<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>98152</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีบพรรคร่วมห้ามรื้อส.ว.! เพื่อไทยซัดเกมยื้ออำนาจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ประวิตร&amp;rdquo; แจงยังไม่มีร่างแก้ไข รธน.ของพรรคร่วมรัฐบาล ต้องหารือในพรรคร่วมอีกที &amp;ldquo;พปชร.&amp;rdquo; ชงใช้ระบบเลือกตั้งปี 40 บัตร 2 ใบ รื้อไพรมารีโหวต-เลิก ส.ส.ปัดเศษ ตอนพรรคเล็กให้เหลือเพียง 10 พรรค &amp;ldquo;ไพบูลย์&amp;rdquo; บีบพรรคอื่นให้เห็นชอบตามหากแก้อำนาจ ส.ว.เลือกนายกฯ พปชร.จะไม่เอาด้วย &amp;quot;นิกร&amp;quot; ยัน 3 พรรคร่วมยืนกรานแก้ ม.256 พท.ซัด พปชร.เล่นละครตบตาแบบศรีธนญชัยหวังยื้อเวลาสืบทอดอำนาจ &amp;quot;ระบอบประยุทธ์&amp;quot; กมธ.กฎหมายประชามติเคาะใหม่ใช้ 5 หมื่นชื่อเสนอทำประชามติ ย้ำให้อำนาจ ครม.ตัดสินเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางภายหลังพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงเกี่ยวกับการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตรา โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวว่า โฆษกพรรคพลังประชารัฐได้มีการชี้แจงไปหมดแล้วว่าจะมีการแก้ไขเป็นรายมาตรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า จะมีร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคร่วมรัฐบาลฉบับเดียว ซึ่งไม่ใช่ของพรรคใครพรรคมันหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่มี แล้วแต่พรรคร่วมจะเสนออย่างไร แต่ร่างที่เสนอเป็นของพรรค พปชร. ส่วนจะมีร่างของพรรคร่วมหรือไม่ ยังไม่รู้เลย เพราะต้องมีการพูดคุยและหารือกันในพรรคร่วมอีกที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรค พปชร.แถลงเกี่ยวกับร่างแก้ไข รธน.รายมาตราว่า ตนเห็นร่างแก้ไขดังกล่าวแล้ว ดูสวยดี ไม่ได้มีข้อห่วงใย เพราะเป็นประเด็นที่พูดคุยกันมานานแล้ว เข้าใจว่าประเด็นต่างๆ ได้มีการพูดคุยกันแล้วตามที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค พปชร.ระบุได้หารือกับพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว แม้กระทั่งพรรคฝ่ายค้านและ ส.ว.ด้วย เพียงแต่ห่วงอยู่นิดหนึ่งเกี่ยวกับการแก้วิธีการเลือกตั้งเป็นบัตรสองใบ ยังไม่ค่อยแน่ใจว่าหารือกันแล้วเห็นพ้องต้องกันแล้วหรือไม่ ถ้าเห็นพ้องต้องกันก็ไม่มีปัญหาอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตว่าการยื่นแก้ไขดังกล่าวเพียงเพื่อลดกระแสสังคม แต่ข้อเท็จจริงยังคงสืบทอดอำนาจอยู่ นายวิษณุกล่าวว่า ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะถึงเวลาโหวตเขาก็นับคะแนนเสียงกึ่งหนึ่งของรัฐสภา และ ส.ว.ก็ต้องให้ความเห็นชอบหนึ่งในสามก็ยังมีอยู่ ถ้าแก้ระบบเลือกตั้งจำเป็นต้องกฎหมายลูกเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ดังนั้นจะรีบยุบสภาไม่ได้ ส่วนการเสนอร่างของรัฐบาล ยังไม่เคยเห็นพูดกันในส่วนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค พปชร. แถลงว่า ขณะนี้ ส.ส.พรรค พปชร.ร่วมกันลงชื่อ เพื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม จำนวน 1 ฉบับ โดยได้ลงนามรายชื่อทั้งหมดครบแล้ว และจะยื่นต่อนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ในวันที่ 7 เม.ย.นี้ เป็นการแก้ไข 5 ประเด็น 13 มาตรา ประกอบด้วย ประเด็นที่หนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมหมวด 3 สิทธิและเสรีภาพแก้ไขมาตรา 29, 41 และ 45 เป็นการเพิ่มสิทธิในกระบวนการยุติธรรม และในมาตรา 29 ได้เพิ่มขึ้นอีก 8 อนุมาตรา รวมถึงเพิ่มให้ชุมชนมีสิทธิได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายจากรัฐอย่างเหมาะสมจากรัฐในการฟ้องหน่วยงานของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่สอง พรรคการเมืองในขณะนี้ทุกพรรคมีปัญหาการทำไพรมารีโหวต ดังนั้นเพื่อแก้อุปสรรคการทำงานของพรรคการเมือง จึงแก้ไขให้การเลือกตั้ง ส.ส.เป็นแบบบัตรสองใบ ซึ่งจะเหมือน รธน.ปี 40 และ 50 ให้ ส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน พรรคการเมืองใดที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตไม่น้อยกว่า 100 เขต จึงมีสิทธิที่จะส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ เมื่อแก้ประเด็นนี้จะทำให้เหลือเพียงหลาย 10 พรรคที่เข้าหลักเกณฑ์ พรรคการเมืองใดได้คะแนนน้อยกว่าร้อยละ 1 ของคะแนนเสียงรวมทั้งประเทศให้ถือว่าไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้ง ไม่ให้นำคะแนนเสียงดังกล่าวมารวมคะแนนเพื่อหาสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อไม่ให้มี ส.