<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82240</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;รับสถานการณ์อ่อนไหว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ขอบคุณ ปชช.ให้กำลังใจ &amp;quot;นายกฯ สู้ๆ อย่ายอมแพ้&amp;quot; ขอทุกคนมีสติ บอก &amp;quot;ทูตสโลวัก&amp;quot; เชื่อมั่นเสถียรภาพรัฐบาลไทย ย้ำ ตร.สถานการณ์อ่อนไหวต้องระวังการปฏิบัติหน้าที่ &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; จี้ &amp;quot;ดีอีเอส&amp;quot; เร่งเอาผิดพวกปลุกปั่นโซเชียล &amp;quot;ศาล&amp;quot; ยกคำร้องหมายจับ &amp;quot;มายด์&amp;quot; กับพวกชุมนุมสถานทูตเยอรมนี ระบุให้ออกหมายเรียกก่อน &amp;quot;คณะราษฎร&amp;quot; จัดม็อบ &amp;quot;วัดแขก-สกายวอล์ก-เนชั่น&amp;quot; ทำแคตวอล์ก บี้สื่อบิดเบือนข่าว &amp;quot;อัยการ&amp;quot; ส่งฟ้อง &amp;quot;ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ-พิธา&amp;quot; คดีแฟลชม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่วัดระฆังโฆสิตาราม วันที่ 29 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานสำนักนายกรัฐมนตรี ประจำปี 2563 ซึ่งหลังเสร็จสิ้นพิธี พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินทักทายและถ่ายภาพร่วมกับประชาชนที่มาร่วมพิธี โดยมีประชาชนบางส่วนได้ชูนิ้วเป็นสัญลักษณ์ I love You พร้อมตะโกนให้กำลังใจ &amp;quot;นายกฯ สู้ๆ อย่ายอมแพ้&amp;quot; นายกฯ ได้ไหว้ขอบคุณพร้อมกล่าวว่า &amp;quot;ขอให้มีสติ ขอบคุณทุกคน&amp;quot; ก่อนที่จะเดินกลับไปยังทำเนียบรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายสตะนิสลาฟ อะปิลา เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสโลวักประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่ออำลาในโอกาสพ้นจากหน้าที่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งระหว่างการพบกันของนายกรัฐมนตรีและเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสโลวักว่า นายกฯ ได้กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองในประเทศไทย ว่าขอให้เชื่อมั่นในเสถียรภาพของรัฐบาล ยังสามารถดูแลจัดการสถานการณ์ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่ 10/2563 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยนายกฯ กล่าวในระหว่างการประชุมว่า อยากเรียนในฐานะนายกฯ และรัฐบาล เนื่องจากสถานการณ์ในช่วงนี้ค่อนข้างอ่อนไหว ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์แถลงหลังการประชุมว่า ได้เน้นย้ำในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่มีหน้าที่ดูแลความเป็นธรรมให้กับคนทุกกลุ่มทุกฝ่าย เพราะเราไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับใคร เป็นหน้าที่ของรัฐ เป็นหน้าที่ของนายกฯ เป็นหน้าที่ของรัฐบาล เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารทุกคนที่จะต้องร่วมมือกันทำให้ประเทศชาติปลอดภัย ประชาชนปลอดภัย ทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และทำให้บ้านเมืองเดินหน้าไปให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งสำคัญที่สุดในเรื่องของความปลอดภัย เราก็ต้องระมัดระวังเรื่องของการกระทำใดๆ ที่จะส่อทำให้เห็นว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ต้องการดำเนินคดีอะไรอยู่แล้ว แต่ถ้าบานปลายไปเรื่อยๆ ก็ลำบาก เพราะทำให้เดือดร้อน วันนี้เศรษฐกิจก็ยังมีปัญหาอยู่ บ้านเมืองจะได้เดินหน้าไปก่อน ในช่วงนี้ก็ขอร้องก็แล้วกัน&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า ในเรื่องของโซเชียลมีเดีย เคยพูดไปแล้วว่าถ้าไม่อ่านไม่ฟังเลย ก็แล้วแต่คน จะเชื่อทุกอย่างตามที่เห็นตามที่อ่าน ตนว่าต้องแยกแยะ และใช้สติปัญญาว่าเป็นไปได้หรือเปล่า บางทีก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็เชื่อกันไป แล้วก็เกิดปัญหาความขัดแย้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร เจ้าหน้าที่ก็ไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร เพราะทุกคนคือคนไทย ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินไทยภายใต้กฎหมายเดียวกันทั้งหมด ฉะนั้นอย่ามากล่าวอ้างว่าถูกรังแก เพราะกฎหมายรังแกใครไม่ได้ เพราะทุกคนก็ต้องระมัดระวังตัวเองกันอยู่แล้วเรื่องของการใช้บังคับใช้กฎหมาย&amp;quot; นายกฯ กล่าว
จี้ดีอีเอสฟันโซเชียลปลุกปั่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาติดตามผลการดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลฯ มีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลฯ ให้การต้อนรับและชี้แจงรายละเอียด โดย พล.อ.ประวิตรได้มอบแนวทางทำงาน 8 ข้อให้กระทรวงดิจิทัลฯ ดำเนินการต่อเนื่อง รองรับเป้าหมายให้คนไทยทั้งประเทศสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างแพลตฟอร์มการเรียนรู้ในระบบดิจิทัล สนับสนุนการสร้างความตระหนักรับรู้อย่างทั่วถึง และรู้เท่าทันภัยจากสื่อออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สื่อสังคมออนไลน์มีบทบาทสร้างความขัดแย้งในสังคม การปลุกปั่นยั่วยุ และการแสดงออกอย่างไม่เหมาะสม กระทรวงดิจิทัลฯ ต้องมีบทบาทในการแก้ไขเรื่องดังกล่าว จึงขอให้กระทรวง เพิ่มประสิทธิภาพการปิดกั้นเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมาย และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจังและเปิดเผยให้สังคมได้รับทราบ&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลนัดไต่สวนคำร้องขอหมายจับ จ.489/2563 ที่ พ.ต.อ.พิทักษ์ สุทธิกุล รอง ผบก.อคฝ. รักษาราชการแทน ผกก.สน.ทุ่งมหาเมฆ ยื่นขอออกหมายจับ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ อายุ 25 ปี, นายกรกช แสงเย็นพันธ์ อายุ 28 ปี, นายชนินทร์ วงษ์ศรี อายุ 20 ปี, นายชลธิศ โชติสวัสดิ์ อายุ 21 ปี และ น.ส.เบนจา อะปัญ อายุ 21 ปี ในความผิดฐานร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตาม ป.อาญา มาตรา 116 และข้อหาอื่นๆ จากกรณีที่เป็นแกนนำไปชุมนุมที่หน้าสถานทูตเยอรมนี ย่านสาทร กทม. เมื่อค่ำวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นัดไต่สวนวันนี้ผู้ร้องมาศาล ไต่สวนพยานผู้ร้องได้ 1 ปาก เป็นผู้ร้องเบิกความประกอบกับส่งสำเนาสำนวนการสอบสวน และพยานเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมวีซีดีจำนวน 1 แผ่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาเป็นนักศึกษา การชุมนุมระยะเวลาสั้นยังไม่ปรากฏว่ากลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลบหนี ประกอบกับผู้ต้องหามีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงเห็นควรให้ผู้ร้องไปดำเนินการออกหมายเรียกก่อน ในชั้นนี้ให้ยกคำร้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันการดำเนินคดีแกนนำที่ไปชุมนุมบริเวณหน้าสถานทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่ได้ทำแบบ 2 มาตรฐาน ในส่วนของกลุ่มนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา ที่ไปชุมนุมบริเวณหน้าสถานทูตเยอรมนีเช่นเดียวกันนั้น มีการแจ้งการชุมนุมก่อนที่จะออกมาชุมนุม ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ แต่แม้ว่ามีการแจ้งแล้ว หากมาชุมนุมแล้วกระทำความผิดอื่นๆ ตำรวจไม่ได้ละเว้น
