<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 12:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;บี้&#039;บิ๊กตู่&#039;ยื่นศาลรธน.ตีความ เย้ย&#039;ไพบูลย์&#039;ไม่กล้าดีเบต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 64 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า #ไพบูลย์ไม่กล้ามา ผมกล่าวหานายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า &amp;quot;ลักไก่แก้รัฐธรรมนูญ&amp;quot; แต่เขาไม่กล้ามาดีเบตกับผม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเฉลยการลักไก่ของเขา รัฐสภาผ่านวาระแรก หลักการที่รัฐสภาผ่านคือ &amp;quot;แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91&amp;quot; นายไพบูลย์ อ้างข้อบังคับการประชุมรัฐสภาข้อ 124 ว่า สามารถแก้มาตรา 86 ร่วมได้ เพราะเกี่ยวเนื่องกับหลักการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจึงขอนำข้อ 124 มาให้อ่านครับ ข้อ 124 วรรค 4 กล่าวว่า &amp;quot;การแปรญัตติมาตราเพิ่มเติมขึ้นใหม่ หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม เว้นแต่การแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการนั้น&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่เกี่ยวเนื่องกับหลักการนั้น ในเมื่อหลักการนั้นคือมาตรา 83 และ 91 การที่จะแก้ไขเพิ่มเติมมาตราที่เกี่ยวเนื่อง ก็ต้องยังอยู่ใน 83 และ 91&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่นายไพบูลย์ไปลักไก่ บอกว่าหลักการคือแก้ไขบัตรใบเดียวเป็นบัตรสองใบ แล้วจึงเอามาตรา 86 มา ทั้งๆ ที่รัฐสภาส่งมาให้แปรญัตติ มีแค่ 83 กับ 91 เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมคิดว่าทางที่ดีท่านนายกฯ ควรต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ เพื่อความถูกต้องชัดเจน และเป็นการไม่ระคายเคือง เพราะขนาดนายไพบูลย์ยังไม่กล้ามาดีเบต ใช้วิธีการแบบศรีธนญชัย จะปล่อยให้ประเทศไปแบบผิดๆ อย่างนี้หรือครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117264</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.วรงค์  เดชกิจวิกรม, นายกฯ, บิ๊กตู่, ศรีธนญชัย, แก้รธน., ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_614820258fe0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรรกะตลก! เย้ย&#039;ไพบูลย์&#039;ไม่กล้าดีเบตกับ&#039;หมอวรงค์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 64 - เพจ&amp;quot;ไทยภักดี&amp;quot; ได้โพสต์ข้อความว่า นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระ กล่าวถึงกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่รับคำท้าดีเบต นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม เรื่องแก้รัฐธรรมนูญว่า &amp;quot;ท่านไพบูลย์ให้เหตุผลว่า คุณหมอไม่ใช่นักกฎหมาย ตรรกะแบบนี้มันตลก เพราะยุคสมัยนี้ไม่ควรวัดกันแค่จบอะไรมา ที่จบมาโดยตรงเป็นบ้าก็เยอะ เป็นศรีธนญชัยก็แยะ เอาเปรียบชาวบ้านเป็นอาชญากรก็ไม่น้อย ความเชี่ยวชาญมันอยู่ที่ความสนใจ การใฝ่หาความรู้ ความพากเพียร ขยันอดทน ดีกรีด็อกแด็กมีมากมายที่สู้สติปัญญาชาวนาชาวไร่ก็ยังไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านไพบูลย์ลองคิดดู หรือที่ไม่กล้ารับคำท้าเพราะกลัว ความกลัวของคนถ้าไม่ขลาดเขลาเป็นทุนเดิม ก็คงเป็นเพราะเถียงสู้ไม่ได้ หรือไม่มีความจริงใจบริสุทธิ์ใจต่อเรื่องที่เขาสงสัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านไพบูลย์เป็นบุคคลชวนต้องสงสัยเอามากๆ เพราะสิ่งที่ทำมีนักกฎหมายจำนวนไม่น้อยเขาว่าไม่ถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าถามแบบคนมีตรรกะพื้นๆ ขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 มาตรา แต่แก้ไปแก้มาตีความเข้าข้างตัวจนแก้ได้ 3 มาตรา แล้วนำไปโหวตจนครบวาระ 3 เสียงส่วนใหญ่ที่เป็น ส.ส.และส.ว.ไม่มีใครตั้งข้อสังเกต ไม่มีใครไม่เห็นด้วยมันแปลก เหมือนใช้พวกมากลากไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วพอหมอวรงค์ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรียื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความก่อนเพราะถ้านำขึ้นทูลเกล้าฯ เลยจะไม่งาม ท่านไพบูลย์ก็รีบออกมาบอกว่าไม่ต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันนี้สำนวนพวกสองเขาสามกีบเขาจะว่า &amp;ldquo;ท่านลุแก่อำนาจ&amp;rdquo; ผมว่ามันตลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมมติถ้านายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯจริง ประเด็นนี้มันสำคัญมากๆ พระเจ้าอยู่หัวมีคณะที่ปรึกษากฎหมายหลายคนคือองคมนตรี&amp;nbsp; แล้วถ้าเกิดองคมนตรีตัดสินว่าควรยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความเสียก่อน ท่านนายกรัฐมนตรีจะทำอย่างไรใครจะรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านไพบูลย์รับผิดชอบไหวหรือ ก็ไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะคนที่รับผิดชอบคือท่านนายกรัฐมนตรีที่ไม่ดูตาม้าตาเรือเสียก่อนในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาจต้องลาออกตามมารยาท หรือยุบสภา ด้วยความรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท่านไพบูลย์ควรมาดีเบตกับคุณหมอวรงค์เสียเถอะ ตอนนี้เรื่องมันไปไกลแล้วครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117242</URL_LINK>
                <HASHTAG>หมอวรงค์, เทพมนตรี ลิมปพยอม, ไทยภักดี, ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_6147ef363f6d3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114565</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โหวตบัตร2ใบฉลุย 476ต่อ70เสียงไฟเขียวม.83สูตรส.ส.เขต400ปาร์ตี้ลิสต์100</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ประชุมรัฐสภาลงมติท่วมท้นไฟเขียวถกร่าง รธน.ฉบับทบทวนแก้ไข &amp;nbsp;&amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; ดันจำนวน ส.ส.แบ่งเขต 400 คน บัญชีรายชื่อ 100 ให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2ใบ &amp;ldquo;พรรคเล็ก&amp;rdquo; ร่วมกันค้าน หวั่นใช้อิทธิพลหรือการอุปถัมภ์ ส.ส.เขตซื้อเสียงมากขึ้น &amp;quot;ส.ว.เลิศรัตน์&amp;quot; อภิปรายหนุน ก่อนที่ประชุมโหวตเห็นชอบกับ กมธ. &amp;nbsp;&amp;quot;ส.ส.ก้าวไกล&amp;quot; ค้านคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อย้อนยุคปี 2540 ยกหางวิธีคิดก้าวไกลป้องกันพรรคนายทุนกินรวบ ส.ส. &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; สวนกลับ สะท้อนความต้องการ ปชช. ป้องกันพรรคเล็กมากเกินจำเป็น &amp;nbsp;ส.ว.หนุนด้วยหวังแก้ปัญหากล้วยเลี้ยงลิง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา เวลา 09.50 น. วันที่ 25 สิงหาคม ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..) พ.ศ..... (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 และมาตรา 91) ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว โดยมีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน กมธ.ในวาระสอง ก่อนเข้าสู่การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเรียงรายมาตรา ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบให้นำร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ กมธ. ที่มีการทบทวนแก้ไขเมื่อวันที่ 24 ส.ค. เข้าสู่ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา ด้วยคะแนน 357 ต่อ 42 งดออกเสียง 86 ไม่ออกเสียง 0 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ชี้แจงว่า คณะ กมธ.ได้ปรับแก้ไขรายงาน โดยได้ตัดออกหลายมาตรา เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็น อาทิ มาตรา 85 ว่าด้วยการกำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศผลเลือกตั้งภายใน 30 วัน บทเฉพาะกาลว่าด้วยกำหนดให้ออกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญภายใน 120 วัน หากทำไม่แล้วเสร็จให้ กกต.