ส.ปัดเศษ ดังนั้นพรรคการเมืองต้องได้ ส.ส.อย่างน้อย 1% ถึงจะได้ ส.ส.หนึ่งคน เมื่อมีการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ภายใน 1 ปี จะไม่มีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประเด็นที่สาม เสนอแก้ไขมาตรา 144 การพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ ซึ่งในรัฐธรรมนูญปี 60 มีปัญหากระทบต่อการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ จึงได้เอาข้อความตามรัฐธรรมนูญปี 50 มาตรา 168 มาใช้แทน, ประเด็นที่สี่ แก้ไขมาตรา 185 เพื่อแก้ไขอุปสรรคการทำงานของ ส.ส. และ ส.ว. ให้สามารถติดต่อส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ และประเด็นที่ 5 แก้ไขบทเฉพาะกาล มาตรา 270 เปลี่ยนแปลงอำนาจวุฒิสภา ให้ ส.ส.และ ส.ว.มีอำนาจติดตามและเสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย และการจัดทำตามยุทธศาสตร์ชาติ &amp;nbsp;
บีบพรรคอื่นเอาตาม พปชร.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เป็นการแก้ไข รธน.ให้เสร็จโดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินที่จะให้เสียในการทำประชามติ ในการยื่นวันที่ 7 เม.ย.นี้ จะมีการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญวันที่ 22 พ.ค. ผมจะกราบเรียนประธานรัฐสภาขอให้มีการจัดประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 25 พ.ค. กรรมาธิการคงจะพิจารณาใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน แล้วเสร็จปลายเดือนมิถุนายน และเข้าสู่การพิจารณาวาระสอง ต้นเดือน ก.ค. และวาระที่ 3 น่าจะกลางเดือน หรืออย่างช้าก็ปลายเดือน ก.ค. คาดว่าจะได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา เพราะจากการพูดคุยทาง ส.ว.ก็เห็นชอบด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องไปยังฝ่ายค้านหรือ ส.ส.ที่ต้องการยื่นญัตติแก้ไข รธน.พิจารณาเนื้อหาตามที่พรรค พปชร.เสนอ เชื่อว่าฝ่ายค้านน่าจะเสนอญัตติคล้ายๆ กัน เพื่อให้ได้รับการยอมรับร่วมกัน เพราะ ส.ส.พปชร.จะไม่ยอมรับในเนื้อหาที่เกินไปกว่า 5 ประเด็นที่นำเสนอ โดยเฉพาะให้ตัดอำนาจของวุฒิสภา เกี่ยวกับการร่วมลงมติเลือกนายกฯ ส่วนที่ไม่ร่วมเสนอญัตติร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลอีก 3 พรรคเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา เพราะอาจมีความเห็นไม่ตรงกัน ส่วนที่มองว่าการแก้ไขระบบเลือกตั้งจะทำให้พปชร.ได้เปรียบในการเลือกตั้งครั้งหน้า เชื่อว่า พปชร.ได้รับความนิยมจากประชาชน และความนิยมดังกล่าวจะเพิ่มมากขึ้น การแก้ไข รธน.ครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการยุบสภา เพราะรัฐบาลจะอยู่ครบเทอมถึงปี 2565
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.)เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาเสนอร่างแก้ไข รธน.ของ 3? พรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ว่าเบื้องต้นมีข้อตกลงร่วมกันว่าจะเสนอร่างแก้ไข รธน. 4 ฉบับ แบ่งเป็น 4 ประเด็น ได้แก่ 1.มาตรา 256 ว่าด้วยการแก้ไขหลักเกณฑ์ออกเสียงวาระแรกและวาระสาม ที่ใช้เสียงเห็นชอบ 3 ใน 5 ตามที่รัฐสภาเคยเห็นชอบ แทนการใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 หรือ 84 เสียง 2.กระบวนการเลือกตั้ง ระะบบเลือกตั้ง&amp;nbsp; ยังไม่ตกผลึกว่าจะใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือสองใบ 3.กระบวนการทำงานในรัฐสภา&amp;nbsp; เช่น หมวดว่าด้วยการปฏิรูปที่เห็นว่าควรให้รัฐสภาพิจารณาแทน ส.ว. และควรพิจารณาความคืบหน้าทุกๆ 1 ปี และ 4.สิทธิเสรีภาพประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรณีที่ พปชร.เตรียมยื่นญัตติแก้รัฐธรรมนูญ 13 มาตรา และระบุว่าหากญัตติอื่นเสนอแก้เกินกรอบจะไม่ลงมติให้ เช่น ประเด็นเกี่ยวกับ ส.ว. นายนิกรกล่าวว่า เป็นความคิดเห็น ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นสิ่งที่พิจารณาภายหลังได้ เพราะสิ่งสำคัญอยู่ที่ ส.ว. จะเห็นด้วยหรือไม่ ไม่ใช่เฉพาะ ส.ส.พปชร.