บุกเนชั่น-แคตวอล์กสีลม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเยาวชนปลดแอก-Free YOUTH ได้ประกาศนัดชุมนุมในวันที่ 29 ต.ค. เวลา 17.00 น. โดยจะมีการจัดงานเดินแบบแสดงดนตรี ศิลปะราษฎร เต็มท้องถนน จากหน้าวัดแขกยาวไปตลอดถนนสีลม รวมทั้งยังมีกลุ่มต่างๆ ได้นัดชุมนุมกันหลายงาน อาทิ เวลา 16.00 น. มีการชุมนุมหน้าสำนักงานใหญ่ สื่อดังแห่งหนึ่ง ที่ย่านบางนา-ตราด เวลา 17.30 น. คณะจุฬาฯ จัดงานรัฐร้าวเราไม่ลืม &amp;ldquo;รัฐและความรุนแรง ความทรงจำที่ยากจะลืมเลือน&amp;rdquo; ณ สกายวอล์ก MBK เวลา 19.00 น. กลุ่มดาวดินจัดงาน ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า โทรโข่งนี้เป็นของประชาชนทุกคน ที่ คอมเพล็กซ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี นายฉาย บุนนาค ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โพสต์ข้อความผ่านเฟชบุ๊กประกาศจุดยืนว่า &amp;quot;ตลอด 49 ปีของเนชั่น นี่ไม่ใช่ม็อบแรกที่มา... มาแล้วก็ไป... ไปแล้วก็มา แต่ถึงจะคุกคามเราแค่ไหน ก็เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์จุดยืนขององค์กรสื่อสารมวลชน เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ไม่ได้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า กลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาชุมนุมหน้าอาคารสำนักงานเนชั่นทีวี ถนนบางนา-ตราด ทางกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ได้มีการแจ้งให้ทางเจ้าหน้าที่ทราบมาก่อน จึงทำให้เป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย อยากจะฝากเตือนกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อาคารอินเตอร์ลิงก์ (เนชั่นทาวเวอร์) ถนนบางนา-ตราด เวลา 16.00 น. มีประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยบริเวณด้านหน้าอาคาร มีการนำรั้วเหล็กมากั้น พร้อมติดป้ายข้อความ สถานที่ส่วนบุคคล ห้ามบุกรุก!!! รอบบริเวณ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนา รักษาความปลอดภัยกว่า 20 นาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การ์ดปลดแอกหญิงประกาศผ่านโทรโข่งว่า ที่นี่ไม่ปลอดภัย เราจะไปตั้งเวทีอีกฝั่ง รบกวนข้ามไป โดยผู้ชุมนุมจะข้ามสะพานลอยไปปักหลักฝั่งปั๊มน้ำมันบางจาก และเคลื่อนรถโมบายไปจอดที่หน้าป้ายรถประจำทาง จากนั้นเวลา 16.23 น. นายณัฐวุฒิ สมบูรณ์ทรัพย์ แกนนำเยาวชนปลดแอก ระบุว่า เราจะปักหมุดราษฎร ให้รู้ว่าเรามาเยือนเนชั่น คนที่อยู่ในตึกพึงรู้เถิดว่า การที่อยู่ข้างประชาชน ใช้สื่อเป็นกลาง นึกถึงคุณธรรมจะไม่สิ้นคุณค่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราจะไม่ข้ามไปที่ด้านหน้าเนชั่นทีวี รวมถึงไม่มีการยื่นหนังสือหรือข้อเรียกร้องใดๆ มีเพียงการอ่านแถลงการณ์จากกลุ่มประชาชนต่อต้านข่าวปลอม ขอให้สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยพิจารณาทบทวนและบทลงโทษในการนำเสนอสื่อที่บิดเบือนข้อเท็จจริงของเครือเนชั่นทีวี&amp;quot; แกนนำระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 16.48 น. กลุ่มผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เป็นน้องนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาที่ใส่ชุดนักเรียน และใช้เทปกาวปิดบังชื่อและสถานศึกษา พร้อมกับผูกโบสีขาวแสดงสัญลักษณ์ นั่งลงบนถนน โดยมีการปิดการจราจร 2 เลนถนน มีการเปิดเพลงอยากจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ของวงสามัญชน ก่อนจะประกาศยุติการชุมนุมในเวลา 20.00 น.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการชุมนุมที่หน้าวัดแขก สีลม เวลา 17.00 น. กลุ่มศิลปะราษฎร จัดกิจกรรม &amp;quot;ประชาชนปูพรมแดงแสดงงานศิลปะ&amp;quot; โดยอ้างว่าเพื่อไม่ให้ใครเอาภาษีประชาชนไปจัดงานแคตวอล์กกับเสื้อผ้าเครื่องประดับแบรนด์หนึ่ง เงินภาษีมีไว้เพื่อพัฒนาประเทศ ไม่ใช่เอาไปต่อยอดสร้างธุรกิจของตัวเอง ซึ่งกิจกรรมของกลุ่มศิลปะราษฎรครั้งนี้ได้นำแผ่นไวนิลขนาดใหญ่ โปสเตอร์ ภาพวาด ภาพสี ศิลปะร่วมสมัยซึ่งแสดงถึงการเอารัดเอาเปรียบของรัฐบาล นับตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศ โดยวางภาพไปตามพื้นถนนสีลมตั้งแต่หน้าวัดแขกไปจนถึงแยกเดโช พร้อมกันนี้มีการแสดงดนตรีสลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 17.30 น. พ.ต.อ.ประเดิม จิตวัฒนาภิรมย์ &amp;nbsp;ผกก.สน.ยานนาวา ได้นำรถขยายเสียงอ่านประกาศ เจ้าพนักงานดูแลการชุมนุมสาธารณะ ให้เลิกการชุมนุมภายในเวลา 19.00 น. อย่างไรก็ตาม ภายหลังอ่านประกาศทำให้มวลชนไม่พอใจ เข้ามาด่าทอด้วยคำหยาบคาย และโห่ไล่ให้ออกนอกพื้นที่ การ์ดอาสาต้องเข้ามาห้ามปราม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงค่ำ บรรยากาศการชุมนุมบริเวณหน้าวัดแขกเป็นไปด้วยความคึกคัก ผู้ชุมนุมต่างทยอยเดินทางเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง โดยไฮไลต์การชุมนุมวันนี้คือ กิจกรรม &amp;ldquo;ศิลปะราษฎร : ประชาชนจะเดินพรมแดง&amp;quot; &amp;nbsp;ซึ่งทางผู้ชุมนุมได้จัดเดินแฟชั่นโชว์ชุดต่างๆ พร้อมกับให้ผู้ที่สนใจร่วมเดินพรมแดงได้ด้วย อย่างไรก็ดี กิจกรรมอย่างอื่นส่วนใหญ่เป็นสันทนาการร้องเล่นเต้นเพื่อความสนุกสนาน สลับกับการขึ้นปราศรัยโจมตีการทำงานของรัฐบาล และให้ปฏิรูปสถาบันเหมือนทุกๆ เวทีที่ผ่านมา โดยมีมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 1,500 คน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณสกายวอล์กหน้ามาบุญครอง ซึ่งนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้จัดงาน &amp;ldquo;รัฐร้าวเราไม่ลืม&amp;rdquo; เนื่องในวันครบรอบ 13 วัน ของการสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงของรัฐ &amp;nbsp;ในเวลา 17.30 น. โดยแจ้งถึงกิจกรรมต่างๆ ที่จะจัดขึ้นอาทิ แอมมี่ The Bottom Blues &amp;quot;เล่าเรื่องเหตุการณ์ถูกจับกุม 13 ตุลา&amp;quot; , กึ๋ย วรรณเกียรติ ชูสุวรรณ &amp;quot;ประสบการณ์ความรุนแรงในปี 53&amp;quot;, อับดุลเลาะ สิเดะ จากสมาพันธ์นิสิตนักศึกษามุสลิมแห่งประเทศไทย&amp;quot; เหตุการณ์ตากใบและความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;quot; และพี่ถา iLaw &amp;quot;ความรุนแรงจากรัฐ ทางออกผ่านการแก้รัฐธรรมนูญ &amp;quot;ร่วมปลดพันธนาการที่รัฐสร้างให้เราไปด้วยกัน ปรากฏว่าบรรยากาศมีผู้ชุมนุมเดินทางมาบางตา และมีการแจ้งเปลี่ยนเวลาการจัดกิจกรรมเป็นเวลา 18.00 น. เนื่องจากมีขบวนเสด็จฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 18.00 น. ผู้ชุมนุมได้นั่งและชู 3 นิ้วและนั่งเคารพธงชาติ เพื่อสะท้อนความรุนแรงที่เกิดขึ้น หลังผู้หญิงตบเด็กผู้หญิงที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จากนั้น นายไชยอมร แก้วพิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ Bottom Blues ขึ้นปราศรัยในกิจกรรม &amp;quot;รัฐร้าว เราไม่ลืม&amp;quot; โดยเล่าถึงเหตุการณ์การถูกควบคุมตัวเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 20.00 น. ตัวแทนคณะจุฬาฯ ได้อ่านแถลงการณ์ข้อเรียกร้อง ให้รัฐหยุดใช้กำลังสลายการชุมนุม หยุดคุกคามการทำหน้าที่สื่อมวลชน พร้อมทั้งเสนอข้อเสนอ ให้รัฐปล่อยตัวแกนนำผู้ชุมนุม ยุติคดีของผู้ที่เคยทั้งหมดออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งหมดให้รัฐเคารพในสิทธิมนุษยชน การเเสดงออกทางประชาธิปไตย ให้รัฐสนับสนุนเพื่อให้เกิดรัฐธรรมนูญใหม่ที่มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน นอกจากนี้ ผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองทุกระดับตั้งแต่นายกฯ ถึงผู้นำท้องถิ่น ต้องยึดโยงและมาจากประชาชน ผ่านกระบวนการเลือกตั้งที่โปร่งใส&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่จะเลิกชุมนุมในเวลา 20.30 น.