ออกประกาศเพื่อใช้ในการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ทั้งนี้ คณะ กมธ.ได้คงมาตราที่เพิ่มเติมคือมาตรา 86 เพื่อปรับตัวเลข ส.ส.ให้สอดคล้องกับหลักการ ที่ให้มี ส.ส.เขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน และคงบทเฉพาะกาลบางส่วนไว้ เพื่อรองรับในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ถ้าเกิดเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขณะนี้ ก็ไม่เกี่ยวกับการแก้ไขฉบับนี้&amp;quot; นายไพบูลย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) อภิปรายว่า การแก้ไขของ กมธ.แก้รัฐธรรมนูญ ถือว่าฉุกละหุก เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้นำเสนอให้รัฐสภาพิจารณา แต่ไม่เห็นเนื้อหาว่าแก้อย่างไร จึงไม่แน่ใจว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าจะมีผู้นำเรื่องไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น การแก้ไขของ กมธ.ควรพิจารณาในที่ประชุม ไม่ใช่ใช้มติ กมธ.แก้ไขเปลี่ยนแปลง แล้วให้ที่ประชุมรัฐสภาอนุญาต ตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า มีการแก้ไขคำแปรญัตติที่ไม่ตรงกับคำขอที่เสนอต่อที่ประชุม ดังนั้นจึงควรถอนร่างรัฐธรรมนูญออกไปก่อน เพื่อกลับไปแก้ไขให้สมบูรณ์ ให้เนื้อหาตรงกัน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติเฉพาะ ตนไม่ต้องการให้มีปัญหากระทบต่อสมาชิกรัฐสภาระยะยาว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชวนกล่าวว่า เมื่อ กมธ. แก้ไขเปลี่ยนแปลง ต้องขออนุญาตตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อ 37 เมื่อคณะ กมธ.มีการแก้ไขเพิ่มเติมญัตติ จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตของที่ประชุมรัฐสภา ดังนั้น จึงขอถามที่ประชุมว่าเห็นชอบให้คณะ กมธ.นำเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ ผลปรากฏว่าที่ประชุมเห็นชอบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 10.20 น. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะประธาน กมธ. รายงานว่า กมธ.ได้พิจารณาเสร็จ โดยมีมาตราที่เพิ่มขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นมาตราที่เกี่ยวข้องและเสนอคำแปรญัตติที่ชอบด้วยข้อบังคับการประชุมรัฐสภา ข้อที่ 124 การแก้ไขในแต่ละมาตรา กมธ.ได้นำคำแปรญัตติของสมาชิกรัฐสภา อย่างไรก็ตาม มีการแก้ไขมาตรา 86 แบ่งเขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการแก้ไขจำนวน ส.ส.ให้สัมพันธ์กับการแก้ไขมาตรา 83 โดยตรง นอกจากนี้ มียังมีการเพิ่มบทเฉพาะกาลเพื่อรองรับในส่วนที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. ถ้าเกิดเลือกตั้งซ่อมตอนนี้ก็ไม่เกี่ยวกับการแก้ไขฉบับนี้
โหวตบัตร 2 ใบผ่านฉลุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 10.38 น. ที่ประชุมพิจารณามาตรา 83 ว่าด้วยจำนวน ส.ส.แบ่งเขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ภาพรวมการอภิปราย พรรคก้าวไกล พรรคพลังท้องถิ่นไท และพรรคเสรีรวมไทย ไม่เห็นด้วนตามที่ กมธ.แก้ไข และเสนอให้คงใช้สัดส่วน ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคือ ส.ส.แบ่งเขต 350 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า หากกำหนดสัดส่วน ส.ส.ไม่ห่างกัน จะทำให้พรรคการเมืองได้เน้นนโยบายหาเสียง เพื่อให้ประชาชนเห็นภาพรวมว่าเมื่อพรรคได้เป็นรัฐบาลจะทำอย่างไร ไม่ใช่เน้น ส.ส.แบ่งเขตแบบตัวบุคคล ซึ่งการเข้ามา ส.ส.ก็จะใช้อิทธิพลหรือการอุปถัมภ์ ซึ่งแบบนั้นไม่ได้สะท้อนประชาธิปไตยในบ้านเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายวิรัตน์ วรศสิริน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า การให้สัดส่วน ส.ส.เป็นแบบที่ กมธ.แก้ไข จะทำให้มีการซื้อเสียงทวีคูณและแข่งขันมากขึ้น เราจะยอมรับหรือไม่ว่ามีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจนเป็นธรรมเนียมว่า เงินไม่มา กาไม่เป็น เป็นแบบนี้ทั่วประเทศ ฟังปราศรัยได้ 200 บาท คืนหมาหอนได้อีก 500 บาท จึงอยากถามว่าสัดส่วน ส.ส.แบบที่ กมธ.แก้ไข ยังเหมาะสมจริงกับประเทศเราจริงหรือ ระบบนี้ใช้ในรัฐธรรมนูญปี 40 เคยถูกกล่าวหาว่าเป็นระบบกินรวบรัฐสภา เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่สะท้อนเจรจาของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อยากถามผู้มีอำนาจว่าหากใช้ระบบนี้ ไม่กลัวผีแล้วหรือ หรือว่าเพียงเพื่อให้ได้ประโยชน์เท่านั้น ก็เลิกกลัวผี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. อภิปรายสนับสนุนให้มี ส.ส.แบ่งเขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และให้ใช้ใบเลือกตั้ง 2 ใบ เพราะในการเลือกตั้งส.ส.ปี 62 ใช้แบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวมีปัญหามาก ตั้งแต่เกิดการร้องเรียนต่อ กกต. ฟ้องศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงการคำนวณ ส.ส.ใหม่ ได้เป็น ส.ส.อยู่ดีๆ แต่เมื่อมีการเลือกตั้งซ่อมและคำนวณคะแนนใหม่ ทำให้ ส.ส.ต้องกลับบ้าน รู้สึกสงสาร ฉะนั้นตนจึงเห็นด้วยที่จะใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับประชาชน แต่การแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ดูเหมือนประชาชนจะไม่ได้อะไร เพราะแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้บัตร 2 ใบตามที่ฝ่ายการเมืองต้องการ ที่ผ่านมาการเลือกตั้งมีปัญหาสร้างความแตกแยก ถ้าเราจะแก้รัฐธรรมนูญและให้ประชาชนได้ประโยชน์ ต้องใช้เขตเลือกตั้งใหญ่ มี ส.ส.หลายคน ไม่ใช่เขตเดียวคนเดียวแบบที่ทำกัน ซึ่งเขตใหญ่ซื้อเสียงยาก ทำให้ได้ตัวแทนของประชาชนอย่างทั่วถึงกว้างขวาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทั่งเวลา 14.48 น. นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้ดำเนินการให้ที่ประชุมลงมติมาตรา 3 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 จำนวน ส.ส. ผลปรากฏว่า เห็นชอบ 476 ไม่เห็นชอบ 70 งดออกเสียง 91 ไม่ออกเสียง 1 คะแนน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบกับที่คณะ กมธ.แก้ไข ทั้งนี้ ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาใช้เวลาพิจารณามาตราดังกล่าว 4 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.57 น. เข้าสู่การพิจารณามาตรา 3/1 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 86 ว่าด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว. อภิปรายว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งให้มีพื้นที่จำกัด มีข้อเสียคือหากใครไม่สุจริตก็จะใช้เงินซื้อเสียง แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ผ่านการเลือกตั้งที่ผ่านมาจะใช้เงินซื้อเสียง อย่างไรก็ตาม หากเขตเลือกตั้งมีพื้นที่ใหญ่ และมี ส.ส.มากกว่า 1 คน ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน ดีกว่าหนึ่งเขตหนึ่งคน จึงอยากให้ที่ประชุมช่วยพิจารณาแบ่งเขตเลือกตั้งให้เป็นพื้นที่ใหญ่ เพราะสามารถสะท้อนความต้องการของประชาชน ประชาชนได้มีตัวแทนของเขาเข้ามาทำหน้าที่ในสภา ไม่เช่นนั้นก็อาจจะมีการรวมกลุ่มกันเพื่อเสนอข้อเรียกร้องของตนเอง และเกิดการชุมนุมเหมือนที่ผ่านๆ มา ถือเป็นการพายเรือในอ่าง วนแบบนี้ไม่จบ
กก.ค้านคำนวณบัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสมาชิกรัฐสภาอภิปรายกันอย่างขวางกว้างจนครบคน นายพรเพชรให้ที่ประชุมลงมติ ผลปรากฏว่า เห็นชอบ 471 ไม่เห็นชอบ 6 งดออกเสียง 133 ไม่ออกเสียง 1 เสียง เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นชอบกับที่คณะ กมธ.แก้ไข