จะเห็นด้วยหรือไม่เท่านั้น อีกทั้งในประเด็นขอแก้ไขมาตรา 256 นั้น ที่ผ่านมาวุฒิสภา เห็นด้วยกับการแก้ไขใช้เสียง 3 ใน 5 มาแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ชัดเจนว่าพรรค พปชร.ไม่ต้องการที่จะแตะในมาตราที่เกี่ยวข้องกับส.ว. และเกี่ยวกับอำนาจของ คสช. เป็นข้อจำกัดที่ พปชร.จะต้องเลี่ยง และต้องปกป้องเต็มที่ หากไปแตะก็จะทำให้โอกาสที่จะแก้ไขรธน.ปิดทันที การแก้ไข รธน.ครั้งนี้ของรัฐบาลภายใต้ข้อจำกัด เพราะ พปชร.ก็เป็นส่วนหนึ่งของการสืบทอดอำนาจ คงต้องถามกลับไปว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไร เพราะเป็นการเสนอเพื่อหาทางออกในการรักษาอำนาจของระบอบประยุทธ์ไว้ พปชร.หวังลดความกดดันของประชาชน ที่ต้องการแก้ไข รธน.ให้เป็นประชาธิปไตย แต่หวังรักษาอำนาจระบอบประยุทธ์ไว้เพื่อสืบทอดอำนาจต่อไป
จวกยื้อเวลาระบอบประยุทธ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ข้อเสนอการแก้ รธน.รายมาตราดังกล่าว เห็นได้ชัดว่าส่วนใหญ่เป็นเรื่องทางเทคนิคที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาแล้วเมื่อครั้งร่างรัฐธรรมนูญ 2560 เช่น เรื่องบัตรเลือกตั้งใบเดียว และการคิดคำนวณสูตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่แก่นของปัญหากลับไม่ถูกหยิบยกมาแก้ไข คือเรื่องหลักการประชาธิปไตยในเนื้อหาของ รธน. โดยเฉพาะที่มา ส.ว. ที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนและมีอำนาจในการเลือกนายกฯ เป็นเครื่องมือในการค้ำยันอำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์มาจนถึงทุกวันนี้ จึงเป็นเพียงการพยายามรักษาผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง ยื้อเวลาตบตาประชาชนแบบศรีธนญชัยที่มีเป้าหมายในการสืบทอดอำนาจเท่านั้น ในสัปดาห์หน้าแกนนำพรรค พท.และ ส.ส.จะมีการหารือกันเพื่อสรุปแนวทางในการผลักดันให้มีการแก้ไข รธน.และสร้างประชาธิปไตย รวมทั้งแนวทางในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.ประชามติ ให้ผ่านออกมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย เพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะสามารถนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ในอนาคต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ แถลงผลการประชุมของ กมธ.ว่า ที่ประชุมได้ทบทวนจำนวนประชาชนเข้าชื่อขอทำประชามติ จากเดิมเมื่อวันที่ 1 เม.ย. มีมติให้ใช้ 10,000 รายชื่อ วันนี้ที่ประชุมลงมติอีกครั้งให้ประชาชนเข้าชื่อ 50,000 รายชื่อ กรณีรัฐสภาพิจารณาเห็นชอบ หรือภาคประชาชนเป็นผู้เสนอ ก็ยังให้เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะตัดสินใจทำหรือไม่ทำประชามติ เสียงส่วนใหญ่มีความเห็นให้แก้ไขปรับปรุงมาตรา 10 และ 11 ให้สอดรับ และการแก้ไขเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย การพิจารณามาทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และไม่น่าจะมีปัญหา จะนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภาในวันที่ 7 เม.ย. และคิดว่าการพิจารณาในที่ประชุมจะผ่านไปได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ในมาตรา 9 มีการระบุไว้ชัดเจนแล้วว่า เมื่อที่ประธานรัฐสภาแจ้งให้นายกฯ ทราบแล้วให้ประกาศในราชกิจจาฯ เลย ตรงนี้จะไปย้อนแย้งกับการพิจารณาของ กมธ. ที่ให้นำเข้า ครม. เพื่อตัดสินใจอีกครั้งหรือไม่ นายวันชัยกล่าวว่า กมธ. พิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้สอดรับกันแล้ว โดยปรับมาตรา 10 และ 11 ให้สอดรับ และดำเนินการตามมาตรา 166 ของรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ หากทำตามที่มาตรา 9 ระบุไว้เป๊ะๆ เลยจะทำไม่ได้ เพราะจะขัดรัฐธรรมนูญ ดังนั้นจึงเขียนมาตรา 11 มาให้สอดรับกัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคก้าวไกลจะเดินหน้าผลักดันให้มีการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นผู้ตัดสินว่าเห็นชอบหรือไม่ที่จะยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.ร. เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ในระหว่างที่ผลักดันให้มีการทำประชามติดังกล่าว ก็สามารถดำเนินการแก้ไข รธน.รายมาตราควบคู่กันได้ ซึ่งต้องมุ่งเน้นไปที่การถอดรื้อระบอบประยุทธ์ออกจากระบบการเมืองไทย โดยเฉพาะการปิดสวิตช์ ส.ว. ยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 269-272 เพื่อยกเลิก ส.ว. จากการแต่งตั้งของ คสช., ยุติอำนาจพิเศษของวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี และเห็นด้วยที่จะต้องมีการแก้ไขระบบการเลือกตั้งให้ประชาชนสามารถออกเสียงลงคะแนนเลือกได้ทั้ง ส.ส. ในเขตของตน และเลือกพรรคการเมืองที่ตนชื่นชอบ โดยควรจะปรับระบบบัตรเลือกตั้งแบบสองใบ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98152</URL_LINK>
