลชื่อ info@family.thailandpostprivilege.com เท่านั้น จึงขอความกรุณาผู้ใช้บริการสังเกตชื่อที่ถูกต้องก่อน โดยบัญชีไลน์จะต้องมีเครื่องหมายรับรอง รวมถึงติดตั้งแอปพลิเคชันจาก play store หรือ app store โดยตรง ไม่เข้าจากลิงค์ที่ไม่ทราบที่มาทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม สมาชิกสามารถเข้าสู่ระบบเพื่อตรวจสอบสิทธิพิเศษและโปรโมชันต่างๆได้ตามช่องทางดังกล่าว และทางเว็บไซต์ https://postfamily.thailandpost.com หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ THP Contact Center 1545&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119623</URL_LINK>
                <HASHTAG>SMS ในการหาเหยื่อเพื่อแอบอ้าง, มิจฉาชีพระบาดหนัก, หลอกโอนเงิน, ไปรษณีย์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_61666714a59be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118922</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 09:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชัยวุฒิ&#039; แนะไปรษณีย์การขับเคลื่อนองค์กรด้วยดิจิทัล </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค. 2564 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส เข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของไปรษณีย์ไทยซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ พร้อมดูกระบวนการคัดแยกสิ่งของ ณ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ โดยได้มอบนโยบายในการขับเคลื่อนองค์กร ตอกย้ำบทบาทด้านการสื่อสารและขนส่งหลักของชาติ ผ่านแนวทางสำคัญ อาทิ การขับเคลื่อนองค์กรด้วยดิจิทัล หรือ Tech Post การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม การให้บริการครบวงจร โดยไปรษณีย์ไทยพร้อมขานรับนโยบาย เดินหน้าเพิ่มศักยภาพการคัดแยกพัสดุด้วยการติดตั้งเครื่องคัดแยกแบบ Cross Belt Sorter เพิ่มเพื่อรองรับปริมาณสิ่งของจากกลุ่มธุรกิจ e-Commerce ที่เพิ่มมากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการด้วยเครื่องให้บริการรับฝากอัตโนมัติ (APM) ให้ผู้ใช้บริการสามารถทำการ ฝากส่งสิ่งของด้วยตนเองได้ง่ายๆ ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวุฒิ &amp;nbsp;ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยในฐานะหน่วยงานขนส่งหลักของประเทศ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ดำเนินภารกิจด้านการสื่อสารและการขนส่งให้ประชาชนทั่วประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์วิกฤตที่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าไปรษณีย์ไทยมีบทบาทและหน้าที่สำคัญ ในการอำนวยความสะดวกให้กับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือภาคสาธารณสุข การขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจ การบรรเทาภาวะวิกฤตให้กับองค์กรและชุมชน นอกจากนี้ เพื่อยกระดับไปรษณีย์ไทย ให้ตอบโจทย์มิติทางเศรษฐกิจและสังคมมากได้ยิ่งขึ้น &amp;nbsp;ผ่านแนวทางสำคัญ ได้แก่ การขับเคลื่อนองค์กรด้วยดิจิทัล หรือ Tech Post การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม การให้บริการครบวงจร และการรักษาคุณภาพบริการ โดยไปรษณีย์ไทยพร้อมขานรับนโยบาย เดินหน้าเพิ่มศักยภาพการคัดแยกพัสดุด้วยการติดตั้ง &amp;nbsp;เครื่องคัดแยกแบบ Cross Belt Sorter เพิ่มเพื่อรองรับปริมาณสิ่งของจากกลุ่มธุรกิจ e-Commerce ณ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ (EMS) ซึ่งสามารถคัดแยกสิ่งของได้กว่า 7,200,000 ชิ้นต่อเดือน พร้อมทั้งเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการด้วยเครื่องให้บริการรับฝากอัตโนมัติ (APM) ให้ผู้ใช้บริการสามารถทำการฝากส่งสิ่งของด้วยตนเองได้ง่ายๆ ตลอด 24 ชั่วโมง &amp;nbsp;โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การรักษาคุณภาพบริการ ทั้งความรวดเร็ว ความแม่นยำ และ ความปลอดภัย เพื่อเป็นผู้ให้บริการสื่อสารและขนส่งของชาติที่คนไทยจะไว้วางใจได้เสมอ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด &amp;nbsp;กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยได้เดินหน้าพัฒนาการดำเนินงานและการบริการมาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ไปรษณีย์ไทย &amp;nbsp; มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันการดำเนินงานขององค์กรสู่ความเป็น Tech Post อย่างเต็มรูปแบบ &amp;nbsp;โดยทุกกระบวนการทำงานของไปรษณีย์ไทยจะมีการนำเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือในการดำเนินงานมากขึ้น เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ และคนไทย โดยล่าสุดไปรษณีย์ไทยได้เดินหน้าเพิ่มศักยภาพการคัดแยกพัสดุ ด้วยการติดตั้งเครื่องคัดแยกแบบ Cross Belt Sorter เพิ่ม เพื่อรองรับปริมาณสิ่งของจากกลุ่มธุรกิจ e-Commerce &amp;nbsp; ณ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ (EMS) ซึ่งสามารถคัดแยกสิ่งของได้กว่า 7,200,000 ชิ้นต่อเดือน มากกว่าเครื่อง คัดแยกแบบ Cross Belt Sorter เดิมที่คัดแยกสิ่งของได้ 6,500,000 ชิ้นต่อเดือน โดยการติดตั้งเครื่อง Cross Belt Sorter ณ ศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษกรุงเทพฯ (EMS) นับเป็นเครื่องที่ 3 ต่อจากศูนย์ไปรษณีย์ศรีราชา และศูนย์ไปรษณีย์หลักสี่ ซึ่งเมื่อรวมศักยภาพของทั้ง 3 เครื่องแล้ว จะรองรับปริมาณงานได้มากถึงกว่า 20,000,000 ชิ้นต่อเดือน พร้อมทั้งมีแผนในการติดตั้งเครื่องคัดแยกแบบ Cross Belt Sorter เพิ่มที่ศูนย์ไปรษณีย์อีก 8 แห่ง คือ ศูนย์ไปรษณีย์นครราชสีมา ศูนย์ไปรษณีย์ขอนแก่น ศูนย์ไปรษณีย์อุบลราชธานีศูนย์ไปรษณีย์ทุ่งสง ศูนย์ไปรษณีย์หาดใหญ่ ศูนย์ไปรษณีย์พิษณุโลก ศูนย์ไปรษณีย์ลำพูน &amp;nbsp;และศูนย์ไปรษณีย์ราชบุรี ให้ครบ 11 เครื่อง ภายในปี 2566&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยซึ่งมีศูนย์ไปรษณีย์ครอบคลุมทั่วประเทศถึง 19 ศูนย์ สามารถคัดแยกสิ่งของฝากส่งจากทั่วประเทศกว่า 3,000 ล้านชิ้นต่อปี ซึ่งคาดว่าจะสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้บริการทั้งภาคส่วนผู้ประกอบการ รวมถึงประชาชนทั่วไป และเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจ e-Commerce เดินหน้าอย่างไม่สะดุด สามารถส่งด่วนทุกปลายทางแม้จะมีปริมาณสิ่งของที่ต้องการจัดส่งจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยได้นำร่องติดตั้งเครื่องให้บริการรับฝากอัตโนมัติ (APM) ให้บริการกับประชาชน &amp;nbsp;ใน 7 ที่ทำการไปรษณีย์ คือ ไปรษณีย์จตุจักร ไปรษณีย์นนทบุรี ไปรษณีย์ลาดพร้าว ไปรษณีย์ภาษีเจริญ ไปรษณีย์บางขุนเทียน ไปรษณีย์บางพลี เคาน์เตอร์ไปรษณีย์แสมดำ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางให้กับผู้ใช้บริการในรูปแบบ Self-Service ซึ่งเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้บริการได้ลดระยะเวลารอคอยใช้บริการที่เคาน์เตอร์ และอำนวยความสะดวกในยุคที่ต้อง social distancing โดยปัจจุบันเครื่อง APM สามารถให้บริการฝากส่งได้ 3 ประเภท คือ EMS ไปรษณีย์ลงทะเบียน และพัสดุไปรษณีย์ โดยเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเดินหน้าสู่การเป็น Smart Post Office ต่อไป ดร.ดนันท์ กล่าวทิ้งท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118922</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์, ไปรษณีย์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d04680b62f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/08/2021 11:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/08/2021 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3 ยักษ์ใหญ่โลจิสติกส์รวมพลังปั้น &#039;ฟิ้วซ์ โพสต์&#039;ธุรกิจขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิน้องใหม่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 ส.ค. 2564บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด ผนึกกำลังดึงศักยภาพ 3 แบรนด์ ร่วมปั้น &amp;ldquo;ฟิ้วซ์ โพสต์&amp;rdquo; (FUZE POST) ธุรกิจขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิแบบด่วน (Cold Chain Express) น้องใหม่ พร้อมก้าวสู่ การเป็นผู้นำในธุรกิจ Cold Chain Logistics ประเทศไทย พร้อมให้บริการ 1 กันยายน 2564 โดยในระยะแรก จะเน้นให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และ 6 เส้นทางภูมิภาค คือ หนองคาย เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ตราด และบางละมุงเป็นหลักก่อน สำหรับลูกค้ารูปแบบ B2B B2C และ C2C ที่เป็นกลุ่มลูกค้าเดิมของ ไปรษณีย์ไทย