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.10 น. เข้าสู่การพิจารณา มาตรา 4 ให้ยกเลิกความในมาตรา 91 เรื่องการคำนวณหา ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย เสนอการกำหนดให้การเลือกตั้งบัตรใบที่ 2 ใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง หากพรรคการเมืองใดได้คะแนนน้อยกว่า 0.2% ของคะแนนรวมทั้งประเทศ ให้ถือว่าไม่มีผู้ใดในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง และมิให้นำคะแนนเสียงดังกล่าวมารวมคำนวณ เพื่อหาสัดส่วนจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และเมื่อได้คะแนนดังกล่าวแล้ว จึงนำไปคำนวณเพื่อหาคะแนนพึงมีของแต่ละพรรคการเมือง แล้วจึงนำไปลบกับจำนวน ส.ส.เขตที่พรรคการเมืองนั้นได้มา จำนวนที่เหลือคือจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่พรรคการเมืองนั้นควรจะได้ ข้อเสนอของตนพัฒนาจากประสบการณ์เมื่อปี 2540 เป็นระบบที่มีความเหมาะสมกับสังคมไทยในวันนี้ การเลือกคนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ ยังมีอยู่ในคำที่สงวนเอาไว้ เพียงแต่การคำนวณจะต้องทันสมัย ไม่โบราณเหมือนกับที่เกิดขึ้นในยุคเก่า &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;การกำหนดขั้นต่ำ 0.2% หากคิดเป็นสมการง่ายๆ เรามี ส.ส. 500 คน 0.2% ของ 500 คน คือ ส.ส. 1 คน หากเราใช้เกณฑ์นี้ในการคำนวณแล้วเทียบผลการเลือกตั้งในปี 2562 จะพบว่าคะแนนขั้นต่ำ ที่จะถูกนำมานับได้คือ 7 หมื่นคะแนน คิดว่าตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่ไม่มากเกินไป เป็นการเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองขนาดเล็กเข้ามามีส่วนร่วมได้ นอกจากนั้น การกำหนด 0.2% เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ ในการคิดคะแนนของพรรคการเมือง จะเป็นการแก้ปัญหาพรรคการเมืองปัดเศษ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐธรรมนูญ 60&amp;rdquo; นายรังสิมันต์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล อภิปรายโดยชี้ให้เห็นถึงระบบการคำนวณคะแนนที่พรรคก้าวไกลเสนอนั้นจะป้องกันการกินรวบ เป็นการเปิดโอกาสให้คนทุกกลุ่ม สะท้อนเสียงประชาชนอย่างแท้จริง เพราะใช้วิธีคำนวณ ส.ส.พึงมีตามสัดส่วนคะแนนเสียง ได้ที่นั่ง ส.ส.ถูกต้อง สะท้อนถึงเสียงประชาชน ขณะที่การใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แบบคู่ขนาน จะทำให้พรรคการเมืองใหญ่ ที่ชนะ ส.ส.เขตมาก ได้ที่นั่ง ส.ส.มากเกินจริง และเพื่อช่วยกันทำลายระบบพรรคนายทุนที่จะกินรวบประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า มาตรา 91 ร่างของกรรมาธิการมีเจตนารมณ์เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 ปี 2550 โดยการคิดคำนวณคะแนน 1.การกำหนดอัตราขั้นต่ำไว้ที่ร้อยละหนึ่งของคะแนนทั้งหมด กล่าวคือ สมมุติคะแนนทั้งหมดมี 40,000,000 เสียง คะแนนขั้นต่ำอยู่ที่ 400,000 คะแนน พรรคการเมืองใดได้คะแนนมากกว่า 400,000 ขึ้นไป จึงจะสามารถนำมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต่ำกว่านั้นไม่มีสิทธิ์ วิธีการนี้จะได้ไม่มีพรรคเล็กพรรคน้อยเกินความจำเป็น 2.ให้นำคะแนนที่เลือกทั้งพรรคและเขตมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ สะท้อนความต้องการของประชาชนได้เป็นอย่างดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. อภิปรายว่า การไม่กำหนดเกณฑ์คะแนนขั้นต่ำ ทำให้มีพรรคเล็กจำนวนมาก ทุกคนตั้งพรรคเพื่อได้คะแนน 2-3 หมื่นคะแนน จะได้มี ส.ส. มีพรรคเล็กร่วม 10พรรค ทำให้เกิดความอ่อนแอจัดตั้งรัฐบาล เกิดปรากฏการณ์กล้วยเลี้ยงลิง มีพรรคฝ่ายค้านอิสระที่ไม่เคยมีมาก่อน จึงขอเสนอบัญชีรายชื่อพรรคใดได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 1 ของคะแนนทั้งประเทศถือว่า ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แก้ปัญหาพรรคปัดเศษ พยากรณ์ว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ผ่านไปใช้การเลือกตั้ง จะมีพรรคที่ได้ ส.ส. 1 คน เพียง 3-4 พรรค เพราะมีส.ส.บัญชีรายชื่อลดลงเหลือ 100 คน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114565</URL_LINK>
                <HASHTAG>พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช, ส.ว.หนุนด้วยหวังแก้ปัญหากล้วยเลี้ยงลิง, ส.ส.ก้าวไกล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หวั่นใช้อิทธิพลหรือการอุปถัมภ์, ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210818/image_big_611d14809da71.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107892</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ชี้ร่างแก้รธน.ฉบับปชป.ไปต่อได้ เชื่อมือ&#039;บัญญัติ-ไพบูลย์&#039;รู้ทางออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย. 64 - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ถูกวิจารณ์ว่าเนื้อหาไม่ครอบคลุมถึงการแก้ไขระบบเลือกตั้ง 2 ใบว่า&amp;nbsp; เป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ และ ส.ส.ที่จะต้องไปหาทางออกเอาเอง ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาที่จะขัดรัฐธรรมนูญ แต่เป็นปัญหาที่อาจจะ โดยตรงขีดเส้นใต้ว่าอาจจะด้วย เพราะอาจจะไม่ก็ได้ แต่ที่สงสัยคืออาจจะขัดต่อข้อบังคับ ซึ่งการขัดต่อข้อบังคับ อาจจะมีวิธีการทำอย่างอื่นได้&amp;nbsp; เช่นข้อบังคับคือว่าจะต้องเสนอแก้ไขในหลักการอะไร&amp;nbsp; เมื่อหลักการนั้นที่คุณถือคือมาตรา 83 หรือ 91 ซึ่งไปกระทบกับมาตราอื่นเข้าอาจจะเกิดปัญหาที่บางคน อาจจะเห็นว่าไปกระทบกับมาตราอื่นไม่ได้ ก็คือไม่ได้เขียนไว้ แต่ในความเป็นจริงกระทบได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่าแก้ไขเพียง 2 มาตรา แต่ในชั้นแปรญัตติไปกระทบมาตราอื่นๆ อีก4&amp;nbsp; มาตราอื่นได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เชื่อว่าได้ เพราะเขาเคยทำมาแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองว่าร่างของพรรคประชาธิปปัตย์ ยังไปได้ใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ได้ และในที่สุดที่สำคัญกว่านั้นคือการทำกฎหมายลูก เพราะหลายอย่างไปเขียนรายละเอียดไว้ในกฎหมายลูก ซึ่งเป็นเทคนิคของการเขียนกฎหมาย เพราะมีคนอย่างนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ&amp;nbsp; พรรคประชาธิปัตย์ นายชินวรณ์&amp;nbsp; บุณยเกียรติ&amp;nbsp; ส.ส.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; พรรคประชาธิปัตย์&amp;nbsp; นายไพบูลย์ นิติตะวัน&amp;nbsp; ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ&amp;nbsp; ซึ่งคนเหล่านี้คงคิดออก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า เคยมีตัวอย่างหรือไม่ที่ขอแก้ไข 2 มาตรา แต่เอาเข้าจริงไปขยายอีก 4 มาตรา นายวิษณุ กล่าวว่า มี แต่ไม่กระทบอะไร เพราะไปเขียนในบทเฉพาะกาล ซึ่งมีวิธีเขียน ซึ่งเขาเหล่านั้นเก่งกว่าตน เขาก็มีวิธีเขียน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า ในขณะเดียวกันอาจะแก้ไขไม่ได้ใช่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;คือได้นั้นได้ แต่อีกฝ่ายหนึ่งก็จะไม่ยอม คือเถียงว่าไม่ได้ แล้วดึงไปศาลรัฐธรรมนูญ ก็เลยจะเสียเวลา&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ถือว่าเป็นความผิดพลาดของรัฐสภาหรือไม่ เพราะแทนที่จะโหวตรับร่างของพรรคการเมืองที่เสนอ 6&amp;nbsp; มาตรา กลับไปรับร่าง 2 มาตราแทน นายวิษณุ กล่าวว่า&amp;nbsp; &amp;quot;ไม่ใช่ ผมไม่ถือว่าเป็นความผิดพลาดอะไร แต่อาจจะเสียเวลานั้น เพราะถ้าคิดจะเสียเวลา ก็เสียเวลาได้ทุกเรื่อง&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107892</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญญัติ, ปชป., วิษณุ เครืองาม, แก้รธน., ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210628/image_big_60d95948094db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107656</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 22:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตาศึกชิงประธานกมธ.แก้รธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลโหวตร่างแก้ไข รธน.ฉบับปชป.ประเด็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบได้ไปต่อแค่ร่างเดียว ส.ว.พร้อมใจโหวตหนุน ส่วนอีก 12 ฉบับจอดป้าย ตั้ง 45 กมธ.ชำแหละต่อ &amp;quot;วิรัช&amp;quot; รับ ส.ส.พปชร.โหวตหนุนปิดสวิตช์ ส.ว.โต้กลับ ชง &amp;quot;ไพบูลย์&amp;quot; นั่ง ปธ.กมธ. ขณะที่ ปชป.จ่อเสนอ &amp;ldquo;บัญญัติ&amp;rdquo; นั่งประธาน ถกนัดแรก 29 มิ.ย. &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไม่ห่วงความสัมพันธ์ &amp;quot;ส.ว.-พปชร.&amp;quot; &amp;nbsp;ลั่นมีนายกฯ คนเดียวกัน &amp;quot;เพื่อไทย&amp;quot; หวั่นร่าง ปชป.ถูกตีตกอีก &amp;quot;ก้าวไกล&amp;quot; เดินหน้าปิดสวิตช์ ส.ว.-ร่าง รธน.ทั้งฉบับให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานการประชุมร่วมรัฐสภาเมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสบดี เพื่อพิจารณารับหลักการวาระแรกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมรายมาตรา 13 ฉบับ ได้ลงมติแบบขานชื่อเรียงตามลำดับตัวอักษร ตั้งแต่เวลา 17.00 น. จนถึงเวลา 23.30 น. โดยใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที จนครบทุกคน และครบทั้ง 13 ฉบับ จากนั้นได้ใช้เวลานับคะแนนอีกประมาณ 2 ชั่วโมง ในที่สุดที่ประชุมมีผลมติรับหลักการวาระหนึ่งเพียง 1 ฉบับ คือร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ 13 ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เสนอประเด็นระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ด้วยมติเห็นชอบ 552 เสียง แบ่งเป็น ส.ส. 342 เสียง และ ส.ว. 210 เสียง ส่วนไม่เห็นชอบ 24 เสียง และงดออกเสียง 130 เสียง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนฉบับอื่นๆ เนื่องจากเสียง ส.ว.ไม่ถึง 84 เสียง ตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนดทำให้ต้องตกไป โดยเฉพาะฉบับปิดสวิตช์ ส.ว. และร่างรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มีปัญหาเสนอแก้กลไกปราบโกงของรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของ ส.ว.ที่มาจากตำแหน่งที่เป็น ผบ.เหล่าทัพนั้น พร้อมใจกันไม่มาลงมติครั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกวิพากษ์วิจารณ์ โดย 6 ส.ว.เหล่าทัพชุดนี้ยังเคยประกาศก่อนรับตำแหน่งว่าไม่รับเงินเดือนส.ว. แต่ต้องเป็น ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับร่างแก้ไข รธน.ที่ได้รับความเห็นชอบครั้งนี้ เป็น 1 ใน 6 ฉบับที่พรรคปชป.เสนอ โดยเป็นร่างแก้ไขเพื่อแก้ไข มาตรา 83 และมาตรา 91 เกี่ยวกับจำนวน ส.ส. และระบบเลือกตั้ง ส.ส. มีสาระสำคัญ ดังนี้ มาตรา 83 ให้ ส.ส.มีจำนวน 500 คน &amp;nbsp;มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 400 คน และมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน &amp;nbsp;จากที่รัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดให้ ส.ส.เขต 350 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 150 คน &amp;nbsp;โดยเป็นการเพิ่มจำนวนเขตเลือกตั้ง และเป็นเลือกตั้งแยกระหว่างเลือกคนกับการเลือกพรรคแบบรัฐธรรมนูญปี 2540 หรือ 2550 ซึ่งส่งผลให้เกิดการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ จากเดิมที่รัฐธรรมนูญ 2560 ใช้ระบบบัตรใบเดียวเลือกตั้งเฉพาะ ส.ส.เขตเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรา 91 ยกเลิกวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อของรัฐธรรมนูญ 2560 กลับไปใช้วิธีการคำนวณที่สอดคล้องกับรูปแบบบัตร 2 ใบ กำหนดให้นำคะแนนเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคได้รับทั่วประเทศ มาคำนวณเพื่อจัดสรรที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคมาคำนวณเพื่อจัดสรรที่นั่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค อย่างไรก็ตาม ระบบเลือกตั้งนี้ถูกอภิปรายไม่เห็นด้วย ทั้งจากสมาชิกวุฒิสภาและ ส.ส.พรรคก้าวไกล ที่มองว่าจะเป็นการเพิ่มเขตเลือกตั้งทำให้สัดส่วนพื้นที่ถูกซอยให้มีขนาดเล็กลง เอื้อต่อระบบพรรคการเมืองใหญ่ที่มีอิทธิพล และอาจกระทบต่อพรรคการเมืองเล็กที่ไม่ได้เป็นเจ้าของพื้นที่ เช่นเดียวกับพรรคภูมิใจไทย ที่ประกาศมาตลอดว่าร่วมเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กับพรรคประชาธิปัตย์ แต่ด้วยระบบที่อาจส่งผลต่อจำนวน ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย ทำให้การลงมติ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยส่วนใหญ่งดออกเสียง
ตั้ง 45 กมธ.ถกนัดแรก 29 มิ.ย.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมได้ตั้งกรรมาธิการจำนวน 45 คน ประกอบด้วย พรรคร่วมรัฐบาล 17 คน แบ่งเป็น พรรคพลังประชารัฐ 8 คน, พรรคภูมิใจไทย &amp;nbsp;4 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน และเศรษฐกิจใหม่ 1 คน ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้าน 13 คน แบ่งเป็น พรรคเพื่อไทย 8 คน, พรรคก้าวไกล 3 คน, พรรคเสรีรวมไท 1 คน และพรรคประชาชาติ 1 คนมีกำหนดแปรญัตติ 15 วัน จากนั้นนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภาในฐานะประธานการประชุม ได้สั่งปิดการประชุมในเวลา 01.55 น. วันที่ 25 มิ.ย.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ กมธ.วิสามัญฯ 45 คน แบ่งเป็น ส.ว. 15 คน &amp;nbsp;สำหรับสัดส่วน ส.ส. 30 คน กำหนดการแปรญัตติ 15 วัน โดยนัดประชุมนัดแรกในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. เพื่อเลือกตำแหน่งต่างๆ รวมถึงวางกรอบการทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ ส.ว.ที่รับหลักการร่างที่ 4 ของพรรคเพื่อไทยในการแก้ไขมาตรา 272 ปิดสวิตช์ ส.ว. ประกอบด้วย 1.นายคำนูณ สิทธิสมาน 2.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ 3.นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน 4.นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ 5.นางประภาศรี สุฉันทบุตร 6.นายประมนต์ สุธีวงศ์ 7.พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ 8.นายพิศาล มาณวพัฒน์ 9.นายมณเฑียร บุญตัน 10.นายวันชัย สอนศิริ 11.นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ 12.นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย 13.นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล 14.นายอำพล จินดาวัฒนะ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในร่างที่ 11 ของสามพรรคร่วมรัฐบาลที่ให้ปิดสวิตช์ ส.ว. ดังนี้ 1.นายไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ 2.นายคำนูณ สิทธิสมาน 3.พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม 4.นายเฉลิมชัย เฟื่องคอน 4.นายณรงค์ สหเมธาพัฒน์ 6นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ 7.นายบรรชา พงศ์อายุกูล 8.นางประภาศรี สุฉันบุตร 9.นายประมนต์ สุธีวงศ์ 10.พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ 12.นายพิศาล มาณวพัฒน์ 13.นายมณเฑียร บุญตัน 12.นายวันชัย สอนศิริ 14.นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ 15.นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ 16.นายสม จาตุศรีพิทักษ์ 17.นายสมชาย เสียงหลาย 18.นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย 19.นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ 20.นายอนุศาสน์ สุวรรณมงคล และ 21.นายอำพล จินดาวัฒนะ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.พรรคพปชร. และประธานวิปรัฐบาล กล่าวถึงกรณีที่ ส.ว.ไม่เห็นชอบร่าง รธน.ที่พรรคพปชร.เสนอว่า น้อมรับทุกคำติติงที่ ส.ว.ให้ข้อสังเกตไว้ ซึ่งคาดว่าอย่างน้อยจะมีร่างใดร่างหนึ่งผ่านความเห็นชอบในวาระรับหลักการ และเป็นร่างของพรรค ปชป.