                <HASHTAG>พปชร., ระบบเลือกตั้งปี 40, ร่างแก้ไข รธน., ส.ส.ปัดเศษ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ รธน, แก้รัฐธรรมนูญ, ไพรมารีโหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210402/image_big_6067277a78ce6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58604</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2020 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2020 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ตีตื้น ชนะหยั่งเสียงไพรมารีรัฐแรก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตรัฐแรกแล้ว ที่มลรัฐเซาท์แคโรไลนาเมื่อวันเสาร์ โดยทำคะแนนทิ้งห่าง ส.ว.เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ตัวเต็งระดับชาติที่จะท้าชิงเก้าอี้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โจ ไบเดน ปราศรัยที่สนามวอลเลย์บอลของมหาวิทยาลัยเซาท์แคโรไลนา เมืองโคลัมเบีย เมื่อคืนวันเสาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ข่าวเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์กล่าวว่า ไบเดน ซึ่งเป็นรองประธานาธิบดียาวนาน 8 ปีในสมัยของบารัค โอบามา ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐ ได้คะแนนจากกลุ่มคนแอฟริกัน-อเมริกันที่เป็นฐานเสียงสำคัญของเขา ซึ่งช่วยให้เขาประสบชัยชนะเป็นครั้งแรกในการหยั่งเสียงมลรัฐที่ 4 ของพรรคเดโมแครต และเพิ่มขวัญกำลังใจในการต่อสู้สังเวียนใหญ่วัน &amp;quot;ซูเปอร์ทิวส์เดย์&amp;quot; อังคารที่ 3 มีนาคมนี้ ซึ่งจะจัดการหยั่งเสียงพร้อมกันถึง 14 รัฐ ทั้งแบบไพรมารีและแบบคอคัส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้นี่เอง สื่อและผู้เชี่ยวชาญประกาศว่าการเสนอตัวครั้งนี้จบสิ้นแล้ว&amp;quot; ไบเดนกล่าวกับผู้สนับสนุนเขานับพันคนที่เมืองโคลัมเบีย โดยบอกว่าการหาเสียงของเขาอยู่บนเส้นทางที่จะโค่นล้มโดนัลด์ ทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การนับคะแนนที่ผ่านไปแล้ว 99 เปอร์เซ็นต์ ชี้ว่า ไบเดนวัย 77 ปี ได้คะแนน 48.4% ส่วน ส.ว.แซนเดอร์สวัย 78 ปีที่ประกาศตนเป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย ได้ 20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับสามได้แก่ทอม สเตเยอร์ มหาเศรษฐีนักเคลื่อนไหวได้ 11.4% แม้จะทุ่มทุนโฆษณาไป 23 ล้านดอลลาร์ในรัฐนี้ สเตเยอร์ประกาศถอนตัวจากการแข่งขันแล้วทั้งที่ยังไม่ประกาศผล ส่วนพีต บูติเจิจ อดีตนายกเทศมนตรีชายรักชายจากเมืองเซาท์เบนด์ รัฐอินดีแอนา ที่มาแรงในการหยั่งเสียงรัฐแรกที่ไอโอวา ได้ที่ 4 ด้วยคะแนน 8% ตามด้วย ส.ว.หญิง เอลิซาเบธ วอร์เรน ได้ 7%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชัยชนะของไบเดนในรัฐนี้ ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งขั้นตนของพรรคเป็นคนแอฟริกัน-อเมริกันราว 60% ถูกมองว่ามีความสำคัญยิ่งที่ต่อความหวังของไบเดนในการพลิกฟื้นคะแนน หลังจากพ่ายแพ้หลุดลุ่ยที่รัฐไอโอวาและนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งเขาได้ที่ 4 และ 5 ตามลำดับ แม้จะทำได้ดีขึ้นในรัฐเนวาดา โดยได้อันดับ 2 รองจากแซนเดอร์ส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็กซิตโพลชี้ว่า ไบเดนได้คะแนนจากคนผิวสีในการหยั่งเสียงที่รัฐนี้ถึง 60% ส่วนแซนเดอร์ส ซึ่งโพลระดับประเทศชี้ว่าเขามีคะแนนนำอันดับหนึ่งและชนะมาแล้ว 2 รัฐ ได้คะแนนจากกลุ่มคนผิวสีแค่ราว 15%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนและแซนเดอร์สต่างคาดหวังว่าจะทำผลงานได้ดีในการหยั่งเสียงวันอังคารที่จะถึงนี้ ซึ่งจะเป็นการตัดสินจำนวนคะแนนผู้แทนเลือกตั้งของพรรคถึง 1 ใน 3 ที่จะไปเลือกผู้แทนพรรคลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ระหว่างการประชุมใหญ่พรรคเดือนกรกฎาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สมัครรายอื่น ทั้ง บูติเจิจ, วอร์เรน, ส.ว.เอมี โคลบูชาร์ จากรัฐมินนิโซตา และอภิมหาเศรษฐีไมเคิล บลูมเบิร์ก อดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์ก ต่างยืนยันชัดเจนว่าจะต่อสู้ไปถึงซูเปอร์ทิวส์เดย์ ซึ่งจะเป็นสังเวียนแรกของบลูมเบิร์กด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58604</URL_LINK>