ฟ้อง&amp;#39;ธนาธร&amp;#39;คดีแฟลชม็อบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล นายสนธิญา สวัสดี ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินคดีต่อนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ในความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และการกระทำความผิดต่อพระมหากษัตริย์ในมาตรา 108 เสรีภาพของพระมหากษัตริย์ และมาตรา 112 ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ สภ.ปากเกร็ด นายศาสตรา โตอ่อน และ น.ส.หฤทัย ม่วงบุญศรี เดินทางมาที่ สภ.ปากเกร็ด เพื่อติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ในคดีนายปิยบุตร มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.115 ฐานยุยงข้าราชการให้ขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชาจากกรณีนายปิยบุตรเผยแพร่ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เมื่อ 18 ต.ค.63 โดย พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด ได้ให้ข้อมูลว่าทาง สภ.ปากเกร็ด ได้จัดตั้งคณะกรรมการเพื่อสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้โดยเฉพาะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลแขวงปทุมวัน อัยการยื่นฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า, น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร อดีตผู้สมัคร ส.ส.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ในเหตุการณ์การชุมนุมแฟลชม็อบที่สกายวอล์ก เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2562 ในข้อหาความผิดชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งเจ้าพนักงาน, มีการชุมนุมในเขตที่ใกล้กับพระราชฐานวังสระปทุมไม่เกิน 150 เมตร, มีการขัดขวางการคมนาคมสถานีรถไฟฟ้า BTS , มีการใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต พนักงานได้แจ้งให้เลิกแล้วไม่ปฏิบัติตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายธนาธรและแกนนำคณะก้าวหน้าทั้งหมดเดินทางมาที่ศาลแขวงปทุมวัน พร้อมนายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความ หลังการพิจารณาคดีนายกฤษฎางค์ให้สัมภาษณ์ว่า พวกเราให้การปฏิเสธทุกข้อหา ศาลจึงได้นัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 22 ธ.ค. 2563 เวลา 10.00 น. รวมทั้งให้ประกันตัวโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82240</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พ.ต.อ.ประเดิม จิตวัฒนาภิรมย์, พรรณิการ์ วานิช, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ศาสตรา โตอ่อน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หฤทัย ม่วงบุญศรี, ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201029/image_big_5f9ad5c2cddd7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จตุพรผวาซ้ำ6ตุลา/บิ๊กตู่วอนอย่าร่วมป่วนเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ตำรวจเรียก &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; พร้อมแกนนำพรรค อนค.รับทราบข้อกล่าวหาจัดชุมนุมแฟลชม็อบโดยไม่แจ้งผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 4 ข้อหา ศาล รธน.ไม่รับคำร้องไต่สวนพยานคดี &amp;quot;อิลลูมินาติ&amp;quot; อนค.ล้มล้างการปกครอง จ่อนัดอ่านคำวินิจฉัยเร็วๆ นี้ &amp;quot;ไพศาล&amp;quot; ภาวนาอย่าให้เชียร์ลุงปะทะวิ่งไล่ลุง &amp;quot;จตุพร&amp;quot; หวั่นซ้ำรอยตุลาเลือด หายนะกว่า 10 ปีที่ผ่านมา วอนพรรคร่วมรัฐบาลหยุดเสี้ยม รองโฆษก พปชร.ชวนทำกิจกรรมเก็บขยะดีกว่าชวนไปชุมนุมการเมือง โพลเสียงสูสีหนุน-ต้าน &amp;quot;ม็อบธนาธร&amp;quot; แต่เชิดชู &amp;quot;พี่ตูน&amp;quot; วิ่งเพื่อโรงพยาบาลมากกว่าวิ่งไล่ลุง &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานว่าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ที่มี พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. เป็นหัวหน้าและคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้พิจารณาพยานหลักฐาน ออกหมายเรียกนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.), นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, น.ส.พรรณิการ์ วานิช, นายปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;และนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร แกนนำจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ บริเวณสกายวอล์ก แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคณะพนักงานสอบสวนฯ ได้พิจารณาหลักฐานทั้งหมดแล้วพบว่า การจัดกิจกรรมแฟลชม็อบไม่ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 จึงได้ออกหมายเรียกนายธนาธรและนายไพรัฏฐโชติก์ให้มารับทราบข้อกล่าวหา 1.ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง 2.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ 3.ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ 4.ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ เวลา 10.00 น. ที่ สน.ปทุมวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายพิธา, น.ส.พรรณิการ์ และนายปิยบุตร ที่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคอนาคตใหม่ และอยู่ในระหว่างสมัยประชุมสภาสามัญประจำปีครั้งที่ 2 คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อพิจารณาดำเนินการออกหมายเรียกเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน เฟซบุ๊กพรรคอนาคตใหม่โพสต์ข้อความระบุว่า มาแรงแซงทางโค้งอีกคดี ศาลรัฐธรรมนูญไม่ยอมให้เปิดไต่สวน-เตรียมนัดอ่านคำวินิจฉัยคดี &amp;ldquo;อิลลูมินาติ&amp;rdquo; ยุบพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยคดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 ก.ค.2562 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องของนายณฐพร โตประยูร ได้ยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญให้ตัดสิทธิ์และยุบพรรค อนค. เนื่องจากเป็นปฏิปักษ์-ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;คดีอิลลูมินาติ&amp;rdquo; โดยล่าสุด 19 ธ.ค.2562 ศาลมีคำสั่งไม่รับคำร้องของพรรค อนค.ผู้ถูกร้อง ที่ขอให้เปิดไต่สวนพยาน หลังจากนี้จะเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้าย คือศาลรัฐธรรมนูญจะนัดวันอ่านคำวินิจฉัยคดีดังกล่าว ร่วมจับตาการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญโดยนายอนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ทำหนังสือแจ้ง เลขที่ 291/2562 มายังพรรคอนาคตใหม่ เรื่องคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 จากกรณีที่นายณฐพร โตประยูร ฟ้องร้องพรรคอนาคตใหม่, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหารพรรค อนค. ในข้อหาล้มล้างการปกครองฯ ระบุว่าตามที่ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีของผู้ถูกร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญสั่งรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยแล้ว และผู้ถูกร้องทั้งสี่ได้ยื่นคำร้องขอให้ไต่สวนพยานและคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยาน ฉบับลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 นั้น ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้โดยไม่จำเป็นต้องทำการไต่สวน ทั้งนี้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องขอทั้งสองฉบับดังกล่าว&amp;nbsp;