และเจดับเบิ้ลยูดี สำหรับลูกค้าใหม่จะเน้นการให้บริการแบบ Direct Pick-up เป็นหลัก โดยเรียกใช้บริการผ่าน www.fuzepost.co.th และมีแผนจะเปิดให้บริการจุดรับฝาก (Drop off) ขยายเส้นทางขนส่งระหว่างภูมิภาคในเดือนมกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยจาก &amp;nbsp; อุปสงค์ของผู้บริโภค รวมถึงความต้องการในการขนส่งสินค้าทางการเกษตร ธุรกิจแฟรนไชส์อาหารสด ยาและเวชภัณฑ์ ฯลฯ ที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ มูลค่าธุรกิจขนส่งควบคุมอุณหภูมิในประเทศไทย มีมูลค่าตลาดในปี 2564 ประมาณ 34,000 ล้านบาท เติบโตปีละ 8% หรือคิดเป็นสัดส่วน 5% ของตลาดโลจิสติกส์ทั้งหมด และคาดการณ์ว่าการเติบโตของธุรกิจขนส่งรูปแบบนี้จะมีการเติบโตถึง 8-10% ในปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ในการร่วมทุนพัฒนาธุรกิจขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิภายใต้แบรนด์ &amp;ldquo;ฟิ้วซ์ โพสต์&amp;rdquo; นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่ผู้นำ ด้านการขนส่ง โลจิสติกส์ &amp;nbsp;3 หน่วยงาน มาร่วมเป็นพันธมิตรพร้อมนำศักยภาพของแต่ละหน่วยงานมาร่วมพัฒนาการให้บริการขนส่งควบคุมอุณหภูมิที่ดีที่สุดด้วยแนวคิด &amp;ldquo;ธุรกิจการขนส่งและกระจายสินค้าควบคุมอุณหภูมิแบบด่วน หรือ Cold Chain Express&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ฟิ้วซ์ โพสต์ เกิดขึ้นจากการดึงจุดแข็งของทั้ง ไปรษณีย์ไทย เจดับเบิ้ลยูดี และแฟลช เอ็กซ์เพรส &amp;nbsp;มาขับเคลื่อนการให้บริการที่มีคุณภาพยิ่งขึ้น โดยไปรษณีย์ไทยมีศักยภาพในการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งแบบ Door to Door ที่มีเครือข่ายที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ มายาวนาน โดยเฉพาะบุรุษไปรษณีย์กว่า 20,000 คน ที่รู้จักทุกพื้นที่ใกล้ชิดกับชุมชน เมื่อผนวกกับความเชี่ยวชาญด้านการขนส่งควบคุมอุณหภูมิของเจดับเบิ้ลยูดี และเทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการที่สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้บริการได้เป็นอย่างดีของแฟลช เอ็กซ์เพรส จะทำให้ &amp;ldquo;ฟิ้วซ์ โพสต์&amp;rdquo; สามารถก้าวขึ้นมาเป็น ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิที่แข็งแกร่งในธุรกิจ Cold Chain Express ได้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เจดับเบิ้ลยูดีเป็นผู้นำตลาดและดำเนินธุรกิจด้าน Cold Chain Logistics &amp;amp; Supply Chain มากว่า 25 ปี มีองค์ความรู้และความชำนาญครบทั้งในด้าน คลังจัดเก็บและบริหารจัดการสินค้าควบคุมอุณหภูมิ ศูนย์กระจายสินค้าควบคุมอุณหภูมิ &amp;nbsp;การขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิ รวมไปถึง การบริหารจัดการซัพพลายเชนของธุรกิจอาหาร ไม่ว่าจะเป็นการผลิตหรือแปรรูปอาหาร ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องอาศัยประสบการณ์และความชำนาญทางด้านระบบควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า เทคโนโลยีในการบริหารจัดการอุณหภูมิตลอดทั้งซัพพลายเชน ตลอดจนเข้าใจถึงความต้องการของผู้บริโภคทุกกลุ่ม โดยที่ผ่านมาทางเจดับเบิ้ลยูดีได้ให้บริการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิให้กับกลุ่มลูกค้า B2B มากว่า 15 ปี และได้เปิดบริการขนส่งสินค้าควบคุมอุณหภูมิแบบด่วน หรือ Cold Chain Express ให้กลุ่มลูกค้า B2C และ C2C มาเป็นระยะเวลา 2 ปี ภายใต้ชื่อ JWD Express ดังนั้น การผนึกกำลังร่วมกับไปรษณีย์ไทย และแฟลช เอ็กซ์เพรส ในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวที่สำคัญที่สร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดในธุรกิจ Cold Chain Express และเป็นการขับเคลื่อนการเติบโตธุรกิจทางด้าน e-Commerce ตามแผนธุรกิจ 5 ปีที่ได้วางไว้ เจดับเบิ้ลยูดีเชื่อมั่นว่าการเอา จุดแข็งของพันธมิตรแต่ละฝ่ายมารวมกันในครั้งนี้ ภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;ฟิ้วซ์ โพสต์&amp;rdquo; จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถ ในการส่งมอบบริการที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายคมสันต์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด ผู้ให้บริการขนส่งสัญชาติไทยและ e-Commerce แบบครบวงจร