                <HASHTAG>หยั่งเสียงพรรคเดโมแครต, เซาท์แคโรไลนา, เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส, เลือกตั้งขั้นต้น, โจ ไบเดน, ไพรมารีโหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200301/image_big_5e5bc0a3678ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21655</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2018 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2018 11:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนาคตใหม่&#039;เมินร่วมถกกกต.&#039;ปิยบุตร&#039;หวั่นใช้อ้างเลื่อนเลือกตั้งลั่นเลื่อนอีกเดือดแน่     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9พ.ย.61-นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) กล่าวถึง โรดแมปเลือกตั้งหลังพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.บังคับใช้ในวันที่ 9 ธ.ค. พร้อมวันปลดล็อกเมื่อมีการประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้ง ว่า ทั้งหมดเป็นโรดแมปที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วางไว้ ซึ่งกรอบเวลากำหนดวันเลือกตั้งภายใน 150 วัน อย่างเร็วคือวันที่ 24 ก.พ. 62 อย่างช้าสุดคือวันที่ 9 พ.ค. 62 แต่มาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ยังคงอยู่ หลักประกันว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นเมื่อไรจึงยังไม่ชัด ส่วนวันที่ 22 พ.ย.นี้ ที่กกต.นัดประชุมหารือชี้แจงการดำเนินการร่วมกับพรรคการเมืองนั้น ตนคงไม่ไป เนื่องจากมองว่า อาจใช้พรรคการเมืองเป็นเครื่องมือในการเลื่อนวันเลือกตั้งออกไป โดยให้พรรคบางพรรคแสดงออกว่า ดำเนินการตามข้อกำหนดตามคำสั่งคสช.วางเงื่อนไขไว้ไม่ทัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายปิยบุตร กล่าวอีกว่า เช่น เรื่องของการหาสมาชิก เพื่อเตรียมไว้สำหรับการทำไพรมารีโหวต ที่กำหนดให้ต้องมี 100 คนสำหรับจังหวัด และ 500 คน สำหรับสาขา รวมเกือบ 10,000 คน ภายในเวลาไม่กี่วัน อย่างพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เองที่ใช้เวลาจัดจัดตั้งเพียง 33 วัน กับพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;ใช้เวลา 97 วัน หากพลังประชารัฐสามารถหาสมาชิกเกือบหลักหมื่นคนได้ในเวลาเพียงไม่กี่วันก็จะเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์มาก ถ้าทำได้ตนก็ขอยินดีด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้นพรรคอนาคตใหม่ จะไม่ไปร่วมเป็นหางเครื่องให้คสช.เลื่อนเลือกตั้งเด็ดขาด โดยขอยืนยันว่า อุปสรรคทั้งหมดที่มีต่อพรรคการเมืองไม่ได้เกิดจากพรรคการเมือง แต่เกิดจากคำสั่งของคสช.ตามมาตรา 44 เองทั้งหมด ตอนนี้ทั้ง ประชาชน พรรคการเมือง และกกต.เองต่างก็พร้อมที่จะเลือกตั้งในวันที่ 24 ก.พ. 62 แล้วการเลือกตั้งไม่ได้นำไปสู่ความขัดแย้งอะไร การเลื่อนเลือกตั้งต่างหากที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง&amp;quot;นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21655</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;กกต.&#039;, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรคพลังประชารัฐ, พรรคอนาคตใหม่, โรดแมปเลือกตั้ง, ไพรมารีโหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181109/image_big_5be50de7a3399.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19168</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2018 14:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2018 14:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสี่ยงติดคุก! &#039;อุเทน&#039; ประกาศเลิก &#039;พรรคคนไทย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ต.