หวั่นม็อบชนม็อบซ้ำรอยตุลาเลือด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านนายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า &amp;ldquo;จับตาการระดมพลไล่ลุง-เชียร์ลุง 1.ขณะนี้มีข่าวตรงกันว่าจะมีการระดมพลจัดงานวิ่งเชียร์ลุง หรือวิ่งเพื่อแผ่นดิน ทุกจังหวัดทั่วประเทศ 2.อีกพวกหนึ่งก็ขยายพื้นที่การจัดวิ่งไล่ลุง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดเช่นเดียวกัน 3.พวกวิ่งไล่ลุงประกาศกำหนดการวันที่ 12 มกราคมไว้ก่อน แต่อีกพวกหนึ่งก็ประกาศกำหนดการวิ่งเชียร์ลุงวันที่ 12 มกราคมตรงกัน เรียกว่าพร้อมที่จะประชันกันแล้ว ขอภาวนาอย่าให้ขบวนไล่กับขบวนเชียร์มาปะทะกันเลย เมื่อระดมจัดวิ่งเชียร์ลุงได้ ก็ยากที่จะห้ามการระดมวิ่งไล่ลุง จึงน่าคิดว่าการระดมคนออกสู่ถนนอย่างนี้กำลังเกิดอะไรขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว ชั้น 5 มีการจัดรายการลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. กล่าวว่า จากประเด็นเรื่องวิ่งไล่ลุง วิ่งเชียร์ลุง และอนาคตใหม่กับเวทีต่อต้านการชังชาติ จะเห็นว่ามีแนวโน้มที่สถานการณ์การเมืองไทยจะซ้ำรอยประวัติศาสตร์ 6 ตุลาคม 2519 หรือเรียกได้ว่าคือโมเดล 6 ตุลา รัฐบาลไม่ว่ายุคใด สมัยใด หากเกิดการคลั่งอำนาจ จะมองโลกแคบ ไม่ฟังความเห็นต่าง มองคนเห็นต่างเป็นศัตรูที่ต้องกำจัด ดูจากกรณีดังกล่าวนี้เป็นต้น รัฐมีความตื่นตัวเกินเหตุกับการจัดกิจกรรมแสดงออกตามสิทธิเสรีภาพของประชาชน จนมีการจัดกิจกรรมคู่ขนานขึ้นมา มีวิ่งไล่ลุง ก็มีวิ่งเชียร์ลุง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า รวมถึงกรณีที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำพรรครวมพลังประชาชาชาติไทย (รปช.) และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรค รปช. ตั้งเวทีต่อต้านลัทธิชังชาติ โดยระบุว่าพรรคอนาคตใหม่เป็นพวกชังชาติ กระบวนการนี้เป็นกระบวนการบ่มเพาะรอเวลา หากรัฐกระโจนเข้าร่วมเมื่อใด จำนวนคนก็จะเพิ่มขึ้นไม่ยาก หากรัฐบาลหรือพรรคร่วมรัฐบาลไม่เข้าเกี่ยวข้อง ปัญหาก็จะไม่เกิด แต่ถ้าเข้าเกี่ยวข้องกับเวทีนี้ปัญหาเกิดแน่ หากรัฐบาลไม่เห็นด้วยกับการสร้างความแตกแยกเช่นนี้ ก็ควรต้องบอกให้พรรคร่วมฯ หยุด จึงขอสื่อสารไปยังรัฐบาลว่า ขอให้ยุติการสนับสนุนพรรคร่วมฯ ตั้งเวทีปลุกความชิงชัง หวั่นประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเหตุล้อมฆ่านักศึกษาประชาชนอย่างบ้าคลั่ง 6 ตุลาคม 19 หากยังปล่อยให้เกิดการปลุกปั่นความขัดแย้งนี้ ความแตกแยกที่จะเกิดขึ้นจะมากกว่าสิบปีที่ผ่านมา นำมาซึ่งหายนะของชาติและพังรัฐบาลเอง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. ได้เขียนบทความเรื่อง เราจะก้าวไปทางไหน โดยมีเนื้อหาสรุปว่า ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ทำให้ประชาชนแตกแยกกันอย่างหนัก จนถึงวันนี้ยังไม่มีท่าทีที่จะดีขึ้น ในขณะที่เทคโนโลยีทางการสื่อสารและโซเชียลมีเดียพัฒนาดีขึ้นอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประชาชนไทยกลับใช้เทคโนโลยีในการทำลายล้าง สร้างความขัดแย้งกันในโลกออนไลน์ทั้งเฟซบุ๊กและไลน์ เป็นลักษณะของ Hate Speech ปัจจุบันถึงขั้นดัดแปลงรูปภาพ ทำคลิป สร้างความเสียหายและเพิ่มเกลียดชังกันมากขึ้น มิหนำซ้ำนอกจากในเรื่องการเมืองแล้ว ยังมีการนำมาสร้างความแตกแยกในเรื่องศาสนาอีกด้วย&amp;nbsp;
วอนช่วยหาทางออก ปท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ที่รับรู้กันทั่วไป เป็นการใช้กฎหมายเพื่อทำลายล้างหรือสกัดกั้นพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม ที่กระทำกันซ้ำๆ และชัดเจนอย่างต่อเนื่อง ถ้าเป็นฝ่ายเดียวกันทำผิด ก็จะช่วยหาทางออกให้ ถ้าเป็นอีกฝ่ายก็จะหาเหตุให้ผิดจนได้ สิ่งนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่กลุ่ม นปช.ออกมาประท้วงใหญ่ในปี 2553 และวันนี้ก็กำลังเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เชิญชวนผู้คนมาประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมบนท้องถนน ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายควรช่วยกันหยุดความยุติธรรม 2 มาตรฐาน ได้หรือยัง จึงขอเรียกร้องให้สังคมไทยทุกฝ่ายช่วยกันคิดอ่านหาทางออกให้กับประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทยทั้งประเทศ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของชาติ และเพื่อความรักสามัคคีของคนไทยทั้งปวง&amp;quot; นายก่อแก้วระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐและอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวว่า ตนได้จัดกิจกรรม &amp;quot;ฝั่งธนดีกว่านี้ได้ #FutereLAB Thonburi&amp;quot; เพื่อรณรงค์ช่วยกันเก็บขยะเพื่อรักษาความสะอาดในชุมชน ที่ชุมชนวันโพธิ์ทอง เขตจอมทอง โดยระบุว่า วันนี้เราต้องชวนกันมาทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ทำกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน ดีกว่าชวนกันไปชุมนุมทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองบางพรรค หรือกลุ่มบางกลุ่ม ที่ใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือต่อรอง มีแต่เพาะเชื้อโรคร้าย สร้างความเกลียดชัง ความแตกแยกขัดแย้งให้กับสังคม และซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเผชิญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็นที่ถนนสีลม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานพิธีเปิดงานเทศกาลมอบความสุขให้ประชาชน เดิน กิน ชิม เที่ยว walking street @ silom โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ช่วงนี้เป็นช่วงปีใหม่ อย่าให้ใครมาทำให้บรรยากาศช่วงปลายปีมีปัญหา ใครที่จะทำให้มีปัญหา ก็ขอร้องว่าอย่าไปร่วมกับเขา เพราะใครทำอะไรก็ได้อย่างนั้น ต้องไม่ทำอะไรที่เสียหาย เราไม่ต้องไปฟัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้ว่าใคร เดี๋ยวจะมาหาว่าผมว่าเขา ที่ผมทำคือทำให้ประเทศชาติและประเทศไทยให้มีความสุข ไม่ได้ทำเพื่อคนอื่น ถ้ามีปัญหาอะไรก็บอก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล และให้เกียรติทุกคน จะได้ทำงานกันได้ ไม่ใช่อย่างนั้นต้องไม่มีใครได้หรือเสียประโยชน์ แต่คนที่ได้ประโยชน์คือประชาชนและประเทศชาติ&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเปิดงานนายสนธิรัตน์ได้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตรและ พล.อ.อนุพงษ์ เพื่อรายงานความคืบหน้าการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ขอนแก่น เขต 7 ว่าผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐยังมีคะแนนนำผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย แต่นำอยู่ไม่มาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; เปิดเผยผลสำรวจของประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;ธนาธร ปลุกม็อบ&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 16-17 ธันวาคม 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,277 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จัดกิจกรรมการชุมนุม (แฟลชม็อบ) บริเวณสกายวอล์ก เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 30.62 ระบุว่าเป็นสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมที่ปราศจากอาวุธและความรุนแรง รองลงมา ร้อยละ 16.76 ระบุว่าเป็นการจัดชุมนุมเพื่ออนาคตของประเทศ, ร้อยละ 16.60 ระบุว่าเป็นการจัดชุมนุมเพื่อสนับสนุนประชาธิปไตยและต่อต้านเผด็จการ, ร้อยละ 15.74 ระบุว่าเบื่อการชุมนุมบนท้องถนน, ร้อยละ 14.57 ระบุว่าเป็นจุดเริ่มต้นของความแตกแยกและสถานการณ์ความวุ่นวายในอนาคต, ร้อยละ 10.88 ระบุว่าเป็นการจัดการชุมนุมเพื่อต่อต้านความไม่ยุติธรรมในสังคม, ร้อยละ 10.34 ระบุว่าเป็นการจัดชุมนุมเพื่อปกป้องนายธนาธรและพรรคอนาคตใหม่ที่กำลังโดนคดีความต่างๆ, &amp;nbsp;ร้อยละ 4.31 ระบุว่าเป็นเรื่องของการไม่ยอมรับในกฎหมายกติกาในสังคม และร้อยละ 2.82 ระบุว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายการชุมนุม&amp;nbsp;