ขนส่งเอกชนไทยรายแรกที่ก้าวสู่ยูนิคอร์นระดับสากล เปิดเผยว่า จากการเติบโตของตลาดขนส่งสินค้าแบบควบคุมอุณหภูมิ หรือ Cold Chain Logistics ในประเทศไทย แฟลช เอ็กซ์เพรส เล็งเห็นถึงโอกาสในการเข้ามาทำตลาดในกลุ่มธุรกิจ Cold Chain จึงจับมือร่วมทุนกับผู้นำในตลาดอีก 2 บริษัท ในการรุกตลาด Cold Chain Logistics โดยตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดในประเทศไทย และในอาเซียนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราต้องการนำเอาศักยภาพด้านเทคโนโลยีดิจิทัลที่เรามี เข้ามาขับเคลื่อนในธุรกิจ Cold Chain เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยการต่อยอดธุรกิจไปสู่บริการในด้านอื่นๆ ที่สามารถตอบโจทย์ แก่ผู้บริโภคยุค New normal และ Next normal ที่เปลี่ยนพฤติกรรมจากออฟไลน์ไปสู่ออนไลน์มากขึ้น พร้อมกันนี้ทีมงาน IT ของแฟลชกว่า 100 คน ยังได้เตรียมวางระบบขนส่งในรูปแบบ Cold Chain Management System ทั้งในส่วนของ Fast optimization and tech adaption (การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีมาปรับปรุงระบบให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งาน และแก้ไขปัญหาอย่างท่วงทัน ท่วงที), Cloud computing (การคำนวณด้วยเทคโนโลยี), System infrastructure ตลอดจนการวางระบบเชื่อมการทำงานเข้ากับระบบปฏิบัติการ (Application Programming Interface: API),ระบบจัดการคำสั่งซื้อ (Order Management System: OMS) อย่างไรก็ดีการร่วมทุนในโปรเจ็กต์ใหญ่ครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำว่าเราคือธุรกิจที่ทำบริการ &amp;nbsp;E-Commerce ได้อย่างครบวงจร&amp;rdquo; &amp;nbsp;นายคมสันต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ฟิ้วซ์ โพสต์ เป็นการขนส่งและกระจายสินค้าควบคุมอุณหภูมิแบบด่วน ที่เปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจจาก &amp;ldquo;คู่แข่งขันมาเป็นคู่ค้า&amp;rdquo; เพื่อพัฒนาระบบการจัดการขนส่งให้แข็งแกร่ง มีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และร่วมกันยกระดับภาคธุรกิจและเศรษฐกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น โดยปรากฏการณ์ในครั้งนี้ ผู้ใช้บริการจะได้สัมผัสถึงความเชี่ยวชาญด้านการเข้าถึงลูกค้าทุกพื้นที่ของไปรษณีย์ไทย ที่พร้อมส่งมอบความสดใหม่ให้ถึงกลุ่มเป้าหมายทั่วประเทศ จุดแข็งในด้านการเป็นผู้นำตลาดของเจดับเบิ้ลยูดี ที่เข้าถึงและตอบสนองทุกความต้องการกลุ่มลูกค้า รวมทั้งเทคโนโลยีสุดล้ำด้านอีคอมเมิร์ซของ แฟลช เอ็กซ์เพรส ที่จะพลิกโฉมภาคการค้า &amp;nbsp;วิถีใหม่ให้ก้าวกระโดดในทุกโซลูชัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114338</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฟิ้วซ์ โพสต์, เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์, แฟลช เอ็กซ์เพรส, ไปรษณีย์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210824/image_big_6124730524fbb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110099</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ดีอีเอส หนุนไปรษณีย์ไทยร่วมใจสู้ภัยโควิด-19 ส่งเตียงสนามฟรีทั่วไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.64 - นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ไปรษณีย์ไทย หนึ่งในหน่วยงานของกระทรวงดิจิทัลฯ เห็นความสำคัญของการบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 จึงเดินหน้าส่งความช่วยเหลือแก่ภาคสาธารณสุข ที่เป็นส่วนสำคัญในการรับมือโควิด-19&amp;nbsp;ซึ่งล่าสุดกระทรวงดิจิทัลได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ปัญจพลไฟเบอร์คอนเทนเนอร์ จำกัดมอบเตียงสนามร่วม 4,000 เตียง ผ่านโครงการ &amp;ldquo;ส่งความห่วงใย ส่งให้ สู้ภัย COVID-19&amp;rdquo; ให้กับโรงพยาบาลสนามสนามทั่วประเทศ &amp;nbsp;โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ส่งมอบให้รพ.สนามที่จ.