ค.61 - นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า ตนและคณะกรรมการบริหารพรรคคนไทยได้ประชุมและมีมติเห็นตรงกัน สมควรเลิกพรรคคนไทย จากนั้นได้ทำหนังสือแจ้งไปยังนายทะเบียน คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เพื่อขอเลิกพรรคคนไทย เหตุที่เลิกเนื่องจากกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงานทางการเมือง จึงไม่อยากไปมีส่วนร่วม เอาอนาคตตัวเองไปเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น ก่อนหน้านี้มีการระบุให้ทำไพรมารีโหวตมีการระบุขั้นตอนต่างๆไว้ แต่ต่อมาผู้มีอำนาจ บอกไม่ต้องทำแล้ว รวมทั้งกฎหลายอย่างที่ออกมาจากฝ่ายที่เรียกตัวเองว่าคนดี ออกระเบียบมาป้องปราม ผลักให้คนที่เห็นไม่ตรงกับพวกตนกลายเป็นคนเลว ที่ประเทศไทยเป็นอย่างนี้ เพราะผู้เขียนกฎหมายและผู้มีอำนาจไม่กี่คน แล้วประเทศชาติ เอาบ้านเมืองไปเป็นประกัน อนาคตจะเป็นอย่างไรชั่งมัน ซึ่งพวกท่านต้องร่วมรับผิดชอบ ส่วนอนาคตทางการเมืองของตนนั้น ถ้าไม่ไปร่วมงานกับพรรคการเมืองใหม่พรรคอื่น ก็อาจกลับมาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีโอกาสพอๆกัน แต่พรรคที่จะไปร่วมต้องมีอุดมการณ์ตรงกัน รับกรอบแนวความคิดของพรรคคนไทยอย่างชัดเจนและนำไปสู่การปฏิรูปอย่างจริงจัง เช่น ต้องทำให้กฎหมายเป็นเรื่องที่ต่อรองไม่ได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะไปร่วมงานกับพรรคการเมืองใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19168</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, พรรคคนไทย, อุเทน ชาติภิญโญ, เลือกตั้ง, ไพรมารีโหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181005/image_big_5bb71357ae72c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 18:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่พร้อม!ภูมิใจไทยแนะเลิกไพรมารีโหวตหวั่นสุ่มเสี่ยงขัดคำสั่งคสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย.61-นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง หัวหน้าคสช. มีคำสั่งคลายล็อคทางการเมืองว่า ในส่วนตัวเห็นว่าจะส่งผลดีต่อพรรคการเมืองเพื่อดำเนินกิจการคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.ซึ่งเป็นกิจการภายในพรรคได้คล่องตัวขึ้นเพื่อไปสู่การเลือกตั้งได้สำเร็จ &amp;nbsp;โดยอาศัยคณะกรรมการสรรหา 11 คน จากสมาชิกพรรค 7 คน และ กรรมการบริหารพรรค 4 คน ก็ถือว่าเป็นการทำตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมแล้ว
&amp;nbsp;
ในทางกลับหากยังไม่ยกเลิกไพรมารีโหวต ก็จะเป็นอุปสรรคสำคัญที่พรรคต่างๆจะส่งผู้สมัครครบทั้ง 350 เขต เพราะจำเป็นที่ต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 หมื่นคนประกอบด้วยจังหวัด ละ 100 คน คูณ 77 จังหวัด ก็คือ 7,700 &amp;nbsp;คนและ สาขาพรรค 4 สาขา สาขาละ 500 คน รวมเป็น 2 ,000 &amp;nbsp;คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นในเวลาที่จำกัดเพื่อไปสู่การเลือกตั้งภายใน 150 &amp;nbsp;วัน อาจจะหาสมาชิกไม่ทันเพราะยังติดปัญหาไม่สามารถสื่อสารกับประชาชนได้ เพราะสุ่มเสี่ยงผิดคำสั่งคสช.ที่ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ &amp;nbsp;หลังสมาชิกพรรคการเมืองถูกเซตซีโร่ไปก่อนหน้านี้ และสมัครเข้ามาใหม่ก็มีจำนวนน้อย &amp;nbsp;อย่างไรเชื่อว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้ามั่นใจทุกพรรคสามารถทำไพรมารีโหวตได้เต็มรูปแบบเพราะมีเวลาเตรียมพร้อม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17574</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทรงศักดิ์ ทองศรี, รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, เลือกตั้ง, ไพรมารีโหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9b9427a37c6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16869</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2018 11:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2018 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครป.ขวางมาตรา 44 ล้มระบบไพรมารีโหวต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ย.61 - คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.)