<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนหนักถึง12มิ.ย. กทม.รับสู้ไม่ไหว!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพฯ ยังเสี่ยงเผชิญฝนตกหนัก-น้ำท่วม กรมอุตุฯ ออกประกาศแทบทุกภาคยังมีฝนตกหนักถึงหนักมากจนถึง 12 มิ.ย. รองปลัด กทม.ยอมรับระบบท่อปัจจุบันยังไม่สามารถระบายน้ำทันหากเกิดฝนตกหนัก &amp;quot;ศรีสุวรรณ&amp;quot; อัดผู้ว่าฯ กทม.ไร้ความสามารถ แฉโครงการสร้างเขื่อนและโครงการบ้านมั่นคง รวม 4.7 พันล้าน ทิ้งขยะทั้งอิฐหินดินทรายลงคลอง แต่กลับไม่จัดการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังเกิดฝนตกหนักน้ำท่วมกรุงเทพฯ เป็นวงกว้าง ส่งผลให้การจราจรในช่วงเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมาเป็นอัมพาต กรุงเทพมหานครก็เร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ตรวจสอบสถานีสูบน้ำทุกแห่งให้ใช้การได้เป็นปกติ รวมทั้งกวาดเก็บขยะมูลฝอยที่เป็นตัวขวางทางน้ำ โดยเฉพาะขยะขนาดใหญ่ในคลองลาดพร้าวใกล้บึงพระราม 9 ที่พบมีทั้งฟูกที่นอน กล่องโฟม และวัสดุต่างๆ ซึ่งเมื่อวันอาทิตย์พบว่าถูกกำจัดไปเกือบหมดสิ้น นอกจากนี้มีหลายเขต อาทิ เขตพระโขนง สายไหม จัดกิจกรรมนัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ เช่น โซฟา ตู้ เตียง ที่นอนเก่า ตู้เย็น ขยะอันตรายเเละสิ่งของเหลือใช้ในชุมชนเเละหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งจะจัดเก็บในช่วงวันหยุดเดือนละครั้งโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่ออำนวยความสะดวก ลดปริมาณขยะ และป้องกันไม่ให้ประชาชนลักลอบทิ้งขยะลงในลำคลอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัด กทม. เปิดเผยว่า กทม.และรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาขยายทางน้ำและให้ชุมชนที่กีดขวางทางน้ำออกไป ซึ่งแล้วเสร็จไปแล้วในส่วนเขตสายไหม แต่ยังไม่ได้ขุดลอกคลองทั้งหมด อยู่ระหว่างดำเนินการ โดยทำไปได้ 7 กิโลเมตร จากระยะทางทั้งหมดกว่า 20 กม. ซึ่งยอมรับว่าไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผน เพราะมีปัญหาการส่งคืนพื้นที่และสร้างที่อยู่ใหม่ให้ชุมชนที่ย้ายออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันว่า กทม.ได้เตรียมรับมือเรื่องการระบายน้ำในทุกด้าน ทั้งการวางระบบท่อระบายน้ำ การลอกท่อ ระบบสูบน้ำ การจัดการคูคลอง ทำให้น้ำที่ท่วมขังสามารถระบายได้เร็วขึ้น 1-2 ชั่วโมง แต่ระบบท่อระบายน้ำในถนน กทม.สามารถรับน้ำได้เพียงแค่ 60-80 มิลลิเมตร ซึ่งเกินกำลังที่จะสามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาสูงมากถึง 120-130 มิลลิเมตรได้ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมถนน ก่อนจะระบายออกไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. ถึง 12.00 น. วันที่ 10 มิ.ย. ระบุว่า บริเวณด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ยังคงมีฝนต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศ ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่&amp;nbsp;ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง&amp;nbsp;พะเยา แพร่ น่าน พิษณุโลกกำแพงเพชร ตาก และเพชรบูรณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย&amp;nbsp;ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่&amp;nbsp;และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดจันทบุรี และตราด&amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี&amp;nbsp;ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา&amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)&amp;nbsp;มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต&amp;nbsp;ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล&amp;nbsp;มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์ โอมาก ปฏิบัติราชการแทน ผวจ.ตรัง ลงนามคำประกาศกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง แจ้งเตือนทุกภาคส่วนในพื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนัก คลื่นลมแรง ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 12 มิถุนายน พร้อมสั่งการให้หน่วยงานเจ้าท่า ประมง และตำรวจน้ำออกลาดตระเวน แจ้งเตือนการเดินเรือ จัดเตรียมอุปกรณ์ชูชีพให้เพียงพอ และให้ถือปฏิบัติอย่างเข้มงวด ในการตรวจความพร้อมก่อนออกเรือ รวมถึงติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ตามที่เกิดพายุฝนตกหนักในช่วงบ่ายวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้หลายเขตของ กทม. เช่น เขตห้วยขวาง เขตดินแดง เขตพญาไท เขตบางซื่อ เขตพระนคร ฯลฯ เกิดน้ำท่วมขังก่อให้เกิดปัญหาวิกฤติจราจร รถติดอย่างมาก ปัญหาดังกล่าว ผู้ว่าฯ กทม.กลับไปโทษระบบไฟฟ้าดับที่อุโมงค์สูบน้ำบางซื่อ โดยไม่เคยโทษตนเองว่าบกพร่องในการบริหารสั่งการให้มีการเตรียมความพร้อม 24 ชั่วโมง ทั้งที่กรมอุตุนิยมวิทยาก็แจ้งล่วงหน้าแล้วว่าจะเกิดฝนตกหนักในวันเวลาใด อีกทั้งเรดาร์ตรวจอากาศของ กทม.