ปัตตานี ซึ่งขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นจำนวนมากให้สามารถรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่ต้องพักรักษาในโรงพยาบาลสนาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทย ได้ช่วยกระจายส่งมอบช่วยโรงพยาบาลสนามทั่วประเทศฟรีไม่คิดค่าขนส่ง &amp;nbsp;พร้อมทั้งสนับสนุนเตียงกระดาษให้ผู้ป่วยในศูนย์พักคอยพื้นที่ กทม. อีก 450 เตียงครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเตียงสนามแบบใหม่ ออกแบบมาเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ผลิตจากกระดาษที่มีความแข็งแรง ทนทาน สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 200 กิโลกรัม สามารถพับเก็บได้ง่าย สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย การขนส่ง และการจัดเก็บในทุกพื้นที่ครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องขอขอบคุณภาคเอกชนและทุกภาคส่วนที่ช่วยกัน..เราจะผ่านสถานการณ์วิกฤตนี้ไปให้ได้ครับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110099</URL_LINK>
                <HASHTAG>เตียงสนาม, โควิด, ไปรษณีย์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210627/image_big_60d84a2e35485.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109762</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปรษณีย์ไทย จัดเต็มมาตรการเข้มงวดรับมือโควิด-19 หลังมีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตแล้ว 3 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.2564 จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อ COVID &amp;ndash; 19 ที่มีความรุนแรงและต่อเนื่อง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของไปรษณีย์ไทยยังคงมีการติดเชื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดง) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต จำนวน 3 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเจ้าหน้าที่และครอบครัวของเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิต และยืนยันจะดูแลและมอบสวัสดิการแก่ผู้เสียชีวิตตามสิทธิและแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงาน โดยผู้ปฏิบัติงานที่เสียชีวิตมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนกรณีเสียชีวิต ค่าทำศพ และเงินกองทุนสวัสดิการ ปณท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากนี้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อเจ้าหน้าที่ งานบริการ และภาคประชาชน ไปรษณีย์ไทยจึงได้เน้นย้ำมาตรการด้านความปลอดภัยและชีวอนามัยในทุกที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำการไปรษณีย์ อาคาร หรือสถานที่ที่พบผู้ติดเชื้อ ไปรษณีย์ไทยให้หยุดกิจกรรมในพื้นที่ทันที เพื่อเร่งทำความสะอาด ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ รวมทั้งพิจารณาปิดทำการ 1-3 วันตามความจำเป็น/เหมาะสม &amp;nbsp;หรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคในพื้นที่ ตามรายละเอียดของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID &amp;ndash; 19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ในกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ติดเชื้อ หากพิจารณาแล้วสมควรปิดที่ทำการฯ ชั่วคราว จะจัดเจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดส่งสิ่งของให้กับลูกค้าได้รับโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่มีความเสี่ยงสูง ให้ไปเข้ารับการตรวจคัดกรอง และหยุดทำงานเพื่อกักตัวสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำสามารถมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ และให้หมั่นสังเกตอาการ หากพบอาการผิดปกติให้ไปเข้ารับการตรวจคัดกรองทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;middot; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เพิ่มมาตรการเชิงรุกในการเข้ารับการฉีดวัคซีน โดยได้ประสานกับกรมควบคุมโรคและสาธารณสุขจังหวัดต่าง ๆ &amp;nbsp;เพื่อขอจัดสรรวัคซีนป้องกัน COVID-19 เพิ่มเติมให้เจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้วกว่า 12,000 คน และรับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 4,200 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ผ่านมาไปรษณีย์ได้เน้นย้ำให้เจ้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคนต้องระมัดระวัง และต้องปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ไม่ประมาทในการดูแลตนเอง เพื่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิต เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและแพร่เชื้อสู่กันได้ง่ายขึ้น และยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการส่งสิ่งของอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ผู้ใช้บริการ ภาคเศรษฐกิจ และภาคสังคมได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109762</URL_LINK>