ออกแถลงการณ์เรื่อง&amp;quot;กรณีรัฐบาลประกาศผ่อนคลายกฎเกณฑ์ให้พรรคการเมืองด้วยการล้มระบบไพรมารีโหวต&amp;quot; ระบุว่า ตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนประกาศผ่อนคลายให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินการต่างๆ โดยเฉพาะการจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่บังคับใช้ระบบไพรมารีโหวต (Primary Vote) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 นั้น คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ขอแสดงท่าทีและข้อเรียกร้องดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. เราขอคัดค้านการจะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของหัวหน้า คสช. เพื่อผ่อนคลายให้พรรคการเมืองไม่ต้องดำเนินการตามหลักไพรมารีโหวต (Primary Vote) ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 โดยอ้างเรื่องระยะเวลาหาเสียงนั้น ทั้งนี้ เพราะระบบไพรมารี่โหวต หรือ &amp;ldquo;ระบบการเลือกตั้งขั้นต้น&amp;rdquo; คือ การปฏิรูปการเมืองขั้นพื้นฐานที่จะพัฒนาให้พรรคการเมืองเป็นประชาธิปไตย โดยให้ประชาชนเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประการสำคัญ ระบบไพรมารี่โหวต จะทำให้ประชาชนผู้เป็นสมาชิกพรรคนั้นๆ มีสิทธิและหน้าที่ในการเลือกผู้สมัครส.ส. ทั้งยังสามารถนำเสนอและพัฒนานโยบายพรรค พร้อมรับฟังวิสัยทัศน์ของผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคทุกระดับ รวมทั้งรับทราบสถานะทางการเงินของพรรคการเมืองนั้นๆ ด้วย ดังนั้น ระบบไพรมารีโหวต จึงเป็นการปฏิรูปการเมืองขั้นต้นที่ทำจะให้ประชาชนได้ใกล้ชิดกับผู้นำบริหารพรรคและนักการเมืองมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสะท้อนถึงเจตนารมณ์ทางการเมืองของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ไพรมารีโหวต จึงเป็นมาตรการป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนและนักเลือกตั้งเข้ามาครอบงำพรรค แก้ปัญหาการเมืองไทยไม่ให้เกิดขึ้นวิกฤติความรุนแรงเหมือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เราเห็นว่า หากมีการผ่อนคลายให้พรรคการเมืองไม่ต้องทำระบบไพรมารีโหวต โดยการออกคำสั่งตามมาตรา 44 ของ คสช.นั้น จะเป็นการทำลายหลักปฏิรูปประเทศ ทำลายเจตนารมณ์การปฏิรูปการเมืองของ คสช.ที่ประกาศไว้ตอนเข้ามายึดอำนาจอย่างยิ่ง อีกทั้งหากไม่มีการดำเนินการตามระบบไพรมารี่โหวตก็อาจเสี่ยงต่อการกระทำที่ขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้การอ้างว่าพรรคการเมืองไม่มีเวลาในการดำเนินการตามระบบไพรมารี่โหวตดังกล่าวหรือหาสมาชิกพรรคไม่ทันก็ย่อมฟังไม่ขึ้น เพราะกฎหมายได้ผ่อนคลายการทำไพรมารี่โหวตพอสมควร แค่พรรคการเมืองหาสมาชิกพรรคในแต่ละจังหวัดครบ 100 คนก็สามารถคัดเลือกและส่งผู้สมัครได้ครบทุกเขตในจังหวัดนั้นๆ อยู่แล้ว หากพรรคใดไม่สามารถดำเนินการเช่นนี้ได้ พรรคการเมืองนั้นก็ไม่ควรส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. เราขอเรียกร้องต่อรัฐบาล ได้ทบทวนท่าทีดังกล่าวโดยเร่งด่วน เพื่อป้องกันข้อสงสัยของสาธารณชนที่ว่า น่าจะมีการดูดนักการเมืองจำนวนหนึ่งมาตั้งพรรคเพื่อสนับสนุนการอยู่ในอำนาจต่อไปของรัฐบาลปัจจุบัน ด้วยการผ่อนคลายหลักเกณฑ์บางอย่างให้เอื้อต่อการได้มาซึ่งจำนวน ส.ส.ที่จะสนับสนุนการอยู่ในอำนาจของตน และหากมีการดำเนินการเช่นนั้นจริง ย่อมเป็นภัยอันตรายต่อการพัฒนาประเทศและการปกครองในระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุด ครป.เห็นว่า การผ่อนคลายให้พรรคการเมืองสามารถดำเนินกิจการต่างๆ ได้เป็นเรื่องที่เหมาะสมและสอดคล้องต่อการคืนอำนาจให้ประชาชนได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน แต่ไม่ควรทำลายหลักการปฏิรูปประเทศ ด้วยการเอื้อประโยชน์ให้กับนักการเมืองบางกลุ่มเพื่อประโยชน์ของตน อันจะทำให้บ้านเมืองเกิดวิกฤติเช่นที่ผ่านมา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16869</URL_LINK>
                <HASHTAG>การมีส่วนร่วมของประชาชน, ครป., พรรคการเมือง, วิษณุ เครืองาม, เลือกตั้ง, ไพรมารีโหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180530/image_big_5b0e2bcf36dba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16699</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 13:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 13:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งทุกจังหวัดแบ่งเขตเลือกตั้ง3แบบส่งกกต.เลือก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 61 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่มีหนังสือแจ้งไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดให้ดำเนินการเตรียมเรื่องของการแบ่งเขตเลือกตั้งว่า เป็นการเตรียมการไว้สำหรับกฎหมายเลือกตั้ง ส.