โพลสูสีเชียร์-ต้านม็อบธนาธร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า เห็นด้วยหรือไม่กับการจัดกิจกรรมการชุมนุม (แฟลชม็อบ) ร้อยละ 27.80 ระบุว่าเห็นด้วยมาก เพราะเป็นการชุมนุมเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เสรีภาพให้กับประชาชน ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับบ้านเมือง ขณะที่บางส่วนระบุว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยการให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทนคนเก่าที่เป็นอยู่, ร้อยละ 20.75 ระบุว่าค่อนข้างเห็นด้วย เพราะเป็นสิทธิเสรีภาพทางการเมือง ถ้าไม่ทำให้การชุมนุมบานปลายสร้างความวุ่นวาย, ร้อยละ 15.35 ระบุว่าไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะเบื่อการชุมนุม น่าจะต่อสู้ตามกระบวนการกฎหมายมากกว่าออกมาสู้แบบการชุมนุม จะทำให้เกิดความวุ่นวาย, ร้อยละ 28.35 ระบุว่าไม่เห็นด้วยเลย เพราะการจัดชุมนุมไม่สามารถทำให้ประเทศพัฒนาไปข้างหน้าได้ สร้างความเดือดร้อนให้กับประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง เสรีภาพ ผิดประเทศ กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ผ่าน &amp;ldquo;เสียงประชาชนในโลกโซเชียล&amp;rdquo; จำนวน 2,100 ตัวอย่าง และ &amp;ldquo;เสียงประชาชนในสังคมดั้งเดิม&amp;rdquo; 1,209 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 19-21 ธันวาคม 2562 &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยเมื่อถามถึงการนัดหมายพาคนลงถนนจะสร้างความเดือดร้อนอะไรให้กับคนกลุ่มใดบ้าง พบว่า จำนวนมากหรือร้อยละ 44.8 ระบุรถติด คนทุกกลุ่มเดินทางลำบาก รองลงมาคือ ร้อยละ 38.7 ระบุความวุ่นวาย ความไม่สงบของบ้านเมือง, ร้อยละ 32.3 ระบุ เศรษฐกิจแย่ลงไปอีก คนทุกกลุ่มเดือดร้อน, ร้อยละ 31.3 ระบุรายได้ลดของคนขับรถแท็กซี่และรถรับจ้าง, ร้อยละ 27.3 ระบุคนป่วยที่ต้องพบแพทย์ที่โรงพยาบาลเส้นทางชุมนุมของคนลงถนน และร้อยละ 5.0 ระบุอื่นๆ เช่น ทำทุกคนลำบากกันไปหมด ทำมาหากิน การเงินขัดสนลงไปอีก เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกิจกรรมกระตุ้นให้คนไทยออกมาวิ่ง กิจกรรมใดที่ทำแล้วเหมาะสม น่ายกย่องเชิดชูมากกว่ากัน ระหว่างวิ่งเพื่อโรงพยาบาลภาคเหนือ กับวิ่งไล่ลุง พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 83.4 ระบุยกย่องเชิดชูการวิ่งเพื่อโรงพยาบาลภาคเหนือของพี่ตูน บอดี้สแลม เหมาะสมมากกว่า, ร้อยละ 16.6 ยกย่องเชิดชูวิ่งไล่ลุง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อถามถึงพรรคการเมืองใดอยู่เบื้องหลังวิ่งไล่ลุง พบว่า ร้อยละ 74.9 ระบุพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล และร้อยละ 25.1 ระบุอื่นๆ เช่น ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง และมีกลุ่มอื่นๆ เช่น คนจัดวิ่งไล่ลุงมีหน้า facebook และ twitter ใช้สื่อโซเชียลโจมตีแต่รัฐบาลด้านเดียว ในขณะที่ร้อยละ 25.1 ระบุไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo; เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ 1,082 คน เรื่องข่าวลือหรือเฟกนิวส์ ณ วันนี้ ที่ประชาชนสนใจ พบว่า &amp;quot;ข่าวลือ&amp;rdquo; เรื่องไหนที่ประชาชนคิดว่ามีมูลความจริง อันดับ 1 ยุบพรรคอนาคตใหม่ 38.40%, อันดับ 2 ขึ้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 26.80%, อันดับ 3 การย้ายพรรค ปรับเปลี่ยน ครม.18.79%, อันดับ 4 ขึ้นภาษีผ้าอนามัย 16.18%, อันดับ 5 การออกมาประท้วงของประชาชน 12.58%.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อแก้ว พิกุลทอง, ทิพานัน ศิริชนะ, นพดล กรรณิกา, ปิยบุตร แสงกนกกุล, พรรณิการ์ วานิช, พรรณิการ์ และนายปิยบุตร, พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุรักษ์ มาประณีต, ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191222/image_big_5dff7d471634d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48723</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 20:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 20:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อนาคตใหม่แถลงผลเลือกตั้งไม่เป็นที่น่าพอใจ &#039;ปิยบุตร&#039;ติดใจกกต.กำหนดหย่อนบัตรวันพุธ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค 62 - เมื่อเวลา 20.05 น. ที่ร้านเตี๋ยวชามโต ซึ่งเป็นศูนย์อำนวยการเลือกตั้งซ่อมเขต &amp;nbsp;5 นครปฐมของพรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ พร้อมด้วยส.ส.พรรคอนาคตใหม่ แถลงภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้งนับคะแนนเลือกตั้งส.ส.เขต 5 จังหวัดนครปฐมเสร็จสิ้นแล้วว่า ขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกพรรคอนาคตใหม่ เรามีข้อสังเกตว่าเป็นที่คาดหมายว่าผู้มาใช้สิทธิน้อยกว่าครั้งก่อน เพราะฐานคะแนนของเราที่ขาดหายไปคือผู้ใช้แรงงาน เพราะไม่ได้หยุดงานเพื่อมาเลือกตั้งในวันนี้ &amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตามขอบคุณทุกคะแนนเสียงที่เลือกเรา และขอบคุณสมาชิกพรรคและอาสาสมัครรณรงค์หาเสียงร่วมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คะแนนอาจไม่น่าพอใจแต่การทำงานของเราก็เป็นเอกภาพ เราไม่มีเงินไม่มีอำนาจมีแต่หัวใจที่จะทำงาน ขอยืนยันต่อประชาชนว่าพรรคอนาคตใหม่จะเดินหน้าต่อสู้ต่อไป ที่ผ่านมาเป็นบทเรียนจะนำมาปรับปรุงต่อไป ไม่มีคำว่าท้อถอย&amp;rdquo;นายปิยบุตร กล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปิยบุตร กล่าวว่า ทั้งนี้ เท่าที่เราเช็คผลการเลือกตั้งพบว่าไม่เป็นที่น่าพอใจ ส่วนเรื่องความผิดปกติที่อาสาสมัครรายงานเข้ามาก็จะพิจารณาต่อไปตามกฎหมาย ด้านหนึ่งยอมรับว่าเราคาดหวังว่าจะได้ที่นั่งกลับมาและเป็นหมุดหมายสำคัญที่จะเดินหน้าในสภาฯ แต่ทุกคนทำเต็มที่ถึงที่สุดแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ประเด็นหนึ่งที่ทีมยุทธศาสตร์ของพรรคที่วิเคราะห์ คือ การเลือกตั้งในวันพุธ ทำให้ผู้ใช้แรงงานที่เป็นฐานไม่ได้ออกมาเลือกตั้ง หรือ บางคนมีอุปสรรคในการเดินทางกลับมาเลือกตั้งที่ภูมิลำเนาของตัวเอง แต่ทั้งหมดต้องรอตัวเลขผู้มาใช้สิทธิอย่างเป็นทางการอีกครั้งถึงจะบอกได้ว่าการเลือกตั้งในวันพุธที่ไม่ใช่วันอาทิตย์จะมีนัยสำคัญหรือไม่อย่างไร&amp;quot;นายปิยบุตร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างการแถลงข่าวมีแค่นายปิยบุตรแถลงข่าวในนามพรรคเท่านั้น ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค และ นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ผู้สมัครของพรรค ได้เดินทางไปสังเกตการณ์การนับคะแนนตามหน่วยเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ภายหลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าวนายไพรัฏฐโชติก์ ได้เดินทางมายังศูนย์อำนวยการการเลือกตั้ง และเข้าพบกับนายปิยบุตร ก่อนที่บรรดาส.ส.และนายปิยบุตรได้กล่าวให้กำลังใจนายไพรัฏฐโชติก์.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48723</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคอนาคตใหม่, เผดิมชัย สะสมทรัพย์, เลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต5นครปฐม, ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5db05618ea4e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2019 19:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2019 19:20</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยบข่าวลือ ! &quot;ทิม พิธา&quot; แยกตัวยังมาร่วมทีมอนาคตใหม่หาเสียงเลือกตั้งซ่อม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม ที่เวทีปราศรัยพรรคอนาคตใหม่ ณ ตลาดธันยา อ.สามพราน จ.นครปฐม จากกรณีข่าวลือว่าเริ่มมีบรรดา ส.ส.และผู้สมัครพรรคอนาคคตใหม่บางกลุ่ม แยกตัวออกไปก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยมี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นแกนนำนั้น ล่าสุดในการปราศรัยใหญ่ช่วยหาเสียงให้กับ นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ในการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 จ.นครปฐม ซึ่งจะมีขึ้นในวันพุธที่ 23 ตุลาคม &amp;nbsp;ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จำนวนมากร่วมเวทีหาเสียง รวมถึงนายพิธา ซึ่งระหว่างที่นั่งรอการปราศรัยอยู่ด้านหลังเวที บรรดาเพื่อน ส.ส.ของพรรคต่างเข้ามาแซว หยอกล้อ ถึงกรณีข่าวลือที่เกิดขึ้นอย่างสนุกสนาน พร้อมกันนี้ได้ถ่ายรูปร่วมกันสยบข่าวลือ และยืนยันว่าไม่มีการแยกตัวออกไปตั้งพรรคการเมืองใหม่อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ในวันเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ทั้งหมด รวมถึงนายพิธาจะไปร่วมสังเกตุการณ์การเลือกตั้งในทุกหน่วยเลือกตั้งของ เขต 5 จ.