                <HASHTAG>รับมือโควิด, เจ้าหน้าที่เสียชีวิต, ไปรษณีย์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210324/image_big_605ac98e2dbb7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105145</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2021 13:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2021 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสริมแกร่งเศรษฐกิจฐานรากมั่นคง “อธิบดี พช.” ขานรับนโยบาย Digital Economy ของรัฐบาลบุกตลาดค้าขายออนไลน์ยุค NEW NORMALจับมือไปรษณีย์ไทย ลดค่าขนส่งพิเศษช่วยผลิตภัณฑ์โอทอปมากกว่า 2 แสนรายการ หนุนชุมชนท้องถิ่นนับล้านคนเชื่อมขนส่งสินค้า OTOP ก้าวไกลทั่วไทย พร้อมต่อยอดความสำเร็จสู่เศรษฐกิจพอเพียง “โคก หนอง นา” อย่างมั่นคงยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 2 มิถุนายน 2564 กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย นำโดย นายสุทธิพงษ์&amp;nbsp; จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ร่วมกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด โดยนายพีระ อุดมกิจสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ในการให้บริการจัดส่งผลิตภัณฑ์ OTOP ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชน กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด โดยมีนายสุรศักดิ์&amp;nbsp; อักษรกุล รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ผู้บริหาร ข้าราชการ กรมการพัฒนาชุมชน นายสุรพล นิลบน รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด และคณะกรรมการผู้จัดการฯ นางสาวนารีรัช&amp;nbsp; อุทัยแสงสกุล  ประธานเครือข่าย OTOP&amp;nbsp;สระบุรี ตัวแทนผู้ประกอบการศูนย์ OTOP คอมเพล็กซ์สระบุรี (พุแค) ตลอดจนสื่อมวลชน ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี ณ ห้องประชุม 3003 ชั้น 3 กรมการพัฒนาชุมชน อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การให้บริการจัดส่งผลิตภัณฑ์ OTOP ระหว่างกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย กับ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด ในครั้งนี้ เป็นนโยบาย Digital Economy ของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ค้าขายออนไลน์ และสามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้ โดยเฉพาะในเรื่องของบริการขนส่ง (Logistics) เป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการกระจายสินค้า ที่นโยบายรัฐบาลจะเข้ามาช่วยลดต้นทุน และลดภาระด้านการขนส่งแบบครบวงจรอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการยกระดับมาตรฐานการบริการสู่ผู้บริโภค ให้ได้รับสินค้าในราคาที่เป็นธรรม ที่เป็นสินค้าของคนในชุมชนทั่วทั้งประเทศ ซึ่งจะก่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน สู่ครัวเรือน ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง ปรับตัวฝ่าวิกฤติและผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) พร้อมก้าวสู่การเจริญเติบโตที่มั่นคงในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอขอบคุณ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด ในการจับมือร่วมกันในการให้ความช่วยเหลือพี่น้องคนไทย ที่ทำมาหากินประกอบอาชีพโดยสุจริต โดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงมีการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นไทยแท้ๆ ทำให้มีมูลค่า อาทิ ผลผลิตทางการเกษตร พืช ผัก ผลไม้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าผลผลิตเหล่านี้กลายเป็นชื่อเสียง สัญลักษณ์ในหลายจังหวัด หรือประจำภูมิภาค ด้วยภูมิปัญญา ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์ของพี่น้องในแต่ละท้องถิ่น ยังได้มีการสร้างมูลค่าเพิ่ม แปรรูปไปในรูปแบบต่างๆ จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ที่มีอยู่หลากหลายในปัจจุบัน