ที่ผ่านโดยมีเนื้อหาเรื่องระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน คล้ายกับที่พรรค พปชร.เสนอไว้ ยอมรับว่าการแก้มาตรา 144 และ 185 เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วุฒิสภาไม่ให้ความเห็นชอบ ส่วนกรณีที่ ส.ส.ของพรรคโหวตเห็นชอบตัดอำนาจ ส.ว.ร่วมเลือกนายกฯนั้น เป็นปฏิกิริยาโต้กลับอย่างหนึ่ง ซึ่งบีบบังคับ ส.ส.ไม่ได้ ไม่ได้เป็นความต้องการของผู้ใหญ่ และไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บ ทั้งนี้ พรรค พปชร.จะเสนอนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธานกรรมาธิการ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการลงมติร่วมรัฐสภาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า &amp;ldquo;จบแล้ว เป็นเรื่องของในสภา&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ส.ว. กับพรรค พปชร. หลัง ส.ว.คว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ พปชร. ขณะที่ พปชร.ก็โหวตปิดสวิตช์ ส.ว. โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงว่า &amp;quot;ไม่เป็นไร นายกฯ คนเดียวกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวถึงกรณีรัฐสภาโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของ พปชร.ถูกตีตกว่า ถูกตีตกไปแล้ว และเป็นเรื่องของ ส.ส.ที่จะว่ากันไป พูดคุยกันไป และไม่เห็นต้องเสียหน้า เพราะเราบอกแล้วว่าไม่เอามาตรา 144 และ 185 &amp;nbsp;และเราได้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเราก็โอเคแล้ว ส่วนความสัมพันธ์กับ ส.ว.ยังเหมือนเดิมไม่มีอะไร&amp;nbsp;
ปชป.ส่ง&amp;quot;บัญญัติ&amp;quot;ชิงปธ.กมธ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป. โพสต์เฟซบุ๊กว่า ขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค ปชป. จนสามารถผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาได้ แม้จะเป็นเพียงร่างเดียวที่ผ่านความเห็นชอบ และหวังว่าจะนำไปสู่ความเห็นชอบต่อไปในวาระที่ 3 ก็ถือเป็นการนับหนึ่งของการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้จริง แล้วถือเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ที่อาจนำไปสู่การแก้ไขในประเด็นสำคัญอื่นๆ ได้มากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. ในฐานะเจ้าของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้รับความเห็นชอบเพียงฉบับเดียวจาก 13 ฉบับ กล่าวว่า หากพรรค ปชป.ได้รับเกียรติในชั้นกรรมาธิการได้ให้เป็นประธาน กมธ.วิสามัญฯ ก็จะเสนอนายบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นประธาน เพราะเหมาะสมที่จะทำหน้าที่นี้ แต่ต้องหารือกันอีกทั้งกับวุฒิสภา และพรรคฝ่ายค้าน ในการประชุมวันที่ 29 มิ.ย.ก่อน ยืนยันว่าร่างของพรรคเรื่องระบบเลือกตั้งที่แก้มาตรา 83 และมาตรา 91 เพียง 2 มาตรา แต่ใน รธน.ปี 2560 มีมาตราที่เกี่ยวกับระบบเลือกตั้งอีกที่ต้องแก้ จะไม่เป็นปัญหาต่อการพิจารณาร่างแก้ รธน.ครั้งนี้ เพราะรัฐสภารับหลักการแล้วคือให้มี ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ส่วนมาตราอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่ กมธ.สามารถพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรค พท. และประธานวิปฝ่ายค้าน และ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรค พท. แถลงสรุปผลการอภิปราย โดยนายสุทินกล่าวว่า การลงมตินั้นผ่านเพียงร่างเดียวร่างของพรรคปชป. ที่ระบบเลือกตั้งบัตรเป็นแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ นอกจากนั้นอีก 12 ร่างไม่ผ่าน ผิดหวังว่าร่างที่ตกไปนั้น เรื่องระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ มีเสนอคล้ายคลึงกันถึง 3 ร่าง แต่ ส.ว.กลับไปเลือกร่างของพรรค ปชป.ที่มีแค่ 2 มาตรา โดยไม่มีรายละเอียด แตกต่างจากร่างของพรรคพท.ที่ได้แก้ไขทั้งระบบ จึงเกิดคำถามว่าจะไปแก้กันอย่างไร เพราะร่างของพรรค ปชป.ไม่ได้เสนอแก้มาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง เป็นร่างที่ไม่สมบูรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่านกล่าวว่า ร่างของ ปชป.จะไปแก้กันได้จริงไหม จะบังคับใช้ได้หรือไม่ หรือและจะขัดแย้งกันเองจนนำไปสู่ในการคว่ำในวาระที่ 3 หรือท้ายสุดอาจไปจบกันที่การยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ก็เป็นไปได้หมด อย่างไรก็ตาม แม้จะถูกห้ามแก้ทั้งฉบับ แต่เราจึงยังประกาศสู้ จะแก้ไขรายมาตราต่อไปในโอกาสต่อๆ ไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวเช่นกันว่า เป็นที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง ที่สุดท้ายร่างที่เสนอให้ปิดสวิตช์ ส.ว.ทั้ง 2 ฉบับถูกปัดตกทั้งหมด ทั้งๆ ที่ได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ส.มากที่สุด และเกินกึ่งหนึ่งของเสียงในรัฐสภา แต่กลับต้องตกไป เพราะเสียงของ &amp;nbsp;ส.ว. พรรค ก.ก.ยืนยันว่าจะเดินหน้าปิดสวิตช์ ส.ว. ต่อไปในสมัยประชุมถัดไปเดือนพฤศจิกายน นอกจากนี้ การผลักดันให้เกิดการลงประชามติยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อเปิดทางให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากประชาชนเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับให้ได้.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107656</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญญัติ, วิรัช, ส.ส.พปชร., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพื่อไทย, แกรธน., ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5e258a33d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107434</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 22:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’หักพปชร.! ค้านแก้ม.144,185เปิดช่องโกง/สภาเดือดส.ว.ปะทะส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถกแก้ รธน.วันแรก ส.ว.ปะทะ ส.ส.เดือด! &amp;nbsp;ฝ่ายค้านจี้บรรจุร่างแก้ ม.256 แต่ &amp;ldquo;ชวน&amp;rdquo; ยันต้องยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; รับปาก ส.ว.แก้ ม.144, 185 &amp;nbsp;ในชั้น กมธ.กลับไปยึดหลักการเดิม แต่ยกเว้น ส.ส.-ส.ว.ติดต่อหน่วยงานราชการเพื่อช่วยเหลือ ปชช.ได้ &amp;ldquo;ส.ว.วันชัย&amp;ldquo; อัด ส.ส.เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้ ส.ว. &amp;ldquo;ส.ส.พปชร.&amp;rdquo; โวยเสียดสีรัฐสภาจี้ให้ลาออก &amp;ldquo;คารม&amp;rdquo; โต้อย่าทำตัวเป็นผู้วิเศษ &amp;nbsp;&amp;ldquo;กิตติศักดิ์&amp;rdquo; ฉะ &amp;ldquo;โรม&amp;rdquo; ส.ส.ปัดเศษ เจอ &amp;ldquo;วิโรจน์&amp;rdquo; สวนกลับให้เกียรติ &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; ด้วย &amp;ldquo;สุรชัย&amp;rdquo; ซัด ส.ส.หยุดเอาสิทธิเสรีภาพ ปชช.บังหน้ามัดมือชก ส.ว. ขณะที่นายกฯ ค้านแก้ ม.144, 185 ชี้เป็นหัวใจป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน
ที่รัฐสภา ถนนเกียกกาย วันที่ 23 มิถุนายน มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอจำนวน 13 &amp;nbsp;ฉบับเป็นวันแรก &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนการประชุม นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้จะเรียงลำดับโดยเริ่มที่ร่างของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 1 ร่าง พรรคเพื่อไทย (พท.) 4 ร่าง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) 2 ร่าง และพรรค ปชป. 6 ร่าง เมื่อเสนอร่างครบเสร็จแล้วจะอภิปรายร่วมกัน เชื่อว่าแต่ละฝ่ายจะทำให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าเป็นไปตามข้อตกลงจะลงมติในเวลา 16.00 น.ของวันที่ 24 มิถุนายน และสามารถเสนอชื่อกรรมาธิการ 45 &amp;nbsp;คนได้ก่อนเที่ยงคืนของวันที่ 24 มิถุนายน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรค พปชร.ว่า ยืนยันจะไม่แก้มาตรา 144, 185 เรื่องนี้นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ในฐานะผู้เสนอร่างให้สัมภาษณ์ไปแล้ว จะมีการปรับร่างที่ยื่นไปแล้วของพรรค พปชร. ทั้งนี้แต่ละพรรคยื่นข้อเสนอมาเพื่อแก้ไข ก็ต้องไปคุยกันในสภา ซึ่งแกนนำพรรคร่วมได้คุยกัน พูดกันทุกเรื่องรวมทั้งประเด็นบัตรเลือกตั้งด้วย
พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่ 1 &amp;nbsp;กล่าวถึงจุดยืนการลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 13 ฉบับว่า &amp;nbsp;ภายหลังจากที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน ในฐานะผู้เสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้พูดคุยกับ ส.ว. ก็ได้ยอมถอยในส่วนของมาตรา 144 และมาตรา 185 โดยการพิจารณาวาระ 2 ในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) จะเสนอให้ กมธ.แก้ไขกลับไปใช้ตามหลักการเดิมของรัฐธรรมนูญ 2560 ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและขอขอบคุณนายไพบูลย์ หากไม่เป็นไปตามที่พูดคุยกันจะยอมให้ ส.ว.ล้มในวาระ 3 ทำให้ในขณะนี้ ส.ว.คลายความกังวล เพราะมีความชัดเจนว่า ส.ว.จะได้ไม่เป็นแพะรับบาป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า &amp;nbsp; เป็นเรื่องที่ไว้ใจไม่ได้ เนื่องจากในชั้นกรรมาธิการแปรญัตติ อาจมีการอ้างได้ว่าไม่สามารถแก้ไขให้ผิดไปจากหลักการที่ได้รับรองในวาระที่ 1 แล้ว ทางที่ดีต้องไม่รับหลักการข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐตั้งแต่วาระแรก หรือถ้าไม่ยอมถอนร่างข้อเสนอออกไปก็ขอให้ตัดถ้อยคำในหลักการและเนื้อหาทั้งหมดที่เกี่ยวกับมาตรา 144 และ 185 ออกไป &amp;nbsp;มิเช่นนั้นก็ขอให้ ส.ส.และ ส.ว.โหวตให้ข้อเสนอของพรรคพลังประชารัฐตกไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.50 น. ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอ จำนวน 13 ฉบับ โดยก่อนเข้าสู่การพิจารณา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ขอหารือถึงการไม่บรรจุร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม &amp;nbsp;มาตรา 256 แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้ง่ายขึ้น และเพิ่มหมวด 15/1 ให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) &amp;nbsp;เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ของฝ่ายค้านเป็นระเบียบวาระการประชุมว่า เหตุผลที่จะต้องบรรจุร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว เพราะรัฐสภาต้องมีสารตั้งต้น ลองนึกภาพว่าถ้าผลการทำประชามติออกมาว่าให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รัฐสภาจะดำเนินการอย่างไร เราจะดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้เลยถ้าไม่มีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญรองรับ ดังนั้นการจะตีความว่าการมีหมวด 15/1 เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญ เป็นการตีความเกินคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ อยากให้ประธานรัฐสภาได้ทบทวน
&amp;#39;ชวน&amp;#39; ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายชวนชี้แจงว่า หลักการและเหตุผลของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมมาตราดังกล่าวที่เสนอในครั้งนี้เป็นของเดิมกับครั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย เหมือนกันหมด ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้วว่า การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยและให้มีหมวด 15/1 ย่อมมีผลทำให้เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน อันเป็นการแก้ไขหลักการและเหตุผลสำคัญ จึงจำเป็นต้องจัดให้มีการทำประชามติสอบถามประชาชนเสียก่อน ดังนั้นเราจึงต้องยึดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อตนดูแล้วก็เห็นว่าบรรจุไม่ได้ &amp;nbsp; เพราะถ้าบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ เท่ากับตนไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลที่มีความผูกพันทุกองค์กร และแน่นอนว่าตนจะต้องทำผิดศาลรัฐธรรมนูญแน่ ขอให้เชื่อว่าตนตัดสินโดยยึดความถูกต้องเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นที่ประชุมเริ่มพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยในลำดับแรกให้แต่ละพรรคลุกขึ้นเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของตนเอง นายไพบูลย์ นิติตะวัน &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมของพรรค พปชร.ตอนหนึ่งว่า มี 5 ประเด็น &amp;nbsp;13 มาตรา ได้แก่ 1.การแก้ไขมาตรา 29 มาตรา 41 และมาตรา 45 เพื่อเพิ่มการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน &amp;nbsp;2.การแก้ไขระบบเลือกตั้งให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 ได้แก่ ส.ส.เขต 400 คน และ &amp;nbsp;ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน พรรคใดที่ส่ง ส.ส.เขตไม่น้อยกว่า 100 คนให้มีสิทธิ์ส่งผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อได้ พรรคใดจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อต้องได้คะแนนบัญชีรายชื่อไม่ต่ำกว่า 1% ป้องกันปัญหาการเป็น ส.ส.ปัดเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;3.การแก้ไขมาตรา 144 ให้ตัดบทลงโทษ ส.ส., ส.ว.และ กมธ.ที่แทรกแซงการแปรญัตติงบประมาณไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม แต่เมื่อมี ส.ว.ทักท้วงว่าการแก้ไขดังกล่าวทำให้หลักการตรวจสอบงบประมาณที่รัฐธรรมนูญปี 2560 เขียนไว้อย่างเข้มข้นสูญเสียไป ตนก็เห็นด้วยและรับปากว่า หากรับหลักการแก้ไขวาระที่หนึ่งแล้ว &amp;nbsp;การพิจารณาในชั้น กมธ. ตนและพรรคพลังประชารัฐจะเสนอแก้ไขมาตรา 144 ให้คงหลักการเข้มข้นของรัฐธรรมนูญปี 2560 ไว้ตามเดิม ให้สบายใจได้ แต่ขอหารือว่าควรพิจารณาถึงเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณที่ได้รับผลกระทบจากมาตรานี้ จะหาวิธีผ่อนคลายอย่างไร เพราะเจ้าหน้าที่สำนักงบประมาณไม่กล้ามาเป็น กมธ.งบประมาณ &amp;nbsp;เพราะกลัวเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงตามมาตรา 144
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า 4.การแก้ไขมาตรา 185 เรื่องการยกเลิกการห้าม ส.ส.-ส.ว.เข้าไปแทรกแซง ก้าวก่ายการทำงานของข้าราชการ ที่ ส.ว.เป็นห่วงเช่นกันว่า จะทำลายหลักการการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของข้าราชการนั้น ก็รับปากว่าหากรับหลักการวาระที่หนึ่ง จะไปผลักดันในชั้น กมธ.ให้คงหลักการป้องกันการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานข้าราชการไว้ตามเดิม แต่ขอเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนขึ้นโดยยกเว้นกรณี ส.ส.-ส.ว.ไปติดต่อหน่วยงานรัฐเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน ไม่ให้ถือเป็นการก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานหน่วยราชการ &amp;nbsp;และ 5.ให้ยกเลิกมาตรา 270 ขอเปลี่ยนแปลงอำนาจวุฒิสภาในการเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ มาเป็นให้อำนาจ ส.ส.และ ส.ว.ร่วมกันติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดการปฏิรูปประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 11.15 น. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวชี้แจงหลักการและเหตุผลร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญจำนวน 4 ร่างว่า เริ่มจากร่างที่ 1 แก้ไขเพิ่มเติม หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย โดยเพิ่มความเป็นวรรค 5 ของมาตรา 25 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 29 เพิ่มสิทธิในกระบวนการยุติธรรม เป็นมาตรา 29/1 แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 34 มาตรา 45 และมาตรา 47 เพิ่มสิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญเป็นมาตรา 49/1 &amp;nbsp;และเพิ่มอำนาจของคณะกรรมาธิการที่จะเรียกเอกสารหรือเรียกบุคคลมาแถลงข้อเท็จจริงหรือให้ความเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 129 ร่างที่ 2 แก้ไขเพิ่มเติมระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 83 มาตรา 85 มาตรา 91 และมาตรา 92 และยกเลิกมาตรา 93 และมาตรา 94 ร่างที่ 3 (1) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 159 เกี่ยวกับที่มาของนายกรัฐมนตรี และ (2) ยกเลิกมาตรา 272 ที่ให้อำนาจสมาชิกวุฒิสภาเลือกนายกฯ &amp;nbsp;และร่างที่ 4 แก้ไขเพิ่มเติม (1) หมวด 6 แนวนโยบายแห่งรัฐ โดยยกเลิกมาตรา 65 เกี่ยวกับการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ (2) แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 152 และมาตรา 162 โดยตัดคำว่ายุทธศาสตร์ชาติออกไปเพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกมาตรา 65 (3) ยกเลิกมาตรา 270 มาตรา 271 และมาตรา 275 เพื่อให้สอดคล้องกับการยกเลิกมาตรา 65 และเป็นการยกเลิกอำนาจของวุฒิสภาบางเรื่อง และ (4) ยกเลิกมาตรา 279
&amp;#39;ภท.-ปชป.&amp;#39; ยันปิดสวิตช์ ส.ว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.00 น. นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมจำนวน 3 ฉบับ ได้แก่ ฉบับที่ 1 แก้ไขมาตรา 55 &amp;nbsp;โดยเพิ่มมาตรา 55/1 ให้ประชาชนมีรายได้พื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างทั่วถึง โดยประชาชนไม่ต้องเรียกร้อง แต่กำหนดให้เป็นหน้าที่ของรัฐจัดให้ประชาชนมีรายได้ทั่วหน้า &amp;nbsp;ให้เงินสดแก่ประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน &amp;nbsp;2,763 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นการแก้ไขปัญหาความยากจนได้อย่างแท้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักประกันถ้วนหน้ารักษาทุกโรค สำหรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่สอง คือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเราเห็นว่ามีความจำเป็นต้องมี ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไม่เหมาะสม จึงเห็นสมควรให้แก้มาตรา 65 กำหนดยุทธศาสตร์ชาติสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ได้ และร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่สาม เสนอเหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์ &amp;nbsp;คือมาตรา 159 ที่มาของนายกฯ และยกเลิกมาตรา 272 &amp;nbsp;การให้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 6 ฉบับ ดังนี้ 1.แก้ไขมาตราว่าด้วยสิทธิของประชาชน 4 มาตรา ว่าด้วยสิทธิในกระบวนการยุติธรรม, สิทธิที่ดินทำกิน, สิทธิผู้บริโภค และสิทธิชุมชน, 2.มาตราว่าด้วยการกระจายอำนาจปกครองท้องถิ่น 3.เรื่องการตรวจสอบการกระทำที่ผิดจริยธรรมของกรรมการ ป.ป.ช. โดยเสนอแก้ 2 มาตรา คือมาตรา 236 และมาตรา &amp;nbsp;237 &amp;nbsp;4.เรื่องการแก้ไขมาตรา 256 ว่าด้วยกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 5.เรื่องระบบเลือกตั้งควรมีบัตร 2 ใบ &amp;nbsp;เพื่อเลือกแยกคนและแยกพรรคได้ และ 6.ประเด็นการแก้ไขมาตรา 272 เรื่องการเลือกนายกฯ เห็นว่า ส.ว.ไม่ควรมีอำนาจไปถึงการเลือกนายกฯ แทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงเช่นเดียวกับ ส.ส.ได้ ดังนั้นการแก้มาตรา 272 จึงเป็นเพียงการย่นระยะเวลาในบทเฉพาะกาล &amp;nbsp;5 ปี เพื่อกลับสู่หลักการประชาธิปไตยถูกต้องและเร็วขึ้นเท่านั้น ถือเป็นการปลดล็อกเงื่อนไขข้อจำกัดและข้อขัดแย้งทางการเมืองได้อีกระดับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 12.55 น. นายวันชัย สอนศิริ ส.ว.ได้ลุกขึ้นอภิปรายเป็นคนแรกว่า จากการพิจารณาทุกร่างรัฐธรรมนูญพอสรุปได้ว่า ถ้ามีการแก้ไขระบบการเลือกตั้งจะทำให้พรรคเล็กหายไป พรรคใหญ่จะผงาด ลดบทบาทภาคประชาชน มีอิทธิพลล้วงลูกและก้าวก่าย โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณและข้าราชการประจำ ส่วนการปิดสวิทช์ ส.ว.นั้น &amp;nbsp;ตนสนับสนุนให้ตัดอำนาจ ส.ว.ในเรื่องนี้ แต่พรรคการเมืองที่เสนอมาตนก็อยากใช้คำพูดว่ากินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ทำทีเรียกร้องประชาธิปไตย เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่ ส.ว. &amp;nbsp;รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในส่วนระบบเลือกตั้งต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองและเป็นเจ้าของพรรค มีส่วนร่วมในการคัดคนลงเลือกตั้ง เสียงของประชาชนมีคุณค่าไม่ทิ้งน้ำ แต่ที่เสนอแก้มานี้พรรคเล็กพรรคน้อยจะหายไป พรรคใหญ่ๆ ทุนหนาจะผงาด นายทุนพรรคจะครอบงำ พรรคคนมีเงินมีอำนาจจะมีบทบาท ธุรกิจการเมืองกำลังจะกลับมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายวันชัยอภิปรายอยู่นั้น นายวิโรจน์ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ได้ประท้วงนายวันชัยเพราะอภิปรายเสียดสีสมาชิกรัฐสภา และเรียกร้องให้นายวันชัยลาออกจากตำแหน่ง ส.ว. เพราะนายวันชัยกำลังเป็นรอยด่างของระบอบประชาธิปไตย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายคารม พลพรกลาง ส.ส.บัญชีรายชื่อ &amp;nbsp;พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นประท้วงซ้ำว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมุ่งหมายให้ประเทศดีขึ้น ไม่ใช่ว่าคนอื่นเลวทั้งหมด อย่าเป็นผู้ใหญ่แต่อายุ แต่ต้องฝึกความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเองด้วย &amp;nbsp;ทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขอให้นายวันชัยพูดตรงประเด็นในเนื้อหาแก้ไขรัฐธรรมนูญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวันชัยยืนยันไม่ได้ว่าใคร และที่ผ่านมาเมื่อมีการพูดถึง ส.ว.จะโจมตี ส.ว.อย่างรุนแรง จากนั้นได้อภิปรายต่อถึงการตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกฯ และทันทีที่นายวันชัยอภิปรายเสร็จสิ้น นายคารมยังคงลุกขึ้นประท้วงว่าขอให้ประธานกำชับ ถ้าทำตัวเป็นผู้วิเศษ ประธานต้องควบคุม ขณะที่นายวันชัยโต้ว่าไม่ทราบว่านายคารมมีอะไรเป็นพิเศษกับตนหรือไม่ และขอให้นายคารมหาพรรคอยู่ให้ได้ก็แล้วกัน
&amp;#39;ส.ว.-ส.ส.&amp;#39; โต้กันเดือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.45 น. นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว. อภิปรายว่า เรื่องบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ อดห่วงไม่ได้ว่าจะถอยหลังไปสู่รัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ไม่มีหลักการใหม่ช่วยพัฒนาระบบการเมืองประเทศให้เป็นสถาบันการเมืองของประชาชน ส่วนการตัดมาตรา 272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.โหวตนายกฯ นั้น ตนไม่ขัดข้อง เพราะ ส.ว.เป็นแค่อำนาจปลายทางในการเห็นชอบนายกฯ &amp;nbsp;แต่ต้นทางอยู่ที่ ส.ส.เป็นผู้เสนอชื่อ ประเด็นทั้งหมดที่เสนอเข้ามาเรื่องสิทธิเสรีภาพประชาชนเชื่อว่า ส.ว.เห็นด้วย แต่อย่าเอาเรื่องสิทธิเสรีภาพเป็นตัวประกันไปผูกรวมเรื่องอื่น ส.ว.หนักใจในการให้ความเห็นชอบที่มัดมือชก เอาสิทธิเสรีภาพบังหน้า &amp;nbsp;เอาประโยชน์ ส.ส.มาผูกรวมกัน นี่คือความจำเป็นต้องมีสองสภาคอยกลั่นกรอง นี่คือคำตอบว่ามี ส.ว.ไว้ทำไม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายตอนหนึ่งว่า ถ้าจะมีประเด็นที่สำคัญต้องแก้ไขเร่งด่วนที่สุด พรรคก้าวไกลเห็นว่าต้องแก้ไขมาตรา &amp;nbsp;272 ยกเลิกอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกฯ &amp;nbsp;เราต้องยอมรับความจริงว่า ส.ว.ชุดนี้คือกลไกการสืบทอดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ การที่ผู้ใดจะมีความชอบธรรมในการเลือกนายกฯ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงสุดในการพัฒนาบ้านเมือง ผู้ที่จะเลือกนายกฯ ต้องได้รับมอบอำนาจจากประชาชน ซึ่ง ส.ว.ทั้งหมดไม่ได้มีความชอบธรรมนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระหว่างนั้นนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ลุกขึ้นประท้วงนายรังสิมันต์ว่า ส.ว.ได้อำนาจเลือกนายกฯ มาจากประชาชน 16 ล้านเสียงสนับสนุน แต่นายรังสิมันต์ได้คะแนนแบบปัดเศษมาจึงได้เป็น ส.ส. จากนั้นนายธีรัจชัย &amp;nbsp;พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ลุกขึ้นโต้ตอบ โดยถามว่านายกิตติศักดิ์ประท้วงเรื่องอะไร ทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานการประชุมห้ามไม่ให้ทั้งสองฝ่ายตอบโต้กันอีก จากนั้นนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า นายกิตติศักดิ์กล่าวถึง ส.ส.ปัดเศษ เท่ากับว่ากำลังพูดถึงนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ตนขอความกรุณาให้เกียรตินายไพบูลย์ด้วย จากนั้นนายพรเพชรได้ขอให้นายรังสิมันต์อย่าเสียดสี ส.ว.อีกและเชิญให้อภิปรายต่อ&amp;nbsp;
ต่อมา พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว. อภิปรายว่า &amp;nbsp;การเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ภายใต้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว จากนั้นเกิดปัญหาที่ทุกพรรคการเมืองบอกว่าสลับซับซ้อน ไม่ยุติธรรม หากยังใช้ระบบนี้ต่อไปอาจจะมีปัญหาได้ จึงได้เสนอแก้ไขมา ส่วนตัวสนับสนุนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และควรใช้วิธีการคำนวณแบบระบบเยอรมัน แต่สิ่งที่พรรคการเมืองต่างๆ เสนอมานั้น เป็นการคำนวณ ส.ส.เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 หมดเลย หากมีการแก้ไขในอนาคตอันใกล้ อาจทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็งเหมือนสมัยพรรคไทยรักไทยที่ได้ ส.ส.มากถึง 377 เสียง ทำให้เกิดเผด็จการรัฐสภา สามารถยกร่างแก้ไขกฎหมายได้ตามอำเภอใจ แต่เมื่อไม่มีทางเลือก ส่วนตัวจะสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญญัตติที่ 1-3-13 ไปก่อน &amp;nbsp;
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 144 และ &amp;nbsp;185 เนื่องจากบทบัญญัติดังกล่าวได้วางหลักการสำคัญห้ามมิให้ ส.ส.และ ส.ว.เปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขเพิ่มเติมรายการ หรือจำนวนในรายการของงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่สามารถลดหรือตัดทอนรายจ่ายได้เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐธรรมนูญ 2560 นายกรัฐมนตรียังเห็นว่า การจัดทำข้อเสนอโครงการในแต่ละจังหวัด ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมเสนอความคิดเห็นผ่านกระบวนในส่วนต่างๆ ได้ ในส่วนของมาตรา 185 นายกฯ เห็นว่าเป็นหลักการที่ถูกต้องแล้ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107434</URL_LINK>
                <HASHTAG>185, กิตติศักดิ์, ค้านแก้ม.144, ถกแก้ รธน., ม.256, วิโรจน์, ส.ว.วันชัย, ส.ส.พปชร, ส.ส.เดือด, สุรชัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d34b232e532.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85207</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โรม&#039; โวย &#039;ไพบูลย์&#039; มัดมือ ส.ส.ร.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย.63 - ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการ(กมธ.)พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ยังเป็นกระบวนการที่ไม่รู้จะจบอย่างไร มีหลายส่วนที่จะต้องพูดคุยกัน แต่ยอมรับว่ากังวลคณะกมธ. จะทำให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)ที่จะมีขึ้นในอนาคตทำงานยากขึ้น ตนยกตัวอย่างตามที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะรองประธานกมธ.ให้สัมภาษณ์ไม่เห็นด้วยที่จะมีการแก้ไขปลดล็อกหมวด 1 หมวด 2 ที่ ส.ส.ร.จะเข้ามาแก้ไขได้ รวมถึงญัตติต่างๆที่เคยตกไปแล้ว ทั้งอำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีของส.ว. หรือมาตรา 279 ซึ่งเป็นบทบัญญัติรับรองคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) สิ่งเหล่านี้หากเราล็อกไว้หมด ตกลงเรากำลังจะทำหน้าที่แทน ส.ส.ร.หรือไม่ ซึ่งจุดนี้ตนคิดว่าอันตราย การทำหน้าที่ของกมธ.สิ่งที่เราควรจะคิดให้มากที่สุดคือ จะทำอย่างไรให้ส.ส.ร.สามารถทำงานได้ง่าย และร่างรัฐธรรมนูญให้เป็นของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่ใช่ว่าส.ส.ร.ทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่ได้ แต่ควรทำเรื่องนี้เท่านั้น ถ้าเราทำแบบนี้แสดงว่าเราทำแทนส.ส.ร. และคิดแทนประชาชน ซึ่งไม่ใช่วัตถุประสงค์ของการตั้งกมธ. ผมคิดว่าการที่นายไพบูลย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะนี้ เท่ากับว่านายไพบูลย์คิดเอาแต่ได้ ไม่สนใจว่ารัฐธรรมนูญของประชาชนจะเป็นอย่างไร ถ้านายไพบูลย์คิดเรื่องดังกล่าวมาก ผมเสนอว่า นายไพบูลย์ควรทำ 2 อย่างคือ 1.ไปรณรงค์ในวันที่มี ส.ส.ร.เพื่อโน้มน้าวให้ส.ส.ร.รับฟังเหตุผล และร่างรัฐธรรมนูญในสิ่งที่นายไพบูลย์ต้องการออกมา และ 2.นายไพบูลย์ลาออกไปเป็นส.ส.ร.จะดีกว่าการที่จะมาใช้กลไกลของกมธ. เพราะเราอยากเห็นรัฐธรรมนูญที่มาจากสสร.ที่เป็นตัวแทนของประชาชน&amp;rdquo; นายรังสิมันต์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายจิรวัฒน์ &amp;nbsp;อรัณยกานนท์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล ขอให้ประชาชนจับตาจากการให้สัมภาษณ์ของนายไพบูลย์ในประเด็นเสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมฉบับรัฐบาล ที่เดิมมาตรา 256/13 วรรค 5 เขียนไว้ว่าห้ามแก้หมวด 1และหมวด 2 &amp;nbsp;และให้คงบทเฉพาะกาลไว้ ในมาตรา 269 , 272 และ 279 คือเมื่อมีการเลือกตั้งส.ส.ร.จะยกร่างทั้งฉบับ แต่ต้องมีบทเฉพาะกาลอันนี้ไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็หมายความว่านายไพบูลย์ต้องการให้ 3 มาตรานี้คงไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ท้ายที่สุดจะใช้เวทีของส.ส.ร.นี้ทำเพื่อประโยชน์ของใคร จึงต้องจับตาการทำหน้าที่ของส.ส.ร.ให้ดี &amp;nbsp;และการที่เอาบทบัญญัติตามมาตราในบทเฉพาะกาลนี้ซึ่งเป็นปัญหาที่มีความขัดแย้งในสังคมอยู่แล้ว และต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราไปด้วยนั้น 3 มาตราที่จะคงในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องถูกแก้และเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรามาอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้น ตนคิดว่าถ้ามีการคงไว้ 3 มาตรานี้ และล็อคส.ส.ร.ไว้จะเกิดความขัดแย้งเป็นฝืนเป็นไฟอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการปล่อยให้ส.ส.ร.มีอำนาจเต็มในการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะทำให้มีการตีเช็คเปล่าหรือโอนอำนาจหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อย่าใช้วาทกรรมตีเช็คเปล่าอะไรเลย เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส.ส. และ ส.ว. มีอำนาจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นการตีเช็คเปล่าเหมือนกัน การที่เราให้อำนาจ ส.ส.ร. มาจากการเลือกตั้งเป็นกระบวนการหนึ่งที่เราสร้างความชอบธรรมที่จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับถัดไปเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และแก้ปัญหา ถ้าบอกว่าเป็นการตีเช็คเปล่าก็แปลว่าเราไม่ไว้ใจประชาชน ดังนั้น อย่าให้มีส.ส.ร.แต่งตั้งแบบที่รัฐบาลกำลังทำ ถ้าเป็นแบบนั้นรัฐธรรมนูญฉบับถัดไปก็มีปัญหา บ้านเมืองก็ไม่ไปไหน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85207</URL_LINK>
                <HASHTAG>รังสิมันต์ โรม, ไพบูลย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc097136b18f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