ส. ที่คาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาช่วงกลางเดือนก.ย. และหากมีการเลือกตั้งตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ว่าจะเป็นช่วงก.พ. 62 และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุจะใช้ช่วงเวลา 90 วัน ระหว่างรอการบังคับใช้กฎหมายเลือกตั้งให้เกิดประโยชน์สูงสุด ฉะนั้นในการทำไพรมารีโหวตผู้สมัครจะลงเขตไหน พรรคจะส่งผู้สมัครในพื้นที่ใด จะต้องมีข้อมูลการแบ่งเขตก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในส่วนของกกต. ใช้ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรของปี 2559 ที่มีการสรุป ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2560 ดำเนินการคำนวณการแบ่งเขตไว้เบื้องต้น แต่เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของจำนวนราษฎรรายอำเภอ ซึ่งอาจมีผลทำให้จำนวนส.ส.ของแต่ละเขตมีการเปลี่ยนแปลงได้ จึงได้มีประสานไปยังผู้อำนวยการสำนักทะเบียนกลางราษฎรของทราบข้อมูล และได้แจ้งยังผู้อำนวยการ กกต.ประจำจังหวัดให้ดำเนินการตรวจสอบอีกครั้งว่า จำนวนราษฎรล่าสุดจะมีผลทำให้ค่าเฉลี่ยกลางเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องที่ทำเป็นปัจจัยพื้นฐานที่จะนำไปสู่กระบวนการไพรมารีโหวต ถ้าคสช.ออกคำสั่งมาตรา 44 ให้กกต.ดำเนินการแบ่งเขตได้ เราก็จะใช้ข้อมูลราษฎร ณ วันที่ 31 ธ.ค.60 เป็นหลัก ซึ่ง ผอ.กกต.ประจำจังหวัดก็จะทำหน้าที่แบ่งเขต 3 รูปแบบ และติดประกาศรูปแบบของการแบ่งเขตทั้ง 3 รูปแบบ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียพรรคการเมือง เป็นเวลา 10 วัน ก่อนจะประมวลความคิดเห็นและส่งมายังกกต.ให้พิจารณาคัดเลือกรูปแบบที่ดีที่สุดให้แล้วเสร็จ&amp;nbsp; ซึ่งทั้งกระบวนการจะต้องทำให้เสร็จภายใน 60 วันนับแต่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือคาดว่าประมาณ กลางเดือน พ.ย. เรื่องของการแบ่งเขตต้องแล้วเสร็จ และเข้าสู่กระบวนการไพรมารีโหวตได้ &amp;quot;นายณัฏฐ์ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า การแบ่งเขตทั้งรูปแบบที่แต่ละจังหวัดจะดำเนินการ ร้อยละ 80 จะเป็นการแบ่งตามโซนนิ่งของอำเภอ เว้นแต่บางอำเภอที่มีเทศบาลนคร และเป็นชุมชนหนาแน่น อาจจะต้องแบ่งอำเภอออกเป็น 2 เขต แต่จะไม่มีการแบ่งตำบล และยึดหลักไม่กระทบกับความคุ้นเคยพื้นที่ของประชาชนที่จะไปใช้สิทธิเลือกตั้ง นอกจากนี้จากการที่รัฐบาลได้ขอความร่วมมือในเรื่องการประหยัดงบประมาณเลือกตั้ง และกฎหมายใหม่ได้กำหนดจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อหน่วยเลือกตั้งเพิ่มขึ้นจากเดิม 800 คนต่อหน่วย มาเป็น1,000 คนต่อหน่วย ทางสำนักงานกกต.ได้มีหนังสือแจ้งไปยังผอ.กกต.ประจำจังหวัดทุกจังหวัดขอให้ประสานไปยังสำนักงานทะเบียนอำเภอว่าจะสามารถขยายหรือรวมหน่วยงานได้หรือไม่ แต่ต้องให้ไม่กระทบต่อความคุ้นเคยในการใช้สิทธิของประชาชน โดยจากเดิมที่มีหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศประมาณ 96,000 หน่วย ตั้งเป้าลดลงอย่างน้อย 3 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หากรัฐบาลมีการขยับวันเลือกตั้งจากเดือนก.พ. 62 ไปเป็นพ.ค. 62 เขตเลือกตั้งและจำนวนส.ส.จะยังคงเดิมหรือไม่ นายณัฏฐ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีระบุแล้วว่าช่วงเวลาของการเลือกตั้งเร็วที่สุดคือ ก.พ.&amp;nbsp; ช้าที่สุดคือ พ.ค. 62 ซึ่งสำนักทะเบียนกลาง กระทรวงมหาดไทยจะมีการแจ้งเปลี่ยนแปลงจำนวนประชากรแต่ละปี ในช่วง มี.ค. ของปีถัดไป ดังนั้นหากวันเลือกตั้งขยับไปเป็นเดือนพ.ค. 62 ต้องมีการแบ่งเขตใหม่ ตามจำนวนประชากรที่มีการประกาศใหม่ ซึ่งจะดันให้ทุกอย่างขยับออกไปอีก 60 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการ กกต. ยืนยันด้วยว่า จำนวนเขตเลือกตั้งและจำนวนส.ส.ที่ลดลงไม่ได้เกิดจากการกำหนดกกต. แต่เป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญที่กำหนดจำนวนส.ส.แบ่งเขตลดลงจาก 375 เป็น 350 คน และจำนวนประชากรต่อส.ส. 1 คนมีการเปลี่ยนแปลงในทุกปี.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16699</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ณัฎฐ์ เล่าสีห์สวกุล, เลือกตั้งส.ส., แบ่งเขตเลือกตั้ง, ไพรมารีโหวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8cd82edb430.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