ซึ่งในการลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้จะเป็นการช่วยเหลือผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้เขาได้มีโอกาสได้ส่งสินค้า และมีช่องทางในการกระจายผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้กระจายออกไปอย่างแพร่หลาย ทั่วประเทศและทั่วโลกอย่างประหยัด และมีต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ถูกลง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวด้วยว่ากรมการพัฒนาชุมชนในฐานะหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้มีความมั่นคงและชุมชนพึ่งตนเองเองได้ มีหน้าที่ในการสนับสนุนดูแลผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีจากการประกอบอาชีพที่มั่นคง และมีศักยภาพพอที่จะแข่งขันกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้ โดยเฉพาะในเรื่องของบริการขนส่ง (Logistics) จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ในการกระจายสินค้า ซึ่งถือได้ว่าเป็นจุดอ่อนที่กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบ OTOP ที่โดยมากเป็นกิจการ อุตสาหกรรมในครัวเรือน ผู้ประกอบการรายเล็ก ที่ไม่มีทุนทรัพย์มากพอทำให้เอื้อมไม่ถึงกระบวนการขนส่งที่ครบวงจร เพราะฉะนั้น ความร่วมมือของ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด จึงเป็นการเติมเต็ม ปิดจุดอ่อนดังกล่าว ผู้ผลิต ผู้ประกอบ OTOP สามารถลดต้นทุน และลดภาระด้านการขนส่ง ในอัตราราคาที่พิเศษ ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพจากภูมิปัญญาชุมชน กระจายไปถึงมือคนไทยทั่วประเทศ และในระดับโลกได้ไม่ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้กรมการพัฒนาชุมชน ได้ขับเคลื่อนงานร่วมกับผู้ผลิต ผู้ประกอบ OTOP มาตั้งแต่ปี 2544 ถึงปัจจุบัน จนมีผู้ผลิต ผู้ประกอบการ จำนวน 93,214 กลุ่ม และผลิตภัณฑ์ จำนวน 208,267 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนไทยไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านคน เนื่องจากกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการก็จะมีภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนงาน ซึ่งผลจากการดำเนินงานที่ผ่านมาได้ก่อให้เกิดรายได้แก่ชุมชนและประชาชนในท้องถิ่นต่างๆ รวมทั้งเกิดการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างแพร่หลาย และในปัจจุบัน กรมการพัฒนาชุมชนได้ขับเคลื่อนโครงการสำคัญในการน้อมนำหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ &amp;ldquo;โคก หนอง นา &amp;rdquo; ซึ่งโครงการนี้จะเป็นอีกกลไกหนึ่งในการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้แก่ประชาชนในชุมชนเพิ่มเติมขึ้นมาอีกหลายหมื่นครัวเรือนที่จะใช้พื้นที่ดินของตัวเองในการที่ทำ โคก หนอง นา ในการเพาะปลูก และเลี้ยงสัตว์ ซึ่งในอนาคตผลผลิตจากพื้นที่โคกหนอง นา ก็จะเพิ่มมากขึ้น เช่น กล้วย มะละกอ ผัก เป็นต้น ซึ่งทางไปรษณีย์ไทยจะเป็นตัวกลางในการช่วยเหลือพี่น้องที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ &amp;ldquo;โคก หนอง นา พช.&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งผลผลิต และผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนั้นออกมาจากใจของพี่น้องที่เข้าร่วมโครงการฯ เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และดีที่สุด การที่ไปรษณีย์ไทยได้มาช่วยในการกระจายสินค้าในครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการในการกระจายสินค้า และยังได้ช่วยให้คนที่อยู่พื้นที่ไกลได้บริโภคผลผลิตภัณฑ์ที่อร่อยๆ และมีคุณภาพ ในราคายุติธรรม และรวดเร็วในการจัดส่ง ซึ่งจะทำให้สินค้าเกษตร สามารถส่งผ่านจากผู้ผลิตไปถึงผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม โดยที่ยังคงคุณภาพของผลผลิต ตอบโจทย์ให้ผู้ผลิตพบผู้บริโภคได้โดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องที่วิเศษสุด จะทำให้เป็นหลักประกันได้ว่า ผู้บริโภคจะได้สินค้าในราคาไม่แพง สินค้ามีคุณภาพ สร้างความยั่งยืน อยู่คู่กับคนไทยตลอดไป ที่ช่วยกันผลักดันและขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบลดต้นทุนในการขนส่งสินค้าไปยังผู้บริโภค และเพิ่มช่องทางในการจำหน่ายสินค้า รายได้เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายพีระ อุดมกิจสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทไปรษณีย์ไทย เป็นหน่วยงานที่อยู่ในสังกัดของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยทางกลุ่มบริษัทไปรษณีย์ไทย เข้ามาสนับสนุนผู้ประกอบการ OTOP ในเรื่องของการทำเว็บไซต์การขายออนไลน์ เรื่องของการขนส่ง หรือ Logicode ซึ่งในส่วนของไปรษณีย์ไทยและไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่นถือว่าเป็น HUB หรือจุดกระจายสินค้าให้กับผู้ประกอบการแต่ละภูมิภาค ผู้ทั้งประกอบการรายใหญ่ รายย่อย และรายทาง สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน&amp;nbsp; โดยในส่วนของกิจกรรมความร่วมมือระหว่างกรมการพัฒนาชุมชน และ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด จะเป็นการบูรณาการผสานความร่วมมือพัฒนาชุมชน ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และผลิตภัณฑ์ OTOP และที่สำคัญคือการส่งเสริมช่องทางการตลาด สร้างโอกาสให้การจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ OTOP มีความสะดวกและเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น เชื่อว่าบริการของ บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาชุมชนดังกล่าว และขานรับในนโยบาย Digital Economy ของรัฐบาล บรรลุเป้าหมายด้วยศักยภาพเครือข่ายไปรษณีย์ที่เข้าถึงชีวิตคนไทย สามารถรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการและนโยบายรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเป็นฟันเฟืองพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105145</URL_LINK>
                <HASHTAG>Digital Economy, MOU, NEW NORMAL, กรมการพัฒนาชุมชน, กระจายรายได้สู่ชุมชน, กระทรวงมหาดไทย, ตลาดค้าขายออนไลน์, นางสาวนารีรัช  อุทัยแสงสกุล, นายพีระ อุดมกิจสกุล, นายสุทธิพงษ์  จุลเจริญ, นายสุรพล นิลบน, นายสุรศักดิ์  อักษรกุล, บริการจัดส่งผลิตภัณฑ์ OTOP, บริษัท ไปรษณีย์ไทยดิสทริบิวชั่น จำกัด, ประธานเครือข่าย OTOP สระบุรี, ผลิตภัณฑ์โอทอป, พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา, ภูมิปัญญาท้องถิ่น, ลงนามบันทึกข้อตกลง, อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน, โคก หนอง นา, ไปรษณีย์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b87282e6c58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 13:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 13:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จองเลย ไปรษณีย์ไทยเปิดตัวแสตมป์วันวิสาขบูชา ชุด &#039;พรรณไม้งามในพุทธประวัติ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ออกแสตมป์ชุดวันสำคัญทางพุทธศาสนา &amp;ldquo;วันวิสาขบูชา&amp;rdquo; ชุดภาพดอกไม้ในพุทธประวัติที่สื่อถึงความงดงามที่มาพร้อมกับความศรัทธาแห่งพุทธศาสนา ได้แก่ ดอกกุ่มน้ำ ซึ่งในพุทธกาล เทวดาที่สิงสถิตอยู่ ณ ต้นกุ่มได้น้อมกิ่งลงมาเพื่อให้พระพุทธเจ้าได้ใช้ตากผ้าบังสุกุล ดอกบัว สื่อถึงช่วงที่เจ้าชายสิทธัตถะประสูติ และได้เสด็จดำเนินไป 7 ก้าว โดยแต่ละก้าวมีดอกบัวผุดขึ้นรองรับ ดอกบุนนาค พระไตรปิฎกได้กล่าวถึงการถวายดอกบุนนาคเพื่อเป็นพุทธบูชาว่ามีอานิสงส์มหาศาล และดอกปาริชาติ &amp;nbsp;ซึ่งเมื่อครั้งพระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นไปบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพื่อแสดงธรรมโปรดพระมารดา พระนางสิริมหามายาได้ทรงเก็บดอกไม้ชนิดนี้กลับมาด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
สำหรับแสตมป์ชุดดังกล่าวกำหนดวันแรกจำหน่ายวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ในราคาดวงละ 3 บาท (เต็มแผ่น 10 ดวง) แผ่นชีต 25 บาท ซองวันแรกจำหน่าย 24 บาท ซื้อได้ที่ไปรษณีย์ทุกแห่ง และ www.thailandpostmart.com สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายบริหารประสบการณ์ลูกค้าบริการไปรษณีย์ โทร. 0 2573 5480, 0 2573 5463 และ Line: @stampinlove
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103557</URL_LINK>
                <HASHTAG>แสตมป์ชุดวันสำคัญทางพุทธศาสนา, แสตมป์วันวิสาขบูชา, ไปรษณีย์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a5fb3393faa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