นครปฐม ด้วย &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศเวทีปราศรัยของพรรคอนาคตใหม่เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนมาร่วมฟังเป็นจำนวนมาก ขณะที่ ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ต่างขึ้นเวทีร่วมแสดงพลัง และปราศรัยเรียกคะแนนให้กับนายไพรัฏฐโชติก์ รวมถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรค และน.ส.พรรณิการ์ วาณิช ซึ่งร่วมปรายศรัยในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่มารูปจาก ทวิตเตอร์&amp;nbsp;Phitsanu - 30HD&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48461</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคอนาคตใหม่, ทิม พิธา, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190728/image_big_5d3d06a32a7f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48395</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 12:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 12:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนาธร&#039;ลุยสามพรานหาเสียงซ่อมส.ส. ปลุกเลือกผู้สมัครอนาคตใหม่ โดมิโนเปลี่ยนสมการการเมือง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค 62 - ที่อ.สามพราน จ.นครปฐม นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่ช่วย นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ผู้สมัคร ส.ส.เขต 5 จ.นครปฐม ของพรรคอนาคตใหม่ หาเสียงสำหรับการเลือกตั้งซ่อมที่จะมาถึงในวันที่ 23 ตุลาคมนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในช่วงเช้านายธนาธร ลงพื้นที่ในตลาดสมภพพลาซ่า เดินแจกใบปลิวพร้อมแนะนำผู้สมัครให้กับพ่อค้าแม่ขายตามแผงเรียงกันไปทั้งตลาด บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น​ พ่อค้าแม่ขายในตลาดต่างให้กำลังใจและหยิบโทรศัพท์​มือถือขึ้นมามาเซลฟี่กับนายธนาธรอย่างเป็นกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนาธร กล่าวว่า หากพรรคในฝ่ายประชาธิปไตยชนะในเขตเลือกตั้งซ่อมทั้งหมด อาจจะทำให้เปลี่ยนสมการ เปลี่ยนสมดุล​ทางการเมืองได้ เขต 5 นครปฐม จึงเปรียบเหมือนเป็นโดมิโน​ตัวแรก ถ้าที่นี่แสดงให้เห็นได้ ถ้าประชาชนไม่ให้การสนับสนุน​รัฐบาล​ชุดนี้ ก็อาจจะเกิดโดมิโน ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง​รัฐบาล​ โดยไม่ใช้ความรุนแรงผ่านกลไลรัฐสภา​ ตนอยากให้พี่น้องชาวสามพราน เป็นกำลังใจ และเป็นแรงบันดาลใจ​ ให้กับเขตเลือกตั้งซ่อมอื่นทั่วประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายธนาธร ลงพื้นที่ตลาดสมภพเรียบร้อยแล้ว ได้ขึ้นรถแห่ เพื่อใช้เครื่องกระจายเสียง จากตลาดสมภพไปยังซอยโรมัน โดยระหว่างที่นายธนาธรขึ้นรถแห่เพื่อหาเสียงช่วยนายไพรัฏฐโชติก์ ประชาชนสองข้างทางได้โบกไม้โบกมือให้การต้อนรับด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มตลอดสองข้างทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พรรคอนาคตใหม่ จะมีการปราศรัย​ใหญ่ก่อนการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 สามพราน นครปฐม​ในวันพรุ่งนี้ (20 ต.ค.)​ ที่ตลาดธันยา ตั้งแต่เวลา17.00 น. เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48395</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, พรรคอนาคตใหม่, เลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต5นครปฐม, ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5daa9b36c2a6c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48378</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/10/2019 08:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2019 08:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิจารณ์แซดหาเสียงเลือกตั้งซ่อม!&#039;อนาคตใหม่&#039;มุ่งโจมตีทางการเมือง ชาวนครปฐมเขต5ได้ประโยชน์อะไร?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ต.ค 62 &amp;nbsp;- ขณะนี้สังคมออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์แผ่นพับอ้างว่าเป็นแผ่นพับ หาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 5 จังหวัดนครปฐม พรรคอนาคตใหม่ &amp;nbsp;โดยวิพากษ์วิจารณ์เนื้อหาสาระในแผ่นพับที่ใช้หาเสียง ซึ่งไม่มีข้อไหนที่เป็นนโยบายที่ช่วยเหลือประชาชน และชาวจังหวัดนครปฐม แต่เน้นไปที่โจมตีทางการเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ ว่าเราจะไม่ทนอยู่กับนายกฯที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เลือก, ว่าเราจะไม่ทนอยู่กับผู้นำประเทศที่ดูถูกประชาชน, ว่าเราจะไม่ทนอยู่กับเศรษฐกิจที่พังทลายลงเรื่อยๆ, ว่าเราจะไม่ทนอยู่กับการเมืองเก่าๆที่ไม่มีอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีคำพูดของผู้สมัครของพรรคอนาคตใหม่ด้วยว่า &amp;quot;ในภาวะที่เสียงของรัฐบาลสืบทอดอำนาจกำลังปริ่มน้ำ ผมขออาสาสมัครเป็นตัวแทนพี่น้องสามพรานเข้าไปเพิ่มพลังของฝ่ายประชาธิปไตยในสภา จนทำให้รัฐบาลที่ไม่แยแสประชาชนเสียงจมน้ำในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนาคตที่ดีกว่านี้อนาคตที่ประชาชนอยู่ดีกินดีอนาคตที่อำนาจเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงเริ่มต้นแล้วที่สามพราน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการเลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต 5 จังหวัดนครปฐม จะมีขึ้นในในที่ 23 ต.ค.นี้โดยมีผู้สมัคร 7 คน ประกอบด้วย หมายเลข 1 นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ พรรคชาติไทยพัฒนา, หมายเลข 2 นางสาวสิริขวัญ แย้มมูล พรรคพลังสังคม, หมายเลข 3 นายสุรชัย อนุตธโต พรรคประชาธิปัตย์,หมายเลข 4 นางลาวัลย์ สิงห์สถิต พรรคเสรีรวมไทย ,หมายเลข 5 นางสาวปริมปรางค์ แสงสว่าง พรรคไทยศรีวิไลย์,หมายเลข 6 นายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร พรรคอนาคตใหม่ ,หมายเลข 7 นายเพชร จันทร์ดา พรรคเพื่อชีวิตใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48378</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนาธร จึงรุงเรืองกิจ, พรรคอนาคตใหม่, หาเสียงเลือกตั้ง, เลือกตั้งซ่อมส.ส.เขต5นครปฐม, ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191019/image_big_5daa65286ee2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46894</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝันโดมิโนล้มรัฐบาล ฝ่ายค้านจุดพลุซ่อมนครปฐม ปชป.มึนพรรคร่วมชงชื่อแข่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.นครปฐมจัดเตรียมสถานที่รับสมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 5 ที่ว่าการ อ.สามพราน 30 ก.ย.-4 ต.ค.นี้ &amp;quot;ธนาธร&amp;quot; &amp;nbsp;ลุยพื้นที่วันเดียว 6 จุด ฟุ้งฝ่าย ปชต.ชนะเลือกตั้งซ่อมที่แรกนครปฐมจะเกิดโดมิโนเปลี่ยนขั้วรัฐบาล โฆษกเพื่อไทยโว พปชร.พ่ายเลือกซ่อมมีผลถึงเปลี่ยนดุลการเมืองในสภาและเปลี่ยนตัวนายกฯ จี้ กกต.จัดเลือกตั้งสุจริต แกนนำ ปชป.ยันส่ง &amp;quot;สุรชัย&amp;quot; ลงชิงเก้าอี้ เผยคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลจะส่งผู้สมัครพรรคเดียว แต่ &amp;quot; เผดิมชัย&amp;quot; ไม่ยอม ลั่นโดยมารยาทควรให้พรรคอันดับสองส่ง ขณะที่ &amp;quot;วราวุธ&amp;quot; โยนให้ ปชป.คุยกับเผดิมชัยเอาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ น.ส.บุญเรือน ไทยวัฒนธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดนครปฐม กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเปิดรับสมัครการเลือกตั้ง ส.ส.นครปฐม เขต 5 แทนตำแหน่งที่ว่างว่า สำนักงาน กกต.นครปฐม ร่วมกับคณะกรรมการประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จัดเตรียมสถานที่รับสมัครที่อาคารหอประชุมชั้น 3 ที่ว่าการอำเภอสามพราน &amp;nbsp;อ.สามพราน จ.นครปฐม และได้ซักซ้อมเจ้าหน้าที่รับสมัคร เพื่อเตรียมความพร้อมและซักซ้อมหน้าที่ของแต่ละฝ่ายว่าต้องทำอะไรบ้าง เพื่อให้ในวันรับสมัครเกิดความเรียบร้อย อาคารหอประชุมที่เป็นสถานที่รับสมัครพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ สามารถรองรับผู้สมัครและกองเชียร์ได้จำนวนพอสมควร รวมทั้งบริเวณรอบนอกจะมีสถานที่ไว้รองรับกองเชียร์ที่เดินทางมากับผู้สมัครเช่นเดียวกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเปิดรับสมัครแทนตำแหน่งที่ว่างคาดว่าจะมีทั้งผู้สมัครคนเดิมและคนใหม่ โดยสำนักงานได้จัดเตรียมแจกกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่ผู้สมัครต้องรู้ รวมทั้งข้อห้าม ข้อควรระวังต่างๆ ที่ต้องรับทราบไว้ เพื่อป้องกันการทำผิดกฎหมาย ที่อาจถูกร้องเรียนในภายหลังได้&amp;quot; น.