ก็รายงานข้อมูลได้แบบเรียลไทม์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แบบนี้ต้องถามผู้ว่าฯ อัศวินกันตรงๆ ว่ามีความสามารถในการบริหาร กทม.หรือไม่ และต้องถามย้อนไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ด้วยว่าจะรับผิดชอบต่อผู้ว่าฯ คนนี้ที่ท่านตั้งขึ้นมาอย่างไร&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณกล่าวว่า โครงการสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก (คสล. )ริมคลองของ กทม. งบประมาณ 1,654 ล้านบาท และโครงการบ้านมั่นคง งบ 4,061 ล้านบาท ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการกำหนดนโยบายการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ เป็นสาเหตุหลักที่แอบโกยขยะทิ้งจากโครงการก่อสร้างลงคลองเต็มไปหมด และไม่ยอมขุดลอกก่อนฤดูฝนจะมาถึง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้ว่าขณะนี้คลองลาดพร้าวตื้นเขินมาก พื้นที่รองรับน้ำฝนลดน้อยลงมาก เหตุเพราะผู้รับเหมาก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล.ริมคลอง ได้โกยดินริมตลิ่งไปเกลี่ยทิ้งลงในคลองตลอดทั้งแนวคลอง ผนวกกับการก่อสร้างบ้านมั่นคงริมคลองก็มักง่ายแอบโกยขยะจากการก่อสร้าง เศษอิฐ หิน ดิน ทราย ทิ้งลงในคลองลาดพร้าวเต็มไปหมด แถมบางชุมชนมีการเกรดดินขยายพื้นที่ถมคลองให้แคบลงเพื่อเอาพื้นที่ไปสร้างบ้านมั่นคง โดยที่ กทม.ก็รับรู้ แต่แสร้งทำไม่รู้ไม่เห็น เนื่องจากโครงการเหล่านี้มีผลประโยชน์มหาศาลนับพันล้านบาท มีหน่วยงานรัฐต่างๆ เข้ามาเอี่ยวมากมาย อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กอ.รมน. กองทัพบก และ กทม.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยถึงความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาสิ่งกีดขวางทางน้ำตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มอบหมายให้ สทนช.พิจารณาประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และปรับปรุงข้อมูลแผน ผลการดำเนินงาน พร้อมทั้งรายละเอียดแผนการดำเนินงานในแต่ละปี เพื่อจัดทำแผนปฏิบัติการปรับปรุงอาคาร หรือสิ่งก่อสร้างที่มีอยู่เดิม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้การระบายน้ำในช่วงฤดูฝนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการดำเนินงานล่าสุด พบว่า การจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำทั่วประเทศ เช่น โครงสร้างสิ่งก่อสร้าง ถนน สะพาน ที่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการทั้งสิ้น 11 หน่วยงาน อาทิ กรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน เป็นต้น รวมทั้งสิ้น 562 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ 161 แห่ง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 60 แห่ง, &amp;nbsp;ภาคกลาง 115 แห่ง, ภาคตะวันออก 115 แห่ง ซึ่งปัจจุบันทั้ง 451 แห่ง ยังไม่มีการดำเนินการปรับปรุง เนื่องจากมีหลายหน่วยงานยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบพิกัดจุดที่ตั้ง และข้อมูลบัญชีรายการของอาคาร จึงเห็นควรพิจารณาตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูล เพื่อให้ถูกต้อง สมบูรณ์ และจัดทำแผนปฏิบัติการในแต่ละปีต่อไป ขณะที่การปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ำในเขตภาคใต้ จำนวน 111 แห่ง ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 74 แห่ง และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 26 แห่ง โดยใช้งบประมาณเหลือจ่ายปี 2561 ที่เหลือจำนวน 11 รายการ อยู่ในแผนการดำเนินงานปี 2562 และ 2563 ของหน่วยงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ สทนช.กล่าวอีกว่า นอกจากสิ่งกีดขวางทางน้ำที่เป็นอาคารสิ่งก่อสร้างแล้ว สทนช.ยังได้ติดตามความก้าวหน้าการจัดการแก้ไขปัญหาผักตบชวา โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ได้ดำเนินการสำรวจปริมาณผักตบชวาในแหล่งน้ำทั่วประเทศ และดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำจัดผักตบชวามาอย่างต่อเนื่องในแม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำท่าจีน ตั้งแต่ประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา ลงมาถึงอ่าวไทย แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก แม่น้ำลพบุรี แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำน้อย แม่น้ำท่าจีนตั้งเหนือประตูระบายน้ำโพธิ์พระยา และพื้นที่คลองชลประทาน กรุงเทพมหานคร แม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผลการดำเนินงานล่าสุดได้แก้ไขปัญหาผักตบชวาแล้วทั้งสิ้น 2,834,642 ตัน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38085</URL_LINK>
                <HASHTAG>ศรีสุวรรณ จรรยา, สมพงษ์ เวียงแก้ว, สมเกียรติ ประจำวงษ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไพบูลย์ โอมาก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190609/image_big_5cfd096a24034.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