ส.บุญเรือนกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสานุ วงษ์ละคร ผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งที่ 5 จ.นครปฐม ได้ออกประกาศกำหนดสถานที่รับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 นครปฐม เปิดรับสมัครจันทร์ที่ 30 กันยายน ถึงศุกร์ที่ 4 ตุลาคม ที่หอประชุมชั้น 3 ที่ว่าการอำเภอสามพราน เป็นสถานที่รับสมัคร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน ที่ อ.สามพราน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อม ส.ส.พรรคจำนวนมาก เดินทางพบปะประชาชนที่ตลาดเช้าวัดโรมัน เพื่อช่วยนายไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรค อนค.เขต 5 หาเสียง โดยได้รับการต้อนรับจากชาวสามพรานเป็นอย่างดี ประชาชนจำนวนมากต่างเข้ามาขอถ่ายรูปพร้อมทั้งให้กำลังใจ ทั้งนี้ ตลอดทั้งวันพรรคอนค.มีกำหนดการหาเสียงในหลายพื้นที่ ได้แก่ ตลาดสดสามพราน หมู่บ้านเอื้ออาทรไร่ขิง ตลาดธันยา ตลาดสมภพ และปิดท้ายที่เวทีปราศรัยตลาดพันล้าน อ้อมใหญ่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า วันนี้มาขอการสนับสนุนให้กับนายไพรัฏฐโชติก์ ทั้งนี้ การเลือกตั้งซ่อมจะเกิดขึ้นอีกหลายจุดทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น จ.นครปฐม สมุทรปราการ กำแพงเพชร และอาจจะมี จ.นครราชสีมา อีก 2 เขต ซึ่งถ้าพรรคฝ่ายค้านชนะทุกเขต จะเปลี่ยนขึ้นรัฐบาลได้กลางสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นพ่อแม่พี่น้องที่ไม่พอใจกับรัฐบาลชุดนี้ ถ้าท่านไม่อยากอยู่ในสังคมแบบนี้ ต้องเลือกพรรคอนาคตใหม่ เลือกพรรคฝ่ายประชาธิปไตย เลือกตั้งซ่อมนครปฐมที่แรก หากฝ่ายประชาธิปไตยชนะจะเกิดเหตุการณ์โดมิโนขึ้น มั่นใจว่าเลือกตั้งซ่อมที่ไหนก็ตาม ฝ่ายประชาธิปไตยก็จะชนะ ถ้าเลือกตั้งซ่อมที่แรกคือ อ.สามพราน จ.นครปฐม แห่งนี้เราชนะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมีความมั่นใจมาก เพราะขณะนี้พี่น้องประชาชนมีแต่ความเดือดเนื้อร้อนใจ และต้องการการแก้ไข ทำให้พวกเขาต้องการการเปลี่ยนแปลง เชื่อว่าชาวสามพรานจะเปล่งเสียงดังๆ บอกว่าพอแล้วกับการเมืองที่สืบทอดอำนาจ การปกครองที่ไม่เห็นหัวประชาชน และไม่ต้องการการเมืองแบบเดิม ประชาชนไม่ได้โง่ เขารู้และเข้าใจว่าทำไมจึงได้นายกฯ ที่เขาไม่ได้เลือก และพวกเขาจะตัดสินใจในการเลือกตั้งซ่อม&amp;rdquo; นายธนาธรกล่าว
ฝ่าย ปชต.ชนะเกิดโดมิโน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามถึงกลยุทธ์ในการหาเสียงครั้งนี้ นายธนาธรกล่าวว่า ยังคงเหมือนเดิม คือทำงานด้วยความจริงใจ ลงพื้นที่พบปะประชาชน สร้างการเมืองที่ไม่ซื้อเสียง โดยไม่ว่าจะเป็นพื้นที่นครปฐมหรือพื้นที่เลือกตั้งซ่อมในจังหวัดอื่น พรรคอนาคตใหม่จะคุยกับประชาชนด้วยอุดมการณ์และนโยบาย ขณะที่การหาเสียงในโซเชียลมีเดียจะยังคงเดินหน้าต่อไป ยอมรับว่ามีความกังวลว่าประชาชนจะออกมาใช้สิทธิ์น้อย จึงขอเชิญชวนชาวสามพรานให้ออกมาใช้สิทธิ์ หากที่นี่ส่งเสียงออกมาดังๆ เราเชื่อว่าจะเป็นโดมิโนได้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย (พท.) หลีกทางให้พรรค อนค. ไม่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในพื้นที่นี้ นายธนาธรกล่าวว่า ตนไม่ทราบเหตุผล เพราะเป็นการตัดสินใจของพรรคการเมืองอื่น จึงไม่ขอก้าวก่ายหรือวิพากษ์วิจารณ์ เพราะเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ส่วนที่การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีผู้สมัครเพียง 2 คน คือจากพรรค อนค.ที่เป็นฝ่ายค้าน และจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่เป็นฝ่ายรัฐบาล เชื่อว่าผลคะแนนที่ออกมาจะชี้วัดถึงการลงคะแนนอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเป็นคำพิพากษาของประชาชนต่อพรรคที่ตระบัดสัตย์ &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมเขต 5 นครปฐม เขต 5 สมุทรปราการ และเขต 2 กำแพงเพชร ว่าประชาชนทราบในข้อจำกัดของการเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างดี ผลการเลือกตั้งที่ออกมาต้องถูกนำไปวิเคราะห์อย่างละเอียดว่าคะแนนนิยมของทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญอย่างไร เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค.62 หนึ่งเสียงของประชาชนในการเลือกตั้งซ่อมจะเป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจ เปลี่ยนแปลงดุลการเมืองในสภา ถ้าพรรคร่วมฝ่ายค้านสามารถรักษาที่นั่งที่เขต 5 นครปฐมไว้ได้ และชิงอีก 2 ที่นั่งของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มาได้ ดุลการเมืองจะเปลี่ยน รวมถึงโอกาสในการเปลี่ยนตัวนายกฯ สามารถทำได้ทันที คำถามว่าระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับรัฐธรรมนูญ สิ่งใดสร้างปัญหาให้กับประเทศมากกว่ากัน ประชาชนกำลังจะให้คำตอบ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กกต.ต้องเข้าไปดูการหาเสียงทั้งทางตรงและทางอ้อม ว่าฝ่ายรัฐบาลที่กุมอำนาจรัฐอยู่ได้เปรียบหรือไม่ รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่ออกมาระหว่างนี้ ถือเป็นการช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครของพรรครัฐบาลหรือไม่ การเลือกตั้งซ่อมที่กำลังจะเกิดขึ้นจะมีผลต่อการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ บางพรรคอาจมีจำนวนส.ส.เพิ่มขึ้นหรือลดลง เป็นช่องทางที่จะสะท้อนคะแนนนิยมของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะมีผลต่ออายุของรัฐบาลประยุทธ์โดยตรง ดังนั้น กกต.ต้องบริหารจัดการให้เป็นการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม&amp;quot; นายอนุสรณ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และในฐานะนายทะเบียน พรรค พปชร. กล่าวถึงกระแสข่าว พปชร.ตัดสินใจไม่ส่งคนของพรรคลงลงแข่งขันเลือกตั้ง ส.ส.นครปฐม เขต 5 ว่าเป็นความจริง พรรค พปชร.ไม่ส่งผู้สมัครลงแข่ง โดยให้เป็นพรรค ปชป.ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง เพราะเขาได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 และไม่ใช่เป็นการฮั้วกัน แต่เราต้องดูความพร้อมว่าตรงไหนควรส่งคนลงแข่ง และจะเป็นผลดีมากกว่า เพราะว่าเวลานี้เป็นเรื่องที่พรรคร่วมรัฐบาลต้องมาดูแลกันไป ฝ่ายค้านเองก็เลือกว่าจะส่งใครลงเหมือนกัน จึงดูความเหมาะสมมากกว่า ส่วนที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ตัดสินใจส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งนั้น เพราะเคยเป็นเจ้าของพื้นที่หลายสมัยนั้น ตรงนี้ตนคงไปตอบแทนไม่ได้ ต้องเป็นเรื่องผู้ที่เกี่ยวข้อง ปชป.และ ชทพ.ไปคุยกันเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวว่า การเลือกตั้งเขต 7 จ.ขอนแก่น แทนนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรค พท. ที่ถูกศาลจังหวัดขอนแก่นตัดสินประหารชีวิต แม้ยังไม่ชัดเจนเรื่องสถานภาพว่าจะหลุดจากการเป็น ส.ส.หรือไม่ พรรค พปชร.ได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว โดยเฉพาะขอนแก่น เรามาเป็นอันดับ 2 แพ้นิดเดียว และนายสมศักดิ์ คุณเงิน ถือว่ามีฐานเสียงดี มีหลายคนช่วยทำงานในพื้นที่ ส่วนเขต 5 จ.สมุทรปราการ ที่ กกต.แจกใบเหลืองให้กับนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือกนั้น ไม่ต้องห่วงเลย เพราะเป็นคนของ พปชร.อยู่แล้ว ทั้ง 2 จังหวัดพรรคลุยเต็มที่อยู่แล้ว
ปชป.ยกมารยาทอัดชทพ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัย อนุตธโต ว่าที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.นครปฐม เขต 5 พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการลงสมัครรับเลือกตั้งว่า ในวันที่ 30 ก.ย. แกนนำพรรค ได้แก่ นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรองหัวหน้าพรรค, นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรค, นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค, พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม และบรรดาอดีตผู้สมัคร จ.นครปฐม ของพรรค จะมาให้กำลังใจและช่วยลงพื้นที่หาเสียงให้กับตน ตั้งแต่เวลา 07.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอสามพราน จนกระทั่งกระบวนการการรับสมัครเสร็จสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุรชัยกล่าวถึงกระแสข่าวที่จะมีผู้สมัครจากพรรคการเมืองหนึ่งลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยอ้างศักดิ์ศรีของความเป็นตระกูลการเมืองใหญ่ในจังหวัดว่า ทางพรรคอนาคตใหม่ก็ได้สิทธิ์ที่จะลงสมัคร ก็เพราะเป็นเจ้าของพื้นที่เดิม ส่วนตนก็ได้สิทธิ์ตามสมควรเพราะมาเป็นอันดับสอง ดังนั้นหากจะมีพรรคการเมืองอื่นที่ลงสมัครนั้นก็ไม่ได้ขัดข้อง แต่ว่าในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน ตนก็ยังงงอยู่ว่าจะมาแข่งขันกันเองเพื่ออะไร เพราะการอ้างสิทธิ์ว่าตัวเองเป็นบ้านใหญ่นั้น ตนมองว่าในเวลานี้ไม่น่าจะใช่ เนื่องจากทุกอย่างก็สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ แต่ตนก็ย้ำว่าไม่ขัดข้องหากจะลงสมัครจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ถึงแม้ว่าจะไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือเปลี่ยนตัวนายกฯ ได้ แต่เป็นการเลือกคนที่จะมาทำงานให้กับพื้นที่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดมากกว่า ผมถือว่าเป็นความโชคดี เพราะพรรคที่สังกัดอยู่กับฝ่ายรัฐบาล ซึ่งมีโอกาสดึงงบประมาณเข้ามาพัฒนาพื้นที่ได้มากกว่า รวมทั้งรัฐมนตรีของพรรคทุกคนก็ทำงานเกี่ยวข้องกับพื้นที่โดยตรง โดยเฉพาะนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ซึ่งทำนโยบายให้เกิดประโยชน์กับชาวบ้านในพื้นที่ ดังนั้นหากชาวบ้านเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพและความมั่นคงมากขึ้น เพื่อให้สามารถเดินหน้าทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และก็สามารถทำนโยบายดีๆ ให้กับประชาชนต่อไป อีกทั้งสามารถประคับประคองเสียงรัฐบาลได้ โดยไม่จำเป็นต้องไปหางูเห่ามาเพิ่ม&amp;quot; นายสุรชัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ กล่าวว่า ทราบว่านายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ต้องการลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ และพรรคชาติไทยพัฒนาจัดการปัญหาภายในไม่ได้ สำหรับพรรค ปชป.ส่งผู้สมัครแน่นอน และก่อนหน้านี้ได้ขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายของพรรคร่วมรัฐบาลว่า จะส่งผู้สมัครเพียงพรรคเดียว แต่เมื่อนายเผดิมชัยไม่ยอม ก็ทำให้ความพยายามที่พูดคุยกันก่อนหน้านี้ยังไม่จบ เข้าใจว่านายเผดิมชัยเป็นคนเก่าในพื้นที่ และเคยเป็นผู้สมัคร ส.ส. แต่ในแง่มารยาททางการเมือง ถ้าคำนึงถึงผลเลือกตั้งจริงๆ พรรคการเมืองคะแนนลำดับ 2 ควรจะได้เป็นผู้ส่งรับสมัครเลือกตั้ง ถือเป็นหลักที่ปฏิบัติมานาน แม้ไม่มีกฎหมายบังคับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคประชาธิปัตย์มีความมั่นใจในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ เพราะทำเต็มที่ ผู้สมัครก็มีความเข้มแข็งในพื้นที่ ทำงานมาต่อเนื่อง พรรคประชาธิปัตย์กำลังขับเคลื่อนนโยบายที่เคยหาเสียงไว้กับประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการประกันรายได้สินค้าเกษตร เชื่อว่าประชาชนจะกลับมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์&amp;quot; นายสาธิตกล่าว &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายอลงกรณ์ พลบุตร กล่าวว่า พรรค ปชป.มีนโยบายหาเสียงเลือกตั้งยึดหลักสุจริต เป็นธรรม เคารพกฎหมายโดยเคร่งครัด มุ่งเสนอผลงานและนโยบาย ไม่โจมตีใส่ร้ายใคร และห้ามซื้อสิทธิ์ขายเสียงโดยเด็ดขาด เพื่อเป็นแบบอย่างของการเมืองสร้างสรรค์ยุคใหม่ สำหรับรัฐมนตรีของพรรคทั้ง 7 ท่าน รวมทั้งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ จะช่วยหาเสียงในช่วงนอกเวลาราชการเท่านั้น และจะไม่มีการใช้อำนาจรัฐเพื่อสร้างความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งครั้งนี้
ปชป.คุยกับ&amp;quot;เผดิมชัย&amp;quot;เอาเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีนายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ยืนยันจะส่งนายเผดิมชัยลงสมัครเลือกตั้งซ่อมเช่นกัน จะเป็นการตัดคะแนนกลุ่มสนับสนุนพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายอลงกรณ์กล่าวว่า การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เสมือนการแข่งขันระหว่างตัวแทนพรรครัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้าน คือพรรคอนาคตใหม่ซึ่งเป็นแชมป์เก่า ดังนั้นถ้าพรรคร่วมรัฐบาลมีผู้สมัครมากกว่า 1 คน ย่อมกระทบต่อผลการเลือกตั้งแน่นอน ซึ่งตามกติกาที่ถือปฏิบัติกันมาช้านาน จะส่งผู้สมัครเป็นตัวแทนกลุ่มเพียงคนเดียวที่ได้คะแนนสูงสุดในการเลือกตั้งหลังสุด ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ได้พูดคุยกับท่านหัวหน้าพรรค ชทพ.บ้างแล้ว ก็หวังว่าถ้าตกลงตามกติกาพรรคร่วมรัฐบาลได้ก็เป็นเรื่องน่ายินดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา กล่าวถึงการส่งผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมเขต 5 ว่า วันที่ 30 ก.ย. น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชทพ. จะไปพร้อมกับนายเผดิมชัยในการสมัครรับเลือกตั้ง ส่วนพรรค ปชป.ไม่เคยส่งใครมาพูดคุยเพื่อให้หลีกทางในการส่งผู้สมัคร มีเพียงการหารือเรื่องการเลือกตั้งซ่อม เขต 5 จ.นครปฐม ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเท่านั้น เป็นการพูดคุยกันทั่วไป ไม่ใช่การคุยแบบเป็นกิจจะลักษณะ แต่หากพรรค ปชป.ต้องการพูดคุย คงต้องไปคุยกับนายเผดิมชัยเอง และการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา นายเผดิมชัยก็เป็นผู้สมัคร &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายเผดิมชัยเป็นผู้ใหญ่ใน จ.นครปฐม การจะไม่ให้คนในตระกูลสะสมทรัพย์ลง ก็ต้องให้เกียรติกันด้วย พรรค ปชป.จะมาบอกว่าได้คะแนนมากกว่าในการเลือกตั้งที่ผ่านมา แต่การทำงานมากว่า 30 ปี จะไม่นับกันเลยหรือ ในทางการเมืองเกิดความผิดพลาดกันได้ จะเอาความผิดพลาดครั้งเดียวมาตัดสินคงไม่ได้ ตระกูลสะสมทรัพย์ทำงานในนครปฐมมากี่สิบปี 30-40 ปี ผิดพลาดครั้งเดียวจะไม่ให้ลงก็คงทำไม่ได้&amp;rdquo; นายวราวุธกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวถึงการเลือกตั้ง ส.ส.เขต 5 นครปฐม ว่าโดยความเห็นส่วนตัวคงไม่ส่งคนของพรรคชพน.ลงแข่งขันด้วย ปล่อยให้เขาว่ากันไป ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลคงไม่ไปส่งใครลงแข่งไปตัดคะแนนพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน และการเลือกตั้งครั้งที่แล้วพรรค ชพน.ก็ไม่ได้ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในเขตนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ กล่าวถึงการส่งผู้สมัครลงสู้ศึกเลือกตั้งซ่อม ในพื้นที่เขต 5 ว่า หลังจากที่พรรคได้มีการดำเนินการหยั่งเสียงเพื่อคัดเลือกผู้สมัครเบื้องต้น ปรากฏว่าสมาชิกพรรคส่วนใหญ่ได้ลงคะแนนเลือก น.ส.ปริมปรางค์ แสงสว่าง นักธุรกิจและคนรุ่นใหม่ที่ทำงานในพื้นที่เป็นผู้สมัคร ส.ส. ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ &amp;nbsp;น.ส.ปริมปรางค์เป็นบุคลากรของพรรคที่มีคุณภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่ รวมทั้งมีความเหมาะสมกับสถานการณ์ทางการเมือง ที่ต้องการคนรุ่นใหม่มาช่วยปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ ด้วยแนวทางฝ่ายค้านอิสระ ตามที่พรรคได้พยายามวางแนวทางเอาไว้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46894</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุญเรือน ไทยวัฒนธรรม, มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์, วราวุธ ศิลปอาชา, วิเชียร ชวลิต, สาธิต ปิตุเตชะ, สานุ วงษ์ละคร, สุรชัย อนุตธโต, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด, อลงกรณ์ พลบุตร, เทวัญ ลิปตพัลลภ, ไพรัฏฐโชติก์ จันทรขจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190929/image_big_5d90bc6cdde5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
